共有

กลัว

作者: 橙花
last update 公開日: 2026-05-01 05:30:35

ปู้จิงวิ่งตื๋อออกจากบ้านไปอย่างรวดเร็ว หลิวซื่อที่เพิ่งออกจากเรือนมายังไม่ทันได้คุยกับลูกสาวก็เห็นเพียงแต่หลังไว ๆ ของนางเท่านั้น

พี่สะใภ้มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหรือไม่เจ้าคะ” หลิวซื่อเดินไปหาเหวินซื่อที่กำลังเชือดหมูป่าอยู่

อืม… เจ้าเอาถังเลือดนี่ไปต้มแล้วค่อยนึ่งเก็บไว้ทำกินวันหลังนะ” เหวินซื่อชี้นิ้วไปยังถังขนาดใหญ่ที่นางนำออกมารองเลือดหมูป่าจำนวนมาก

ได้เจ้าค่ะ” หลิวซื่อพยักหน้ารับคำอย่างว่าง่าย ครอบครัวพวกนางมักจะแบ่งปันเหยื่อที่ล่ามาได้อยู่เสมอ แม้แต่เงินที่ขายเหยื่อได้ก็ถูกรวบรวมเก็บเอาไว้เป็นกองกลางกับแม่สามี มีเพียงเงินเล็กน้อยเท่านั้นที่แต่ละครอบครัวจะเก็บเอาไว้ใช้ส่วนตัว

ปู้จิงวิ่งขึ้นเขาไปไม่นานก็พบปู้ซานที่กำลังเหงื่อท่วมตัวจากการเร่งตัดท่อนไม้ให้เล็กลงเพื่อจะได้ลากกลับบ้านง่าย ๆ นางรีบเข้าไปช่วยมัดท่อนไม้อย่างรวดเร็ว

อ๊ะ! ท่านพ่อ ข้าออกแรงเยอะเกินไปจนไม้แตกแล้วเจ้าค่ะ” ปู้จิงหันไปบอกพ่อด้วยสีหน้าเศร้า นางหรือก็อุตส่าห์ออมแรงในการมัดแล้วนะ ไม่รู้ทำไมไม้พวกนี้ถึงได้เปราะบางขนาดนี้

เฮ้อ เจ้าวางเอาไว้เถอะ รอช่วยพ่อลากกลับบ้านก็แล้วกัน” ปู้ซานกลัวว่าหากปล่อยให้ลูกสาวเขามัดต่อไป ไม้พวกนี้คงได้กลายเป็นผุยผงแน่

เจ้าค่ะ” ปู้จิงพยักหน้าหงึกหงักอย่างน่ารัก นางรู้ดีว่างานเบา ๆ หลายอย่างตัวนางไม่สามารถช่วยเหลือพ่อกับแม่ได้ ตั้งแต่เด็กแล้วที่นางพยายามจะช่วย น่าเสียดายที่ทุกครั้งเป็นต้องทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าได้ช่วยเหลือ ปู้จิงจึงไม่คิดจะทำสิ่งใดเกินตัว

สามเค่อต่อมา ในที่สุดสองพ่อลูกก็ได้ลากไม้หลายท่อนลงจากเขาเสียที แน่นอนว่าปู้จิงลากไม้ท่อนใหญ่ที่ถูกมัดเอาไว้ได้อย่างสบาย ๆ นางฮัมเพลงเบา ๆ อย่างมีความสุขที่วันนี้ได้ทำประโยชน์ให้ครอบครัวหลายอย่าง เมื่อก่อนทุกคนเอาแต่บอกว่านางยังเด็ก ปู้จิงจึงไม่เคยได้ช่วยเหลือครอบครัวเลย มีเพียงป้าสะใภ้รองเท่านั้นที่ให้นางคอยเฝ้าดูน้องชายซึ่งอายุน้อยกว่านางสามปี โดยที่ปู้จิงคิดว่ามันเป็นงานที่น่าเบื่อมากสำหรับนาง

ท่านแม่ เหตุใดนางจึงลากไม้ใหญ่ขนาดนั้นได้ขอรับ” เด็กรุ่นราวคราวเดียวกับปู้จิงเดินมาเห็นนางกำลังลากไม้อยู่จึงเอ่ยถามกับมารดาที่เดินมาข้างกันทันที เขาเห็นใบหน้าน่ารักราวกับตุ๊กตากระเบื้องที่เคยเห็นในเมืองจึงอดสงสัยไม่ได้

