Home / รักโบราณ / พระชายาแสวงพ่าย / บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 3

Share

บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 3

last update Petsa ng paglalathala: 2026-06-16 10:10:45

เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว

“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่อยให้เหนียงเหนียงตากลมจนอาการกำเริบแบบนี้” เฉินกูกูผวาเข้ามาซับเหงื่อบนหน้าผากให้ ส่วนหมอหลวงที่ถวายการรักษาต่างเร่งจับชีพจรและฝังเข็มโดยด่วน ทุกคนนึกแปลกใจเพราะปกติแล้วอาการกำเริบของพระสนมจะสร้างความเจ็บปวดร้าวไปทั้งพระวรกาย แต่ครั้งนี้ดูจะทุเลาลงจนพักเพียงนิดหน่อยก็ไม่มีปัญหา

เฉินกูกูร้องห่มร้องไห้ไม่หยุดก่อนจะหันมองไปทางภูเขาจำลองตามที่นายหญิงชี้บอก “มีอะไรที่นั่นหรือเพคะ”

“ฟันดำ...”

“ฟันดำ?”

“ใช่ ไปตามหานางมาให้ข้า”

--------------

หลังจากแอบรอสัญญาณช่วยเหลือจนถึงช่วงบ่าย นาราหิวจนท้องร้องโครกครากจึงลองแอบด้อมๆ มองๆ แถวห้องครัวของตำหนักเหยียนชีกง ตามข้อมูลที่สร้อยข้อมือบันทึกไว้ ตำหนักเก่าแก่แห่งนี้สร้างมาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิหยงเล่อแห่งราชวงศ์หมิง นาราอ่านข้อมูลไปเรื่อยๆ ขณะหาของกินประทังชีวิต เจอเศษติ่มซำกับเศษไก่ต้มในจาน ตอนนี้หิวก็ต้องกิน บัดซบสุดๆ

“ในอดีตเคยเป็นที่ประทับของนางสนมคนหนึ่งซึ่งเป็นที่โปรดปรานมาก แต่นางแท้งลูกตาย ส่วนสนมคนต่อมาป่วยตายโดยไร้สาเหตุ”

นาราอ่านแล้วกลืนน้ำลาย มองซ้ายมองขวาพลางพนมมือขออโหสิ “ลูกช้างมาที่นี่เพราะหิว ไม่ได้ตั้งใจลบหลู่สถานที่แต่อย่างใด ขอบารมีทุกท่านคุ้มครองลูกช้างด้วยเถิด สาธุ”

สิ้นคำก็เกิดเสียงกอกแกกดังขึ้น ทำเอาขนแขนลุกขึ้นยืน นาราหยุดเคี้ยวติ่มซำ ก่อนที่จะเจอดวงตาคู่หนึ่งมองปะทะในระยะประชิดเข้าอย่างจัง

            “กรี๊ด!!!”

            อกอีแป้นจะแตก ใครกรี๊ดอีกล่ะ นาราต่างหากที่อยากกรี๊ด นารารีบลุกพรึ่บ ทิ้งจานติ่มซำกับเศษไก่และยืนประจันหน้ากับนางกำนัลคนหนึ่ง มือไม้ของนางกำนัลน้อยสั่นจนข้าวของร่วง ส่วนนางกำนัลอีกคนทำถาดใส่ถ้วยยาต้มตกแตก หน้าซีดปากสั่นขณะมองมาที่นาง นาราจึงขยิบตาพลางพยักหน้าให้อย่างเป็นมิตร

อีกฝ่ายจ้องนางตาค้าง จากนั้นก็แหกปากร้องดังลั่น

            “กรี๊ด!! ช่วยด้วยๆๆ มีคนร้าย”

            “เกิดอะไรขึ้นเถาจื่อ”

            ขันทีร่างบึ้กพากันกรูมาตามเสียง พอเห็นหญิงสาวแต่งกายชุดประหลาด นุ่งห่มสไบเฉียงเปลือยไหล่ หนำซ้ำยังเนื้อตัวเปียกชุ่มน้ำฝน นาราพยายามฉีกยิ้มผูกมิตร แต่กลับกลายเป็นว่าเสียงเอะอะยิ่งดังล้งเล้งเพิ่มขึ้นไปอีก สีหน้าท่าทางถ้าไม่กลัวก็แยงไม้เขี่ยนางเหมือนเขี่ยตัวอะไรสักอย่าง นาราถึงกับเดือดปุด นี่นางสาวนารา หญิงงามหุ่นนางแบบแห่งปี 2199 นะว้อย!!

