Beranda / รักโบราณ / พระชายาแสวงพ่าย / บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 2

Share

บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 2

last update Tanggal publikasi: 2026-06-15 11:07:52

“พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”

“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”

“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”

“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนัลน้อยที่ชื่อเถาจื่อก้มศีรษะปะหลกๆ แล้วรีบปลีกตัวออกไป เฉินกูกูถอนหายใจยาวอย่างอ่อนอกอ่อนใจ เถาจื่อเป็นนางกำนัลที่ขยันขันแข็งดีแต่ไม่ค่อยรอบคอบ สู้ซื่อจื่อพี่สาวของนางไม่ได้ ซื่อจื่อกิริยามารยาทเรียบร้อย รู้ใจนายและเก็บความลับได้ดีกว่า เฉินกูกูเห็นว่ากำยานในกระถางใกล้จะหมดแล้ว จึงกระซิบสั่งงานให้ขันทีรุ่นเด็กทั้งหลายไปหยิบกำยานหอมมาที่ศาลาเพิ่มขึ้น แต่เหล่ากงกงน้อยส่ายหน้า

“หมดไปตั้งแต่เมื่อวานแล้วขอรับกูกู ทางกรมพิธีการยังไม่ส่งมาให้”

“เอ๊ะ ทุกทีทางนั้นเขาจะให้คนมาส่งไม่ได้ขาดนี่”

“เขาบอกว่าไม่มีใครว่างขอรับ ทางเราต้องไปรับเอง ขนาดข้าไปตามแล้ว พวกเขายังไม่สนใจข้าเลยด้วยซ้ำ”

“ให้ตายสิกงกงพวกนั้นทำตัวจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ไม่มีผิด ตอนนี้เอาแต่ประจบเหลียงเฟย ไม่สำนึกเสียบ้างว่าใครเป็นคนอุ้มชูขึ้นมานั่งตำแหน่งใหญ่”

“อี้หลัน เจ้าอย่าคิดมากเลย ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงวันเกิดของไทเฮาแล้วพวกเขาคงจะยุ่งมากจริงๆ ถ้าเขาไม่ว่างก็ส่งคนไปรับมา” 

“เพคะ หม่อมฉันทราบแล้ว” เฉินกูกูย่อกายน้อมรับคำจากสตรีชุดเทาผู้นั้นก่อนจะเดินปลีกตัวออกจากศาลาหลังน้อย แล้วกระซิบดุขันทีน้อยด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนัก “เจ้ารีบไปรับกำยานหอมมาอีกสิ ถ้าไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมา แล้วคราวหน้าไม่ต้องนำเรื่องไม่สบายใจมาพูด เข้าใจมั้ย”

“ขอรับกูกู”

ที่ผ่านมากรมพิธีการล้วนส่งสิ่งของต่างๆ มายังเหยียนชีกงโดยไม่มีขาดตก ทุกครั้งกงกงเจ้ากรมก็เป็นผู้นำของมาส่งให้ด้วยตนเอง แต่ทว่าภายในวังหลวงนั้นวัดบารมีกันที่ความรุ่งโรจน์ของเจ้านายแต่ละตำหนัก ยามใดเป็นที่โปรดปรานย่อมมีแต่คนมาห้อมล้อมประจบเอาใจ ถ้าฮ่องเต้ห่างหายไม่แวะเวียนมาที่ตำหนักก็ย่อมร้างลาเงียบเหงาเป็นธรรมดา หนำซ้ำเจ้าของตำหนักก็ยังมาป่วยหนักอีก บ่าวไพร่ทุกคนล้วนร้อนใจเป็นธรรมดา

เฉินกูกูมองหลังคาตำหนักอย่างเศร้าใจ ก่อนจะพนมมือไหว้และหลับตาเพื่อขอพรให้อาการประชวรของพระสนมเต๋อเฟยทุเลาลงโดยเร็ว ต่อให้ต้องมาสวดมนต์วันละร้อยจบเพื่ออุทิศถวาย นางก็ยินดี

