Beranda / โรแมนติก / พรางใจในแดนเถื่อน / ตอนที่ 5: คู่ปรับเก่า

Share

ตอนที่ 5: คู่ปรับเก่า

last update Tanggal publikasi: 2026-04-21 19:55:59

'ลีซอ' ทำงานในไร่กาแฟและไร่ฝ้ายของตระกูล "ภูมิสวรรค์' ที่ครั้งหนึ่งอดีตเคยรุ่งโรจน์มาแล้ว แต่เมื่อเสื่อมคนสืบทอด ลีซอก็ยังไม่เคยคิดละทิ้งบ้านหลังนี้ไปไหน ยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างคอยช่วยเหลือสะวันนามาโดยตลอด

"ขอโทษด้วยนะลีซอ..."

สีหน้าของบริพัตรดูเก้อ ๆ เมื่อมองสบตากับเจ้าของชื่อ

"ฉันไม่ได้ตั้งใจจะสบประมาทความสามารถของลีซอหรอก" บริพัตรขอโทษเสียงอ่อย "เป็นเพราะฉันห่วงความไม่ปลอดภัยของสะวันนาที่ยังยืนกรานจะอยู่ที่นี่..."

"ก็มันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนฉัน"สะวันมาแย้ง

"ที่นี่..ก็ควจะอยู่ดูแลมันบ้างไม่เหมือนคนอื่น ๆ..."

"คนอื่น ๆ เขาก็รู้...แต่ทุกอย่างมันย่อมมีการเปลี่ยนแปลงสะวันนา" บริพัฒน์เน้นคำตอบ "ถ้าเธอตัดสินใจอพยพไปจากที่นี่เมื่อไหร่ เธอก็จะมีชีวิตอยู่อย่างสบายใจและปลอดภัยมากกว่านี้..."สะวันนายังไม่ยอมลดปืนในมือลงง่าย ๆ

"พี่คิดว่าฉันควรจะไปอยู่กับใครได้ล่ะ.."

"ไปอยู่กับฉัน หรือไปอยู่กับแม่ของเธอก็ได้"

"อยู่กับแม่นะเรอะ ไม่!"

สะวันนาทำเสียงสูงเชิดปลายคางขึ้นทำให้ลดูปลายจมูกโด่งขึ้นเชิดสูงขึ้นอย่างคนมีทิฐิมานะและความดื้อรั้นอย่างเห็นได้ชัด

"ฉันไม่อยากจะโดนแม่จับคู่ให้แต่งานกับเจ้าหนุ่มร้านขายของนั่น ฉันหนีรอดมาได้ตั้งแต่อายุสิบเจ็ดก็บุญแล้วนะ..."

"ฟังนะสะวัน....."

ใบหน้าของบริพัตรค่อนข้างเครียด ไม่ต่างไปจากใบหน้าของสะวันนา ในขณะที่ ลีซอ ยืนฟังสองพี่น้องเถียงกันอย่างเงียบ ๆ เพราะเขาเห็นมาแต่ยังเด็กแล้วว่าเมื่อสองพี่น้องสองคนนี้เจอกันจะต้องปะทะคารมที่ไม่เคยอมลงให้กันเสียก่อน

แหละ..ส่วนมากผู้ที่จะยอมก็ต้องเป็นฝ่ายพี่ชาย เนื่องจากสะวันนาไม่มีทางยอมใครง่าย ๆ แม้แต่แม่ของเธอเองก็เถอะ...ก็เพราะเหตุผลของผู้เป็นแม่ที่เพียงต้องการให้เธอเข้ากับสังคมเมืองได้ ให้เธอกล้าเชิดหน้าเข้าหาคนเมืองเข้ากับทุกชนชั้นได้เหมือนที่แม่เธอเคยทำมาก่อน....  แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของสะวันนา เธอไม่ต้องการความวุ่นวายและสังคมอันปลอมปลอมที่ต้องปั้นหน้าชูคอ ปะทะกับความวุ่นวายไม่รู้จักจบ แม้ว่าผู้เป็นญาติผู้พี่อย่างบริพัตรพยายามอธิบายถึงจุดประสงค์ที่ทุกคนอยากให้หญิงสาวเข้าเมืองเพื่อความปลอดภัยเท่านั้นไม่ใช่เป็นเหตุผลที่สะวันนาคิดว่าจะถูกจับแต่งงานหรือแม่จะหาคู่ครองให้ แต่เธอก็ยังปฏิเสธแบบหัวชนฝา

