LOGINเพราะถึงนางจะรักใคร่หยวนเยี่ยเจามาตั้งแต่เริ่มรู้ความว่าตนเองเติบโตเป็นสาวน้อย แต่คำสอนของท่านย่ายังดังก้องอยู่ในใจดวงน้อยเสมอว่า ‘เสี่ยวหลานเอ๋ย ดวงใจของคนเรานั้นมีถึงสี่ส่วน ดังนั้นเจ้าจะรักผู้ใดย่อมได้ทั้งหมด เพียงแต่จงใช้สามส่วนรักและภักดีต่อเขา แล้วจงเหลือหนึ่งส่วนเอาไว้รักตนเอง เพราะยามใดเขาทอดทิ้งเจ้า หลงลืมที่จะรักเจ้าดวงใจอีกหนึ่งส่วนจะปกป้องเจ้าได้ จงรักตนเองให้เป็นเสียก่อนจึงค่อยไปรักผู้อื่น หนึ่งชีวิตบิดาให้มารดาเลี้ยงดูอย่าให้ผู้อื่นมาทำลายมันลงไปได้’ ถึงจะฟังแล้วอดีตนางเข้าใจได้น้อยมาก หากแต่วันนี้เหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาเด็กสาวถึงกับเข้าใจกระจ่างชัดเจนต่อคำสั่งสอนของท่านย่าขึ้นมาทันใด
“นี่เจ้า!”
เฉิงกุ้ยเฟยบันดาลโทสะจนหน้าดำไปแปดส่วน เพราะมิคาดว่าเด็กสาวหน้าตาใสซื่อกับการที่ดูกิริยาอีกฝ่ายออกมาโดยตลอดว่าอี้หลานฮวานั้นพึงใจบุตรชายของนางจนถึงขึ้นหลงใหล หากแต่บัดนี้นางเด็กปากยังไม่สิ้นกลิ่นคาวน้ำนมกลับยกเอาคนทั้งสกุลอี้มาข่มขู่นางทางอ้อมเช่นนี้ หากนางไม่โมโหจนหน้ามืดเห็นทีจะแปลกแล้ว
“สมรสพระราชทานมิใช่ออกในยามเช้าแล้วตบแต่งในยามบ่าย ตรงกันข้ามพิธีการถูกจัดเตรียมถึงสามเดือน ขอหลานฮวาบังอาจสอบถามเฉิงกุ้ยเฟยสักหลายประโยคหน่อยจะได้หรือไม่เพคะ?”
ในเมื่อคิดยกน้ำชาด้วยดีหวังความเมตตาจากอีกฝ่ายแล้วพระนางไม่รับ เช่นนั้นอี้หลานฮวาผู้นี้ก็เป็นศิษย์มีอาจารย์ ที่สำคัญนางยังมีสกุลอี้หนุนหลังคิด ‘ข่มเหง’ กันเช่นนี้ หากนาง ‘ยินยอม’ คงเสียชาติหนึ่งที่เกิดมาเป็นคนสกุลอี้แล้ว
“เจ้ากล้าหรือ?!”
อี้หลานฮวาย่อกายเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปจนใกล้เพียงหนึ่งช่วงแขนแล้วยื่นใบหน้าซึ่งยังแย้มยิ้มระรื่น แต่ดวงตากลับดุดันวาววับก่อนจะกระซิบแผ่วเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคนว่า…
“คำนี้สมควรเป็นหม่อมฉันที่ต้องถามเฉิงกุ้ยเฟยนะเพคะว่า ‘พระองค์กับฮ่องเต้’ ทรงกล้าหรือไม่?!!!”
“!!!”
แล้วคำตอบก็คือเฉิงกุ้ยเฟยทรงเรียกหานางกำนัลและขันทีให้วุ่นวาย อ้างว่าตนเองเป็นลมใกล้สิ้นสติเต็มทน
…หึ!!!...
น้ำชาที่ต้องยกเห็นทีจะไม่ต้องแล้ว หากแต่เด็กสาวล้วนพึงใจ สตรีสูงศักดิ์แต่จิตใจต่ำตมยกไปนางคงละอายต่อป้ายวิญญาณบรรพชนสกุลอี้น่าดู!!!