ท่ามกลางกลุ่มควันธูปสีขาวและบรรยากาศที่สงบนิ่ง เสียงสวดมนต์ประสานกับเสียงเคาะมู่อวี๋[3]ดังก้องกังวานแว่วมาเป็นระยะไม่หยุด สตรีที่คุกเข่าสวดมนต์อยู่พลันเกิดอาการเจ็บหน้าอก เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก หายใจลำบากจนล้มฟุบหน้าลงที่หน้าแท่นบูชา สร้างความตกใจแก่เฉินกูกูอย่างยิ่ง นางรีบเข้าไปประคองด้วยความร้อนใจก่อนจะวิ่งออกไปตะโกนขอความช่วยเหลือจากหมอหลวง

นาราหลบอยู่ไม่ไกล เห็นชัดเจนว่าเป็นอาการหัวใจวายเฉียบพลัน หากรอหมอหลวงคงไม่ทันการณ์แน่ ร่างบางมองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าปลอดคนจึงตัดสินใจกระโดดออกจากที่ซ่อน รีบตรงเข้าไปช่วยพลิกกายหญิงวัยกลางคนผู้นั้นให้นอนเหยียดผ่อนคลาย จากนั้นนวดหัวใจอย่างเร่งด่วน แต่ทว่าอาการไม่ทุเลาขึ้นเลย นาราจึงตัดสินใจหยิบของจากกระเป๋าสี่มิติ

“ยาลูกกลอนพริตตี้!!”

ยาชนิดนี้ได้แรงบันดาลใจจากพริตตี้ขายครีมในอินเตอร์เนต ช่วงสองร้อยกว่าปีก่อนกิจการของพวกพริตตี้เฟื่องฟูคึกคักยิ่งนักแต่ปัจจุบันโดนสั่งเก็บเกลี้ยง ศาสตราจารย์จึงตั้งชื่อไว้เป็นอนุสรณ์ สรรพคุณของยาตัวนี้เรียกได้ว่าครอบจักรวาล ก่อนใช้นาราต้องแน่ใจว่าสตรีผู้นี้ยังมีสติเพราะยาเม็ดนี้ใหญ่มาก ซัดเข้าไปอิ่มยันเช้าแน่นอน ตอนนี้เวลาเร่งเข้ามาแล้วนาราจึงรีบป้อนยาให้ทันที

ปฏิกิริยาของเครื่องตรวจสอบที่ใช้คู่กันทำให้นาราขมวดคิ้ว

นี่ไม่ใช่อาการป่วยธรรมดา...

หลังจากทานยาเข้าไปไม่นาน อาการเจ็บหน้าอกของสตรีผู้นั้นก็ลดน้อยหายลงอย่างน่าอัศจรรย์ สมยี่ห้อยาลูกกลอนพริตตี้ “ป้าคะ หายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ นับหนึ่งนับสองนับสาม หายใจออก นับหนึ่งนับสองนับสาม”

“มะ...แม่นาง เจ้าเป็นใคร...”

นาราลังเลที่จะพูด แต่ในเมื่อมาที่ขั้นนี้แล้วจะพูดหรือไม่พูดก็ไม่ต่างกันหรอก “ฉันผ่านมาทางนี้พอดีค่ะ คุณป้าหน้าซีดมากเลย พักผ่อนก่อนนะคะ อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย”

โชคดีที่สตรีคนนั้นยังพอหายใจได้เอง นางมองชุดสไบสีดอกบัวแปลกตาของนาราตาไม่กะพริบ ดวงตาของนาราหวานฉ่ำราวกับหยาดน้ำผึ้งแต่ก็แฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาดซุกซน ผิวขาวนุ่มละมุนจนน่าทึ่ง นางยังไม่เคยเจอใครที่มีผิวงดงามเปล่งประกายเท่านี้มาก่อนเลย จะแปลกก็ตรงวิธีการแต่งตัวพิลึกพิลั่นของนารา ผืนผ้าสีกลีบบัวที่นารานำมาพันทบกายน่าตลก แต่ยามที่แสงตะวันจับต้อง เนื้อผ้าก็จะเป็นประกายระยิบระยับขับเน้นผิวขาวใสให้นางดูสูงส่งล้ำค่าแบบที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก ช่างเป็นสาวน้อยที่งามนัก

“เจ้าชื่อ... อะไร”

นาราเม้มริมฝีปากเมื่อถูกถามชื่อ ตามกำหนดภารกิจเดิม นางจะแฝงตัวเข้าไปอยู่บ้านเจ้าพระยาวิชิต ใช้นามคุณสารภี แต่ในเมื่อตอนนี้อยู่นอกเหนือภารกิจ นาราจึงยอมบอก “ฉันชื่อนารา เรียกฉันว่าหนุงหนิงก็ได้ค่ะ”

“หนิงเอ๋อร์...”

