LOGINภคมณนั้นเบ้ปากแล้วก็พูดลอยๆ ขึ้นมา “ว้า แอบไปกินของหวานล้างปากมาก่อนแล้วแบบนี้ ของหวานที่เราเก็บไว้ให้ คงไม่มีที่ให้ยัดแล้วสินะ”
“มีสิ!” ประวีร์ทำตาโตบอกทันที “สำหรับของหวานที่ทั้งสวยทั้งอร่อยของพายหวาน วีวี่มีที่ให้ยัดไม่จำกัดเลยค่ะ ว่าแต่วันนี้มีของโปรดวีวี่มะ?”
“มะยงชิดชีสพาย โปรดหรือเปล่าล่ะ”
“อ๊าย! ถ้ารู้ว่าวันนี้แกทำของโปรดฉัน จะรีบมาแต่บ่ายเลย!”
พูดจบประวีร์ก็ปรี่ไปเปิดตู้แช่เค้กในห้องติดกับครัว ภคมณนั้นชื่นชอบการอบเค้กมาแต่ไหนแต่ไร พอคุณภัคจิราย้ายไปอยู่เมืองนอก เลยจัดการรีโนเวทห้องอเนกประสงค์ข้างครัวเป็นห้องอบขนม จากที่ทำกินเองบ้าง แจกเพื่อนบ้าง ภคมณก็เริ่มเปิดรับออเดอร์ขายเป็นงานอดิเรก ทำไปทำมาดันขายดิบขายดีจนรายได้พุ่งแซงเงินเดือน ภคมณจึงลาออกจากการเป็นลูกน้องเขา แล้วมาทำเค้กขายอย่างจริงจัง ทำให้ห้องนี้กลายเป็นสถานที่ทำงานหลักของเจ้าตัวมาเกือบสองปีแล้ว
ตอนที่ทำเป็นงานอดิเรก ‘พายหวาน’ ร้านเค้กโฮมเมดเล็กๆ แต่คุณภาพไม่เล็กของภคมณก็มีชื่อเรื่องรสชาติและความสวยงามตามสมัยนิยมในกลุ่มเค้กเลิฟเวอร์แล้ว ในแต่ละเดือนทำเงินได้เยอะพอสมควร เมื่อหันมาลงมือทำจริงจังจึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ปัจจุบันนี้นอกจากรับสั่งทำเค้กแล้ว ภคมณยังรับจัดขนมเบรกและทำเค้กส่งคาเฟ่ร้านกาแฟด้วย มีรายได้เป็นกอบเป็นกำพอๆ กับงานในกำมือ ทว่าจนถึงวันนี้ ‘พายหวาน’ ก็ยังไม่มีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ยังเป็นแผนการในอนาคต เปิดรับออเดอร์ผ่านช่องทางเพจเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมเท่านั้น
ในบรรดาเค้กมากมายที่ภคมณทำ ประวีร์ชอบเค้กมะยงชิดมากที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะชีสพายหรือช็อตเค้ก เวลาภคมณใช้ผลไม้ชนิดนี้ทำเค้กขาย จะแบ่งส่วนหนึ่งเอาไว้ให้ตลอด พอเห็นชีสเค้กของโปรดวางอยู่ในตู้แช่ก้อนใหญ่ คนสวยก็ยิ้มกว้างหันไปร้องบอกภคมณเสียงหวาน
“รักพายหวานที่สุดเลยยยยยย!”
“ค่าาาา” ภคมณลากเสียงตอบอย่างหมั่นไส้ กะจะทำเซอร์ไพรส์เพื่อนสักหน่อย ดันถูกเพื่อนเซอร์ไพรส์กลับด้วยการแอบไปกินผู้ชายจนมาช้าไปสองชั่วโมง!