อี้หลานฮวามองความวุ่นวายโกลาหลด้วยสายตาเย็นยะเยือก นางพึงใจหยวนเยี่ยเจานั้นก็คือความจริง แต่นางก็รักครอบครัว รักศักดิ์ศรีของตนเองกับสกุลอี้นั้นยิ่งจริงกว่าหลายเท่า มาหยามเกียรติหมิ่นศักดิ์ศรีกันถึงเพียงนี้คิดว่านางไร้เดียงสาจนถึงขึ้นเบาปัญญาไปเลยหรือไรจึงมองสถานการณ์นับจากเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมาไม่ออก นางไว้หน้าถึงเพียงนี้ก็นับว่าตนเองให้เกียรติราชวงศ์มากพอสมควรแล้ว
...หาไม่นางคงบุกขึ้นไปบนรถม้าคันหรูหราแล้วขอดูหน้าผู้อยู่ภายในให้กระจ่างตาไปแล้ว!...
ถึงนางจะรักหยวนเยี่ยเจามาหลายปี แต่นางก็รักตนเองด้วยเช่นกัน รังแกนาง อี้หลานฮวาไม่คิดมากพอจะอภัยกันได้ แต่รังแกคนสกุลอี้นางหายอมไม่ ทอดทิ้งนางในราตรีเข้าหอ ก็หยามหน้าคนเช่นนางไปถึงบรรพชนสกุลอี้มากพอแล้ว ในยามเช้ามาเยือนนางยังถูกมารดาของพระสวามีกดขี่ข่มเหงรังแกและลงโทษกันโดยไร้ซึ่งความเป็นคนผู้มีเกียรติไปจนสิ้น
นางยังเป็นเพียงเด็กสาวนั้นไม่เถียง ในต้าหยวนสตรีเริ่มออกเรือนในวัยสิบแปดปี เพราะหนึ่งจบการศึกษาด้านการเรือนโดยสมบูรณ์ แต่ถึงอี้หลานฮวานั้นอายุเกิดมาเพียงสิบห้าปี แต่การเป็นบุตรสาวและหลานสาวคนเดียวของสกุลอี้ นางย่อมได้รับแต่สิ่งซึ่งดีที่สุด แม่นมที่ยอดเยี่ยม ไปจนถึงสำนักศึกษาที่คนทั่วแผ่นดินอยากเข้าแต่ยากยิ่งนักจะได้เข้าไปศึกษา ต่อให้เป็นองค์หญิงบางพระองค์ยังสิ้นโอกาสจะได้เข้าไป
แต่นางกลับได้เข้าไปศึกษาเล่าเรียนตั้งแต่วัยได้เพียงเก้าปี แต่นอกจากนางคือบุตรสาวและหลานสาวของคนกุลอี้ที่ร่วมก่อตั้งราชวงศ์หยวนจนรวมเป็นแผ่นดินต้าหยวนได้แล้วนั้น การที่อี้หลานฮวานั้นเข้าสำนักศึกษาหลวงได้ก็เนื่องจากนางสอบเข้าไปด้วยความสามารถและสติปัญญาของตนเองทั้งสิ้น และนางคือศิษย์หญิงคนเดียวที่เข้าศึกษาวิชาด้านการแพทย์อีกด้วย หาใช่บรรดาคุณหนู ท่านหญิง หรือองค์หญิงผู้อื่นที่ได้ศึกษาเพียงวิชาการเรือน โคลงกลอน วาดภาพ และศาสตร์ด้านการชงชาเท่านั้น
หากแผ่นดินต้าหยวนยอมรับในตัวขุนนางหญิง รับรองว่าอี้หลานฮวาย่อมจะยังไม่เร่งแต่งงาน แต่นางคงเลือกรอสอบจอหงวนและเลือกเป็นขุนนางหญิงเสียก่อน ยากจะเลือกความรักมาก่อนเช่นวันนี้ แต่เพราะชาวต้าหยวนยกบุรุษเป็นใหญ่ นางซึ่งเกิดมาเป็นสตรีเพียงหนึ่งเดียวของตระกูล จึงมีหน้าที่ก็แค่เพียง ‘ต้องแต่งงานเข้าราชวงศ์’ ตามสัญญาแต่อดีตกาลนานมาร่วมสองร้อยปีที่เกิดเป็นแผ่นดินมาถึงทุกวันนี้
ภายนอกนั้นคือภาพที่ราชวงศ์ตอบแทนสกุลอี้ที่ช่วยเหลือสกุลหยวนจนรวมแผ่นดินสามแคว้นใหญ่ ซึ่งหากสกุลอี้เรียกร้องเป็น ‘อ๋องต่างแซ่’ แล้วแยกตนไปปกครองหนึ่งแคว้นล้วนย่อมได้ แต่สกุลอี้กลับเลือกหนทางเป็นขุนนางและเหล่าแม่ทัพปกป้องอาณาจักรต้าหยวนแทน ดังนั้นแล้วอดีตปฐมฮ่องเต้จึงทำพันธสัญญาว่าหากสกุลอี้มีบุตรีให้แต่งงานเข้าราชวงศ์ จะเป็นหนึ่งในสี่ของพระชายาในฮ่องเต้ หรือจะเป็นพระชายาในองค์ชายพระองค์ใดย่อมได้ทั้งสิ้น
ส่วนหากมีบุตรชายก็ต้องได้ขึ้นเป็นขุนนางรับใช้ใกล้ชิดกับมีตำแหน่งในกองทัพจะเล็กหรือใหญ่ก็จะต้องมีคนสืบทอด หากแต่ความเป็นจริงหนึ่งก็คือต้องการควบคุมสกุลอี้ด้วยการ ‘ยึด’ บุตรีของคนสกุลอี้เอาไว้เป็น ‘ตัวประกัน’ หากเป็นสตรี กับข้อสองสายโลหิตที่เกี่ยวดองกันย่อมยากที่สกุลอี้จะทรยศราชวงศ์ไปได้เป็นแน่ กับข้อสุดท้ายหากสายโลหิตที่แท้จริงของสกุลอี้เป็นบุรุษมากไปย่อมควบคุมยาก แต่สังหารกันตรงไปตรงมาย่อมไม่ได้ แต่หากส่งพวกเขาไปตายในสนามรบราชวงศ์ก็ดูขาวสะอาด ส่วนคนของสกุลอี้ยังได้เชิดชูเกียรติว่าเป็นผู้ปกป้องแผ่นดิน มีแต่ฝ่ายดีได้ผลประโยชน์แต่ผู้ใดจะทราบความขมขื่นของคนสกุลอี้บ้าง
ทว่าเมื่อตกมาถึงรุ่นของท่านปู่ทวดของนาง เขานั้นรู้เท่าทันฝ่ายราชวงศ์ แน่นอนว่าบุตรชายยากจะหลีกหนีพ้นไปจากการเป็นขุนนางและทหารได้ แต่บุตรสาวหากมีจะต้องถูกซุกซ่อนหรือไม่ก็ส่งไปชายแดน ตบแต่งไปอยู่ชนบทเงียบๆ แต่หลบหลีกได้ไม่ถึงสองรุ่น อี้หลานฮวาซึ่งเป็นรุ่นที่สามกลับยากจะหลีกพ้น ยิ่งพอนางเติบโตแล้วมีใจปฏิพัทธ์ต่อคู่หมั้นคู่หมายของตนเอง พันธสัญญาแต่อดีตจึงดำเนินขึ้นอีกครั้ง
พี่ชายของอี้หลานฮวาทั้งสองคนได้เป็นแม่ทัพใหญ่ยังทิศบูรพาและประจิม ส่วนนางก็ต้องแต่งงานมาเป็นพระชายาเอกขององค์ชายใหญ่หยวนเยี่ยเจา แต่ผู้ใดจะทราบว่าภายใต้เล่ห์เหลี่ยมการเมืองเหล่านี้เด็กสาววัยเพียงหกขวบปีก็ต้องศึกษาทั้งตำราพิชัยสงครามรวมไปถึงการฝึกฝนวิชาแพทย์อันประเสริฐเลิศล้ำของสกุลของฮูหยินผู้เฒ่าอี้ที่มาไกลจากชนเผ่าลึกลับซึ่งอยู่แดนใต้ ซึ่งเป็นเกาะที่อยู่ห่างไกลจากชายฝั่ง แต่เพราะคราวนั้นท่านปู่ของนางต้องไปปราบโจรสลัดแล้วถูกพิษร้ายเข้าจนคิดว่าตนเองอาจจะสิ้นชีพเสียแล้ว หากกลับถูกท่านหัวหน้าเผ่ามาพบจึงช่วยเหลือแล้วนำพาท่านปู่ของนางไปจนพบกับท่านย่าที่เป็นบุตรสาว แล้วสุดท้ายตำนานรักระหว่างแม่ทัพกับบุตรสาวของหัวหน้าเผ่าแห่งนั้นก็จบลงด้วยการแต่งงานจนมีท่านพ่อ ท่านอาอีกหลายคน ซึ่งนับจากนั้นท่านปู่ของนางก็ได้ก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งของอัครมหาเสนาบดีคู่พระทัยฮ่องเต้
และแน่นอนที่สุดสาเหตุซึ่งต้องย้ายขุนนางฝ่ายบู๊ผู้เก่งฉกาจเช่นท่านปู่ของนางไปอยู่ข้างกาย ก็เพราะฮ่องเต้พระองค์นี้ล้วนไม่เคยวางพระทัยผู้ใดโดยง่าย ต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลมเสมอ ดังเช่นที่เขา ‘กำจัด’ สายโลหิตซึ่งเป็นของตนเองทิ้งจนหมด เพียงเพื่อปูทางเอาไว้ให้แค่เพียงสายโลหิตที่เขาต้องการเพียงเท่านั้น
พยัคฆ์ไม่เคยกินลูกตนเอง หรือขนาดสุนัขมันก็ยังต้องปกป้องลูกของมันจนสุดชีวิต แต่ฮ่องเต้พระองค์นี้ดวงใจอำมหิตราวกับอสรพิษที่จะกินลูกตัวที่ไม่สำคัญ เหลือเอาไว้เพียงหนึ่งที่มันจะเฝ้าฟูมฟักและปกป้องอย่างดี รอให้เจ้างูพิษน้อยตัวนั้นเติบโตเต็มตัว มันจึงมอบอาณาเขตให้เจ้าไข่ลูกยอดที่มันฟูมพักต่อไป!
“ทุกคนมีหน้าที่เช่นกัน เจ้าก็มีหน้าที่นะเสี่ยวหลาน ปู่คือตัวแทนขุนนางทั้งหมด บิดาของเจ้าก็เป็นต้าเจียงจวินที่ต้องควบคุมกองทัพทั้งหมดแห่งต้าหยวน พี่ใหญ่กับพี่รองของเจ้าก็เช่นกัน บัดนี้ทางฝ่ายองค์ชายใหญ่เตรียมกำลังคนไว้มากถึงเรือนแสนผสานกับอาการของฝ่าบาทเองก็มีแต่ทรงกับทรุดเพียงเท่านั้น”สองคนต่างวัยยังคงพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย แต่ทั้งสิ้นหาใช่เรื่องคุยล้อเล่นทั่วไปเลย หากแต่ทุกสิ่งมีเพียงความมั่นคงของบ้านเมืองกับแผ่นดินต้าหยวนทั้งหมด“เขาสะสมกำลังทหารถึงเพียงนั้นมันหมายความได้สิ่งเดียวเท่านั้นสินะเจ้าคะท่านปู่?”