공유

บทที่ 4

last update 게시일: 2026-06-13 13:40:00

ชีวิตนี้ภคมณเกิดมาบนกองเงินกองทองโดยแท้ ได้รับความรักจากครอบครัวล้นเหลือ พวกเขาประคบประหงมเธอดั่งไข่ในหิน ไม่ว่าต้องการสิ่งใดก็ล้วนได้มาง่ายดายยิ่ง ไม่เคยได้รับความทุกข์ยากลำบากใจเลย

ทว่าเรื่องใดๆ ในโลกนี้ล้วนไม่จีรังยั่งยืน

เป็นคุณหนูบ้านรวยอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคุณหนูตกอับไม่ทันตั้งตัว!

เหตุมันเกิดขึ้นในตอนที่ภคมณเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย จู่ๆ บริษัทของบิดาก็ประสบปัญหาทางการเงินครั้งใหญ่ มีการฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นเงินจำนวนมาก คุณเรวัช บิดาของเธอพยายามหาทางออกให้ปัญหาที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกหุ้นส่วนหักหลังด้วยการขอถอนตัวกะทันหัน โยนปัญหาให้ท่านสะสางคนเดียว

ความเครียดและกดดันในขณะนั้น คงหนักหนาเกินกว่าท่านจะทนไหว วันหนึ่งท่านจึงตัดสินใจจบชีวิตด้วยการยิงตัวเองในห้องทำงานบนชั้นสองของบ้าน แต่การจบชีวิตของท่าน ไม่ได้ทำให้ปัญหาจบตามไปด้วย

ความเศร้าโศกเสียใจกับการสูญเสียหัวหน้าครอบครัวไปแบบไม่มีวันกลับยังไม่ทันจืดจาง ก็มีคนมาโวยวายให้คุณภัคจิรา มารดาของเธอชดใช้เงินแทนสามีที่ล่วงลับ

...เป็นเงินก้อนใหญ่สมราคาที่คุณเรวัชตัดสินใจจบชีวิตหนีมัน

พวกเธอแม่ลูกคิดว่าเงินที่มีอยู่ไม่น่าจะพอชดใช้ จึงบากหน้าไปขอหยิบยืมจากญาติใกล้ชิดมาสมทบ แต่ไม่มีญาติที่ไหนให้ความช่วยเหลือเลย แถมทำตัวห่างเหินเหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ขณะที่เพื่อนในสังคมที่คุณภัคจิราไม่คิดว่าจะให้ความช่วยเหลือ กลับยื่นมือมาช่วยโดยไม่ได้ร้องขอ พอได้เห็นธาตุแท้ของญาติๆ ในตอนนั้น มารดาของเธอจึงตัดขาดพวกเขาทั้งหมดทันที

หลังจากนั้นท่านก็กัดฟันรับเงินจากเพื่อนคนนั้นมารวมกับเงินที่เหลืออยู่ในบ้าน เอาไปจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่พอก็เอาทรัพย์สินของมีค่าในบ้านไปขายเปลี่ยนเป็นเงิน อะไรขายได้ คือขายหมด คนรับใช้ คนขับรถ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นถูกตัดทิ้งไม่เหลือ รถส่วนตัวของเธอก็ถูกขายไปในการนี้

กว่าจะชดใช้เงินจบสิ้น เราสองคนแม่ลูกก็แทบจะสิ้นเนื้อสิ้นตัวกันเลยทีเดียว สิ้นทั้งเงินทองและเพื่อนฝูง มีคนหายไปจากชีวิตมากมายหลายคน เหลือคนที่อยู่เคียงข้างความจริงใจแค่ไม่กี่คนเท่านั้น

ต่อมาคุณภัคจิรายังขายบริษัทนั่นทิ้งอย่างไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมันอีก เงินที่ได้มาก็แบ่งไปคืนให้เพื่อนท่าน และเก็บเป็นทุนรอนใช้ชีวิตต่อไป

