Share

3. สตรีบ้าบิ่น

last update publish date: 2026-05-18 15:47:09

หนานกงจิ่งเป็นพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ชีวิตรักสันโดษและชอบเก็บตัว น้อยนักที่จะโผล่ออกมาให้ผู้คนได้พบเห็น ภายในดวงตาเขาตอนนี้ฉายแววเพชฌฆาต ตั้งแต่จำความได้เขาไม่เคยใกล้ชิดกับสตรีคนใดมาก่อนในชีวิต มีเพียงพระมารดาและแม่นมเท่านั้น สตรีตรงหน้าชั่งหาเรื่องตายใส่ตัว

มู๋ชิงเหยาเดินเข้าไปใกล้หนานกงจิ่ง พร้อมกับมองสำรวจร่างกายเขาอย่างฉกฉวย ยิ่งทำให้หนานกงจิ่งโมโหจนควันออกหู

มู๋ชิงเหยาขมวดคิ้วเป็นปมขึ้นมา เธอจ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างชั่งใจ ก่อนจะใช้สายตาสำรวจร่างกายเขาอย่างพินิจอีกครั้ง แล้วจึงนิ่งไปครู่หนึ่ง

สายตาที่มองดูรูปร่างอันน่าดึงดูด กลับถูกหญิงอ้วนคนนี้กลับเบะปากมองบน นางจ้องมองหนานกงจิ่งอย่างไม่สบอารมณ์

"รูปร่างถือว่าผ่าน แต่เสียอย่างเดียวที่เป็นคนตาบอด...จิ้...จิ้...จิ้..." มู๋ชิงเหยาจิ๊ปากพร้อมกับสายหัวไปมา

ท่าทางที่ฝ่ายตรงข้ามแสดงออกมา หนานกงจิ่งที่ไม่เคยเสียหน้าเช่นนี้มาก่อนในชีวิต กลับถูกหญิงอัปลักษณ์ผู้นี้ตำหนิเขาอย่างโจ่งแจ้ง ตอนนี้เขาโมโหสุดขีด จนกระอักเลือดออกมา

"หึ...คำพูดแค่นี้ก็ทนไม่ไหวเสียแล้ว แล้วเรื่องบนเตียงคุณจะทนไหวหรือ....?

"หญิงสารเลว ข้าจะฆ่าเจ้า....อึก..." หนานกงจิ่งพยายามใช้แรงที่เหลือพูดออกมาอย่างเกรี้ยวกราด

"ชิ...นึกว่าฉันอยากยุ่งกับคุณนักหรือไง แต่ตอนนี้มีแค่คุณเท่านั้นที่จะช่วยถอนพิษให้ฉันได้...ถือว่าเราเสมอกัน..."

"บังอาจ หากแตะต้องข้า เจ้าจะต้องเสียใจ....!!!

สตรีตรงหน้าเสียสติไปแล้วจริงๆ นางถึงกลับจะใช้เขาเป็นยาถอนพิษ เสมอกันอย่างนั้นหรือ นางช่างพูดได้ไม่อายปาก....?

"จุ๊ จุ๊ จุ๊ ประเดี๋ยวก็ได้ธาตุไฟเข้าแทรกตายก่อนพอดี ตอนนี้พี่สาวไม่มีเวลาแล้ว ถึงยังไงเราก็ได้ประโยชน์ร่วมกัน ขัดขืนไปก็ไร้ผล..." มู๋ชิงเหยาไม่เสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงอีกต่อไป ก่อนจะเริ่มถอดอาภรณ์ตัวเองออกทีละชิ้นไปจนหมด

หนานกงจิ่งพอได้ยินสิ่งที่สตรีอัปลักษณ์ตรงหน้ากล่าวออกมา เขายิ่งแสดงสีหน้าโกรธแค้น หากยามนี้ร่างกายเขาปกติดี สตรีตรงหน้าคงได้ถูกเขาบีบคอตายไปตั้งนานแล้ว

"หยุดนะ...เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร..? หนานกงจิ่งกล่าวเล็ดลอดผ่านไรฟันออกมาอีกครั้ง ซึ่งเต็มไปด้วยการข่มขู่

"ฉันจะไปรู้จักคุณได้ยังไง ฉันไม่ได้สนใจพื้นเพคุณเลยสักนิด หลังจากถอนพิษเสร็จ รับรองฉันจะไม่โผล่หน้ามาให้คุณเห็นอีกแน่นอน ฉันให้สัญญา..."

