Mag-log inเมื่อคืนภคมณอยู่เฮฮากับเพื่อนจนดึก กว่าจะปิดบ้านและอาบน้ำบำรุงผิวพรรณเสร็จ เวลาก็ล่วงเลยเข้าวันใหม่แล้ว
แต่ถึงจะเข้านอนดึกมากๆ ความเคยชินก็ทำให้เธอตื่นนอนตอนหกโมงเช้าได้อย่างไร้ปัญหา
หลังล้างหน้าแปรงฟันแล้ว ร่างอวบอิ่มในเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นสบายๆ ถึงเดินนวยนาดลงมาชั้นล่าง แวะบดเมล็ดกาแฟใส่เครื่องชง ทำอเมริกาโน่เย็นกินเองแก้วหนึ่ง
“อืม..” เมื่อเติมคาเฟอีนไปครึ่งแล้วจนสดชื่นและหูตาสว่างขึ้นกว่าเดิมแล้ว ภคมณจึงเดินไปเปิดไฟในห้องทำขนม หรือจะเรียกว่าเป็นห้องเตรียมส่วนผสมต่างๆ ก่อนนำมาเข้าเตาอบตัวใหญ่ที่ถูกจัดวางเอาไว้ด้านนอกก็ได้
ในนี้มีอุปกรณ์เครื่องใช้สำหรับทำเบเกอรี่ครบ ทุกอย่างจัดเก็บเป็นระเบียบ มีตู้สำหรับแช่เค้กโดยเฉพาะ กลางห้องวางโต๊ะไอส์แลนด์ขนาดใหญ่ไว้ บนผนังมีเครื่องปรับอากาศติดไว้ตัวหนึ่ง เพื่อให้ทำงานอยู่ในนี้ได้สบายๆ ทั้งวัน พูดได้เลยว่าเธอลงทุนกับร้านเล็กๆ นี้ก้อนใหญ่เลยทีเดียว
โชคดีที่ลำบากลำบนกับภาวะกำไรหายอยู่ไม่กี่เดือน เค้กที่อร่อยอัดแน่นด้วยวัตถุดิบชั้นดีก็เรียกดีลคาเฟ่มาเร่งการเติบโตของกำไรให้สูงขึ้นและอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้
สองปีมานี้ ร้านเค้กโฮมเมด ‘พายหวาน’ มีรายได้หลักๆ มาจากการทำเค้กส่งคาเฟ่ 3 ที่ด้วยกัน ล้วนเป็นคาเฟ่กาแฟที่ไม่อยากลงทุนทำขนมเอง เลยมองหาคนทำส่งให้แทน แล้วหวยก็มาออกที่ร้านเค้กโฮมเมดของเธอ แต่ละวันร้านเธอต้องทำเค้กไม่ต่ำกว่า 20 ก้อน ไปส่งให้คาเฟ่เหล่านี้ เว้นแต่วันหยุดของทั้งสองฝ่าย ส่งเค้กไม่เกินเก้าโมงเช้า และคาเฟ่ต้องจ่ายค่าเค้กเป็นเงินสดทุกรอบส่ง รายได้รองคือเค้กวันเกิดที่จะเปิดจองคิวช่วงกลางเดือน และขนมจัดเบรกที่มีเข้ามาเรื่อยๆ
แน่นอนว่าแต่ละวันต้องทำเค้กเยอะขนาดนี้ ภคมณทำคนเดียวคงไม่ทันและไม่ไหวด้วยแน่ๆ ดีลเค้กคาเฟ่จึงมาพร้อมลูกมือหนึ่งคน ใช้ระบบทำวันนี้ส่งพรุ่งนี้ คือวันนี้เริ่มอบเค้ก ประกอบชั้น ปาดครีม ตัดห่อใส่พลาสติกและรองกระดาษฟอยล์ไว้ให้เรียบร้อย แช่เย็นไว้หนึ่งคืน ตอนเช้าค่อยมาตกแต่งเก็บรายละเอียดให้สวยงามอีกครั้งก่อนนำไปส่งคาเฟ่ ซึ่งการแช่เย็นไว้ข้ามคืนจะทำให้เค้กเซตตัวอร่อยมากขึ้นไปอีกด้วย
ที่โชคดีคือคาเฟ่ทั้ง 3 อยู่ไม่ไกลจากบ้าน ใช้เวลาขับรถประมาณยี่สิบนาทีก็ถึง ถ้าตื่นเช้าๆ อย่างวันนี้ก็จะมีเวลากว่าสองชั่วโมงในการเตรียมเค้กให้สมบูรณ์แบบ
อ๊ะ!
