Share

บทที่ 7

last update Tanggal publikasi: 2025-05-13 21:42:37

ยามโหย่ว(17:00-18:59) หลี่เฟินหนิงเตรียมวัตถุดิบที่จะนำไปขายในวันพรุ่งนี้ โดยมีหวังลี่หมิงคอยเช็ดใบบัวไว้สำหรับห่อข้าวเหนียวหมูปิ้งให้ลูกค้า

"ท่านพี่หิวหรือยังขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยถามเพราะเห็นว่าตอนนี้ก็ยามโหย่วแล้วเกรงว่าสามีของตนจะหิว

"พี่รู้สึกหิวนิดหน่อย" หวังลี่หมิงเอ่ยตอบภรรยาแม้ว่าความจริงเขาจะหิวมากก็เถอะ

"เช่นนั้นข้าจะทำอาหารให้ท่านพี่กินก่อนนะขอรับ กินข้าวเสร็จเราค่อยมาหมักหมูกับไก่ไว้" หลี่เฟินหนิงเอ่ยบอกพร้อมกับนำวัตถุดิบออกมาจากมิติ โดยที่หวังลี่หมิงยังคงตกใจทุกครั้งที่อยู่ๆของก็โผล่มาตรงหน้า

"มีอันใดให้พี่ช่วยหรือไม่" หวังลี่หมิงถามอย่างกระตือรือร้น เขาไม่อยากให้ภรรยาเหนื่อยเพียงฝ่ายเดียว

"ท่านพี่ช่วยข้าหุงข้าวได้หรือไม่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยบอก

"ได้สิ" พูดจบหวังลี่หมิงก็ลุกขึ้นไปก่อไฟเพื่อเตรียมหุงข้าวทันทีส่วนหลี่เฟินหนิงก็กลับมาสนใจการเตรียมวัตถุดิบ

วันนี้หลี่เฟินหนิงจะทำเมนู ต้มยำทะเลน้ำข้น  หมึกผัดผงกะหรี่  และไข่เจียวปู    หลี่เฟินหนิงนำกุ้งมาปลอกเปลือกและผ่าหลังเอาเส้นดำออก จากนั้นจึงมาหั่ั่่นปลาหมึกและแล่เนื้อปลากระพงโดยแร่เอาแต่เนื้อ นำทั้งหมดไปล้างด้วยเกลือและน้ำเปล่าเพื่อดับกลิ่นคาว จากนั้นนำหม้อใส่น้ำขึ้นตั้งไฟ ใส่ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูดลงไปรอจนน้ำเดือดจึงใส่พริกเผาและนมข้นจืดที่เอาออกมาจากในมิติ ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมะนาว  จากนั้นจึงใส่เนื้อปลาและเห็ดฟางลงไปรอจนเนื้อปลาและเห็ดสุกจึงใส่กุ้งและปลาหมึกลงไป เมื่อทุกอย่างสุกจึงยกลงจากเตาโรยหน้าด้วยผักชีฝรั่งและพริกชี้ฟ้าทุบพอหยาบ  จากนั้นก็ทำหมึกผัดผงกะหรี่ต่อ หลี่เฟินหนิงนำผงกะหรี่ นม พริกเผา และไข่มาผสมรวมกันพร้อมกับปรุงรส จากนั้นนำเทใส่กระทะที่ตั้งอยู่บนเตารอจนเดือดจึงใส่หมึกลงไปผัดทุกอย่างให้เข้ากันจนสุกเป็นอันเสร็จ   สุดท้ายไข่เจียวปู ตอกไข่ไก่สามฟองลงในถ้วยปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อยแล้วตีไข่จนเป็นเนื้อเดียวกันจึงใส่เนื้อปูลงไป ตั้งน้ำมันให้ร้อนแล้วเทไข่ลงไป   เมื่อทุกอย่างเสร็จแล้วหลี่เฟินหนิงจึงนำทุกอย่างไปตั้งบนโต๊ะกินข้าว หวังลี่หมิงก็รีบตักข้าวตามออกไป

