แชร์

บทที่ 4

ผู้เขียน: มัญนิตา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-06-13 13:40:00

ชีวิตนี้ภคมณเกิดมาบนกองเงินกองทองโดยแท้ ได้รับความรักจากครอบครัวล้นเหลือ พวกเขาประคบประหงมเธอดั่งไข่ในหิน ไม่ว่าต้องการสิ่งใดก็ล้วนได้มาง่ายดายยิ่ง ไม่เคยได้รับความทุกข์ยากลำบากใจเลย

ทว่าเรื่องใดๆ ในโลกนี้ล้วนไม่จีรังยั่งยืน

เป็นคุณหนูบ้านรวยอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคุณหนูตกอับไม่ทันตั้งตัว!

เหตุมันเกิดขึ้นในตอนที่ภคมณเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย จู่ๆ บริษัทของบิดาก็ประสบปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ มีการฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก คุณเรวัช บิดาของเธอพยายามหาทางออกให้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกหุ้นส่วนหักหลังด้วยการขอถอนตัวกะทันหัน โยนปัญหาให้ท่านสะสางคนเดียว

ความเครียดและกดดันในขณะนั้น คงหนักหนาเกินกว่าท่านจะทนไหว วันหนึ่งท่านจึงตัดสินใจจบชีวิตด้วยการยิงตัวเองในห้องทำงานบนชั้นสองของบ้าน แต่การจบชีวิตของท่าน ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบตามไปด้วย

ความเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไปแบบไม่มีวันกลับยังไม่ทันจืดจาง ก็มีคนมาโวยวายให้คุณภัคจิรา มารดาของเธอชดใช้เงินแทนสามีที่ล่วงลับ

...เป็นเงินก้อนใหญ่สมราคาที่คุณเรวัชตัดสินใจจบชีวิตหนีมัน

พวกเธอแม่ลูกคิดว่าเงินที่มีอยู่ไม่น่าจะพอชดใช้ จึงบากหน้าไปขอหยิบยืมจากญาติใกล้ชิดมาสมทบ แต่ไม่มีญาติที่ไหนให้ความช่วยเหลือเลย แถมทำตัวห่างเหินเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ขณะที่เพื่อนในสังคมที่คุณภัคจิราไม่คิดว่าจะให้ความช่วยเหลือ กลับยื่นมือมาช่วยโดยไม่ได้ร้องขอ พอได้เห็นธาตุแท้ของญาติๆ ในตอนนั้น มารดาของเธอจึงตัดขาดพวกเขาทั้งหมดทันที

หลังจากนั้นท่านก็กัดฟันรับเงินจากเพื่อนคนนั้นมารวมกับเงินที่เหลืออยู่ในบ้าน เอาไปจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่พอก็เอาทรัพย์สินของมีค่าในบ้านไปขายเปลี่ยนเป็นเงิน อะไรขายได้ คือขายหมด คนรับใช้ คนขับรถ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นถูกตัดทิ้งไม่เหลือ รถส่วนตัวของเธอก็ถูกขายไปในการนี้

กว่าจะชดใช้เงินจบสิ้น เราสองคนแม่ลูกก็แทบจะสิ้นเนื้อสิ้นตัวกันเลยทีเดียว สิ้นทั้งเงินทองและเพื่อนฝูง มีคนหายไปจากชีวิตมากมายหลายคน เหลือคนที่อยู่เคียงข้างความจริงใจแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

ต่อมาคุณภัคจิรายังขายบริษัทนั่นทิ้งอย่างไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก เงินที่ได้มาก็แบ่งไปคืนให้เพื่อนท่าน และเก็บเป็นทุนรอนใช้ชีวิตต่อไป

ภคมณไม่ได้คัดค้านสิ่งที่มารดาทำ ด้วยกลัวว่าท่านจะเครียดจนคิดสั้นเหมือนบิดาอีกคน

เดิมทีนึกว่าขายบริษัททิ้งไปแล้วจะหลุดพ้น กลับมามีความสุขเหมือนเดิม แต่เห็นได้ชัดว่ามันกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว ภาพคนที่เรารักนอนจมกองเลือดอยู่ในบ้านเป็นเหมือนแผลที่ไม่มีวันหายของเธอกับมารดา เราสองคนอยู่อย่างไม่มีความสุข จากที่เคยอ้วนท้วมก็ผ่ายผอมลงในเวลาไม่กี่เดือนนั้นเอง

