Share

ขายวัว

Author: 橙花
last update publish date: 2026-05-02 05:30:04

เสียงชาวบ้านหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ปู้จิงดังไปทั่วบริเวณ ดีที่ปู้จิงไม่คิดจะสนใจเสียงน่ารำคาญเหล่านั้น นางรีบตรงดิ่งกลับบ้านที่ท้ายหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

ท่านปู่! ท่านย่า! ข้ากลับมาแล้ว” ปู้จิงลากวัวตัวเขื่องเข้าไปทิ้งไว้ในลานบ้านใหญ่พร้อมรอยยิ้มกว้าง นางอยากได้คำชมจากคนในครอบครัวเร็ว ๆ

อั้ยหยา! หลานรักของย่า เจ้าเอาของดีมาให้พวกเราอีกแล้ว เก่งมากหลานรัก” จางซื่อรีบออกจากเรือนมาดูปู้จิง พอเห็นวัวกระทิงตัวใหญ่เข้าก็อดแย้มรอยยิ้มชราออกมาไม่ได้

ท่านปู่ไม่ออกมาด้วยเหรอเจ้าคะท่านย่า” ปู้จิงถามถึงปู้ถิงที่ระยะหลังมานี่มักหลงลืมบ่อย ๆ ขนาดเขาเห็นปู้จิงแท้ ๆ แต่กลับคิดว่านางเป็นสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่งเสียอย่างนั้น หลายครั้งทำเอาคนในครอบครัวต่างปวดหัวไม่น้อยกับความหลงลืมของปู้ถิง

ปล่อยให้เขานอนไปเถอะ หากให้ออกมาข้างนอก ย่ากลัวว่าปู่เจ้าจะเดินออกนอกบ้านอีกจนต้องวุ่นวายตามหากันเปล่า ๆ” จางซื่อบอกอย่างระอา นางเหนื่อยไม่น้อยกับการดูแลสามี

ท่านย่าเจ้าคะ วัวตัวนี้หากขายจะได้สักกี่ตำลึงหรือ? ข้าอยากได้เงินมาให้ท่านพ่อไปสั่งทำธนูเหล็กให้ข้าสักอันน่ะเจ้าค่ะ” ปู้จิงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา นางอยากหัดยิงธนูจริง ๆ

วัวตัวใหญ่ขนาดนี้น่าจะได้สักห้าสิบตำลึงกระมัง เจ้าอยากได้ธนูเหล็กทำไมไม่บอกย่าแต่แรกเล่าหลานรัก ย่าจะเอาเงินให้พ่อเจ้าไปสั่งทำให้เอง เจ้าจะได้ไม่ต้องลำบากออกไปล่าสัตว์” จางซื่อเห็นร่างเล็ก ๆ ของหลานสาวก็อดสงสารไม่ได้ หลานสาวนางตัวแค่นี้เองแต่กลับต้องหาเงินจำนวนมากเพื่อธนูเหล็กแค่คันเดียว

ข้าอยากหาเงินเองเจ้าค่ะท่านย่า ข้าโตแล้วนะเจ้าคะ” ปู้จิงพยายามยืดอกให้รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่จริง ๆ ท่าทางของนางทำเอาจางซื่ออดเดินเข้าไปรวบร่างเล็กมากอดอย่างเอ็นดูไม่ได้

ในเมื่อเจ้าอยากขายวัวตัวนี้ ย่าก็จะให้พี่ชายเจ้าเอาไปขายในเมืองให้นะ เจ้าเข้าไปกินขนมรอกับแม่เจ้าก่อนก็ได้ น่าจะอีกพักใหญ่กว่าที่พวกเขาจะจัดการให้เจ้าเสร็จ” จางซื่อเดาเวลาที่ต้องไปกลับในเมือง นางรู้ดีว่าหากใช้เกวียนวัวเดินทางก็คงต้องใช้เวลานานกว่าหนึ่งชั่วยาม

ได้เจ้าค่ะ ข้าจะไปรอพวกพี่ชายที่เรือนนะเจ้าคะ ขอบคุณท่านย่า” ปู้จิงย่อกายคารวะอย่างน่ารัก ถึงนางจะมีพลังช้างสาร แต่เรื่องมารยาทพวกนี้ ปู้จิงก็ได้รับการสั่งสอนจากคนในครอบครัวมาเป็นอย่างดี อีกทั้งมีป้าสะใภ้ใหญ่เจ้าระเบียบคอยจ้ำจี้จ้ำไชด้วย ปู้จิงจึงไม่ละเลย

