Se connecter03
ร่างกายหนักอึ้งคล้ายเหมือนจะไม่สบาย หลี่หมิงขยับร่างกายอย่างยากลำบาก ดวงตากลมลืมขึ้นเพราะรู้สึกหายใจไม่ออก แต่ก็ต้องตกใจที่เห็นใครอีกคนนอนอยู่ด้านข้าง แล้วยังโอบกอดเขาเอาไว้ สภาพร่างกายเปลือยเปล่ายามนี้สร้างความตกใจให้หลี่หมิงไม่น้อย
“ทะ…ท่านอ๋อง” หลี่หมิงเอ่ยเรียกหยางหลิวที่นอนกอดตนเองอยู่บนเตียง
“เมื่อคืนเจ้าแทบไม่ได้นอน นอนต่ออีกหน่อยเถิด” หยางหลิวลืมตาขึ้นมามองผู้เพิ่งเป็นภรรยาเต็มตัวเมื่อคืน ก่อนจะใช้ท่อนแขนแกร่งดึงร่างเล็กเข้ามาใกล้ ๆ
“ตะ…แต่ข้า มะ…เมื่อคืน”
“เมื่อคืนเจ้าเป็นภรรยาข้าเต็มตัวแล้ว จะมีแต่อันใดอีก”
“ท่านอ๋อง ท่านล้อข้าเล่นใช่ไหมขอรับ” หลี่หมิงพยายามคิดในแง่ดี เพราะเมื่อคืนเขาแทบจำอะไรไม่ได้ จำได้ล่าสุดคือตอนที่เขากระโดดลงจากเตียงเพราะจะเดินไปหาผ้ามาปูนอนที่พื้น จากนั้นก็รู้สึกตัวตอนที่ตื่นขึ้นมา
“ข้าจะล้อเล่นได้อย่างไร เมื่อคืนเจ้าขอให้ข้าพาเจ้าขึ้นมานอนบนเตียงเองมิใช่หรือ” คราวนี้หยางหลิวยอมตื่นเต็มตา เขาหยัดกายลุกขึ้นนั่งมองพระชายาตัวน้อยที่ทำหน้านิ่ว ครุ่นคิดทบทวนบางอย่างอยู่
หน้าเนียนใสเริ่มขึ้นสีเมื่อคิดได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อคืนนี้ ความทรงจำเริ่มไหลเข้ามาอย่างกับเขื่อนน้ำทะลัก หลี่หมิงก้มหน้าอย่างเขินอายเมื่อภาพค่ำคืนอันเร่าร้อนของเขาและท่านอ๋องชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
“ข้าน้อยขออภัยหากทำให้ท่านอ๋องต้อง…”
“เรียกข้าท่านพี่สิ เจ้าเป็นพระชายาข้าแล้ว อย่าได้เรียกสามีห่างเหินเช่นนั้น”
“ตะ…แต่ ท่านอ๋องจ้างข้าน้อยมาแต่งงาน มิใช่แต่งเป็นพระชายาจริง ๆ นะขอรับ” หลี่หมิงเถียงอ้างด้วยความจริง ต่อให้เข้าหอเป็นสามีภรรยาสุดท้ายแล้วเขาก็ถูกจ้างมาอยู่ดี
“ข้าบอกให้เรียก ก็เรียกเถิด หรืออยากขัดคำสั่งข้า เจ้ารู้หรือไม่ หากไม่ทำตามจะมีโทษเช่นไร” หยางหลิวขู่ เพราะเห็นว่าเด็กหนุ่มตั้งท่าจะเถียงอีกครั้ง ถึงแม้ที่หลี่หมิงพูดมาจะเป็นความจริง แต่ยามนี้ในเมื่อยังเป็นภรรยาก็ควรที่จะต้องทำตามสามี
“ทะ…ท่านพี่” หลี่หมิงยอมเรียกอย่างจนใจเพราะไม่อยากถูกทำโทษ หยางหลิวได้ยินแบบนั้นจึงยิ้มออกอย่างพอใจเช่นกัน
“เจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่ เมื่อคืนข้าเห็นว่าเจ้ามีเลือดออก ขยับมาให้ข้าดูหน่อย” เพียงประโยคห่วงใยจากที่หลี่หมิงแค่หน้าขึ้นสีระเรื่อ ตอนนี้กลับเขินอายจนตัวแดงไปทั้งตัว อาการที่หลี่หมิงแสดงออกทำให้หยางหลิวนึกเอ็นดูไม่น้อย