รอกระทั่งภคมณเรียนจบ มีงานมั่นคงทำแล้ว จึงขายบ้านทิ้ง เอาเงินมาซื้อบ้านหลังเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานของเธอแทน แต่ก็ยังอยู่ในละแวกบ้านเก่า เธอให้มารดาเก็บเงินที่เหลือไว้เป็นเงินฉุกเฉิน ส่วนค่าใช้จ่ายในบ้านเธอจะรับผิดชอบเอง แต่ท่านก็ไม่เห็นด้วย ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ ให้ลูกเลี้ยง เลยแบ่งเงินไปลงทุนทำธุรกิจความสวยความงามกับเพื่อนที่ไม่ได้ทอดทิ้งไป เธอเห็นความตั้งใจนั้นแล้วก็ได้แต่ปล่อยให้ท่านทำตามใจ หลังจากนั้นก็ต่างยุ่งกับงาน เรื่องเลวร้ายถูกโยนไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ ไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอีกเลย

ก็ใช้ชีวิตสองคนแม่ลูกอยู่เกือบปี จู่ๆ คุณภัคจิราก็พาฝรั่งคนหนึ่งมาแนะนำในฐานะคนรัก ถ้าเธอไม่คัดค้าน พวกเขาจะแต่งงานกันและพาเธอย้ายไปอยู่เมืองนอกด้วย ภคมณนี่ถึงกับอึ้งกิมกี่!

แต่ไม่ได้คัดค้านการคบกันของพวกเขา เห็นมารดามีความสุขกับรักครั้งใหม่ เธอย่อมดีใจด้วย ท่านเศร้าเสียใจมามากพอแล้ว

ทว่าไม่คัดค้าน ก็ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วย

ภคมณรอจนแน่ใจ ว่าคนที่จะมาเป็นพ่อเลี้ยงนั้นรักและหวังดีกับคุณภัคจิราจริงๆ เธอจึงยินยอมให้พวกเขาได้แต่งงานกัน แต่เรื่องย้ายไปอยู่เมืองนอกกับพวกเขานั้น เธอขอบาย ซึ่งก็ทำให้มารดาเกือบล้มงานวิวาห์ เพราะท่านไม่อยากทิ้งเธอให้อยู่ที่เมืองไทยคนเดียว ต้องปะเหลาะว่าอยู่ได้จริงๆ บอกว่ามีประวีร์กับรจนาที่คบกันอย่างเหนียวแน่นอยู่ดูแลไม่ห่างแน่นอน ท่านถึงได้ยอมรับการตัดสินใจของเธอ

ถึงตอนนี้คุณนายภัคจิราก็ย้ายไปอยู่สามีที่เมืองนอกได้สามปีกว่าแล้ว แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เราแม่ลูกก็ติดต่อกันเสมอ นั่งเครื่องบินไปหากันปีละครั้งสองครั้ง แม้ไม่มีฐานะร่ำรวยเหมือนก่อน เราก็ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข เจออุปสรรคบ้าง แต่ล้วนผ่านมาได้ด้วยดี

“ไอ้พาย! ยืนเหม่ออะไรของแกน่ะ”

คนเผลอยื่นเหม่อคิดถึงเรื่องในอดีต เพราะมารดาเพิ่งโทรศัพท์บอกว่าปีนี้จะกลับไทยทีเดียวช่วงครบรอบวันจากไปของบิดา ซึ่งอยู่ช่วงปลายปี ห่างจากตอนนี้ราวเจ็ดแปดเดือน หันไปมองประวีร์ที่ตะโกนเรียกเสียงดัง ทั้งที่นั่งอยู่ข้างๆ กันนี่เอง สามปีที่ผ่านมา ประวีร์กับรจนาอยู่ดูแลเธอไม่ห่างอย่างที่อ้างไว้จริงๆ แถมยังมารวมตัวที่บ้านเธอบ่อยมาก ด้วยบ้านนี้มีเธออยู่คนเดียว ไม่ต้องเกรงใจใครนั่นเอง วันนี้ก็เป็นอีกวันที่สองคนนี้นัดกันมากินข้าวบ้านเธอ

