แชร์

บทที่ 3 ร่องรอยอดีต

ผู้เขียน: อักษราลัย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-30 10:41:17

ดุจดาวกวาดตามองรอบลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ทิวไม้ สูงใหญ่โอบล้อมเป็นวงกว้าง ทำให้พื้นที่นี้ถูกซ่อนจากสายตาคนภายนอกได้อย่างแนบเนียน เธอสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของป่าชื้นผสมกับไอดินหลังฝนตกช่วยให้จิตใจสงบลง

“ทางนี้” เธอกระซิบบอกธีร์ พลางพยักหน้าไปทางอาคารคอนกรีตสีเทาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้เงาไม้

ทั้งสองเดินอย่างระมัดระวัง เท้าย่ำลงบนพื้นหญ้าชื้นแฉะ ดุจดาวถือปืนในท่าเตรียมพร้อม สายตากวาดมองไปรอบ ๆ อย่างไม่ไว้ใจ ขณะที่ธีร์เดินตามหลังมาติด ๆ ผ้าห่มพันรอบร่างกายที่ยังเปียกชื้น

เมื่อมาถึงประตูเหล็กของอาคาร ดุจดาวหยิบบัตรประจำตัวออกมารูดที่เครื่องอ่าน ไฟสีแดงกะพริบสองครั้งก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียว เสียงคลิกดังขึ้นเบา ๆ ประตูเลื่อนเปิดออก

“รีบเข้าไป” เธอกระซิบ ผลักธีร์เข้าไปด้านใน ก่อนจะเดินตามและปิดประตูลงอย่างรวดเร็ว

ภายในอาคารมืดสลัว มีเพียงแสงสลัวจากหลอดไฟฉุกเฉินส่องนำทาง ดุจดาวกดสวิตช์ไฟที่ผนัง แสงสว่างจ้าพุ่งออกมาจากเพดาน เผยให้เห็นห้องโถงกว้างที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

“นี่คือฐานปฏิบัติการลับของหน่วยสืบสวนพิเศษ” ดุจดาวอธิบาย “เราควรจะปลอดภัยที่นี่ ชั่วคราว”

ธีร์มองไปรอบ ๆ ด้วยความสนใจ “ที่นี่ดูคุ้นตาแปลก ๆ”

ดุจดาวหันขวับไปมองเขา “คุณเคยมาที่นี่มาก่อนหรือ?”

ธีร์ส่ายหน้า “ผมไม่แน่ใจ แต่บางอย่างดูคุ้นเคย”

ดุจดาวพยักหน้า “อาจจะเป็นเพราะอุปกรณ์พวกนี้คล้ายกับที่ใช้ในโครงการของคุณ”

เธอเดินนำไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง กดรหัสเข้าระบบอย่างรวดเร็ว หน้าจอสว่างวาบขึ้น แสดงข้อมูลมากมาย

“ผมขอดูหน่อยได้ไหม?” ธีร์ถาม

ดุจดาวชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า “ได้ แต่อย่าแตะต้องอะไรนะ”

ธีร์ก้มลงมองหน้าจอ ดวงตาของเขากวาดไปมาอย่างรวดเร็ว อ่านข้อมูลที่ปรากฏ จู่ ๆ เขาก็ชะงัก “นี่มัน...”

ดุจดาวหันมามอง “มีอะไรหรือ?”

“ข้อมูลพวกนี้... มันเกี่ยวกับโครงการของผม” ธีร์พูดเสียงสั่น “แต่... มันไม่ใช่ทั้งหมด มีบางอย่างขาดหายไป”

ดุจดาวขมวดคิ้ว “คุณหมายความว่ายังไง?”

ธีร์ชี้ไปที่หน้าจอ “ดูนี่สิ มันเป็นรายงานเกี่ยวกับการทดลองถ่ายโอนความทรงจำ แต่มันไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับผลลัพธ์ สุดท้าย”

ดุจดาวก้มลงมองตาม เธอเลื่อนหน้าจอลงอย่างรวดเร็ว “คุณพูดถูก ข้อมูลส่วนสำคัญหายไปหมด”

“แต่ทำไมมันถึงอยู่ที่นี่ล่ะ?” ธีร์ถาม “นี่มันฐานลับของหน่วยสืบสวนไม่ใช่หรือ?”