ภคมณไม่ได้คัดค้านสิ่งที่มารดาทำ ด้วยกลัวว่าท่านจะเครียดจนคิดสั้นเหมือนบิดาอีกคน

เดิมทีนึกว่าขายบริษัททิ้งไปแล้วจะหลุดพ้น กลับมามีความสุขเหมือนเดิม แต่เห็นได้ชัดว่ามันกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว ภาพคนที่เรารักนอนจมกองเลือดอยู่ในบ้านเป็นเหมือนแผลที่ไม่มีวันหายของเธอกับมารดา เราสองคนอยู่อย่างไม่มีความสุข จากที่เคยอ้วนท้วมก็ผ่ายผอมลงในเวลาไม่กี่เดือนนั้นเอง

รอกระทั่งภคมณเรียนจบ มีงานมั่นคงทำแล้ว จึงขายบ้านทิ้ง เอาเงินมาซื้อบ้านหลังเล็กที่อยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานของเธอแทน แต่ก็ยังอยู่ในละแวกบ้านเก่า เธอให้มารดาเก็บเงินที่เหลือไว้เป็นเงินฉุกเฉิน ส่วนค่าใช้จ่ายในบ้านเธอจะรับผิดชอบเอง แต่ท่านก็ไม่เห็นด้วย ไม่อยากอยู่บ้านเฉยๆ ให้ลูกเลี้ยง เลยแบ่งเงินไปลงทุนทำธุรกิจความสวยความงามกับเพื่อนที่ไม่ได้ทอดทิ้งไป เธอเห็นความตั้งใจนั้นแล้วก็ได้แต่ปล่อยให้ท่านทำตามใจ หลังจากนั้นก็ต่างยุ่งกับงาน เรื่องเลวร้ายถูกโยนไว้ในส่วนลึกของความทรงจำ ไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอีกเลย

ก็ใช้ชีวิตสองคนแม่ลูกอยู่เกือบปี จู่ๆ คุณภัคจิราก็พาฝรั่งคนหนึ่งมาแนะนำในฐานะคนรัก ถ้าเธอไม่คัดค้าน พวกเขาจะแต่งงานกันและพาเธอย้ายไปอยู่เมืองนอกด้วย ภคมณนี่ถึงกับอึ้งกิมกี่!

แต่ไม่ได้คัดค้านการคบกันของพวกเขา เห็นมารดามีความสุขกับรักครั้งใหม่ เธอย่อมดีใจด้วย ท่านเศร้าเสียใจมามากพอแล้ว

ทว่าไม่คัดค้าน ก็ไม่ได้แปลว่าเห็นด้วย

ภคมณรอจนแน่ใจ ว่าคนที่จะมาเป็นพ่อเลี้ยงนั้นรักและหวังดีกับคุณภัคจิราจริงๆ เธอจึงยินยอมให้พวกเขาได้แต่งงานกัน แต่เรื่องย้ายไปอยู่เมืองนอกกับพวกเขานั้น เธอขอบาย ซึ่งก็ทำให้มารดาเกือบล้มงานวิวาห์ เพราะท่านไม่อยากทิ้งเธอให้อยู่ที่เมืองไทยคนเดียว ต้องปะเหลาะว่าอยู่ได้จริงๆ บอกว่ามีประวีร์กับรจนาที่คบกันอย่างเหนียวแน่นอยู่ดูแลไม่ห่างแน่นอน ท่านถึงได้ยอมรับการตัดสินใจของเธอ

ถึงตอนนี้คุณนายภัคจิราก็ย้ายไปอยู่สามีที่เมืองนอกได้สามปีกว่าแล้ว แม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่เราแม่ลูกก็ติดต่อกันเสมอ นั่งเครื่องบินไปหากันปีละครั้งสองครั้ง แม้ไม่มีฐานะร่ำรวยเหมือนก่อน เราก็ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข เจออุปสรรคบ้าง แต่ล้วนผ่านมาได้ด้วยดี