คิดแบบงอนๆ แล้วเธอก็ไม่ได้สนใจประวีร์ที่ยกเค้กกลับมานั่งกินที่โต๊ะอาหารอีก ดวงตาดำขลับหันไปมองเด็กหญิงวัยสิบกว่าเดือนที่กำลังนอนกินนมอยู่บนตักผู้เป็นแม่ ปากเล็กๆ ดูดนมแบบไม่มีพัก แก้มยุ้ยพองเข้าพองออก น่ารักน่าเอ็นดูจนคนไม่มีลูกเป็นของตัวเองอย่างมีบ้างเหลือเกิน
มัลลิกากินเอาๆ จนนมขวดห้าออนซ์หมดลงในเวลาไม่กี่นาที พอเหลือแต่อากาศในขวดถึงยอมปล่อยจุกออกจากปาก มองแม่ตาใส
“มะๆ”
“หมดแล้ว” รจนาส่ายหน้าบอกลูกสาวที่ทำท่าบอกว่าอยากได้นมเพิ่ม “โบ๋เบ๋แล้ว มะลินอนเล่นรอคุณพ่อมารับกลับบ้านนะลูก”
“ปะ!” ยายหนูยิ้มกว้างเรียกหาพ่อเสียงอ้อแอ้ มือป้อมๆ ยกขึ้นปัดไปมาอย่างเด็กร่าเริง แต่ผู้เป็นแม่เห็นแล้วกลับยกมือกุมขมับ
“โอย คึกคักอย่างนี้ คืนนี้จะหลับตอนไหนเนี่ย”
ภคมณหัวเราะเบาๆ ยืนมือไปแย่งเจ้าตัวน้อยมาฟัดแก้มเล่น “นี่ๆ มันเขี้ยวนัก เด็กอะไรนุ่มนิ่มไปทั้งตัวแบบนี้เนี่ย”
“เบาหน่อย” รจนาเอ่ยปราม “ฉันพามะลิมาให้ฟัดก็จริง แต่ถ้าแกจะฟัดจนลูกฉันแก้มเบี้ยวขนาดนั้น แนะนำให้มีลูกเองเหอะ!”
“อยากมีเองเหมือนกันแหละ ติดที่ว่าไม่มีคนช่วยทำให้มีอะ ขอฟัดลูกแกไปก่อนนะ นี่ๆ ดูสิ มะลิชอบให้ฉันเล่นด้วยจะตาย เห็นมั้ย ยิ้มให้น้าพายด้วย โอ๊ย! จะน่ารักน่าชังไปไหนลูก”
รจนาอมยิ้มเมื่อเห็นลูกสาวหัวเราะเอิ๊กอ๊ากเพราะถูกภคมณฟัดแก้มฟัดพุงแตงโม มองแล้วก็อดถอนใจไม่ได้
เฮ้อ...
ตอนนี้ยายอ้วนของพวกเธอผอมลงจนเอวบางอ้อนแอ้นไปทั้งตัว เหลือแค่นมตู้มๆ ชนิดสวมเสื้อยืดธรรมดายังเอ็กซ์แตก
ด้วยรูปร่างและหน้าตาน่ารักอย่างนี้ เป็นผู้หญิงอื่นคงมีแฟนไม่เว้นว่าง แต่ภคมณกลับโสดสนิท!
ที่โสดสนิทก็เพราะเอาแต่ทำเค้กทำขนมอยู่ในบ้าน จะได้เจอคนอื่นทีก็ตอนเอาเค้กไปส่ง พอคบผู้ชายสักคน หมอนั่นก็มาคบเล่นๆ หวังนอนด้วยเสียมากกว่ารักจริงหวังแต่ง ภคมณเลยไม่เอาใครอีก เป็นโสดมาปีกว่าแล้ว
ก็คือเรื่องงานไปได้สวย แต่เรื่องผู้ชายไม่เอาไหนเลย
นางไม่มองหาใครมาเป็นแฟนใหม่ แล้วยังมีหน้ามาพูดเรื่องอยากมีลูกอีก!
คิดแล้วรจนาก็เบะปากพูด “ปากก็บอกไม่มีคนช่วยทำๆ แต่ทำตัวเป็นแม่ชี ไม่ยอมหาใครมาช่วยทำสักที แล้วมันจะมีมั้ย ลูกน่ะ!”