สตรีชุดเทาพยายามจะกล่าวขอบคุณแต่ยังไม่มีเรี่ยวแรง ยิ่งมองพิจารณาหญิงสาวร่างบอบบางท่าทางคล่องแคล่วผู้นี้ แววตาของนางก็ยิ่งเต็มไปด้วยความสนใจยิ่งขึ้น สำเนียงคำพูดคำจาช่างประหลาดล้ำ ความงามสูงส่งของนาราควรค่าบทกวีโดยแท้

นารารีบดับธูปไล่ควันกำยานออกไปเพื่อให้อากาศปลอดโปร่งขึ้น จังหวะนั้นมีคนภายในตำหนักวิ่งกรูกันเข้ามา นาราไม่มีทางเลือกจึงรีบวิ่งหลบหนีไปหลบด้านหลังภูเขาจำลอง ไม่มีใครสนใจสังเกตนาราเพราะทุกคนมัวแต่เป็นห่วงอาการของสตรีชุดเทาผู้นั้น

[1] แปลว่าเทพธิดา เป็นคำใช้เรียกพระสนมในตำหนักหลักและมีตำแหน่งตั้งแต่ผินขึ้นไป

[2] กูกู เป็นคำที่ใช้เรียกนางกำนัลรุ่นอาวุโส

[3] ไม้แกะสลัก เป็นเครื่องเคาะให้จังหวะหรือช่วยปรับจังหวะการสวดมนต์ไปด้วยได้ในตัว เสียงเคาะมู่อวี๋ยังเป็นเครื่องช่วยเตือนสติรวมสมาธิให้ได้อีกทางหนึ่งด้วย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 36 พระชายาแห่งยงหวังฝู 3

    “ตอนนี้มีข่าวลือเช่นนั้นจริงๆ หรือ บอกข้ามาตามตรง อย่าปิดบังข้า”เจียวเจียวนึกเสียใจที่พูด “เพคะ ตอนนี้คนในเมืองหลวงลือกันหนักมาก ตอนที่บ่าวออกไปซื้อของในตลาด มีแต่คนเดากันสนุกว่าคุณหนูจากจวนไหนจะได้แต่งเข้ายงหวังฝูอีก มีทั้งสกุลถงเจีย นิ่วฮู่ลู่ หม่าเจีย อูย่า อูลานาลา กัวหลัวหลัวและพระญาติฝั่งมองโกล หรือแม้แต่สกุลฮั่นต่างก็พร้อมใจกันพูดถึงเรื่องนี้ ซึ่ง... ซึ่งตามกำหนดแล้วหวังเย๋ทรงสามารถมีชายาเอกได้หนึ่งคน ชายารองอีกสี่ ดังนั้น... ดังนั้นพวกตระกูลใหญ่ทั้งหลายล้วนส่งเทียบเชิญมาที่จวน พวกเขาเห็นว่าหวังเย๋ทรงสง่างามและเป็นเชื้อพระวงศ์คนสำคัญ ไม่ว่ายังไงก็ต้องตบแต่งพระชายาเพิ่มเพื่อดึงฐานสนับสนุนจากแต่ละตระกูลเพคะ”แม้จะทำใจลำบากแต่นาราก็ยอมรับ “จริงด้วยสินะ ข้ามัวแต่ดูแลลูกสาวเพลินจนลืมเรื่องนี้ไปเลย”“ฮือๆ หม่อมฉันผิดไปแล้ว หม่อมฉันไม่น่าพูดเรื่องนี้ให้เก๋อเก๋อไม่สบายพระทัยเลย”เจียวเจียวตบปากตัวเองจนแก้มแดงช้ำ นาราแตะมือห้ามไว้ แววตาของนาราวาววับดุจนางเสือ ความคิดไหลแล่นปรู๊ดปร๊าดราวกับไฟฟ้าลัดวงจร ผิดกับส

