ログインตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย
เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้าเปิดกว้างปลอดโปร่ง ดอกบัวที่ปลูกในอ่างยักษ์เบื้องหน้าตำหนักพากันสดชื่นส่งกลิ่นหอมอ่อนโยนไปตามสายลม ตำหนักเหยียนชีกงสงบร่มเย็นแต่ทว่าตื่นพร้อม นกขมิ้นสองตัวบนต้นหลิวส่งเสียงเจื้อยแจ้วก่อนจะโผบินจากไปเมื่อนาราลืมตาพรึ่บ!
ปวดหัวฉิบ!
นารานอนแผ่อยู่บนพื้นหินเย็นเฉียบกลางสวนกระถางบัว สิ่งแรกที่นาราเห็นคือแสงอาทิตย์อันแสนสดใสอบอุ่น กระแสลมหอมหวานมีกลิ่นชื้นฝน รูปหินแกะสลักและภูเขาจำลอง ประดับประดาด้วยต้นกล้วยไม้ผลิดอกออกช่อยาวเป็นศอกชวนมอง
แสงตะวันช่างอบอุ่นจังเลย... ดวงตาคู่งามเล็กๆ กลอกไปมาอย่างระมัดระวังเมื่อมีเหล่าผีเสื้อบินวนไปมารอบตัวนาง สิ่งเหล่านี้ขาดหายไปในยุคสมัยของนารานานแล้ว การที่ได้กลับมาสัมผัสความงามเรียบง่ายของธรรมชาติอีกครั้งนับว่าเป็นเรื่องน่าตื่นตาตื่นใจยิ่งนัก
นาราหยัดตัวลุกขึ้นนั่งอย่างช้าๆ ตรวจสภาพร่างกายตนเองว่าไม่มีอะไรบุบสลาย ผ้าซิ่นกับสไบเฉียงที่นางสวมใส่ยังสวยปิ๊งพร้อมเฉิดฉาย นาราตรวจปีคริสตศักราชว่าถูกต้อง ก่อนจะรีบปัดเนื้อปัดตัว เตรียมพร้อมพบหน้าคนในครอบครัวของเจ้าพระยาวิชิต ขั้นแรกที่นางต้องทำคือรีบซัดลำแสงจากพลอยสีแดงเพื่อแทรกแซงความทรงจำและเข้าสวมรอยเป็นบุตรีเจ้าพระยา ทำงานแล้วกลับบ้านรับทรัพย์...
กรุงศรีอยุธยาจ๋า นางสาวนารามาเยือนแล้ว
มาแล้ว...
แล้ว...
นาราชะงัก... ไม่มีวัดไม่มีวังอยุธยา ไหงจึงกลายเป็นตำหนักเก๋งจีนล่ะ!! ขนแขนของนางลุกซู่เกรียวกราวเมื่อค้นพบว่าตนเองอยู่ท่ามกลางหมู่ตำหนักอันงดงามเรียบง่าย ดวงตากลมโตเบิกมองป้ายชื่อตำหนัก แม้จะอ่านไม่ออกแต่ตัวอักษรบนป้ายนั้นเป็นลายพระหัตถ์ของผู้ปกครองแผ่นดินต้าชิง ปกปักษ์ด้วยรูปแกะสลักสิงโตหินสูงท่วมศีรษะ สะท้อนความน่าเกรงขามออกมาจนนาราใจคอไม่ดี
“แล้วๆๆๆๆๆ เอาแล้วกู”
ร่างบางไม่รอช้า รีบถลกซิ่นปีนภูเขาจำลองเพื่อมองมุมสูง สังเกตเห็นแนวกำแพงสูงเสียดล้อมรอบพื้นที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ไม่ว่าจะแนวรั้วสีแดงสดหรือกระเบื้องหลังคาน้อยใหญ่ล้วนส่องประกายท้าทายแสงตะวัน มีผู้คนแต่งกายด้วยชุดเครื่องแบบในวังโบราณเดินกันขวักไขว่ ที่นี่คือเมือง? ไม่... เลือดในกายของนาราพลันเย็นเฉียบเมื่อสังเกตเห็นตำหนักด้านหน้าขนาดใหญ่ตระการตา หลังคาซ้อนสองชั้นมุงด้วยกระเบื้องสีทองซึ่งเป็นสีเฉพาะขององค์ฮ่องเต้เท่านั้น
ตำหนักไท่เหอ ตำหนักสำหรับออกว่าราชการของฮ่องเต้
ที่นี่คือพระราชวังต้องห้าม กู้กง!
