Masukหลังจากมู่หว่านชิงผู้เป็นมารดาเก้าเท้าออกไปจากห้องพักเพื่อสงบสติอารมณ์ บรรยากาศภายในจวนแม่ทัพก็กลับตกอยู่ในความเงียบสงัดอีกครา ทว่าความเงียบนี้กลับอบอวลไปด้วยกระแสความตึงเครียดอันเฉียบคมและบาดลึก ราวกับคมกระบี่ที่พร้อมจะสะบั้นออกจากฝักได้ทุกเมื่อ
ลู่เฉินเฟิงยังคงยืนนิ่งสงบอยู่กลางห้อง ทอดสายตาลึกล้ำดุจพยัคฆ์ร้ายจับจ้องไปยัง มู่ชีหลิง ภรรยาเอกผู้ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพหญิงประจำค่ายตงหลิง นางยังคงยืนกอดอกแน่น ใบหน้างดงามคมคายบึ้งตึงด้วยความโกรธขึง แววตาดำสนิทคู่นั้นทั้งเย็นชา หยิ่งทะนง และเต็มไปด้วยรังสีแห่งความชิงชังที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
ในวินาทีนั้นเอง สายลมหนาวสะท้านทรวงพัดผ่านหน้าต่างเข้ามา ความทรงจำส่วนลึกของเจ้าของร่างเดิมก็ทะลักเข้าสู่สมองของเฉินเฟิงราวกับกระแสน้ำป่าพังทลายทำนบ ภาพเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนที่เขาจะทะลุมิติมา ปรากฏชัดเจนขึ้นในห้วงสำนึกดั่งม้วนภาพที่ถูกคลี่ออก
ในคืนอันเหน็บหนาวนั้น มู่ชีหลิงเพิ่งกลับมาจากค่ายหลวง นางสาดคำพูดดูถูกเหยียดหยามใส่หน้าลู่เฉินเฟิงอย่างไร้ความปรานี ตราหน้าว่าเขาเป็นเพียงขยะสวะที่คอยถ่วงแข้งถ่วงขา เป็นตัวไร้น้ำยาที่ทำให้วงศ์ตระกูลต้องอับอายขายหน้า แถมนางยังเปรียบเทียบเขากับ ท่านอ๋องซู ชายผู้เพียบพร้อมดั่งหยกสวรรค์ที่นางเทิดทูนบูชาดั่งเทพเจ้า มิหนำซ้ำนางยังฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าของเขาอย่างแรงด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนจะทิ้งท้ายด้วยคำพูดที่แทงใจดำจนเลือดซิบ
หากเลือกได้ ข้าไม่มีวันแต่งงานกับคนไร้น้ำยาอย่างเจ้า แม้แต่เศษเสี้ยวของท่านอ๋อง เจ้าก็เทียบไม่ติด
ความเจ็บปวด ความอัดอั้นตันใจ และความเคียดแค้นของเจ้าของร่างเดิม ผสานเข้ากับจิตวิญญาณนักสู้ผู้ผ่านความเป็นความตายมานับไม่ถ้วนของเฉินเฟิงอย่างสมบูรณ์แบบ แววตาสีดำสนิทของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบดุจใบมีดโกนที่อาบด้วยยาพิษ
มู่ชีหลิงสังเกตเห็นประกายตาที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันของสามี นางแค่นเสียงหัวเราะเยาะในลำคอ สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยามโดยไม่คิดจะเสแสร้ง “ทำไม มองหน้าข้าเช่นนี้ หรือว่าคำพูดของข้ามันแทงใจดำเจ้า หรือเจ้าคิดจะใช้กำลังบังคับข้าเหมือนอย่างที่คนไร้น้ำยาชอบทำกันเล่า
เฉินเฟิงไม่โกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เขากลับแย้มยิ้มเยือกเย็นพลางก้าวเท้าเดินเข้าไปหานางช้าๆ ทว่าท่วงท่าที่มั่นคงและแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างกลับทำให้นางต้องเผลอถอยหลังกรูดไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