คนโอ้เอ้ดูดกาแฟเดินไปเปิดไฟและเครื่องปรับอากาศในห้องทำตาโต เมื่อเหลือบไปเห็นนาฬิกาบนผนังข้างๆ บอกว่าเสียเวลาอืดอาดไปสิบกว่านาทีแล้ว
ภคมณรีบวางแก้วกาแฟ หันไปหยิบผ้ากันเปื้อน หมวกเก็บผม และถุงมือทำอาหารมาสวมเตรียมตัวทำงาน
“ได้เวลาทำงานที่เรารักกันแล้วนะ สู้ๆ พายหวาน!”
พูดเชียร์ตัวเองแล้วภคมณก็เปิดดูเค้กที่ทำเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน มีสตรอว์เบอร์รีนมสดฮอกไกโด ดับเบิ้ลช็อกโกแลต พายมะพร้าวอ่อน แครอทครีมชีส เรดเวลเวท บานอฟฟี่พาย ชีสเค้กหน้าไหม้ และมะยงชิดชีสพาย ที่เป็นเค้กแนะนำของวันนี้ ในนี้จะมีแค่ 5 รสชาติ ที่ทำคูณสาม เพราะคาเฟ่ที่ 3 รับแค่นั้น
แน่นอนว่าร้านเธอยังมีเค้กอีกหลายรสชาติ แต่ที่ขายดีเป็นลูกรักก็คือเค้กเหล่านี้ เธอเลยสลับเปลี่ยนเอารสชาติอื่นมาแจมเป็นช่วงๆ แล้วแต่ว่าเป็นช่วงของวัตถุดิบไหน อย่างช่วงนี้ที่เป็นฤดูกาลของมะยงชิด ก็เอาน้องมาเป็นเมนูแนะนำ
เค้กที่เห็นอยู่นี้เป็นออเดอร์ของคาเฟ่กาแฟทั้งหมด ไม่มีชุดเบรกหรือเค้กวันเกิดผสมเลย อย่างหลังไม่มีเพราะลูกค้าที่เหมาคิวสั่งทำรอบวันนี้ดันจำวันเกิดเพื่อนผิด เลื่อนไปเป็นเดือนหน้าแล้ว
หลังดูคร่าวๆ ด้วยสายตาว่าเค้กยังอยู่ดีทุกก้อน ภคมณจึงเริ่มทำงานในเช้านี้ตามลำพัง ส่วนลูกมือที่มีอยู่คนเดียวนั้นเป็นน้องพาร์ตไทม์ที่มาช่วยทำเค้กในตอนบ่ายโดยเฉพาะ งานทุกอย่างในตอนเช้ายังเป็นของเธอทั้งหมด
หญิงสาวเริ่มจากตีครีมสดสำหรับบีบตกแต่งเพิ่ม ต่อด้วยเอาผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ใบไทม์ ดอกไม้น่ารักๆ แต่ราคาไม่น่ารัก ออกมาล้างทำความสะอาด ไม่ลืมหยิบเอาช็อกโกแลตแบบต่างๆ มุกน้ำตาลสีสันสดใสและผงโกโก้กับไอซิ่งสำหรับโรยหน้าให้สวยงามออกมาด้วย
เตรียมของพวกนี้เสร็จถึงทยอยเอาเค้กออกมาเติมความสวยรอบสุดท้าย บีบครีมลงไป ใส่ท็อปปิ้งผลไม้ดอกไม้ลงไป เนรมิตเค้กทุกแบบให้สวยสมกับที่ร้านเขาวางใจสั่งเอาไปวางขาย
ในขณะที่ภคมณนั่งทำงานอยู่เงียบๆ จนเค้กสวยพร้อมส่งทุกก้อน เวลาก็เดินผ่านไปเงียบๆ เช่นกัน พอเธอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็จะแปดโมงเช้าแล้ว
“อืม ถือว่าทำเวลาดี มีเหลือให้เก็บภาพไปโพรโมตอยู่”
พูดแล้วรีบเชตฉากถ่ายภาพเค้กในเช้านี้เอาไว้ ได้ภาพที่ต้องการครบแล้วก็เอาเค้กใส่กล่องให้เรียบร้อย แล้ววิ่งขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมออกไปส่งเค้ก