“ดูนั่นๆ ผี!! นะ...หน้าขาวโพลน ปากแดงฟันดำน่าเกลียดน่ากลัวเหลือเกิน กรี๊ดๆ”

“ฉันไม่ใช่ผี!! ฉันแค่หิว”

“ส่งเสียงดังเอะอะอะไรกัน?! ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ที่พวกเจ้าจะส่งเสียงดังโหวกเหวกได้นะ!” เฉินกูกู นางกำนัลคนสนิทของพระสนมได้ยินเสียงพวกบ่าวไพร่เอะอะ ด้วยความเกรงว่าจะรบกวนอาการป่วยของเจ้านาย เฉินกูกูจึงรีบเดินออกมา จ๊ะเอ๋เจอหน้านาราเข้าเต็มๆ นางกำนัลวัยกลางคนผู้เข้มงวดถึงกับอึ้งตาค้าง ตาดำเหลือกกลับก่อนจะเป็นลมล้มพับลงไปกองที่พื้น

“ป้า! ป้าเป็นอะไรรึเปล่า ทำใจดีๆ ไว้นะคะป้า” วันนี้ไม่รู้เป็นวันวินาศหรืออย่างไร เจอแต่ป้าเป็นลมตลอด นารารีบช่วยประคอง แต่พวกนางกำนัลในตำหนักกลับร้องโหยหวน

“กรี๊ด!! นังผีปากแดงจะดูดเลือดกูกูแล้ว!”

อีหมวยโวยวายน่าจับแทงเข่า  

“จับมัน! จับมันเร็วเข้า อย่าให้มันเข้าไปถึงด้านในตำหนักพระสนมเต๋อได้” บรรดาขันทีหน้าตาน่ากลัวกรูกันเข้ามาหมายจะจับกุมตัวนางสาวอโยธยาฟันดำ ทางเลือกของคนแปลกปลอมในกระแสประวัติศาสตร์มีเพียงต้องรีบย้อนกลับไปยังยุคสมัยเดิมของตนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หากไม่อาจกลับไปได้ ทางเลือกก็จะเหลือเพียงความตายเพื่อปกป้องกาลเวลา แต่ช่างหัวกาลเวลามันสิ! เรื่องอะไรนางจะยอมตายง่ายๆ วะ

นาราใส่เกียร์หมา ถลกซิ่นวิ่งสุดฝีเท้าหลบหลีกไปมา เซ็กซ์ทอยหล่นเรี่ยราดกระจัดกระจายไปตามทาง

โอ้ พ่อจ๋าช่วยหนิงด้วย!!!

-------------

ในเวลาเดียวกันนั้นเองร่างสูงใหญ่กร้าวแกร่งก้าวเข้ามาภายในตำหนักเหยียนชีกง แววตาของเขาสุขุมนิ่งลึกทว่าแฝงความดุดันทรงอำนาจ ใบหน้าเรียบนิ่งเย็นชาไม่บ่งบอกพื้นอารมณ์ใดๆ นอกจากมองตรงไปข้างหน้าด้วยสายตาเฉียบคม ส่วนนารากำลังหนีหัวซุกหัวซุนจนรองเท้าแตะหลุดหายไปข้างหนึ่ง คนอื่นเข้าย้อนยุคมาเป็นเจ้าหญิงสวยๆ แต่นังนาราได้ย้อนมาพร้อมเซ็กซ์ทอย คุณค่าที่คุณคู่ควรจริงๆ

ไอ้เสือถอย!! นางเผ่นออกนอกเขตตำหนักเหยียนชีกง ตั้งหน้าตั้งตาถลกซิ่นวิ่งจนสไบปลิวโดยที่ไม่ทันสังเกตเห็นว่าตัวเองวิ่งสวนทางผ่านใครคนหนึ่ง