ตัวนางพลันรู้สึกเล็กจ้อยไม่ต่างอะไรจากเศษธุลีเล็กๆ ท่ามกลางราชวังอันใหญ่โตสลับซับซ้อน ดวงตากลมโตเบิกมองไปรอบๆ อย่างตื่นตะลึง ความเคร่งขรึมน่าเกรงขามของสถานที่แห่งนี้กดดันให้นาราทำอะไรไม่ถูก เมื่อตั้งสติได้จึงรีบกดสัญญาณระบุพิกัดของตนเอง ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือกลับไปยังห้องวิจัย
รอแล้วรอเล่า รอจนเศร้าเขาก็ยังไม่ติดต่อกลับมา...
นาราคว้าชายสไบมาขยำ ยังไม่รู้ว่าร่วงหล่นมาสู่แผ่นดินนี้ในช่วงสมัยใด ไม่รู้เลยว่าพิกัดตำหนักนี้อยู่จุดไหนในพระราชวังอันกว้างใหญ่ซึ่งมีตำหนักน้อยใหญ่และห้องหับถึง 9,999 ห้อง ตัวเลขที่ปรากฎบนสร้อยข้อมือระบุปีคริสตศักราชถูกต้องตรงกับที่พ่อบอก แต่พิกัดเป้าหมายปลายทางกลับเพี้ยนไป ด้วยความรู้ทางประวัติศาสตร์จีนที่พอหลงเหลืออยู่ในสมอง นารานับนิ้วไปมา บวกลบคูณหารในใจ... ช่วงสมัยสมเด็จพระนารายณ์แห่งกรุงศรีอยุธยาก็ตรงกับ...
คังซี!
นารากุมขมับ กูอยากจะบ้าตาย
หญิงสาวเดินวนไปวนมารอบภูเขาจำลองนั่นจนพื้นแทบสึก ชะเง้อมองหาความช่วยเหลือรอบแล้วรอบเล่าเหมือนเด็กกำลังรอพ่อแม่มารับ ตอนนี้สัมภาระติดตัวมีชิ้นเดียวคือกระเป๋าสี่มิติต้นแบบจากโดราเอมอน ดังนั้นจะใส่ของกี่ชิ้น จะเล็กจะใหญ่ก็ใส่ได้รวมอยู่ในนี้หมด ตำแหน่งกระเป๋าสี่มิติอยู่ที่พุงเหมือนโดราเอมอนเลย ไหนดูสิ... พ่อใส่อุปกรณ์ฉุกเฉินมาให้รึเปล่า
“อะไรเนี่ย... ตุ๊ดตู่ปลอม” มือขาวเนียนล้วงหยิบของ เจอท่อนซิลิโคนจำลองอาวุธของท่านชาย นาราก็เหวี่ยงทิ้งลงน้ำ แขยงมือ
“ถุงยางสี่สิบกล่อง!”
“ที่ตรวจครรภ์ บ้าไปแล้ว! นี่ฉันกลายเป็นเซลล์ขายเซ็กซ์ทอยไปแล้วเรอะ” นารารื้อของเพิ่มก็เจอแต่ของลามก เวรของเวรกรรม อุปกรณ์ในกระเป๋าก็ไม่มีกินประทังชีวิตอะไรนอกจากเซ็กซ์ทอย อาหารเม็ดที่พ่อบอกให้พกมานาราก็ดันหยิบออก
ฝนบ้าก็ดันตกลงมาอีก
ฉิบหายของจริงล่ะทีนี้... นารานั่งทรุดน้ำตาไหลย้อย เนื้อตัวเปียกปอนเหมือนลูกหมาตกน้ำไม่มีผิด จังหวะนั้นถ้ามีขันทีหรือนางกำนัลประจำตำหนักเดินผ่านมา นาราก็ต้องหอบข้าวของทั้งหมดแล้วถลกซิ่นหนี จะทิ้งของก็ทิ้งไม่ได้เพราะเกรงว่าถ้าใครมาเจออาจจะเกิดปัญหา นางหลงมาอยู่ผิดยุคก็ว่าน่าสงสารแล้ว ยังต้องโกยของพวกนี้ติดตัวไปด้วยยิ่งซ้ำเติมชีวิตหนักขึ้นไปอีก หรือนางควรจะหันไปเอาดีด้านเปิดแผงขายของเสียวพวกนี้ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยวะ
นารามึนตึ้บ อยู่ดีๆ ชีวิตเปลี่ยน ด้วยความที่ไม่รู้จะไปไหนจึงนั่งกอดเข่าหลบผู้คนในเงาไม้ อารมณ์เหมือนเด็กถูกไล่ออกจากบ้านไม่มีผิด จากนี้ไปจะกินจะอยู่ยังไง จะต้องรอนานแค่ไหนถึงจะได้กลับบ้าน คำถามง่ายๆ แต่หาคำตอบไม่ได้ เจริญพร...