ยี่สิบนาทีต่อมา ร่างเล็กแต่อวบอิ่มก็วิ่งกลับลงมาในเสื้อยืดสีขาวทับด้วยเดรสสายเดี่ยวสีเบจคู่กัน แต่งหน้าบางเหมือนไม่ได้แต่ง แต่อันที่จริงคือแต่งนานกว่าอาบน้ำอีก ส่วนผมยาวเป็นลอนไม่มีเวลาสระไดร์ เลยถูกรวบเปียหลวมๆ ซ่อนไว้ใต้หมวกสานทรงบัคเก็ต ให้ลุคน่ารักสดใส
ภคมณดูเวลาแล้วไม่โอ้เอ้ รีบเอาเค้กขึ้นรถ แยกไว้เป็นของแต่ละร้านเลย เสร็จแล้วก็ล็อกบ้านให้เรียบร้อย เตรียมออกไปส่งเค้ก
จังหวะนี้นี่เองที่หางตาพลันมองไปเห็นเพื่อนบ้านหลังซ้ายมือเดินออกมาทิ้งขยะหน้าบ้านพอดี อีกฝ่ายก็หันมาเห็นเธอเช่นกัน เธอจึงเปิดยิ้มไปให้อย่างน่ารัก
ความโชคดีอย่างหนึ่งของการมาซื้อบ้านแฝดกึ่งบ้านเดี่ยวสไตล์อังกฤษ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมลานจอดรถและสวนเล็กหลังนี้ คือมันเงียบสงบ เพื่อนบ้านน่ารัก ส่วนใหญ่เคารพกติกาการอยู่ร่วมกัน ต่างคนต่างอยู่กันทั้งนั้น น้อยที่จะกระทบกระทั่งกัน ยุพินกับสามีคือเพื่อนบ้านที่น่ารัก ทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวด้วยกันทั้งคู่ ไม่ค่อยอยู่ติดบ้านกันเท่าไร บางทีไปเดินป่าเป็นเดือนๆ ที่เห็นอยู่บ้านแบบนี้แปลว่าพวกเขาหยุดพัก ทั้งยุพินและสามีชอบกินขนมหวานมาก พอรู้ว่าเธอเปิดบ้านทำเค้กโฮมเมดขายก็มาอุดหนุนกันอยู่เสมอ
“แดดดี้มาแล้ววววววว”เสียงเล็กใสตะโกนขึ้นทันทีที่เหลือบเห็นธีร์เปิดประตูเดินเข้ามาในออฟฟิศเย็นฉ่ำของโรงงานเค้กแห่งนี้ จากนั้นเด็กหญิงวัยสี่ขวบในชุดกระโปรงสุดน่ารักก็ทิ้งจานขนมและของเล่นในมือ พุ่งตัวมาหาเขาอย่างดีใจธีร์ก้มลงช้อนอุ้มลูกสาวขึ้นมาหอมแก้มอย่างเอ็นดู พอไม่เห็นภรรยากับลูกชายคนเล็กที่ควรจะรอเขามารับกลับบ้านอยู่ในห้องนี้ด้วย จึงก้มถามลูกสาว “เค้กอยู่คนเดียวเหรอคะ มามี้กับน้องไปไหน”นี่เป็นสถานการณ์ไม่ปกติ ภคมณหายไปไหน ทำไมเธอไม่พาลูกคนนี้ไปด้วย ปกติเธอไม่เคยให้ลูกเล่นอยู่ตามลำพังอย่างนี้เลย หรือเพราะรู้ว่าเขากำลังจะมารับ?ขณะธีร์กำลังมุ่นคิ้วคิดกังวลอยู่นี่เอง คนตัวเล็กที่เขาอุ้มอยู่ก็ให้คำตอบมาว่า “คีนปู๊ดเหม็นๆ มามี้พาไปล้างก้นอยู่ค่ะ เค้กทำขนมรอ เดี๋ยวมามี้กับคีนออกมาซื้อ~”“โอเค ไหน เค้กทำขนมอะไรบ้างคะ แดดดี้ช่วยซื้อดีมั้ย”“ดีค่ะ!”ตอนนั้นเอง ภคมณกับเด็กชายธนนท์วัยสองขวบ ผู้มีใบหน้าถอดบิดาออกมาเป๊ะๆ ก็เปิดประตูเข้ามาพอดี เมื่อเห็นว่าธีร์อยู่ในห้องด้วยก็พากันยิ้ม
