เข้าสู่ระบบ“มึงพอจะรู้จัก คนที่ชื่อดารินรัตน์ไหม” ผมเอ่ยถามเพื่อน ๆ ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะด้วยความอยากรู้ และหวังว่าพอจะมีใครรู้จักบ้าง
ถ้าพวกมันรู้จัก ผมก็คงได้ข้อมูลที่แคบลง แต่เพื่อน ๆ กลับส่ายหน้าไปมา
“มึงเห็นกูเป็นสมุดทะเบียนราษฎร์หรือไง ถึงจะได้รู้จักทุกคน” สุดท้ายผมก็ต้องถอนหายใจ เป็นเหมือนอย่างที่คิด ไม่ได้คำตอบไม่พอยังกวนผมอีก
“มึงอย่ากวน กูซีเรียส”
“คนชื่อดารินรัตน์มีเป็นร้อย กูจะรู้ได้ไงวะ”
“ดารินรัตน์ โสภิตาธารากุล พวกมึงคุ้นบ้างไหม” เอเดนมองดูหน้าผมก่อนจะทำหน้าเหมือนครุ่นคิด
"โสภิตาธารากุล เจ้าของบริษัทส่งออกจิวเวลรี่ไหม"
"มึงรู้จัก"
"ไม่ แต่รู้ว่านามสกุลดังพอใช้ได้ น่าจะพวกลูกคุณหนูไฮโซ" นามสกุลดังงั้นเหรอ ทำไมผมไม่รู้จักมาก่อน หรือเป็นเพราะผมไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ เพราะงั้นแหละผมเลยไม่ค่อยรู้จักนามสกุลใคร
“ดังมากเลยเหรอ”
“ก็พอมีชื่อเสียง พวกตระกูลผู้ดีกว่า ไม่ลองถามแด๊ดมึงล่ะ อาจจะรู้”
“เออ งั้นกูไม่รู้ดีกว่า” ผมเลิกสนใจทันที ไม่รู้ยังดีกว่าต้องถามเขาเสียอีก
“ว่าแต่มีอะไร ทำไมมึงดูสนใจผู้หญิงคนนี้แปลก ๆ” เอเดนเอ่ยถามผมในตอนที่มันยังเอาแต่นั่งเล่นโทรศัพท์สลับกับเงยหน้าถามผมไปมา
“มันก็สนใจผู้หญิงทุกคนนั่นแหละ มึงจะเอาอะไรกับมัน” ผมหันขวับไปมองดูไอ้สงครามทันที พอมันพูดสวนมาแต่ละที ผมก็ไปไม่เป็นเหมือนกัน
“มึงไม่พูด กูก็ไม่ว่า”
“หึ” สงครามยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ตามสไตล์ของมัน คงชอบใจมากที่ได้เหน็บแนมผม แต่ผมก็สายชิลไม่คิดอะไรมาก เพราะต่อให้พวกมันจะด่าว่าผมอย่างไร สุดท้ายก็เหมือนพวกมันด่าตัวเอง
“ไปเข้าเรียนได้แล้ว อาจารย์ภาวัตรยิ่งหมายหัวพวกมึงอยู่” พอไอ้สงครามมันด่าผมเสร็จ ก็ออกคำสั่งต่อทันที ทุกวันนี้สั่งยิ่งกว่าพ่อผมซะอีก ออกคำสั่งเก่งเหลือเกิน สงสัยออกคำสั่งกับรุ่นน้องเยอะจนติดนิสัย
“แต่อาจารย์ภาวัตรแม่งก็เล็งหัวพวกเราตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วไหมวะ”
“ไม่ใช่เพราะมึงหรือไง อยู่ดีไม่ว่าดีไปสอยน้องอาจารย์ เขาไม่ชอบขี้หน้ามึงก็ถูกแล้ว” ผมสวนมันไปอีกที ความผิดไอ้เอเดนตั้งแต่ต้น เข้าเรียนปีหนึ่งปุ๊บ ก็เจอแจ็คพอตปั๊บ