คราวนี้อี้หลานฮวาลุกขึ้นนั่งด้วยกิริยาพรวดพราดเลยทีเดียว เนื่องจากเท่าที่ทราบมาโดยตลอดเจ้าคนชั่วผู้นั้นคือบุตรชายที่ฮ่องเต้ทรงรักประดุจไข่ลูกยอดของงูจงอาง แล้วเหตุใดยังต้องเตรียมซ่องสุมกำลังทหารอย่างลับๆ ที่แคว้นเหล่ยถึงเรือนแสนกันด้วย“คนเรานั้นมันมากไปด้วยความไม่รู้จักพอ โลภมากด้วยกันทั้งสิ้น บัดนี้องค์ชายนั้นอายุมากถึงยี่สิบแปดแล้ว เพียงแค่เป็นไท่จื่อนั้นเขาไม่พึงใจหรอก หากเขาต้องการย่อมจะต้องได้เป็นใหญ่สูงสุดนั่นแหละเขาถึงจะพึงใจ”ฟังแล้วเด็กสาวก็ถึงกับถอนหายใจเสียงดังยากจะ
พอได้อิสระไร้สามีกลับมาเป็นสาวน้อยตัวคนเดียวอีกครั้ง อี้หลานฮวาก็หันไปทุ่มเทช่วงเวลาที่เหลือให้กับการท่องตำราหวังสอบเข้าสำนักหมอหลวงแห่งต้าหยวน โดยไม่ใส่ใจอันใดทั้งสิ้น ความรักไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตนางแต่วิชาชีพของนางต่างหากคือที่สุดแห่งความใฝ่ฝัน หมอหลวงหญิงคือเป้าหมายของชีวิต นางสอบเข้าไปอยู่สำนักหมอหลวงแห่งต้าหยวน อี้หลานฮวาต้องศึกษาต่อกับเหล่าท่านหมออาวุโสตามสาขาวิชาที่นางชอบ ซึ่งแน่นอนนางอยากนั้นเป็นแพทย์หลวงประจำกองทัพส่วนภายนอก ‘ข่าวลือ’ ภายในมหานครฉิงสุ่ยที่กล่าวหาว่านางเป็นสตรีไม่ดี แต่งงานเพียงหนึ่งเดือนก็ถูกพระสวามีเช่นองค์ชายใหญ่หยวนเยี่ยเจาปลดออก จนบัดนี้นางต้องมีตราบาปเป็นหญิงหม้ายที่อาจอายุน้อยที่สุดในแผ่นดินต้าหยวน ซึ่งความจริงที่กล้าปลดสวามีคือนางเองแท้ๆแต่เด็กสาวไม่ใส่ใจ ความจริงเป็นเช่นไรบ้างนั้นล้วนทราบดี ส่วน ‘ข่าวลือ’ ป้ายสีให้นางกลายเป็นสตรีไม่ดีคงจะไม่พ้นเฉิงกุ้ยเฟย แต่แล้วอย่างไร...ก็เพียงสุนัขเห่าไปเรื่อยมันไร้สาระไร้คุณค่ากับชีวิตของนางมาก เอาสติปัญญามาพุ่งตรงไปที่การสอบภายในอีกสองเดือนที่จะถึงนี้ย่อมดีต่อตัวของนางกับสกุลอี้อย่างสูงที่สุด“เสี่ยวหลาน ช่วงน
“แล้วอี้หลานฮวาเล่า นางเดินทางมาถึงเมืองหลวงได้กี่วันแล้ว”“กราบทูลองค์ชายเจ็ด คุณหนูสามสกุลอี้กลับถึงเมืองหลวงได้ราวสามวันแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“หึ! … นางอ่อนวัยกว่าข้าถึงห้าปี แต่กลับไม่ลังเลเลยที่จะเป็นสตรีผู้มีตำหนิ ข้าอับอายนางอย่างยิ่งเสียนเฟย เพราะหากเมื่อห้าปีก่อนข้าไม่ขี้ขลาดเกินไป ชาวเมืองต้าหยวนคงมิต้องลำบากลำบนกันเช่นนั้นเป็นแน่”หยวนลี่หยางนั้นคิดย้อนไปถึงตนเองในวัยเท่ากับนาง ยามนั้นเก้าสกุลหนุนหลังเขาเต็มที่ แต่เป็นเขาที่ช่วงชิงราชบัลลังก์จากพระบิดาไม่ลง เขามันใจอ่อนเกินไป ไร้คุณค่ากว่าเด็กสาวเช่นอี้หลานฮวามากยิ่งนัก!