ท่านแม่! ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะ” ปู้จิงเดินเข้าเรือนไปก็ร้องเรียกแม่ของนางทันที

ได้สิ่งใดมาให้ท่านย่าอีกเล่า แม่ได้ยินเสียงอยู่แต่ไม่่ว่างออกไปดู” หลิวซื่อกำลังเย็บเสื้อผ้าให้ลูกสาวนางซึ่งกำลังอยู่ในวัยเติบโต

วันนี้ข้าได้วัวกระทิงตัวใหญ่มาเจ้าค่ะ ท่านย่าบอกว่าจะให้พวกพี่ชายเอาไปขายให้ข้า” ปู้จิงจิบชาบนโต๊ะแล้วแกว่งขาเล็ก ๆ ตอบอย่างร่าเริง

ลูกจะเอาเงินไปทำสิ่งใดกัน เหตุใดจึงได้ขายวัวไปหมดเล่า” หลิวซื่อถามอย่างสงสัย บ้านนางเป็นนายพรานมาหลายปี เงินกองกลางจึงมีอยู่ไม่น้อย หากคนในบ้านต้องการใช้เงินก็แค่ไปขอจากแม่สามีนางก็ได้แล้ว

ข้าจะให้ท่านพ่อสั่งทำธนูเหล็กให้เจ้าค่ะ” ปู้จิงบอกไปตามตรง นางรู้ดีว่าแม่ของนางเองก็เก่งมากในการยิงธนู เพียงแต่หลังแต่งงานเข้าบ้านปู้ หลิวซื่อก็ไม่ค่อยได้ออกไปล่าสัตว์นานแล้ว

อืม… หากเจ้าอยากได้แค่บอกแม่ก็ได้แล้ว จะต้องยุ่งยากขึ้นเขาไปล่าสัตว์ทำไมกัน” หลิวซื่ออยากให้ลูกสาวอยู่บ้านเรียนมารยาทกับพี่สะใภ้ใหญ่มากกว่า

ข้าอยากหาเงินเองนี่เจ้าคะท่านแม่ ข้าโตแล้วนะ จะให้เอาแต่ขอเงินพวกท่านได้ยังไง” ปู้จิงตัวน้อยส่ายหัวอย่างน่ารัก ทำเอาหลิวซื่ออดยิ้มออกมาไม่ได้

เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า รอธนูเจ้าได้มาก่อน แม่จะให้พ่อเจ้าสอนยิงธนูให้นะ” หลิวซื่อบอกพร้อมรอยยิ้มกว้าง นางไม่ได้กังวลเรื่องความปลอดภัยของปู้จิงนานแล้วตั้งแต่ที่ปู้จิงตบหมูป่าตายด้วยฝ่ามือเดียว ทุกคนในบ้านปู้จึงรู้ว่าปู้จิงแข็งแกร่งมากแค่ไหนทั้งที่อายุยังน้อย

ปู้ต้านกับปู้ตี้พอได้รับคำสั่งจากจางซื่อ ทั้งสองก็พากันลากเกวียนวัวของบ้านออกมา ก่อนจะช่วยกันยกวัวขึ้นเกวียนไปอย่างทุลักทุเล พวกเขาแข็งแกร่งกว่าเด็กวัยเดียวกันก็จริงอยู่ แต่ยังไงทั้งสองก็ไม่ได้แข็งแกร่งเท่ากับปู้จิงจอมพลังอยู่ดี

พวกเจ้ารีบไปรีบกลับเล่า อย่ามัวแต่เถลไถลอยู่ในเมือง” เหวินซื่อกำชับลูกชายทั้งสอง

ทราบแล้วขอรับท่านแม่” ทั้งสองรีบรับคำพร้อมกัน พวกเขาเคยเอาเหยื่อเข้าไปขายให้พ่อกับท่านอาทั้งสองอยู่บ่อยครั้ง หากไม่ติดว่าแม่พวกเขาอยากให้เรียนหนังสือแล้วล่ะก็ พวกเขาก็คงแย่งกันขึ้นเขาไปล่าสัตว์นานแล้ว