คำพูดที่แปลกประหลาดของหญิงสาวตรงหน้า ทำให้หนานกงจิ่งกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง จนหมดสติไปในที่สุด

"ไอ๋หย๋า...หมดสติไปแล้วก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง เพราะถึงยังไงเราก็วินๆกันทั้งคู่..."

หลังจากมู๋ชิงเหยาถอนพิษเสร็จ เธอก็ได้ตรวจชีพจรให้หนานกงจิ่ง พร้อมยังเขียนตำรับยาแก้พิษเบื้อองต้น และวิธีฝังเข็มเอาไว้ให้เขาตามสัญญา เพื่อจะได้ไม่ต้องมีสิ่งใดติดค้างต่อกัน จากนั้นมู๋ชิงเหยาจึงรีบจากไปในทันที....

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม องครักษ์ส่วนตัวของหนานกงจิ่งปรากฏตัวขึ้น เขาเดินมาพร้อมกับยาถอนพิษ เมื่อเห็นว่าพิษในร่างกายของเจ้านายได้สลายหายไปอย่างไร้สาเหตุ ภายในใจกลับรู้สึกสงสัย ครั้นสายตาเพ่งมองไปที่เรือนร่างของเจ้านาย กลับยิ่งตกตะลึงมากยิ่งขึ้น เมื่อเห็นรอยประทับสีแดง เต็มไปทั่วเรือนร่างของเจ้านายอย่างไร้ปรานี....

"ท...ท่านอ๋อง...!!!

สตรีบ้าบิ่นที่ไหน บังอาจมาปล้นชิงความบริสุทธิ์นายท่านเขาไป เรื่องนี้ตงฟางจะต้องเก็บเอาไว้เป็นความลับ ห้ามแพร่งพรายออกไปให้คนนอกรู้เด็ดขาด เรื่องราวในคืนนี้ต่อให้ต้องตาย เขาก็ต้องเก็บงำความลับของเจ้านายเอาไว้....

หากสตรีผู้นั้นรู้ว่านายท่าน คือพระอนุชาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน อยู่ใต้คนผู้เดียวอยู่เหนือคนนับหมื่น เพียงคำพูดเดียวก็สามารถทำให้สตรีผู้นี้ตายอย่างไร้ที่ฝังกลบ และถูกประหารไปเก้าชั่วโคตรอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง...

ไม่รู้ว่าเป็นบุตรสาวตระกูลใด ช่างไม่กลัวตายเสียเลยจริงๆ หารู้ไม่....สตรีผู้นี้กำลังสร้างหายนะให้แก่ตระกูลของนางเข้าแล้ว......

"......."

ตงฟางเหลือบสายตาไปเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งวางอยู่ข้างเจ้านาย ก่อนจะหยิบขึ้นมาดู แล้วเบิกตาโพลงโตอย่างตกตะลึง

"ไม่จริง...สตรีบ้าบิ่นผู้นี้รู้จักวิชาแพทย์ด้วยหรือนี้.....? ตงฟางพยายามครุ่นคิด ก่อนจะดึงสติกลับคืนมา แล้วใช้วิชาตัวเบาหายไปพร้อมกับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น เพื่อนำไปตรวจสอบ

หนานกงจิ่งค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างงงงวย เขาพยายามดันตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างมีสติ ตอนนี้ร่างกายเขากลับสัมผัสได้ถึงพละกำลังมหาศาลที่กำลังไหลเวียนไปทั่วร่างกาย เขาไม่เคยรู้สึกเบาสบายเช่นนี้มาก่อนในชีวิต นี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา ที่เขารู้สึกว่าร่างกายกระปรี้กระเปร่า ความรู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายเช่นนี้ ทำให้นึกถึงภาพเหตุการณ์ที่พึ่งจะผ่านพ้นไปสดๆร้อนๆ จากนั้นแววตาพยัคฆ์ก็เริ่มจมดิ่งลง ครุ่นคิดบางอย่างขึ้นมา...