"พี่แน่ใจเหลือเกินนะ"

สะวันมากัดฟันกรอดตาเป็นประกายกล้าปากกำลังจะอ้าขึ้นเพื่อค้านคำพูดบริพัตรแต่ชายหนุ่มแทรกขึ้นก่อน

"ใช่!..แม่เธอไม่ได้แต่งงานอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมของคนบ้านเรา และถูกชาวบ้านนินทาเหยียดหยามมาสารพัด แต่นั่นมันนานมาแล้ว จนเดี๋ยวนี้ไม่มีไม่มีใครสนใจนั้นนั้นเลย เขาลืมกันหมดแล้ว แม่เธฮก็เข้ากับทุกคนได้สบายๆไม่มีปมอะไรทั้งสิ้น แถมบอกกับทุกคนอย่างหน้าชื่นตาบานว่าเธอคือลูกสาวคนเดียวอย่างเปิดเผยไม่มีปิดบังอะไรแล้ว บอกด้วยความภูมิใจเสียด้วยซ้ำ"

"ฉันรู้" แทบจะเป็นเสียงกรีดร้องด้วยซ้ำที่แทรกขึ้น"แต่ทุกคนก็ยังมองฉันว่าเป็นลูกผู้หญิงที่นอนกับผู้ชายมียศอย่างคนใจง่าย.."

เสียงของสะวันนาสะท้านน้อย ๆ เหมือนคนพูดพยายามกลั้นสะอื้นเอาไว้อย่างเต็มที่

"ชาวบ้านเขาจะว่ายังไงผู้หญิงพี่เธอกำลังว่าอยู่นี่ก็เป็นแม่ที่ห่วงใยเธอนะสะวัน..."

"ฉันยอมรับตรงนั้นเหมือนกัน แต่ฉันจะไม่ยอมรับสังคมอันมีแต่ความสอพลอเข้าใส่กันหรอก ฉันอยู่ของฉันอย่างนี้ดีแล้ว "

"เอาละ ๆ..."ชายหนุ่มยกมือขึ้นห้ามทำหน้าเช็ง

"เราจะเข้าไปคุยกันข้างใน แล้วก็วางปืนบ้านั่นลงซะก่อนที่จะเสียใจกันไปตลอดชีวิตถ้ามันเกิดลั่นโป้งป้างขึ้นมาจริง ๆ.."

"มันจะลั่นก็ต่อเมื่อฉันต้องเป็นคนลั่นไกปืน และนั่นคือพี่บังคับฉัน"

สะวันนายิ้มอย่างคนที่มีชั้นเชิงถือไพ่เหนือกว่า ซึ่งชายหนุ่มยิ้มตอบ

"แน่นอน...แต่ตอนนี้วางปืนได้รึยัง ฉันเมื่อยอยากจะนั่งเต็มที"

ในที่สุดสะวันมาก็วางปืนลงแล้วเชิญชวนเขาเข้าบ้านด้วยการเดินนำหน้าไปก่อนปิดท้ายด้วยสีซอ หญิงสาวบอกลีซอหาหาอาหารมาเลี้ยงญาติหนุ่มคนเดียวที่เหลืออยู่

"พี่ต้องการให้ฉันไปทำงานที่บ่อนของพี่งั้นเรอะ"

"ไม่! ฉันจะไม่ยอมให้เธอไปทำงานที่นั่นเด็ดขาด"

"แล้วพี่จะให้ฉันหาเงินมาเลี้ยงตัวเองยังไง เป็นผู้หญิงทำงานบ้าน หรือเป็นของเล่นให้พวกผู้ชายรวย ๆ หรือจะเป็นผู้หญิงขายตัวดีล่ะ" หญิงสาวทำน้ำเสียงและสีหน้าใส่กับอารมณ์ขณะพูด

บริพัตรทำหน้าตึงมองสบตาหญิงสาวผู้มีศักดิ์เป็นน้องสาวอย่างตำหนิ ก่อนจะเข่นเขี้ยวเข้าใส่ด้วยเสียงลอดไรฟัน

"พี่รู้มั้ย มันน่าจะมีใครสักคนบีบคอสวย ๆ ของเธอตั้งแต่เกิดแล้วนะ เป็นผู้หญิงที่ชวนโมโหที่สุดเท่าที่ฉันเคยพบเห็นมา"