นึกถึงที่อีกฝ่ายคอยอยู่เคียงข้างมาตลอด สายตาไม่พอใจที่ถูกเรียกเสียงดังพลันอ่อนลง เช่นเดียวกับเสียงที่ถาม

“แกจะเรียกเสียงดังทำไม เรียกเบาๆ ฉันก็ได้ยินมั้ย”

ประวีร์ถลึงตาใส่ “ได้ยินบ้านแกสิ! เรียกตั้งนาน ไม่หือไม่อือ เป็นอะไรวะ”

“คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ แล้วเรียกทำไม”

“ทะเลผัดฉ่านี่เหลือจานสุดท้ายแล้วเหรอ ขอเบิกเพิ่มอีกสักจานได้มั้ย”

“ไม่มี หมดนั่นแล้วก็หมดเลย” ยิ้มเย็นตอบแล้วภคมณก็เดินถือโทรศัพท์ไปหารจนาตรงโซฟาในห้องนั่งเล่น ตอนนี้รจนาคนสวยกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งไปแล้ว วันนี้ก็พาลูกสาวตัวน้อยมาตั้งแต่หัวค่ำ ส่วนประวีร์ที่ผ่าตัดแปลงเพศจนสวยเช้งไปทั้งตัว กลายเป็น ‘เธอ’ อย่างสมบูรณ์แบบแล้วนั้น มาช้าไปสองชั่วโมง...

“แค่นี้จะไปอิ่มอะไร ทำกับวีวี่แบบนี้ไม่ได้นะ!” ประวีร์ท้วงทันที ก่อนหน้านี้เพื่อนส่งรูปไปให้ดูมีแต่อาหารคาวหวานเต็มโต๊ะ พอมาถึงกลับเหลือแค่ทะเลผัดฉ่ากับไข่เจียวจานเดียว

“อยากมาช้าเองนี่”

“เออ แกไปฟาดผัดฉ่าหนุ่มเนื้ออ่อนจนมาช้าขนาดนี้ จะมาหิวอะไรอีก ไม่ใช่แซ่บถึงทรวงมาแล้วหรอ” รจนาพูดหยอกขึ้นมาบ้าง นัดเจอกันตั้งแต่หัวค่ำ ประวีร์เล่นโผล่มาเอาตอนจะสามทุ่ม อย่าว่าแต่อาหาร เธอเองก็จะกลับแล้วเหมือนกัน ติดที่ต้องรอให้สามีมารับนี่ละ

คนไปแซ่บกับหนุ่มมาจริงๆ ลอยหน้าลอยตาบอก “ทั้งแซ่บทั้งแสบไปทั้งทรวงเลยค่ะ แต่นั่นก็แค่ของหวานล้างปาก ไม่ช่วยให้อร่อยอิ่มท้องเหมือนกับข้าวกับปลาของเพื่อนนี่นา”

รจนากับภคมณพากันกลอกตาเบ้ปากใส่

มัวแต่ใช้แรงกินผู้ชายจนไม่ได้กินอะไร เลยหิวโซมาอย่างนี้สิไม่ว่า! 