“เชี่ย ใครมันจะรู้วะ” ไอ้เอเดนมันก็ไม่รู้ห่าอะไรทั้งนั้นแหละ เขามาให้เอาก็เอา นิสัยมันเป็นแบบนี้แหละ ผมรู้ดี
“พวกมึงก็พอกันนั่นแหละจะเถียงกันเพื่อ ไปเรียน”
“ครับพ่อ กูจะไปเดี๋ยวนี้เลยครับ”
เอเดนว่าแล้วก็ดันผมให้ขยับตัวตามไอ้สงครามไปทันที ผมยกยิ้มแล้วส่ายหน้าไปมา แต่ก็เดินตามพวกมันไป ไม่ใช่ว่ากลัวมันหรอก แต่ก็เพราะว่า คนที่มันพูดน้อย ๆ พอมันพูดแต่ละที เจ็บไปหลายวัน
และในตอนที่ผมกำลังเดินใจลอยคิดอะไรไปต่าง ๆ นานา จู่ ๆ เอเดนก็เอ่ยถามผมอีกครั้งอย่างไม่มีสาเหตุ
“ว่าแต่มึงเถอะ เมื่อคืนจัดไอ้เมล์จนยับเลยหรือไง เช้ามากูยังไม่เห็นหน้ามัน”
“กูไม่รู้” ตื่นมาก็ไม่เจอใคร เจอแค่ซากถุงยางที่ใช้ไปแล้วกับรอยเลือดบนเตียง ยอมรับว่าเมื่อคืนผมดื่มเยอะเกินไปด้วย ผมยังรู้สึกตัวทุกอย่าง แต่ว่าในห้องโคตรมืดผมจึงไม่เห็นหน้า
อีกอย่างประตูห้องก็ถูกล็อกอย่างดี ถ้าไม่มีคีย์การ์ด ต่อให้ใครก็เข้ามาไม่ได้หรอก
“เอ้า ไอ้นี่” เอเดนหันมองหน้าผมด้วยสีหน้าตั้งคำถาม และยังคาดคั้นผมด้วยแววตาคม
“เอ่อ มึงบอกให้เมล์โทรหากูด้วยแล้วกัน” ผมเอ่ยบอกมันด้วยความร้อนใจ เพราะถ้าเป็นเมล์จริงแล้วเลือดออกขนาดนั้น คงเจ็บน่าดู นั่นแหละผมก็สงสารเด็กมัน เมาแล้วชอบปล่อยตัวจนเกินไป
“เออ มึงก็เรียกหาแต่ไอ้เมล์ ส่วนไอ้เมล์มันก็รอมึงคนเดียว ไม่คิดจะเอามันจริง ๆ หน่อยหรือไง”
“มึงจะทิ้งแล้ว อย่ามาโยนขี้ให้กู กูไม่เอาของเพื่อน”
“ไม่เอาเชี่ยไร เลือกแต่ตัวท็อปกูทั้งนั้น” ผมไหวไหล่ให้เพื่อนรัก การเลือกเด็กมานอนด้วยไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร เพราะเอเดนเป็นเจ้าของผับ มีเด็กในปกครองก็มากอยู่
“เอเดน มึงจะไม่ให้มันใช้งานเลยหรือไง แค่ปีละครั้ง มึงก็ยังบ่น” พอไอ้สงครามพูดจบ ผมนี่โคตรจะถูกใจ ผมไม่ใช่เอเดนที่ขั้วผู้หญิงได้ทุกวัน แล้วเลือกแบบไม่ซ้ำหน้าด้วยนะ
“จริง วันนี้มึงพูดเข้าหูกูมากไอ้คราม กูรักมึง” ผมเดินเข้าไปกอดคอเพื่อนทันที จนไอ้เอเดนที่เห็นส่ายหน้ากลั้วหัวเราะในลำคอ
เห็นผมเป็นแบบนี้ จะร่วมปีแล้วมั้งที่ผมแตะผู้หญิง แล้วเสือกไม่รู้ตัวด้วยนะว่าเป็นใคร แต่เอาเถอะไว้ถามเมล์ก็คงรู้แหละว่าใช่หรือเปล่า
“อย่ามารักกู ไอ้สัส” ว่าแล้วไอ้ครามมันก็ผลักผมเบา ๆ แต่ทว่าผมอาจจะเล่นใหญ่เกินไป เพราะในตอนที่ผมแกล้งเซตัวมาอีกฝั่ง ก็บังเอิญชนเข้ากับอะไรบางอย่างจัง ๆ
ปึก !