“ว.หนึ่งเรียก ว.สอง ตอบด้วย ตอบด้วย...” นาราพยายามอยู่ใกล้ๆ ตำแหน่งเดิมใกล้ภูเขาจำลอง รอสัญญาณเรียกตัวกลับ เผื่อว่าจะมีใครเมตตาหาทางพากลับบ้าน
ตอนที่กำลังหลบซ่อนตัวอยู่นั้นเอง นาราสังเกตเห็นสตรีวัยกลางคนหน้าตางดงามคนหนึ่งกำลังคุกเข่าสวดมนต์อยู่ในศาลาเล็กๆ ภายในตั้งรูปปั้นพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม จุดกำยานไม้จันทน์หอมช่วยให้จิตใจสงบนิ่ง สตรีผู้นั้นแต่งกายสีเทาเรียบๆ ธรรมดา ในมือถือลูกประคำ ไม่สวมเครื่องประดับใดๆ ใบหน้าของนางไร้เครื่องสำอางแต่งแต้มแต่ยังคงดูอ่อนโยนนุ่มนวลและเยือกเย็นราวกับต้องการละทางโลกอยู่ทุกลมหายใจ ใกล้กันนั้นมีสตรีอายุสูงวัยกว่ายืนรออยู่ด้านนอกศาลา ท่าทางของหญิงนางนี้เข้มงวดมาก ดูได้จากบรรดานางกำนัลตัวเล็กๆ ที่กลัวเสียหัวหด
“+%#*M$^B]l;./q!W”
พวกเขาคุยกันด้วยภาษาฮั่น นาราฟังไม่ออกจึงล้วงของจากซอกอก หยิบวุ้นแปลภาษาออกมา กินปุบ นาราก็ฟังพูดอ่านเขียนภาษาของพวกเขาได้ทันที
“พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”
“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”
[1] แปลว่าเทพธิดา เป็นคำใช้เรียกพระสนมในตำหนักหลักและมีตำแหน่งตั้งแต่ผินขึ้นไป
[2] กูกู เป็นคำที่ใช้เรียกนางกำนัลรุ่นอาวุโส
เรื่องแขวะกันด้วยคำพูดหวานชื่นต้องยกให้ป้าเหลียงเป็นยอดฝีมือ แต่นาราโปรยยิ้มระดับนางงามเวทีประกวดธิดาลำไย แขวะมาแขวะกลับ ไม่โกง“เหนียงเหนียงทรงพำนักในวังแต่ยังอุตส่าห์สอดส่องดูแลพระชายาจวินอี้และหม่อมฉันยิ่งนัก หากหม่อมฉันประสบปัญหาเช่นนั้นจริง ลูกนกลูกกาอย่างหม่อมฉันยังมีร่มไม้เย็นสบายอย่างเสด็จแม่เต๋อเฟยเป็นที่พึ่ง และมีองค์หญิงหรงเซี่ยนทรงเอ็นดู หวังเย๋คงมิกล้านอกลู่นอกทางเป็นแน่ หม่อมฉันซาบซึ้งในน้ำพระทัยของเหนียงเหนียงเพคะ”ความหมายของนาราคืออย่าเสือกเรื่องบ้านคนอื่นค่ะ ตัวเหลียงเฟยเองยังเอาตัวไม่รอด เหตุใดจึงเสนอหน้าให้ความช่วยเหลือ คนเส้นลึกอย่างองค์หญิงหรงเซี่ยนฟังวาจาของนาราเข้าไปก็ลอบยิ้มขัน แทบไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆ เลยว่าจะแอบหัวเราะลับหลังกันขนาดไหน เหลียงเฟยเดือดแทบเต้น แต่ใบหน้ายังคงฉาบรอยยิ้มไม่เปลี่ยนแปร“นี่เป็นเครื่องหอมสูตรโบราณ กลิ่นหอมล้ำลึกและติดทนทาน เครื่องหอมนี้ล้ำค่าและปรุงออกมาได้เพียงน้อยนิด แต่ข้ายินดีมอบให้เจ้าทั้งหมดเลย”“ขอบพระทัยเพคะเหนียงเหนียง” นารายิ้มหวานและรับเครื่องหอมนั้นโดยไม่รู้