"อาหารพวกนี้คืออันใดหรือหนิงเออร์" หวังหลี่หมิงมองดูอาหารที่ไม่เคยพบด้วยแววตาเป็นประกาย น้ำซุปในถ้วยดูสีสันจัดจ้าน  อีกจานมีสีเหลืองนวลแต่มีกลิ่นแรงนิดหน่อยแต่ถ้าเป็นฝีมือภรรยาของเขาอย่างไรก็อร่อย

"อันนี้เป็นต้มยำรวมมิตรขอรับ  ส่วนอันนั้นคือหมึกผัดผงกะหรี่  อย่างสุดท้ายคือไข่เจียวปูขอรับ ท่านพี่ลองชิมดูว่าถูกปาดหรือไม่" หลี่เฟินหนิงตักต้มยำใส่ถ้วยเล็กๆสำหรับใส่อาหารประเภทแกงให้สามีได้ลองชิม

"อื้อ!  รสชาติดียิ่ง มีรสเผ็ดหน่อยๆกินเเล้วคล่องคอดีนัก" หวังลี่หมิงได้ชิมก็ตาเบิกกว้าง

"เช่นนั้นท่านพี่ทานเยอะๆนะขอรับ" หลี่เฟินหนิงบอกสามีด้วยรอยยิ้มเอ็นดู สามีของเขาเวลาเห็นของกินก็ทำตัวเหมือนเด็กน้อยไม่มีผิด

"อื้อ!" หวังลี่หมิงรีบคีบอาหารพร้อมกับจ้วงข้าวในถ้วยกินอย่างอเร็ดอร่อย ที่ถูกใจที่สุดคงจะเป็นต้มยำรวมมิตรเพราะเจ้าตัวซดน้ำจนเกลี้ยง  เมื่อกินข้าวเสร็จหวังลี่หมิงก็อาสาล้างจานเสร็จเคย ส่วนหลี่เฟินหนิงจะมาหมักหมูและไก่รอแล้วทั้งสองจึงช่วยกันนำมันเสียบใส่ไม้ไว้ ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยจึงพากันเข้านอน

 

ยามอวิ๋น (03:00-04:59) สองสามีภรรยาตื่นขึ้นจัดการทำธุระของตนให้เรียบร้อยก่อนจะพากันขนวัตถุดิบและอุปกรณ์ขึ้นเกวียนแล้วขับออกจากหมู่บ้านมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองกว่าจะถึงก็ปลายยามอวิ๋น  ทั้งสองช่วยกันยกของลงจากเกวียนจากนั้นหวังลี่หมิงก็นำเกวียนไปจอดไว้ ณ ที่จอดเกวียนเพราะหากจอดทิ้งไว้กีดขวางทางจะถูกปรับเอาได้ เมื่อจอดเกวียนเรียบร้อยก็รีบกลับมาหาภรรยาที่ร้าน

"ท่านพี่ก่อไฟนะขอรับ ไม่ต้องใส่ถ่านเยอะนะขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยบอกสามีส่วนตนเองก็ลงมือจัดของให้หยิบจับสะดวก เขานำข้าวเหนียวใส่ไว้ในหม้อดินเผาเพื่อให้กักเก็บความร้อนไว้ได้ๆม่ให้ข้าวเย็นเสียก่อน

"ได้" หวังลี่หมิงเมื่อได้รับคำสั่งจากภรรยาก็ทำหน้าที่ขอตนทันที 

รอสักพักจนไฟติดหลี่เฟินหนิงก็นำหมูและไก่ลงไปย่าง โดยไม้ที่เป็นเนื้อไก่จะใหญ่กว่าไม้ที่เป็นเนื้อหมู เพราะเนื้อไก่มีราคาถูกกว่ามาก  ย่างไปสักพักหมูปิ้งไก่ปิ้งก็ส่งกลิ่นหอมให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาพลางน้ำลายไหลแต่ก็ยังไม่มีใครกล้าเข้ามาซื้อเพราะอาหารแปลกตาไม่เคยเห็น  จนหลี่เฟินหนิงต้องตะโกนเรียกลูกค้าเข้าร้าน