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 6

    “ฉันอยู่แต่ในบ้านที่ไหน” ภคมณพูดยิ้มๆ พลางวางมัลลิกาลงกับเบาะข้างตัว “ไม่เห็นเหรอว่าออกไปส่งเค้กทุกวัน เจอคนเยอะแยะไป รอสักวันข้างหน้า ฟ้าต้องส่งคนดีๆ มาเป็นพ่อของลูกฉันสักคนแหละน่า”“รอแล้วจะบ่นทำไม บ่นแล้วได้อะไร อยากมีต้องหาสิ!”“เออ ถ้าไงให้พวกเราช่วยหาให้มั้ย” รจนารีบเอ่ยสนับสนุน “เพื่อนของพ่อยายหนูก็งานดีทั้งนั้น เดี๋ยวคัดให้เลย”อีกละ...ภคมณละทั้งขำทั้งฉุน นี่เป็นรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ ที่เพื่อนทั้งสองเสนอตัวช่วยหาผู้ชายให้ ในเมื่ออยากช่วยนัก จะสงเคราะห์ให้แล้วกัน คิดแล้วก็ทำเป็นพยักหน้าบอก “ก็ได้ แต่ต้องหาให้ได้คุณสมบัตินี้นะ” เธองัดนิ้วป้อมๆ ของมัลลิกาชูขึ้นหนึ่งนิ้วแล้วพูดต่อ “ข้อแรก นิสัยดี”“ถึงแกไม่บอก พวกฉันก็ต้องหาให้อยู่แล้ว!!” ประวีร์กับรจนาบอกพร้อมกัน“โอเค ข้อสองขอคนหน้าตาดีหน่อย ลูกจะได้เกิดมาสวยหล่อเหมือนพ่อแม่”“เยอะแยะ!!”“อายุมากกว่า ขอไม่เกินห้าปี แก่ไปเข้ากันยาก”“มีอยู่แล้ว!”“ขอคนไม่เจ้าชู้ อบอุ่น สุขุมนุ่มลึก พึ่งพาได้”รจนาบอกอย่างมั่นใจ “หาได้น่า!”“อืม อะไรอีกดีอะ” ภคมณเอียงคอคิดเล็กน้อยพลางเล่นมือน้อยของมัลลิกาไปด้วย ครู่หนึ่งก็บอกออกมา “ขอคนที่เลี้

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 5

    ภคมณนั้นเบ้ปากแล้วก็พูดลอยๆ ขึ้นมา “ว้า แอบไปกินของหวานล้างปากมาก่อนแล้วแบบนี้ ของหวานที่เราเก็บไว้ให้ คงไม่มีที่ให้ยัดแล้วสินะ”“มีสิ!” ประวีร์ทำตาโตบอกทันที “สำหรับของหวานที่ทั้งสวยทั้งอร่อยของพายหวาน วีวี่มีที่ให้ยัดไม่จำกัดเลยค่ะ ว่าแต่วันนี้มีของโปรดวีวี่มะ?”“มะยงชิดชีสพาย โปรดหรือเปล่าล่ะ”“อ๊าย! ถ้ารู้ว่าวันนี้แกทำของโปรดฉัน จะรีบมาแต่บ่ายเลย!”พูดจบประวีร์ก็ปรี่ไปเปิดตู้แช่เค้กในห้องติดกับครัว ภคมณนั้นชื่นชอบการอบเค้กมาแต่ไหนแต่ไร พอคุณภัคจิราย้ายไปอยู่เมืองนอก เลยจัดการรีโนเวทห้องอเนกประสงค์ข้างครัวเป็นห้องอบขนม จากที่ทำกินเองบ้าง แจกเพื่อนบ้าง ภคมณก็เริ่มเปิดรับออเดอร์ขายเป็นงานอดิเรก ทำไปทำมาดันขายดิบขายดีจนรายได้พุ่งแซงเงินเดือน ภคมณจึงลาออกจากการเป็นลูกน้องเขา แล้วมาทำเค้กขายอย่างจริงจัง ทำให้ห้องนี้กลายเป็นสถานที่ทำงานหลักของเจ้าตัวมาเกือบสองปีแล้วตอนที่ทำเป็นงานอดิเรก ‘พายหวาน’ ร้านเค้กโฮมเมดเล็กๆ แต่คุณภาพไม่เล็กของภคมณก็มีชื่อเรื่องรสชาติและความสวยงามตามสมัยนิยมในกลุ่มเค้กเลิฟเวอร์แล้ว ในแต่ละเดือนทำเงินได้เยอะพอสมควร เมื่อหันมาลงมือทำจริงจังจึงได้รับการตอบรับเป็นอย

