مشاركة

12 ไฟป่า

last update تاريخ النشر: 2026-05-16 14:29:12

12

ไฟป่า

ผ่านช่วงเวลายามเช้ามาแล้วหลายชั่วยาม  แต่มู่ชิงเหยากลับไม่ได้รีบร้อนลุกขึ้นมาตักน้ำพรวนดินหรือออกไปหาของป่าเช่นวันก่อนๆ นางเอนกายพิงพนักเก้าอี้นอนที่ตั้งอยู่ใต้ชายคาบ้าน ปล่อยให้ร่างกายรับลมเอื่อยๆ ที่พัดผ่านไปอย่างเกียจคร้าน 

ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังยอดเขาไกลโพ้นด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง ข้าวปลาอาหารที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวานช่วยให้นางไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องไปอีกหลายวัน วันนี้จึงเป็นวันแรกที่นางอนุญาตให้ตนเองได้หยุดพักจากการตรากตรำ

ใกล้กันนั้น นายหญิงเยี่ยนั่งอยู่บนม้านั่ง  มือทั้งสองข้างลงฝีเข็มปักลวดลายบนผืนผ้าอย่างประณีต ประกายแดดต้องใบหน้าของนางดูอ่อนโยนและมีเลือดฝาดขึ้นกว่าแต่ก่อน ทุกครั้งที่นางเงยหน้าขึ้นมาเห็นบุตรสาวนอนพักผ่อนอย่างสบายใจ รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้า นายหญิงเยี่ยลอบส่ายศีรษะให้เบาๆ ด้วยความเอ็นดูที่เห็นชิงเหยาทำตัวเหมือนลูกแมวขี้เซาที่กำลังนอนผิงแดดอุ่น

บนเตาดินเผาขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ข้างกาย  กาน้ำชากำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ ควันขาวล่องลอยโชยมาพร้อมกับกลิ่นหอมจรุงใจ เป็นกลิ่นใบชาป่าที่ปรุงเข้ากับดอกหอมหมื่นลี้ตากแห้ง ซึ่งนายหญิงเยี่ยบรรจงใส่เข้าไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม ให้ความรู้สึกสงบสุขไร้กังวล

เมื่อน้ำได้ที่ นายหญิงเยี่ยวางมือจากเข็มปักผ้า นางหยิบผ้าเช็ดมือขึ้นมาประคองกาน้ำชารินลงในถ้วยดินเผาอย่างระมัดระวัง ไอความร้อนพวยพุ่งส่งกลิ่นหอม จากนั้นนางยื่นถ้วยชาส่งให้บุตรสาวด้วยแววตาอ่อนโยน

“จิบชาเสียหน่อย กำลังได้ที่เชียว”

ชิงเหยารับถ้วยชามาถือไว้  ความร้อนจากดินเผาช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นางสูดดมกลิ่นหอมนั้นพลางหลับตาพริ้ม

“หอมมากเจ้าค่ะท่านแม่”

“อืม  ดอกหอมหมื่นลี้หอมยิ่งนัก”

นายหญิงเยี่ยไม่ได้จิบชาในทันที นางมองดูควันที่ลอยออกจากถ้วยชาด้วยสายตาที่เริ่มเหม่อลอย แววตาที่เคยราบเรียบเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความคะนึงหาใครบางคน

“กลิ่นดอกหอมหมื่นลี้นี้...บิดาของเจ้าชอบ  สมัยที่ยังอยู่ที่จวนในเมืองหลวง  เขาปลูกต้นหอมหมื่นลี้ไว้รอบห้องหนังสือด้วยตนเอง  บอกว่ากลิ่นของมันช่วยให้ใจนิ่งสงบ”

ทันทีที่พูดจบประโยค สีหน้าที่เคยแย้มยิ้มของนายหญิงเยี่ยก็เศร้าสร้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ความทรงจำเกี่ยวกับมู่อันผู้เป็นสามีหวนกลับมาประหนึ่งภาพในวันวานถูกฉายซ้ำ นางก้มหน้าลงมองผืนผ้าปักในมือด้วยดวงตาที่เริ่มมีน้ำคลอเบ้า ความสุขเล็กน้อยในยามเช้าดูเหมือนจะมลายหายไปเพียงเพราะความถวิลหาคนที่มิอาจกลับมาได้อีก

