LOGIN&nbs
บทที่ 33 พลาดท่า อิ้นเสียงมาพร้อมขวดสุรา ดวงตาแดงก่ำและไม่สนใจใครหน้าไหนอีกแล้วทั้งสิ้น“เสด็จพ่อ! ท่านยังมีใจเฉลิมฉลองรื่นเริงอยู่อีกหรือ?” อิ้นเสียงเปิดฉากต่อว่าพระราชบิดา ตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ อิ้นเจินตรงเข้าไปห้ามปราม แต่อิ้นเสียงไม่อาจข่มใจหยุดวาจาได้ “เสด็จพ่อ! ท่านช่างโหดร้ายยิ่งนัก แม้แต่เสือมันยังรักลูกของมัน แล้วท่านเล่า? เสด็จพ่อ...”“น้องสิบสาม... เกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงทำลายงานเลี้ยงวันเกิดของเสด็จย่าเช่นนี้เล่า”องค์ชายแปดสอบถามอย่างนุ่มนวล อิ้นเสียงกำลังร่ำไห้อย่างหนักเมื่อหันไปสบตาพี่แปดเข้า เขาก็ทำท่าจะพุ่งเข้าไปชกอีกฝ่ายให้คว่ำ ดีที่อิ้นเจินยึดแขนไว้ทัน ไม่เช่นนั้นจะส่งผลร้ายยิ่งขึ้นเป็นแน่ จู่ๆ องค์ชายสิบสามแสดงท่าทีก้าวร้าวหยาบคายเช่นนี้ เหล่านางสนมและเชื้อพระวงศ์ต่างพากันตื่นตระหนก หันไปซุบซิบเอียงหูฟังข่าวกันเป็นทอดๆ บางคนตกใจ บางคนนึกสงสารเสียใจ มีเพียงเหลียงเฟยกับองค์ชาย
ดวงพระเนตรของคังซีคมปลาบดุจคมดาบบนแท่นประหาร เหลียงเฟยมือเย็นเฉียบ สมองหนักอึ้งแต่ก็พยายามเค้นสมองอย่างสุดความสามารถเพื่อพาตัวเองกับลูกหลุดพ้นจากข้อหาฉกรรจ์เหล่านี้“พี่เต๋อ ท่านต้องหาทางแก้แค้นให้องค์ชายสี่นะเพคะ ดูก็รู้ว่านางกับลูกอยู่เบื้องหลังทั้งหมด กล้าถึงขนาดปองร้ายสายพระโลหิตเช่นนี้ ตายสิบครั้งก็ยังไม่สาสม” หรงเฟยนึกสะเทือนใจถึงลูกที่ตายไปแล้วของตนเอง จึงใส่อารมณ์เต็มที่ แต่เต๋อเฟยส่ายพระพักตร์พลางถอนหายใจ“หรงเอ๋อร์ เจ้าอย่ามัวแต่เติมเชื้อไฟใส่ในจิตใจของเจ้าเลย คนที่คิดเรื่องการล้างแค้นก็รังแต่จะเปิดแผลตัวเองให้สด ในขณะที่คนที่ไม่สนใจการแก้แค้น แผลนั้นก็จะเยียวยาและหายไปในที่สุดนะ”“พี่เต๋อ พี่จะปล่อยวางเช่นนี้ก็ไม่ถูก ที่นี่คือวังหลัง ใครอ่อนแอก็จะถูกรังแก การล้างแค้นเป็นเรื่อง ‘ชอบธรรม’ ต่างหากเพคะ ถ้าหม่อมฉันจะล้างแค้นใคร หม่อมฉันจะค่อยๆ วางหมากอย่างเบามือและรอผลอย่างเย็นใจ ทุกอย่างย่อมสำเร็จตามความปรารถนาแน่นอน วันนี้มีโอกาสมาหล่นอยู่ตรงหน้าแล้ว พี่เต๋ออย่ามัวลังเล หม่อมฉันจะช่วยพี่เต๋อกำจัดเหลียงเฟยกับลูกไป
“ท่านเป็นผู้ฝากขลุ่ยหยกเลานี้ให้จูกงกงนำไปถวายหวังเย๋ใช่หรือไม่”อวี๋โยวกลอกตาหาทางหนีทีไล่ กำลังจะอ้าปากตอบว่าไม่ แต่นาราชิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆ สบายๆ เสียก่อน“คิดคำตอบให้ดีๆ ก่อนทูลตอบเบื้องหน้าพระพักตร์นะท่าน เหล่าชนชั้นสูงในที่นี้ล้วนคร่ำหวอดในวงการของล้ำค่า ขลุ่ยหยกงามล้ำเลิศเช่นนี้ตามสืบที่มาที่ไปไม่ยากสักนิดว่าเคยมีผู้ใดครอบครองมาก่อน ขอเพียงกรมราชทัณฑ์ออกหน้าสอบสวนเรื่องนี้ก็จะรู้ว่าเมื่อวานจูกงกงพบปะพูดคุยกับใครบ้าง หากท่านตอบคำถามในวันนี้แล้วผลปรากฏว่าไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ข้าก็เกรงว่าท่านจะยิ่งเดือดร้อน”นารายิ้มอ่อน ข่มขู่กลายๆ ด้วยการอ้างถึงกรมราชทัณฑ์ กรีดปลายนิ้วไปมาบนพัดกลม“ขลุ่ยหยกพรรค์นี้มีดาษดื่น ไม่เห็นจะวิเศษตรงไหน”“ช่วงนี้ข้าได้ข่าวว่าจวนของใต้เท้าอวี๋โยวเปิดต้อนรับขุนนางมากมาย ส่งรถม้าเข้าออกร้านรับฝากตั๋วเงินไม่ได้ขาด ขลุ่ยหยกเลานี้ย่อมเป็นของธรรมดาๆ ในสายตาของท่านอยู่แล้ว”“สาวหาว!”“หวังเย๋ทรงมีบริวารที่ต้องเลี้ยงดูจำนวนมาก ดีที่ทรงมีที่นาส่ว