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 4

    ชีวิตนี้ภคมณเกิดมาบนกองเงินกองทองโดยแท้ ได้รับความรักจากครอบครัวล้นเหลือ พวกเขาประคบประหงมเธอดั่งไข่ในหิน ไม่ว่าต้องการสิ่งใดก็ล้วนได้มาง่ายดายยิ่ง ไม่เคยได้รับความทุกข์ยากลำบากใจเลยทว่าเรื่องใดๆ ในโลกนี้ล้วนไม่จีรังยั่งยืนเป็นคุณหนูบ้านรวยอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคุณหนูตกอับไม่ทันตั้งตัว!เหตุมันเกิดขึ้นในตอนที่ภคมณเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย จู่ๆ บริษัทของบิดาก็ประสบปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ มีการฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก คุณเรวัช บิดาของเธอพยายามหาทางออกให้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกหุ้นส่วนหักหลังด้วยการขอถอนตัวกะทันหัน โยนปัญหาให้ท่านสะสางคนเดียวความเครียดและกดดันในขณะนั้น คงหนักหนาเกินกว่าท่านจะทนไหว วันหนึ่งท่านจึงตัดสินใจจบชีวิตด้วยการยิงตัวเองในห้องทำงานบนชั้นสองของบ้าน แต่การจบชีวิตของท่าน ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบตามไปด้วยความเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไปแบบไม่มีวันกลับยังไม่ทันจืดจาง ก็มีคนมาโวยวายให้คุณภัคจิรา มารดาของเธอชดใช้เงินแทนสามีที่ล่วงลับ...เป็นเงินก้อนใหญ่สมราคาที่คุณเรวัชตัดสินใจจบชีวิตหนีมันพวกเธอแม่ลูกคิดว่าเงินที่มีอยู่ไม่น่าจะพอชดใช้ จึงบากหน้

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 3

    “คนหล่อๆ ที่สวมแว่นน่ะ ชื่อพี่ธีร์ นอกจากจะหล่อมากแล้ว ยังเรียนเก่งมากด้วย บ้านรวยสุดๆ มาโรงเรียนก็มีรถคอยรับส่งเหมือนแกแหละ ส่วนตี๋หล่อที่มาด้วยกันนั่นชื่อพี่ตง เป็นเพื่อนสนิทของพี่ธีร์ บ้านรวยไม่แพ้กัน ไม่รู้ทำไมวันนี้พวกเขาถึงมาใช้รถเมล์ สงสัยจะเป็นพรหมลิขิตนำพาให้เรามาเจอกัน อ๊าย! ฉันได้นั่งรถกลับบ้านพร้อมสองหนุ่มที่ฮอตที่สุดในโรงเรียนเราด้วยอะ!”ภคมณรับข้อมูลมาครบแล้วก็ช้อนตามองเพื่อนที่หวีดเสียงสูงขึ้นในตอนหลัง “ทำไมวีรู้เรื่องพี่เขาเยอะจัง”“ไม่ใช่แค่พี่ธีร์กับพี่ตงนะ วีวี่รู้เรื่องคนหล่อๆ ในโรงเรียนเราทุกคนนั่นแหละ” ประวีร์บอกเสียงใส ก่อนจะหรี่ตาถาม “แกน่ะ สนใจพี่ธีร์หรอ”“อือ พี่เขาหล่อมาก” ภคมณเอ่ย แล้วแอบหันหน้าไปดูคนหล่อด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ เป็นผลให้ประวีร์อมยิ้มแซว“ตกหลุมรักเข้าแล้วสิเพื่อนฉัน”“ตกหลุมรัก...”“ค่า อาการที่แกเป็นอยู่ตอนนี้ เรียกกันว่าตกหลุมรัก ก็ไม่แปลกอะนะ ฉันกับสาวๆ ทั้งโรงเรียนเคยตกหลุมรักพี่ธีร์มาแล้วทั้งนั้น เค้กกับช็อกโกแลตที่แกได้กินบ่อยๆ ส่วนใหญ่ก็มาจากที่ฉันเอาไปให้พี่ธีร์ที่เรารักนี่ละ”“เขาคือคนที่พวกแกเอาเค้กกับช็อกโกแลตไปให้ แต่โดนตีกลับมาทุก