“ไอ้พาย! ยืนเหม่ออะไรของแกน่ะ”

คนเผลอยื่นเหม่อคิดถึงเรื่องในอดีต เพราะมารดาเพิ่งโทรศัพท์บอกว่าปีนี้จะกลับไทยทีเดียวช่วงครบรอบวันจากไปของบิดา ซึ่งอยู่ช่วงปลายปี ห่างจากตอนนี้ราวเจ็ดแปดเดือน หันไปมองประวีร์ที่ตะโกนเรียกเสียงดัง ทั้งที่นั่งอยู่ข้างๆ กันนี่เอง สามปีที่ผ่านมา ประวีร์กับรจนาอยู่ดูแลเธอไม่ห่างอย่างที่อ้างไว้จริงๆ แถมยังมารวมตัวที่บ้านเธอบ่อยมาก ด้วยบ้านนี้มีเธออยู่คนเดียว ไม่ต้องเกรงใจใครนั่นเอง วันนี้ก็เป็นอีกวันที่สองคนนี้นัดกันมากินข้าวบ้านเธอ

นึกถึงที่อีกฝ่ายคอยอยู่เคียงข้างมาตลอด สายตาไม่พอใจที่ถูกเรียกเสียงดังพลันอ่อนลง เช่นเดียวกับเสียงที่ถาม

“แกจะเรียกเสียงดังทำไม เรียกเบาๆ ฉันก็ได้ยินมั้ย”

ประวีร์ถลึงตาใส่ “ได้ยินบ้านแกสิ! เรียกตั้งนาน ไม่หือไม่อือ เป็นอะไรวะ”

“คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ แล้วเรียกทำไม”

“ทะเลผัดฉ่านี่เหลือจานสุดท้ายแล้วเหรอ ขอเบิกเพิ่มอีกสักจานได้มั้ย”

“ไม่มี หมดนั่นแล้วก็หมดเลย” ยิ้มเย็นตอบแล้วภคมณก็เดินถือโทรศัพท์ไปหารจนาตรงโซฟาในห้องนั่งเล่น ตอนนี้รจนาคนสวยกลายเป็นคุณแม่ลูกหนึ่งไปแล้ว วันนี้ก็พาลูกสาวตัวน้อยมาตั้งแต่หัวค่ำ ส่วนประวีร์ที่ผ่าตัดแปลงเพศจนสวยเช้งไปทั้งตัว กลายเป็น ‘เธอ’ อย่างสมบูรณ์แบบแล้วนั้น มาช้าไปสองชั่วโมง...

“แค่นี้จะไปอิ่มอะไร ทำกับวีวี่แบบนี้ไม่ได้นะ!” ประวีร์ท้วงทันที ก่อนหน้านี้เพื่อนส่งรูปไปให้ดูมีแต่อาหารคาวหวานเต็มโต๊ะ พอมาถึงกลับเหลือแค่ทะเลผัดฉ่ากับไข่เจียวจานเดียว

“อยากมาช้าเองนี่”

“เออ แกไปฟาดผัดฉ่าหนุ่มเนื้ออ่อนจนมาช้าขนาดนี้ จะมาหิวอะไรอีก ไม่ใช่แซ่บถึงทรวงมาแล้วหรอ” รจนาพูดหยอกขึ้นมาบ้าง นัดเจอกันตั้งแต่หัวค่ำ ประวีร์เล่นโผล่มาเอาตอนจะสามทุ่ม อย่าว่าแต่อาหาร เธอเองก็จะกลับแล้วเหมือนกัน ติดที่ต้องรอให้สามีมารับนี่ละ

คนไปแซ่บกับหนุ่มมาจริงๆ ลอยหน้าลอยตาบอก “ทั้งแซ่บทั้งแสบไปทั้งทรวงเลยค่ะ แต่นั่นก็แค่ของหวานล้างปาก ไม่ช่วยให้อร่อยอิ่มท้องเหมือนกับข้าวกับปลาของเพื่อนนี่นา”

รจนากับภคมณพากันกลอกตาเบ้ปากใส่

มัวแต่ใช้แรงกินผู้ชายจนไม่ได้กินอะไร เลยหิวโซมาอย่างนี้สิไม่ว่า! 