ด้วยการตอบสนองอันแสนรวดเร็วของร่างกาย ผมใช้มือโอบเอวบางของใครคนหนึ่งแล้วดึงมากอดเอาไว้ได้ และในตอนนั้นเองที่กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูก็กระทบเข้าหาจมูกของผมอย่างจัง
ผมรู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นนี้เป็นอย่างมาก แน่นอนเพราะมันคือน้ำหอมกลิ่นเดียวที่ผมใช้ และชอบมาก
แต่ทำไมพอผมได้กลิ่นมันจากคนอื่น มันกลับทำให้ผมรู้สึกแปลกไป แบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จู่ ๆ ผมก็รู้สึกถึงความร้อนในร่างกายที่เพิ่มขึ้นอย่างอัตโนมัติ
มันอาจไม่แปลกที่ผมจะชอบน้ำหอมกลิ่นนี้ แต่ที่มันน่าแปลกคือตรงที่พอผมได้กลิ่น ก็ทำให้ผมหวนคิดถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกว่า
ใช่ ผมเคยได้กลิ่นนี้มาก่อน
แม้จะเป็นกลิ่นน้ำหอมเดียวกัน แต่กลิ่นของมันจะแตกต่างกันออกไปเมื่ออยู่บนตัวคนซึ่งกลิ่นของเธอดันเหมือนกับกลิ่นที่ผมรู้สึกคุ้นเคย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ผมกับเธอไม่เคยเจอกัน
“เอวา”
ผมยกยิ้มถามก่อนจะอ้าแขนเพื่อเป็นการบอกให้เธอเข้ามานั่งที่ตัก“เปล่าค่ะ บี๋กลับมาตอนไหนคะ” คนตัวเล็กเดินเข้ามานั่งลงบนตักแล้วกอดผมอย่างเอาอกเอาใจ สองแขนเล็กที่คล้องคอผมกอดดึงผมไปหอมฟอดใหญ่ คงรู้ว่ามีความผิดก็เลยยิ้มแหย่ ๆ ยิ้มแบบไม่สบายใจนัก“พึ่งถึงค่ะ บี๋อยากดื่มอะไรอีกไหม พี่สั่งให้” คนตัวเล็กกะพริบตาปริบ ๆ เวลานี้ถ้ากล้ากินก็ให้มันรู้ไป ผมโอบเอวบางไว้ก่อนจะลูบแล้วบีบเอวคอดเบา ๆ“มะ ไม่แล้วค่ะ หนูง่วงพอดีเลย”“งั้นกลับเลยไหมคะ” ผมเอ่ยถามพร้อมกับคนตัวเล็กที่ทำหน้าเศร้า ไม่กล้าตอบรัก แค่พยักหน้าก็ดูเหมือนจะคิดหนัก เธอเลยทำแค่กะพริบตาปริบ ๆ มองผม“ถ้ากลับแล้ว บี๋จะลงโทษหนูไหม” ก็ไม่น่าจะถาม คนตัวเล็กซบใบหน้าสวยลงบนไหล่กว้าง หวังว่าจะอ้อนให้ผมใจอ่อน แต่ก็ไม่หรอก พอดีวันนี้อยากลงโทษเด็กดื้อพอดี“หึ เด็กดื้อก็ต้องโดนลงโทษ”“บี๋ขา”“ขา”“หนูขอโทษ หนูแค่...”“กลับไปสารภาพผิดที่ห้องดีกว่าค่ะ หรือหนูอยากจะไถ่โทษตรงนี้ มืดขนาดนี้ก็พอได้นะ” ผมขยับไปลูบแก้มใส ๆ ของเมียดื้อเบา ๆ ด้วยความมันเขี้ยวคอยดูจะลงโทษให้เข็ดเอาให้หายดื้อไปสักเดือน“หนูสารภาพผิดแล้ว ลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง”“หึ” ว่าจบผมก็อุ้มคน