ชิงเหยาเห็นดังนั้นก็ขยับตัวลุกขึ้นนั่งตรง นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเล็กแล้วยื่นมือไปกุมมือที่สั่นเทาของมารดาไว้เบาๆ

“ท่านแม่  อย่าคิดถึงท่านพ่อมากเกินจนทำให้ตนเองเจ็บป่วยอีก  ท่านพ่อจากไปเพียงแค่ร่างกาย แต่ความรักของท่านพ่อยังคงอยู่กับพวกเรา”

นายหญิงเยี่ยเงยหน้าขึ้นมามองบุตรสาว นางสูดลมหายใจลึกเพื่อข่มความอ่อนแอ ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ และฝืนยิ้มออกมา

“แม่เข้าใจแล้วเหยาเอ๋อร์ เจ้าพูดจามีเหตุผล แม่จะไม่ทำให้เจ้าเป็นห่วงอีก”

มู่ชิงเหยาแย้มยิ้มอบอุ่นให้มารดา  ก่อนจะเอนกายลงบนเก้ากี้นอนตามเดิม  พลันรู้สึกถึงความผิดปกติบางอย่าง นางหยัดกายลุกขึ้นนั่งตรงอีกครั้ง ขมวดคิ้วแล้วเพ่งมองไปยังทิศทางของเทือกเขาที่ทอดตัวยาวอยู่เบื้องหน้า บนยอดเขาลูกหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก กลุ่มควันสีดำทะมึนกำลังลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า

ทิศทางนั้นมันคือที่ตั้งของกระท่อมไม้ไผ่หลังเล็กที่บุรุษขาพิการผู้นั้นอาศัยอยู่!

ชิงเหยาเบิกตากว้าง หัวใจของนางเต้นแรงด้วยความตระหนก ทั่วทั้งหุบเขาในยามนี้เต็มไปด้วยใบไม้แห้งและพงหญ้าที่ยืนต้นตายเพราะขาดน้ำมานานวัน สภาพเช่นนี้ไม่ต่างจากเชื้อเพลิงชั้นดี หากเกิดไฟป่าลุกลามขึ้นมาเพียงนิด เปลวเพลิงย่อมเผาผลาญไปทั่วหุบเขาได้ในเวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม

“ท่านแม่! ลูกมีธุระด่วนต้องไปจัดการสักประเดี๋ยว”

ชิงเหยาร้องบอกมารดา  นางลุกพรวดจากเก้าอี้นอนแล้วออกวิ่งมุ่งหน้าไปยังทิศทางของกลุ่มควันนั้นทันที นายหญิงเยี่ยที่ยังไม่ทันตั้งตัวได้แต่ถือถ้วยชาค้างไว้ มองตามหลังบุตรสาวไปด้วยความงุนงง

ฝีเท้าของหญิงสาววิ่งไปเบื้องหน้าอย่างรีบเร่ง นางวิ่งลัดเลาะผ่านทุ่งหญ้าแห้งกรัง ลมร้อนที่พัดสวนมาหอบเอาควันไฟและกลิ่นไหม้มาเตะจมูก ยิ่งเข้าใกล้เขาลูกนั้น ความร้อนระอุยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เสียงกิ่งไม้ลั่นยามถูกเปลวไฟแผดเผาดังระงมไปทั่วป่า

เมื่อชิงเหยาวิ่งมาถึงตีนเขา ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้นางถึงกับใจสั่น เปลวเพลิงสีแดงฉานกำลังลามเลียไปตามพงหนามและต้นไม้ใหญ่อย่างรวดเร็ว ประหนึ่งปีศาจกระหายเลือดที่กำลังกลืนกินทุกสรรพสิ่ง จุดหมายของนางคือกระท่อมหลังเล็กที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยว

“ท่าน! ท่านอยู่ที่นี่หรือไม่!”