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • พร่ำแต่จะรัก   ตอนพิเศษ 2

    “แดดดี้มาแล้ววววววว”เสียงเล็กใสตะโกนขึ้นทันทีที่เหลือบเห็นธีร์เปิดประตูเดินเข้ามาในออฟฟิศเย็นฉ่ำของโรงงานเค้กแห่งนี้ จากนั้นเด็กหญิงวัยสี่ขวบในชุดกระโปรงสุดน่ารักก็ทิ้งจานขนมและของเล่นในมือ พุ่งตัวมาหาเขาอย่างดีใจธีร์ก้มลงช้อนอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มอย่างเอ็นดู พอไม่เห็นภรรยากับลูกชายคนเล็กที่ควรจะรอเขามารับกลับบ้านอยู่ในห้องนี้ด้วย จึงก้มถามลูกสาว “เค้กอยู่คนเดียวเหรอคะ มามี้กับน้องไปไหน”นี่เป็นสถานการณ์ไม่ปกติ ภคมณหายไปไหน ทำไมเธอไม่พาลูกคนนี้ไปด้วย ปกติเธอไม่เคยให้ลูกเล่นอยู่ตามลำพังอย่างนี้เลย หรือเพราะรู้ว่าเขากำลังจะมารับ?ขณะธีร์กำลังมุ่นคิ้วคิดกังวลอยู่นี่เอง คนตัวเล็กที่เขาอุ้มอยู่ก็ให้คำตอบมาว่า “คีนปู๊ดเหม็นๆ มามี้พาไปล้างก้นอยู่ค่ะ เค้กทำขนมรอ เดี๋ยวมามี้กับคีนออกมาซื้อ~”“โอเค ไหน เค้กทำขนมอะไรบ้างคะ แดดดี้ช่วยซื้อดีมั้ย”“ดีค่ะ!”ตอนนั้นเอง ภคมณกับเด็กชายธนนท์วัยสองขวบ ผู้มีใบหน้าถอดบิดาออกมาเป๊ะๆ ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่าธีร์อยู่ในห้องด้วยก็พากันยิ้ม

  • พร่ำแต่จะรัก   ตอนพิเศษ 1

    หลังจัดงานแต่งกันแบบเรียบง่าย ธีร์กับภคมณก็ไปฮันนีมูนหวานที่ทะเลใต้ ระหว่างนี้ธีร์ได้ดำเนินการเรื่องรีโนเวทบ้านทั้งสองให้กลายเป็นหลังเดียวไปด้วย ไม่รู้ว่าเขาทุ่มเงินกับเรื่องนี้มากแค่ไหน เพราะไปกันแค่ไม่กี่วัน กลับมาคือบ้านเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วหลายเดือนหลังจากนั้น เด็กหญิงธยาดา รณวัฒน์ หรือ น้องเค้ก โซ่ทองคล้องใจของพวกเขาก็คลอดออกมา หนูน้อยร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีเครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋ม ผิวขาวอมชมพู ตัวและแขนขาอวบเป็นมัดๆ ใครเห็นก็พูดว่าได้มารดามาทั้งก้อน มีเพียงผมและดวงตาสีดำขลับที่ได้บิดามา เจ้าก้อนของพวกเขาน่ารักจนใครๆ ก็หลงกันหัวปักหัวปำแน่นอนว่าคนได้เป็นพ่อคนแม่คนสมใจอยากนั้นย่อมรักลูกสาวคนนี้ปานแก้วตาดวงใจ ประคบประหงมลูกน้อยอย่างกับไข่ในหินภคมณที่อยากเลี้ยงลูกเอง วางแผนถอนตัวจากร้านเค้กมาดูแลอยู่เบื้องหลังตั้งแต่ลูกยังไม่คลอด เธอค่อยๆ ปล่อยให้ลูกน้องทำงานกันเอง ไม่ลงไปลุยเองทุกอย่างเหมือนก่อน พอลูกคลอดออกมา เธอเลยเลี้ยงลูกและทำงานไปด้วยอย่างไม่มีปัญหา ยังสามารถขยายร้านเป็นโรงงานส่งเค้กตามฝันได้แล้วด้วย เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง ที่เธอย้ายฐานผลิตไปอยู