"เร่เข้ามา เร่เข้ามาขอรับ วันนี้ข้านำข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวเหนียวไก่ปิ้งมาขาย รสชาติดีอิ่มท้อง  ท่านทั้งหลายลองซื้อไปชิมดู ราคาถูกและอร่อย เร่เข้ามาขอรับ" 

"ขายอันใดหรือพ่อค้า" หญิงวัยกลางคนอดใจต่อกลิ่นหอมไม่ไหวเดินเข้ามาถาม

"ข้าวเหนียวหมูปิ้ง ข้าวเหนียวไก่ปิ้งขอรับ ท่านป้าลองชิมดูได้นะขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยตอบ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

"ไหนๆเอามาชิมดูหน่อย" หญิงวัยกลางคนเอ่ยอย่างสนใจ

"นี่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงนำข้าวเหนียวหมูปิ้งใส่ใบบัวให้ลูกค้าลองชิมดู

"หื้ม!  รสชาติดียิ่งนัก!  ขายยังไงรึพ่อค้า" หญิงวัยกลางคนรีบถามอย่างกระตือรือร้นทันที  คนที่อยู่บริเวณนั้นได้ยินว่าอร่อยก็รีบกรูกันเข้ามาอย่างสนใจ

"ไหนๆอร่อยเหรอ"

"อร่อยจริงไหม"

"ขายยังไงรึพ่อค้า"

"ทุกท่านใจเย็นก่อนนะขอรับ   ข้าวเหนียว หมูปิ้ง ไก่ปิ้งของข้าขายเป็นชุดขอรับ ชุดเล็กมีีข้าวเหนียวกับหมูหรือไก่สามไม้ ราคา 3 อีแปะ  ชุดใหม่มีหมูหรือไก่หกไม้ราคา 5 อีแปะขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยบอก

"ถูกจริง"

"ทำไมขายถูกจัง"

"แค่ 3 อีแปะก็ได้กินเนื้อสัตว์ตั้งสามไม้เลยหรือ"

"เพิ่มอีกแค่ 2 อีแปะก็ได้เนื้อเพิ่มตั้งสามไม้เชียวนะ"

"ทุกท่านขอรับ หากใครต้องการที่จะซื้อรบกวนเข้าแถวให้เป็นระเบียบด้วยนะขอรับ" หลี่เฟินหนิงเมื่อเห็นความวุ่นวายก็ตะโกนบอกลูกค้าทันที  เหล่าลูกค้าที่ได้ยินก็รีบพากันเข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ ตอนนี้เป็นหลี่เฟินหนิงทำหน้าที่รับลูกค้าส่วนหวังลี่หมิงทำหน้าที่ย่างหมูและไก่ เมื่อทุกคนเข้าแถวเสร็จแล้วคนแรกก็เริ่มสั่งทันที

"ข้าเอาชุดเล็กสองชุด หมูหนึ่งชุดกับไก่หนึ่งชุด"  เมื่อคนแรกได้ของเสร็จคนต่อๆไปก็สั่งต่อทันที

"ข้าเอาหมูปิ้งชุดใหญ่สองชุด"

"ข้าเอาไก่ชุดเล็กหนึ่งชุด"

"เอาหมูและไก่ชุดใหญ่อย่างละสองชุด"

"ข้าเอาชุดเล็กอย่างละชุดนะพ่อค้า"

ใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามหมูและไก่ที่เตรียมมาสี่ร้อยไม้ก็หมดลง เนื่องจากมีลูกค้าเข้ามาต่อแถวซื้อเรื่อยๆ บางคนได้ยินว่าเป็นของอร่อยก็จนใจ บางนเห็นว่ามีคนต่อแถวซื้อหลายคนก็ลองมาซื้อบ้าง บางคนก็ซื้อไปแล้วกลับมาซื้ออีก หรือบางคนมีเพื่อนที่ซื้อไปกินแนะนำมา

