Share

บทที่ 3: ไร้ที่ไป

last update publish date: 2026-04-25 20:30:56

บทที่ 3: ไร้ที่ไป

เสียงสะอื้นไห้ที่ดังก้องกังวานในห้องพักค่อยๆ ขาดห้วงและเบาบางลงเหลือเพียงเสียงสูดน้ำมูก หญิงสาวใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาบนใบหน้าอย่างลวกๆ ดวงตาที่เคยกลมโตบัดนี้บวมช้ำจนแดงก่ำ นางพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติสัมปชัญญะที่กระเจิดกระเจิงให้กลับเข้ารูปเข้ารอย

ไป๋อวี้เฉินไม่ได้เอ่ยเร่งรัดอันใด เขารอจนกระทั่งไหล่บางที่สั่นสะท้านนั้นสงบลง จึงค่อยๆ ยกป้านน้ำชาดินเผาขึ้นรินน้ำชาอุ่นๆ สีอำพันลงในจอกกระเบื้องเคลือบ กลิ่นหอมของชาหลงจิ่งลอยกรุ่นขึ้นมาเตะจมูก ชายหนุ่มเลื่อนจอกน้ำชาไปตรงหน้านางอย่างเชื่องช้า

“ดื่มชาอุ่นๆ เสียหน่อยเถิด จะได้ทำให้จิตใจสงบลงบ้าง” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ

ขวัญ หรือ ‘เมิ่งซี’ ในเวลานี้ ช้อนตามองบุรุษตรงหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมมือไปประคองจอกชาขึ้นมาจิบ ความอบอุ่นและรสชาติฝาดเฝื่อนที่ปลายลิ้นช่วยเรียกสติของนางให้กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัวอีกครั้ง

“เจ้าดูเหมือนมาจากที่ไกลแสนไกล...” ไป๋อวี้เฉินเอ่ยทำลายความเงียบ นัยน์ตาคมกริบทอดมองนางอย่างพิจารณา “ทั้งสำเนียงการพูดจา และเสื้อผ้าอาภรณ์ที่เจ้าสวมใส่เมื่อวาน ล้วนผิดแผกไปจากผู้คนในแคว้นต้าฉู่อย่างสิ้นเชิง”

เมิ่งซีชะงักจอกชาในมือ นางแค่นหัวเราะขื่นๆ ในลำคอ

‘ไกลสิ... ไกลมากด้วย ไกลข้ามมิติ ข้ามเวลามาเป็นพันๆ ปีเลยล่ะ!’ นางอยากจะตะโกนใส่หน้าเขาใจจะขาด แต่อีกใจก็รู้ดีว่า หากขืนพูดความจริงออกไป มีหวังบุรุษชุดขาวตรงหน้าคงได้จับนางส่งโรงหมอ หรือไม่ก็ส่งตัวให้ทางการไปเผาทิ้งในฐานะแม่มดปีศาจแน่ๆ

“ครอบครัวของเจ้าอยู่ที่ใดกัน?” ชายหนุ่มถามต่อเมื่อเห็นนางเอาแต่เงียบ “บอกชื่อแซ่บิดามารดา หรือที่ตั้งจวนของเจ้ามาเถิด ข้าเป็นพ่อค้า พอจะมีเส้นสายอยู่บ้าง หากไม่เหลือบ่ากว่าแรง ข้าจะให้คนคุ้มกันส่งเจ้ากลับคืนสู่อ้อมอกครอบครัวอย่างปลอดภัย”

คำถามนั้นราวกับเข็มแหลมที่ทิ่มแทงลงกลางใจ เมิ่งซีเม้มริมฝีปากแน่น นางเพิ่งถูกคนรักทิ้ง โลกใบเก่าที่นางคุ้นเคยก็หายวับไปกับตา จะให้กลับบ้านได้อย่างไร ในเมื่อประตูมิติ หรือไอ้หยกประหลาดที่พานางมาที่นี่มันหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้

หญิงสาวส่ายหน้าช้าๆ ตัดสินใจใช้แผนการที่คลาสสิกและเอาตัวรอดได้ง่ายที่สุด “ไม่มี...”