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 75 (ตอนจบ)

    เมื่ออวยพรพร้อมมอบของขวัญให้ลูกสะใภ้เรียบร้อยแล้ว คุณชนาธิปกับคุณรุจีก็ขยับให้ที่คุณภัคจิราอวยพรต่อ“ขอให้ทั้งสองคนใช้ชีวิตด้วยกันให้สนุกและมีความสุขนะจ๊ะ รักกันให้มาก ทะเลาะกันให้น้อย มีเรื่องอะไรให้หันหน้าคุยกัน อย่าหันหลังให้กัน เข้าใจมั้ยพายหวาน” ประโยคหลังคุณรุจีพูดเน้นกับลูกสาวเป็นพิเศษ พอภคมณพยักหน้ารับ จึงเอ่ยต่อ “แม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่กับลูกตลอดเวลา แต่แม่รักพายเสมอนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่พายต้องการแม่ แม่จะมาหาพายทันที”“แม่ขา...” ภคมณโผเข้ากอดมารดาแน่น น้ำตาที่กลั้นมานานไหลออกมาทันที และนั่นก็ทำให้คุณภัคจิราน้ำตารื้นไปด้วย นาทีต่อมาทั้งสองก็ร้องไห้กันยกใหญ่ ร้องจนธีร์ใจไม่ดี รีบเอ่ยให้คำมั่นสยบน้ำตา“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะรักและดูแลพายดีๆ จะไม่ทำให้พายและคุณแม่ผิดหวังเสียใจแน่ครับ”คุณภัคจิราข่มก้อนสะอื้นพูดกับลูกเขย ขณะลูบหลังปลอบลูกสาวในอ้อมอก “ฝากแก้วตาดวงใจของแม่ด้วยนะพี่ธีร์ พายหวานเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตแม่ วันนี้แม่ยกให้พี่ธีร์ เพราะรู้ว่าพี่ธีร์รักน้องไม่แพ้กับที่น้องรักพี่ธี

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 74

    แม้จะเป็นแค่งานฉลองเล็กๆ แต่แขกก็มีมากกว่าสิบนับแขกทางฝ่ายธีร์ก็มีคนบ้านรณวัฒน์ทั้งบ้าน หลังจากพวกภคมณได้เห็นหน้าธาม พี่ชายของธีร์แล้วถึงบ้างอ้อ ว่าทำไมน้องไทม์ถึงหน้าเหมือนธีร์ขนาดนั้น สองหนุ่มนี่เหมือนกันอย่างกะแกะ ต่างแค่คนพี่เขาหน้าคมเข้มมากกว่า นอกจากนี้ยังมีสามหนุ่ม ตะวันฉาย เขมรุจ และยิ่งคุณ ที่ถูกเชิญมาด้วยส่วนแขกทางฝ่ายภคมณมีคุณภัคจิรา ประวีร์ รจนากับสามีและลูก พรชีวาอีกหนึ่งพูดได้เลยว่ามีแต่คนกันเองทั้งนั้น บรรยากาศในงานเลยเรียบง่ายและอบอุ่นมาก มองเผินๆ แล้วไม่ต่างจากการมารวมตัวรับประทานอาหารกันตามปกติเลย สิ่งที่บอกว่าพวกเขามาฉลองให้กับเรื่องอะไร คงจะเป็นผ้าคลุมผมเจ้าสาวบนหัวภคมณและเสื้อผ้าหน้าผมของทุกคนที่สวยหล่อกันเป็นพิเศษนั่นละวันนี้ธีร์กับภคมณมีความสุขจนยิ้มไม่หุบตลอด พวกเขาแทบไม่อยากให้งานจบลงเลยแต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราเมื่อได้เวลาอันสมควร ทุกคนก็พร้อมใจพาบ่าวสาวโดยนิตินัยไปส่งตัวเข้าห้องหอ ซึ่งก็คือห้องนอนที่บ้านธีร์นั่นเองเนื่องจากคุณชนาธิปกับคุณรุจีครองรักอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่นและมีความสุขมาจนถึงทุกวันนี้