หญิงสาวถึงกับแหงนหน้าหัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจที่ทำให้เขาหัวเสียได้ ซึ่งก็ทำให้ญาติหนุ่มยิ้มออกมาแทนสีหนักที่เคร่งเครียดเมื่อครู่นี้ได้ กระทั่งลีซอยกอาหารมาตั้งนั้นเหละ..ทั้งสองจึงจึงพักเรื่องเถียงขัดใจกันมาได้ชั่วขณะหนึ่ง

หลังอาหารมื้อนั้นสงครามปากก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง เมื่อชายหนุ่มยังไม่ลดละเรื่องที่จะเกลี้ยกล่อมให้ญาติสาวผู้น้องเดินทางออกจากที่นี่และเอ่ยไปถึงผู้เป็นพ่อที่สะวันมักจะบอกว่าเขาเป็นผู้ชายที่ไม่มีความรับผิดชอบ ปล่อยให้แม่และเธอต้องเผชิญชะตากรรมมาโดยตลอด เมื่อเขามาไข่ทิ้งไว้แล้วก็ไป แม่เที่ยวบอกกับใครต่อใครว่า...ได้จดทะเบียนสมรสกับเขาแล้วถึงแม้ไม่มีงานแต่งงานให้เป็นสักชีพยานก็ตาม และด้วยเพราะว่าเขามีงานเยอะติดราชการ จึงไม่ค่อยได้มาดูแลครอบครัวนัก ชาวบ้านก็เชื่อ

...เชื่อเฉพาะต่อหน้าแม่นะสิ!

ทั้งที่จริงแล้วพอลับหลังแม่ พวกเขาต่างก็นินทาว่าแม่ต่าง ๆ นานา ว่ากันยกใหญ่สำหรับตัวของสะวันนานะหรือ....ไม่เชื่อหรอก รู้อยู่เต็มอกว่าพ่อหลอกแม่ ไม่มีอะไรมารับรองชีวิตแม่รวมทั้งตัวของเธอด้วย ถึงกระนั้นแม่ก็ยังรักและบูชาพ่ออยู่ไม่เคยเสื่อมคลาย ข่าวการตายของพ่อเมื่อหลายสิบปีนั่นก็อีก ที่แม่ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร ร่ำไห้รำพึงรำพันว่าพ่อเป็นคนดีจารนัยเรื่องโน้นเรื่องนี้เกี่ยวกับพ่อให้เธอฟังสารพัด แต่สิ่งที่เธอเคยได้ยินคนเขาพูดมาไม่เหมือนที่แม่พร่ำพรรณนาเลยสักนิด บางคนก็ว่าพ่อของเธอเป็นนายทหารที่ใช้ไม่ได้ ขี้โกง และใช้อำนาจหน้าที่ทางการงานหากินแบบทุจริตมันเลยทำให้หญิงสาวสับสน...

ขณะที่กำลังถกเถียงกันอยู่นั่นเอง เสียงกระดิ่งก็ดังขึ้นครั้งหนึ่ง สะวันนาจ้องมองบริพัตรเขม็งร่างกายทุกส่วนของหญิงสาวเขม็งเกรียวตึงขึ้นเตรียมพร้อม

"กริ๊ง "เมื่อมันดังขึ้นครั้งที่สอง ใบหน้าของเธอซีดเผือด ก่อนที่จะละจากใบหน้าของญาติผู้พี่มองตรงไปยังกระดิ่งสีเงิน เหมือนจะคอยฟังว่ามันจะดังอีกหรือเปล่า...

"นั่นมันอะไรน่ะ..."

บริพัตรถามเสียงหลง สัญชาตญาณทำให้เขากุมปืนสั้นที่พกติดตัวอยู่ตลอดเวลาทันที ขณะที่สะวันนาเบือนสายตาจากกระดิ่งหันไปคว้าปืนยาวและควานหากระบอกที่สองที่ซ่อนอยู่หลังเคาน์เตอร์ โดยโยนส่งให้บริพัตรพร้อมกับพูดเสียงเร่งร้อน

"กระดิ่งนั้นคือสัญญาณของเรา”

""สัญญาณอะไรกัน"

เขาถามกลับมาละล่ำละลัก พลางรับปืนยาวก่อนจะแนบตัวติดชิดข้างฝา ตั้งลำปืน

"ตอนนี้ลีซอกำลังลำบาก เขากำลังลำบากมาก ๆ ด้วย"

"จากเสียงกระดิ่งนี้นะ"

"ใช่!....เราติดกระดิ่งไว้ทุกจุดรอบบ้านแล้วโยงเชือกเอาไว้..."

