เข้าสู่ระบบ“แล้วอี้หลานฮวาเล่า นางเดินทางมาถึงเมืองหลวงได้กี่วันแล้ว”“กราบทูลองค์ชายเจ็ด คุณหนูสามสกุลอี้กลับถึงเมืองหลวงได้ราวสามวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“หึ! … นางอ่อนวัยกว่าข้าถึงห้าปี แต่กลับไม่ลังเลเลยที่จะเป็นสตรีผู้มีตำหนิ ข้าอับอายนางอย่างยิ่งเสียนเฟย เพราะหากเมื่อห้าปีก่อนข้าไม่ขี้ขลาดเกินไป ชาวเมืองต้าหยวนคงมิต้องลำบากลำบนกันเช่นนั้นเป็นแน่”หยวนลี่หยางนั้นคิดย้อนไปถึงตนเองในวัยเท่ากับนาง ยามนั้นเก้าสกุลหนุนหลังเขาเต็มที่ แต่เป็นเขาที่ช่วงชิงราชบัลลังก์จากพระบิดาไม่ลง เขามันใจอ่อนเกินไป ไร้คุณค่ากว่าเด็กสาวเช่นอี้หลานฮวามากยิ่งนัก!“เขาคงไม่พึงใจนางยิ่งนัก เช่นไรก็เตือนใต้เท้าและท่านแม่ทัพอี้ด้วยก็แล้วกันว่าให้ระวังภัยของคุณหนูสามอี้เอาไว้บ้างย่อมดีกว่า คนเช่นหยวนเยี่ยเจา พระบิดาร้ายเพียงใด เฉิงกุ้ยเฟยสารเลวเท่าไร เขานั้นคูณเพิ่มไปให้เขาอีกร้อยเท่า อี้หลานฮวาไปกระชากขนสุนัขถลกหลังลาของเขาถึงเพียงนั้น เขาไม่เลิกราโดยง่ายเป็นแน่”เขาเติบโตมากับหยวนเยี่ยเจา ภายนอกนั้นดูสุขุมใจเย็น วาจานั้นก็ไพเราะหลอกลวงคนเก่งไม่พอ ความอำมหิตกลับลึกล้ำและยังเจ้าคิดเจ้าแค้นผู้ใด แล้วที่สายลับของเขายังแคว้นเหล่ยร
…ข่าว…มาถึงหาใช่เพียงฮ่องเต้ เฉิงกุ้ยเฟยตลดจนคนของนางที่ทราบ แต่หยวนลี่หยางก็ทราบด้วยเช่นกัน ความหวังอันน้อยนิดพังทลายลงสิ้น แต่เพราะเขาเองก็วางแผนสำรองเอาไว้แล้ว อีกแปดวันเพ่ยฮองเฮาจะสละทางโลกออกบวชแล้วส่วนเฉิงกุ้ยเฟยนั้นก็ทั้งดีใจผสานไปด้วยความโกรธแค้นที่อี้หลานฮวานั้นไม่ใจอ่อนหย่าขาดจนได้ แต่บัดนี้ฮ่องเต้เองก็ ‘ออกคำสั่ง’ ไปแล้วว่าไม่เกินสามเดือนนี้ องค์ชายเจ็ดจะต้องหมดลมหายใจก่อนพิธีคัดเลือกองค์รัชทายาท เพียงเท่านี้บุตรชายของนางก็ไร้ขวากหนามไปจนสิ้นเชิง ส่วนเจ้ามังกรเฒ่าผู้นั้นก็เสวยสุขมานานเกินไปแล้ว ด้วยยาพิษของนางคาดว่าอีกไม่เดินหกเดือนหยวนจิ่วซ่างมันได้ไปเกิดใหม่เป็นแน่คราวนี้มือของบุตรชายตนเองย่อมขาวสะอาด น้องชายทุกคนตาย ผู้ใดในวังหลังไม่รู้บ้างถึงตัวคนบงการ แล้วยิ่งสุดท้ายเจ้ามังกรเฒ่าก็มาป่วยตายอีก หยวนเยี่ยเจาขาวสะอาดสมกับตำแหน่งฮ่องเต้ เพียงเท่านี้ชาวบ้านกับขุนนางก็ต้องยำเกรงฮ่องเต้พระองค์ใหม่เพียงเท่านั้น!แต่ที่เฉิงกุ้ยเฟยหลงลืมไปก็คือต้าหยวนอยู่มาจนถึงทุกวันนี้โดยไร้ศึกภายนอกและเหล่ากบฏภายในนั้นก็เพราะมี ‘เก้าสกุล’ แห่งต้าหยวน ถึงบางสกุลจะถอนตัวออกไปอยู่นอกราชสำนัก