“ไม่ได้ทำตัวเป็นแม่ชีสักหน่อย” ภคมณค้อนขวับแล้วหันไปยิ้มให้แม่หนูที่กำลังฉีกยิ้มจนเห็นฟันหน้าสองซี่ต่อ “พอเห็นพวกเขามองนมมากกว่ามองหน้า แล้วยังจ้องแต่จะลากขึ้นเตียง มันก็อยากถีบมากกว่าจีบอะ”
“ถามจริงๆ นะ ผู้ชายที่รู้จักอยู่ตอนนี้ ไม่ถูกใจแกบ้างเลยไง อย่างเจ้าของร้านกาแฟคนนั้นไง หล่อ รวย งานดี ไม่รู้ว่ามองหน้าหรือมองนม แต่เขามองแกมานานแล้วแน่ๆ นี่กล้าพูดเลยว่านอกจากจะถูกใจเค้กแล้ว เขายังถูกใจแม่ค้าด้วย ถ้าแกตกลงปลงใจกับเขาแต่แรกนะ ป่านนี้มีลูกโตไปแล้ว”
“ไม่เอาอะ งานดีแค่ไหนก็เป็นคู่ค้ากัน ไม่อยากมีปัญหาทีหลัง”
“เรื่องมากอีก แล้วจะได้มีกับเขามั้ย ลูกผัวน่ะ นี่คิดว่าท้องตัวเองวิเศษวิโสจนเสกเด็กขึ้นมาเองได้เหรอ นอกจากไข่ของแม่แล้ว ต้องมีน้ำเชื้อของพ่อมาผสมด้วย เด็กถึงจะก่อร่างสร้างตัวขึ้นมาในท้องแกนะ!”
“ถูกต้องค่ะ” ประวีร์ที่กินเสร็จพร้อมล้างจานให้เรียบร้อยเดินมานั่งลงบอกอีกเสียง “ถ้ายังเอาแต่มุดหัวทำงานอยู่แต่ในบ้านอย่างนี้ รอไปถึงชาติหน้า หล่อนก็ไม่มีหรอก ลูกผัวน่ะ!”
“แดดดี้มาแล้ววววววว”เสียงเล็กใสตะโกนขึ้นทันทีที่เหลือบเห็นธีร์เปิดประตูเดินเข้ามาในออฟฟิศเย็นฉ่ำของโรงงานเค้กแห่งนี้ จากนั้นเด็กหญิงวัยสี่ขวบในชุดกระโปรงสุดน่ารักก็ทิ้งจานขนมและของเล่นในมือ พุ่งตัวมาหาเขาอย่างดีใจธีร์ก้มลงช้อนอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มอย่างเอ็นดู พอไม่เห็นภรรยากับลูกชายคนเล็กที่ควรจะรอเขามารับกลับบ้านอยู่ในห้องนี้ด้วย จึงก้มถามลูกสาว “เค้กอยู่คนเดียวเหรอคะ มามี้กับน้องไปไหน”นี่เป็นสถานการณ์ไม่ปกติ ภคมณหายไปไหน ทำไมเธอไม่พาลูกคนนี้ไปด้วย ปกติเธอไม่เคยให้ลูกเล่นอยู่ตามลำพังอย่างนี้เลย หรือเพราะรู้ว่าเขากำลังจะมารับ?ขณะธีร์กำลังมุ่นคิ้วคิดกังวลอยู่นี่เอง คนตัวเล็กที่เขาอุ้มอยู่ก็ให้คำตอบมาว่า “คีนปู๊ดเหม็นๆ มามี้พาไปล้างก้นอยู่ค่ะ เค้กทำขนมรอ เดี๋ยวมามี้กับคีนออกมาซื้อ~”“โอเค ไหน เค้กทำขนมอะไรบ้างคะ แดดดี้ช่วยซื้อดีมั้ย”“ดีค่ะ!”ตอนนั้นเอง ภคมณกับเด็กชายธนนท์วัยสองขวบ ผู้มีใบหน้าถอดบิดาออกมาเป๊ะๆ ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่าธีร์อยู่ในห้องด้วยก็พากันยิ้ม