ดุจดาวยืนนิ่ง สีหน้าเคร่งเครียด “นั่นสิ ทำไมถึงมีข้อมูลของโครงการคุณอยู่ที่นี่...”

เสียงฝีเท้าดังมาจากด้านนอก ทั้งสองหันขวับไปมองประตูพร้อมกัน ดุจดาวรีบปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ ก่อนจะคว้าแขนธีร์

“มาเร็ว!” เธอกระซิบ ลากเขาไปยังประตูด้านหลังห้อง

พวกเขาวิ่งผ่านทางเดินแคบ เสียงฝีเท้าไล่ตามมาด้านหลัง ดุจดาวมองซ้ายมองขวา ก่อนจะผลักธีร์เข้าไปในห้องเล็ก ๆ ห้องหนึ่ง เธอปิดประตูลงเบา ๆ กดหูแนบประตูฟัง

เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามา ก่อนจะเงียบหายไป       ดุจดาวถอนหายใจโล่งอก หันไปมองธีร์ที่ยืนตัวสั่นอยู่มุมห้อง

“คุณคิดว่าใครมา?” ธีร์ถามเสียงแผ่ว

ดุจดาวส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ แต่เราต้องระวังตัวไว้ก่อน”

เธอกวาดตามองไปรอบห้อง พบว่ามันเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เก่า ๆ

“ดูเหมือนจะเป็นห้องเก็บของ” เธอพึมพำ

ธีร์เดินไปที่ชั้นวางเอกสาร หยิบแฟ้มเก่า ๆ เล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดดู สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที

“ดุจดาว มาดูนี่สิ”

เธอเดินเข้าไปใกล้ มองดูเอกสารในมือธีร์ ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“นี่มัน...”

“ใช่” ธีร์พยักหน้า “มันเป็นบันทึกการทดลองของโครงการ และ... มันเป็นส่วนที่หายไป”

ดุจดาวรีบคว้าแฟ้มมาอ่าน สายตากวาดไปตามตัวอักษร “นี่มัน... ไม่จริง”

“มีอะไรหรือ?” ธีร์ถาม

ดุจดาวเงยหน้าขึ้นมองเขา สีหน้าซีดเผือด “ตามนี้... การทดลองประสบความสำเร็จ พวกเขาสามารถถ่ายโอนความทรงจำระหว่างมนุษย์ได้จริง ๆ”

ธีร์อ้าปากค้าง “แต่... แล้วทำไมผมถึงจำอะไรไม่ได้ล่ะ?”

ดุจดาวอ่านต่อ น้ำเสียงสั่นเครือ “มันบอกว่า... หลังจากการถ่ายโอนความทรงจำสำเร็จ พวกเขาต้องลบความทรงจำของผู้เข้าร่วมการทดลองทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้ความลับรั่วไหล”

ธีร์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น มือกุมศีรษะ “นี่มัน... เป็นไปไม่ได้”

ดุจดาวนั่งลงข้าง ๆ เขา วางมือบนไหล่ธีร์เบา ๆ “ฉันเสียใจด้วย แต่เราต้องหาทางออกจากที่นี่ก่อน แล้วค่อย...”

เสียงกริ่งดังขึ้นกะทันหัน ตามด้วยเสียงประกาศ

“แจ้งเตือนด่วน ตรวจพบผู้บุกรุก ล็อกดาวน์ทุกพื้นที่ทันที”

ดุจดาวลุกพรวดขึ้น “บ้าชะมัด! พวกเขารู้แล้วว่าเราอยู่ที่นี่”

เธอรีบวิ่งไปที่ประตู พยายามเปิดมัน แต่มันถูก ล็อกจากด้านนอก

“ทางออกอื่นล่ะ?” ธีร์ถามอย่างร้อนรน

ดุจดาวมองไปรอบห้อง สายตาหยุดอยู่ที่ช่องระบายอากาศบนเพดาน

“ทางนั้น! ช่วยฉันเปิดมันที”

ธีร์รีบลุกขึ้น ยกเก้าอี้มาให้ดุจดาวปีนขึ้นไป เธอดึงตะแกรงช่องระบายอากาศออก

“ขึ้นมาเร็ว!”