เจ้าอย่าได้ทำให้นางไม่พอใจเชียวนะ ไม่อย่างนั้นเจ้าได้ถูกนางทำร้ายจนตายแน่ รีบกลับบ้านกับแม่เร็วเข้าเถอะ อย่ามัวแต่มองอยู่เลยน่า” มารดาของเด็กเห็นพลังอันมหาศาลของปู้จิงก็รีบตักเตือนลูกชายที่อ่อนแอของนางทันที

ข้าทราบแล้วขอรับท่านแม่ ข้าจะไม่เข้าใกล้นางเด็ดขาด” เด็กชายได้แต่รีบรับปากด้วยความหวาดกลัวเมื่อคิดว่านางจะทำร้ายเขาซึ่งตัวเล็กกว่าท่อนซุงของปู้จิงหลายเท่า

สายวันต่อมา ข่าวเรื่องปู้จิงก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งหมู่บ้าน บรรดาเด็กวัยเดียวกับนางต่างถูกพ่อแม่สั่งให้อยู่ห่างจากปู้จิง ด้วยพวกเขากลัวว่านางจะเผลอทำร้ายลูกของพวกเขา ข่าวลือถึงกับบอกว่าปู้จิงสามารถบี้พวกเขาให้กลายเป็นฝุ่นผงได้โดยใช้เพียงสองนิ้วเท่านั้น

บ้านปู้ที่กำลังยุ่งอยู่กับการตากเนื้อหมูป่าไม่รู้เลยว่าชาวบ้านเล่าลือเรื่องปู้จิงไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว กว่าพวกเขาจะรู้เรื่องเวลาก็ผ่านไปอีกหลายวันจนหาต้นตอคนปล่อยข่าวลือออกมาไม่ได้เสียแล้ว เรื่องนี้สร้างความวุ่นวายใจให้คนบ้านปู้ไม่น้อย

เฮ้อ เหตุใดจึงมีข่าวเช่นนี้ออกมาได้นะ แล้วหากปู้จิงโตขึ้นจะมีผู้ชายที่ไหนมาขอเล่า” จางซื่อได้แต่ทอดถอนหายใจเอ่ยขึ้นระหว่างมื้อเย็นในวันหนึ่ง

ท่านแม่อย่ากังวลไปเลยเจ้าค่ะ ข้าเชื่อว่ากว่าจะถึงวันนั้น ข่าวลือพวกนี้ก็คงหายไปแล้ว” หลิวซื่อยังคงมองโลกในแง่ดี หน้าตาลูกสาวนางออกจะน่ารักเสียขนาดนี้ ใครจะไม่ชอบบ้าง

ก็จริงนะเจ้าคะ น้องสะใภ้สามพูดถูก” เหวินซื่อพยักหน้าเห็นด้วยทันที นางมีหลานสาวแค่คนเดียวจึงทั้งรักทั้งทะนุถนอมปู้จิงมากมาตลอด ถึงแม้ต่อหน้าหลานสาว เหวินซื่อจะมีท่าทีเป็นดังสตรีเจ้าระเบียบมากแค่ไหน แต่เมื่อปู้จิงเอ่ยปากขอร้อง เหวินซื่อจะรีบทำให้ทันที

อืม… หวังว่าจะเป็นอย่างที่พวกเจ้าว่าล่ะนะ รีบกินเถอะ” จางซื่อได้แต่ต้องรอให้เวลาผ่านไปเสียก่อนค่อยมาคิดอีกครั้ง นางไม่ได้สนใจที่ลูกสะใภ้คนรองเอาแต่กินข้าวโดยไม่ออกความเห็น ปกติแล้วเหมยซื่อมักจะเป็นเช่นนี้อยู่แล้ว นางขี้เกียจแม้แต่จะคิดหรือพูดจา ขนาดเลี้ยงลูกชายนางเอง เหมยซื่อก็ยังพูดแทบจะนับคำได้เลย