หญิงสาวตอบคำถามเขากลับไปอย่างรีบร้อน

"เสียงดังครั้งแรกหมายความว่า..อาจจะมีอะไรเกิดขึ้น ครั้งที่สองหมายความว่า..คนที่กำลังอาจจะก่อปัญหากำลังใกล้เข้ามา และครั้งที่สามมันใกล้มากหรืออาจจะถึงตัวคนสั่นกระดิ่งแล้ว ให้เราเตรียมพร้อม...ถ้าลีซอไม่ได้รับบาดเจ็บเสียก่อน ก็จะ..."

"เจ้าบ้ามัด ลัมชี มันกลับมาอีกใช่มั้ย" บริพัตรลากเสียงเย็น

"พี่ฉลาดขึ้นกว่าที่ฉันเคยรู้จักอีกนะ"หญิงสาวส่งเสียงกระเซ้า

"นี่มันไม่ใช่เวลาจะมาพูดเล่นนะ สะวัน..!"

เสียงกุกกักดังมาจากทางระหว่างรอยต่อครัวกับภายในห้องโถงของตัวบ้าน ทำให้ทั้งสองหันมาสบตากันอย่างเคร่งเครียด แล้วชายหนุ่มก็ฉากตัวหลบเข้าไปในเงามืดอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่หญิงสาวซ่อนตัวอยู่หลังเคาน์เตอร์ และมีปืนไว้ข้างกายพร้อมที่จะฉวยมันออกมาทันที

มัด ลัมซี ผลักร่างของลีซอพรวดเข้ามาทางประตูอย่างแรง ใบหน้าของลีซอบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากแขนขวาที่ถูกบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดจากแขนขวาที่ถูกปิดไปไพล่ไว้ด้านหลัง เลยไหล่ของลีซอไปนั่นเอง

สะวันนาเห็นใบหน้าของเจ้ามัด ลัมชี มันเปิดรอยยิ้มกร่างบนใบหน้าอันหยาบกร้าน ดวงตาสีเข้มกับใบหน้ากร้าว ดูจะเข้ากับร่างสูงใหญ่และเต็มไปด้วยมัดกล้าม มีหรือที่ลีซอจะต้านไหวเมื่อเทียบกับรูปร่างและแรงปะทะแล้ว ทั้งรูปร่างและอายุ มัดได้ปรียบทั้งสิ้น แต่รูปร่างมหึมาของมันก็คงจะไม่เคยถูกน้ำสบู่ชะล้างมาเลยเป็นเวลานาน ก็กิตติศัพท์ของโจรโฉค มัด ลัมซี ที่ใคร ๆ ต่างก็ทราบดี คือการที่มันมักจะมีเรี่องฆ่าฟันกับใครก็ได้เพียงแค่ใครคนนั้นอาจสร้างความหงุดหงิดให้

มัด ลัมซี เข้าคุกมานับครั้งไม่ถ้วน และครั้งหลัง ๆ ที่ผ่านมามันไม่ยอมให้ทางการได้จับตัวได้เลย เพราะความฉกรรจ์และความบ้าบิ่นที่กร้านมากขึ้นตามประสบการณ์ความชั่วร้ายที่เพิ่มพูนมันจึงกลายเป็นฆาตรกรโหดเลื่องชื่อ

"แปลกใจที่พบกันเร็วไปหน่อยใช่ไหมสะวันนา ฮะ ฮะ ฮ่า.."

ริมฝีปากหนาของมันแสยะยิ้มอย่างสะใจพร้อมเสียงหัวเราะเยอะเย้ยหยัน

โปนๆของมัดจ้องมาที่เนินอกตึงของหญิงสาวมากกว่าที่จะจ้องมองใบหน้านวล ขณะที่สะวันนาหรี่ตาเอนตัวมาพิงเคาน์เตอร์ไว้ อุ่นใจหน่อยที่มีปืนและมีบริพัตรอยู่ไม่ไกลนัก เธอจึงไม่มีอาการตกใจกลัวแม้แต่นิดเดียว เลื่อนนิ้วเรียวไปแตะปืนขณะที่สบตากับลีซอ แต่มัดกลับยิ้มเหี้ยมเกรียมขึ้น