แต่ทว่าจู่ ๆ ก็มีผู้ชายจากไหนไม่รู้เดินมาขอชนแก้ว ฉันกับลิลลี่มองหน้ากันอยู่พักหนึ่งแต่ก็ไม่อยากเสียมารยาทจึงพูดคุยทักทายปกติเขาขอไลน์นะ แต่ว่าไม่ได้ให้ ฉันไม่อยากมีปัญหาจริง ๆ ลิลลี่ยิ่งแล้วใหญ่ อย่าให้พี่สงครามเห็นว่าพูดกับผู้ชายคนอื่นเลยเถอะ ไม่งั้นจุก“ฟุ่วว โชคดีพี่เอเดนไม่อยู่ ไม่งั้นแกกับฉันไม่เหลือ” ลิลลี่กลัวจริง ส่วนฉันกลัวบ้างไม่กลัวบ้าง เพราะยังคุยกับพวกเขาอยู่“ฮ่า ๆ กลัวทำไมแค่ผัวเอง” พูดไปงั้นแหละ ที่จริงกลัวฉิบหาย ฮ่า ๆ-อีกด้าน-“หึ ไหนเมียมึงบอกไปต่างประเทศ” เสียงเอเดนดังขึ้นก่อนที่ผมจะนั่งมองดูเอวากับลิลลี่นั่งดื่มกันอยู่อย่างสนุกสนาน“พึ่งกลับ”“ฮ่า ๆ ไม่น่าถึงได้ตามมาเฝ้า มึงดูโต๊ะนั้นเล็งเมียมึงตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เดินเข้าเดินออกอยู่นั่น” แล้วดูยัยตัวแสบยังมีหน้าไปยิ้มให้พวกมันอีก“ไม่เข้าไปสักหน่อยเหรอ”“ปล่อยไปก่อน” ให้เธอซึมซับความสุขมาก ๆ ก่อนที่เจอผมจัดการ อยากรู้เหมือนกันว่าเมียสุดที่รักของผมจะทำอย่างไรตอนที่เจอหน้าผม คงตกใจน่าดูตอนนี้มองเห็นว่าสองคนนั้นเต้นไปมาบนโต๊ะ ก็คือเมามากแล้วแน่นอน แต่ที่ผมค่อนข้างหงุดหงิดคือชุดที่เธอใส่ แม่งกูจะเผาทิ้งซะ นมหกหมดแ
-หลายเดือนต่อมา-“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะครับ”“ยินดีเช่นกันครับ” ผมเอ่ยบอกนักลงทุนที่ผมเดินทางมาคุยงานที่ต่างประเทศด้วย ตอนนี้นอกจากจะต้องเรียนให้จบแล้ว ผมยังต้องบริหารกิจการอีกตั้งมากมายพอรู้ว่าน้องยังอยู่ ผมก็เข้าไปที่บ้านบ่อยขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้กลับไปอยู่ที่นั่น แต่สถานการณ์ในบ้านก็ดีขึ้นมาก ผมกับเขาก็พอจะคุยกันรู้เรื่องขึ้นมาบ้าง“งั้นผมขอตัวนะครับ”“ได้เลยครับ” ผมปลีกตัวเดินออกมาก่อนจะเดินทางกลับมายังห้องพักของตัวเอง ผมเดินทางมาที่นี่เป็นเวลาเกือบสามวันแล้ว ที่จริงเพลนงานเอาไว้เกือบอาทิตย์ แต่ผมคิดถึงเมียไง เลยเร่งสุด ๆ ก็ได้เท่านี้แหละว่าเสร็จก็โทรหาเอวาก่อนเลยแล้วกัน ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวแสบของผมจะทำอะไรอยู่(ขา)“ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น เพิ่งตื่นเหรอ” ผมหันไปมองนาฬิกา ตอนนี้คงเช้าแล้ว มิน่าเอวาถึงได้เสียงงัวเงียแบบนั้น(เค้าง่วงจัง บี๋มีอะไรหรือเปล่า) ตอนแรกก็คิดว่าจะบอกเลย แต่กลับไปเซอร์ไพรส์เมียเลยดีกว่า ตื่นเต้นดีออก“เปล่าค่ะ แค่อยากถามว่าบี๋อยากได้อะไรไหม”“อยากได้บี๋ คิดถึงจัง”“หึ คิดถึงจริงเหรอ” ตอนบอกจะไปทำงานหน้าตาสดใสมาก ซ้ำยังรีบเก็บเสื้อผ้าให้อย่างไวเลย คิดถึงจริงไหมว