กว่าท้องฟ้าจะสว่างและยาสลบนั้นจะหมดฤทธิ์ ก็ก้าวถึงต้นยามอู่ สภาพขององค์ชายใหญ่ที่ถูกแมงป่องยักษ์กัดไปไม่น้อยจนตัวบวม ใบหน้าบิดเบี้ยว ไข้ขึ้นสูง ดังนั้นที่คิดจะติดตามขบวนเดินทางของอี้หลานฮวาไปได้ในทันทีคงยากแล้ว และกว่าหยวนเยี่ยเจาจะหายดีและทราบถึงความจริงว่าพระชายารองหลิงเองก็หายตัวไปนั้น ก็ทำเอาองค์ชายใหญ่ถึงกับโกรธจนหน้าดำราวกับก้นหม้อข้าวเก่าใกล้จะแตกหัก จนแม้แต่อวิ๋นโม่วเองยังไม่กล้าเข้าใกล้“อี้หลานฮวาเรามิอาจแตะต้อง แต่หลิงหนี่ว์เอ๋อร์กับเด็กในครรภ์อยู่ก็ต้องพบตัวตายข้าก็จะต้องได้เห็นศพ!”อวิ๋นโม่วถึงกับสะท้อนสะท้านภายในอกที่ได้รับคำสั่งให้ออกตามหาไม่พอ แต่นี่ยังมีคำสั่งให้ประหารจนสิ้นแม้แต่คนมีครรภ์ที่เป็นพระชายารองยอดรัก ช่างโหดเหี้ยมเกินคน อีกทั้งสายโลหิตที่จะกำเนิดนั้นยังเป็นขององค์ชายใหญ่อีกด้วย นี่หรือไม่ต้นแบบเป็นเช่นไรลูกของย่อมแตกแขนงแยกหน่อออกมาได้ไม่ต่างกันเช่นนี้“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายใหญ่”ทว่าต่อให้เขาสงสารและไม่ต้องการส่งคนไปสังหารสตรีตั้งครรภ์ผู้นั้นเพียงใด แต่เขาก็ต้องก้มหน้ารับคำสั่งอันเหี้ยมโหดนั้นต่อไป“ส่งนกพิราบตัวนี้กลับเมืองหลวง”แผนหุงข้าวสารให้กลายเป็นข้าวสุ
หนังสือหย่าขาดได้มาตามประสงค์ ใบหน้าของอี้หลานฮวาดูสดใสและผุดผ่องขึ้นมาอีกหลายส่วน คงเพราะนางมีความสุขนั่นเองผิดกับสตรีอีกนางที่ใบหน้านั้นดำไปด้วยความโศกศัลย์และหมองไหม้“อย่าเสียใจไปเลย ครอบครัวของเจ้ายังมีตัวตนหรือไม่ก็สุดจะทราบได้ ก็ขนาดบุตรในครรภ์ของเจ้าที่เป็นสายโลหิตของเขาเอง เจ้าเยี่ยเจายังถึงขั้นคิดวางยาทำลายครรภ์ของเจ้าทิ้ง หลุดพ้นเขามาได้นับว่าคือวาสนาแล้วละหนีว์หนี่ว์”อี้หลานฮวาเองก็มิคาดว่าหยวนเยี่ยเจาจะมากไปด้วยความอำมหิตไม่ต่างจากบิดาของเขาเลย เพียงคิดเอาใจนางถึงกับส่งน้ำแกงผสมตัวยาขับเลือดไปให้หลิงหนี่ว์เอ๋อร์ดื่ม ต้องชั่วช้ากว่าสุนัขเพียงใดจึงคิดทำลายสายโลหิตของตนเองได้ลงคอเช่นนี้“พระชายาเอ่อ…คุณหนูอี้ ข้าขอบคุณท่านอีกครั้ง หากไม่ใช่เพราะท่านช่วยเหลือเจ้าตัวน้อยในนี้คง…”กล่าวออกมาแล้วน้ำตาของหลิงหนี่ว์เอ๋อร์ก็พรั่งพรูอีกครั้งอย่างยากจะควบคุม ความรักครั้งแรกของนาง บุรุษคนที่นางหวังฝากชีวิตแต่กลับคิดหักหลังนาง นับว่าเป็นเรื่องโศกนาฏกรรมความรักครั้งใหญ่ในชีวิตของสาวงามเช่นนางแล้วทางด้านครอบครัวของนางเองกลับหายไปไร้การติดต่อมานานนับตั้งแต่แต่งงานเข้าสกุลหยวนจนหลบหนีมาอย