ไป ไป รีบไปได้แล้ว น้องสาวเจ้ายังรอเงินของนางอยู่” เหวินซื่อโบกมือไล่ลูกชายตัวเหม็นทั้งสองของนาง เหวินซื่อชอบปู้จิงผู้น่ารักมากกว่าลูกชายจอมเปิ่นของนางเสียอีก

ค่ำวันนั้น บ้านปู้ต่างรวมตัวกินข้าวอย่างชื่นมื่น เมื่อวัวของปู้จิงขายได้ราคาสูงถึงแปดสิบตำลึงอย่างไม่น่าเชื่อ คงเพราะวัวกระทิงหายากมากกระมัง ทำให้ราคาตลาดสูงขนาดนี้

อาซาน พรุ่งนี้เจ้าก็เข้าเมืองไปสั่งทำคันธนูกับลูกธนูให้ปู้จิงด้วยเล่า” จางซื่อบอกลูกชายที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่โต๊ะข้าง ๆ กัน บ้านปู้แยกโต๊ะชายหญิงเวลากินอาหารมานานแล้ว

ขอรับท่านแม่ ข้าจะจัดการให้ลูกเอง” ปู้ซานผู้เชื่อฟังพยักหน้าทันที

ท่านแม่ พรุ่งนี้ข้าขึ้นเขาอีกได้ไหมเจ้าคะ” ปู้จิงไม่อยากอยู่บ้านเฉย ๆ นางไม่สามารถเรียนรู้เรื่องเย็บปักถักร้อยจากแม่ได้ รวมถึงการทำงานบ้านต่าง ๆ ปู้จิงก็ไม่อาจทำได้ เพราะพลังอันมหาศาลของนางทำให้การทำเรื่องเบาแรงเหล่านี้เป็นเรื่องยากสำหรับนางมาก

เฮ้อ เหตุใดไม่พักผ่อนอยู่บ้านดี ๆ เล่า ป้าสอนเจ้าเรื่องมารยาทได้นะลูก” เหวินซื่ออยากให้หลานสาวมาเรียนกับนางบ้าง เพราะเหวินซื่อเริ่มเบื่อการสอนลูกชายทั้งสองแล้ว

ข้าคงเรียนไม่ไหวหรอกเจ้าค่ะท่านป้า” ปู้จิงเคยลองไปเรียนกับป้าสะใภ้นางครั้งหนึ่งจึงรู้สึกเข็ดขยาดและไม่อยากเรียนอีก ก็ใครใช้ให้ท่านป้านางสอนเดินนวยนาถอย่างช้า ๆ ราวหอยทากกันเล่า อีกทั้งยังต้องส่ายสะโพกไปมาราวกับหนอนบุ้งอีก ปู้จิงคิดแล้วก็อดขนลุกไม่ได้

เอาล่ะ ๆ ในเมื่อปู้จิงไม่อยากเรียนก็อย่าบังคับนางเลยน่า ปล่อยหลานทำตามที่นางต้องการเถอะ ยังไงบนเขาก็ไม่ได้อันตรายอะไรสำหรับนางอยู่แล้ว” จางซื่อกล่าวช่วยหลานสาวนาง

เช้าวันต่อมา แต่ละคนในบ้านปู้ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ปู้ซานเข้าเมืองโดยใช้วิชาตัวเบาแทนการนั่งเกวียนวัว เขาต้องรีบไปสั่งทำธนูให้ลูกสาวสุดที่รักก่อน

ปู้จิงวันนี้ก็สะพายตะกร้าและถือมีดพร้าประจำตัวเดินออกจากบ้านไปอย่างร่าเริงไม่ต่างจากเมื่อวานนี้ นางยังคงเลือกไปภูเขาลูกเมื่อวานอีกครั้งหนึ่ง ปู้จิงคิดว่าเขาลูกนั้นน่าจะมีสัตว์ป่าให้นางล่ามากกว่าภูเขาหลังบ้านนาง

สัปดาห์ต่อมา

ธนูของปู้จิงมีขนาดใหญ่เท่าความสูงของนาง เพราะปู้ซานคิดว่าหากลูกสาวโตขึ้นจะได้ไม่ต้องสั่งทำคันธนูใหม่ให้ยุ่งยาก อีกทั้งพลังของลูกสาวเขาก็มากมายมหาศาลด้วย หากเขาเลือกสั่งทำคันธนูเล็ก ๆ มีหวังมันคงพังตั้งแต่นางเริ่มง้างเป็นแน่