“อะไรอะบี๋ เมื่อกี้พี่เอเดนหมายความว่าไง”“หนูอย่าไปฟังมันค่ะ มันพูดไปเรื่อย”“แน่นะ” พี่รามพยักหน้าหงึก ๆ ก่อนที่จะหันไปมองค้อนเพื่อนตัวเองทันที“กูไม่ได้พูดอะไรสักหน่อย”“ถึงมึงบอกไปก็ไม่มีประโยชน์” เสียงพี่รามพูดขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก“ทำไม”“ก็เมียกูใจดีไง อีกอย่างก็เป็นเมียกูเอง”“ฮะ เมียมึง งั้นผู้หญิงที่ตามหาคืนนั้น ก็คือเอวา”“อืม”“เชี่ย อะไรจะบังเอิญขนาดนั้น” ฉันยิ้มให้กับความตกใจของพี่เอเดนที่พึ่งรู้เรื่อง และในตอนที่เขาที่กำลังยืนคุยกัน สายตาของฉันกลับมองไปเห็นใครบางคนที่ฉันเคยรู้จัก“ลี่ แกดูนั่นใช่เจ้ฝันปะ” ต้องใช่แน่ ๆ ไม่เจอกันหลายปี ลูกเขาโตหรือยังนะ ทุกคนหันไปมองตามฉันก่อนจะเป็นลิลลี่ที่เอ่ยตอบ“เออใช่จริงด้วย” พอลิลลี่ตอบ ฉันก็ดีใจใหญ่ตะโกนเรียกพี่เสียงดังมาก“เจ้ !” คนที่เดินอยู่ไกล ๆ หันกลับมามอง แต่ทว่าตอนนี้กลับมีเสียงของพี่รามหันมาถามฉัน“หนูรู้จักภาพฟันด้วยเหรอ” อะไร ทำไมพี่รามรู้จักเจ้ฝันด้วยเนี่ย แต่จะว่าไปเขาก็น่าจะรุ่นเดียวกันกับพี่รามนี่แหละมั้ง“ค่ะ พวกพี่รู้จักเจ้ด้วยเหรอ” ฉันหันมองดูพวกเขาราวกับว่าสงสัยไม่ต่างกัน แต่ทว่ากลับมีเสียงของพี่สงครามดังขึ้น“
-หลายวันต่อมา-“ฮ่า ๆ เอวาแกไปทำอะไรมาเนี่ย” เสียงของลิลลี่เอ่ยถามฉันตอนที่ฉันเดินมาถึงมหาลัย เป็นเพราะปากดีเกินไป สุดท้ายเป็นไงล่ะ“เปล่า น่าจะนอนน้อย”“ไปทำอะไร ถึงได้นอนน้อยขนาดนั้น” ฉันกะพริบตามปริบ ๆ มองดูบาสที่กำลังสนอกสนใจฉันไม่ต่างจากลิลลี่ แต่ลิลลี่กลับจับใบหน้าฉันแล้วค่อย ๆ หันไปมา“เออ รู้ล่ะ” ลิลลี่ยิ้มเหมือนจะเข้าใจทุกอย่าง แต่ทว่าก็ยังไม่คิดจะเลิกถาม เรื่องแบบนี้ไม่ควรพูดจะดีกว่า“แกไปยั่วเขาอีกล่ะสิ” ทำไมไม่คิดว่าเขาหื่นบ้าง เพื่อนคนนี้ไม่เคยเข้าข้างฉัน ดีแต่เฮียรามของมันนั่นแหละ“ยั่วไร ไม่มี๊” ที่จริงก็มีแหละ แต่ไม่พูดดีกว่า เพราะตอนนี้บาสดูจะสนใจมากจริง ๆ แล้วจู่ ๆ ก็ขยับเข้ามาถามฉันตรง ๆ“ตกลงที่ข่าวที่บอกว่าแกกับพี่พระรามเป็นแฟนกันนี่จริงไหม แล้วเขาใช่ไหมที่ทำให้แกแทบเดินไม่ไหวแบบนี้”“บาส! พูดเบา ๆ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน” ฉันตีเข้าที่แขนของเพื่อนเบา ๆ ก่อนที่บาสจะยิ้มกริ่ม ใครจะกล้าตอบมันเล่า แต่ก็นะไหน ๆ มันก็เป็นผู้ชาย ฉันว่าลองถามมันหน่อยก็ดี เผื่อจะได้รู้อะไรเพิ่ม“แสดงว่าจริง”“ไม่บอกหรอก แต่ถ้าแกอยากรู้ แกต้องตอบคำถามฉันก่อน” บาสขมวดคิ้วเข้าหากัน ราวกับสงสัยสิ่ง