หลังจัดงานแต่งกันแบบเรียบง่าย ธีร์กับภคมณก็ไปฮันนีมูนหวานที่ทะเลใต้ ระหว่างนี้ธีร์ได้ดำเนินการเรื่องรีโนเวทบ้านทั้งสองให้กลายเป็นหลังเดียวไปด้วย ไม่รู้ว่าเขาทุ่มเงินกับเรื่องนี้มากแค่ไหน เพราะไปกันแค่ไม่กี่วัน กลับมาคือบ้านเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วหลายเดือนหลังจากนั้น เด็กหญิงธยาดา รณวัฒน์ หรือ น้องเค้ก โซ่ทองคล้องใจของพวกเขาก็คลอดออกมา หนูน้อยร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีเครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋ม ผิวขาวอมชมพู ตัวและแขนขาอวบเป็นมัดๆ ใครเห็นก็พูดว่าได้มารดามาทั้งก้อน มีเพียงผมและดวงตาสีดำขลับที่ได้บิดามา เจ้าก้อนของพวกเขาน่ารักจนใครๆ ก็หลงกันหัวปักหัวปำแน่นอนว่าคนได้เป็นพ่อคนแม่คนสมใจอยากนั้นย่อมรักลูกสาวคนนี้ปานแก้วตาดวงใจ ประคบประหงมลูกน้อยอย่างกับไข่ในหินภคมณที่อยากเลี้ยงลูกเอง วางแผนถอนตัวจากร้านเค้กมาดูแลอยู่เบื้องหลังตั้งแต่ลูกยังไม่คลอด เธอค่อยๆ ปล่อยให้ลูกน้องทำงานกันเอง ไม่ลงไปลุยเองทุกอย่างเหมือนก่อน พอลูกคลอดออกมา เธอเลยเลี้ยงลูกและทำงานไปด้วยอย่างไม่มีปัญหา ยังสามารถขยายร้านเป็นโรงงานส่งเค้กตามฝันได้แล้วด้วย เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง ที่เธอย้ายฐานผลิตไปอยู
เมื่ออวยพรพร้อมมอบของขวัญให้ลูกสะใภ้เรียบร้อยแล้ว คุณชนาธิปกับคุณรุจีก็ขยับให้ที่คุณภัคจิราอวยพรต่อ“ขอให้ทั้งสองคนใช้ชีวิตด้วยกันให้สนุกและมีความสุขนะจ๊ะ รักกันให้มาก ทะเลาะกันให้น้อย มีเรื่องอะไรให้หันหน้าคุยกัน อย่าหันหลังให้กัน เข้าใจมั้ยพายหวาน” ประโยคหลังคุณรุจีพูดเน้นกับลูกสาวเป็นพิเศษ พอภคมณพยักหน้ารับ จึงเอ่ยต่อ “แม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่กับลูกตลอดเวลา แต่แม่รักพายเสมอนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่พายต้องการแม่ แม่จะมาหาพายทันที”“แม่ขา...” ภคมณโผเข้ากอดมารดาแน่น น้ำตาที่กลั้นมานานไหลออกมาทันที และนั่นก็ทำให้คุณภัคจิราน้ำตารื้นไปด้วย นาทีต่อมาทั้งสองก็ร้องไห้กันยกใหญ่ ร้องจนธีร์ใจไม่ดี รีบเอ่ยให้คำมั่นสยบน้ำตา“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะรักและดูแลพายดีๆ จะไม่ทำให้พายและคุณแม่ผิดหวังเสียใจแน่ครับ”คุณภัคจิราข่มก้อนสะอื้นพูดกับลูกเขย ขณะลูบหลังปลอบลูกสาวในอ้อมอก “ฝากแก้วตาดวงใจของแม่ด้วยนะพี่ธีร์ พายหวานเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตแม่ วันนี้แม่ยกให้พี่ธีร์ เพราะรู้ว่าพี่ธีร์รักน้องไม่แพ้กับที่น้องรักพี่ธี