เจ้าทำตามที่พ่อสอนลองดู เล็งดี ๆ เล่า” ปู้ซานที่สอนพื้นฐานให้ลูกสาวอยู่นานเอ่ยขึ้น เขาอยากรู้ว่าลูกสาวยิงแม่นหรือไม่ในการลองยิงครั้งแรก

เจ้าค่ะท่านพ่อ” ปู้จิงตั้งท่าแล้วเล็งยิงออกไป เสียงลูกธนูแหวกฝ่าอากาศดังขึ้นไม่นาน ลูกธนูของปู้จิงก็ทะลุต้นไม้ซึ่งเป็นเป้าของนางไปยังต้นไม้ต้นอื่นอีกหลานต้น ปู้จิงที่เป็นคนยิงได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างยุ่งยากใจ นางคิดว่าใช้แรงน้อยแล้วนะ แต่ไม่คิดว่าลูกธนูของนางจะสามารถยิงทะลุต้นไม้ได้หลายต้นขนาดนี้ ยังดีที่ต้นไม้เหล่านั้นไม่ขาดครึ่งลงมาเสียก่อน

ปู้จิง ลูกเบาแรงลงหน่อยนะ ไม่อย่างนั้นเจ้าคงต้องวิ่งไปเก็บลูกธนูไกลแน่” ปู้ซานบอกลูกสาวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีกับพลังของนาง

ได้เจ้าค่ะท่านพ่อ เช่นนั้นข้าของลองยิงดูอีกดอกนะเจ้าคะ” ปู้จิงทำได้แค่ทดลองอีกครั้งและครั้งนี้นางกดพลังของตนเอาไว้มากกว่าครึ่ง

ฟิ้ว! ฉึก! ผลั๊วะ! ฉึก! ผลั๊วะ! ฉึก! ผลั๊วะ!

อืม… ไม่เลว ไม่เลว ทะลุไปแค่สามต้นก็ถือว่าใช้ได้แล้วล่ะ” ปู้ซานเอ่ยให้กำลังใจลูกสาวที่เพิ่งหัดยิงเป็นครั้งแรก เขาไม่ได้คาดหวังเรื่องความแม่นยำอะไรแต่แรก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ตำนาน

    “เหตุใดจึงไม่มีใครไปเล่า หรือที่นั่นมีสัตว์อันตรายอยู่” ปู้เซียวถามขึ้นบ้าง“ได้ข่าวว่าภูเขานั้นมีหมีดำตัวใหญ่อยู่น่ะขอรับ ข้าเองก็ยังไม่เคยขึ้นไปสูงมากนักจึงไม่รู้ว่าที่คนเขากล่าวขานมานั้นจริงหรือไม่” ชินอ๋องตอบอย่างที่ทราบมา“อืม… น่าสนใจ น่าสนใจ” ปู้จิงที่เคยฆ่าหมีดำเมื่อครั้งไปช่วยท่านปู่อดพูดขึ้นมาไม่ได้“อะไรของเจ้าน้องสาว เจ้าเป็นพระชายาแล้วนะยังจะขึ้นเขาอีกหรือ” ปู้ตี้อดปรามน้องไม่ได้“อ้าว ข้าเป็นพระชายาแล้วอย่างไรเล่าพี่รอง ข้าก็ยังชอบล่าสัตว์อยู่ดี ไม่รู้ล่ะ ยังไงข้าก็จะไปดูว่าที่นั่นมีหมีดำอยู่จริงหรือไม่” ปู้จิงกล่าวอย่างไม่สนใจท่าทีของชินอ๋องสามีแม้แต่น้อย“เอาล่ะ ๆ หากอยากไปก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ ถือว่าไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาดีไหม” จางซื่อได้แต่ต้องตามใจหลานสาวที่ถึงจะเป็นพระชายาแล้วก็ยังคงรักในอาชีพเก่าอยู่“เย้! ท่านย่าใจดีที่สุดเจ้าค่ะ” ปู้จิงวิ่งปรื๋อเข้าไปกอดร่างเล็กของจางซื่อ“เช่นนั้นอีกสองวันเราค่อยไปกันนะ ค้างคืนที่ภูเขาสักคืนหนึ่งค่อยกลับ” ปู้ซานเห็นว่าภูเขาที่กำลังจะไปนั้นไม่คุ้นเคย เขาจึงอยากพักอยู่ที่นั่นสักคืน“ได้สิ ให้ลูกสะใภ้อยู่จวนก็พอ พวกเราค่อยเตรียมกระโ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อลเวง

