Share

4 รีดไถ

last update publish date: 2026-05-10 17:26:20

4

รีดไถ

พอฟ้าใกล้สางมู่ชิงเหยาขยับกายลุกขึ้น  มือของนางยังคงรู้สึกแสบจากแผลพุพองจากการขุดดินเมื่อวาน แต่นางไม่มีเวลาให้หยุดพัก หากไม่มีน้ำแปลงผักที่นางตรากตรำขุดไว้ก็เป็นเพียงหลุมดินเปล่าประโยชน์

ชิงเหยาเดินออกไปหลังบ้าน นางนั่งลงในมุมมืดที่ลับตาคน รวบรวมสมาธิจดจ่ออยู่ที่ปลายนิ้ว ภาพในหัวของนางคืออุปกรณ์ชนิดหนึ่งที่บิดาเคยเอาให้ดู  มันคือไม้ดิ่งค้นหาน้ำ  หรือแท่งไม้ทรงง่ามที่จะสั่นสะเทือนเมื่ออยู่เหนือแหล่งน้ำใต้ดิน

นางจรดปลายพู่กันเกล็ดมังกรลงบนพื้นทราย ลากเส้นเป็นแท่งไม้สองกิ่งที่มาบรรจบกันตรงปลาย ทันทีที่เส้นหมึกสุดท้ายสมบูรณ์ แสงสว่างวาบขึ้นชั่วอึดใจ ร่างกายของนางรับรู้ถึงพลังที่ถูกดึงออกไป แต่ไม่เจ็บปวดถึงขั้นดิ้นทุรนทุราย

นางยิ้มออกมาด้วยความดีใจ พลางหยิบแท่งไม้ดิ่งที่ปรากฏขึ้นบนพื้นทรายขึ้นมาถือไว้ นางกระชับกิ่งไม้ทั้งสองข้างด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เดินวนรอบๆ พื้นที่รกร้างหลังบ้าน นางเดินอย่างช้าๆ สายตาจ้องมองปฏิกิริยาของไม้ดิ่งไปด้วย

ชิงเหยาเดินลัดเลาะไปตามแนวหินและพงหนาม จนกระทั่งมาถึงจุดที่ดินดูเข้มกว่าบริเวณอื่น ทันใดนั้นแท่งไม้ในมือของนางก็เริ่มสั่นไหว ปลายของมันถ่วงลงสู่พื้นดินประหนึ่งมีแรงดึงดูดมหาศาล นางขยับไปทางซ้ายปลายไม้ก็ยังชี้กลับมาที่เดิม นางขยับไปทางขวามันก็ยังขืนตัวกลับมายังจุดกึ่งกลาง

“ตรงนี้แหละ!”

นางวางไม้ดิ่งลงแล้วหยิบจอบบิ่นๆ ขึ้นมาขุดดินอย่างรวดเร็ว แม้ดินจะแข็งแต่ความหวังที่เปี่ยมล้นทำให้นางมีแรงมหาศาล นางขุดลงไปเพียงไม่กี่ชั่วยาม ดินที่เคยแข็งกระด้างเริ่มเปลี่ยนเป็นชื้นแฉะ และในที่สุดเมื่อนางขุดลงไปอีกครั้ง น้ำใสสะอาดก็เริ่มซึมออกมาจากรอยแตกของหินใต้ดิน

ชิงเหยาเบิกตากว้างรีบใช้มือกอบเอาดินออก น้ำค่อยๆ ไหลซึมออกมามากขึ้นเรื่อยๆ จนเต็มก้นหลุมที่ขุดไว้ นางลองแตะชิมดูเล็กน้อย น้ำนี้ใสเย็นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าน้ำในบ่อส่วนกลางของหมู่บ้านเสียอีก

“ท่านแม่! ท่านแม่มาดูนี่เจ้าค่ะ!”

ชิงเหยาร้องเรียกเสียงใสด้วยความดีใจ  นายหญิงเยี่ยรีบวิ่งออกมาจากบ้านด้วยใบหน้าตระหนก แต่เมื่อเห็นน้ำที่เอ่อล้นอยู่ในหลุมดินที่บุตรสาวขุดไว้ นางถึงกับยกมือปิดปากด้วยความตื้นตันใจ

“น้ำ!  มีน้ำจริงๆ หรือเหยาเอ๋อร์ สวรรค์เมตตาพวกเราแล้ว”

“นี่คือตาน้ำที่ดีที่สุดเจ้าค่ะท่านแม่ ขุดไปเพียงไม่ลึกน้ำก็ซึมออกมาเช่นนี้ แสดงว่าใต้ดินนี้ต้องมีสายน้ำซ่อนอยู่”