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 2

    “อ้าว! ไม่ทันละ” ภคมณทำตาปริบๆ มองตามรถไป“เพราะแกแหละ ห่วงแต่กิน!”“เอาน่า นู้นไง มาอีกคันแล้ว ไม่เห็นต้องรอนานเลย”ประวีร์มองรถเมล์สายเดียวกันที่แล่นเข้ามาแต่ไกลแล้วถลึงตาใส่แม่ตัวดี เพราะคันเมื่อกี้เป็นรถปรับอากาศแสนเย็นฉ่ำ แต่คันนี้น่ะเป็นรถปรับอากาศด้วยการเปิดหน้าต่าง!“ไม่ต้องรอนาน แต่มันร้อนนนนนนนน” เขาลากเสียงโอดครวญ“ขึ้นๆ ไปเถอะน่า ถึงบ้านเหมือนกันแหละ”ว่าแล้วภคมณก็เดินไปยืนโบกมือเรียกให้รถเมล์จอด พอเห็นว่าบนรถมีผู้โดยสารนั่งมาไม่ถึงสิบคนก็รีบก้าวขึ้นไปอย่างร่าเริง สงสัยคนที่จะโดยสารไปกับรถสายนี้คงขึ้นรถปรับอากาศไปหมดแล้วแน่ๆสาวน้อยเลือกนั่งลงบนเก้าอี้คู่แถวกลางๆ โดยนั่งชิดหน้าต่าง ให้ประวีร์นั่งด้านใน มือก็ล้วงเศษเหรียญในกระเป๋าสตางค์ใบเล็กออกมารอจ่ายค่าตั๋วรถ แล้วค่อยเปิดถุงกล้วยทอดหยิบกินอย่างมีความสุข คนน้อยแบบนี้ หน้าต่างเปิดกว้างจนลมโกรกแบบนี้ เธอก็จกของกินแบบไม่ต้องกลัวว่าจะส่งกลิ่นรบกวนคนอื่นได้เลยน่ะสิ“ง่ำ!”“แกนี่มัน...” ประวีร์ที่ก้าวขึ้นรถตามมาเห็นเข้าถึงกับจนด้วยคำพูด ได้แต่นั่งลงข้างเพื่อน เตรียมเหรียญจ่ายค่าตั๋วรถอย่างอ่อนใจแกมเอ็นดูในตอนนี้เองที่สายตาเขาม

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 1

    ครอบครัวของภคมณนั้นมีฐานะร่ำรวย เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของบ้าน จึงโตมาแบบอยู่ดีกินดี เรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดัง มีคนขับรถรับส่งตลอด เพื่อนในห้องเรียกเธอว่า ‘คุณหนูพายหวาน’ กันทั้งนั้นเพราะอยู่ดีกินดีนี่ละ เธอเลยกินเก่งมาก จ้ำม่ำสุดๆ แต่ด้วยมีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม แก้มแดงเป็นมะเขือเทศสุก ผิวขาวผ่องปานน้ำนม พออ้วนๆ กลมๆ จึงดูน่ารักน่าหยิกเป็นที่สุดภคมณเป็นที่รักของเพื่อน พอๆ กับเป็นที่รักพ่อค้าแม่ค้าหน้าโรงเรียน เพราะเธอแวะไปอุดหนุนพวกเขาหลังเลิกเรียนทุกวัน ยิ่งวันที่ขอนั่งรถกลับบ้านกับเพื่อนๆ ได้นี่ คือซื้อสะบัด...เหมือนวันนี้พอเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นปุ๊บ ภคมณก็ลากรจนากับประวีร์พุ่งตัวออกจากโรงเรียนปั๊บไม่ใช่รีบกลับบ้านอะไรแต่รีบไปซื้อของกินหน้าโรงเรียนต่างหาก!“ฉันจะไปซื้อน้ำปั่นกับขนมเบื้องร้านนั้น พวกแกอยากกินอะไรก็ไปซื้อเอานะ” พูดจบก็เดินตัวปลิวไปหาของกินจนผมเปียทั้งสองข้างสะบัดไปมาพอเห็นของกิน ภคมณคือไม่สนใจอะไรอย่างนี้ทุกทีเด็กหญิงรจนาหน้าหวานคิดพลางหันไปส่ายหน้ายิ้มๆ กับเด็กชายประวีร์ ผู้มีร่างเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง“คอยดูนะ หางเปียสะบัดขนาดนั้น ยายนั่นไม่ได้ซื้อมาแค่สองอย่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status