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 36 พระชายาแห่งยงหวังฝู 2

    “อะไรกัน ทำไมกับข้าวของพระชายามีแต่ผักล่ะ แล้วเนื้อหมูเนื้อกุ้งหายไปไหนหมด รังนกตุ๋นก็ไม่มี พระชายากำลังทรงครรภ์ ต้องบำรุงให้มากๆ นะ”จินจูโวยวายต่อป้าเหมยกุ้ยซึ่งเป็นผู้ดูแลห้องเครื่อง จากเดิมเรือนใหญ่จะมีสิทธิ์คัดของดีๆ ไปกินใช้ก่อนเสมอ ส่วนที่เหลือ ทางเรือนหนิงฮวาก็รับไปใช้ไม่ว่าอะไร ตอนนี้สิทธิ์นั้นก็ยังคงอยู่ แต่อาหารและของกินของใช้กลับธรรมดาสามัญ ไม่ว่าจะใบชา เทียนไข แท่งฝนหมึก กระดาษ แต่ละสิ่งล้วนเป็นของที่หาซื้อได้ทั่วไปทั้งสิ้น“หวังเย๋ก็ทรงทานแบบนี้เช่นกัน เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องอาหารบำรุงครรภ์พระชายาหรอก หวังเย๋ทรงอนุญาตให้จัดตามเดิม”“ป้าเหมยกุ้ย ป้าต้องเห็นใจข้านะ พระชายาไม่ใช้ของแบบนี้หรอก แล้วไหนล่ะกำยานหอมกับเทียนไขสีนมผึ้ง ข้าสั่งให้เตรียมนานแล้วนะ”“ทรงใช้ไม่ได้ก็ต้องใช้ล่ะ ตอนนี้กำลังมีศึกทางเหนือ หวังเย๋จึงสั่งให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ข้าวปลาอาหารที่เคยกินทิ้งขว้างก็ทำลดลงครึ่งหนึ่ง ผักสามอย่าง เนื้อหนึ่งอย่าง ส่วนผักสดๆ ที่เห็นนี่ก็ทรงสั่งปลูกทานภายในจวนกันเองทั้งนั้น ตอนนี้ไก่ที่เล

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 36 พระชายาแห่งยงหวังฝู 1

    บทที่ 36 พระชายาแห่งยงหวังฝูชีวิตของนารากับอิ้นเจินยุ่งเหยิงตามประสาผัวเมียที่ต้องช่วยประคับประคองยงหวังฝูและคนในปกครองอีกนับสามร้อยชีวิตให้อยู่รอด ในภาวะที่ต้องรัดเข็มขัดค่าใช้จ่ายภายในจวนเช่นนี้ นาราจึงไม่คิดจะรอแต่เงินรายปีของพระสวามี นางเริ่มวางฐานการผลิตครีมหมีเดือดเอาไว้ให้พร้อม แบ่งหัวเชื้อยาลูกกลอนพริตตี้เอาไว้โดยตั้งใจว่าจะเปิดตัวขายช่วงก่อนถึงเทศกาลชีซี[1] โกยฐานลูกค้าสาวๆ ที่ต้องการประทิมโฉมออกงาน รับรองว่ารวยเละ“อรุณสวัสดิ์จ้ะเถ้าแก่ ช่วงนี้ขายดีมั้ย กิจการรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไปนะจ๊ะ”“ค่าเช่าเมื่อไหร่จะจ่ายจ๊ะ จะจ่ายก็จ่าย ไม่จ่ายก็ออกไป ค้างหกเดือนน่าเกลียด อย่าเหนียวหนี้ไม่เข้าท่า”วันนี้นารามาสำรวจตลาดและตึกร้านค้าสิบสี่หัวถนนซึ่งตกเป็นสินส่วนตัวของนาง พูดง่ายๆ ว่ามาเก็บค่าเช่านั่นแหละ รับทรัพย์เนาะๆ เดือนละหลายร้อยเหลียงหยอดกระปุกเป็นค่าใช้จ่ายรายเดือนของยงหวังฝู นาราแจกรอยยิ้มผูกมิตรไปทั่วตามประสาคนริทำการค้า ร่างบางเหน็บสมุดบัญชี มือซ้ายขว