“ขอบพระทัยเพคะ ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปีเพคะ”นาราย่อกายถวายพระพร แม้คังซีจะมิได้เอ่ยรับสั่งใดเกี่ยวกับคำตอบของนาราอีก แต่ทุกคนรู้ว่านาราผ่านฉลุย เก๋อเก๋อมีฮ่องเต้ทรงหนุนหลังเช่นนี้ ต่อไปไม่ว่าใครก็ไม่กล้ารังแกนาราอีก องค์หญิงหรงเซี่ยนตวัดสายตามองไปรอบโถงงานเลี้ยง เห็นชัดเจนว่ามีพวกเชื้อพระวงศ์ชายเบ้ปากองค์หญิงหรงเซี่ยนนึกหัวเราะหยันสังคมอันแสนยอกย้อน ประวัติศาสตร์ล้วนยกย่องสตรีมีปัญญา แต่ในชีวิตจริงผู้ชายไม่ชอบผู้หญิงฉลาด พวกเขาชอบผู้หญิงสวยที่ไม่ต้องเรียนสูงๆ เพราะกลัวจะคุมไม่อยู่ แม้แต่พวกบัณฑิตก็ยังสนแต่สาวงามดั่งภาษิตว่า ‘อัจฉริยะชมชอบหญิงงาม’ แต่น้องสี่เลือกเมียได้ทั้งงดงามและฉลาด นับว่าตาแหลมและให้เกียรติลูกผู้หญิงยิ่งนัก ถ้านาราไม่ได้แต่งกับน้องสี่ ความฉลาดเฉลียวเจ้าปัญญาของนาราก็คงจะถูกข่มทับให้กลายเป็นเพียงตุ๊กตาประดับบารมีของผู้ชายไปแล้วเป็นแน่ หรงเซี่ยนจึงนึกชื่นชมบ่าวสาวคู่นี้เต็มที่“ดี หญิงงามคือเทพธิดาผู้บันดาลจินตนาการให้อัจฉริยะ เจ้านี่แหละเหมาะสมกับน้องสี่ ผู้หญิงอย่างเราๆ มีอะไรนิดหน่อยก็ร้องไห้ฟูมฟาย แต่เจ
“ว่าอย่างไรเก๋อเก๋อ หากไม่รู้ก็บอกว่าไม่รู้ นี่แหละผู้รู้”คังซีวางถ้วยชาลงพลางกอดพระอุระรอคำตอบ ทุกคนในงานเลี้ยงรับไหว้น้ำชาจึงต่างมุ่งความสนใจมาที่นาราอย่างเต็มที่ หากนาราตอบได้ถูกพระทัย เก๋อเก๋อแห่งยงหวังฝูจะทะยานขึ้นเป็นสะใภ้คนโปรดอันดับหนึ่ง แต่ถ้าพลาดหรือทำให้คังซีกริ้ว ไฟที่กำลังจ้องจะเผาผลาญก็พร้อมจะลุกฮือ ดังนั้นเหลียงเฟยจึงยิ้มเยาะด้วยความสะใจยิ่งนัก ตั้งใจรอซ้ำเต็มที่“ฝ่าบาทเพคะ เก๋อเก๋อคงจะตอบไม่ได้หรอก เดิมทีนางก็มีพื้นเพเป็นแค่สามัญชนคนทั่วไป ถึงแม้ว่าจะเป็นธิดาขุนนาง แต่เก๋อเก๋อจะไปรู้เรื่องอะไรได้เพคะ” เหลียงเฟยยกพัดกลมขึ้นป้องปาก แอบซ่อนรอยยิ้มหยันไว้ คำกล่าวของเหลียงเฟยฟังดูเหมือนกำลังช่วยทูลให้คังซีทรงปล่อยนารา แต่ที่จริงแล้วยิ่งต้อนให้นาราเข้ามุมอับจนมากขึ้นต่างหาก“เหนียงเหนียงทรงกล่าวถูกต้องแล้วเพคะ แต่หม่อมฉันจะขอลองใช้ความเป็นสามัญชนทั่วไปลองตอบคำถามของฝ่าบาทดูเพคะ”นารายิ้มหวาน สามัญชนคนนี้นี่แหละจะตบเชื้อพระวงศ์ให้คว่ำ นาราคุกเข่าคำนับ ค้อมศีรษะลงก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบ ดวงตาคู่งามเป็นประกา