บรรดาผู้ชายในบ้านไม่มีใครสนใจเรื่องเล็กน้อยเกี่ยวกับข่าวลือ พวกเขากลับคิดกันว่าหากมีข่าวเช่นนี้ก็ยิ่งดีที่หลานสาวสุดที่รักไม่เป็นที่หมายปองของเด็กชายอ่อนแอเหล่านั้น พวกเขาไม่คิดว่าจะมีใครเหมาะสมกับปู้จิงแม้สักคนเดียว เพราะคนในหมู่บ้านต่างรู้จักมักจี่กันมานานหลายสิบปีแล้ว บ้านไหนเป็นอย่างไรมีหรือที่พวกเขาจะไม่รู้

สัปดาห์ต่อมา

วันนี้ปู้จิงขึ้นเขาไปอีกลูกหนึ่งแทนการขึ้นเขาลูกเดิมที่นางได้หมูป่ามา ปู้ซานวันนี้ต้องไปช่วยพี่ใหญ่อย่างปู้กังตกปลา เขาจึงปล่อยให้ลูกสาวขึ้นเขาไปคนเดียว คนในบ้านปู้ไม่ใช่ไม่เป็นห่วงปู้จิง เพียงแต่พวกเขารู้ดีว่านางมีพลังมากแค่ไหน สัตว์ป่าธรรมดาไม่สามารถทำร้ายปู้จิงได้อย่างแน่นอน ทุกคนจึงอนุญาตให้ปู้จิงขึ้นเขาไปพร้อมมีดพร้าด้ามใหญ่คนเดียว นางยังไม่เคยฝึกยิงธนู เพราะไม่มีธนูใดสามารถรับแรงง้างของนางได้ ปู้จิงจึงต้องรอให้พ่อสะสมเงินไปสร้างธนูเหล็กกล้าให้นางสักคันหนึ่งเสียก่อน

ล้า..ลา..ลา..วันนี้จะมีตัวอะไรให้ข้าล่าหนอ เจ้าสัตว์ทั้งหลาย ออกมาเร็วเข้า” ปู้จิงร้องเพลงไปวิ่งไปอย่างร่าเริง นางมีโอกาสได้ออกมาคนเดียวทั้งที ปู้จิงจึงคิดจะล่าสัตว์ให้ได้สักหลายตัวเพื่อนำกลับบ้านไปให้ทุกคนได้ทำกินกัน

ป่าตีนเขาด้านนี้ไม่ค่อยมีสัตว์สักเท่าใดนัก ส่วนใหญ่ที่ปู้จิงเห็นก็เป็นพวกกระต่ายป่าซึ่งน่ารักจนนางล่าไม่ลงเลยทีเดียว ปู้จิงจึงตัดสินใจเดินลึกเข้าไปในภูเขาอีก

อืม… เหมือนว่าข้าจะเข้ามาลึกเกินไปหรือเปล่านะเนี่ย” ปู้จิงพึมพำขึ้นมาเมื่อเห็นว่ารอบตัวนางเงียบผิดปกติ

แซ่ก!! ควับ!! ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ! ตุ้บ!

วัวกระทิงตัวใหญ่ที่ไม่รู้มาจากที่ใดโผล่มาอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง พอปู้จิงเห็นเข้าก็ถึงกับตกใจไปอึดใจหนึ่ง แต่พอนางตั้งสติได้ ปู้จิงก็คว้ามีดพร้าจากตะกร้าสะพายหลังออกมาตั้งท่าเตรียมพร้อมรับมือกับวัวกระทิงตัวเขื่องตรงหน้าทันที

ด้วยสภาพร่างกายขั้นเทพของปู้จิง วัวกระทิงที่พยายามจะทำร้ายนางกลับพลาดท่าล้มลงเมื่อปู้จิงตวัดปลายมีดพร้าใส่ขาของมันเต็มแรง

มอ!! อูม! กรู!!!! ฟึดฟัด! ฟึดฟัด! เปรี้ยง!