ใช้กำลังบังคับงั้นรึ เฉินเฟิงทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงลึก ทว่ากลับแฝงด้วยความเย้ยหยันบาดลึกถึงกระดูก น่าขันเสียจริง ข้าจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปบังคับรองแม่ทัพผู้สูงส่ง ที่ในหัวใจและดวงตาของเจ้า มีแต่ภาพเงาของท่านอ๋องผู้แสนดีคนนั้นเล่า
คำพูดนี้สะกิดแผลเน่าเฟะในใจของมู่ชีหลิงทันที นางตวาดสายตาโกรธเกรี้ยวใส่ราวกับเสือสาวที่ถูกลูบคม ใช่ เจ้ามันก็แค่เศษสวะ เทียบอะไรกับท่านไม่ได้เลยสักนิด ท่านอ๋องทรงปรีชาสามารถ อ่อนโยน และมีคุณธรรมสูงส่ง ต่างจากเจ้าที่วันๆ เอาแต่ทำตัวเหลวไหลไร้แก่นสาร
อ่อนโยนงั้นรึ เฉินเฟิงแค่นหัวเราะเยาะหยันในลำคอ เสียงหัวเราะก้องกังวานเย็นเยียบจนน่าขนลุก แววตาส่องประกายลึกล้ำเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา ผู้ชายคนที่เจ้าเทิดทูนนักหนา ส่งป้ายหยกให้เจ้าเพื่อให้เจ้าคอยเป็นสายข่าวสอดส่องความเคลื่อนไหวของตระกูลลู่ เจ้าคิดว่าเขารักเจ้าจากใจจริง หรือเห็นเจ้าเป็นแค่หมากตัวหนึ่งที่ใช้งานเสร็จแล้วก็พร้อมจะเขี่ยทิ้งเมื่อใดก็ได้กันแน่
หุบปากนะ
มู่ชีหลิงบันดาลโทสะจนใบหน้าขาวผ่องแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดด้วยความโกรธขึง นางทนไม่ได้ที่มีคนมาดูหมิ่นชายในดวงใจซึ่งเป็นดั่งเกียรติยศสูงสุดของตน นางชักกระบี่ออกจากฝักในพริบตา
แกร่ง
ประกายไฟแลบแปลบปลาบ ปลายกระบี่คมกริบพุ่งตรงมาจ่อที่ลำคอของเฉินเฟิงทันทีด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อยจากแรงอารมณ์ ลู่เฉินเฟิง ถ้าเจ้ายังกล้าพูดจาจาบจ้วงท่านอ๋องอีกคำเดียว ข้าจะตัดลิ้นเจ้าเสีย
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิด ปลายกระบี่จ่อชิดผิวเนื้อจนมีโลหิตสีสดซึมออกมาเล็กน้อย แต่มู่ชีหลิงกลับไม่กล้าแทงลึกลงไป ดวงตากลมโตเริ่มมีหยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธและความสับสนระคนกัน
เฉินเฟิงหาได้หลบเลี่ยงไม่ เขากลับขยับลำคอเข้าไปใกล้คมกระบี่เสียจนบาดลึกขึ้นอีกนิด ยอมให้หยาดเลือดไหลซึมอาบผิวเนื้อ เขยิบยื่นหน้าเข้าไปกระซิบข้างหูนางด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมและเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรก
อยากลองแทงดูไหมล่ะ หรือกลัวว่าถ้าฆ่าข้าแล้ว ความจริงอันเน่าเฟะเกี่ยวกับ เทพบุตร ของเจ้าจะไม่มีวันถูกเปิดโปง เฉินเฟิงกระตุกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน จำคำของข้าไว้ให้ดี อีกไม่นาน ผู้ชายคนที่เจ้าบูชานักหนาคนนั้นแหละ จะเป็นคนส่งกองกำลังมาเด็ดหัวตระกูลมู่และตระกูลลู่ของเจ้าด้วยมือของเขาเอง
คำประกาศิตราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงกลางวันแสกๆ ทำให้มู่ชีหลิงถึงกับเข่าทรุดฮวบ ร่างกายสั่นสะท้อนราวกับใบไม้ต้องลมพายุ ปลายกระบี่ในมือร่วงหล่นลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น
เคร้ง
นางเงยหน้าขึ้นมองสามีด้วยแววตาอันตื่นตระหนก หวาดหวั่น และแตกสลาย ภาพความจริงอันโหดร้ายที่เฉินเฟิงจงใจกระชากหน้ากากออกอย่างไร้ความปรานี ได้พังทลายศรัทธาทั้งชีวิตของนางจนย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี
ข่าวคราวเรื่องสะเบียบบนด่านตงหลิงแพร่สะพัดออกไปราวกับไฟลามทุ่งภายใต้เงามืดแห่งการชิงอำนาจ ขั้วกลุ่มอิทธิพลของท่านอ๋องซูย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย พวกมันสั่งการยอดฝีมือเดนตายออกเคลื่อนไหวเพื่อปลิดชีพเสาหลักอย่างลู่เฉินเฟิง หวังบดขยี้กองทัพตระกูลลู่ให้พังทลายลงจากภายในในคราเดียวขณะที่ลู่เฉินเฟิงกำลังควบอาชาฝ่าแนวป่าทึบมุ่งหน้าสู่เมืองการค้า สัญชาตญาณบางอย่างพลันร้องเตือนขึ้นมาอย่างรุนแรงทำให้เฉินเฟิงเกิดความวิตกกังวลว่าในการเดินทางของเขาในครั้งนี้อาจมีบางอย่างเกิดขึ้นและมันอาจจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิดอย่าให้เกิดอะไรเลย เฉินเฟิงคิดกับตัวเองในใจด้วยสีหน้าท่าทางที่กำลังวิตกกังวลฟึ่บประกายคมดาบอาบยาพิษเล่มหนึ่งพุ่งแหวกสายลมตัดอากาศ ตรงเข้าหาจุดตายกลางแผ่นหลังของเขาในเสี้ยววินาทีเฉินเฟิงเอี้ยวตัวหลบกลางอากาศได้อย่างฉิวเฉียด พริบตานั้น เงาร่างชุดดำนับสิบก็กระโจนลงมาจากยอดไม้ โอบล้อมพันธนาการเขาไว้ทุกทิศทางว่าแล้วต้องเป็นแบบนี้เฉินเฟิงสบถออกมาในขณะที่เขากำลังคิดและประเมินว่ากลุ่มคนชายชุดดำที่โผล่ออกมาเป็นใคร พวกมันคือยอดนักฆ่าไร้ความรู้สึก ทว่าสำหรับเฉินเฟิงในยามนี้ กระบี่ในมือกลับวาด
หลังผ่านพ้นเหตุการณ์ลอบสังหารและความวุ่นวายระลอกใหญ่ภายในค่ายทหารด่านตงหลิง ลู่เฉินเฟิงปลีกตัวกลับเข้ามาในห้องพักส่วนตัวเพื่อทบทวนสถานการณ์ ทว่าท่ามกลางความเงียบสงัดที่ปกคลุม จิตสำนึกภายในของเขากลับสั่นสะท้านวูบไหว ราวกับมีกระแสคลื่นพลังงานโบราณบางอย่างกำลังตื่นจากการหลับใหลฉับพลันนั้น เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังก้องสะท้อนขึ้นในห้วงความคิดของเขา ราวกับกระซิบมาจากห้วงมิติอันไกลโพ้น ไร้ซึ่งต้นทาง ทว่ากังวานเด่นชัดในโสตประสาท“มีข้าสถิตอยู่เคียงกายเจ้าทั้งคน เหตุใดเจ้าจึงยังต้องนั่งขมวดคิ้วกลัดกลุ้มลำพัง ตั้งแต่เจ้าก้าวเข้ามาในโลกใบนี้ เจ้ายังมิเคยเอ่ยปากเรียกใช้พลังที่แท้จริงจากข้าเลยสักครั้ง”เฉินเฟิงชะงักไปเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบเปล่งประกายฉลาดเฉลียว ก่อนที่มุมปากจะหยักยิ้มขึ้นบางๆ เมื่อนึกถึง "อ่างสถิตจิตปฐพี" ที่ซ่อนเร้นอยู่ในมิติจิตสำนึกจริงสิ ตั้งแต่ทะลุมิติมา เขามัวแต่ใช้มันชำระล้างพิษและหลอมเส้นชีพจร จนลืมไปว่าสิ่งนี้คือสมบัติล้ำค่าระดับบรรพกาล! ชายหนุ่มส่งจิตเชื่อมโยง เรียกอ่างไม้โบราณออกมาวางไว้บนโต๊ะอย่างแผ่วเบา พลางทบทวนความรู้เกี่ยวกับการกักเก็บและถนอมเสบียงอาหารยามฉุกเฉิน