"ตระกูลมู๋....? หนานกงจิ่งหันไปหยิบป้ายหยกที่ร่วงหล่นอยู่ด้านข้างขึ้นมาดู พร้อมกับแสยะยิ้มชั่วร้ายขึ้น

ผมสีเงินค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ดวงตาที่เคยพร่ามัวกลับมองเห็นได้ชัดเจน ตอนนี้ร่างกายเขากลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทุก15ค่ำของเดือนพิษจะกำเริบขึ้นมา ทำให้เกิดดวงตาพร่ามัวและมีสีผมเปลี่ยนไป ร่างกายที่เคยถูกมดรุมทึ้งทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น ไร้ซึ่งยาถอนพิษ ทุกครั้งทำได้เพียงสกัดกั้นพิษเอาไว้ชั่วคราว แต่ตอนนี้กลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ครั้นนึกถึงเหตุการณ์ที่พึ่งจะถูกพรากความบริสุทธิ์ไป หนานกงจิ่งก็รู้สึกเดือดดาลขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาฉายแววตามัจจุราชขึ้น หางตาพลันเหลือบไปเห็นร่องรอยที่หญิงสาวปริศนาทิ้งเอาไว้ให้ดูต่างหน้า ช่างเป็นความอัปยศอดสูยิ่งนัก หนานกงจิ่งรีบเอามือนวดคลึงขมับอย่างสิ้นหวัง ภายในใจยิ่งรู้สึกโกรธเเค้น

"หึ...หญิงสาวตระกลูมู๋ แค้นนี้ข้าจะตอบแทนเจ้าคืนให้สาสม....คอยดูเถอะ...." หนานกงจิ่งกำหมัดแน่นหลังจากกล่าวจบ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระชายาสารพัดพิษ   22. พิษกลืนกระดูกมังกรดำ

    ​"ซุนอ๋อง เจ้าเอ่ยปากสุ่มสี่สุ่มห้า ไร้ความคิด จนทำให้คุณหนูมู๋ต้องเสียขวัญและเกิดความขัดแย้งกลางงานพิธี..." ฮ่องเต้หรี่พระเนตรมองซุนอ๋องด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง ก่อนจะหันมาระบายพระโอษฐ์อบอุ่นใส่มู๋ชิงเหยาและแม่ทัพมู๋ ​"ท่านแม่ทัพใหญ่มู๋...เจ้าอย่าได้กล่าววาจาลดยศถอนตำแหน่งอันใดเลย ตระกูลมู๋มีความดีความชอบต่อแคว้นเรามาเนิ่นนาน เราย่อมรู้ดีว่าพวกเจ้าจงรักภักดีเพียงใด..." ฮ่องเต้ทรงตรัสไกล่เกลี่ย "แล้วฝ่าบาทจะทรงตัดสินเช่นไรหรือพะยะค่ะ.....? มู๋ชิงซานรีบถามเข้าประเด็น "ในเมื่อคุณหนูมู๋ยังตกใจ แม่ทัพใหญ่มู๋ยังเป็นห่วงบุตรสาว เช่นนั้นเราจะยังไม่รบเร้าออกราชโองการมัดมือชกในวันนี้ ส่วนป้ายทองอาญาสิทธิ์ ท่านก็เก็บเอาไว้ใช้เมื่อถึงยามจำเป็นจริงๆเถิด..." ​ฮ่องเต้ทรงมองหน้าหนานกงจิ่งพลางแย้มพระโอษฐ์มีเลศนัย "เรื่องงานอภิเษกสมรส...ให้จิ่งอ๋องและคุณหนูมู๋ได้ศึกษานิสัยใจคอกันไปก่อน หากทั้งสองฝ่ายยินยอมพร้อมใจเมื่อใด ค่อยมาขอราชโองการแต่งงานจากเราก็ยังไม่สาย...จิ่งอ๋อง เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร...? ​หนานกงจิ่งยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาจ้องมองมู๋ชิงเหยาที่แอบเช็ดน้ำตาแล้วแอบส่งยิ้มกวนประสาทกล

