LOGIN ![]()
บทที่ 58 องค์ชายเฉินหยวนฟง “หยวนฟง ...หยวนฟง ขวัญเอยขวัญมานะลูกแม่” พระนางเฉินและองค์ชายเฉินหยวนฟงเข้าสวมกอดและปลอบใจกันและกัน แล้วรับฟังเรื่องราวทุกอย่างจากองครักษ์ที่ถวายความช่วยเหลือพระองค์ในระหว่างที่มินตรากำลังลงทัณฑ์เจ้าคนสารเลวอยู่ ทั้งสองพระองค์มองเด็กสาวที่ก้าวเข้ามาถวายความเคารพด้วยความชื่นชมและขอบคุณเหลือล้นยิ่งแล้ว หากไม่ได้นางผู้นี้ อาณาจักรแคว้นเฉินก็คงถึงคราวพินาศย่อยยับเป็นแน่แท้ “ทรงปลอดภัยดีหรือไม่เพคะ? เอ่อ ต้องขออภัยที่หม่อมฉันมาล่าช้าไปจนทำให้ทั้งสองพระองค์ต้องตกใจ เอ่อ หม่อมฉัน...มินตรา เอ่อ... องค์หญิงแคว้นเซี่ยเพคะ หม่อมฉันได้รับแต่งตั้งจากเซี่ยอ๋อง และอิงฟ้า เอ้อ ชายาเหม่ยอิงมอบหมายให้มาช่วยเหลือคุ้มครองหลงเทียน เอ๊ย... เฉินอ๋อง พระนางเฉินและองค์ชายเฉินหยวนฟงเพคะ”มินตรานึกประหม่าจนหน้าแดง เหงื่อแตกพลั่ก แต่ทั้งสองมิได้ถือสากลับนึกเอ็นดูเสียมากกว่า“ขอบคุณองค์หญิง หากไม่ได้ท่านใน
ฉับพลันในชั่วขณะที่ทุกคนกำลังเผลอ ก็มีร่างหนึ่งพุ่งมาอย่างรวดเร็วจากทางเดินด้านหลัง เงามืดนั้นเตะรวบตัดขาเจ้าคนบังอาจจนล้มคว่ำก่อนที่มันจะฟาดฝ่ามือลงบนหน้าของพระนางได้สำเร็จมินตราตวัดสายตาคมกริบไปรอบ ๆ แล้วหยิบมีดพกเขวี้ยงใส่พวกลูกสมุนที่ยังตื่นตะลึงจนล้มเป็นใบไม้ร่วง บรรดาองครักษ์ของเธอก็รีบวิ่งกรูเข้ามาอารักขา ช่วยเหลือองค์ชายเฉินหยวนฟงและพระนางเฉินจนปลอดภัยเธอไม่ยอมละทิ้งโอกาส รีบจัดการรวบแขนของเกาซื่อที่พยายามยันตัวลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เธอบิดแขนใหญ่แล้วจับทุ่มข้ามไหล่จนมันลงไปนอนกินฝุ่นอีกรอบ พร้อมกับบิดข้อมือหนาไว้และขึ้นไปนั่งไขว่ห้างทับบนหลังเล่นอย่างสบายอารมณ์ เธอไม่สนใจเสียงโอดโอยของเจ้ายักษ์ปักหลั่นที่ร้องคร่ำครวญสลับคำรามขู่สักนิด‘ฮึฮึ ท่าล๊อกนี้ไม่มีทางดิ้นหลุดหรอก นอกจากจะหักแขนนะจ๊ะ’เกาซื่อพยายามดิ้นรนแต่ไม่สำเร็จ จึงร้องตวาดให้ลูกน้องเข้ามาช่วยฆ่าเธอโดยเร็ว แต่มันก็ต้องหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นว่าลูกน้องของตนถูกองค์ชายเฉินหยวนฟงและไล่เข่นฆ่าจนแทบไม่มีเหลือ บางส่วนก็ทิ้งศักดิ์ศรี หนีปะปนอลม่านไปกับคณะนางรำที่แตกกระเจิ
เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม มินตราก็พร้อมเต็มที่ ร่างกายตื่นตัวทุกอณูพร้อมดำเนินการตามอุบายที่วางไว้ ร่างบางจะขยับตัวออกจากตรอกมืด ๆ ข้างกำแพงวัง สองมือจับเชือกที่เหวี่ยงขึ้นไปเกี่ยวกับกำแพงไว้เพื่อโหนตัวขึ้นไป แต่มือหนาก็ฉุดข้อมือเล็กไว้ก่อนแล้วรั้งตัวเธอมาจุมพิตอย่างดูดดื่ม บรรดาเหล่าลูกน้องหันหลังหลบกันแทบไม่ทัน“สัญญากับเราก่อนสิว่าเจ้าจะต้องปลอดภัยกลับมาหาเรา” รับสั่งถามอย่างเป็นกังวลหลังจาก ดวงเนตรเต็มไปด้วยความเป็นห่วงแทบคลุ้มคลั่ง มินตราก็เข้าใจพระองค์“เพคะ..มิ้นต์สัญญา”“ยอดรักของเราโปรดระวังตัวด้วย อย่าลืมว่าเจ้ามิใช่ตัวคนเดียวอีกต่อไปแล้ว มีหัวใจของเราที่ฝากไว้อยู่ที่เจ้า มิ้นต์คือทั้งหมดของชีวิตเฉินหลงเทียน ...เรารักเจ้า” มือแกร่งดึงมือของเธอมาแนบไว้ที่อกข้างซ้ายเพื่อยืนยันรับสั่ง“บะ...บ้า มาบอกรักอะไรกันตรงนี้ คนอยู่เยอะแยะ ท่านก็เหมือนกันนะ ระวังตัวด้วย..มิ้นต์รักหลงเทียนนะ”พูดจบก็ยืดตัวเขย่งปลายเท้าขึ้นประทับจูบอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหมุนตัวไปจับเชือกปีนไต่ขึ้นกำแพงอย่างทะมัดทแมงด้วยใบหน้าแดงก่ำ แล้วรีบทิ้งตัวลงไปท
บทที่ 57 Mission Complete บรรยากาศภายในเมืองยามค่ำคืนเงียบเหงาวังเวงเพราะมีเหตุการณ์ไม่ปกติ ร้านค้าจึงพากันปิดตัวเงียบตั้งแต่ยามบ่าย ข้าวของขึ้นราคาจนน่าอนาถใจ แม้มีเหรียญเต็มถุงก็มิอาจหาซื้ออาหารมาเลี้ยงคนในบ้านได้เพียงพอ ส่วนคนที่จนตรอกก็ถูกบีบให้ต้องออกลักวิ่งชิงปล้น มิช้านานก็อาจล่มสลายไปทั้งแคว้นเสียงสาปแช่งดังพึมพำไปทั่วเมื่อ “ขบวนเสด็จ” อันแสนหรูหราของเกาซื่อเคลื่อนผ่านเมือง หญิงที่สูญเสียสามี ชายชราที่ต้องพรากจากบุตร เด็กกำพร้าที่ต้องทนทุกข์ทรมาน เฝ้าสาปแช่งและยังคงจดจำกลิ่นเลือดของผู้เป็นที่รักได้ดี เลือดนั้นยังติดอยู่ในซอกเล็บและกลิ่นคาวก็ยังติดกาย ความชั่วร้ายของผู้ที่พรากชีวิตของพวกเขาไปจะไม่มีวันชำระล้างอีกเลยตลอดกาล เมื่อตกกลางคืน ชาวบ้านชาวตลาดและประชาชนต่างก็ปิดประตูและปิดไฟเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เสียงหัวเราะพูดคุยแว่วออกมาให้ได้ยิน ราวกับเป็นเมืองร้างที่มีเพียงแมวจรจัดอาศัยอยู่ บางเวลาจะมีทหารกบฏกลุ่มย่อย ๆ ออกเดินลาดตระเวนผ่านเป็นระยะทั้งวันทั้งคืน จนเป็นที่หวาดกลัวไปทั่ว ซ้ำเติมชาวเมืองหนักขึ้นไปอีกมินตราผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่นำติดตัวมาด้วย ร่างเพรียวระหงในชุดหน