แสงตะวันสาดส่องด่านตงหลิงจนล่วงเข้าสู่ยามสาย ทว่าบรรยากาศภายในกระโจมบัญชาการกลับคุกรุ่นไปด้วยความกดดันและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกลู่เฉินเฟิงก้าวเท้าเข้ามาภายในกระโจมด้วยท่วงท่าเกียจคร้าน เสื้อผ้าตัวนอกจงใจผูกไว้อย่างหลวมๆ ดวงตาหรี่ปรือแสร้งทำเป็นคนเพิ่งสร่างเมาตื่นสายเพื่อตบตาผู้คน โดยมีมู่ชีหลิงเดินตามประกบข้างด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเย็นชา ทว่าสายตาของทั้งคู่กลับจับจ้องไปยังขบวนอาคันตุกะลึกลับที่นั่งรออยู่เบื้องหน้าในกลุ่มคนเหล่านั้น มีสตรีผู้เลอโฉมผู้หนึ่งนางสวมชุดคลุมขนสัตว์ปักลวดลายวิจิตร งดงามสะดุดตา ท่วงท่ายามเยื้องกรายเปี่ยมไปด้วยความสูงศักดิ์และหยิ่งทะนงอย่างปิดไม่มิด ทว่าตามเนื้อตัวกลับมีร่องรอยเขม่าควันและบาดแผลจากการถูกไล่ล่า องครักษ์ในชุดชนเผ่าเร่ร่อนที่คอยคุ้มกันนางเหลือรอดอยู่เพียงไม่กี่นาย และแต่ละนายล้วนบาดเจ็บสาหัสนางคือ องค์หญิงอวี้เหลียน แห่งแคว้นเป่ยหลาง ผู้กำลังรอนแรมหนีตายจากการศึกชิงบัลลังก์อันนองเลือดบังอาจนัก พวกเจ้าเป็นเพียงทหารชายแดน กล้าดีอย่างไรจึงปล่อยให้องค์หญิงแห่งเป่ยหลางต้องรอคอยจนล่วงเลยเวลาเพียงนี้!" องครักษ์คนสนิทตะคอกเสียงกร้าวด้วยโทสะ พร้อมกุมด้า
ลมหายใจที่เคยหอบถี่กระชั้นของมือสังหารสาวค่อยๆ ผ่อนลง ทว่านัยน์ตาคู่สวยที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำตายังคงจับจ้องลู่เฉินเฟิงด้วยความหวาดระแวง เรือนร่างเพรียวบางถูกตรึงอยู่ใต้ร่างแกร่ง แผ่นอกอิ่มขยับขึ้นลงจนแทบชิดหน้าอกของเขาเฉินเฟิงไม่ได้ล่วงเกินนางต่อตามอำเภอใจ แววตาเจ้าเล่ห์จอมกวนประสาทเมื่อครู่พลันเปลี่ยนเป็นราบเรียบ ล้ำลึก และน่าเกรงขามดุจพยัคฆ์ร้ายซุ่มรอตะครุบเหยื่อ เขายื่นหน้าเข้าไปใกล้ขมับของนาง ก่อนจะเอ่ยถามด้วยซุ่มเสียงทุ้มต่ำทว่าทรงอำนาจกดดันในเมื่อเฉินฮ่าวส่งเจ้ามา เจ้าคงรู้ดีว่ามันวางแผนจะลงมือเมื่อใด และข่าวลือเรื่องกบฏของตระกูลลู่ที่แพร่สะพัดในค่าย ยามนี้คืบหน้าไปถึงไหนแล้วเยี่ยหรงเม้มริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด ลังเลอยู่ชั่วอึดใจ แต่เมื่อปลายนิ้วอุ่นร้อนของชายหนุ่มแกล้งลากไล้แผ่วเบาตรงช่วงเอวคอดกิ่ว ร่างกายของนางก็สะท้านเฮือก รีบยอมคายความลับออกมาทันทีด้วยความกลัวจะโดนรังแกด้วยฝ่ามือร้อนผ่าวนั้นอีกรอบมัน รองแม่ทัพเฉินฮ่าวแอบติดต่อลับกับคนของท่านอ๋องซู ข่าวลือเรื่องกบฏเป็นเพียงฉากหน้าเพื่อบีบให้ฮ่องเต้ระแวงตระกูลลู่ แผนการจริงคือพวกมันจะลงมือดักปล้นและทำลายขบวนเสบียงชุดใหม่ที่จะมา