องค์ชายผู้นั้นก็คืออู่เอ่อร์กุน เป็นโอรสองค์รองของจุ้นหวังแห่งเผ่าปาหลิน เผ่าเล็กนิดเดียว และองค์ชายผู้นั้นยังมีศักดิ์เป็นเพียงไท่จี๋ขั้นสองหรือเชื้อพระวงศ์มองโกลชั้นล่างอีกต่างหากแต่คังซีทรงถูกพระทัย จะต่ำศักดิ์แค่ไหนก็ไม่เห็นเป็นอะไรคังซีตรัสเรียกหาองค์ชายอู่เอ่อร์กุนให้เข้าเฝ้าที่เมืองหลวง จังหวะนั้นเองที่ความรักหนุ่มสาวผลิบาน คังซีทรงเห็นชอบพร้อมประกาศยกองค์หญิงหรงเซี่ยนให้ เหล่าเชื้อพระวงศ์มองโกลหลายคนที่ตั้งใจจะทูลขอองค์หญิงสามไปประดับบารมีเผ่าตนก็ถึงกับอึ้ง เพราะไม่คิดว่าคังซีจะยกลูกรักให้เชื้อพระวงศ์มองโกลชั้นล่างผู้นั้นจอมกษัตริย์อย่างคังซีพูดจริงทำจริง ยกให้แต่งงานกันเพราะทั้งคู่เหมาะสมกันมาก อีกทั้งสองคนเคยรู้จักสนิทสนมกันเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ไม่ยากที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และอีกหนึ่งเหตุผลที่จักรพรรดิคังซียกองค์หญิงให้เผ่าปาหลินซึ่งเป็นเผ่าเล็ก ด้วยว่าไม่ประสงค์จะให้องค์หญิงถูกใช้เป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง พร้อมพระราชทานนาม ‘หรงเซี่ยน’ และยศเจ้าฟ้าหญิงชั้นสูงสุดชนิดที่เรียกว่าไม่มีองค์หญิงคนไหนเทียบเท่า และย้ายตามพระสวามีไปอยู่ที่เผ่าปา
เส้นเลือดบนขมับอิ้นทีปูด“คารวะอาซ้อ” อิ้นทีประสานมือคำนับอย่างเสียมิได้ พี่ชายจะแต่งกับใครก็แต่งไปเถิดเขาไม่เคยสนใจ แต่พี่กลับเลือกแต่งกับสาวเถื่อนปากคอน่ากระทืบ อิ้นทีก็ไม่สบอารมณ์ ยิ่งเห็นอิ้นเจินจูงมือนารา เรียวขาแข็งแรงที่เคยก้าวเดินเร็วรี่ บัดนี้ยอมก้าวช้าลงให้นางเดินตามทันและเคียงข้างไปด้วยกัน ท่วงท่าของยงชินหวังราวกับประคองถ้วยรางวัล อิ้นทียิ่งพิศวง ไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายจะอ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้สีหน้าของเต๋อเฟยอิ่มเอิบเป็นพิเศษเมื่อนารากับพระโอรสจูงมือกันเข้ามายกน้ำชาคำนับ ผู้ที่ประทับเคียงข้างเต๋อเฟยและมีรอยยิ้มเบิกบานไม่แพ้กันนั่นคือคังซีผู้เปลี่ยนฐานะเป็นพระราชบิดาของนางอีกคน“เจ้าพูดไว้ไม่มีผิดเลยนะเต๋อเฟย เด็กสองคนนี้เหมาะสมกันจริงๆ เจ้าสี่ไม่เคยหน้าบานขนาดนี้มาก่อนเลย”เต๋อเฟยยิ้มพลางหัวเราะ “วัยหนุ่มเลือดร้อน ถ้าไม่ปรารถนาหญิงงามสิน่าแปลก ดอกไม้ที่บานอย่างกล้าหาญในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย นั่นคือดอกไม้ที่หายากและงดงามที่สุด เจินเอ๋อร์ยอมสู้เพื่อดอกไม้ดอกนี้เชียวนะเพคะ”“เฮ้อ ขงจื้อเตือนไว้ กามตัณ