ธีร์ปีนตาม ทั้งสองคลานไปตามช่องแคบ เสียงตะโกนและเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านล่าง

“ไปทางไหนดี?” ธีร์ถาม

ดุจดาวนิ่งคิดครู่หนึ่ง “ตามฉันมา ฉันคิดว่าฉันรู้ทางออก”

พวกเขาคลานไปเรื่อย ๆ จนมาถึงทางแยก ดุจดาวเลี้ยวขวา นำทางไปยังช่องเปิดอีกด้านหนึ่ง เธอแง้มตะแกรงออกเล็กน้อย มองลงไปด้านล่าง

“โชคดี ไม่มีใครอยู่” เธอกระซิบ ก่อนจะเปิดตะแกรงออกทั้งหมดและกระโดดลงไปยังห้องด้านล่าง

ธีร์ตามลงมาติด ๆ พวกเขายืนอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัย

“ที่นี่คือ...” ธีร์กวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตะลึง

“ห้องควบคุมหลัก” ดุจดาวตอบ เธอรีบเดินไปที่คอนโซลใหญ่ตรงกลางห้อง “เราต้องหาทางปลดล็อกระบบ”

ธีร์เดินตามไป สายตาจับจ้องที่หน้าจอ “ให้ผมลองดู”

ดุจดาวชะงัก หันไปมองเขาด้วยความสงสัย

“คุณแน่ใจเหรอ?”

ธีร์พยักหน้า “ผมไม่รู้ว่าทำไม แต่ผมรู้สึกคุ้นเคยกับระบบนี้”

เขานั่งลงที่คอนโซล นิ้วเรียวยาวเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วบนแป้นพิมพ์ หน้าจอกะพริบไปมา แสดงข้อมูลมากมาย

“เกือบได้แล้ว...” ธีร์พึมพำ

ทันใดนั้น เสียงเตือนภัยก็ดังขึ้น ไฟสีแดงกะพริบไปทั่วห้อง

“มีคนกำลังพยายามแฮ็กระบบ!” เสียงประกาศดังก้อง

“แย่แล้ว” ดุจดาวกัดฟันกรอด “เร็วเข้า ธีร์!”

ธีร์พิมพ์ต่อไปอย่างรวดเร็ว เหงื่อผุดซึมที่หน้าผาก “อีกนิดเดียว...”

เสียงกระหน่ำประตูดังมาจากด้านนอก ดุจดาวชักปืนออกมา เล็งไปที่ประตู

“ธีร์!”

“ได้แล้ว!” ธีร์ตะโกน กดปุ่มสุดท้าย

ทันใดนั้น ไฟทั้งหมดในอาคารก็ดับวูบ เหลือเพียงแสงสลัวจากหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ฉันปิดระบบทั้งหมดแล้ว” ธีร์อธิบาย “รวมถึงระบบล็อกประตูด้วย”

ดุจดาวพยักหน้า “เยี่ยมมาก ไปกันเถอะ”

พวกเขาวิ่งออกจากห้องควบคุม มุ่งหน้าไปตามทางเดินมืดสลัว เสียงวุ่นวายดังมาจากทุกทิศทาง

“ทางนี้!” ดุจดาวตะโกน นำทางไปยังประตูฉุกเฉิน

พวกเขาผลักประตูเปิดออก วิ่งออกไปสู่ความมืดของป่ายามค่ำคืน เสียงตะโกนและเสียงปืนดังไล่หลังมา

“อย่าหยุด!” ดุจดาวตะโกน “วิ่งต่อไป!”

พวกเขาวิ่งฝ่าความมืด กิ่งไม้เกี่ยวรั้งเสื้อผ้า แต่ไม่มีใครสนใจ ทั้งคู่วิ่งต่อไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเสียงไล่ล่า    ค่อย ๆ เบาลง

ในที่สุด ดุจดาวก็ชะลอฝีเท้า หอบหายใจหนัก ๆ “ฉันคิดว่า... เราหนีรอดมาได้แล้ว”

ธีร์ทรุดตัวลงนั่งกับพื้น หายใจถี่ ๆ “เราจะไปไหนต่อ?”

ดุจดาวมองไปรอบ ๆ ในความมืด “ฉันรู้จักที่หนึ่ง... ที่ที่เราน่าจะปลอดภัย ชั่วคราว”

เธอยื่นมือไปช่วยธีร์ลุกขึ้น “แต่ก่อนอื่น เราต้องคุยกันหน่อย”

ธีร์พยักหน้า สีหน้าจริงจัง

ดุจดาวถอนหายใจ “คุณจำอะไรได้บ้างไหม? เกี่ยวกับ สิ่งที่คุณทำในห้องควบคุม?”

ธีร์นิ่งคิด “ผม... ผมไม่แน่ใจ มันเหมือนร่างกายผมจำได้ แต่สมองกลับจำไม่ได้”

ดุจดาวพยักหน้า “นั่นอาจเป็นผลจากการลบความทรงจำ ร่างกายยังจำได้ แต่ความทรงจำในสมองถูกลบ”

“แล้วทำไมผมถึงถูกแช่แข็งอยู่ในแคปซูลนั่นล่ะ?” ธีร์ถาม

ดุจดาวส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ แต่เราต้องหาคำตอบให้ได้”

เธอหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า “นี่ เอาไว้ติดต่อกัน”

เธอยื่นอุปกรณ์สื่อสารขนาดเล็กให้ธีร์

“ถ้ามีอะไรผิดปกติ ให้ติดต่อฉันทันที”

ธีร์รับมาด้วยความสงสัย “เราจะแยกกันเหรอ?”

ดุจดาวพยักหน้า “ชั่วคราว ฉันต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติม ส่วนคุณ...” เธอชี้ไปทางหนึ่ง “เดินไปทางนั้นประมาณ 2 กิโลเมตร คุณจะเจอกระท่อมเก่า ๆ หลังหนึ่ง รออยู่ที่นั่น ฉันจะตามไป”

ธีร์พยักหน้า แม้จะยังดูลังเล

ดุจดาวจ้องตาเขา “เชื่อใจฉันนะ ฉันสัญญาว่าจะกลับมา”

ธีร์พยักหน้าอีกครั้ง “ระวังตัวด้วยนะ”

ดุจดาวยิ้มบาง ๆ ก่อนจะหันหลังวิ่งหายเข้าไปในความมืด

ธีร์มองตามร่างของเธอจนลับสายตา ก่อนจะหันไปทางที่เธอบอก เขาสูดหายใจลึก ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง

ขณะที่เขาเดินลึกเข้าไปในป่า เสียงแปลก ๆ ก็ดังขึ้นรอบตัว ใบไม้ไหวกรอบแกรบ เสียงสัตว์ร้องแว่วมาแต่ไกล ธีร์รู้สึกเหมือนมีใครกำลังจ้องมองเขาอยู่

จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงกิ่งไม้หักดังมาจากด้านหลัง ธีร์หันขวับไป แต่ไม่เห็นอะไร

“ใครน่ะ?” เขาถามเสียงสั่น

ไม่มีคำตอบ มีเพียงความเงียบที่ชวนให้ขนลุก

ธีร์รีบเดินเร็วขึ้น หัวใจเต้นรัว เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไล่ตามมา แต่ไม่กล้าหันไปมอง

ในที่สุด เขาก็เห็นแสงไฟริบหรี่ลอดผ่านกิ่งไม้มา กระท่อมที่ดุจดาวพูดถึง!  ธีร์รีบวิ่งเข้าไปหา เปิดประตูอย่างรวดเร็วและก้าวเข้าไปข้างใน ปิดประตูแน่นและล็อกมัน เขาทรุดตัวลงกับพื้น หอบหายใจ หยาดเหงื่อไหลอาบใบหน้า

เมื่อหายใจเป็นปกติ ธีร์ลุกขึ้นสำรวจภายในกระท่อม มันเป็นห้องเดียวเล็ก ๆ มีเตียงเก่า ๆ ตู้ไม้ผุ ๆ และโต๊ะตัวเล็ก

ธีร์เดินไปที่ตู้ เปิดออกดู พบกับชุดเสื้อผ้าเก่า ๆ สองสามชุด เขาหยิบเสื้อยืดและกางเกงขายาวออกมา เปลี่ยนจากผ้าห่มที่พันตัวอยู่ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้า ธีร์นั่งลงบนเตียง ความเหนื่อยล้าเริ่มครอบงำ แต่สมองยังคงวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา

เสียงลมพัดผ่านหน้าต่างทำให้เขาสะดุ้ง ธีร์ลุกขึ้นเดินไปดู มองออกไปในความมืด เขาเห็นเงาตะคุ่ม ๆ เคลื่อนไหวอยู่ไกล ๆ

หัวใจของเขาเต้นแรง “นั่นดุจดาวหรือเปล่า?” เขาพึมพำกับตัวเอง

แต่เงานั้นไม่ได้มุ่งมาที่กระท่อม มันเคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว หายเข้าไปในความมืด ธีร์ถอยห่างจากหน้าต่าง กลับไปนั่งบนเตียง เขาหยิบอุปกรณ์สื่อสารที่ดุจดาวให้มาขึ้นมาดู คิดจะติดต่อเธอ แต่แล้วก็ชะงัก

“เธอบอกให้ติดต่อถ้ามีอะไรผิดปกติ” เขาคิด “แต่นี่... มันผิดปกติพอหรือยัง?”

ธีร์วางอุปกรณ์ลง ล้มตัวลงนอน พยายามข่มตาหลับ แต่ภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัว

ทำไมเขาถึงถูกแช่แข็ง? ทำไมความทรงจำถึงถูกลบ? และที่สำคัญ... เขาเป็นใครกันแน่?

ความคิดเหล่านี้วนเวียนอยู่ในหัว จนกระทั่งความเหนื่อยล้าเอาชนะ ธีร์ค่อย ๆ หลับไป

เสียงประตูเปิดปลุกธีร์ให้ตื่นขึ้น เขาลุกพรวด มองไปที่ประตูด้วยความตื่นตระหนก ร่างของดุจดาวปรากฏขึ้น เธอดูเหนื่อยล้า เสื้อผ้ามีรอยขาดหลายจุด

“ดุจดาว!” ธีร์ลุกขึ้นเดินเข้าไปหา “เกิดอะไรขึ้น?”

ดุจดาวส่ายหน้า ปิดประตูลง “ไม่มีเวลาอธิบาย เราต้องไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้”

“ทำไม? มีอะไรเหรอ?” ธีร์ถามอย่างสับสน

ดุจดาวกำลังจะตอบ แต่จู่ ๆ ก็ชะงัก เธอหันไปมองออกไปนอกหน้าต่าง

“แย่แล้ว” เธอพึมพำ “พวกเขาตามมาทัน”

ธีร์มองตาม เห็นแสงไฟหลายดวงกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้

“ใครน่ะ?” เขาถาม น้ำเสียงสั่นเครือ

ดุจดาวหันมาสบตาธีร์ ดวงตาของเธอฉายแววกังวล

“คนที่ต้องการตัวคุณ” เธอตอบ “และพวกเขาพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ตัวคุณไป”

เสียงตะโกนดังมาแต่ไกล ตามด้วยเสียงสุนัขเห่าหอน

ดุจดาวคว้ามือธีร์ “ไปกันเถอะ เราต้องหนีให้พ้น”

ทั้งสองวิ่งออกจากกระท่อม มุ่งหน้าเข้าสู่ความมืดของป่า โดยไม่รู้เลยว่าอะไรรออยู่เบื้องหน้า และใครกันแน่ที่กำลังไล่ล่าพวกเขา...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปริศนาคลื่นความทรงจำ   บทที่ 9 การเปิดเผยความจริง (อวสาน)