  • พระชายาสารพัดพิษ   21. มัดมือชก

    เสียงตึงสะท้านลานอุทยานหลวงเมื่อ มู๋ชิงซาน ก้าวออกมายืนบังร่างบุตรสาวไว้มิดชิด ใบหน้าของแม่ทัพใหญ่ผู้ผ่านศึกสงครามมานับไม่ถ้วนถมึงทึง ดวงตาทอประกายแข็งกร้าว ดุดันราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกเนื้อทุกคนที่บังอาจมาแย่งชิงลูกสาวสุดที่รักไป ​ความเงียบปกคลุมทั่วบริเวณจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงใบไม้ร่วง เหล่าขุนนางและชายาขุนนางต่างก้มหน้าชิดอก หัวใจแทบหยุดเต้น ไม่มีใครคาดคิดว่าแม่ทัพใหญ่มู๋จะกล้าปฏิเสธราชโองการ ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้และไทเฮาเช่นนี้ ​ซุนอ๋องที่ตอนแรกหน้าเขียวคล้ำพลันจุดรอยยิ้มสะใจขึ้นที่มุมปาก ส่วนไป่หลินและหลิงซีซีต่างพากันสูดหายใจลึก แอบสะใจในความบ้าหุนหันพลันแล่นของแม่ทัพใหญ่มู๋... กล้าขัดใจจิ่งอ๋องและฮ่องเต้ คราวนี้ตระกูลมู๋ได้หัวหลุดจากบ่ากันยกครัวแน่....แต่ละคนคิดเห็นไปในทางเดียวกัน ​"ตาเฒ่า..." มู๋ชิงเหยากระซิบเรียกบิดาพลางแตะแขนเบาๆ แต่นางก็แอบยกนิ้วหัวแม่มือให้ในใจ "สะใจชะมัด ตาเฒ่าใจเด็ดจริง..." มู๋ชิงเหยาแอบชื่นชมบิดาในใจ ​ฮ่องเต้หนานกงเหวินหรี่พระเนตรลงเล็กน้อย บรรยากาศรอบกายพลันอึดอัดขึ้นมาทันตา ทว่าก่อนที่ฮ่องเต้จะทันตรัสสิ่งใด หนานกงจิ่ง กลับแค่นหัว