“ขะ…ข้าไม่เจ็บแล้ว” หลี่หมิงว่า พร้อมยังทำท่าว่าตนเองแข็งแรงดี ทว่ามีหรือที่หยางหลิวจะเชื่อ เขาจับร่างบางให้นอนคว่ำหน้าลงเบา ๆ ก่อนจะใช้มือค่อย ๆ แหวกแก้มก้นทั้งสองข้างออกอย่างช้า ๆ ช่องทางสีชมพูบวมแดงจนน่าสงสาร อีกทั้งน้ำที่เขาหลั่งไว้เมื่อคืนก็ไม่ได้เอาออก หยางหลิวช้อนอุ้มตัวผู้เป็นภรรยาขึ้นแนบอก
“เดี๋ยวทะ…ท่านอ๋อง…อ่อ ท่านพี่จะพาข้าไปไหน” หลี่หมิงร้องถามอย่างตื่นตระหนก สองแขนเล็กยกคว้ากอดคอแทบจะทันทีเพราะกลัวถูกทำตก
“ข้าจะพาเจ้าไปอาบน้ำ อาการหนักเช่นนี้เจ้าคงเดินไม่ไหว”
การอาบน้ำครั้งนี้ช่างกินเวลายาวนานนัก ไม่แน่ว่าอาจเป็นเพราะยามอาบน้ำพร้อมกันถึงสองคนต้องใช้เวลานานกว่าปกติเป็นธรรมดา ทว่าหากเป็นเช่นนั้นแล้วเหตุใดยามเดินออกมาจากฉากกั้น พระชายาหลี่หมิงถึงกับได้สลบไป หรืออาจเป็นเพราะร่างกายอ่อนเพลียจากการไม่ได้หลับพักผ่อนอย่างเต็มที่ในคืนวันเข้าหอกัน
“เหตุใดข้าจึงเข้าไม่ได้” พระชายาหวงลี่เอ่ยถามกับนางกำนัลหน้าห้องด้วยความสงสัย ในเมื่อนางต้องการที่จะมาแสดงความยินดีกับพระชายาคนใหม่ที่ได้เข้าพิธีกราบไหว้ฟ้าดินกับท่านอ๋องเมื่อคืนวานนี้ แล้วทำไมนางถึงกลับถูกห้ามไม่ให้เข้าไป
“พระชายาหวงลี่ ท่านอ๋องรับสั่งไว้ว่า ห้ามผู้ใดรบกวนพระชายาหลี่หมิงเจ้าค่ะ”
“ไม่คิดว่าข้าจะเจอพระชายาหวงลี่ที่นี่”
พระชายาหวงลี่หันกลับไปมองผู้มาใหม่ “ข้าก็ไม่นึกเช่นกันว่าจะเจอพระชายาเหมยหลินที่นี่ เห็นทีวันนี้โลกคงกลมมิใช่น้อยนะเพคะ” พระชายาหวงลี่กล่าวอย่างนอบน้อมพร้อมกับย่อตัวลงเล็กน้อยแสดงความเคารพ เนื่องจากลำดับตำแหน่งของตนนั้นต่ำกว่า
“คงจะจริงอย่างที่เจ้าว่า ทีแรกข้าก็คิดว่าแม่ค้าหลังตลาดที่ใดมาส่งเสียงโวยวายในจวนของท่านอ๋อง เห็นทีข้าคงจะหูแว่วไปเอง” พระชายาเหมยหลินมองดูท่าทางเดือดดาลของพระชายาหวงลี่อย่างพอใจ แม้จะไม่ได้ต่อว่าตรง ๆ แต่นางคงจะพอคิดได้ว่ากำลังถูกด่า
“นี่ท่าน…” หวงลี่แสดงอาการไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน ทว่านางกลับทำอันใดไม่ได้ เพียงข่มกลั้นอารมณ์ขุ่นเคืองไว้เท่านั้น
“ใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ ยามนี้ท่านอ๋องรับสั่งไว้มามิให้ผู้ใดรบกวนพระชายาหลี่หมิงเจ้าค่ะ เชิญพระชายาเหมยหลินกับพระชายาหวงลี่กลับไปก่อนเถิดเจ้าค่ะ” นางกำนัลที่ยืนฟังพระชายาทั้งสองถกเถียงกันเอ่ยขึ้น เพราะเกรงว่าเสียงเอะอะจากด้านนอกจะดังเข้าไปรบกวนพระชายาหลี่หมิง