ดอกเบญจมาศหลากสีในอุทยานหลวงเบ่งบานต้อนรับฤดูร้อน ดอกบัวแย้มกลีบบานสว่างไสว วังต้องห้ามเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งที่เติบโตด้วยความรักโลภโกรธหลงของผู้ที่อาศัยอยู่ในนั้น เรื่องราวต่างๆ ที่ไร้ผู้คนจดจำจะถูกกลืนทับด้วยเรื่องราวใหม่ๆ ความตลกร้ายคือชะตากรรมมักจะซ้ำรอยเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า หากอ่อนแอไร้ผู้ปกป้อง ผู้คนก็จะดูถูกล่วงเกิน หากโดดเด่นเกินหน้า ผู้อื่นก็จะจุดไฟเผาผลาญ...นาราคือเชื้อไฟชั้นดีนาราได้รับพระราชทานยศขึ้นเป็นเก๋อเก๋อ จึงมีชุดประจำตำแหน่งเช่นเดียวกับเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ ด้วย ชุดของนาราเป็นชุดที่เต๋อเฟยทรงคัดเลือกเนื้อผ้าไหมให้ด้วยพระองค์เอง สวมคู่กับพระมาลาต่งเฉากวนหนังจิ้งจอกดำ ด้านบนเป็นทองคำฉลุลายประดับไข่มุกและยอดทับทิม ถัดลงมาติดพู่สีแดงเข้มประดับด้วยนกยูงทองรอบหมวกห้าตัว ด้านหลังพระมาลาร้อยสายทองไข่มุก ส่วนเหอซั่วชินหวังอิ้นเจินสวมชุดเซี่ยเฉาฝูสีน้ำเงินเข้มปักมังกรน่าเกรงขาม แม้ว่าเสี้ยวพักตร์คมเข้มจะมิได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่คนใกล้ชิดของเขาต่างรู้ว่าเจ้าบ่าวผู้ผ่านคืนเข้าห้องหอมาหมาดๆ มีความสุขเพียงใดภายในโถงตำหนักเหยียนชีกงวันนี้
บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา
นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...
แทนคุณไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้น้องสาวซึ่งไร้ประสบการณ์มารับหน้าที่ย้อนเวลา แต่นารายืนกรานหนักแน่นมาตลอดว่าจะทำเอง แทนคุณจึงเป็นผู้เคี่ยวเข็ญน้องสาวในระยะเวลาสั้นๆ เกี่ยวกับภารกิจนี้ พร้อมย้ำเสมอว่าที่ผ่านมามีการส่งผู้สังเกตการณ์ไปยังยุคอดีตหลายคนแล้ว มีถึงครึ่งหนึ่งที่หลุดไปในกระแสกาลเวลาและไม่ได้กลั
สวัสดีนักอ่านทุกๆ ท่านค่ะ นิยายที่ท่านกำลังอ่านอยู่นี้เป็นนิยายแนวจีนโบราณเรื่องแรกของปุ๋มค่ะ หลังจากดูละครจีนแนวอิงประวัติศาสตร์เรื่อง Bu Bu Jing Xin หรือชื่อละครว่าฝ่ามิติลิขิตสวรรค์ ฉายทางช่องสาม เป็นเรื่องราวในยุครัชกาลคังซี ความคิดก็เริ่มสะสมขึ้น จนได้ดูละครเรื่อง The Legend of Zhen