หลังจากลอบขโมยหลักฐานชิ้นสำคัญมาจากเรือนพักของจ้าวหู่ ลู่เฉินเฟิงใช้ทักษะวิชาตัวเบาหลบเลี่ยงสายตาทหารยามจนกลับถึงห้องพักส่วนตัวได้อย่างไร้ซุ่มเสียง ลมหายใจของเขายังคงสงบนิ่ง ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ความมืดมิดภายในห้อง สัญชาตญาณนักสู้ก็สัมผัสได้ถึงไอสังหารอันคมกริบที่ม้วนตัวจู่โจมเข้ามาฟึ่บ ซวบประกายกระบี่สีเงินครามประดุจสายฟ้าฟาด พุ่งแหวกอากาศตรงเข้าหาจุดตายบริเวณลำคอในเสี้ยววินาทีเฉินเฟิงหาได้ตื่นตระหนกไม่ ร่างสูงพลิกตัวหลบวิถีกระบี่อย่างพลิ้วไหว มือขวาดีดนิ้วสะบัดปลายฝักกระบี่ขึ้นรับการจู่โจมระลอกสองของเงาร่างปริศนาได้อย่างแม่นยำเคร้งเสียงโลหะกระทบกันกังวานใสทว่าหนักหน่วง สะท้อนก้องไปทั่วห้องอันเงียบสงบเงาร่างเพรียวบางในชุดรัดกุมสีดำสนิทไม่เปิดโอกาสให้เขาตั้งตัว นางหมุนตัวกลางเวหาพร้อมตวัดปลายกระบี่พุ่งแทงเข้าหาหน้าอกอย่างดุดัน กระบวนท่าดุจหงส์เหินระบำที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชน เผยให้เห็นว่านางคือมือสังหารสาวลึกลับที่แอบมาซุ่มดักรอเด็ดหัวเขาอยู่ก่อนแล้วทว่า เฉินเฟิงกลับแย้มยิ้มมุมปากอย่างนึกสนุก กลิ่นกายของสตรีผู่นี้ไม่ใช่ของมู่ชีหลิงฮูหยินของเขา เขาย่อตัวต่ำหลบคมกระบี่ท
หลังจากเย้าแหย่จนมู่ชีหลิงยืนสับสนจับต้นชนปลายไม่ถูก ณ สวนดอกไม้รกร้างท้ายเรือน ลู่เฉินเฟิงก็ปลีกตัวกลับมายังเรือนพักของตนเพื่อเตรียมการขั้นต่อไปยามราตรีคืบคลานมาเยือน ค่ายทหารด่านตงหลิงตกอยู่ในความมืดมิดและความหนาวเหน็บ มีเพียงแสงจันทร์สว่างนวลสาดส่องกระทบหลังคาเรือนไม้ สายลมหนาวพัดโบกโชยเอาความตึงเครียดอบอวลไปทั่วทุกมุมค่าย เสียงก้าวเท้าของทหารยามเดินตรวจตราดังสลับเป็นจังหวะครัดเคร่งเข้มงวดภายในห้องพักส่วนตัว ลู่เฉินเฟิงเปลี่ยนมาสวมชุดรัดกุมสีดำสนิทเพื่อกลมกลืนไปกับความมืด พลังปราณสายอุ่นร้อนในจุดตันเถียนหมุนเวียนโคจรผสานเข้ากับอ่างไม้โบราณตรงมุมห้องอย่างน่าอัศจรรย์ ไม่เพียงแต่ช่วยชำระล้างเส้นชีพจร ทว่ายังมอบวิชาตัวเบาอันลึกล้ำที่ผุดขึ้นในห้วงสำนึก ช่วยให้เขาย่างก้าวได้อย่างไร้ซุ่มเสียงประดุจเงาจุดหมายในคืนนี้คือ จ้าวหู่ รองแม่ทัพผู้ทะเยอทะยานที่คอยหาเรื่องถากถางและวางแผนเล่นงานเขามาโดยตลอดแอด...ประตูห้องถูกเปิดแง้มออกแผ่วเบา เฉินเฟิงสอดส่องสายตาฝ่าความมืดก่อนจะทะยานร่างเบาราวขนนกอันตรธานหายไปกับเงามืด หลบเลี่ยงเวรยามได้อย่างง่ายดาย มุ่งตรงไปยังเรือนพักของจ้าวหู่ทันที โดยไม่ทันส