“เช่นนั้นข้าฝากยาบำรุงนี้ให้กับพระชายาหลี่หมิงด้วย ไว้วันหน้าข้าจะมาเยี่ยมใหม่” พระชายาเหมยหลินสั่งให้บ่าวรับใช้ส่วนตัวยกถ้วยสมุนไพรให้กับนางกำนัลหน้าห้อง ก่อนจะขอตัวกลับเพราะที่นางมาวันนี้ก็เพียงเพื่อเอายาบำรุงมามอบให้ก็เท่านั้น ถือว่าเป็นของขวัญต้อนรับพระชายาคนใหม่
ด้านพระชายาหวงลี่เองก็ต้องกลับเช่นกันเพราะขืนดึงดันต่อก็ไม่อาจเข้าไปภายในตำหนักของพระชายาหลี่หมิงได้อยู่ดี
พระชายาหลี่หมิงที่นอนป่วยอยู่บนเตียงเริ่มรู้สึกตัว ยามนี้ร่างเล็กนอนถูกจับให้นอนคว่ำหน้าสาเหตุเพราะหมอหลวงที่ท่านอ๋องเรียกให้มาดูอาการของหลี่หมิงนั่นสั่งเอาไว้ หลี่หมิงเบ้หน้าทันทีเมื่อได้กลิ่นยาสมุนไพรลอยเข้าจมูก คนร่างเล็กนั้นไม่ชอบกินยามาตั้งแต่เด็ก สาเหตุก็เพราะว่ามันขมจนฝาดลิ้น หลี่หมิงหันหน้าไปอีกทางและแสร้งทำหลับต่อ เพราะหากนางกำนัลที่ท่านอ๋องสั่งไว้รู้ว่าเขาตื่นแล้วจะต้องถูกเรียกให้ลุกไปดื่มยาแน่ ๆ
“เหตุใดตื่นแล้ว จึงแสร้งหลับต่อ” หลี่หมิงสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินน้ำเสียงดุ ๆ ร่างเล็กไม่คิดว่าคนที่มาปลุกให้เขาดื่มยาจะเป็นท่านอ๋อง หลี่หมิงค่อย ๆ หันหน้ากลับมาพร้อมกับสีหน้าเจื่อน ๆ
“นางกำนัลบอกข้าว่าพระชายาหลี่หมิงช่างดื้อดึงนัก ไม่ยอมลุกขึ้นมาดื่มยา ข้าควรต้องทำเช่นไรดี” หลี่หมิงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้เมื่อถูกดุอีกรอบ ซ้ำยังไม่กล้ามองหน้าหยางหลิวเพราะรู้ดีว่าตนเองทำผิดอย่างที่ท่านอ๋องว่าจริง หยางหลิวเองก็ได้แต่มองพระชายาตัวน้อยอย่างอ่อนใจ หากไม่ใช่เพราะเขาทำให้พระชายาป่วย เจ้าตัวคงไม่ดื้อเช่นนี้
“ข้ายอมกินก็ได้ขอรับ” หลี่หมิงว่าอย่างจนทางเลือก หากเป็นนางกำนัลก็คงพอเลี่ยงได้บ้าง แต่คนตรงหน้าคือท่านอ๋องเจ้าตัวเลยไม่รู้จะทำเช่นไร แขนน้อย ๆ พยายามพยุงร่างกายที่หนังอึ้งให้ลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก อาการเจ็บที่ช่องทางยังคงมีอยู่เล็กน้อยแต่ก็ไม่มากเท่าเมื่อเช้า
“ข้าช่วย” หยางหลิวถอนหายใจ เขารู้สึกเอ็นดูพระชายาว่าจ้างของเขาคนนี้ไม่น้อย ก่อนจะค่อย ๆ ช้อนร่างเล็กให้ขึ้นมานั่งบนตัก
“ทะ…ท่านอ๋อง ข้านั่งที่พื้นก็ได้ขอรับ”
“เจ้าช่างดื้อนัก ข้าให้เรียกข้าว่าเช่นไรลืมไปแล้วหรือ” หยางหลิวทวงถาม
“ทะ…ท่านพี่ แต่ข้าไม่ชิน” หลี่หมิงก้มหน้า
“งั้นก็ตามใจเจ้า เจ้านั่งเช่นนี้สบายตัวหรือไม่” หลี่หมิงส่ายหน้า “หากเจ้านั่งพื้นจะเจ็บแล้วจะหายช้า นั่งตรงนี้แหละ” หยางหลิวอธิบายเพื่อให้หลี่หมิงสบายใจ