"วันนี้ของที่ข้านำมาหมดแล้วนะขอรับ พรุ่งนี้ ข้าจะมาขายอีกครั้งในเวลาเดิมนะขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยบอกลูกค้า

"หมดแล้วเหรอ"

"โอ้ย ข้ามาซื้อไม่ทันเห็นคนที่ซื้อไปบอกว่าอร่อย"

"พรุ่งนี้ข้าจะมาซื้อให้ได้"

เสียงโอดครวญของลูกค้าที่ซื้อไม่ทันดังขึ้น  หลี่เฟินหนิงได้แต่โค้งตัวขออภัย ก่อนจะช่วยสามีเก็บของกลับบ้านเพื่อเตรียมของมาขายอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

 

"เหนื่อยหรือไม่" หวังลี่หมิงเอ่ยถามภรรยาในขณะที่ทั้งคู่เตรียมตัวเข้านอน

"ข้าไม่เหนื่อขอรับ  ท่านพี่เล่าเหนื่อหรือไม่ขอรับ" หลี่เฟินหนิงส่ายหน้าน้อยๆก่อนจะเอ่ยถามสามีกลับ

"เจ้าไม่เหนื่อยแล้วพี่จะเหนื่อยได้เยี่ยงไร" หวังลี่หมิงมองภรรยาด้วยแววตาลึกซึ้งทำให้คนที่ถูกมองก้มหน้างุดด้วยความเขินอาย

"ท่านพี่พูดจาแบบนี้เป็นด้วยหรือขอรับ" หลี่เฟินหนิงเอ่ยถามเสียงเบา

"พี่พูดเช่นนี้กับเจ้าคนแรก" หวังลี่หมิงมองภรรยาที่ก้มหน้าเพราะความเขินแบบนี้เขาสามารถคิดว่าภรรยาเองก็เริ่มมีใจให้เขาเช่นเดียวกันได้หรือไม่

"หนิงเออร์" หวังลี่หมิงเรียกภรรยาเสียงเบา

"ขะ ขอรับ"

"ตั้งแต่แต่งงานเราสองคนยังมิได้เข้าหอกันเลย" หวังลี่หมิงพูดขึ้นยิ่งทำให้หลี่เฟินหนิงเขินจนอยากหายตัวไปจากตรงนี้

"ละ แล้วยังไงหรือขอรับ" แม้จะรู้ว่าสามีกำลังจะพูดอะไรแต่ก็อดถามออกไปไม่ได้ ใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น

"คืนนี้ เรามาเข้าหอชดเชยคืนวันแต่งงานดีหรือไม่" หวังลี่หมิงเองก็ใจเต้นระรัว ใจนึงก็ตื่นเต้นอยากจะรู้ความรู้สึกที่ภรรยามีให้เขาเป็นเช่นไร แต่อีกใจก็มีความหวาดกลัวจะถูกรังเกลียดอยู่เช่นกัน แต่ภรรยาบอกว่าไม่รังเกียจเขาแล้วนั่นทำให้หวังลี่หมิงมีความกล้ามากยิ่งขึ้น   แต่เมื่อเห็นภรรยาเงียบไปก็พลันใจเสีย แต่ยังไม่ทันจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นเขาก็ต้องยิ้มกว้างกับคำพูดของภรรยา

"ทะ ท่านพี่ เบามือกับข้าด้วยนะขอรับ"  สิ้นประโยคนั้นสองสามีภรรยาก็เข้าหอย้อนหลังเกือบค่อนคืนเลยทีเดียว

 

 

ยังไม่ได้แก้คำผิด เจอคำผิดส่วนไหนโปรดคำเม้นท์บอกด้วยนะคะ

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
kk manee
แก้คำผิด​หน่อยจ้าา, ท่านพี่อะร่อยถูกปาดหรือไม​่
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 35 (จบ)