    ก่อนถึงฤกษ์รับตัวเจ้าสาวหนึ่งเค่อ ขบวนสินสอดยาวนับสิบลี้ของชินอ๋องก็เดินทางมาถึงหน้าจวนท่านหญิง พิธีรับตัวเป็นไปตามราชประเพณี กระทั่งปู้จิงขึ้นเกี้ยวเจ้าสาวเพื่อเดินทางไปทำพิธีต่อในวังหลวง บรรดาญาติสนิทมิตรสหายต่างก็ติดตามขบวนชินอ๋องไปด้วย ชาวเมืองที่มารอรับขบวนเสด็จตามข้างถนนต่างกล่าวอวยพรชินอ๋องกับพระชายาเสียงดังด้วยความชื่นชมยินดี พวกเขารู้ดีว่าพระชายาช่วยเหลือราชสำนักมากมายเพียงใด“พวกท่านรับขนมงานแต่งไปด้วยนะเจ้าคะ” บ่าวไพร่ในจวนท่านหญิงต่างถือตะกร้าขนมสำหรับงานมงคลเอาไว้คนละตะกร้าสองตะกร้าเพื่อแจกจ่ายชาวเมืองตามธรรมเนียม“ขอบคุณพวกท่านมาก” ชาวเมืองมากมายยิ้มกว้างออกมา ขนมเหล่านี้นับว่าเป็นเกียรติให้กับพวกเขาที่ได้มาร่วมแสดงความยินดีกับชินอ๋องและพระชายายิ่งแล้ว ขบวนเสด็จใช้เวลาไม่ถึงสองเค่อก็ไปถึงหน้าพระราชวัง ชินอ๋องลงจากหลังม้าและมาเปิดเกี้ยวเพื่อรับเจ้าสาวคนงามของพระองค์“จิงเอ๋อ ถึงแล้วล่ะ” ชินอ๋องยื่นมือเรียวยาวขาวผ่องไปให้ปู้จิงจับเอาไว้“อื้อ ข้าตื่นเต้นจังเลยอาหยวน” ปู้จิงยื่นมือเล็กออกมาแล้วกระซิบบอกชินอ๋อง“ไม่ต้องกลัวนะ ข้าอยู่ข้างเจ้า” ชินอ๋องกระซิบกลับและค่อย ๆ พาป

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   อภิเษก

    ชินอ๋องนั่งสนทนากับครอบครัวปู้จิงจนถึงมื้อเที่ยง พระองค์ยังขอร่วมวงทานมื้อเที่ยงก่อนจะเดินทางกลับจวนอ๋องไปในช่วงบ่ายอย่างสบายใจ ชุดแต่งงานของชินอ๋องกับพระชายาจะมีคนในวังจัดการให้ตามธรรมเนียม งานอภิเษกในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าถือว่าเป็นงานมงคลครั้งแรกหลังจากเกิดการกบฏขึ้นในเมืองหลวง ฮ่องเต้หลังจัดการกับพวกกบฏเสร็จสิ้น พระองค์ก็เริ่มพิจารณาความดีความชอบให้กับเหล่าจอมยุทธที่มาช่วยเหลือในครั้งนี้ด้วย รวมถึงครอบครัวปู้จิงที่สร้างคุณูปการด้วย“เจ้าว่าหากมอบตำแหน่งกั๋วกงให้ตระกูลปู้จะเหมาะสมหรือไม่” ฮ่องเต้หันไปตรัสกับขันทีประจำพระองค์ที่ยืนคอยรับใช้ไม่ห่าง“กระหม่อมคิดว่าเหมาะสมมากพะย่ะค่ะ อย่างไรเสียท่านหญิงก็กำลังจะแต่งเข้าราชวงศ์ด้วย หากครอบครัวนางได้รับยศตำแหน่งก็จะช่วยหนุนหลังท่านหญิงได้ด้วยพะย่ะค่ะ” ขันทีกุ่ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มกว้าง เขาเคยพบท่านหญิงผู้น่ารักหลายครั้งจึงรู้สึกเอ็นดูไม่น้อย ยิ่งพอรู้ว่าท่านหญิงกับครอบครัวทุ่มเทกำลังจัดการกลุ่มกบฏจำนวนมากไปได้ เขาก็ยิ่งนับถือนางมากขึ้น“อืม… เช่นนั้นเราจะเขียนราชโองการให้ พรุ่งนี้เจ้าค่อยไปประกาศก็แล้วกัน” ฮ่องเต้ตัดสินใจที่จะมอบตำแหน่งใหญ่ใ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฟ้าหลังฝน