ชิงเหยาร้องเรียกเสียงดังลั่น  วิ่งฝ่ากลุ่มควันเข้าไปจนถึงหน้ากระท่อม ทว่าประตูกระท่อมไม้ไผ่ยังคงปิดสนิท ไร้ซึ่งเสียงตอบรับหรือร่องรอยของการเคลื่อนไหวใดๆ จากภายใน นางเริ่มหายใจติดขัดเพราะควันไฟที่หนาทึบ ดวงตาทั้งสองข้างเริ่มแสบร้อนจนน้ำตาไหลซึม

เพียงพริบตาต่อมา เปลวไฟที่ลามมาตามพื้นหญ้าก็ลามเข้าหาตัวกระท่อมอย่างรวดเร็ว กิ่งไม้แห้งที่พาดอยู่บนหลังคาเริ่มติดไฟและล่วงหล่นลงมาเป็นระยะ ชิงเหยารู้ดีว่าหากชักช้าไปมากกว่านี้ กระท่อมไม้หลังนี้ย่อมกลายเป็นจุณแน่นอน

“ท่าน! ได้ยินข้าหรือไม่ ตอบข้าที!”

นางร้องเรียกซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่ความเงียบยังคงเป็นคำตอบเดียวที่ได้รับ เมื่อเห็นว่าเปลวไฟเริ่มลามเข้าใกล้ขอบประตู ชิงเหยาก็ไม่อาจรอช้าได้อีกต่อไป นางรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีแล้วตัดสินใจถีบประตูไม้ไผ่เข้าไปสุดแรงเกิด

โครม!

บานประตูที่ผุพังเพราะความร้อนถูกแรงถีบหลุดกระเด็นเข้าไปด้านใน ชิงเหยารีบใช้แขนเสื้อป้องจมูกและปากเพื่อกันควันไฟที่พุ่งออกมาปะทะหน้า นางรีบวิ่งฝ่าเขม่าควันเข้าไปด้านในกระท่อมที่เริ่มสลัวราง

ท่ามกลางแสงสว่างจากเปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้ผนังกระท่อม นางเห็นบุรุษผู้นั้นนั่งอยู่บนรถเข็นไม้กลางห้อง ใบหน้าคมคายของเขายังคงนิ่งสงบ แววตาที่มองไปยังเปลวไฟที่กำลังลุกลามเข้ามานั้นไม่มีวี่แววของความหวาดกลัวหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เขานั่งอยู่อย่างนั้นราวกับกำลังรอคอยความตายให้มาพรากชีวิตบัดซบนี้ไป

ชิงเหยาวิ่งเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าเขาด้วยความตื่นตระหนก นางคว้าจับแขนของเขาไว้แน่นพลางตะโกนขึ้นแข่งกับเสียงลั่นของไม้ที่กำลังเผาไหม้

“ท่านทำอะไรอยู่  ไฟป่าลามมาถึงที่นี่แล้วรีบหนีเร็วเข้า!”

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 2 (จบ)

    ตอนพิเศษ 2 (จบ)ย่างเข้าสู่คิมหันตฤดู ไอแดดช่วงเช้าสะท้อนเหนือผืนน้ำทะเลสาบหนานซิง เสียงแมลงริมฝั่งร้องระงม เรือประมงลำน้อยหลังคาฟางผุพังลำหนึ่งกำลังลอยลำอยู่ในทะเลสาบอย่างโดดเดี่ยวบนเรือนั้นมีบุรุษสองคนนั่งเผชิญหน้ากัน คนหนึ่งคือเล่าต๋าชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ผิวที่กร้านแดดเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ อีกคนคืออาซิ่งเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่แววตามีความดื้อรั้นฉายชัด ทั้งคู่กำลังช่วยกันออกแรงสาวตาข่ายที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งผิดปกติขึ้นมาจากน้ำ"วันนี้น่าจะก้าวเท้าออกจากบ้านถูกข้าง เราดวงดีแล้วอาซิ่ง คงได้ปลาใหญ่แน่ๆ ตาข่ายหนักเพียงนี้หากไม่ใช่ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่จะเป็นสิ่งใดไปได้อีก" เล่าต๋าเอ่ยพลางพ่นลมหายใจออกทางปาก"ท่านอาเล่า อย่าเพิ่งคิดไปเองเลย เราไม่ได้ปลาใหญ่มาห้าวันแล้วนะ วันนี้จะต้องกลับบ้านมือเปล่าไปอีกรึเปล่าก็ไม่รู้"“เจ้าก็อย่าพูดอัปมงคลเช่นนั้นสิ!” เล่าต๋าดุอาซิ่งกัดฟัน แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเกร็งเขม็งขณะออกแรงกระชากตาข่ายขึ้นมา"หากเป็นปลาใหญ่จริง คืนนี้พวกเราคงได้กินเหล้าดีๆ ในเมืองสักไห"ทว่าเมื่อตาข่ายพ้นผิวน้ำ ความหวังที่ว่าจะเห็นปลาเกล็ดเงินกระโดดโลดเต้นกลับมลายหา