    วันต่อมาเฝิงลี่หมิงก็ยังมีอาการเช่นเดิม แต่เซียวเฟินหนิงเองก็รู้สึกว่าร่างกายตัวเองไม่ปกติเขารู้สึกว่าตัวเองอ่อนเพลียและง่วงงุนอยู่ตลอดเวลา จะว่าพักผ่อนน้อยก็ไม่น่าใช่เพราะเมื่อวานตนกับสามีก็พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ "ท่านพี่ไหวหรือไม่ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยถามสามีที่มีใบหน้าซีดเซียวจากการลุกขึ้นมาอาเจียนตั้งแต่เช้า"หนิงเออร์~" เฝิงลี่หมิงรีบเข้าไปสวมกอดภรรยาอย่างออดอ้อนทันที"เป็นเยี่ยงไรบ้างขอรับ" "พี่รู้สึกพะอืดพะอมและเวียนหัว" เฝิงลี่หมิงเอ่ยตอบภรรยาพลางซุกไปที่ลำคอขาวเพื่อสูดดมกลิ่นกายของคนรัก"เช่นนั้นข้าจะพาท่านพี่ไปหาหมอดีหรือไม่ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยถามสามีแต่อีกฝ่ายเอาแต่ส่ายหน้า"ไม่เอา แค่กอดเจ้าอยู่แบบนี้พี่ก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว" เฝิงลี่หมิงเอ่ยตอบ"ท่านพี่รอสักประเดี๋ยวนะขอรับ" เซียวเฟินหนิงคิดบางอย่างได้เกี่ยวกับอาการของผู้เป็นสามีประกอบกับอาการอ่อนเพลียและง่วงงุนของตนก็รู้สึกตื่นเต้นทันที"เจ้าจะไปที่ใด" เฝิงลี่หมิงเอ่ยถามพลางช้อนตามองภรรยา"ข้าจะเข้าไปในมิติท่านเทพขอรับ ข้าคิดว่าพอจะรู้สาเหตุการป่วยของท่านพี่แล้วเพียงแต่ต้องพิสูจน์ให้แน่ใจก่อนว่าสิ่งที่ข้าคิดนั้นถ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 34

    เหลาอาหารซูเหอเปิดได้ไม่นานก็เต็มไปด้วยบรรดาลูกค้าเต็มร้านด้วยว่าราคาอาหารเป็นที่จับต้องได้ทุกชนชั้นและที่เหลาอาหารมีกฎสำคัญที่ว่าลูกค้าทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นขุนนาง เศรษฐีหรือว่าคนธรรมดาก็คือลูกค้าเหมือนกันและจะต้องถูกปฏิบัติเหมือนกัน นั่นจึงทำให้เหลาอาหารแห่งนี้เป็นที่ชื่นชอบของคนทุกชนชั้นและสร้างความอิจฉาให้แก่คนที่ทำกิจการเดียวกัน"เสี่ยวเออร์ ข้าขอต้มยำกุ้ง กุ้งผัดพริกเกลือ ปลาผัดฉ่า" "ได้ขอรับ""เสี่ยวเออร์ ของข้าขอปลานึ่งมะนาว ปลา สามรส หมึกผัดไข่เค็ม""ได้ขอรับ""ข้าเอาต้มยำหัวปลา ต้มยำกุ้ง หมูมะนาว แล้วก็น้ำชา"เสียงสั่งอาหารเซ็งแซ่พร้อมกับบรรดาเสี่ยวเออร์ที่วิ่งสุ่นสร้างความคึกคักให้แก่เหลาอาหารซูเหอไม่น้อย ลูกค้าหลายคนต่างตื่นตาตื่นใจกับอาหารของร้านที่ไม่เคยเห็นอีกทั้งรสชาติยังอร่อยจัดจ้านทำให้แต่ละวันเหลาอาหารซูเหอทำกำไรได้หลายร้อนตำลึงเลยทีเดียว"ลูกค้ามีการตำหนิอันใดมาบ้างหรือไม่" เฝิงลี่หมิงเอ่ยถามหลงจู๊ร้าน"ไม่มีขอรับ ลูกค้าต่างชื่นชมว่าเหลาอาหารของเรารสชาติดียิ่งนักขอรับ" หลงจู๊ร้านเอ่ยตอบ"ดี หากลูกค้ามีสิ่งใดต้องการให้ปรับปรุงต้องรีบแจ้งข้าหรือฮูหยิน