ปู้จิงตวัดปลายมีดพร้าลงที่หัวของวัวอย่างแรงจนไม่นานมันก็แน่นิ่งไป นางหอบหายใจแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ปู้จิงไม่คิดว่าวัวกระทิงยักษ์ตัวนี้จะฆ่ายากเสียจริง ทำเอาปู้จิงต้องใช้เรี่ยวแรงไปไม่น้อยกว่าจะทำให้มันสงบนิ่งลงได้

แฮ่ก ๆ วัวตัวใหญ่ขนาดนี้น่าจะขายได้หลายตำลึง หากได้มากพอจะทำธนู ข้าจะได้หัดยิงกับท่านพ่อได้สักที” ปู้จิงพูดไปด้วยและใช้เชือกมัดวัวเอาไว้ไปด้วย

หนึ่งชั่วยามต่อมา ภาพปู้จิงที่กำลังลากวัวตัวใหญ่ยักษ์ก็ทำเอาคนในหมู่บ้านต่างกรูกันหลบหลีกทางให้นางเป็นพัลวัน พวกเขาเพิ่งเคยเห็นเด็กตัวเล็กขนาดนี้ลากวัวใหญ่กว่าตนเองเป็นครั้งแรก ยิ่งวันนี้ปู้จิงขึ้นเขาอีกลูกหนึ่งนางจึงต้องลากวัวผ่านหมู่บ้านและมีชาวบ้านต่างยืนดูนางเหมือนกับว่าปู้จิงเป็นตัวประหลาดแบบนี้แล้วก็ทำเอาปู้จิงอดทำสีหน้าบูดบึ้งขึ้นมาไม่ได้ นางออกจะเก่งขนาดล่าวัวมาได้ทั้งที แต่ชาวบ้านเหล่านี้กลับไม่มีใครชมนางสักคำ ปู้จิงได้แต่คิดว่าต้องรีบกลับบ้านไปให้ท่านปู่ท่านย่าชมคงดีกว่า นางจึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นจนฝุ่นตลบไปทั่วทางเดินในหมู่บ้านเต็มไปหมด

แค่ก ๆ เพ้ย! นังหนูนี่จะรีบไปที่ใดกัน ฝุ่นคลุ้งไปหมดแล้วเนี่ย” ชาวบ้านคนหนึ่งที่ผ่านมารีบร้องขึ้นแล้วเอามือปิดปากปิดจมูกป้องกันฝุ่นทันที

เจ้าจะเสียงดังทำไมกัน! หากนังหนูนั่นหันกลับมาเอาเรื่อง เจ้าซวยแน่” ชาวบ้านที่อยู่ใกล้รีบเอ่ยขัดขึ้นมาทันที ถึงแม้พวกเขาจะไม่เคยเห็นปู้จิงลงมือกับคนอื่นมาก่อน แต่ยังไงพวกเขาก็ต้องระมัดระวังตัวเองเอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ตำนาน

    “เหตุใดจึงไม่มีใครไปเล่า หรือที่นั่นมีสัตว์อันตรายอยู่” ปู้เซียวถามขึ้นบ้าง“ได้ข่าวว่าภูเขานั้นมีหมีดำตัวใหญ่อยู่น่ะขอรับ ข้าเองก็ยังไม่เคยขึ้นไปสูงมากนักจึงไม่รู้ว่าที่คนเขากล่าวขานมานั้นจริงหรือไม่” ชินอ๋องตอบอย่างที่ทราบมา“อืม… น่าสนใจ น่าสนใจ” ปู้จิงที่เคยฆ่าหมีดำเมื่อครั้งไปช่วยท่านปู่อดพูดขึ้นมาไม่ได้“อะไรของเจ้าน้องสาว เจ้าเป็นพระชายาแล้วนะยังจะขึ้นเขาอีกหรือ” ปู้ตี้อดปรามน้องไม่ได้“อ้าว ข้าเป็นพระชายาแล้วอย่างไรเล่าพี่รอง ข้าก็ยังชอบล่าสัตว์อยู่ดี ไม่รู้ล่ะ ยังไงข้าก็จะไปดูว่าที่นั่นมีหมีดำอยู่จริงหรือไม่” ปู้จิงกล่าวอย่างไม่สนใจท่าทีของชินอ๋องสามีแม้แต่น้อย“เอาล่ะ ๆ หากอยากไปก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ ถือว่าไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาดีไหม” จางซื่อได้แต่ต้องตามใจหลานสาวที่ถึงจะเป็นพระชายาแล้วก็ยังคงรักในอาชีพเก่าอยู่“เย้! ท่านย่าใจดีที่สุดเจ้าค่ะ” ปู้จิงวิ่งปรื๋อเข้าไปกอดร่างเล็กของจางซื่อ“เช่นนั้นอีกสองวันเราค่อยไปกันนะ ค้างคืนที่ภูเขาสักคืนหนึ่งค่อยกลับ” ปู้ซานเห็นว่าภูเขาที่กำลังจะไปนั้นไม่คุ้นเคย เขาจึงอยากพักอยู่ที่นั่นสักคืน“ได้สิ ให้ลูกสะใภ้อยู่จวนก็พอ พวกเราค่อยเตรียมกระโ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อลเวง