"เธอคิดว่าคราวก่อนเธอชนะฉันได้...คราวนี้ก็จะชนะงั้นรึ สะวันนา"

"ทำไมแกไม่ปล่อยลีซอก่อนละ" หญิงสาวพูดเสียงเรียบหยั่งเชิง

"แล้วเราค่อยมาคุยกัน"

"ฉันไม่โง่ขนาดนั้นหรอกคนสวย "มัดพูดเสียงเยาะขึ้นจมูก"ถ้าฉันปล่อย เธอก็ต้องยิงฉันด้วยปืนยาวที่ซ่อนไว้แน่ คิดว่าไม่รู้ทันวิธีของเธอเมื่อครั้งก่อนรึไง"

ดวงตาของมัดขยับตรงมาที่ใบหน้าของหญิงสาวและทรวงอกอวบของเธออย่างเร่าร้อนแววหื่นกระหายปรากฎเด่นชัด ทำให้ริมฝีปากของสะวันนาแห้งผาก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 47...แหย่เสือหลับด้วยเหยื่อเสน่หา

    หลังอาหารมื้อนั้น นวลปรางค์ได้ก้าวเข้าสู่ห้องรับรองแขกอันโอ่อ่าของคุ้มวิจิตร แสงไฟระยับจากโคมระย้าสาดกระทบกรอบรูปทองเหลืองใบใหญ่ที่แขวนเด่นอยู่บนผนังไม้สัก หล่อนสะดุดตากับภาพใบหน้าอ่อนใสของหญิงสาวคนหนึ่งในนั้นจนอดใจไม่ไหวที่จะเอ่ยปากถามคำตอบจากเจ้าของคุ้มผู้ทรงอำนาจทำให้นวลปรางค์รู้ว่า เธอคือ ‘การเวก’ ลูกสาวคนเดียวของตระกูลกุลวงศ์ หญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่กำลังศึกษาอยู่ต่างประเทศ และกำลังจะเดินทางกลับมาในไม่ช้า... หลังจากที่ ‘ยิ่งใหญ่’ ผู้เป็นหลานชายเดินทางนำร่องกลับมาก่อนแล้วนวลปรางค์ปลีกตัวออกจากห้องรับรอง มุ่งหน้ากลับห้องพักตามระเบียงทางเดินที่เริ่มทอดเงาสลัว หล่อนเพิ่งแจ้งความประสงค์กับคนเก่าแก่ของคุ้มว่าต้องการคนนำทางสำหรับวันพรุ่งนี้ และได้รับคำมั่นเป็นมั่นเหมาะว่าจะจัดการให้เรียบร้อย"อุ๊ย! คุณพระช่วย!"นวลปรางค์สะดุ้งสุดตัวจนแผ่นหลังเกือบชนผนัง เมื่อร่างสูงใหญ่ของยิ่งใหญ่โผล่พรวดออกมาจากประตูห้องหนึ่งที่เปิดผางออกสู่ทางเดิน เขายังคงอยู่ในชุดเดิมกับเมื่อหัวค่ำ นัยน์ตาคู่นั้นวาวระยับในความมืดสลัว"คุณทำให้ฉันตกใจนะคะ" นวลปรางค์ยกมือทาบอก หัวใจยังเต้นรัวด้วยความตระหนก หล่อนตวัดสา