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เส้นทางสู่หมู่บ้านหุบเขาหินนั้นทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน สองข้างทางเต็มไปด้วยโขดหินรูปทรงประหลาดตา รถม้าหรูหราของจวนจวิ้นอ๋องเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ตามหลังขบวนเกวียนขนเสบียงที่บรรทุกทั้งธัญพืช เครื่องเทศ และสมุนไพรมาเต็มลำเซียวอวี้นั่งอยู่ข้างกายชิงเหยาภายในรถม้า เขาคอยประคองร่างบอบบางของนางไว้ทุกครั้งที่ล้อรถสะดุดเข้ากับร่องหิน แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความห่วงใย แม้กระทั่งชิงเหยาก็ยังนึกแปลกใจ บุรุษที่ไม่เคยรักหยกถนอมบุปผาก่อนหน้านี้ พอได้เป็นสามีของใครสักคนเขากลับทำหน้าที่ได้ดีจนน่าปลาบปลื้ม"ทางลำบากถึงเพียงนี้ เจ้ายืนกรานจะมาด้วยตนเองให้ได้ หากเจ้าบอกข้าเพียงคำเดียว ข้าจะสั่งให้ทหารนำเสบียงมาส่งให้ถึงมือชาวบ้านโดยที่เจ้าไม่ต้องเหนื่อยยากเช่นนี้"เซียวอวี้เอ่ยพลางกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ให้นาง ชิงเหยายิ้มบางๆ พลางเอนศีรษะซบลงบนไหล่ของเขา"การมอบของด้วยใจกับการมอบตามหน้าที่นั้นต่างกันนัก หม่อมฉันอยากเห็นด้วยตาตนเองว่าพวกเขามีความเป็นอยู่เช่นไร อีกอย่าง...หม่อมฉันคิดถึงคนในหมู่บ้านหุบเขาหินเพคะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าหว่านอิงโตขึ้นมากน้อยเพียงใดแล้ว"เมื่อขบวนรถม้าเลี้ยวเข้าสู

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   77 ข้าอยากปลดปล่อยตัวเอง

    77ข้าอยากปลดปล่อยตัวเองเมื่อรถม้าหยุดลงที่ริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ภาพเบื้องหน้าคือผืนน้ำที่ยังคงกระเพื่อมไหวอย่างแผ่วเบาด้วยไอเย็นจัด แม้หิมะจะโปรยปรายลงมาปกคลุมไปทั่ว แต่ผืนน้ำยังไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง เช่นนี้ก็นับว่ามาไม่เสียเที่ยวมู่ชิงเหยาก้าวลงจากรถม้าเดินไปหยุดอยู่ที่ริมตลิ่ง ปล่อยให้ลมหนาวปะทะใบหน้าจนแก้มเริ่มขึ้นสีระเรื่อ เซียวอวี้เดินตามมายืนเคียงข้างนาง คอยดูอยู่ว่าจุดประสงค์ที่นางอยากมาสถานที่แห่งนี้เพราะเหตุใด"ท่านอ๋อง ข้ายังมีความลับอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยบอกท่านเพคะ"นางเอ่ยขึ้น เสียงของนางเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว เซียวอวี้ขมวดคิ้ว แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่เสี้ยวหน้าของนางอย่างพิจารณา"ความลับอันใดงั้นหรือ"ชิงเหยาค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือพู่กันเกล็ดมังกร"พู่กันเล่มนี้คือสิ่งที่ทำให้หม่อมฉันสามารถบันดาลทุกอย่างได้ ยกเว้นเงินและทอง" นางยิ้มบางๆ แต่อันที่จริงกลับดูเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก "มันมีคุณอนันต์และมีโทษมหันต์”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เขามองพู่กันในมือของนางด้วยความสงสัยยิ่งกว่าเดิม“ในทุกครั้งที่หม่อมฉันวาดสิ่งขอ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   76 เลือดเย็นไม่เบา