หลังจัดงานแต่งกันแบบเรียบง่าย ธีร์กับภคมณก็ไปฮันนีมูนหวานที่ทะเลใต้ ระหว่างนี้ธีร์ได้ดำเนินการเรื่องรีโนเวทบ้านทั้งสองให้กลายเป็นหลังเดียวไปด้วย ไม่รู้ว่าเขาทุ่มเงินกับเรื่องนี้มากแค่ไหน เพราะไปกันแค่ไม่กี่วัน กลับมาคือบ้านเสร็จพร้อมเข้าอยู่แล้วหลายเดือนหลังจากนั้น เด็กหญิงธยาดา รณวัฒน์ หรือ น้องเค้ก โซ่ทองคล้องใจของพวกเขาก็คลอดออกมา หนูน้อยร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง มีเครื่องหน้ากระจุ๋มกระจิ๋ม ผิวขาวอมชมพู ตัวและแขนขาอวบเป็นมัดๆ ใครเห็นก็พูดว่าได้มารดามาทั้งก้อน มีเพียงผมและดวงตาสีดำขลับที่ได้บิดามา เจ้าก้อนของพวกเขาน่ารักจนใครๆ ก็หลงกันหัวปักหัวปำแน่นอนว่าคนได้เป็นพ่อคนแม่คนสมใจอยากนั้นย่อมรักลูกสาวคนนี้ปานแก้วตาดวงใจ ประคบประหงมลูกน้อยอย่างกับไข่ในหินภคมณที่อยากเลี้ยงลูกเอง วางแผนถอนตัวจากร้านเค้กมาดูแลอยู่เบื้องหลังตั้งแต่ลูกยังไม่คลอด เธอค่อยๆ ปล่อยให้ลูกน้องทำงานกันเอง ไม่ลงไปลุยเองทุกอย่างเหมือนก่อน พอลูกคลอดออกมา เธอเลยเลี้ยงลูกและทำงานไปด้วยอย่างไม่มีปัญหา ยังสามารถขยายร้านเป็นโรงงานส่งเค้กตามฝันได้แล้วด้วย เมื่อต้นปีที่ผ่านมานี่เอง ที่เธอย้ายฐานผลิตไปอยู
เมื่ออวยพรพร้อมมอบของขวัญให้ลูกสะใภ้เรียบร้อยแล้ว คุณชนาธิปกับคุณรุจีก็ขยับให้ที่คุณภัคจิราอวยพรต่อ“ขอให้ทั้งสองคนใช้ชีวิตด้วยกันให้สนุกและมีความสุขนะจ๊ะ รักกันให้มาก ทะเลาะกันให้น้อย มีเรื่องอะไรให้หันหน้าคุยกัน อย่าหันหลังให้กัน เข้าใจมั้ยพายหวาน” ประโยคหลังคุณรุจีพูดเน้นกับลูกสาวเป็นพิเศษ พอภคมณพยักหน้ารับ จึงเอ่ยต่อ “แม้ว่าแม่จะไม่ได้อยู่กับลูกตลอดเวลา แต่แม่รักพายเสมอนะ ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่พายต้องการแม่ แม่จะมาหาพายทันที”“แม่ขา...” ภคมณโผเข้ากอดมารดาแน่น น้ำตาที่กลั้นมานานไหลออกมาทันที และนั่นก็ทำให้คุณภัคจิราน้ำตารื้นไปด้วย นาทีต่อมาทั้งสองก็ร้องไห้กันยกใหญ่ ร้องจนธีร์ใจไม่ดี รีบเอ่ยให้คำมั่นสยบน้ำตา“คุณแม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะรักและดูแลพายดีๆ จะไม่ทำให้พายและคุณแม่ผิดหวังเสียใจแน่ครับ”คุณภัคจิราข่มก้อนสะอื้นพูดกับลูกเขย ขณะลูบหลังปลอบลูกสาวในอ้อมอก “ฝากแก้วตาดวงใจของแม่ด้วยนะพี่ธีร์ พายหวานเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตแม่ วันนี้แม่ยกให้พี่ธีร์ เพราะรู้ว่าพี่ธีร์รักน้องไม่แพ้กับที่น้องรักพี่ธี