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 46... เสน่หาในเงามืด

    ในค่ำคืนเดียวกันนั้น... ห่างไกลออกไปจากผืนป่ารกชัฏอันหนาวเหน็บ ที่คุ้ม “การเวก” ณ พิกัดใจกลางงาสวรรค์ ผืนดินทำเลทองที่ใหญ่โตและร่มรื่นที่สุดในแถบนี้ เป็นที่รู้กันดีในหมู่ผู้ทรงอิทธิพลว่าที่แห่งนี้มีสิ่งใดที่ชวนให้เกรงขามและลึกลับเกินกว่าที่คนนอกจะกล้าย่างกรายเข้ามาหากแต่สำหรับ ‘นวลปรางค์’ แล้ว หญิงสาวกลับไม่เคยมีความรู้สึกยำเกรงหรือหวาดกลัวเลยสักนิด แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกในการมาเยือนคุ้มการเวกก็ตามทีทำไมจะต้องกลัว! เธอบอกกับตัวเองพลางยกมือขึ้นจัดแต่งปอยผมสลวย เมืองนอกเมืองนาก็ไปมามากจนเจนโลกแล้ว เรื่องตื่นเต้นแค่นี้ไม่เห็นจะต้องแคร์อะไร สำหรับเธอแล้ว ความกลัวเป็นเรื่องของคนอ่อนแอ แต่คนอย่างนวลปรางค์รู้ดีว่าความสิเน่หาและรูปโฉมต่างหากคืออาวุธที่ร้ายกาจที่สุด มารยาหญิงที่เปี่ยมเสน่ห์และสามารถเป็นที่สมใจของบุรุษผู้กุมอำนาจได้... นั่นแหละคือสิ่งที่ผู้หญิงหลายคนปรารถนาอยากจะเป็นอยากเป็นที่หนึ่งเพียงคนเดียวของเขาทั้งโลกด้วยซ้ำ!เธอก้าวเดินอย่างมาดมั่นไปตามระเบียงไม้สักทองหลังใหญ่ แสงไฟจากโคมระย้าดวงโตสะท้อนผิวเนียนละเอียดของเธอให้ดูผุดผ่องเหนือใครในค่ำคืนนี้ จนกระทั่งเสียงทุ้มพร่าขอ

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 45 ...หัวใจเริ่มทรยศ

    เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงยามดึก เปลวไฟจากกองไฟเริ่มมอดลงเหลือเพียงถ่านแดงๆ อากาศรอบกายพลันลดฮวบลงจนความหนาวเหน็บยะเยือกคืบคลานเข้ามา อริยะที่นั่งเฝ้ายามอยู่ขยับตัวลุกขึ้น ขยับไปที่ถุงนอนหนาซึ่งเขาเปิดอ้ารอไว้ ชายหนุ่มหันไปมองร่างบางที่นอนขดตัวสั่นงันงกอยู่บนผืนผ้าใบห่างออกไป"มานอนที่ถุงนอนนี่มา" อริยะเอ่ยปากเรียก เสียงทุ้มต่ำราบเรียบแฝงความจริงจัง"ไม่! ฉันนอนตรงนี้ได้!"สะวันนาปฏิเสธทันควันโดยไม่ลืมตา เสียงใสสั่นสะท้านด้วยความหนาว แต่ความดื้อรั้นและทิฐิในใจทำให้เธอไม่อยากยอมก้มหัวให้คนที่เพิ่งแกล้งเธอไปเมื่อหัวค่ำ"อย่าอวดเก่งน่ะสะวันนา ยามดึกในป่านี้มันหนาวมาก หนาวจนเธอทนไม่ไหวหรอก"อริยะเตือนเสียงเข้ม สายตาคมกริบมองร่างที่พยายามขดจนตัวกลมเพื่อสร้างความอบอุ่นให้ตัวเอง "ถ้าเธอไม่ลุกมาดีๆ คราวนี้ฉันจะเดินไปอุ้ม... แล้วอย่าหาว่าฉันไม่เตือน"เขาลุกขึ้นทำให้สะวันนาเบิกตากว้างกลัวที่เขาพูดว่าจะอุ้ม แต่ชายหนุ่มเดินไปที่กองไฟสุมฟืนเข้าไว้อีกเพื่อไล่ความเหน็บหนาวและสัตว์ป้ายามค่ำคืน“ฉันไม่นอนในถุงนอนนั่นเด็ดขาด...”“แต่เธอจำเป็นต้องง้อมันนะคนสวย”อริยะลากเสียงทุ้มต่ำพลางทรุดตัวลงนั่งข้างถุง