            เขามองตามหลังนางไปจนสุดสายตา แววตาที่เคยสงบนิ่งเป็นนิจยังเบิกกว้างด้วยความฉงนสงสัยเมื่อเห็นชายสไบของนารา เรือนผมของนางเริ่มหลุดลุ่ยยาวสยายพลิ้วไหวตามแรงลม ริมฝีปากจิ้มลิ้มแดงฉานสะดุดตา ด้วยความรีบร้อนมาลัยดอกมะลิที่คล้องมวยผมก็ร่วงหล่นตรงปลายเท้าของบุรุษหนุ่มพอดิบพอดี

            นาราชะลอฝีเท้า ละล้าละหลังอยู่ชั่ววินาที จะเก็บหรือไม่เก็บ? นางสบตาชายรูปงามสมบูรณ์แบบผู้นั้นก่อนจะตัดสินใจหนีเอาตัวรอดก่อน

            “บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่ได้อ่อยลุงนะยะ” เสียงของนางแว้ดลอยมาตามลม สายตาของอิ้นเจินถูกดึงดูดให้จับจ้องที่หญิงสาวปริศนาผู้นั้นราวกับถูกตรึงไว้ด้วยหมุด นางกลายลูกศรที่เคลื่อนออกจากคันธนูอย่างเอื่อยเชื่อย แต่กลับพุ่งทะลุเข้าใส่ความรู้สึกนึกคิดในพริบตา และแวบหนึ่งนั้นเขาเห็นฟันดำๆ ของนางด้วย  

            ฟันดำ?

            “เจ้าเห็นเหมือนอย่างที่ข้าเห็นหรือเปล่า”

            “เห็นสิพี่สี่ สาวน้อยใจกล้าเปลือยเท้า[1]ซะด้วย” องค์ชายสิบสามอิ้นเสียงผิวปากพลางหัวเราะฮึๆ “ไอ๊หยา วิ่งเร็วกว่าม้าบรรณนาการจากมองโกลเสียอีก เผลอนิดเดียววิ่งไปโน่นแล้ว”

            คล้อยหลังจากนาราไม่ถึงอึดใจ กลุ่มขันทีกับทหารองครักษ์ก็วิ่งไล่ตามจับเป็นพรวน องค์ชายสิบสามอิ้นเสียงเห็นกับตาว่านาราถลกซิ่นปีนต้นไม้อย่างคล่องแคล่วจนน่าทึ่ง ไต่ไปตามแนวหลังคาระเบียงทางเดิน หนำซ้ำยังยกเท้าถีบโครมใส่หน้ากลุ่มทหารไปเต็มๆ จนล้มระเนระนาด

“แล้ว ‘อ่อย’ นี่แปลว่าอะไรกัน”

            อิ้นเจินยักไหล่ บอกใบ้ว่าเขาเองก็ไม่รู้ ขนาดเขาศึกษาเชี่ยวชาญจนแตกฉานถึงสามภาษายังไม่เข้าใจเลย “นางดูไม่เหมือนชาวแมนจู”

“ไม่ใช่ชาวฮั่นด้วย... อาจจะเป็นชนเผ่านอกด่าน ที่แน่ๆ นางเรียกยงชินหวังอิ้นเจินว่าลุง” อิ้นเสียงขำ เกร็งกระบังลมจนสะเทือนปอด ทำเอาหน้าเขียวหน้าดำ “นางเรียกพี่สี่ว่าลุง!”

“อายุข้าถึงคราวที่ต้องโดนเรียกว่าลุงแล้วงั้นหรือ?”

