Masuk“ตงกั๋ว! น้ำชาของข้ายังไม่ได้อีกรึ?!”
เหลียง
หลิวหลานรับฟังแต่ไม่พูดอะไร ประคองป้านชาเทน้ำชาถวายโดยยื่นให้ตามปกติ แต่หรงเฟยตวัดสายตาคมกริบจับจ้องก่อนจะระบายยิ้มนุ่มนวล “เจ้าคิดเห็นเรื่องตงกั๋วว่าอย่างไรบ้างเล่า”“หม่อมฉัน...” หลิวหลานประหม่ากลัวจนถ้วยชาสั่น“ตัวเจ้าอยู่ในวังมานาน น่าจะรู้ธรรมเนียมดีไม่ใช่หรือว่าฮ่องเต้เสวยยา อำมาตย์ต้องชิมก่อน พ่อป่วยจะกินยา ลูกก็ต้องชิมก่อน เจ้าเป็นคนใกล้ชิดของข้า เหตุใดจึงไม่ชิมเสียก่อนเล่า”“ขอทรงอภัย หม่อมฉันโง่เขลา ต่อไปจะไม่กล้าละหลวมอีกแล้วเพคะ” หลิวหลานรีบดื่มชาจนหมดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หรงเฟยจึงหัวเราะพลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดู“เด็กโง่เอ้ย ข้าหยอกนิดหน่อยถึงกับกลัวจนลนลาน ข้าเหนื่อยแล้ว อยากพักผ่อน เจ้ามานวดไหล่ให้ข้าหน่อยสิ”“เพคะ” หลิวหลานหันไปปลดผ้าม่านไหมบังตาทั้งสามชั้น ก่อนจะคลานเข่าเข้ามาบีบนวดคลายเมื่อยล้าถวาย หลิวหลานเกรงว่าตนเองจะพลอยถูกระแวงสงสัยไปด้วยจึงสงบปากสงบคำและไม่กล้าถามให้มากความอีก หลิวหลานนวดคลายเส้นถวายอย่างตั้งอกตั้งใจและน้อมกายทูลลาเพื่อให้นายหญิงพักสาย
จนกระทั่งวันนี้มีข่าวดีส่งมาถึง“จริงหรือ? เจ้าไม่ได้หลอกข้านะ”“จริงขอรับ ข้าพูดจริงๆ เกิงเหยาทำงานดีมีฝีมือ หัวหน้าก็เลยสนับสนุนให้ก้าวหน้า ย้ายไปสังกัดกองบัญชาการกองธงเหลือง ตอนนี้เขาได้เป็นถึงนายกองทหาร ดูแลทหารในมือพันคน คุมเมืองเปี้ยนเหลียง สถานการณ์ศึกไม่สู้ดีนัก เบื้องบนจึงคำสั่งด่วนให้เขารีบออกเดินทางไปคุมทัพโดยทันที”หลิวหลานรับทราบข่าวดีนี้ถึงกับลืมตัวยิ้มกว้างออกมาและรับจดหมายที่เหนียนเกิงเหยาฝากไว้ก่อนไปจากเมืองหลวง เขียนสั้นๆ ด้วยลายมือโย้เย้หวัดห้วนว่า ‘รอข้ากลับมา’หัวใจอันเย็นเยียบของหลิวหลานกลับมาเต้นกระหน่ำด้วยความสุขใจหาใดปาน คำแค่ไม่กี่คำที่เขาลงมือเขียนทำให้โลกใบนี้สดใสอย่างน่าอัศจรรย์ นางไม่หัวเราะลายมือขี้เหร่ของเขาเพราะรู้ว่าคนหยาบๆ ปอนๆ ไม่รู้หนังสืออย่างเขาพยายามถึงที่สุดแล้วหญิงสาวกอดกระดาษจดหมายแนบอก อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว หลิวหลานนึกอยากจะส่งข้าวของให้คนรัก จึงรีบขอปันผ้าฝ้ายจากเพื่อนๆ ในตำหนักมาปักเย็บ ทำผ้าห่มอุ่นๆ และเสื้อใหม่หนาๆ สักสามตัวส่งไปให้เขาที่ชายแดน