“มีทหารตั้งค่ายอยู่ราว ๆ 5,000 นายพ่ะย่ะค่ะ” สือชงเข้ามารายงานอย่างหนักใจ หลังจากที่ออกไปซุ่มมองที่ค่ายทหารกบฎ ไหนจะประตูเมืองอันแข็งแกร่งมั่นคงที่มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด ขบวนสินค้าของเฉินหลงเทียนจึงรั้งรออยู่ที่หมู่บ้านนอกเมืองจนเย็นย่ำเพื่อหยั่งสถานการณ์ สีพระพักตร์เริ่มเคร่งเครียดเมื่อพยายามคิดหาวิธีเข้าเมืองโดยปลอดภัยและหาวิธีจัดการกับทหารที่ล้อมเมืองอยู่ แต่มินตรากลับยิ้ม ๆ “5,000 นี่ล่ะคือกำลังของเราที่เกาซื่ออุตส่าห์หอบมาให้เรา” มินตราเอ่ยความคิด ชายหนุ่มนิ่งคิดไปชั่วครู่ก็แย้มสรวลออกมา พระองค์จึงรีบหันไปสั่งการทันที “เจ้าจงรีบกลับไปดูที่ค่ายทหารว่ามีคนของเกาซื่อคอยควบคุมสั่งการกี่คน แล้วคืนนี้จัดการลอบสังหารมันซะ แล้วชิงตราคำสั่ง สั่งให้เคลื่อนพลมาบุกทั้งนอกและในพร้อม ๆ กัน คืนนี้เราจะเข้าไปบัญชาการทัพจากในเมืองเอง แล้วจงบุกเข้ามาทันทีที่ประตูเมืองเปิด”เหล่าองครักษ์รับบัญชา ก่อนจะรีบถอยฉากออกไปเตรียมตัวลงมือ แผนการยืมกำลังของคู่ต่อสู้ช่างเฉียบขาด เหล่าทหารที่ยก
เพล้ง! เสียงจอกสุราที่ถูกเขวี้ยงตกแตก ดังสะท้อนไปทั่วโถงว่าราชการแคว้นเฉิน หลังจากที่ระบายโทสะ ความหงุดหงิดงุ่นง่านก็มิได้บรรเทาลง กลับหันไปตวาดไล่เหล่านางกำนัลให้ออกไปจนหมดชายพันธุ์ต่ำเนื้อตัวหยาบกร้าน เมื่อยืนเต็มความสูงแล้วแทบรู้สึกว่าสามารถจับคนหักกลางได้ด้วยมือเปล่า ใบหน้าดุดันไว้หนวดเครารุงรัง กำลังไม่สบอารมณ์อย่างยิ่งที่อ๋องแคว้นเฉินไม่กลับมาตามแผนที่วางไว้ เขาอุตส่าห์สร้างหลักฐานเท็จและกุเรื่ององค์ชายเฉินหยวนฟงก่อกบฏอย่างแนบเนียนไร้ช่องโหว่แล้ว แต่เจ้าอ๋องงี่เง่ากลับมัวแต่ชักช้ายืดยาด‘จะรอตรวจสอบข่าวซ้ำไปมาสักอีกกี่รอบกันถึงจะพอใจ รีบ ๆ เสด็จมาสู่กับดักที่กระหม่อมสู้อุตส่าห์บรรจงสร้างถวายเสียโดยดีเถิด แล้วจะสบายพ่ะย่ะค่ะ’แม่ทัพเกาซื่อเดินอาด ๆ ไปนั่งบนบัลลังก์ทองคำอย่างถือสิทธิ์ ภายในวังหลวงแห่งแคว้นเฉินถูกพวกทหารของมันเข้ายึดครองไว้โดยสิ้นเชิงแล้ว แล้วปล่อยข่าวลือให้ร้ายองค์ชายเฉินหยวนฟงแทน ส่วนตนเองก็แสดงบทบาทเป็นท่านแม่ทัพผู้เสียสละจงรักภักดี รอคอยการกลับมาบัญชาการรบของฝ่าบาทอยู่ที่นอกเมือง&