“ถ้านางเป็นเด็กเล็กๆ ล่ะก็ใช่ วันนี้เราคงมีเรื่องสนุกๆ ให้ดูแล้วล่ะ ดูท่าว่านางคงจะโผล่มาจากตำหนักของพระสนมเต๋อเฟย เรารีบไปดูกันเถอะ” อิ้นเสียงนึกสนใจสตรีประหลาดผู้นั้นจึงรีบติดตามไป แต่เขาเดินไปได้สองสามก้าวก็ต้องหันกลับมามองพี่ชายเพราะอีกฝ่ายกลับขยับไปอีกทาง “พี่สี่ไม่สนใจไปกับข้างั้นรึ”

มือแกร่งหยิบของชิ้นหนึ่งขึ้นมาจากพื้น ของสิ่งนั้นคือพวงมาลัยมะลิกลิ่นหอมละมุนที่นาราทำหล่นไว้ เขาไม่เคยเห็นการถักร้อยดอกไม้เช่นนี้มาก่อน ผู้หญิงคนนี้เรียกร้องให้เขาตั้งคำถามเกี่ยวกับตัวนางอย่างรุนแรง รอยยิ้มเชื่องช้าจึงปรากฏบนใบหน้าขององค์ชายสี่อิ้นเจิน

“สนสิ แต่ข้าจะไปทางนี้”

[1] ค่านิยมสมัยนั้น หญิงสาวที่เปลือยเท้าไม่ต่างอะไรจากเปลือยอก

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 25 ท่านหวังเย๋ใจเย็นก่อน 3

    “เพียงผู้เดียวที่เป็นเจ้าของกายและใจของข้าคือเจ้า”นาราสะอื้น หยาดน้ำตาแพรวพราวไหลรินอาบแก้ม นึกขอบคุณโชตชะตาที่ชักนำให้นางได้มาพบความรักของคนผู้นี้ อิ้นเจินจุมพิตซับน้ำตานั้นทีละหยดและนึกพิศวงถึงอานุภาพของความรัก คำคำนี้เป็นเรื่องไกลตัวเสียจนเขาไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน แต่ตอนนี้เขาไม่อาจอยู่ได้โดยขาดความรักและแล้วอิ้นเจินก็ขยับเข้ามา ร่างของเขาสัมผัสถูกผิวอ่อนบางก็คล้ายว่ามีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบ นาราเจ็บและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนเติมเต็มเขากำลังจะฝังกายอันตึงแน่นเข้าไปลึกขึ้นอีก อย่างเชื่องช้าระมัดระวัง และมันเพิ่งจะเริ่มต้นเมื่อเขาเริ่มขยับ นาราอ้าปากหอบหายใจแรงขึ้น ความร้อนที่พร่างพรูเข้ามากำลังทวีความดุดันดิบเถื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ นาราจึงซุกแก้มแนบไหล่กว้างกำยำ เนื้อตัวสะท้านด้วยความซาบซ่านรัญจวน ปรารถนาที่จะให้ความต้องการอันแสนทรมานนี้สิ้นสุดลง และแล้วนาราก็นึกถึงเรื่องที่สมควรต้องทำที่สุดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้“ดะ...เดี๋ยวก่อนเพคะ ใจเย็นๆๆ”นาราชูมือขอเวลานอก หอบหายใจถี่เร็วเมื่อ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 25 ท่านหวังเย๋ใจเย็นก่อน 2

    “เจ้าหิวหรือเปล่า” “ไม่อ่ะ ไม่หิว” นาราส่ายหน้า “ตอนเข้าพิธีที่เหยียนชีกง... เหนียงเหนียง... เอ่อ... เสด็จแม่ป้อนของกินให้จนหม่อมฉันอิ่มแล้วเพคะ” “ดีแล้วล่ะ เพราะคืนนี้เราต้องใช้แรงกันหนักมาก”แรงอะไรวะคะ... เจ้าสาวใบ้รับประทาน ตอนแรกก็ตั้งใจจะถอดเสื้อแดนซ์ยั่วไรงี้ แต่พอถึงเวลาเข้าห้องหอกันจริงๆ นาราแรดไม่ออก ได้แต่ทำตาปรอยมองพระสวามีถอดหมวกยศวางบนโต๊ะ ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะหันกลับมาสบตาเขาเงียบ นางก็เงียบ อากาศที่อยู่คั่นกลางระหว่างทั้งสองกลับร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ รอเวลาปะทุ ร่างกายของเขาเปล่งประกายน่าเกรงขาม ทั้งดุดันทั้งเย้ายวนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของชายชาตรี ดวงตาคมกร้าวก็ดูคล้ายจะส่องประกายอ่อนโยน หัวใจของนาราจึงพองโตขึ้นอย่างน่าประหลาดนางเป็นอะไรไป? ทำไมจู่ๆ จึงตัวสั่น? ร่างกายร้อนผ่าวจนเหมือนเป็นไข้ ทำไมถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้เล่า?...“เอ่อ... ท่านพี่... เ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 25 ท่านหวังเย๋ใจเย็นก่อน 1