    แสงสีแดงกะพริบไปทั่วห้อง เสียงไซเรนดังสนั่นหู ดุจดาวกวาดตามองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตระหนก หัวใจเต้นระรัว เหงื่อไหลซึมที่ขมับ“ทุกคนหลบ!” เสียงตะโกนของธีร์ดังขึ้น ก่อนที่เขาจะกระโจนเข้ามากอดร่างของเธอ ผลักให้ล้มลงกับพื้นเสียงระเบิดดังสนั่น ตามด้วยเศษซากกระจาย ไปทั่ว ดุจดาวรู้สึกถึงน้ำหนักของธีร์ที่ทับอยู่บนร่าง ปกป้องเธอจากแรงระเบิด“ธีร์!” เธอร้องเรียก “นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”ธีร์ค่อย ๆ ยกตัวขึ้น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด “ฉัน... ฉันไม่เป็นไร”ดุจดาวลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบ ๆ ห้อง เห็นอาทิตย์นอนหมดสติอยู่ไม่ไกล ส่วนดร.วิทยาหายไปไหนไม่รู้“อาจารย์!” เธอร้องเรียก วิ่งเข้าไปหาอาทิตย์ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น “ดุจดาว... ระวัง...” เขาพูดเสียงแผ่ว ก่อนจะหมดสติไปอีกครั้ง“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ธีร์ถามขณะที่เดินโซเซเข้ามาหาดุจดาวส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ แต่เราต้องออกไปจากที่นี่ให้ได้”ทันใดนั้น เสียงคำรามต่ำ ๆ ก็ดังมาจากด้านนอก ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ“นั่นมัน...” ธีร์พูดเสียงสั่น“Subject X” ดุจดาวต่อประโยค น้ำเสียงหวาดกลัวทั้งสองหันไปมองประตูห้องที่พังยับเยิน เห็นเงาดำทะมึนปรากฏขึ้

  • ปริศนาคลื่นความทรงจำ   บทที่ 8 ความทรงจำที่หวนคืน

    เสียงกิ่งไม้แห้งหักดังกรอบแกรบใต้ฝ่าเท้า ดุจดาวหอบหายใจหนัก พยุงร่างของธีร์ไว้ขณะที่ทั้งสามวิ่งลัดเลาะไปตามป่าทึบ แสงจันทร์ลอดผ่านยอดไม้ลงมาเป็นริ้ว ๆ ส่องให้เห็นเพียงเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่รายล้อม เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ดังก้องมาแต่ไกล ดุจดาวเหลียวมองไปทางนั้น เห็นลำแสงสาดส่องลงมาจากท้องฟ้า กวาดไปมาราวกับนักล่าที่กำลังตามหาเหยื่อ“เราต้องหาที่ซ่อนตัว” อาทิตย์กระซิบ “ถ้าออกมากลางแจ้งแบบนี้พวกเขาต้องเห็นเราแน่”ดุจดาวพยักหน้า กวาดตามองไปรอบ ๆ จนสายตาหยุดอยู่ที่โขดหินขนาดใหญ่ไม่ไกล“ตรงนั้น!” เธอชี้ไป “น่าจะมีถ้ำหรือซอกหินที่เราซ่อนตัวได้”ทั้งสามรีบมุ่งหน้าไปยังโขดหิน ดุจดาวรู้สึกถึงน้ำหนักของธีร์ที่พิงอยู่กับบ่าเธอ เขายังคงอ่อนแรงจากผลของการถ่ายโอนความทรงจำ“ไหวไหม?” เธอถามเบา ๆธีร์พยักหน้า “ไหว แต่หัวยังมึน ๆ อยู่ ความทรงจำมันยังสับสนไปหมด”เมื่อมาถึงโขดหิน พวกเขาก็พบช่องแคบที่พอจะลอดเข้าไปได้ อาทิตย์ลอดเข้าไปก่อน ตามด้วยดุจดาวที่ช่วยพยุงธีร์ภายในเป็นโพรงหินกว้างพอให้ทั้งสามนั่งได้สบาย ดุจดาวพาธีร์นั่งลงพิงผนัง ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งข้าง ๆ เขา เธอสูดหายใจลึก พยายามสงบจิตใจที่เต้นระรัว