“นั่นยาของข้าใช่หรือไม่ขอรับ” มือเล็ก ๆ ชี้ไปที่ถ้วยยา ที่ยามนี้มีควันอุ่น ๆ ลอยออกมา หยางหลิวยกถ้วยยาตรงหน้ายื่นให้กับพระชายาบนตัก หลี่หมิงรับถ้วยมาถือไว้ในมือ ก่อนจะค่อย ๆ เป่าไล่ความร้อน ร่างเล็กทำใจสักพักก่อนจะกลั้นใจยกถ้วยยาขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด ความขมของยาไหลผ่านลำคอขาวผ่อง หลี่หมิงทำหน้าเหยเกทันที
หยางหลิวดึงถ้วยยาที่หมดแล้วในมือของหลี่หมิงวางไว้ มือหนาขึ้นไล่ซับหยาดน้ำตาตรงแก้มเนียนอย่างเอ็นดู ก่อนจะเปลี่ยนจากนิ้วมือเป็นริมฝีปากอุ่น ๆ จูบซับน้ำตาอย่างทะนุถนอม รสขมปร่าของยาที่กลืนลงไปเปลี่ยนเป็นความหวานจากริมฝีปากหนาที่ประกบจูบอย่างปลอบโยน ลิ้นร้อนค่อย ๆ แทรกเข้าไปกวาดตอนความขมในปากอวบอิ่มราวกับให้รางวัล ก่อนที่หยางหลิวจะค่อย ๆ อ้อยอิ่งถอนริมฝีปากออกอย่างเสียดาย เพื่อให้อีกคนได้หายใจ
เมื่อเข้ามาภายในห้องที่ให้เหล่านางกำนัลเตรียมไว้ แม้จะไม่ได้ใหญ่โตอย่างห้องนอนท่านอ๋อง แต่หลี่หมิงก็อยู่ได้ ร่างเล็กค่อย ๆ วางของของตัวเองลงบนเตียง ก่อนจะค่อย ๆ เก็บเข้าที่ทีละอย่าง เสร็จแล้วเจ้าตัวก็เริ่มเดินสำรวจไปรอบ ๆ ห้องอย่างพอใจ ที่นี่เหมาะที่จะเป็นที่พักใจไม่น้อยหลี่หมิงเอนกายลงบนที่นอน ค่อย ๆ คิดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมา ท่านอ๋องหาใช่ไม่เคยมีชายาอื่น ๆ เสียเมื่อไหร่ หากท่านอ๋องจะมีอีกคนหลี่หมิงก็ไม่แปลกใจ เพียงแค่รู้สึกน้อยใจก็เท่านั้นที่ท่านอ๋องมีท่าทีเฉยเมยไม่สนใจ อีกทั้งยังทำตัวห่างเหิน หากเป็นเช่นนั้นเขาคงไม่อาจทำใจได้…ท่านกลางแสงจันทรา หยางหลิวกลับเข้ามาภายในห้องก็พบว่าพระชายาของตนเองยามนี้ไม่ได้นอนอยู่บนเตียงเช่นเคย หยางหลิวรู้สึกแปลกใจไม่น้อย หากปกติดึกขนาดนี้เขาจะต้องเห็นภรรยาของเขานอนหลับอยู่บนเตียงทุกคืน แต่ยามนี้กลับไม่พบใคร คิ้วหนาเริ่มขมวดเป็นปมก่อนจะเรียกบ่าวใช้ทั้งหมดออกมาสอบถามเมื่อได้ยินสิ่งที่นางกำนัลและบ่าวใช้รายงาน คิ้วหนาก็ขมวดขึ้นเป็นปมหนักกว่าเดิมเสียอีก ทว่าในอกของหยางหลิวกลับรู้สึกเหมือนมีดอกไม้กำลังบานอยู่ด้านในเสียอย่างนั้นร่างหนาไม่รีรอเข
แสงอาทิตย์อ่อน ๆ ยามเช้า สาดกระทบเสี้ยวใบหน้าหวานล้ำ หลี่หมิงนั่งทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่ผู้เดียวภายในห้องนอน หลายวันมานี้หลี่หมิงรู้สึกว่าท่านอ๋องเริ่มทำตัวแปลก ๆ อีกทั้งยังรู้สึกเหมือนว่าหยางหลิวกำลังพยายามทำตัวห่างเกินไม่สนใจ เมื่อเช้านี้ตอนที่หลี่หมิงตื่นขึ้นมาก็ไม่พบกับสามีเสียแล้ว และในวันก่อน ๆ หน้า ยามค่ำท่านอ๋องก็ยังกลับมาช้า จนหลี่หมิงต้องเข้านอนก่อนตลอด