    ที่หน้าคุกหลวง การต่อสู้ยังคงดุเดือดอยู่เมื่อปู้จิงกับเสือขาวไปถึง ทั้งสองเข้าร่วมวงต่อสู้ทันทีอย่างไม่เกรงกลัว กระทั่งหนึ่งชั่วยามต่อมา ในที่สุดชินอ๋องกับเหล่าองครักษ์เงาก็สามารถเข้าไปช่วยเหลือฮ่องเต้กับฮองเฮาออกมาได้เสียที“จิงเอ๋อ ข้าจะพาเสด็จพี่กับพี่สะใภ้ไปรักษาตัวที่วังหลวงก่อนนะ ฝากเจ้าจัดการพวกกบฏที่เหลือเหล่านี้ได้หรือไม่” ชินอ๋องทั้งเป็นห่วงพี่ชายและห่วงคู่หมั้น“ได้สิ ข้าจัดการเสร็จแล้วจะไปหาเจ้าในวังนะ” ปู้จิงยิ้มแป้นบอก นางเห็นอยู่ว่าสภาพของพี่ชายอาหยวนนั้นไม่ค่อยดีนัก“ขอบใจเจ้ามากนะ พวกเจ้าฟังคำสั่งท่านหญิงให้ดีเล่า” ชินอ๋องหันไปกำชับกองกำลังทหารที่ติดตามพระองค์มาตั้งแต่เข้าเมืองหลวงด้วยน้ำเสียงจริงจัง“กระหม่อมรับบัญชาพะย่ะค่ะท่านอ๋อง” เหล่าทหารต่างร้องรับคำเสียงดัง พวกเขามีหรือจะกล้าไม่ฟังคำสั่งท่านหญิงสุดแกร่งกันเล่า ยิ่งสายตาเย็นชาของเสือขาวที่กวาดมองมาทางพวกเขาด้วยแล้ว ทุกคนถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างหวาดกลัว ปู้จิงมองส่งอาหยวนของนางไม่นาน ก่อนจะหันมาออกคำสั่งให้ทหารตรวจสอบคนที่ถูกขังในคุกหลวงอีกครั้ง หากเป็นขุนนางดีที่ถูกพวกกบฏขังก็ให้นำพวกเขาออกมา ส่วนถ้าเป็นคนร้า

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   บุกเมืองหลวง

    ปู้จิงใช้วิชาตัวเบาวิ่งเข้าใส่ประตูใหญ่ของเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว นางชักกระบี่ออกมาปัดป้องลูกธนูมากมายที่ยิงเข้าใส่จากบนกำแพงเมืองอย่างสบาย ๆเปรี้ยง! ครืน!! โครม!!! ประตูที่ทุกคนคิดว่าแข็งแกร่งนักแข็งแกร่งหนาถูกปู้จิงเตะด้วยฝ่าเท้าน้อย ๆ เพียงครั้งเดียวก็ล้มครืนลงไปด้านในเมืองหลวงทันที ทหารกบฏที่อยู่ด้านในถูกประตูไม้ขนาดใหญ่ทับต่างก็ร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด พวกเขากำลังซุ่มรอให้คนของชินอ๋องพังประตูเข้ามาจะได้ลอบจัดการได้โดยละม่อม แต่ใครจะคิดเล่าว่าปู้จิงเพียงคนเดียวจะจัดการประตูเสียผิดแผนของพวกเขาไปหมด“บัดซบ!!! พวกเจ้ามัวทำอันใดอยู่ รีบลงไปจัดการมันสิ” แม่ทัพอู๋เถี่ยตวาดนักฆ่าเงาและแม่เฒ่าพิษที่ยังคงยืนงงกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ด้วยความโกรธ สองคนนี้ถูกเสนาบดีซ้ายจ่ายเงินจำนวนมากให้มาช่วยก่อการกบฏ แต่พวกเขากลับไม่ค่อยได้ทำประโยชน์อะไรนัก เมื่อแม่เฒ่าพิษและนักฆ่าเงาได้สติ พวกเขาก็หายวับไปจากกำแพงเมืองอย่างรวดเร็ว และลงไปยืนประจัญหน้ากับปู้จิงที่ตอนนี้กำลังเหยียบย่ำประตูใหญ่ที่พังลงอย่างเมามัน“ตายซะเถอะนังเด็กปีศาจ!” แม่เฒ่าพิษยังจำความทรมานเมื่อครั้งลองยาพิษที่เคยใส่ให้ปู้จิงได้เข้ากร