ฉันที่ทิ้งตัวลงอย่างหมดเรี่ยวแรงก็ถูกเขาจับดึงตัวขึ้นมามองดูหน้าเขา แค่มองตาก็รู้ใจแล้วว่าเขาต้องการอะไรฉันดึงกางเกงบอกเซอร์ของเขาลงก่อนที่จับมังกรยักษ์ของเขาที่กำลังผงาดค้ำโลกขึ้นลงจนมีเสียงครางต่ำในลำคอ“มือนุ่มจัง”“มีอย่างอื่นนุ่มกว่านี้ อยากโดนไหมคะ”“ซี้ดด บี๋กำลังยั่วพี่” เขากัดฟันแน่นกรอด ไม่รู้ว่าความเสียวซ่านจะมากน้อยแค่ไหน แต่ท่อนรักของเขาดิ้นสู้มือทุกครั้งที่ฉันพูด ฉันใช้ปลายนิ้วลูบวนบนปลายหัวหยักสีชมพูที่มีน้ำสีใสซึมออกมาอย่างรู้สึกชอบแต่ทว่าคนโดนกระทำกลับรู้สึกมากกว่านั้นเพราะตอนนี้เขาจับแท่งร้อนจ่อมาที่ปากของฉันแล้ว“อมให้พี่ค่ะบี๋”“ใจร้อนจังเลย”“ขี้แกล้งว่ะ” เขาดูโคตรมีอารมณ์แบบว่าต้องได้เอาเดี๋ยวนี้ คือเดี๋ยวนี้เลย ดูดิ กดหัวฉันไม่ยอมหยุดเลย ฉันเงยหน้ามองดูเขาก่อนจะอ้าปากครอบครองแท่งร้อนของเขาแล้วดูดมันเบา ๆ“อ่า” ปลายลิ้นน้อยไล่เลียวนไปรอบหลายหัวหยักก่อนจะสลับกับดูดดึงมันเบา ๆ ราวกับเป็นไอศกรีมแท่งโปรดแสนหวานของฉันฉันโดนมือหนากดเขาหาไม่ยอมหยุด ยิ่งฉันดูดดึงเขาสลับกับกลั้วลิ้นไล่เลียไปรอบ ๆ รอยหยักก็เหมือนจะยิ่งสร้างความเสียวซ่านให้เขามากขึ้นทุกที“ซี้ด” เขาสูดปา
-หลายวันต่อมา-Talk Awa“เร็ว ๆ ไอ้วา ถ้าเข้ากิจกรรมช้าแล้วได้โดนทำโทษอีกแน่” เสียงของลิลลี่ดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก ทั้งที่เราก็แค่เลิกเรียนช้าไม่ได้ที่จะไม่เข้าทำกิจกรรมสักหน่อยลิลลี่รีบดึงมือฉันแล้ววิ่งไปที่ลานกิจกรรมอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ทั้งฉันและลิลลี่ก็เริ่มหายใจเหนื่อยหอบ ตั้งแต่เปิดเรียนมาจน
ผมยกยิ้มก่อนจะเลิกคิ้วถาม เมื่อเห็นว่าเอเดนทำหน้าตาเคลิบเคลิ้ม คิดไปถึงไหนแล้วไอ้นี่ เห็นสาวไม่เคยได้เลย หัวบนหยุดทำงานแต่หัวล่างขยับทันที“สัส ไหนมึงบอกไม่กินรุ่นน้องไอ้เชี่ย คนนี้กูจะเอา”“กูก็จะเอา”“ไอ้เชี่ยราม ชอบแย่งกู” ผมยิ้มกริ่มก่อนจะมองหน้ามันอย่างรู้สึกสะใจ ผมก็แค่อยากแกล้งมันเฉย ๆ แต่ว่
Talk Awa-เวลาต่อมา-(เสร็จยัง รออยู่หน้าคอนโด)“อืม เสร็จแล้ว รอแป๊บนะ”(อืม) จากนั้นปลายสายก็ตัดไปก่อนที่ฉันจะเดินไปหยิบกระเป๋าใบเล็ก ๆ น่ารักที่มีพวงกุญแจเจ้าไข่ตุ๋นมาใส่ไว้ด้วย จู่ ๆ ก็คิดถึงตัวแสบขึ้นมาเลย ไว้เสาร์อาทิตย์คงต้องไปรับกลับมาแล้วฉันรีบปิดประตูแล้วเดินลงมาด้วยความสบายใจ จนกระทั่งฉ
หลังจากที่พี่ปีสี่ซ่อมปีสามกับปีสองแล้วนั่นแหละ คงถึงเวลาที่ปีหนึ่งก็จะต้องรับชะตากรรม ฉันพึ่งโดนลุกนั่งไปเมื่อกี้ ถ้าโดนลงโทษอีก วันนี้คงหลับเป็นตาย อย่าหาไปออกกำลังกายช่วงนี้ แค่เข้าประชุมเกียร์ทุกวัน กล้ามขาก็ขึ้นแล้ว“ปีหนึ่งลุก !” น้ำเสียงอันทรงพลังที่แฝงไปด้วยความเย็นเยือก หนาวปกคลุมไปถึงหัวใ