ครั้นละอยู่รอเขาก็หลับไปเสียอย่างนั้นหลี่หมิงรู้สึกกังวลใจหลายอย่างในหลายวันที่ผ่านมา ในห้วงความคิดหลี่หมิงอดที่จะคิดไม่ได้ว่าท่านอ๋องอาจจะเริ่มเบื่อเขา หรือไม่ก็อาจจะเริ่มปันใจให้กับคนอื่นหรือไม่ แต่หลี่หมิงก็พยายามคิดว่าท่านอ๋องอาจจะมีงานมากมาย และกลัวว่าท่านอ๋องจะเหนื่อยเขาเลยไม่อยากยุ่งวุ่นวายนัก“พระชายาเพคะ วันนี้ท่านอ๋องแจ้งว่าจะกลับมาไม่ทันอาหารค่ำนะเพคะ” นางกำนัลแจ้งคำสั่งที่ท่านอ๋องสั่งไว้แก่หลี่หมิงให้ทราบ และนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียเมื่อไหร่ หลี่หมิงถอนหายใจเบา ๆ ทั้งกังวลทั้งสับสน ได้แต่นั่งทำใจยอมรับ“ข้าอยากไปเดินเล่นด้านนอก หากมีสิ่งใดค่อยไปถามข้าก็แล้วกัน”สวนดอกไม้ที่หลี่หมิงเป็นคนดูแลเองกับมือ ตลอดเวลาที่อยู่กั
ทั้งสองผลัดกันรูดรั้งของอีกฝ่าย ตามจังหวะอารมณ์ หยางหลิวผละจูบออกให้หลี่หมิงได้พักหายใจ ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าลงมาปรนเปรอส่วนชูชันบนยอดอกนูน ที่มีน้ำขุ่น ๆ ไหลเป็นทางยาว จากแรงบีบเคล้นของตนเอง ริมฝีปากอุ่นชื้นครานี้ได้ครอบครองยอดอกภรรยาสมใจ น้ำนมที่ไหลเยิ้มออกมาถูกดูดอย่างไม่กลัวว่าจะหมดหลี่หมิงกัดปากแอ่นหน้าอกให้สามีได้ดอมดม ไม่นานร่างเล็กก็กระตุกเกร็งปลดปล่อยของเหลวออกมาเต็มฝ่ามือของสามี “ทะ…ท่านพี่ ขะ…ข้าขอปรนนิบัติท่านบ้างได้หรือไม่” หลี่หมิงร้องขอ “ปรนนิบัติหรือ?” “ขอรับ”หลี่หมิงชันตัวลุกขึ้น และผลักไหลกว้างของหยางหลิวให้นอนราบกับเตียง หยางหลิวเองก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เขานอนมองว่าภรรยาตัวเล็กของเขาจะทำสิ่งใดต่อด้วยความตื่นเต้น มือเล็กปล่อยมือจากท่อนรักก่อนจะค่อย ๆ ปลดกางเกงของหยางหลิวออกแท่งมังกรที่อยู่ภายใต้กางเกงดีดผึงออกมา พร้อมกับกระตุกนิด ๆ ปลายหัวหยักเคลือบด้วยน้ำรักที่ไหลออกจากอารมณ์ที่คั่งค้าง หลี่หมิงมองแท่งมังกรของสามีก่อนจะลอบกลืนน้ำลายเบา ๆ มือเล็กจับที่แท่งมังกรจ่อกับปากอวบอิ่ม ก่อนจะตวัดลิ้นเลียไปรอบ ๆ ท่อนรักข
ลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดพัวพันจนเกิดเสียงชื้นแฉะ ร่างเล็กถูกผู้เป็นสามีคร่อมทับพร้อมกักขังให้อยู่ใต้ร่าง มือหนาลูบไล้ตามเรือนร่างจนผู้ที่ถูกสัมผัสบิดเร่าไปมาหน้าอกแบนราบนูนขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากเพิ่งคลอดบุตร ยามนี้ถูกมือสามีบีบเคล้นเสียจนเจ็บไปหมดหยางหลิวมองหน้าอกหลี่หมิงที่ตนบีบตุ่มไตแข็ง ๆ จนมีน้ำนมสีขุ่น ๆ ไหลออกมาเป็นทาง ลิ้นชื้นผละออกจากริมฝีปากอวบอิ่ม หมายจะครอบครองเม็ดบัวสีชมพูชูชันชวนหน้าสัมผัสบนเนินอก แต่แล้ว …“แอ้” เสียงร้องทักท้วงไม่ให้ผู้เป็นบิดาได้ครอบครองส่วนที่เป็นของตนเอง หลี่หมิงพลันได้สติผลักผู้เป็นสามีออกให้พ้นจากตัว ก่อนจะลุกขึ้นไปอุ้มร่างเด็กชายที่นอนดูดนิ้วป้อม ๆ อยู่ไม่ห่างจากเขานัก“ทะ…ท่านพี่ข้าบอกแล้วว่าลูกจะตื่นท่านก็ไม่ฟัง” หลี่หมิงเอ็ดสามีหยางหลิวนั่งไม่สบอารมณ์อยู่บนเตียง“เหตุใดเจ้าไม่ให้แม่นมดูแลเล่า” ความจริงหยางหลิวได้หาแม่นมเตรียมไว้แล้ว เนื่องจากหลี่หมิงเป็นบุรุษ มีข้อจำกัดหลายอย่าง ที่ไม่สามารถทำเพื่อการเลี้ยงบุตรได้เหมือนอย่างสตรีทำได้ เช่นการให้นม“ท่านพี่นี่ลูกของเรานะขอรับ”หยางหลิวมองภรรยาและบุตรชายด้วยความขัดใจ ตั้งแต่หลี่หมิงคลอดบุตรมานั
หลี่หมิงเสียวสะท้าน เพราะเขาน่าจะเริ่มมีอารมณ์ตั้งแต่ตอนที่นั่งดูภาพวาดในตำรา ยิ่งถูกปลุกเร้าอย่างไม่ทันตั้งตัวแล้วด้วยมีหรือจะทนทานไหว ร่างเล็กหอบหายใจหนัก ๆ ตามจังหวะการรูดรั้ง เผลอครางเสียงหวานออกมาอย่างควบคุมไม่อยู่ “ทะ…ท่านพี่ ข้าไม่ไหว อื้อ…” ร่างเล็กครางกระเส่า ท้องน้อยหดเกร็งอย่างที่พร้อมจะปลดปล่อย“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าโดนลงโทษอยู่” คนโดนทำโทษ หยางหลิวมีหรือจะปล่อยให้ภรรยาแสนดื้อของเขาสุขสมง่าย ๆ เช่นนั้นจะเรียกว่าลงโทษได้อย่างไร มือหนาหยุดลงทันทีก่อนจะใช้นิ้วปิดรูตรงส่วนหัว ที่ยามนี้มีน้ำเหนียว ๆ สีขาวใสไหลเยิ้มออกมา บ่งบอกได้ว่าเจ้าของส่วนชูชันนี้เตรียมพร้อมจะปลดปล่อยอย่างที่สุดแล้วหลี่หมิงเหมือนถูกฉุดกระชากให้ลงเหว อารมณ์สุขสมก่อนหน้าหายวับไปทันที ร่างเล็กบิดเร่าไปมาบนตัก พลางกดสะโพกกลมเข้ากับหน้าขา ราวกับกำลังอ้อนวอนให้หยางหลิวชักนำตนเองต่อหยางหลิวเห็นร่างเล็กบนตักทรมานก็พึงพอใจ เขาปล่อยมือจากส่วนอ่อนไหวด้านล่าง ปลดอาภรณ์ของหลี่หมิงออกจนหมด เผยให้เห็นเนื้อผิวเนียนขาวที่เขาหลงใหล เขาอุ้มร่างเล็กให้เปลี่ยนท่า หันหน้ามาเผชิญหน้ากับเขาหยางหลิวมองร่างภรรยาที่
สายลมพัดพลิ้วแผ่วเบา พอให้อากาศไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป พระชายาหลี่หมิงถูกสั่งให้คัดตำรา 10 จบ เนื่องจากเจ้าตัวที่ตั้งใจเล่าเรียนอ่านเขียนกับท่านอ๋องมาหลายเดือน กลับเขียนอ่านไม่คล่องเสียทีผู้เป็นสามีจึงต้องลงโทษภรรยาผู้ไม่ได้ความอย่างโหดร้าย ทว่าการลงโทษคัดตำรา 10 จบภายใน 1 วันกลับไม่ได้ทำให้ผู้ที่ถูกลงโทษร้อนรนแต่อย่างใดหลี่หมิงนั่งพิงหลังอย่างสบาย