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 34 ถวายสาวงาม 2

    หลิวหลานรับฟังแต่ไม่พูดอะไร ประคองป้านชาเทน้ำชาถวายโดยยื่นให้ตามปกติ แต่หรงเฟยตวัดสายตาคมกริบจับจ้องก่อนจะระบายยิ้มนุ่มนวล “เจ้าคิดเห็นเรื่องตงกั๋วว่าอย่างไรบ้างเล่า”“หม่อมฉัน...” หลิวหลานประหม่ากลัวจนถ้วยชาสั่น“ตัวเจ้าอยู่ในวังมานาน น่าจะรู้ธรรมเนียมดีไม่ใช่หรือว่าฮ่องเต้เสวยยา อำมาตย์ต้องชิมก่อน พ่อป่วยจะกินยา ลูกก็ต้องชิมก่อน เจ้าเป็นคนใกล้ชิดของข้า เหตุใดจึงไม่ชิมเสียก่อนเล่า”“ขอทรงอภัย หม่อมฉันโง่เขลา ต่อไปจะไม่กล้าละหลวมอีกแล้วเพคะ” หลิวหลานรีบดื่มชาจนหมดเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ หรงเฟยจึงหัวเราะพลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดู“เด็กโง่เอ้ย ข้าหยอกนิดหน่อยถึงกับกลัวจนลนลาน ข้าเหนื่อยแล้ว อยากพักผ่อน เจ้ามานวดไหล่ให้ข้าหน่อยสิ”“เพคะ” หลิวหลานหันไปปลดผ้าม่านไหมบังตาทั้งสามชั้น ก่อนจะคลานเข่าเข้ามาบีบนวดคลายเมื่อยล้าถวาย หลิวหลานเกรงว่าตนเองจะพลอยถูกระแวงสงสัยไปด้วยจึงสงบปากสงบคำและไม่กล้าถามให้มากความอีก หลิวหลานนวดคลายเส้นถวายอย่างตั้งอกตั้งใจและน้อมกายทูลลาเพื่อให้นายหญิงพักสาย

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 34 ถวายสาวงาม 1

    จนกระทั่งวันนี้มีข่าวดีส่งมาถึง“จริงหรือ? เจ้าไม่ได้หลอกข้านะ”“จริงขอรับ ข้าพูดจริงๆ เกิงเหยาทำงานดีมีฝีมือ หัวหน้าก็เลยสนับสนุนให้ก้าวหน้า ย้ายไปสังกัดกองบัญชาการกองธงเหลือง ตอนนี้เขาได้เป็นถึงนายกองทหาร ดูแลทหารในมือพันคน คุมเมืองเปี้ยนเหลียง สถานการณ์ศึกไม่สู้ดีนัก เบื้องบนจึงคำสั่งด่วนให้เขารีบออกเดินทางไปคุมทัพโดยทันที”หลิวหลานรับทราบข่าวดีนี้ถึงกับลืมตัวยิ้มกว้างออกมาและรับจดหมายที่เหนียนเกิงเหยาฝากไว้ก่อนไปจากเมืองหลวง เขียนสั้นๆ ด้วยลายมือโย้เย้หวัดห้วนว่า ‘รอข้ากลับมา’หัวใจอันเย็นเยียบของหลิวหลานกลับมาเต้นกระหน่ำด้วยความสุขใจหาใดปาน คำแค่ไม่กี่คำที่เขาลงมือเขียนทำให้โลกใบนี้สดใสอย่างน่าอัศจรรย์ นางไม่หัวเราะลายมือขี้เหร่ของเขาเพราะรู้ว่าคนหยาบๆ ปอนๆ ไม่รู้หนังสืออย่างเขาพยายามถึงที่สุดแล้วหญิงสาวกอดกระดาษจดหมายแนบอก อีกไม่นานก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว หลิวหลานนึกอยากจะส่งข้าวของให้คนรัก จึงรีบขอปันผ้าฝ้ายจากเพื่อนๆ ในตำหนักมาปักเย็บ ทำผ้าห่มอุ่นๆ และเสื้อใหม่หนาๆ สักสามตัวส่งไปให้เขาที่ชายแดน