“ไม่มี?” ไป๋อวี้เฉินขมวดคิ้ว “หมายความว่าอย่างไร”

“ครอบครัวของข้าตายหมดแล้ว” นางเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงห้วนกระด้าง พยายามตีหน้านิ่งให้ดูไร้อารมณ์ที่สุด เพื่อซ่อนความหวั่นไหวเอาไว้ “ข้าตัวคนเดียว ไร้ญาติขาดมิตร ไม่มีที่ให้กลับไปอีกแล้ว”

สิ้นคำกล่าวนั้น ห้องทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง

ไป๋อวี้เฉินมองลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีตรงหน้า แววตาของนางทั้งว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เมื่อนำคำตอบของนางมาปะติดปะต่อกับเหตุการณ์ที่เขาพบเจอนางเมื่อวาน ทุกอย่างก็ดูสมเหตุสมผลขึ้นมาในทันที

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้... ชายหนุ่มคิดในใจ

บิดามารดาและครอบครัวของนางคงจะประสบเคราะห์กรรมจนสิ้นชื่อไปหมด เหลือเพียงนางที่รอดชีวิตมาได้เพียงลำพัง ความโศกเศร้าจากการสูญเสียครั้งใหญ่ คงจะกระทบกระเทือนจิตใจของนางอย่างรุนแรงจนทำให้นางเสียสติวิปลาสไปชั่วขณะ ถึงขั้นแต่งกายด้วยเศษผ้าวิปริตเช่นนั้นรอนแรมเข้าไปในป่าลึกอย่างไร้จุดหมาย

ความรู้สึกหวาดระแวงในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความเวทนาจับใจ

“แล้วจากนี้ไป... เจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป?” ไป๋อวี้เฉินถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงกว่าเดิมหลายส่วน

เมิ่งซีนิ่งอึ้งไปกับคำถามนั้น นั่นสิ... นางจะทำอย่างไรต่อไป? เงินสักอีแปะก็ไม่มี บัตรประชาชนก็ใช้ไม่ได้ โทรศัพท์มือถือแบตก็คงหมดไปแล้ว แถมสกิลการเอาชีวิตรอดในยุคที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา ก็ติดลบสนิท

“ไม่รู้...” นางตอบตามความจริง น้ำเสียงแผ่วเบาลงเรื่อยๆ

“เจ้ามีคนรู้จัก หรือมีที่ให้ไปพึ่งพิงหรือไม่?”

“ไม่มี...” นางก้มหน้ามองเงาสะท้อนของตัวเองในน้ำชา

ไป๋อวี้เฉินลอบถอนหายใจยาว สายตาของเขากวาดมองสตรีตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า นางมีผิวพรรณที่ขาวผุดผ่องดุจหิมะเนียนละเอียด เครื่องหน้าจิ้มลิ้มหมดจดราวกับหยกสลัก ลักษณะเช่นนี้มองปราดเดียวก็รู้ว่าต้องเป็นสตรีที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างทะนุถนอมในเรือนหอของตระกูลผู้ดีมีเงิน ไม่เคยต้องตรากตรำทำางานหนักมาก่อน

ทว่า... กิริยามารยาทของนางกลับขัดแย้งกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง!

ปกติตามธรรมเนียมปฏิบัติ สตรีในห้องหอเมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษแปลกหน้า ย่อมต้องสงวนท่าที ก้มหน้ามองต่ำ พูดจาอ่อนหวานลงท้ายด้วยคำว่า ‘เจ้าค่ะ’ และแทนตัวเองว่า ‘ผู้น้อย’ แต่สตรีผู้นี้กลับกล้าจ้องหน้าเขากลับอย่างไม่ลดละ สรรพนามที่ใช้ก็แข็งกระด้าง ไร้ซึ่งความอ่อนช้อยใดๆ ราวกับม้าพยศที่ยังไม่ถูกปราบ

ช่างเป็นสตรีที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งเสียจริง... แต่ความดื้อรั้นนั้น ก็ทำให้บุรุษผู้เพียบพร้อมอย่างเขาอดไม่ได้ที่จะละสายตา

หากปล่อยนางทิ้งไว้ที่นี่...