“นะ…น้องหญิง!”ผู้ใดกันจะคาดว่าผู้ซึ่งทำร้ายเขา ทรมานเขา จับเขามัดตรึงนานร่วมชั่วยามจะเป็นอี้หลานฮวา เด็กสาวใสซื่อจนบื้อในอดีตไปได้“อย่ามาเรียกข้าเช่นนั้น มันช่างน่าขยะแขยง ชวนอาเจียนทุกครั้งที่ได้ยินเลยท่านทราบหรือไม่ นับจากนี้ระหว่างเราท่านคือองค์ชายใหญ่ ข้าคือคุณหนูสามอี้หลานฮวา”สาวน้อยเดินกรีดกรายจนอาภรณ์หรูหรานั้นขยับไหวดังกับนางคือ ‘ฮองเฮา’ มากว่าจะเป็นเด็กสาววัยเพียงสิบห้าปีเช่นนี้!“พี่จื่อชิง นำหนังสือหย่าขาดมาให้องค์ชายใหญ่ลงลายมือชื่อเสีย”นางทรุดกายลงนั่งไขว่ห้างที่เก้าอี้ซึ่งทหารยกมาให้นางนั่งยังปลายเตียง ไม่ยอมขยับเข้าไปใกล้อีกฝ่ายมากจนเกินไป“เจ้า…เจ้า…เจ้าหมายความว่าเช่นไรกันเสี่ยวหลาน?”ดวงตาของเขาดูสับสนว้าวุ่นใจ และคงไม่เข้าใจอันใดจริงหาใช่เสแสร้ง ดังนั้นอี้หลานฮวาจึงต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่“องค์ชายใหญ่ หรือท่านกำลังคิดว่าการที่คนเช่นอี้หลานฮวาเดินทางรอนแรมนับพันลี้ เร่งร้อนจนเจ็บก้นและปวดหลังเอวระบมไปหมดเช่นนี้ เพื่อจะมาทวงสามีคืน? หากท่านคิดเช่นนั้นจริง เกรงว่า…จะผิดแล้วองค์ชายใหญ่”ใบหน้าของหยวนเยี่ยเจาซีดเผือดราวกับโลหิตแล่นขึ้นไปหล่อเลี้ยงไม่ถึง แน่นอนข่าว
ความวุ่นวายโกลาหลบังเกิดเสียงนางกำนัลและขันทีต่างกรีดร้องวุ่นวาย แต่อี้หลานฮานั้นยังนั่นคีบอาหารกินด้วยกิริยาสงบเยือกเย็น ขนาดอวิ๋นโม่วเองยังรู้สึกว่าพระชายาอี้นั้นช่างใจดำใจอำมหิตเหลือเกิน“พระชายาอี้พ่ะย่ะค่ะคือ…”“คนสลบก็หามไปนอน จะมาวุ่นวายกรีดร้องไปไย เปิ่นหวางเฟยจะกินข้าว วุ่นวายกันเสียจริง พาเขาไปไกล ๆ เปิ่นหวางเฟยโดยเร็ว!”เด็กสาวที่แต่งกายงดงามราวกับนางพญาหงส์ตวาดออกไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด จนขนาดอวิ๋นโม่วผู้เป็นองครักษ์เดนตายยังสะดุ้งตกใจ แต่สุดท้ายสติก็กลับมา เขาจึงเรียกขันทีซึ่งตัวโตอีกสองคนมาช่วยกันหามกายสูงใหญ่ของผู้เป็นเจ้านายไปส่งที่ห้องหอที่หยวนเยี่ยเจาสั่งให้จัดเตรียมเอาไว้ตั้งแต่ช่วงที่อี้หลานฮวานั้นกำลังไปอาบน้ำแช่สมุนไพรสาวน้อยกินข้าวไปอย่างอร่อยจนอิ่มจึงเดินเนิบนาบตามนางกำนัลของตำหนักแห่งนี้ แต่ก่อนที่นางจะไป ‘เผาจริง’ อี้หวานฮวาแวะไปพบใครบางคนอีกครู่หนึ่ง จึงค่อยตรงไปยังห้องหอ แต่เกรงว่าจะมิได้รอรักหากแต่รอ ‘แตกหัก’ นั้นคงจะถูกต้องกว่า…นานนับครึ่งชั่วยามผ่านไปเห็นจะได้…“พี่จื่อชิงทุกสิ่งเรียบร้อยดีหรือไม่”เมื่อเดินมาเรือน ‘รอเชือด’ ทุกสิ่งนั้นก็ดูเงียบสงบ แ