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 44... พันธนากลางป่าเถื่อน

    ความมืดมิดโรยตัวเข้าปกคลุมผืนป่าอย่างรวดเร็วราวกับมีใครนำม่านดำผืนใหญ่มาสวมทับ เสียงแมลงกลางคืนเริ่มส่งเสียงระงมขับเน้นความวังเวงรอบค่ายพักแรมชั่วคราว มีเพียงแสงสีส้มจากกองไฟที่อริยะก่อขึ้นเท่านั้นที่ช่วยให้ความอบอุ่นและขับไล่ความมืดออกไปได้บ้าง ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งลงฝั่งตรงข้ามของสะวันนา ขยับตัวหยิบห่อเสบียงแห้งที่หยิบติดมือมาจากค่ายของมัดลัมซีเปิดออก กลิ่นเค็มปร่าและกลิ่นอับของเนื้อตากแห้งลอยโชยออกมาทันที อริยะแบ่งเนื้อชิ้นหนึ่งยื่นให้หญิงสาวที่นอนหน้างออยู่บนผืนผ้า"เอ้า... กินซะ จะได้มีแรง"สะวันนายื่นมือมอมแมมไปรับมาอย่างเสียไม่ได้ แต่พอหยิบชิ้นเนื้อแห้งกรังขึ้นมาดูใกล้ ๆ ใบหน้าหวานก็เหยเกลงทันที เธอพลิกเนื้อก้อนแข็งพังพาบชิ้นนั้นไปมาด้วยสายตาสะอิดสะเอียน ความเหนียวและเนื้อสัมผัสที่ดูหยาบกระด้างจนแทบไม่เหมือนอาหาร ทำให้เธอรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบกลืนน้ำลายไม่ลง"จะให้ฉันกินไอ้ก้อนแข็ง ๆ เหมือนเศษไม้กลิ่นเน่า นี่จริง ๆ เหรอ..." สะวันนาพึมพำ เสียงแผ่วลงด้วยความขยาดอริยะที่กำลังเคี้ยวเนื้อแห้งในปากอย่างหน้าตาเฉยเหลือบสายตาขึ้นมอง ดวงตาคมกริบเป็นประกายวิบวับพราวระยับเมื่อเห็นท่าทางของ

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 43..เชือกผูกตัวหัวใจผูกพัน

    สายลมแรงปะทะใบหน้าจนเส้นผมกระจุยกระจาย ทว่าสิ่งเดียวที่สะวันนาโฟกัสได้ในตอนนี้คือแผ่นหลังกว้างของอริยะที่ควบม้าอยู่เบื้องหน้า มือทั้งสองข้างของเธอถูกพันธนาการด้วยเชือกดิบอย่างหนา ปลายเชือกผูกรั้งโยงติดกับอานม้าอย่างแน่นหนา ทำเอาเธอต้องคอยเกร็งตัวทรงตัวบนหลังม้าขยับตามแรงดึงรั้งจูงนำไปตามเส้นทางรกชัฏหลังจากควบม้าตะลุยฝ่าความวิบากมาครึ่งค่อนวัน อริยะเริ่มชะลอความเร็วของม้าลงเมื่อเข้าสู่ดงไม้ทึบ ชายหนุ่มเอี้ยวตัวกลับมามองร่างบางที่กระเทือนอยู่บนหลังม้าตามหลังเขามาติดๆ สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าเนียนใสที่บัดนี้ขึ้นสีระเรื่อเพราะแดดเผาและหยาดเหงื่อ"เก่งนี่... ไม่บ่นสักคำ"อริยะเอ่ยชม เสียงทุ้มต่ำลากยาวเนือยๆ ทว่าแฝงความรู้สึกทึ่งในความอึดของหญิงสาวอย่างปิดไม่มิดสะวันนาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตวัดสายตากลมโตคู่สวยมองค้อนเขาเขม็ง เธอเม้มปากอิ่มตึงแน่นพยายามฝืนอาการเจ็บแปลบที่ข้อมือเนื่องจากถูกเชือกเสียดสี"บ่นไปแล้วนายจะยอมแก้เชือกมัดมือให้ฉันไหมล่ะ"หญิงสาวสวนกลับ เสียงใสยังติดแววประชดประชันและดื้อดึง "ก็รู้ว่าบ่นไปก็เหนื่อยเปล่า ฉันเก็บแรงไว้คอยทรงตัวไม่ให้ตกม้าคอหักตายกลางป่าดีกว่า"อริยะหัว