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 33

    เมืองหลวงแคว้นเป่ยหลี่"หนิงเออร์ส่งจดหมายมาว่าเยี่ยงไรบ้าง" โอรสสวรรค์ตรัสถามพระอนุชาร่วมอุทร"ทูลฝ่าบาท หนิงเออร์บอกว่าเมื่อไม่นานมานี้มีการปล้นเสบียงเกิดขึ้นที่เมืองซานหลาง ตอนนี้ทางฝั่งหนิงเออร์จับโจรเหล่านั้นได้แล้วเจ้าเมืองเฝิงคงหรันได้ทำการไต่สวนพวกโจรต่างสารภาพว่าถูกจ้างและข่มขู่มาจากบุคคลนิรนามให้ออกปล้นชาวเมืองเพื่อสร้างความปั่นป่วนและลอบสังหารองค์ชายหกและท่านชายเฝิงเพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจว่าทั้งสองสิ้นพระชนม์จากการถูกปล้นพะยะค่ะ" ชินอ๋องทูลรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด"ทางนั้นคงเริ่มแล้ว" โอรสสวรรค์ตรัสพลางถอนหายใจ"กระหม่อมคาดว่าพวกเขาจะลงมือในงานเทศกาลล่าสัตว์ที่จะถึงนี้พะยะค่ะ" ชินอ๋องทูลสิ่งที่ตนเองคิด"เจิ้นก็คิดว่าเป็นเช่นนั้น" โอรสสวรรค์ตรัสอย่างเห็นด้วย งานเทศกาลล่าสัตว์เป็นช่วงที่มือสังหารแฝงตัวมาได้ง่ายเพราะต่างก็มีหลายคนเข้าร่วม"กระหม่อมจะเพิ่มจำนวนองครักษ์เงาให้เฝ้าระวังพะยะค่ะ" "อืม อย่าลืมส่งไปอารักขาไทเฮาและฮองเฮา" "พะยะค่ะ เอ่อ หนิงเออร์ส่งของมาให้ฝั่งเราด้วยพะยะค่ะ" ชินอ๋องเอ่ยทูลเมื่อนึกขึ้นได้ว่านอกจากจดหมายแล้วยังมีหีบขนาดใหญ่หลายหีบ"คือสิ่งใดหรือ" ฮ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 32

    กลางดึกสงัดท่ามกลางความเงียบในหมู่บ้านแห่งหนึ่งมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนซึ่งแต่งกายมิดชิดปกปิดใบหน้าย่องมาที่บ้านหลังหนึ่งท้ายหมู่บ้านอย่างเงียบเชียบเพียงแต่ไม่ได้ทำอะไรก็ล่าถอยไปรุ่งเช้าวันใหม่สองสามีภรรยาตื่นขึ้นตั้งแต่เช้าตรู่เพื่อทำกิจวัตรประจำวัน เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จแล้วสองสามีภรรยาก็พากันเดินขึ้นรถม้าเพื่อเดินทางไปยังตัวเมือง รถม้าคันงามมาจอดที่หน้าจวนของท่านเจ้าเมืองบ่าวเฝ้าประตูก็รีบเปิดให้เข้าไปทันที"คาระวะท่านพ่อท่านแม่ขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับเซียวเฟินหนิงคำนับ"ได้ยินว่าพวกเจ้าสองคนสามารถหาแหล่งน้ำได้" เฝิงคงหรันเอ่ยถาม"ขอรับ ข้าสองคนได้ซื้อเครื่องมือจากชาวตาสีฟ้ามันสามารถหาแหล่งน้ำใต้ดินได้ขอรับ" เซียวเฟินหนิงเลือกที่จะโกหกออกไปเช่นนั้น เพราะคนในยุคนี้มักจะตื่นตาตื่นใจกับสินค้าของชาวต่างชาติอยู่แล้ว"ข้าเคยได้ยินว่าพวกชาวตาสีฟ้ามักจะมีของแปลกประหลาดมาขายและใช้งานได้ดี เห็นทีคงจะเป็นเรื่องจริง" เฝิงคงหรันพูดอย่างตื่นเต้น"อย่าเพิ่งให้ใครรู้เรื่องเครื่องมือนี้นะขอรับ ให้คนของเราที่ไว้ใจได้เป็นผู้ที่ใช้สิ่งนี้หาแหล่งน้ำโดยไม่ให้ผู้อื่นรู้ หลังจากที่หาแหล่งน้ำให้ชาวเมือ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 31