แม้จะเป็นแค่งานฉลองเล็กๆ แต่แขกก็มีมากกว่าสิบนับแขกทางฝ่ายธีร์ก็มีคนบ้านรณวัฒน์ทั้งบ้าน หลังจากพวกภคมณได้เห็นหน้าธาม พี่ชายของธีร์แล้วถึงบ้างอ้อ ว่าทำไมน้องไทม์ถึงหน้าเหมือนธีร์ขนาดนั้น สองหนุ่มนี่เหมือนกันอย่างกะแกะ ต่างแค่คนพี่เขาหน้าคมเข้มมากกว่า นอกจากนี้ยังมีสามหนุ่ม ตะวันฉาย เขมรุจ และยิ่งคุณ ที่ถูกเชิญมาด้วยส่วนแขกทางฝ่ายภคมณมีคุณภัคจิรา ประวีร์ รจนากับสามีและลูก พรชีวาอีกหนึ่งพูดได้เลยว่ามีแต่คนกันเองทั้งนั้น บรรยากาศในงานเลยเรียบง่ายและอบอุ่นมาก มองเผินๆ แล้วไม่ต่างจากการมารวมตัวรับประทานอาหารกันตามปกติเลย สิ่งที่บอกว่าพวกเขามาฉลองให้กับเรื่องอะไร คงจะเป็นผ้าคลุมผมเจ้าสาวบนหัวภคมณและเสื้อผ้าหน้าผมของทุกคนที่สวยหล่อกันเป็นพิเศษนั่นละวันนี้ธีร์กับภคมณมีความสุขจนยิ้มไม่หุบตลอด พวกเขาแทบไม่อยากให้งานจบลงเลยแต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกราเมื่อได้เวลาอันสมควร ทุกคนก็พร้อมใจพาบ่าวสาวโดยนิตินัยไปส่งตัวเข้าห้องหอ ซึ่งก็คือห้องนอนที่บ้านธีร์นั่นเองเนื่องจากคุณชนาธิปกับคุณรุจีครองรักอยู่ด้วยกันอย่างราบรื่นและมีความสุขมาจนถึงทุกวันนี้
ราวกับว่าพวกผู้ใหญ่ก็เป็นกังวลเรื่องภคมณกับลูกอยู่ลึกๆ เมื่อธีร์บอกว่าจะเลื่อนงานแต่งออกไป ณ ตอนนี้พวกเขาจะจดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องก่อน รอลูกโตสักขวบสองขวบค่อยจัดพิธีแต่งงาน พวกท่านถึงได้เห็นด้วยอย่างง่ายดายกระนั้นคุณรุจีก็ยังแอบไม่สบายใจ พอเห็นคุณแม่ของลูกสะใภ้ลุกไปยกของว่างมาเพิ่มในระหว่างที่พวกเขาคุยเรื่องขั้นตอนการไปจดทะเบียนสมรสอยู่กับคุณชนาธิป จึงแอบเดินตามไปถามให้แน่ใจ “พวกเราเลื่อนงานแต่งออกไปอย่างนี้ คุณแพทโอเคจริงๆ นะคะ”คุณภัคจิราพยักหน้าบอกยิ้มๆ “ก็แค่เลื่อนงานนี่คะ คนจะแต่งเขาก็ต้องการอย่างนั้น แพทน่ะ ขอแค่ลูกสบายใจก็พอแล้วค่ะ”“นั่นสิคะ ขอแค่ลูกสบายใจและมีความสุข แม่ๆ อย่างเราก็พอใจแล้ว” คุณรุจีพยักหน้าคล้อยตาม “แต่ว่านะคะ พอมีหลานออกมาสักคน เราจะลืมลูกไปเลยค่ะ ตอนแรกพี่ไม่เห็นด้วยเรื่องเลื่อนงานแต่งออกไปเลย แต่พอคิดถึงหลานในท้องหนูพายก็เปลี่ยนใจ ผู้หญิงเราจะเป็นเจ้าสาวทั้งที มันมีเรื่องให้จัดการมากมาย เกิดหนูพายเครียดที่ต้องเตรียมงานให้ทัน จนหลานในท้องเป็นอะไรขึ้นมาอีกทำไง แค่คิด... พี่ก็ใจไม่ดี รอให้หลานค