    ก่อนถึงฤกษ์รับตัวเจ้าสาวหนึ่งเค่อ ขบวนสินสอดยาวนับสิบลี้ของชินอ๋องก็เดินทางมาถึงหน้าจวนท่านหญิง พิธีรับตัวเป็นไปตามราชประเพณี กระทั่งปู้จิงขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเพื่อเดินทางไปทำพิธีต่อในวังหลวง บรรดาญาติสนิทมิตรสหายต่างก็ติดตามขบวนชินอ๋องไปด้วย ชาวเมืองที่มารอรับขบวนเสด็จตามข้างถนนต่างกล่าวอวยพรชินอ๋องกับพระชายาเสียงดังด้วยความชื่นชมยินดี พวกเขารู้ดีว่าพระชายาช่วยเหลือราชสำนักมากมายเพียงใด“พวกท่านรับขนมงานแต่งไปด้วยนะเจ้าคะ” บ่าวไพร่ในจวนท่านหญิงต่างถือตะกร้าขนมสำหรับงานมงคลเอาไว้คนละตะกร้าสองตะกร้าเพื่อแจกจ่ายชาวเมืองตามธรรมเนียม“ขอบคุณพวกท่านมาก” ชาวเมืองมากมายยิ้มกว้างออกมา ขนมเหล่านี้นับว่าเป็นเกียรติให้กับพวกเขาที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีกับชินอ๋องและพระชายายิ่งแล้ว ขบวนเสด็จใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็ไปถึงหน้าพระราชวัง ชินอ๋องลงจากหลังม้าและมาเปิดเกี้ยวเพื่อรับเจ้าสาวคนงามของพระองค์“จิงเอ๋อ ถึงแล้วล่ะ” ชินอ๋องยื่นมือเรียวยาวขาวผ่องไปให้ปู้จิงจับเอาไว้“อื้อ ข้าตื่นเต้นจังเลยอาหยวน” ปู้จิงยื่นมือเล็กออกมาแล้วกระซิบบอกชินอ๋อง“ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่ข้างเจ้า” ชินอ๋องกระซิบกลับและค่อย ๆ พาป

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อภิเษก

    ชินอ๋องนั่งสนทนากับครอบครัวปู้จิงจนถึงมื้อเที่ยง พระองค์ยังขอร่วมวงทานมื้อเที่ยงก่อนจะเดินทางกลับจวนอ๋องไปในช่วงบ่ายอย่างสบายใจ ชุดแต่งงานของชินอ๋องกับพระชายาจะมีคนในวังจัดการให้ตามธรรมเนียม งานอภิเษกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าถือว่าเป็นงานมงคลครั้งแรกหลังจากเกิดการกบฏขึ้นในเมืองหลวง ฮ่องเต้หลังจัดการกับพวกกบฏเสร็จสิ้น พระองค์ก็เริ่มพิจารณาความดีความชอบให้กับเหล่าจอมยุทธที่มาช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย รวมถึงครอบครัวปู้จิงที่สร้างคุณูปการด้วย“เจ้าว่าหากมอบตำแหน่งกั๋วกงให้ตระกูลปู้จะเหมาะสมหรือไม่” ฮ่องเต้หันไปตรัสกับขันทีประจำพระองค์ที่ยืนคอยรับใช้ไม่ห่าง“กระหม่อมคิดว่าเหมาะสมมากพะย่ะค่ะ อย่างไรเสียท่านหญิงก็กำลังจะแต่งเข้าราชวงศ์ด้วย หากครอบครัวนางได้รับยศตำแหน่งก็จะช่วยหนุนหลังท่านหญิงได้ด้วยพะย่ะค่ะ” ขันทีกุ่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาเคยพบท่านหญิงผู้น่ารักหลายครั้งจึงรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ยิ่งพอรู้ว่าท่านหญิงกับครอบครัวทุ่มเทกำลังจัดการกลุ่มกบฏจำนวนมากไปได้ เขาก็ยิ่งนับถือนางมากขึ้น“อืม… เช่นนั้นเราจะเขียนราชโองการให้ พรุ่งนี้เจ้าค่อยไปประกาศก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ตัดสินใจที่จะมอบตำแหน่งใหญ่ใ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฟ้าหลังฝน