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 73

    ราวกับว่าพวกผู้ใหญ่ก็เป็นกังวลเรื่องภคมณกับลูกอยู่ลึกๆ เมื่อธีร์บอกว่าจะเลื่อนงานแต่งออกไป ณ ตอนนี้พวกเขาจะจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องก่อน รอลูกโตสักขวบสองขวบค่อยจัดพิธีแต่งงาน พวกท่านถึงได้เห็นด้วยอย่างง่ายดายกระนั้นคุณรุจีก็ยังแอบไม่สบายใจ พอเห็นคุณแม่ของลูกสะใภ้ลุกไปยกของว่างมาเพิ่มในระหว่างที่พวกเขาคุยเรื่องขั้นตอนการไปจดทะเบียนสมรสอยู่กับคุณชนาธิป จึงแอบเดินตามไปถามให้แน่ใจ “พวกเราเลื่อนงานแต่งออกไปอย่างนี้ คุณแพทโอเคจริงๆ นะคะ”คุณภัคจิราพยักหน้าบอกยิ้มๆ “ก็แค่เลื่อนงานนี่คะ คนจะแต่งเขาก็ต้องการอย่างนั้น แพทน่ะ ขอแค่ลูกสบายใจก็พอแล้วค่ะ”“นั่นสิคะ ขอแค่ลูกสบายใจและมีความสุข แม่ๆ อย่างเราก็พอใจแล้ว” คุณรุจีพยักหน้าคล้อยตาม “แต่ว่านะคะ พอมีหลานออกมาสักคน เราจะลืมลูกไปเลยค่ะ ตอนแรกพี่ไม่เห็นด้วยเรื่องเลื่อนงานแต่งออกไปเลย แต่พอคิดถึงหลานในท้องหนูพายก็เปลี่ยนใจ ผู้หญิงเราจะเป็นเจ้าสาวทั้งที มันมีเรื่องให้จัดการมากมาย เกิดหนูพายเครียดที่ต้องเตรียมงานให้ทัน จนหลานในท้องเป็นอะไรขึ้นมาอีกทำไง แค่คิด... พี่ก็ใจไม่ดี รอให้หลานค