หลังภคมณออกจากโรงพยาบาลมาได้ไม่กี่วัน เธอก็ตัดสินใจไปทำบุญให้บิดาผู้ล่วงลับก่อนเวลา ด้วยอยากพาธีร์ไปแนะนำให้ท่านได้รู้จัก ก่อนจะแต่งงานแต่งการกันนั่นเองไม่กี่วันจากนั้น คุณรุจีก็ได้ฤกษ์แต่งงานมาให้ปรากฏว่าฤกษ์ดีที่สุดสำหรับการจัดงานแต่งอยู่ในช่วงต้นปีหน้าจริงๆ มีให้เลือกสองช่วง คือช่วงปลายเดือนมกราคมและกลางเดือนพฤษภาคม ไม่ว่าจะฤกษ์ไหน ล้วนเป็นช่วงที่ท้องของภคมณขยายใหญ่ขึ้นแล้วทั้งนั้น ทุกคนจึงเห็นตรงกันว่าให้ใช้ฤกษ์สะดวก ก็ลงเอยที่ต้นเดือนธันวาคมนี้นั่นหมายความว่ามีเวลาเตรียมงานแต่งนี้แค่เดือนกว่าๆ เท่านั้นภคมณมาคิดดูดีๆ แล้วรู้สึกว่าน่าจะฉุกละหุกไป จะแต่งงานทั้งทีเธอก็อยากทำให้ออกมาดีที่สุด ไม่อยากให้มีเรื่องผิดพลาด รอพร้อมจริงๆ ค่อยแต่งดีกว่าเย็นนี้สบโอกาสตอนที่ธีร์พามาเลือกเวดดิ้งแพลนเนอร์ที่บ้านเขาตามลำพังสองคน เธอเลยลองคุยกับเขาดู“พายว่า... เรายังไม่ต้องจัดงานแต่งกันดีมั้ยคะ”“หืม” ธีร์ที่กำลังเช็กรายชื่อแขกในงานรอพลางๆ ได้ยินอย่างนั้นก็เลิกคิ้วถาม “ทำไมพูดแบบนั้น พายไม่อยากแต่งงานกับพี่เหรอ&rd
...ห้องแชทเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมีสติกเกอร์ตกใจส่งมารัวๆ จนเธอส่งอะไรไม่ได้ หน้าจอเหมือนจะค้างไปเลยพอไม่เห็นเธอตอบ ประวีร์จึงเริ่มวิดีคอลกลุ่ม รจนากดเข้าร่วมในทันทีคนตอบไม่ทันได้แต่ค้อนลมค้อนแล้ง ก่อนจะกดเข้าร่วม เสียงแหลมๆ ของประวีร์ดังรัวมาก่อนเลย“แกเจอพี่
“อืม ดูจากรูปร่างแล้วไม่เลวจริงๆ น่าจะอายุเยอะกว่าเรา ตัวสูง ไหล่กว้าง ขายาว ข้างหลังยังดูดีขนาดนี้ ไม่รู้หน้าตาจะหล่อดีอย่างที่พี่ยุบอกหรือเปล่า”ขณะพึมพำกับตัวเองอยู่ดีๆ พลันเห็นอีกฝ่ายหมุนตัวมาเหมือนรู้ตัวว่าถูกแอบมอง ภคมณรีบย่อตัวหลบด้วยความตกใจ ก่อนจะย่นคิ้ว“แกมาหาเขานะพาย จะหลบเพื่อ!”บ่นตัว
ภคมณนึกค้อนคนรู้ดี พอดีอีกฝ่ายโทรเข้ามา เธอจึงกดรับด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “มีอะไร!”(แค่จะถาม เมื่อวานพวกเราตกลงอะไรกันไว้ จำได้มะ?)“ตกลงอะไร” เธอถามกลับไปงงๆ ด้วยนึกตามไม่ทัน(เรื่องผัวหรือพ่อของลูกในอนาคตแกไง อย่ามาทำเป็นลืมนะ)“แล้วไง”(วีวี่เลยไปสืบหาพี่ธีร์มาให้แล้วน่ะสิ หุหุ)“ว่าไงนะ!” ภคมณอุทาน
“กำลังจะออกไปส่งเค้กเหรอคะ น้องพาย”คนกำลังจะเอารถออกพยักหน้าบอกเพื่อนบ้านกึ่งลูกค้าประจำที่เดินมายืนเกาะรั้วถาม “จริงๆ ต้องออกไปแล้วค่ะ แต่พายโอ้เอ้ทำนู่นนี่นั่นอยู่ พี่ยุออกมาพอดีเลย พายมีเค้กให้ด้วย รอแป๊บนะคะ” พยักพเยิดบอกแล้วก็เปิดบ้านเข้าไปหยิบโรลมะยงชิดที่เหลือรอดจากประวีร์มายื่นข้ามรั้วไปให