    ที่หน้าคุกหลวง การต่อสู้ยังคงดุเดือดอยู่เมื่อปู้จิงกับเสือขาวไปถึง ทั้งสองเข้าร่วมวงต่อสู้ทันทีอย่างไม่เกรงกลัว กระทั่งหนึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดชินอ๋องกับเหล่าองครักษ์เงาก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือฮ่องเต้กับฮองเฮาออกมาได้เสียที“จิงเอ๋อ ข้าจะพาเสด็จพี่กับพี่สะใภ้ไปรักษาตัวที่วังหลวงก่อนนะ ฝากเจ้าจัดการพวกกบฏที่เหลือเหล่านี้ได้หรือไม่” ชินอ๋องทั้งเป็นห่วงพี่ชายและห่วงคู่หมั้น“ได้สิ ข้าจัดการเสร็จแล้วจะไปหาเจ้าในวังนะ” ปู้จิงยิ้มแป้นบอก นางเห็นอยู่ว่าสภาพของพี่ชายอาหยวนนั้นไม่ค่อยดีนัก“ขอบใจเจ้ามากนะ พวกเจ้าฟังคำสั่งท่านหญิงให้ดีเล่า” ชินอ๋องหันไปกำชับกองกำลังทหารที่ติดตามพระองค์มาตั้งแต่เข้าเมืองหลวงด้วยน้ำเสียงจริงจัง“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เหล่าทหารต่างร้องรับคำเสียงดัง พวกเขามีหรือจะกล้าไม่ฟังคำสั่งท่านหญิงสุดแกร่งกันเล่า ยิ่งสายตาเย็นชาของเสือขาวที่กวาดมองมาทางพวกเขาด้วยแล้ว ทุกคนถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างหวาดกลัว ปู้จิงมองส่งอาหยวนของนางไม่นาน ก่อนจะหันมาออกคำสั่งให้ทหารตรวจสอบคนที่ถูกขังในคุกหลวงอีกครั้ง หากเป็นขุนนางดีที่ถูกพวกกบฏขังก็ให้นำพวกเขาออกมา ส่วนถ้าเป็นคนร้า

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   บุกเมืองหลวง

    ปู้จิงใช้วิชาตัวเบาวิ่งเข้าใส่ประตูใหญ่ของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว นางชักกระบี่ออกมาปัดป้องลูกธนูมากมายที่ยิงเข้าใส่จากบนกำแพงเมืองอย่างสบาย ๆเปรี้ยง! ครืน!! โครม!!! ประตูที่ทุกคนคิดว่าแข็งแกร่งนักแข็งแกร่งหนาถูกปู้จิงเตะด้วยฝ่าเท้าน้อย ๆ เพียงครั้งเดียวก็ล้มครืนลงไปด้านในเมืองหลวงทันที ทหารกบฏที่อยู่ด้านในถูกประตูไม้ขนาดใหญ่ทับต่างก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด พวกเขากำลังซุ่มรอให้คนของชินอ๋องพังประตูเข้ามาจะได้ลอบจัดการได้โดยละม่อม แต่ใครจะคิดเล่าว่าปู้จิงเพียงคนเดียวจะจัดการประตูเสียผิดแผนของพวกเขาไปหมด“บัดซบ!!! พวกเจ้ามัวทำอันใดอยู่ รีบลงไปจัดการมันสิ” แม่ทัพอู๋เถี่ยตวาดนักฆ่าเงาและแม่เฒ่าพิษที่ยังคงยืนงงกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ด้วยความโกรธ สองคนนี้ถูกเสนาบดีซ้ายจ่ายเงินจำนวนมากให้มาช่วยก่อการกบฏ แต่พวกเขากลับไม่ค่อยได้ทำประโยชน์อะไรนัก เมื่อแม่เฒ่าพิษและนักฆ่าเงาได้สติ พวกเขาก็หายวับไปจากกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว และลงไปยืนประจัญหน้ากับปู้จิงที่ตอนนี้กำลังเหยียบย่ำประตูใหญ่ที่พังลงอย่างเมามัน“ตายซะเถอะนังเด็กปีศาจ!” แม่เฒ่าพิษยังจำความทรมานเมื่อครั้งลองยาพิษที่เคยใส่ให้ปู้จิงได้เข้ากร