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ข่าวร้าย

    งานเลี้ยงคืนนั้นดำเนินยาวไปจนถึงยามจื่อ ปู้จิงที่กินอิ่มจนท้องแทบแตกแยกตัวกลับไปนอนในกระโจมกับเสือขาวก่อนหน้านี้แล้ว นางเพิ่งรู้ว่าการทำศึกเหนื่อยมากก็วันนี้นี่แหละ เพราะเรี่ยวแรงที่มหาศาลของนางแทบจะหมดสิ้นจากการกรำศึกครานี้ พอปู้จิงหัวถึงหมอนนางก็หลับไม่รู้เรื่องจนกระทั่งตื่นมาอีกครั้งก็เป็นช่วงสายมากแล้ว“อื้อ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย เหตุใดจึงได้เสียงดังวุ่นวายเช่นนี้” ปู้จิงเอาผ้าห่มคลุมหัวอย่างรำคาญ นางไม่รู้ว่านอกกระโจมเกิดสิ่งใด แต่ได้ยินเสียงของคนหลายคนดังเข้ามาในกระโจมของนาง ที่กระโจมของชินอ๋องนั้นวุ่นวายกันตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว เพราะองครักษ์เงาของฮ่องเต้ที่มีบาดแผลทั่วตัวมาขอเข้าพบและรายงานให้ชินอ๋องทราบว่ากองทัพกบฏยึดครองเมืองหลวงไปได้นานถึงครึ่งเดือนแล้ว อีกทั้งพวกมันยังจับฝ่าบาทและฮองเฮาเอาไว้ด้วย เขาถูกสหายช่วยให้หลบหนีออกมาส่งข่าวได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็บาดเจ็บไม่น้อย เมื่อรายงานเรื่องราวจบลง องครักษ์เงาก็สลบเหมือดไปจากความเหนื่อยล้า“พวกเจ้าไปบอกคนอื่น ๆ ให้รีบเตรียมตัวเสีย เก็บของเสร็จเราจะออกเดินทางกลับเมืองหลวงทันที ครั้งนี้อาจไม่มีเวลาให้ทุกคนพักผ่อนมากนัก เรากลัวว่าหากไปช้าเ

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ขายสมุนไพรอีกครั้ง

    หลังจากขายเนื้อเสร็จ ลานบ้านปู้ก็เงียบสงบลงเสียที ปู้จิงเข้าเรือนไปนั่งกินมื้อเที่ยงด้วยความหิวจัด อาหยวนเองก็เตรียมอาหารมาไว้ให้นางจนแทบจะล้นโต๊ะ&ldq

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   ฝึกวิชา

    “ขอบคุณพี่สะใภ้ใหญ่กับทุกคนด้วยนะเจ้าคะที่ช่วยปู้จิง” หลิวซื่อยิ้มกว้างบอก นางดีใจที่เห็นว่าทุกคนในบ้านต่างมีใจอยากช่วยเหลือลูกสาวของนาง&l

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   แก้มือ

    หลังจากการแข่งขันผ่านไป ตระกูลจิ่วก็ไม่มีใครมาล่าสัตว์บริเวณที่พวกเขาพนันกันเอาไว้อีกเป็นเวลานานเกือบหนึ่งเดือน แต่วันนี้จิ่วฟูที่เพิ่งสร้างกับดักมาใหม่หล

  • ปู้จิงพรานหญิงสุดแกร่ง   เปลี่ยนไป

    หลังจากเกิดเรื่องตอนให้ถุงหอมครั้งก่อน พอปู้จิงไปที่เมืองกลับพบว่าซวนหยงพยายามหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้นางเสียแล้ว วันหนึ่งปู้จิงอดรนทนไม่ไหวจึงไปดักรอที่หน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status