แม้จะเป็นแค่งานฉลองเล็กๆ แต่แขกก็มีมากกว่าสิบนับแขกทางฝ่ายธีร์ก็มีคนบ้านรณวัฒน์ทั้งบ้าน หลังจากพวกภคมณได้เห็นหน้าธาม พี่ชายของธีร์แล้วถึงบ้างอ้อ ว่าทำไมน้องไทม์ถึงหน้าเหมือนธีร์ขนาดนั้น สองหนุ่มนี่เหมือนกันอย่างกะแกะ ต่างแค่คนพี่เขาหน้าคมเข้มมากกว่า นอกจากนี้ยังมีสามหนุ่ม ตะวันฉาย เขมรุจ และยิ่งคุณ ที่ถูกเชิญมาด้วยส่วนแขกทางฝ่ายภคมณมีคุณภัคจิรา ประวีร์ รจนากับสามีและลูก พรชีวาอีกหนึ่งพูดได้เลยว่ามีแต่คนกันเองทั้งนั้น บรรยากาศในงานเลยเรียบง่ายและอบอุ่นมาก มองเผินๆ แล้วไม่ต่างจากการมารวมตัวรับประทานอาหารกันตามปกติเลย สิ่งที่บอกว่าพวกเขามาฉลองให้กับเรื่องอะไร คงจะเป็นผ้าคลุมผมเจ้าสาวบนหัวภคมณและเสื้อผ้าหน้าผมของทุกคนที่สวยหล่อกันเป็นพิเศษนั่นละวันนี้ธีร์กับภคมณมีความสุขจนยิ้มไม่หุบตลอด พวกเขาแทบไม่อยากให้งานจบลงเลยแต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราเมื่อได้เวลาอันสมควร ทุกคนก็พร้อมใจพาบ่าวสาวโดยนิตินัยไปส่งตัวเข้าห้องหอ ซึ่งก็คือห้องนอนที่บ้านธีร์นั่นเองเนื่องจากคุณชนาธิปกับคุณรุจีครองรักอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่นและมีความสุขมาจนถึงทุกวันนี้
ราวกับว่าพวกผู้ใหญ่ก็เป็นกังวลเรื่องภคมณกับลูกอยู่ลึกๆ เมื่อธีร์บอกว่าจะเลื่อนงานแต่งออกไป ณ ตอนนี้พวกเขาจะจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องก่อน รอลูกโตสักขวบสองขวบค่อยจัดพิธีแต่งงาน พวกท่านถึงได้เห็นด้วยอย่างง่ายดายกระนั้นคุณรุจีก็ยังแอบไม่สบายใจ พอเห็นคุณแม่ของลูกสะใภ้ลุกไปยกของว่างมาเพิ่มในระหว่างที่พวกเขาคุยเรื่องขั้นตอนการไปจดทะเบียนสมรสอยู่กับคุณชนาธิป จึงแอบเดินตามไปถามให้แน่ใจ “พวกเราเลื่อนงานแต่งออกไปอย่างนี้ คุณแพทโอเคจริงๆ นะคะ”คุณภัคจิราพยักหน้าบอกยิ้มๆ “ก็แค่เลื่อนงานนี่คะ คนจะแต่งเขาก็ต้องการอย่างนั้น แพทน่ะ ขอแค่ลูกสบายใจก็พอแล้วค่ะ”“นั่นสิคะ ขอแค่ลูกสบายใจและมีความสุข แม่ๆ อย่างเราก็พอใจแล้ว” คุณรุจีพยักหน้าคล้อยตาม “แต่ว่านะคะ พอมีหลานออกมาสักคน เราจะลืมลูกไปเลยค่ะ ตอนแรกพี่ไม่เห็นด้วยเรื่องเลื่อนงานแต่งออกไปเลย แต่พอคิดถึงหลานในท้องหนูพายก็เปลี่ยนใจ ผู้หญิงเราจะเป็นเจ้าสาวทั้งที มันมีเรื่องให้จัดการมากมาย เกิดหนูพายเครียดที่ต้องเตรียมงานให้ทัน จนหลานในท้องเป็นอะไรขึ้นมาอีกทำไง แค่คิด... พี่ก็ใจไม่ดี รอให้หลานค
หลังภคมณออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่กี่วัน เธอก็ตัดสินใจไปทำบุญให้บิดาผู้ล่วงลับก่อนเวลา ด้วยอยากพาธีร์ไปแนะนำให้ท่านได้รู้จัก ก่อนจะแต่งงานแต่งการกันนั่นเองไม่กี่วันจากนั้น คุณรุจีก็ได้ฤกษ์แต่งงานมาให้ปรากฏว่าฤกษ์ดีที่สุดสำหรับการจัดงานแต่งอยู่ในช่วงต้นปีหน้าจริงๆ มีให้เลือกสองช่วง คือช่วงปลายเดือนมกราคมและกลางเดือนพฤษภาคม ไม่ว่าจะฤกษ์ไหน ล้วนเป็นช่วงที่ท้องของภคมณขยายใหญ่ขึ้นแล้วทั้งนั้น ทุกคนจึงเห็นตรงกันว่าให้ใช้ฤกษ์สะดวก ก็ลงเอยที่ต้นเดือนธันวาคมนี้นั่นหมายความว่ามีเวลาเตรียมงานแต่งนี้แค่เดือนกว่าๆ เท่านั้นภคมณมาคิดดูดีๆ แล้วรู้สึกว่าน่าจะฉุกละหุกไป จะแต่งงานทั้งทีเธอก็อยากทำให้ออกมาดีที่สุด ไม่อยากให้มีเรื่องผิดพลาด รอพร้อมจริงๆ ค่อยแต่งดีกว่าเย็นนี้สบโอกาสตอนที่ธีร์พามาเลือกเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่บ้านเขาตามลำพังสองคน เธอเลยลองคุยกับเขาดู“พายว่า... เรายังไม่ต้องจัดงานแต่งกันดีมั้ยคะ”“หืม” ธีร์ที่กำลังเช็กรายชื่อแขกในงานรอพลางๆ ได้ยินอย่างนั้นก็เลิกคิ้วถาม “ทำไมพูดแบบนั้น พายไม่อยากแต่งงานกับพี่เหรอ&rd
เมื่อคืนภคมณอยู่เฮฮากับเพื่อนจนดึก กว่าจะปิดบ้านและอาบน้ำบำรุงผิวพรรณเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยเข้าวันใหม่แล้วแต่ถึงจะเข้านอนดึกมากๆ ความเคยชินก็ทำให้เธอตื่นนอนตอนหกโมงเช้าได้อย่างไร้ปัญหาหลังล้างหน้าแปรงฟันแล้ว ร่างอวบอิ่มในเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ถึงเดินนวยนาดลงมาชั้นล่าง แวะบดเมล็ดกาแฟใส่เครื่อง
“ฉันอยู่แต่ในบ้านที่ไหน” ภคมณพูดยิ้มๆ พลางวางมัลลิกาลงกับเบาะข้างตัว “ไม่เห็นเหรอว่าออกไปส่งเค้กทุกวัน เจอคนเยอะแยะไป รอสักวันข้างหน้า ฟ้าต้องส่งคนดีๆ มาเป็นพ่อของลูกฉันสักคนแหละน่า”“รอแล้วจะบ่นทำไม บ่นแล้วได้อะไร อยากมีต้องหาสิ!”“เออ ถ้าไงให้พวกเราช่วยหาให้มั้ย” รจนารีบเอ่ยสนับสนุน “เพื่อนของพ่อ
ชีวิตนี้ภคมณเกิดมาบนกองเงินกองทองโดยแท้ ได้รับความรักจากครอบครัวล้นเหลือ พวกเขาประคบประหงมเธอดั่งไข่ในหิน ไม่ว่าต้องการสิ่งใดก็ล้วนได้มาง่ายดายยิ่ง ไม่เคยได้รับความทุกข์ยากลำบากใจเลยทว่าเรื่องใดๆ ในโลกนี้ล้วนไม่จีรังยั่งยืนเป็นคุณหนูบ้านรวยอยู่ดีๆ ก็กลายเป็นคุณหนูตกอับไม่ทันตั้งตัว!เหตุมันเกิดขึ
“คนหล่อๆ ที่สวมแว่นน่ะ ชื่อพี่ธีร์ นอกจากจะหล่อมากแล้ว ยังเรียนเก่งมากด้วย บ้านรวยสุดๆ มาโรงเรียนก็มีรถคอยรับส่งเหมือนแกแหละ ส่วนตี๋หล่อที่มาด้วยกันนั่นชื่อพี่ตง เป็นเพื่อนสนิทของพี่ธีร์ บ้านรวยไม่แพ้กัน ไม่รู้ทำไมวันนี้พวกเขาถึงมาใช้รถเมล์ สงสัยจะเป็นพรหมลิขิตนำพาให้เรามาเจอกัน อ๊าย! ฉันได้นั่งรถก