    76เลือดเย็นไม่เบาในช่วงหัวค่ำ มู่ชิงเหยาทราบข่าวเรื่องตระกูลจ้าวล่มสลาย นางได้ออกไปยืนมองขบวนลำเลียงนักโทษจากจวนตระกูลจ้าวไปยังคุกหลวงพร้อมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ทุกเส้นทางที่คนของตระกูลจ้าวเดินผ่านเต็มไปด้วยเสียงด่าทอ บางคนถึงขั้นปาก้อนหินปาผักเน่าใส่ขบวน มู่ชิงเหยาเพียงแต่ยืนมองภาพนั้นที่มุมหนึ่งเงียบๆ ในที่สุดแสงแห่งความยุติธรรมก็ส่องมาถึงเสียที ข่าวแว่วมาว่าจ้าวคุนไฉได้รับโทษประหาร สตรีและเด็กถูกลดขั้นเป็นทาส บางส่วนก็ถูกส่งเข้าหอนางโลม ชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์ถูกเนรเทศไปใช้แรงงานหนักในเช้าวันต่อมาขบวนองครักษ์จากวังหลวงเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเครื่องเทศพร้อมกับราชโองการสีทอง ขณะนั้นมู่ชิงเหยาเพิ่งจะเปิดร้านได้ไม่นานยังง่วนอยู่กับการจัดข้าวของ นางรีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความตื่นเต้น ฝ่ายนายหญิงเยี่ยก็วิ่งตามหลังมาติดๆ ทั้งสองนั่งลงคุกเข่ารับราชโองการด้วยใจที่สั่นระรัว รอฟังราชโองการในมือองครักษ์อย่างใจจดใจจ่อ"ตามที่จวิ้นอ๋องได้ถวายฎีกา ตรวจสอบพบความจริงว่ามู่ชิงเทียนอดีตพ่อค้าหลวงถูกใส่ร้ายป้ายสี บัดนี้ความจริงปรากฏชัด จึงขอประกาศคืนความบริสุทธิ์และล้างมลทินให้แก่มู่ชิงเท

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   75 จิ้งจอกเฒ่า

    75จิ้งจอกเฒ่าทั่วทั้งท้องพระโรงราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงฮือฮาดังอื้ออึงไปทั่วโถง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างหันมองหน้ากันด้วยความฉงน ความเงียบสงบเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความสงสัยและเสียงกระซิบกระซาบที่เริ่มหนาหู"มู่ชิงเหยา? นางคือบุตรีของนักโทษที่ล่วงลับไปแล้วมิใช่หรือ ไฉนจึงไม่ใช่คุณหนูตระกูลจ้าวเล่า" ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งพึมพำด้วยความสงสัยจ้าวคุนไฉยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขาที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มบัดนี้กลับกลายเป็นสีม่วงคล้ำ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นเทาด้วยความอัปยศและโกรธแค้น เขาจ้องมองไปยังแผ่นหลังของเซียวอวี้ด้วยสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด หมากที่เขาอุตส่าห์วางไว้เพื่อให้บุตรีเป็นพระชายาเอกกลับถูกเซียวอวี้พลิกกระดานกลางท้องพระโรงอย่างไม่ไว้หน้า“ท่านอ๋องทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!” จิ้งจอกเฒ่ากัดฟันถาม เดิมทีพยายามข่มอารมณ์อยู่ แต่ตบะแตกเมื่อได้ยินคำขอสมรสพระราชทานที่ผิดคาดไปไกลแสนไกล เขาหน้าดำหน้าแดง ก้าวออกมากลางท้องพระโรงพลางชี้หน้าเซียวอวี้ด้วยมือที่สั่นเทา"ท่านอ๋อง! ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านไปมาหาสู่บุตรสาวของข้าที