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ข่าวร้าย

    งานเลี้ยงคืนนั้นดำเนินยาวไปจนถึงยามจื่อ ปู้จิงที่กินอิ่มจนท้องแทบแตกแยกตัวกลับไปนอนในกระโจมกับเสือขาวก่อนหน้านี้แล้ว นางเพิ่งรู้ว่าการทำศึกเหนื่อยมากก็วันนี้นี่แหละ เพราะเรี่ยวแรงที่มหาศาลของนางแทบจะหมดสิ้นจากการกรำศึกครานี้ พอปู้จิงหัวถึงหมอนนางก็หลับไม่รู้เรื่องจนกระทั่งตื่นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงสายมากแล้ว“อื้อ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เหตุใดจึงได้เสียงดังวุ่นวายเช่นนี้” ปู้จิงเอาผ้าห่มคลุมหัวอย่างรำคาญ นางไม่รู้ว่านอกกระโจมเกิดสิ่งใด แต่ได้ยินเสียงของคนหลายคนดังเข้ามาในกระโจมของนาง ที่กระโจมของชินอ๋องนั้นวุ่นวายกันตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เพราะองครักษ์เงาของฮ่องเต้ที่มีบาดแผลทั่วตัวมาขอเข้าพบและรายงานให้ชินอ๋องทราบว่ากองทัพกบฏยึดครองเมืองหลวงไปได้นานถึงครึ่งเดือนแล้ว อีกทั้งพวกมันยังจับฝ่าบาทและฮองเฮาเอาไว้ด้วย เขาถูกสหายช่วยให้หลบหนีออกมาส่งข่าวได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็บาดเจ็บไม่น้อย เมื่อรายงานเรื่องราวจบลง องครักษ์เงาก็สลบเหมือดไปจากความเหนื่อยล้า“พวกเจ้าไปบอกคนอื่น ๆ ให้รีบเตรียมตัวเสีย เก็บของเสร็จเราจะออกเดินทางกลับเมืองหลวงทันที ครั้งนี้อาจไม่มีเวลาให้ทุกคนพักผ่อนมากนัก เรากลัวว่าหากไปช้าเ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ขายสมุนไพรอีกครั้ง

    หลังจากขายเนื้อเสร็จ ลานบ้านปู้ก็เงียบสงบลงเสียที ปู้จิงเข้าเรือนไปนั่งกินมื้อเที่ยงด้วยความหิวจัด อาหยวนเองก็เตรียมอาหารมาไว้ให้นางจนแทบจะล้นโต๊ะ&ldq

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฝึกวิชา

    “ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่กับทุกคนด้วยนะเจ้าคะที่ช่วยปู้จิง” หลิวซื่อยิ้มกว้างบอก นางดีใจที่เห็นว่าทุกคนในบ้านต่างมีใจอยากช่วยเหลือลูกสาวของนาง&l

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   แก้มือ

    หลังจากการแข่งขันผ่านไป ตระกูลจิ่วก็ไม่มีใครมาล่าสัตว์บริเวณที่พวกเขาพนันกันเอาไว้อีกเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือน แต่วันนี้จิ่วฟูที่เพิ่งสร้างกับดักมาใหม่หล

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   เปลี่ยนไป

    หลังจากเกิดเรื่องตอนให้ถุงหอมครั้งก่อน พอปู้จิงไปที่เมืองกลับพบว่าซวนหยงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้นางเสียแล้ว วันหนึ่งปู้จิงอดรนทนไม่ไหวจึงไปดักรอที่หน

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status