    บทที่ 25 ท่านหวังเย๋ใจเย็นก่อน ขบวนแห่เจ้าสาวของยงชินหวังเป็นที่เลื่องลือพูดถึงความยิ่งใหญ่สง่างามไปทั่วแผ่นดิน บรรดาแขกเหรื่อล้วนเป็นบุคคลระดับสำคัญมารวมตัวกันในงานเลี้ยงฉลองแสดงความยินดี ทั่วทั้งจวนยงหวังฝูตกแต่งด้วยสีแดงและทองคำงามอร่ามสวยงามสมพระเกียรติ ด้านในโถงติดตัวอักษรซังฮี้และลายหงส์มังกรเคียงคู่ สุรามงคลในกาสีแดงเปล่งปลั่งเสียบใบทับทิมซึ่งได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ถูกแจกจ่ายจนล้นปรี่ ร่างสูงสง่าผู้เป็นเจ้าของงานยกจอกสุรารับการอวยพรจากแขกเหรื่อนับครั้งไม่ถ้วน พ่อบ้านเฟิงหลงจึงเกรงว่านายผู้สูงศักดิ์จะมิอาจครองสติเข้าห้องหอได้ไหว แต่ทว่าสุราพันจอกมิอาจทำอะไรองค์ชายผู้นี้ได้แม้แต่น้อย เสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานและเสียงร่ำลือถึงพระชายาคนใหม่ของยงชินหวังดังไม่ขาดสาย “ข้าเคยเห็นเก๋อเก๋อตามเสด็จเต๋อเฟยไปชมงิ้วหลวง ดวงตาของนางงามเป็นประกายเหมื

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 24 ซิงนึ้ง ซิงเนี้ย 5

    “ไม่!” นาราถลึงตาใส่เขาเป็นครั้งแรก แต่อีกฝ่ายยังคงกล่าวต่อไปโดยไม่สนใจ“วันนี้ข้าพาเจ้าออกจากวังตามสัญญา เจ้าเองก็ต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับข้าเช่นกัน จงไปอยู่กับข้า” อิ้นเจินไม่เปิดโอกาสให้นาราปฏิเสธ นาราเม้มริมฝีปากแน่น นึกเคืองตัวเองที่พลาดท่าเสียทีแก่ชายผู้นี้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว หมากกระดานนี้เขาได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเลยชัดๆ ช่างน่าโมโหโทโส“สัญญาอะไร หม่อมฉันไม่รู้เรื่อง”มือแกร่งเอื้อมมาบีบจมูกนางอย่างรวดเร็ว พลางดึงไปดึงมาเป็นการลงโทษฐานตีรวน “อย่าคิดบิดพลิ้ว ข้ารู้ว่าเจ้าจำรายละเอียดข้อตกลงได้ทุกประโยค และที่สำคัญมีเสด็จแม่ทรงเป็นพยาน หากเจ้านิยมชมชอบการกลืนน้ำลายตัวเอง ข้าก็ตามใจ”“หนิงเอ๋อร์ ข้าผิดเองที่ปิดบังเจ้า หากเจ้าเอ่ยมาคำเดียวว่าไม่ต้องการแต่ง ข้าเองจะไม่ขัดขวาง”เต๋อเฟยทรงเป็นนักเจรจาชั้นยอด แค่พูดสั้นๆ ไม่ต้องอารัมภบทมากมายก็ทำให้อีกฝ่ายไม่อาจโต้แย้ง นาราไม่ใช่คนโง่ นางเห็นจางกงกงยืนอยู่ แค่นี้ก็รู้แล้วว่านี่เป็นงานสมรสพระราชทานจากเบื้องบนโดยมีองค์ไทเฮาทรงเห็นชอบ อีกอย่างนา