ไป๋อวี้เฉินประเมินสถานการณ์ในใจ ต่อให้เขาทิ้งตั๋วเงินก้อนโตเอาไว้ให้สตรีที่ไร้เดียงสาและไม่มีมารยาททางสังคมผู้นี้ นางก็คงถูกพวกมิจฉาชีพหลอกเอาทรัพย์สินไปจนหมดตัวในเวลาไม่ถึงสามวัน หรือเลวร้ายกว่านั้นคือถูกพวกรังแกสตรีจับตัวไปขายในหอนางโลม

เขาไม่ใช่คนใจดำอำมหิต ยิ่งไปกว่านั้น แววตาที่ดื้อดึงไม่ยอมจำนนของนาง ยังคงซ้อนทับกับเงาของ ‘หลินเวย’ สตรีที่เขาเคยเฝ้ามองมาตลอด สวรรค์อุตส่าห์ส่งสตรีผู้นี้มาตกลงตรงหน้ารถม้าของเขาแล้ว จะให้เขาสะบัดหนีไปดื้อๆ ก็ดูจะไร้คุณธรรมเกินไป

“ในเมื่อเจ้าไร้ญาติขาดมิตร ทั้งยังไม่มีที่ไป...” ไป๋อวี้เฉินค่อยๆ วางพัดจีบในมือลงบนโต๊ะ นัยน์ตาคมจ้องมองนางด้วยความจริงจัง “เช่นนั้น... เจ้าจะตามข้าไปที่เจียงหนานหรือไม่?”

เมิ่งซีเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง “ไปกับท่าน? ไปทำไม?”

“ข้าคือ ไป๋อวี้เฉิน คุณชายใหญ่แห่งตระกูลไป๋ คหบดีผู้ทำการค้าแห่งเมืองเจียงหนาน” เขาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ “จวนสกุลไป๋กว้างขวางนัก การจะเพิ่มสตรีผู้ระทมทุกข์ที่สูญเสียครอบครัวเพิ่มขึ้นมาอีกสักคน ย่อมไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรง”

ชายหนุ่มเว้นจังหวะเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆ ที่ดูทั้งอบอุ่นและอ่านยากในเวลาเดียวกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   ตอนพิเศษ 2: ศึกชิงฮูหยินของสามพ่อลูก

    ตอนพิเศษ 2: ศึกชิงฮูหยินของสามพ่อลูกเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากและเสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังไปทั่วลานเรือนหอตระกูลไป๋ ปลุกให้บ่าวไพร่ที่เดินผ่านไปมาต้องลอบอมยิ้มด้วยความเอ็นดู“ดาวิน! ดีน! พวกเจ้าอย่าวิ่งเร็วนักสิ ประเดี๋ยวก็สะดุดล้มหรอก!”หลินเซวียนร้องเตือนพลางกุมขมับ แม้ชื่ออย่างเป็นทางการของบุตรชายฝาแฝดวัยกำลังซนทั้งสองคือ ‘ไป๋ต๋าเหวิน’ และ ‘ไป๋ตี๋เอิน’ แต่นางก็ดึงดันที่จะเรียกชื่อเล่นตามภาษาในโลกเดิมของนางว่า ‘ดาวิน’ และ ‘ดีน’ เพื่อเก็บไว้เป็นความทรงจำเล็กๆ ที่ติดตัวข้ามภพมาร่างป้อมๆ ของตี๋เอินหรือ ‘น้องดีน’ วิ่งเตาะแตะเข้ามากอดขาผู้เป็นแม่แน่น ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากนางกะพริบปริบๆ ซุกใบหน้าลงกับตักเพื่อออดอ้อนขอขนมกุ้ยฮวา ในขณะที่ต๋าเหวินหรือ ‘พี่ดาวิน’ แฝดผู้พี่ผู้มีใบหน้าหล่อเหลาสุขุมถอดแบบบิดามาทุกกระเบียดนิ้ว เดินเอามือไพล่หลังตามมาติดๆ แม้จะแสร้งทำทีเคร่งขรึม ทว่าสายตากลับจดจ้องขนมในมือมารดาตาไม่กะพริบ“ท่านแม่ น้องดีนกวนท่านอีกแล้ว ข้าในฐานะพี่ชายจะช่วยแบ่งเบาภาระกินขนมแทนเขาเองขอรับ” ดาวินเอ่ยเจื้อยแจ้วด้วยตรรกะที่ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับหลุดขำทว่ายังไม่ทันที่หลินเซวียนจะได้ส่

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   ตอนพิเศษ 1: ดวงใจของหมอเทวดา