“ตงกั๋ว! น้ำชาของข้ายังไม่ได้อีกรึ?!”เหลียงเฟยตกอยู่ในทะเลไร้ฝั่ง มองหาหนทางใดไม่เจอและไม่มีผู้ใดให้หันหน้าพึ่งพิงได้ หัวอกจึงพลอยว้าวุ่นร้อนรนไปหมด พระนางกระวนกระวาย เดี๋ยวนั่งเดี๋ยวลุก ครุ่นคิดหาวิธีช่วยเหลือพระโอรสอย่างสุดความสามารถ เหลียงเฟยนึกจะไปขอเข้าเฝ้าคังซีหลายครั้ง แต่ก็หวั่นเกรงว่าจะเป็นผลเสียหนักขึ้น “โปรดทำพระทัยให้สงบเถิดเพคะ ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น ฝ่าบาทก็มิได้รับสั่งถึงอีก โปรดวางพระทัยเถิดเพคะ” ตงกั๋วก้าวเข้ามาพร้อมน้ำแกงบำรุงร่างกายและชารากบัว จัดแจงเทถวายและบีบนวดให้เหลียงเฟยคลายความตึงเครียด แต่เหลียงเฟยรู้ดีว่าวังหลวงยิ่งเงียบ นั่นแปลว่ายิ่งอันตราย ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสงครามประสาท แม้ว่าจะป้ายสีและฆ่าปิดปากจูไจ้เฟิงไปแล้ว แต่ว่าคังซีก็ย่อมรู้ว่าวังหลังแห่งนี้ขับเคลื่อนด้วยแรงริษยา เพราะฉะนั้นพระองค์ต้องทรงทราบแน่ๆ ว่าองค์ชายแปดทำอะไรลงไป&nbs
“ตอนนี้สิ่งเดียวที่ข้าคิดถึงคืออนาคตของเรา”“อะ...อนาคตของเรา?... หมายถึงครอบครัว?”“ใช่ และข้าก็คิดอยู่ตั้งแต่เช้าจรดเย็นว่าจะทำยังไงให้ลูกของข้าเข้าไปอยู่ในท้องเก๋อเก๋อเสียที”เขาพูดไปพลางปรือตาอย่างคนกำลังคลื่นเหียนไปพลาง แต่เสือมันกำลังหิวเนื้อมันก็ต้องกินเนื้อ นาราจึงยันปลายคางของเขาไว้ให้ถอยห่างออกไป “Stop! นี่แกล้งหาเรื่องเปลี่ยนประเด็นเรื่องในวังอยู่ใช่รึเปล่า”เขาจือปากและพูดหน้าตาเฉย “เปล่า ไม่ได้แกล้ง นี่เอาจริง”“อย่าเพคะ... ตอนนี้ไม่ได้นะ เดี๋ยวลูกอาจจะกลับเข้ามา” นาราปัดมือหยาบกระด้างของเขาออกไป แต่ว่าอย่างไรเขาก็มิฟัง เสื้อตัวนอกของนางหลุดลุ่ย สายเอี๊ยมถูกดึงออกและรั้งลงมากองที่เอว ท่อนแขนแข็งแรงโอบรัดเอวบางไว้หลวมๆ พลางดื่มด่ำความงดงามเปล่าเปลือยตรงหน้า อิ้นเจินจูบฝังรอยจนเป็นรอยแดงระเรื่อเหนือทรวงอกและขบเม้ม“เจิน...” ร่างแกร่งกร้าวดุจภูผาศิลาเลื่อนปลายนิ้วลงมาตามหน้าท้องเรียบแบน แตะต้องสัมผัส ใช้ท้องนิ้วโป้งถูไถเย้าแหย่และสอดไซ้ขยับถ
“ไหนๆ ขอพ่อชิมหน่อย”อิ้นเจินนั่งอยู่หลังโต๊ะเขียนหนังสือ และรีบนำกระดาษที่กำลังเขียนไปแอบ ก่อนจะคีบตะเกียบชิมบ๊ะจ่างแบบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แน่นอนว่าเขาคีบกินแต่แปะก๊วยอีกแล้ว แถมด้วยอาการอาเจียนอีกระลอกใหญ่ รีบโบกมือให้ยกบ๊ะจ่างออกไปให้หมด นาราจึงสั่งให้เจียวเจียวรีบไปต้มน้ำขิงร้อนๆ มาถวาย สองสามวันนี้เขาก็ดูแข็งแรงดีขึ้นแล้ว แต่ตอนนี้ตัวเปื่อยยิ่งกว่าเก่า“เสด็จพ่อไม่ชอบบ๊ะจ่างของตวนรั่ว” ตวนรั่วร้องไห้โฮ น้ำตาร่วงเผาะๆ ลำบากสูเชิ่นต้องคอยปลอบอีก