    หลังจากพูดคุยกับชาวบ้านเสร็จสองสามีภรรยาก็พากันเดินกลับมาที่บ้านของตน ดูเหมือนว่าปัญหาครั้งนี้ใหญ่เกินไปยากที่จะแก้ไข เขาไม่สามารถทำฝนเทียมได้เหมือนยุคที่เขากลับมา เฮ้อ~"อย่ากังวล" เฝิงลี่หมิงลูบหัวภรรยาที่นั่งถอนหายใจ"ข้าไม่รู้ว่าช่วยพวกเขาอย่างไรดี" เซียวเฟินหนิงเอ่ย ไม่รู้ว่าในมิติจะมีของที่ช่วยแก้ปัญหาได้หรือเปล่า"ช่วยเท่าที่ช่วยได้ก็พอแล้ว มันมิใช่หน้าที่ของเจ้าด้วยซ้ำที่ต้องแก้ปัญหา" เฝิงลี่หมิงเอ่ยบอกภรรยา เขาไม่ชอบที่ภรรยาของเขามีเรื่องกังวลใจ"ปัญหาครั้งนี้หนักหนานัก ท่านพ่อคงกังวลใจไม่น้อย ทางวังหลวงเองก็มีเรื่องวุ่นวายข้าเกรงว่าหากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขโดยเร็วอาจจะเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้น" หากขาดแคลนน้ำและอาหารผู้คนคงล้มตายเป็นจำนวนมากแน่"เราไม่สามารถช่วยได้ทุกคนหรอกนะหนิงเออร์ หากว่ามีการสูญเสียเกอดขึ้นมันก็ไม่ใช่ความผิดของเจ้า" เฝิงลี่หมิงกุมมือคนรัก"ข้ารู้ขอรับ เพียงแต่ข้านั้นมีมิติวิเศษติดตัวข้าคิดว่าในมิติอาจจะมีของวิเศษที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้" เซียวเฟินหนิงเอ่ยกับสามี"ปล่อยให้ทางการแก้ปัญหาก่อนเถิด หากพวกเขาทำไม่ได้จริงๆเราค่อยหาวิธีช่วยเหลือ บอกตามตรงว่า

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 30

    "องค์ชายหก ท่านชาย ได้โปรดลงโทษกระหม่อมด้วยพะยะค่ะ""ท่านพ่อ อย่าทำเยี่ยงนี้ขอรับ" เฝิงลี่หมิงกับเซียวเฟินหนิงรีบเข้าไปพยุงเฝิงคงหรันให้ลุกขึ้น"พ่อละเลยหน้าที่ปล่อยให้นายอำเภอยักยอกเสบียง หากเจ้าสองคนไม่ไปเจอเหล่าผู้อพยพคงพากันอดตายเป็นแน่" เฝิงคงหรันพูดอย่างรู้สึกผิด"เรื่องนี้มิใช่ความผิดของท่านพ่อนะขอรับ เราทุกคนต่างรู้ว่าท่านพ่อทำงานหนักทุกวันออกหาซื้อเสบียงมาช่วยเหลือทุกคน หากจะมีคนผิดก็คือนายอำเภอที่โลภมากผู้นั้น" เซียวเฟินหนิงเอ่ย"หนิงเออร์พูดถูกขอรับ คนชั่วช้าผู้นั้นต่างหากที่ผิด" เฝิงลี่หมิงเอ่ยบ้าง"ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่หากว่าพ่อตรวจสอบให้ดีกว่านี้..." "มิมีผู้ใดไม่เคยผิดพลาดขอรับ ตอนนี้ท่านพ่อได้สั่งลงโทษคนผิดแล้วตอนนี้เราควรเอาเวลาไปคิดว่าจะช่วยเหลือผู้อพยพอย่างไรต่อดีกว่าขอรับ" เซียวเฟินหนิงเอ่ยตัดบท ตอนนี้ชีวิตของผู้คนย่อมมาก่อน"เช่นนั้นเราก็ไปคุยกันที่จวนเถิด" เฝิงคงหรันเอ่ยบอก ทั้งสามคนจึงเดินทางไปที่จวนเพื่อพูดคุยหารือกันจวนท่านเจ้าเมือง"ตอนนี้เสบียงของพวกเจ้ามีมากน้อยเพียงใด" เฝิงคงหรันเอ่ยถามบุตรชายและลูกสะใภ้"มีมากพอจะให้ผู้อพยพได้กิน 3-4 เดือนขอรับ แต่