    ตอนพิเศษ 1: ดวงใจของหมอเทวดาแสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนอันสงบเงียบ ไป๋อวี้เซวียนนั่งนิ่งอยู่บนขอบเตียงท่ามกลางเงามืด ชายหนุ่มมิได้จุดโคมไฟให้สว่างจ้า ด้วยเกรงว่าแสงไฟจะรบกวนสตรีที่กำลังหลับใหลนัยน์ตาคมกริบที่มักสงบนิ่งและเด็ดขาดต่อหน้าผู้คน บัดนี้กลับทอดมองดวงหน้าเนียนของภรรยาด้วยประกายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความทะนุถนอมและหวงแหนอย่างหาที่สุดมิได้ปลายนิ้วเรียวยาวที่คุ้นเคยกับการจับชีพจรและปลายเข็มเงิน ค่อยๆ เกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มนวลขึ้นทัดใบหูอย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นซ่านใต้ฝ่ามือทำให้ดวงใจที่เคยนิ่งสงบของเขาสั่นไหวด้วยความโล่งอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าผู้คนทั่วทั้งหล้าต่างยกย่องว่าเขาคือ ‘หมอเทวดา’ บุรุษผู้ยื้อชีวิตคนจากเงื้อมมือมัจจุราชได้เพียงพลิกฝ่ามือ ทว่ามีเพียงตัวเขาเองที่รู้ดี... บนโลกใบนี้ มีโรคชนิดหนึ่งที่แม้แต่ตำรายาโบราณนับพันเล่มก็ไม่อาจรักษาได้ โรคนั้นคือความรักที่หยั่งรากลึกลงในจิตวิญญาณ และเขาก็คือผู้ที่ยินยอมพ่ายแพ้ต่อโรคนี้ด้วยความเต็มใจหากย้อนเวลากลับไปในวันวิวาห์ เขาจำได้ดีถึงความกรุ่นโกรธในอกเมื่อรู้ว่าตระกูลหลินเล่นตลกตลบลวง สลับเปลี่ยนตัว

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   บทที่ 38 ตอนจบ

    บทที่ 38 ตอนจบสามปีต่อมา... ณ เมืองเจียงหนานอันรุ่งเรืองบนถนนสายหลักที่คึกคักที่สุดของเมือง อาคารไม้สามชั้นตกแต่งอย่างประณีตด้วยผ้าแพรพรรณสีสันละมุนตา ตั้งตระหง่านดึงดูดสายตาผู้คน ป้ายไม้สลักตัวอักษรสีทองอร่ามคำว่า ‘หอประทินโฉม’ กลายเป็นสถานที่ที่เหล่าฮูหยินและคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ทั่วทั้งเจียงหนานและเมืองหลวง ต่างต้องส่งเทียบจองล่วงหน้านับเดือนเพื่อจะได้เข้ามาใช้บริการที่นี่ไม่เพียงจำหน่ายเครื่องประทินโฉมสูตรลับที่สกัดจากสมุนไพรล้ำค่า แต่ยังมีบริการนวดปรนนิบัติผิวพรรณ อบไอน้ำสมุนไพร และขัดผิวด้วยผงไข่มุก ซึ่งล้วนเป็นศาสตร์ความงามที่ ‘หลินเซวียน’ เถ้าแก่เนี้ยคนสวยนำมาจากความรู้ในโลกอนาคต ผสมผสานกับตำรายาชั้นเลิศของสามี จนกิจการเจริญรุ่งเรือง กอบโกยเงินทองเข้าคลังตระกูลไป๋จนแทบไม่มีที่เก็บภายในห้องพักรับรองชั้นสามที่มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของทะเลสาบเจียงหนาน...“ท่านพี่ ข้าบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าข้าตรวจสมุดบัญชีเองได้ ท่านไม่ต้องคอยตามมาเฝ้าข้าถึงที่นี่ทุกวันก็ได้นะเจ้าคะ”หลินเซวียนในชุดกระโปรงสีกลีบบัวอมส้มปักลายนกกระเรียนงดงาม เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ นางวางพู่กันลงบนแท่น