อิ้นเจินจึงแข็งใจกินพลางฝืนยิ้ม“เมื่อครู่พ่ออร่อยจนสำลักต่างหาก นี่ไง อร่อยมากเลยลูก ฝีมือเก่งกันจริงๆ”“จริงนะเพคะ งั้นเสด็จพ่อทานอีกเยอะๆ เลย” เด็กหญิงทั้งสองแย่งกันคีบบ๊ะจ่างให้ยงชินหวังกินจนเกือบหมด นารานึกชมที่เขายอมอดทนเพื่อถนอมน้ำใจเด็กๆ เรียกรอยยิ้มกว้างและเสียงหัวเราะให้สองสาว กว่านาราจะปลุกปลอบให้เด็กๆ กลับมาร่าเริงอีกครั้งก็เรียกว่างัดทุกกระบวนท่าออกมาใช้ อิ้นเจินจึงร่วมช่วยด้วยเป็นอย่างดี พอบ๊ะจ่างหมดแล้วสองพี่น้องจึงถวายบังคมลาและจูงมือกันออกไป กะว่าจ
“ฮ่องเต้... เจ้าคิดอย่างไรกับเรื่องที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยง”หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากงานเฉลิมฉลอง ไทเฮาทรงมีรับสั่งถามสั้นๆ ขณะทรงเอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนบนแท่นบรรทม และจิบชารากบัวรสขมขื่นอย่างเชื่องช้า สีพระพักตร์ของหญิงชราแม้ว่าจะไม่แสดงอารมณ์ใดๆ แต่แววพระเนตรหม่นเศร้า เช่นเดียวกับคังซีที่ยังคงมีแรงกริ้วในดวงพระเนตร บนโต๊ะข้างพระวรกายมีตะเกียงปล่อยควันกำยานกลิ่นไม้จันทน์หอม ตอนนี้ดวงอาทิตย์เริ่มเคลื่อนขึ้นสูงกลางฟ้า อากาศร้อนแผดเผา แม้แต่จางกงกงก็ยังมิกล้าเงยหน้าขึ้นมาโดยไม่จำเป็น“ลูกจะต้องจัดการอวี๋โยวเป็นคนแรก”“อวี๋โยวคนเดียวคงไม่พอหรอกนะ” ไทเฮาเอ่ยเรียบๆ “องค์หญิงแห่งต้าชิงถูกลอบวางยาพิษจนตายเช่นนี้ หากเรื่องเผยแพร่ออกไปจะกระทบต่อเกียรติภูมิของเจ้า ตอนนี้ศึกทางเหนือยังไม่สู้ดี เราจะให้ขวัญกำลังใจของทหารสั่นคลอนไม่ได้”“กราบทูลไทเฮา... เหลียงเฟยมาขอเข้าเฝ้าเพคะ” หยงมามาทูลบอก เหรินเซี่ยนหวงไทเฮาจึงเลื่อนมือ ส่งถ้วยชาคืนให้หยงมามา มุมปากมีรอยยิ้มน้อยๆ“ดูท่าว่านางต้
นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...
“อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ
บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา
สวัสดีนักอ่านทุกๆ ท่านค่ะ นิยายที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้เป็นนิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรกของปุ๋มค่ะ หลังจากดูละครจีนแนวอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Bu Bu Jing Xin หรือชื่อละครว่าฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ ฉายทางช่องสาม เป็นเรื่องราวในยุครัชกาลคังซี ความคิดก็เริ่มสะสมขึ้น จนได้ดูละครเรื่อง The Legend of Zhen