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 34 เสกเด็กเข้าท้อง 3

    “ตงกั๋ว! น้ำชาของข้ายังไม่ได้อีกรึ?!”เหลียงเฟยตกอยู่ในทะเลไร้ฝั่ง มองหาหนทางใดไม่เจอและไม่มีผู้ใดให้หันหน้าพึ่งพิงได้ หัวอกจึงพลอยว้าวุ่นร้อนรนไปหมด พระนางกระวนกระวาย เดี๋ยวนั่งเดี๋ยวลุก ครุ่นคิดหาวิธีช่วยเหลือพระโอรสอย่างสุดความสามารถ เหลียงเฟยนึกจะไปขอเข้าเฝ้าคังซีหลายครั้ง แต่ก็หวั่นเกรงว่าจะเป็นผลเสียหนักขึ้น “โปรดทำพระทัยให้สงบเถิดเพคะ ตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้น ฝ่าบาทก็มิได้รับสั่งถึงอีก โปรดวางพระทัยเถิดเพคะ” ตงกั๋วก้าวเข้ามาพร้อมน้ำแกงบำรุงร่างกายและชารากบัว จัดแจงเทถวายและบีบนวดให้เหลียงเฟยคลายความตึงเครียด แต่เหลียงเฟยรู้ดีว่าวังหลวงยิ่งเงียบ นั่นแปลว่ายิ่งอันตราย ที่แห่งนี้เต็มไปด้วยสงครามประสาท แม้ว่าจะป้ายสีและฆ่าปิดปากจูไจ้เฟิงไปแล้ว แต่ว่าคังซีก็ย่อมรู้ว่าวังหลังแห่งนี้ขับเคลื่อนด้วยแรงริษยา เพราะฉะนั้นพระองค์ต้องทรงทราบแน่ๆ ว่าองค์ชายแปดทำอะไรลงไป&nbs

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 3

    ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทนำ 3

    “อี๋ อาหารเม็ด หนิงไปที่นู่น จะเก็บข้อมูลเรื่องอาหารการกินแล้วก็ลองชิมของอร่อยๆ ดูก็ได้ค่ะ” นาราหยิบออก พ่อหยิบเข้า“แล้วถ้าเกิดว่ากินอาหารของทางนั้นไม่ได้ล่ะ”“ไม่เห็นจะยากเลยค่ะพ่อ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็เททิ้งไปแล้วไปหากินใหม่ รับรองเรื่องกินหนิงไม่ปล่อยให้พลาดหรอกค่ะ ถ้าพ่อกลัวหนิงเสาะท้องจนไม่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 2

    เดิมทีคังซีกำหนดตัวองค์ชายสี่ให้เป็นเพื่อนคอยดูแลรัชทายาท เสมือนคอยรับใช้ใกล้ชิดรัชทายาท เพื่อให้ในอนาคตเมื่อรัชทายาทโตขึ้นจะได้มีเพื่อนที่รู้ใจคอยช่วยเหลืองาน หลังจากนั้นองค์ชายสี่จึงกลายเป็นคนที่ได้เดินตามหลังรัชทายาทไปในทุกๆ ที่ ที่ไหนรัชทายาทไป ที่นั่นชายสี่ก็จะได้ไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย รัชทาย

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 1

    บทที่ 1 องค์ชาย ปีคังซีที่ 51 มวลเมฆหนาทึบทยอยโปรยปรายสายฝนกระหน่ำ สายฟ้าพลันฟาดเปรี้ยงลงบนยอดไม้จนแหลกลาญ ร่างสง่างามของชายฉกรรจ์นับสิบคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเฉียนชิงกง[1] ชายรูปงามองอาจที่อยู่แถวหน้าสุดสวมใส่ชุดปู่ฝู[2]ลวดลายมังกรห้าเล็บปักบนฉลองพระองค์ไหมต่วน บ่งบอกตำแหน่งเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status