“กระหม่อมไม่เคยรับคนผู้นี้เป็นศิษย์ ขอทรงพิจารณาด้วย” จางกงกงชี้หน้า “เจ้าลูกเต่า! อยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ เจ้ายังไม่รีบสารภาพอีกว่ารับคำสั่งมาจากใคร” จูไจ้เฟิงตัวสั่นเงิ่กงั่ก ตอบก็ตาย ไม่ตอบก็ตาย แต่ถ้าหากตอบก็คงจะได้รับพระเมตตาให้ตายอย่างไม่ทรมานนัก จูไจ้เฟิงจึงโขกศีรษะคำนับ “คน... คนที่สั่งบ่าวให้นำขลุ่ยไปถวายหวังเย๋เป็นขุนนางผู้หนึ่งพ่ะย่ะค่ะ” “ใคร?” “บ่าวไม่ทราบ ไม่ทราบจริงๆ” จูไจ้เฟิงสะอื้น “บ่าวต้องการถามถึงค่าตอบแทนจึงเดินตามไป เห็นคนผู้นั้นคุยกับคนของใต้เท้าอวี๋โยว”&
บทที่ 32 ขลุ่ยหยกพระราชทานไม่มีเหตุผลใดที่ยงชินหวังจะต้องปฏิเสธ ทรงเอื้อมมือรับขลุ่ยหยกขาวบริสุทธิ์จากนารา พวงพู่ห้อยสะบัดพริ้วขับเน้นความแกร่งกร้าวให้ผสมผสานกับความนุ่มนวลอ่อนโยนได้อย่างลงตัว ใบหน้าคมเข้มสุขุมเยือกเย็น บวกกับชุดเซี่ยเฉาฝูสีน้ำเงินเข้ม ปักลวดลายมังกรห้าเล็บทรงพลัง เน้นเรือนกายอันแกร่งกำยำ แผ่นหลังของเขาตึงแน่นขณะหยัดกายลุกขึ้นหลังคุกเข่าถวายพระพร ก่อนจะตวัดขลุ่ยขวาง เตรียมที่จะบรรเลงเพลงขับขาน องค์ชายแปดอิ้นซื่อกลั้นหายใจ ตาจ้องไม่กะพริบ แต่อิ้นเจินยิ้ม“ก่อนอื่นลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทรงเมตตา พระราชทานขลุ่ยหยกล้ำค่านี้ ลูกจะตั้งใจเป่าเพลงถวายพระพรแด่เสด็จย่าเต็มที่”&
ทุกอย่างกำลังเดินไปตามแผนองค์ชายแปดวางกับดักลวงให้พี่ชายต้องเป่าขลุ่ยหยกนี้ถวายเป็นของขวัญแด่ไทเฮา บทเพลงนั่นจะเป็นท่วงทำนองบรรเลงความตายแด่ยงหวังฝู! เพียงแค่ริมฝีปากของยงชินหวังสัมผัสขลุ่ยขวางเลานี้เท่านั้น พิษไร้สีไร้รสที่เขาฉาบไว้บนขลุ่ยจะแสดงผลเชื่องช้าแต่เด็ดขาด กว่าจะรู้ตัวว่าต้องพิษก็จะมีการอาการม่วงคล้ำไปทั้งร่างในอีกสามวันให้หลังองค์ชายแปดลอบหัวเราะร้ายลึก มั่นใจว่าจะต้องได้ตัวนางมาทรมานให้หายแค้นนาราจ้องตากลับ ไม่เคยเกรงกลัวคนผู้นี้เลยสักนิด“ฮุ่ยเก๋อเก๋ออยู่ที่นี่หรือไม่”ไทเฮาทรงอยากพบนารามาหลายวันแล้วจึงมีรับสั่งให้นางก้าวออกมา ไทเฮาทรงงามสง่าสมวัย แม้จะไม่ค่อยแข็งแรงดีแต่พระนางรับรู้ทุกเรื่องราวภายในวังหลัง นาราพบพระพักตร์ไทเฮาเป็นครั้งแรกยังรู้สึกยำเกรงพระบารมีและเดาได้ทันทีว่าบุคลิกของอิ้นเจินถอดแบบมาจากผู้เป็นย่านั่นเอง ทรงมีพระเดชอยู่ที่พระเนตร ถ้าทอดพระเนตรใครหรือสิ่งใดอย่างไม่ทรงพอพระทัยแล้ว ชาววังจะเรียกว่า “ตั้งกริ้ว” และถ้าทรงใกล้พิโรธเมื่อใด ชาววังจะเรียกเพิ่มระดับขึ้นอีกว่า “พระเนตรเขียวมรกต
บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา
นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...
“อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ
บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพร