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   74 สินเดิมสิบลี้

    74สินเดิมสิบลี้ทันทีที่รถม้าหรูหราเคลื่อนออกจากเขตตลาดที่พลุกพล่าน จ้าวจื่อรั่วไม่ได้สั่งให้คนขับรถม้ากลับไปยังจวนตระกูลจ้าว แต่กลับสั่งให้ไปที่จวนจวิ้นอ๋อง นางจัดแต่งทรงผมและเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยไร้ที่ติอีกครั้ง ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ประหนึ่งว่าตนเองคือพระชายาเอกของที่นี่เรียบร้อยแล้วสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าจวนแจ้งแก่นางว่ายามนี้เซียวอวี้กำลังขลุกตัวอยู่ในห้องหนังสือเพียงลำพัง จ้าวจื่อรั่วแย้มยิ้มบางๆ นางก้าวเท้าเดินมุ่งตรงไปยังห้องซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวของเขาอย่างคุ้นเคยภายในห้องหนังสือ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหมึกและตำราอบอวลไปทั่วห้อง เซียวอวี้ในชุดลำลองผ้าไหมสีเข้มกำลังนั่งพลิกหน้ากระดาษตำราในมืออย่างใจลอย ทันทีที่จ้าวจื่อรั่วก้าวเข้ามา นางไม่ได้รอให้บ่าวรับใช้รายงาน แต่กลับเดินเข้าไปหาเขาพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดัดจนหวานหยด"ท่านอ๋อง จื่อรั่วเข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านอ๋องหรือไม่เพคะ"เซียวอวี้ละสายตาจากตำรา เขาเหลือบมองสตรีตรงหน้าที่เดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่ายังคงไว้ซึ่งมารยาท"คุณหนูจ้าวมีธุระด่วนอันใดงั้นหรือ"จ้าวจื่

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   67 หรือนี่จะเป็นพู่กันวิเศษ

    67หรือนี่จะเป็นพู่กันวิเศษในชั่วพริบตานั้น ชิงเหยาตวัดปลายพู่กันวาดเป็นวงกลมในอากาศ เมื่อนางตวัดเส้นสายบรรจบกัน แสงสว่างวาบก็สาดกระทบไปทั่วห้อง พลันผลไม้สีแดงสดก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาท่ามกลางอากาศ มันคือผิงกวาที่สมจริงทุกประการ ชิงเหยารีบใช้สองมือรับไว้ ผิงกวาลูกนั้นหล่นลงใส่ฝ่ามือนางพอดิบพอดีม

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   65 ระวังตัวไว้เถอะ

    65ระวังตัวไว้เถอะ"ไปเสีย! เสนียดจัญไรตัวใดที่ชอบแย่งชิงของผู้อื่น ตัวใดที่มันเนรคุณแผ่นดินและบรรพบุรุษ อย่าได้มาเหยียบย่างเฉียดใกล้ร้านข้า น้ำถังนี้จะช่วยล้างความอัปยศของพวกคนชั่วให้พ้นหูพ้นตาไปเสียที!"มู่หรงที่เพิ่งเดินออกมาดูความเรียบร้อยหน้าร้านถึงกับหน้าเขียวคล้ำด้วยโทสะ เขาชี้หน้าชิงเหยากัด

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   64 ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าว

    64ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าวเซียวอวี้กระโดดขึ้นหลังม้า ควบตะบึงกลับจวนทันที เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปหาชิงเหยาที่ร้านเครื่องเทศอย่างที่อารมณ์ชั่ววูบสั่งการ แต่กลับเลือกเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัว สั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวน แล้วทรุดกายนั่งครุ่นคิดอยู่ท่ามกลางความเงียบงันเนิ่นนานจ้าวคุนไฉไม่ใช่ขุนนางธรรมดา แ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   63 บังเอิญจริงๆ

    63บังเอิญจริงๆมู่ชิงเหยาวางตะเกียบลงบนขอบชาม นางจ้องมองใบหน้าด้านข้างของเขา ก่อนจะลองเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"วันนี้ท่านอ๋องมีธุระที่ใดต่อหรือเพคะ"เซียวอวี้จิบชาก่อนจะตอบโดยไม่ทันสังเกตแววตาของนาง "ข้ามีธุระสำคัญที่จวนเสนาบดีจ้าว""สำคัญ" นางทวนคำนั้นแผ่วเบาก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาครั้งหนึ่ง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status