“เขาคงไม่พึงใจนางยิ่งนัก เช่นไรก็เตือนใต้เท้าและท่านแม่ทัพอี้ด้วยก็แล้วกันว่าให้ระวังภัยของคุณหนูสามอี้เอาไว้บ้างย่อมดีกว่า คนเช่นหยวนเยี่ยเจา พระบิดาร้ายเพียงใด เฉิงกุ้ยเฟยสารเลวเท่าไร เขานั้นคูณเพิ่มไปให้เขาอีกร้อยเท่า อี้หลานฮวาไปกระชากขนสุนัขถลกหลังลาของเขาถึงเพียงนั้น เขาไม่เลิกราโดยง่ายเป็นแน่”เขาเติบโตมากับหยวนเยี่ยเจา ภายนอกนั้นดูสุขุมใจเย็น วาจานั้นก็ไพเราะหลอกลวงคนเก่งไม่พอ ความอำมหิตกลับลึกล้ำและยังเจ้าคิดเจ้าแค้นผู้ใด แล้วที่สายลับของเขายังแคว้นเหล่ยร
…ข่าว…มาถึงหาใช่เพียงฮ่องเต้ เฉิงกุ้ยเฟยตลดจนคนของนางที่ทราบ แต่หยวนลี่หยางก็ทราบด้วยเช่นกัน ความหวังอันน้อยนิดพังทลายลงสิ้น แต่เพราะเขาเองก็วางแผนสำรองเอาไว้แล้ว อีกแปดวันเพ่ยฮองเฮาจะสละทางโลกออกบวชแล้วส่วนเฉิงกุ้ยเฟยนั้นก็ทั้งดีใจผสานไปด้วยความโกรธแค้นที่อี้หลานฮวานั้นไม่ใจอ่อนหย่าขาดจนได้ แต่บัดนี้ฮ่องเต้เองก็ ‘ออกคำสั่ง’ ไปแล้วว่าไม่เกินสามเดือนนี้ องค์ชายเจ็ดจะต้องหมดลมหายใจก่อนพิธีคัดเลือกองค์รัชทายาท เพียงเท่านี้บุตรชายของนางก็ไร้ขวากหนามไปจนสิ้นเชิง ส่วนเจ้ามังกรเฒ่าผู้นั้นก็เสวยสุขมานานเกินไปแล้ว ด้วยยาพิษของนางคาดว่าอีกไม่เดินหกเดือนหยวนจิ่วซ่างมันได้ไปเกิดใหม่เป็นแน่คราวนี้มือของบุตรชายตนเองย่อมขาวสะอาด น้องชายทุกคนตาย ผู้ใดในวังหลังไม่รู้บ้างถึงตัวคนบงการ แล้วยิ่งสุดท้ายเจ้ามังกรเฒ่าก็มาป่วยตายอีก หยวนเยี่ยเจาขาวสะอาดสมกับตำแหน่งฮ่องเต้ เพียงเท่านี้ชาวบ้านกับขุนนางก็ต้องยำเกรงฮ่องเต้พระองค์ใหม่เพียงเท่านั้น!แต่ที่เฉิงกุ้ยเฟยหลงลืมไปก็คือต้าหยวนอยู่มาจนถึงทุกวันนี้โดยไร้ศึกภายนอกและเหล่ากบฏภายในนั้นก็เพราะมี ‘เก้าสกุล’ แห่งต้าหยวน ถึงบางสกุลจะถอนตัวออกไปอยู่นอกราชสำนัก