  • ปริศนาคลื่นความทรงจำ   บทที่ 7 คลื่นแห่งความคลั่ง

    เสียงคลื่นซัดสาดกระทบโขดหินดังก้องในยามเช้าตรู่ ดุจดาวยืนนิ่งอยู่บนชายหาด สายตาจับจ้องไปยังเรือลำเล็กที่จอดอยู่ไม่ไกล ลมทะเลพัดแรงทำให้เรือนผมสีดำสนิทของเธอปลิวสะบัด เธอสูดลมหายใจลึก พยายามสงบจิตใจที่กำลังปั่นป่วน“เราต้องรีบแล้ว” เสียงของอาทิตย์ดังขึ้นจากด้านหลัง “เวลาของเรามีจำกัด”ดุจดาวพยักหน้า หันกลับไปมองอาจารย์ของเธอ อาทิตย์ยืนอยู่ข้างธีร์ ทั้งคู่สีหน้าเคร่งเครียด“ผมยังไม่แน่ใจว่าเราควรทำอย่างไรดี” ธีร์พูดขึ้น น้ำเสียงฉายแววกังวล “เราไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”อาทิตย์ยกมือขึ้นกดที่ขมับ “ตามรายงานล่าสุด มีคนจำนวนมากในเมืองใหญ่ทั่วโลกแสดงอาการผิดปกติ พวกเขาดูเหมือนถูกควบคุม เดินไปมาเหมือนซอมบี้ บางคนก็ทำร้ายคนรอบข้าง”“แย่กว่าที่คิด” ดุจดาวพึมพำ“ใช่” อาทิตย์พยักหน้า “และมันกำลังลุกลามไปเรื่อย ๆ เราต้องหยุดมันให้ได้ก่อนที่จะสายเกินไป”ทั้งสามเดินลงไปยังเรือ ธีร์กระโดดขึ้นไปก่อน ยื่นมือมาช่วยดุจดาวขึ้นตาม ขณะที่อาทิตย์สตาร์ทเครื่องยนต์เรือแล่นออกจากชายฝั่งอย่างรวดเร็ว ทิ้งเกาะลับไว้เบื้องหลัง ดุจดาวหันไปมองเกาะที่ค่อย ๆ เล็กลง นึกถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งผ่านพ้นไป

  • ปริศนาคลื่นความทรงจำ   บทที่ 6 สมรภูมิแห่งความจริง

    เสียงปืนดังสนั่นไปทั่วห้องใต้ดิน ควันปืนลอยคลุ้ง ผสมกับฝุ่นที่ฟุ้งกระจายจากการระเบิด ดุจดาวหลบอยู่หลังโต๊ะทำงานที่พลิกคว่ำ มือกระชับปืนแน่น เธอโผล่ศีรษะขึ้นมองสถานการณ์ เห็นทหารติดอาวุธหลายนายบุกเข้ามาในห้อง“ธีร์! อาจารย์! พวกคุณปลอดภัยใช่ไหม?” เธอตะโกนถาม“ไม่เป็นไร!” เสียงของธีร์ตอบกลับมาจากอีกฟากของห้อง“ฉันก็เช่นกัน!” อาทิตย์ตะโกนตอบ “แต่เราต้องป้องกันคอมพิวเตอร์ไว้ให้ได้!”ดุจดาวพยักหน้า แม้จะรู้ว่าทั้งสองคนไม่เห็น เธอหันไปมองคอมพิวเตอร์เครื่องหลักที่กำลังถ่ายโอนข้อมูลอยู่ แถบแสดงสถานะยังคงเคลื่อนที่ช้า ๆ'อีกไม่นาน' เธอคิด 'แค่ต้านไว้อีกนิด'ทันใดนั้น ระเบิดควันก็ถูกโยนเข้ามาในห้อง ควัน สีขาวพวยพุ่งออกมา ทำให้การมองเห็นเป็นไปได้ยาก“ระวัง!” อาทิตย์ตะโกนเตือน “อย่าสูดดมควัน!”ดุจดาวรีบปิดปากและจมูก พยายามกลั้นหายใจ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่วิ่งเข้ามาในห้อง เธอเล็งปืนไปตามเสียง ยิงออกไปสองนัดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้น ตามด้วยเสียงร่างล้มลงกับพื้น“เจ้าหน้าที่พิเศษดุจดาว” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น “เธอไม่มีทางชนะหรอก ยอมแพ้ซะ แล้วเราจะไม่ทำร้ายพวกเธอ”ดุจดาวกัดฟันแน่น ไม่ตอบโต