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 42... ไออุ่นรักในรุ่งสาง

    แสงแดดยามเช้า ส่องผ่านกิ่งไม้หนาทึบลงมาเป็นเส้นตรง ผืนป่าลึกเริ่มตื่นจากการหลับใหลด้วยเสียงนกกาที่พากันบินออกจากรัง พวกมันส่งเสียงร้องก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ผสมกับเสียงแมลงตัวเล็กตัวน้อยและเสียงจักจั่นที่กรีดร้องรับอรุณ ลมหมาวจางหายไปแล้ว เหลือเพียงความเย็นสบายและความชื้นของน้ำค้างที่เกาะอยู่บนใบบอนใหญ่อริยะ ตื่นขึ้นมาก่อนเป็นคนแรก เขาขยับกายลุกขึ้นอย่างแผ่วเบาเพราะกลัวว่าจะทำคนข้างกายตื่น ชายหนุ่มเดินไปดับถ่านไฟที่ยังเหลือควันกรุ่น จากนั้นก็เริ่มลงมือเก็บข้าวของอย่างคล่องแคล่ว เขาม้วนผ้าห่มผืนหนา ดับกองไฟจนสนิท และนำกระเป๋าเสบียงทุกลูกไปมัดรัดเข้ากับอานม้าจนแน่นหนาชายหนุ่มเดินวุ่นทำโน่นทำนี่อยู่รอบ ๆ บริเวณพักแรมด้วยความเงียบเชียบที่สุดเพราะยังอยากให้สะวันนาได้นอนต่ออย่างเต็มตา หากแต่ทางด้านสะวันนานั้นเธอยังคงนอนนิ่งอยู่บนพื้นดิน ไม่ขยับนอจากขยับเปลือกตาเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง ร่างกายของเธอปวดเมื่อยและเหนื่อยล้ามากเพราะไม่ได้นอนหลับเต็มอิ่มมานานหลายวันตั้งแต่มัดพาหนีมา สะวันนากระพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่ความมึนงงออกจาหัว เมื่อสติเริ่มกลับมาครบถ้วน หญิงส

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 12 "งาสวรรค์... เมืองแห่งคำลวง"

    ‘จันทร์จวง’ แม่ม่ายสาวผู้ทรงเสน่ห์และเต็มไปด้วยเขี้ยวเล็บ หล่อนไม่ใช่เพียงเจ้าของคอกม้า แต่ยังเป็นผู้กว้างขวางที่มีหูตาอยู่แทบทุกหัวระแหงของ ‘งาสวรรค์’ แห่งดอยช้างเผือก ด้วยการเปิดห้องหับราคาถูกให้คนยากจนและเหล่านักแสวงโชคได้พักพิง ทำให้หล่อนเข้าถึงเครือข่ายข้อมูลจากคนทุกระดับชั้น ตั้งแต่กรรมกรไปจน

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 11:เงาหลอนในซอยเปลี่ยว

    "แกน่ะจัดการกันเอง เลิศมันเข้านอกออกในที่นั่นจนรู้ทางหนีทีไล่หมดแล้ว ทั้งรูปเป้าหมาย ทั้งที่อยู่ก็อยู่ในมือแกหมด จะต้องให้ไปชี้เป้าบ้าบออะไรอีก!"เขานิ่งไปอึดใจเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะย้ำคำขาด "จำไว้... ต่อจากนี้พวกแกจัดการกันเอง อย่าให้เรื่องลามมาถึงตัวฉันเด็ดขาด ส่วนเรื่องเงิน... ฉันจ่ายไม่อั้นถ้

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 10: เงาร้ายในมุมมืด

    ความเงียบปกคลุมโต๊ะได้ไม่นาน วิสกี้ขวดใหม่ก็ถูกส่งมาถึง มัดโบกมือไล่บริกรออกไปก่อนจะรับหน้าที่รินเหล้าส่งให้ทั้งสองด้วยตัวเอง ทว่าแขกแปลกหน้ากลับแสดงท่าทีรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด เขามองดูแก้วที่ขุ่นมัวด้วยรอยนิ้วมือพลางพึมพำลอดไรฟันเสียงกร้าว“ผมคิดว่าเราจะคุยกันเป็นส่วนตัวเสียอีก!” เขาหันไปตวาดใส่เ

  • พรางใจในแดนเถื่อน   ตอนที่ 9; เหล้าขวดเก่า... แขกหน้าใหม่

    ความเคืองแค้นยังคงสุมอยู่ในอกของ มัด ลัมชี ตลอดสองวันเต็มบนหลังม้า ระหว่างทางจาก ‘ภูสวรรค์’ มุ่งหน้าสู่ “ดอยช้างเผือก” ถิ่นที่เขาคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าบ้านเกิดท่ามกลางความสับสนวุ่นวายของร้านรวงและบ้านเรือนที่ดูมอซอ ไม่ได้ใหญ่โตตระการตาอย่างเมืองบางกอก แต่นี่คือแหล่งทำมาหากินที่ทำให้เขามีตัวตน เป็นที่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status