กว่าท้องฟ้าจะสว่างและยาสลบนั้นจะหมดฤทธิ์ ก็ก้าวถึงต้นยามอู่ สภาพขององค์ชายใหญ่ที่ถูกแมงป่องยักษ์กัดไปไม่น้อยจนตัวบวม ใบหน้าบิดเบี้ยว ไข้ขึ้นสูง ดังนั้นที่คิดจะติดตามขบวนเดินทางของอี้หลานฮวาไปได้ในทันทีคงยากแล้ว และกว่าหยวนเยี่ยเจาจะหายดีและทราบถึงความจริงว่าพระชายารองหลิงเองก็หายตัวไปนั้น ก็ทำเอาองค์ชายใหญ่ถึงกับโกรธจนหน้าดำราวกับก้นหม้อข้าวเก่าใกล้จะแตกหัก จนแม้แต่อวิ๋นโม่วเองยังไม่กล้าเข้าใกล้“อี้หลานฮวาเรามิอาจแตะต้อง แต่หลิงหนี่ว์เอ๋อร์กับเด็กในครรภ์อยู่ก็ต้องพบตัวตายข้าก็จะต้องได้เห็นศพ!”อวิ๋นโม่วถึงกับสะท้อนสะท้านภายในอกที่ได้รับคำสั่งให้ออกตามหาไม่พอ แต่นี่ยังมีคำสั่งให้ประหารจนสิ้นแม้แต่คนมีครรภ์ที่เป็นพระชายารองยอดรัก ช่างโหดเหี้ยมเกินคน อีกทั้งสายโลหิตที่จะกำเนิดนั้นยังเป็นขององค์ชายใหญ่อีกด้วย นี่หรือไม่ต้นแบบเป็นเช่นไรลูกของย่อมแตกแขนงแยกหน่อออกมาได้ไม่ต่างกันเช่นนี้“พ่ะย่ะค่ะองค์ชายใหญ่”ทว่าต่อให้เขาสงสารและไม่ต้องการส่งคนไปสังหารสตรีตั้งครรภ์ผู้นั้นเพียงใด แต่เขาก็ต้องก้มหน้ารับคำสั่งอันเหี้ยมโหดนั้นต่อไป“ส่งนกพิราบตัวนี้กลับเมืองหลวง”แผนหุงข้าวสารให้กลายเป็นข้าวสุ
หนังสือหย่าขาดได้มาตามประสงค์ ใบหน้าของอี้หลานฮวาดูสดใสและผุดผ่องขึ้นมาอีกหลายส่วน คงเพราะนางมีความสุขนั่นเองผิดกับสตรีอีกนางที่ใบหน้านั้นดำไปด้วยความโศกศัลย์และหมองไหม้“อย่าเสียใจไปเลย ครอบครัวของเจ้ายังมีตัวตนหรือไม่ก็สุดจะทราบได้ ก็ขนาดบุตรในครรภ์ของเจ้าที่เป็นสายโลหิตของเขาเอง เจ้าเยี่ยเจายังถึงขั้นคิดวางยาทำลายครรภ์ของเจ้าทิ้ง หลุดพ้นเขามาได้นับว่าคือวาสนาแล้วละหนีว์หนี่ว์”อี้หลานฮวาเองก็มิคาดว่าหยวนเยี่ยเจาจะมากไปด้วยความอำมหิตไม่ต่างจากบิดาของเขาเลย เพียงคิดเอาใจนางถึงกับส่งน้ำแกงผสมตัวยาขับเลือดไปให้หลิงหนี่ว์เอ๋อร์ดื่ม ต้องชั่วช้ากว่าสุนัขเพียงใดจึงคิดทำลายสายโลหิตของตนเองได้ลงคอเช่นนี้“พระชายาเอ่อ…คุณหนูอี้ ข้าขอบคุณท่านอีกครั้ง หากไม่ใช่เพราะท่านช่วยเหลือเจ้าตัวน้อยในนี้คง…”กล่าวออกมาแล้วน้ำตาของหลิงหนี่ว์เอ๋อร์ก็พรั่งพรูอีกครั้งอย่างยากจะควบคุม ความรักครั้งแรกของนาง บุรุษคนที่นางหวังฝากชีวิตแต่กลับคิดหักหลังนาง นับว่าเป็นเรื่องโศกนาฏกรรมความรักครั้งใหญ่ในชีวิตของสาวงามเช่นนางแล้วทางด้านครอบครัวของนางเองกลับหายไปไร้การติดต่อมานานนับตั้งแต่แต่งงานเข้าสกุลหยวนจนหลบหนีมาอย