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   บทที่ 37

    บทที่ 37แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาภายในห้องนอน กลิ่นอายความอึดอัดหม่นมัวที่เคยปกคลุมมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงกลิ่นหอมกรุ่นของรังนกตุ๋นโสมที่ลอยอบอวลอยู่ข้างเตียงนับตั้งแต่หลินเซวียนฟื้นคืนสติ ไป๋อวี้เซวียนก็แทบจะกลายร่างเป็นเงาตามตัวของนาง เขาปฏิเสธการออกไปตรวจรักษาผู้ป่วยนอกจวนทุกกรณี สั่งย้ายโต๊ะเทียบยาเข้ามาไว้ในห้องนอน และแทบไม่ยอมให้นางขยับตัวทำสิ่งใดด้วยตนเอง แม้แต่การยกจอกน้ำ“ท่านพี่... ข้าหายดีแล้วนะเจ้าคะ ร่างกายก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมากแล้ว ท่านให้ข้าลุกไปนั่งกินที่โต๊ะดีๆ เถิด”หลินเซวียนเอ่ยประท้วงเสียงอ่อน เมื่อเห็นผู้เป็นสามีกำลังก้มหน้าเป่ารังนกตุ๋นในช้อนกระเบื้องอย่างประคบประหงม ก่อนจะยื่นมาจ่อชิดริมฝีปากนาง“ไม่ได้ ร่างกายของเจ้าเพิ่งฟื้นตัวจากสภาวะขาดไออุ่น ลมปราณยังไม่นิ่ง หากโดนลมเย็นเข้าจะทรุดลงไปอีก” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเข้ม ทว่าแววตาที่ทอดมองมากลับเต็มไปด้วยความรักและหวงแหนอย่างสุดซึ้ง“อ้าปากเร็วเข้า ข้าป้อนเจ้าคำนี้เป็นคำสุดท้ายแล้ว”สตรีที่ถูกประคบประหงมราวกับแก้วตาดวงใจจำต้องอ้าปากรับรังนกตุ๋นอย่างว่าง่าย แม้ในใจจะรู้สึกอุดอู้ที

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   บทที่ 36

    บทที่ 36เช้าวันรุ่งขึ้น บรรยากาศหน้าเรือนหอตระกูลไป๋ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออกนายท่านซูและฮูหยินซู บิดามารดาของซูหว่านหว่าน เดินทางมาขอเข้าพบไป๋อวี้เซวียนตั้งแต่ฟ้าสาง ใบหน้าของคนทั้งสองซีดเผือดเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ทันทีที่เห็นร่างสูงสง่าก้าวออกมาจากเรือน ทั้งคู่ก็แทบจะทรุดตัวลงคุกเข่า“คุณชายรอง... ได้โปรดเห็นแก่ไมตรีเก่าก่อน ละเว้นหว่านหว่านด้วยเถิด! นางทำไปเพราะความลุ่มหลงชั่ววูบ หากนางต้องอยู่ในคุกด้วยสภาพร่างกายเช่นนั้น นางต้องตายแน่ๆ!” นายท่านซูเอ่ยปากอ้อนวอนทั้งน้ำตาไป๋อวี้เซวียนยืนเอามือไพล่หลัง นัยน์ตาคมกริบหลุบมองอดีตผู้หลักผู้ใหญ่ที่เขาเคยเคารพด้วยสายตาเฉยชาไร้เสี้ยวความปรานี“ไมตรีเก่าก่อนงั้นหรือ?” ชายหนุ่มเค้นเสียงหยัน“บุตรสาวของพวกท่านใช้วิธีสกปรกหมายจะเอาชีวิตฮูหยินของข้า บัดนี้ภรรยาของข้านอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง... พวกท่านยังมีหน้ามาทวงถามหาไมตรีอันใดอีก!”“แต่... แต่หว่านหว่านเคยบริจาคเงินช่วยเหลือคนไข้ของท่าน...” ฮูหยินซูพยายามยกเรื่องในอดีตขึ้นมาอ้าง“เรื่องนั้นตระกูลไป๋ขอจัดการเอง!”เสียงทรงอำนาจของฮูหยินใหญ่ดังขึ้นจากด้านหลัง ไป๋อวี้เซวียนรีบหลีกทางให้มารดาข