มือหนึ่งหยิบขนมเข้าปาก มือหนึ่งจับพู่กันคัดตำราตามที่สามีสั่ง เจ้าของใบหน้าและดวงตากลมโต ยิ้มแย้มร่าเริงไม่เหมือนกับคนที่ถูกลงโทษแม้แต่น้อยยามนี้ท่านอ๋องไม่อยู่หลี่หมิงจึงแอบใช้โอกาสเพื่อผ่อนคลาย ที่จริงก็เริ่มเบื่อ ๆ เพราะตนเองนั่งคัดตำรามาครึ่งค่อนวันแล้ว ขนมที่กินไปก็เล่นเอาเจ้าตัวจุกจนลุกไม่ขึ้นหลี่หมิงวางพู่กันลงก่อนจะล้มตัวลงนอนทั้งอย่างนั้น มือเล็ก ๆ ลูบท้องตัวเองที่นูนออกมาเพราะความกินจุ ร่างเล็กนอนกลิ้งไปกลิ้งมาอย่างอารมณ์ดี หากยามนี้ท่านอ๋องอยู่ด้วยเห็นทีคนที่นอนสบายอยู่บนพื้น มีหวังได้นั่งคัดตำราจนหลังขดหลังแข็งแน่ ๆดูท่าคำว่ากินให้อิ่มนอนให้หลับนั้นจะมีผลไม่น้อย เมื่อนอนเล่นไปมาสายลมที่พัดพาเข้ามาจากทางด้านหน้าต่างกระทบกับเ
หลี่หมิงที่อารมณ์ไม่คงที่ได้ยินอาลู่กล่าวลาจะจากไป น้ำตาเจ้าตัวก็ไหลเอาเสียอย่างนั้น “อาลู่ ขะ…ข้าไม่อยากให้เจ้าไปเลย อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือ ท่านอ๋องกับคุณชายเหยียนอี้ไม่ว่าอันใดหรอกจริงไหมขอรับ” หลี่หมิงพูดทั้งน้ำตา ก่อนจะหันไปหาสามีเพื่อให้ช่วยรั้งอาลู่หยางหลิวที่เห็นน้ำตาของภร
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทุกคนต่างเสียใจ แต่เมื่อคิดแล้วทุกอย่างล้วนเกิดจากความริษยาของตนเองแทบทั้งนั้น หลังจบปัญหาทั้งหลายท่านอ๋องก็ดูแลหลี่หมิงอย่างดี และต่างไม่มีใครพูดถึงเรื่องนั้นอีกหลายวันก่อนท่านอ๋องส่งขบวนรถม้าไปรับครอบครัวของหลี่หมิงมาที่ตำหนัก เหตุผลก็เพราะไม่อยากให้เหตุการณ์ต่าง ๆ
“เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกข้า”เขาเองไม่ใช่คนใจร้าย หากนางบอกสักคำว่านางมิได้เต็มใจที่จะแต่งเข้าตำหนัก เขาหรือจะบีบบังคับ “ท่านเป็นถึงท่านอ๋อง ข้าเป็นแค่บุตรสาวขุนนางตำแหน่งเล็ก ๆ มีหรือจะกล้าบอกปฏิเสธว่าไม่ยินดี หากข้าทำเช่นนั้นบิดาของข้าจะเป็นเช่นไร”นางพูดด้วยน้ำตา ใช่ว่านางอยากให้เป็นเช่น
“แล้วเจ้า…เลิกแสร้งทำได้แล้วเหมยหลิน” มือหนาชี้ไปที่ นางกำนัลคนหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากพระชายาหวงลี่ ทุกคนที่ได้ยินต่างจับจ้องไปที่นาง นางกำนัลคนที่หยางหลิวบอกว่าเป็นพระชายาเหมยหลิน นางก้าวเท้าออกมายืนตรงหน้า รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏบนใบหน้าอ่อนหวาน นางแสยะยิ้มเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบั



![หวนคืนลิขิตรัก [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