  • พระชายาสารพัดพิษ   20. จิ่งหวางเฟย

    ​"พิธีปักปิ่นของคุณหนูมู๋นับเป็นนิมิตหมายอันดี ตระกูลมู๋จงรักภักดีต่อแคว้นเรามาหลายชั่วอายุคน วันนี้เสิ่นหม่ามาทำหน้าที่เป็นผู้ปักปิ่นระย้าให้อย่างทรงเกียรติ..." ไทเฮาตรัสด้วยพระสุรเสียงเมตตา ทรงทอดพระเนตรมองมู๋ชิงเหยาในชุดอาภรณ์ปักลายหงส์คู่ด้วยความพึงพระทัย ​ทว่าในตอนนั้นเอง ขันทีด้านนอกกลับขานนามเสียงดังยิ่งกว่าเดิม ทำเอาคนทั้งลานพิธีสะดุ้งสุดตัว ​"ท่านจิ่งอ๋องเสด็จ..." ​เสียงพึมพำดังขึ้นเซ็งแซ่ เหตุใดองค์ชายผู้พิการที่แทบไม่เคยปรากฏตัวในงานเลี้ยงสมาคมใดๆ ทั้งยังครอบครองกองกำลังทหารนับแสนนาย ถึงได้เดินทางมาร่วมงานพิธีปักปิ่นของบรรดาคุณหนูตระกูลเหล่าขุนนางเช่นนี้...? ​รถเข็นไม้แกะสลักลวดลายมังกรดำค่อยๆ ถูกเคลื่อนเข้ามาโดยองครักษ์ตงฟาง บุรุษบนรถเข็นสวมชุดคลุมถักทอด้วยไหมสีดำปักดิ้นทอง หน้าตาหล่อเหลาดั่งเทพบุตร ทว่าดวงตากลับคมกริบเย็นชาแผ่รังสีอำนาจกดดันจนคนรอบข้างแทบไม่กล้าหายใจ ​ไป่หลินและหลิงซีซีแอบยิ้มในใจ จิ่งอ๋องขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและไม่ชอบสตรี มู๋ชิงเหยาบังอาจสวมชุดลายหงส์คู่ซึ่งเป็นลายระดับพระชายา คงต้องโดนจิ่งอ๋องสั่งตัดหัวกลางงานเป็นแน่แท้.... ​ซุนอ๋องที่

  • พระชายาสารพัดพิษ   19. ขยะไร้ค่า

    ​"อีกสามวันจะถึงพิธีปักปิ่นแล้ว..." มู๋ชิงซานเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง "เจ้าค่ะ..." "พวกคนในวังที่เคยลบหลู่ลูก จะต้องตื่นตะลึงเมื่อได้เห็นมู๋ชิงเหยาคนใหม่ แค่คิดพ่อก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาแล้ว..." ​"ลูกก็อยากจะรู้นักเจ้าค่ะ...ว่าคนพวกนั้นจะมีสีหน้าอย่างไร เมื่อเหยื่อที่พวกเขาคิดว่าจะขย้ำได้ง่ายๆ กลายเป็นคนที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะมอง..." มู๋ชิงเหยายิ้มพราย ดวงตาเปล่งประกายคมกริบ เช้าวันพิธีปักปิ่น ณ อุทยานหลวง..... วังหน้าอากาศร่มรื่นไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ แต่บรรยากาศรอบลานพิธี กลับอบอวลไปด้วยรังสีแห่งการชิงดีชิงเด่นของเหล่าคุณหนูตระกูลขุนนางชั้นสูง ​มู๋ชิงเหยา ปรากฏกายในชุดอาภรณ์ผ้าไหมหรูหราปักลวดลายหงส์คู่สยายปีกอย่างประณีต ตัวเสื้อตัดเย็บเข้าชุดรับกับเรือนร่างอ้อนแอ้นกลมกลึง ผิวพรรณของนางผุดผ่องไร้ไฝฝ้า เครื่องหน้ากะทัดรัดงดงามดั่งรูปสลัก ใบหน้าที่เคยหมองคล้ำและเจ้าเนื้อ บัดนี้ก้าวล้ำนำความงามของคุณหนูทุกคนในงานไปไกลลิบ ​"นั่นใช่คุณหนูมู๋จริงๆ หรือ...? เสียงพึมพำกระซิบกระซาบดังขึ้นทั่วบริเวณ บรรดาบุตรชายขุนนางต่างเหลียวมองตาค้าง ขณะที่เหล่าคุณหนูริษยาจนหน้