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   บทที่ 35

    บทที่ 35ภายในห้องนอนอันเงียบสงัด เสียงฝีเท้าเร่งร้อนของจิ่นอวิ๋นดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ร่างของผู้คุ้มกันหนุ่มคุกเข่าลงข้างเตียง ประสานมือรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คุณชายรองขอรับ... คนของเราจับตัวผู้บงการได้แล้วขอรับ!”ไป๋อวี้เซวียนที่กำลังกุมมืออันไร้ไออุ่นของภรรยาชะงักไปชั่วครู่ ดวงตาที่เคยแดงก่ำและว่างเปล่าค่อยๆ ช้อนขึ้นมองลูกน้องคนสนิท“ว่ามา...” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่า ทว่าแฝงประกายโทสะอันน่าสะพรึงกลัวจนบรรยากาศในห้องหนักอึ้งชวนอึดอัด“เด็กขอทานที่วิ่งชนฮูหยินรองตกน้ำ ถูกมือสังหารลอบฆ่าปิดปาก โชคดีที่คนของเราดักซุ่มอยู่จึงช่วยเด็กไว้ได้ทันและรวบตัวมือสังหารได้ทั้งคู่ขอรับ... จากการเค้นคอสอบสวน เด็กขอทานสารภาพว่ามีสตรีผู้หนึ่งมอบเงินก้อนโตสั่งให้มันวิ่งชนฮูหยิน และป้ายหยกประจำตัวที่ริบได้จากอกเสื้อของมือสังหาร... เป็นคนของจวนตระกูลซูขอรับ!”เคร้ง!ป้ายหยกสลักอักษร ‘ซู’ ถูกวางลงบนโต๊ะข้างเตียงวิญญาณของหลินเซวียนที่ยืนซ้อนอยู่ข้างหลังสามีเบิกตากว้าง แม้นางจะรู้อยู่แก่ใจว่าสตรีผู้นี้มารยาและร้ายกาจ แต่ไม่คิดว่าจะเหี้ยมโหดถึงขั้นจ้างวานฆ่าคนอย่างเปิดเผยเช่นนี้ไป๋อวี้เซวียนจ้องมอ

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   บทที่ 39: คำถามที่ไร้คำตอบ

    บทที่ 39: คำถามที่ไร้คำตอบไป๋อวี้เฉินจูงมือเล็กของเมิ่งซีเดินลัดเลาะผ่านระเบียงทางเดินตรงไปยังเรือนอักษรซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนตัว ทันทีที่ก้าวพ้นธรณีประตู ชายหนุ่มก็หันไปสั่งความกับบ่าวไพร่ด้านนอกด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด“ห้ามผู้ใดเข้ามาใกล้ที่นี่เด็ดขาด หากไม่มีคำสั่งของข้า... ผู้ใดกล้ารบกวน ข้าจะลงโทษไม

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   บทที่ 11: สีผมประหลาด

    บทที่ 11: สีผมประหลาดภายในห้องพักที่เงียบสงบ มีเพียงแสงจากตะเกียงน้ำมันที่ส่องสว่าง ไป๋อวี้เฉินนั่งหลังตรงอยู่เบื้องหลังโต๊ะหนังสือ มือหนาจับพู่กันตวัดเขียนข้อความลงบนกระดาษอย่างคล่องแคล่วเพื่อร่างสัญญาตามที่ตกลงกันไว้ในขณะที่กำลังเขียนอยู่นั้น นัยน์ตาคมเข้มก็อดไม่ได้ที่จะลอบชำเลืองมองสตรีที่นั่ง

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   บทที่ 10: สัญญารับจ้าง

    บทที่ 10: สัญญารับจ้างเมื่อผู้ดูแลโรงเตี๊ยมนำทางมาถึงห้องพัก เมิ่งซีก็ผลักประตูเข้าไป ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึงภายในห้องพักหรูหรากว่าที่นางคิดเอาไว้มาก เฟอร์นิเจอร์ทำจากไม้เนื้อดีสลักลวดลายประณีต มีฉากกั้นห้องวาดลายวิหค เตียงนอนหนานุ่มปูด้วยผ้าแพรเนื้อดี ทว่าความประทับใจนั้นก็อยู่ได้ไม่น

  • พระรองช้ำรักคนนั้น ข้าขอรับไว้ดูแลเอง!   บทที่ 9: เมียเก็บกำมะลอ

    บทที่ 9: เมียเก็บกำมะลอในระหว่างที่เมิ่งซีกำลังยืนเลือกตำราอยู่เงียบๆ มุมหนึ่งของร้านหนังสือ จู่ๆ ก็มีเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาหยุดขวางทาง เขาเป็นบุรุษรูปงามที่สวมใส่อาภรณ์หรูหราฟู่ฟ่านัยน์ตาของเขาทอดมองมาที่นาง ท่าทางกรุ้มกริ่มและรอยยิ้มที่ส่งมานั้น ฉายแววเจ้าสำราญอย่างไม่ปิดบังเมิ่งซีป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status