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 72

    หลังภคมณออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่กี่วัน เธอก็ตัดสินใจไปทำบุญให้บิดาผู้ล่วงลับก่อนเวลา ด้วยอยากพาธีร์ไปแนะนำให้ท่านได้รู้จัก ก่อนจะแต่งงานแต่งการกันนั่นเองไม่กี่วันจากนั้น คุณรุจีก็ได้ฤกษ์แต่งงานมาให้ปรากฏว่าฤกษ์ดีที่สุดสำหรับการจัดงานแต่งอยู่ในช่วงต้นปีหน้าจริงๆ มีให้เลือกสองช่วง คือช่วงปลายเดือนมกราคมและกลางเดือนพฤษภาคม ไม่ว่าจะฤกษ์ไหน ล้วนเป็นช่วงที่ท้องของภคมณขยายใหญ่ขึ้นแล้วทั้งนั้น ทุกคนจึงเห็นตรงกันว่าให้ใช้ฤกษ์สะดวก ก็ลงเอยที่ต้นเดือนธันวาคมนี้นั่นหมายความว่ามีเวลาเตรียมงานแต่งนี้แค่เดือนกว่าๆ เท่านั้นภคมณมาคิดดูดีๆ แล้วรู้สึกว่าน่าจะฉุกละหุกไป จะแต่งงานทั้งทีเธอก็อยากทำให้ออกมาดีที่สุด ไม่อยากให้มีเรื่องผิดพลาด รอพร้อมจริงๆ ค่อยแต่งดีกว่าเย็นนี้สบโอกาสตอนที่ธีร์พามาเลือกเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่บ้านเขาตามลำพังสองคน เธอเลยลองคุยกับเขาดู“พายว่า... เรายังไม่ต้องจัดงานแต่งกันดีมั้ยคะ”“หืม” ธีร์ที่กำลังเช็กรายชื่อแขกในงานรอพลางๆ ได้ยินอย่างนั้นก็เลิกคิ้วถาม “ทำไมพูดแบบนั้น พายไม่อยากแต่งงานกับพี่เหรอ&rd

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 9

    ภคมณนึกค้อนคนรู้ดี พอดีอีกฝ่ายโทรเข้ามา เธอจึงกดรับด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “มีอะไร!”(แค่จะถาม เมื่อวานพวกเราตกลงอะไรกันไว้ จำได้มะ?)“ตกลงอะไร” เธอถามกลับไปงงๆ ด้วยนึกตามไม่ทัน(เรื่องผัวหรือพ่อของลูกในอนาคตแกไง อย่ามาทำเป็นลืมนะ)“แล้วไง”(วีวี่เลยไปสืบหาพี่ธีร์มาให้แล้วน่ะสิ หุหุ)“ว่าไงนะ!” ภคมณอุทาน

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 8

    “กำลังจะออกไปส่งเค้กเหรอคะ น้องพาย”คนกำลังจะเอารถออกพยักหน้าบอกเพื่อนบ้านกึ่งลูกค้าประจำที่เดินมายืนเกาะรั้วถาม “จริงๆ ต้องออกไปแล้วค่ะ แต่พายโอ้เอ้ทำนู่นนี่นั่นอยู่ พี่ยุออกมาพอดีเลย พายมีเค้กให้ด้วย รอแป๊บนะคะ” พยักพเยิดบอกแล้วก็เปิดบ้านเข้าไปหยิบโรลมะยงชิดที่เหลือรอดจากประวีร์มายื่นข้ามรั้วไปให

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 7

    เมื่อคืนภคมณอยู่เฮฮากับเพื่อนจนดึก กว่าจะปิดบ้านและอาบน้ำบำรุงผิวพรรณเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยเข้าวันใหม่แล้วแต่ถึงจะเข้านอนดึกมากๆ ความเคยชินก็ทำให้เธอตื่นนอนตอนหกโมงเช้าได้อย่างไร้ปัญหาหลังล้างหน้าแปรงฟันแล้ว ร่างอวบอิ่มในเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ถึงเดินนวยนาดลงมาชั้นล่าง แวะบดเมล็ดกาแฟใส่เครื่อง

  • พร่ำแต่จะรัก   บทที่ 6

    “ฉันอยู่แต่ในบ้านที่ไหน” ภคมณพูดยิ้มๆ พลางวางมัลลิกาลงกับเบาะข้างตัว “ไม่เห็นเหรอว่าออกไปส่งเค้กทุกวัน เจอคนเยอะแยะไป รอสักวันข้างหน้า ฟ้าต้องส่งคนดีๆ มาเป็นพ่อของลูกฉันสักคนแหละน่า”“รอแล้วจะบ่นทำไม บ่นแล้วได้อะไร อยากมีต้องหาสิ!”“เออ ถ้าไงให้พวกเราช่วยหาให้มั้ย” รจนารีบเอ่ยสนับสนุน “เพื่อนของพ่อ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status