  • พระชายาสารพัดพิษ   18. พิษสลายปราณผสมพิษอัมพาต

    "รีบไปทำอาหารมาให้เปิ่นหวางกิน อย่าให้เปิ่นหวางต้องพูดซ้ำ..." น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "ชิ...คิดว่าจวนฉันเป็นโรงทานหรือไง..." มู๋ชิงเหยากัดฟันพูดเสียงเบา พร้อมเดินมุ่งหน้าไปทางห้องครัว หนานกงจิ่งมองตามแผ่นหลังมู๋ชิงเหยา มุมปากพลางยกยิ้ม พร้อมกับทำเสียง หึ ในลำคอ ตงฟางแทบจะตาถลน นี้เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเจ้านายของเขาแอบอมยิ้มออกมาในรอบหลายปี ท่านอ๋องเคยบอกเองมิใช่หรือ ว่าไม่ได้ชอบคุณหนูมู๋ เหตุใดการกระทำกับคำพูดถึงได้ย้อนแย้งกัน แม้กระทั่งสิ่งของล้ำค่าในจวนอ๋อง ท่านอ๋องยังไม่เคยจะประทานให้ใคร แต่กลับประทานสิ่งของล้ำค่ามากมายให้แก่คุณหนูมู๋เพียงคนเดียว นี้เขาเรียกว่าเป็นการแก้แค้นอย่างนั้นหรือ.....? หนานกงจิ่งยกถ้วยชาขึ้นมาจิบอย่างใจเย็น เมื่อเห็นมู๋ชิงเหยาเดินถือถาดอาหารตรงดิ่งมาทางเขา หนานกงจิ่งจึงวางถ้วยชาลง พร้อมกับก้มลงมองอาหารที่วางอยู่เบื้องหน้าอยู่ชั่วครู่ "สิ่งนี้เรียกว่าอะไร....? "บะหมี่เกี๊ยวหมูสับเพคะ ถ้้วยเล็กๆนี้เรียกว่าน้ำพริกเผา ช่วยเพิ่มรสชาติมากยิ่งขึ้น แต่อย่าใส่ลงไปเยอะนะเพคะ เพราะอาจจะทำให้เผ็ดร้อนจนปากชา...รีบเสวยเถอะเพคะ.." มู๋ชิงเหยานั่งลงข้า

  • พระชายาสารพัดพิษ   17. ความลับทางการทหาร

    "เย่เอ๋อร์...เรื่องในวันนี้ห้ามแพร่งพรายให้คนอื่นรู้เป็นอันขาด หากคนอื่นถาม..ห้ามบอกว่าน้องสาวเจ้าเป็นคนทำ เรื่องนี้รอพ่อส่งฏีกาถวายให้ฝ่าบาทเสียก่อน สิ่งของพวกนี้ถือเป็นความลับทางการทหาร หากศัตรูรู้เข้า เกรงว่าจะไม่เป็นผลดีต่อแคว้นเรา...." มู๋ชิงซานเริ่มมีสีหน้าเป็นกังวล "ลูกทราบแล้วขอรับท่านพ่อ..." "ร้ายแรงเพียงนั้นเชียว...? มู๋ชิงเหยาหันไปมองบิดา "ใช่....หากคนอื่นล่วงรู้ว่าลูกมีความสามารถ จะไม่เป็นผลดีต่อการใช้ชีวิตของลูกด้วย ศัตรูอยู่ในที่ลับเราอยู่ในที่แจ้ง จะทำอะไรก็ต้องคิดให้รอบคอบ เพื่อความปลอดภัยของลูก เรื่องในวันนี้ลูกรักก็อย่าได้เอาไปบอกใครเด็ดขาด...เข้าใจที่พ่อพูดหรือไม่....? "ลูกทราบแล้วเจ้าค่ะ...." "ดีมาก..." มู๋ชิงซานถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ อีกใจก็พลอยเป็นกังวลเรื่องของบุตรสาว นับวันความสามารถของบุตรสาวยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าหนานกงจิ่ง ก็คงจะมองเห็นแล้วเหมือนกัน เมื่อสามพ่อลูกกล่าวร่ำลากันเสร็จ หลิงเซียวก็ควบม้าเร็วมาถึงจวนตระกูลมู๋พอดี มู๋ชิงเหยาไม่ลืมที่จะเตรียมสัมภาระห่อหนึ่งมอบให้กับหลิงเซียว เสียงเกือกม้าขาดหายไปในที่สุด สองพ่อลูกจึงพากันเดินกล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status