  • ปริศนาคลื่นความทรงจำ   บทที่ 5 ความจริงที่ถูกซ่อน

    ลมทะเลพัดแรง สาดละอองน้ำเค็มเข้าใส่ใบหน้าของดุจดาวและธีร์ที่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเรือ สายตาของทั้งคู่จับจ้องไปที่อาทิตย์ ซึ่งเพิ่งเรียกดุจดาวว่า “ลูกศิษย์”“คุณอาทิตย์ครับ” ธีร์เอ่ยขึ้น เสียงสั่นเครือ “ผมเคยเจอคุณมาก่อนงั้นเหรอ?”อาทิตย์หันมามองธีร์ ดวงตาคมกริบฉายแววประหลาด “แน่นอน ดร.ธีร์ เราเคยร่วมงานกันมาก่อน ในโครงการที่เปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง”ธีร์ขมวดคิ้ว พยายามนึกทบทวนความทรงจำที่เลือนราง “ผม... ผมจำไม่ได้”“ไม่แปลกหรอก” อาทิตย์พูดเสียงเรียบ “พวกเขาลบความทรงจำของคุณไปหมดแล้ว เพื่อปกปิดความจริง”ดุจดาวก้าวเข้ามาขวางระหว่างทั้งสอง “อาจารย์คะ ตอนนี้เรากำลังถูกไล่ล่า เราควรไปจากที่นี่ก่อนดีไหมคะ?”อาทิตย์พยักหน้า “เธอพูดถูก เราต้องออกห่างจากฝั่งให้มากที่สุด” เขาหันไปสั่งการลูกเรือ “เร่งเครื่อง! มุ่งหน้าไปทางตะวันออก”เรือแล่นฝ่าคลื่นลมออกสู่ทะเลเปิด ทิ้งชายฝั่งไว้เบื้องหลัง ดุจดาวและธีร์เดินตามอาทิตย์เข้าไปในห้องโดยสารภายในห้องเต็มไปด้วยอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ล้ำสมัย หน้าจอขนาดใหญ่แสดงแผนที่การเดินเรือและข้อมูลต่าง ๆ มากมาย อาทิตย์เดินไปที่ตู้เย็น หยิบขวดน้ำออกมาส่งให้ทั้งคู่“ดื่มซะ พวกเ

  • ปริศนาคลื่นความทรงจำ   บทที่ 4 เงาในความมืด

    เสียงหอนของสุนัขไล่ล่าดังก้องป่า ดุจดาวและธีร์วิ่งฝ่าความมืด กิ่งไม้เกี่ยวรั้งเสื้อผ้า แต่ไม่มีใครสนใจความเจ็บปวด สายตาจับจ้องไปข้างหน้า หูเงี่ยฟังเสียงไล่ล่าที่ดังใกล้เข้ามาทุกที“ทางนี้!” ดุจดาวตะโกน ดึงธีร์เลี้ยวซ้ายอย่างฉับพลันพวกเขาวิ่งลงเนินชัน ก้อนหินและดินร่วนทำให้การทรงตัวยากลำบาก ธีร์ลื่นล้ม ร่างกระเด็นกลิ้งลงไป ดุจดาวรีบวิ่งตามลงไป“คุณไม่เป็นไรนะ?” เธอถาม ช่วยธีร์ลุกขึ้นธีร์ส่ายหน้า ใบหน้ามีรอยถลอก “ไม่เป็นไร เราต้องรีบไป”เสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนดังใกล้เข้ามา แสงไฟฉายสาดส่องผ่านยอดไม้ดุจดาวกวาดตามองไปรอบ ๆ สายตาหยุดอยู่ที่ โขดหินขนาดใหญ่“ตามฉันมา”พวกเขาวิ่งไปที่โขดหิน ดุจดาวคลำหาช่องว่างระหว่างก้อนหิน“ช่วยฉันเลื่อนหินนี่หน่อย”ธีร์ช่วยออกแรง หินค่อย ๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นโพรงมืดด้านใน“เข้าไป เร็ว!”ทั้งสองรีบมุดเข้าไปในโพรง ดุจดาวเลื่อนหินกลับ ที่เดิม ปิดทางเข้าจนสนิท ความมืดมิดปกคลุมไปทั่ว ได้ยินเพียงเสียงหายใจหอบของทั้งคู่ กลิ่นอับชื้นโชยมา“ที่นี่ที่ไหน?” ธีร์กระซิบถาม“อุโมงค์ลับ” ดุจดาวตอบ “มันเชื่อมต่อกับระบบถ้ำใต้ดิน เราน่าจะปลอดภัยชั่วคราว”เสียงฝีเท้าแ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status