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 15

    ตั้งแต่วันที่ท่านเจ้าเมืองรับเฝิงลี่หมิงเป็นบุตรบุญธรรมตอนนี้ก็ล่วงเลยมาซานเยว่ ( 3 เดือน) แล้ว เฝิงลี่หมิงและหลี่เฟินหนิงยังคงใช้ชีวิตปกติเฉกเช่นเดิม ตื่นเช้ามาไปขายของและกลับมาดูแลงานในไร่มีบ้างบางวันที่สองสามีภรรยาจะไปนอนค้างที่จวนของท่านเจ้าเมืองตามที่ฮูหยินเฝิงร้องขอ และในตอนนี้ก็ยังไม่มีผู้ใ

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 14

    หวังลี่หมิงขับเกวียนมาจอดที่หน้าประตูจวนก่อนที่จะลงจากเกวียนพร้อมกับภรรยา"พวกเจ้ามาพบผู้ใด" บ่าวที่เฝ้าประตูเอ่ยถามตามหน้าที่"ข้ามาพบท่านเจ้าเมืองขอรับ ท่านเจ้าเมืองบอกให้ข้ามาพบที่จวน" หวังลี่หมิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ"พวกเจ้ามีนามว่าอะไร" บ่าวเฝ้าประตูจวนสอบถาม"ตัวข้ามีนามว่า หวังลี่หมิง ส่

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 9

    เมืองหลวงแค้นเป่ยหลี่"ฝ่าบาท ได้ข่าวของน้องบ้างหรือไม่" สตรีสูงศักดิ์ที่อยู่เหนือคนทั้งแผ่นดินเอ่ยตามบุตรชายที่ตอนนี้ครองตำแหน่งฮ่องเต้ปกครองแคว้น"มิมีผู้ใดพบเห็นผู้ที่มีลักษณะคล้ายน้องรองเลยพะยะค่ะเสร็จแม่" บุรุษที่อยู่ในชุดลายมังกรเอ่ยด้วยอ่อนใจ"นานมากแล้ว แม่ไม่รู้ว่าเยี่ยนเออร์จะเป็นเยี่ยงไร

  • ผู้ใดก็บอกว่าสามีของข้านั้นอัปลักษณ์   บทที่ 8

    ยามอิ๋น (03:00-04:59) สองร่างที่นอนเปลือยเปล่ากอดกันอยู่ก็ตื่นขึ้น หลี่เฟินหนิงได้แต่ก้มหน้าด้วยความเขินอายแต่ในใจกับเข่นเคี้ยวสามีที่ทำให้เขาปวดเนื้อปวดตัวไปหมด'ข้าเพิ่งรู้ว่าสามีเป็นคนกินจุเช่นนี้' หลี่เฟินหนิง'ภรรยา ของข้าช่างเขินอายได้น่ารักยิ่งนัก' หวังลี่หมิงแม้จะเขินอายมากเท่าใดแต่พวกเขาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status