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 24 ซิงนึ้ง ซิงเนี้ย 4

    “เหนียงเหนียง?” “ไม่ต้องกังวลใจไป มันคือธรรมเนียม การออกจากวังของเจ้ามีข้าเป็นผู้รับผิดชอบ จะปล่อยให้เจ้าออกไปตัวเปล่าเล่าเปลือยได้อย่างไร มงกุฎหงส์นี้จะนำพาสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นต่อตัวเจ้าเสมอ” เต๋อเฟยปลอบเบาๆ พลางพยักหน้าให้เถาจื่อซื่อจื่อนำชุดแต่งงานสีแดงแวววาวอันแสนงดงาม ปักลวดลายมงคลแพรวพราวล้ำค่าและเครื่องประดับอันวิจิตรงดงามมาสวมให้เจ้าสาว คลุมหน้าด้วยผ้าไหมแดงสด“นั่งรอสักครู่ เราต้องรอฤกษ์” “เหนียงเหนียงเพคะ หม่อมฉันแค่จะออกไปเที่ยวเดี๋ยวเดียว”“อย่าหลุกหลิกโวยวาย นั่งให้เรียบร้อยซะ วันนี้เจ้าจะออกจากวัง เหนียงเหนียงจะป้อนอาหารมื้อนี้ให้เจ้า” เฉินกูกูดุและจัดแจงส่งตะเกียบทองคำถวายเต๋อเฟยเพื่อคีบติ่มซำป้อนให้นาราทานรองท้อง ปกติแล้วหน้าที่นี้จะต้องเป็นของบิดามารดาของเจ้าสาว แต่ในเมื่อนาราเป็นคนในปกครองของพระนาง เต๋อเฟยจึงทรงป้อนอาหารมงคลสิบอย่างพร้อมเอ่ยคำมงคลข

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 24 ซิงนึ้ง ซิงเนี้ย 3

    เอ้า! ผู้ชายชวนไปเที่ยวกลางคืนลับๆ ล่อๆ เทพีแรดใจสะออนอย่างนางก็ไปค่ะ นาราถูกพาตัวมาอาบน้ำโดยที่มีเถาจื่อช่วยขัดสีฉวีวรรณ ลงแช่ตัวในถังอาบน้ำใส่ใบทับทิมกับใบเซียนเฉ้าซึ่งถือว่าเป็นไม้มงคลและเชื่อว่าจะช่วยชำระล้างสิ่งชั่วร้าย นารางุนงงนิดหน่อยที่แค่จะออกไปเที่ยวต้องอาบน้ำจัดเต็มขนาดนี้ เถาจื่อบอกว่า...“มันเป็นธรรมเนียมของวังหลวงเจ้าค่ะ พี่หนิงเอ๋อร์ต้องสะสวยตัวหอมฟุ้งและแต่งกายงดงามถึงจะออกไปได้”“ไม่ใช่แล้วมั้ง ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย”ซื่อจื่อช่วยย้ำขณะเทน้ำอุ่นใส่ถังแช่ตัว “เหนียงเหนียงทรงสั่งไว้ว่าต้องยึดถือธรรมเนียมอย่างเคร่งครัดเจ้าค่ะ”“โอเค... ธรรมเนียมก็ธรรมเนียม” สัญชาตญาณของนางเตือนถี่ๆ คืนนี้เป็นคืนเดือนแรม มองนภาไม่แจ่ม แลแอร่มแค่แสงดารา... บรรยากาศเช่นนี้ชวนเพลี่ยงพล้ำเสียตัวอย่างรุนแรง หนังตาข้างขวากระตุกถี่ยิบๆ นารานั่งนิ่ง ปล่อยให้เถาจื่อกับซื่อจื่อใช้ใยบวบขัดผิวกายงามผ่องพรรณสวยงาม แ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 4 ดักกระรอก 1

    บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 3

    นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 2

    “อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 1

    บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพร

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status