ตลอดทั้งวันนั้น ชิงเหยาไม่ได้หยุดพัก นางใช้หินที่เก็บได้รอบๆ มาเรียงซ้อนกันเป็นขอบบ่ออย่างง่ายๆ ค่อยๆ ตักดินและโคลนออกจนบ่อน้ำขนาดย่อมของนางจนเป็นรูปเป็นร่าง สิ่งที่น่าอัศจรรย์ใจคือไม่ว่านางจะตักน้ำออกไปใช้มากเท่าใด น้ำในบ่อนี้กลับค่อยๆ ซึมออกมาเติมเต็มจนอยู่ในระดับเดิมเสมอ ประหนึ่งเป็นบ่อน้ำที่ไม่มีวันแห้งขอด

เมื่อมีน้ำแล้ว ชิงเหยาจึงเริ่มนำเมล็ดพันธุ์ผักที่วาดไว้เมื่อวานลงหว่านในแปลงผักที่เตรียมไว้ นางรดน้ำลงบนดินแห้งๆ จนมันชุ่มฉ่ำ สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผักที่นางปลูกเริ่มแทงยอดอ่อนขึ้นมาเหนือดินอย่างน่าอัศจรรย์ ส่วนแม่ไก่ตัวนั้นก็ขยันออกไข่ให้นางกับมารดาได้กินทุกเช้า สุขภาพของนายหญิงเยี่ยเริ่มดีขึ้น สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาดไม่ซีดเซียวแล้ว

ทว่าความสงบสุขมักอยู่ได้ไม่นาน  เช้าวันที่สี่เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงพูดคุยอย่างโอหังดังขึ้นที่หน้าบ้านอีกครั้ง เฉินกุ้ยผู้นำหมู่บ้านเดินนำลูกสมุนสองคนเข้ามาด้วยท่าทางวางอำนาจ ในมือของเขาถือสมุดบัญชีเก็บส่วยเล่มเดิม แววตาที่จ้องมองมายังบ้านของชิงเหยาเต็มไปด้วยความละโมบ โดยเฉพาะเมื่อเขามองเห็นแม่ไก่ตัวอ้วนท้วนที่ถูกขังอยู่ในสุ่มข้างบ้าน

“แม่นางมู่ครบสามวันแล้ว เจ้าเตรียมเงินส่วยน้ำยี่สิบอีแปะไว้ให้ข้าหรือยัง”

เฉินกุ้ยตะโกนเรียกเสียงดัง  ชิงเหยาเดินออกมาจากหลังบ้าน ในมือยังถือจอบที่เปื้อนดิน นางมองดูเฉินกุ้ยด้วยสีหน้าเรียบเฉย

“ข้าไม่มีเงินให้ท่านหรอกเจ้าค่ะ”

เฉินกุ้ยแค่นหัวเราะ สายตาของเขาจับจ้องไปที่แม่ไก่ไม่วางตา “ไม่มีเงินรึ ข้าก็คิดไว้อยู่แล้วว่าคนตกอับอย่างพวกเจ้าจะไปมีเงินได้อย่างไร แต่ดูท่าทางเจ้าจะเลี้ยงไก่ได้ดีนี่นา ไก่ตัวนี้อ้วนถ้วนสมบูรณ์นัก เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ในเมื่อไม่มีเงินก็เอาไก่ตัวนี้มาแลกกับส่วยน้ำของเดือนนี้  นี่ก็ถือว่าข้ามีเมตตาต่อพวกเจ้าสองแม่ลูกมากแล้ว  พวกเจ้าไปจับไก่ตัวนั้นมา!”

ชายฉกรรจ์สองคนเดินดุ่มเข้าไปทางสุ่มไก่อย่างอุกอาจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าหญิงสาวร่างบางตรงหน้าจะกล้าขัดขืน ทว่าเพียงแค่พวกมันก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว มู่ชิงเหยาก็ขยับกายอย่างรวดเร็ว นางเหวี่ยงจอบในมือขึ้นมาขวางหน้าพวกมันทันที

“หยุดอยู่ตรงนั้น!” เสียงของนางดังก้องจนลูกสมุนทั้งสองคนชะงักไป

“เจ้าจะทำอะไร กล้าทำร้ายคนของข้างั้นรึ!” เฉินกุ้ยตวาด ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห

“ข้าไม่ได้จะทำร้ายใคร แต่ข้าจะไม่ยอมให้ใครมาแตะต้องสมบัติของข้า ส่วนเรื่องส่วยน้ำที่ท่านเรียกเก็บขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าข้าจะไม่จ่ายแม้แต่อีแปะเดียว”

“ถ้าไม่จ่ายส่วยน้ำเจ้าก็ห้ามแตะต้องน้ำในบ่อของหมู่บ้านแม้แต่หยดเดียว! ข้าจะสั่งให้ทุกคนห้ามแบ่งน้ำให้พวกเจ้า ใครกล้าฝ่าฝืนจะต้องถูกขับไล่ออกไป”

“ท่านไม่จำเป็นต้องสั่งหรอก  เพราะข้าไม่ได้คิดจะใช้น้ำของหมู่บ้านอยู่แล้ว”

เฉินกุ้ยและลูกสมุนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ลูกสมุนของเขาก็พลอยหัวเราะเยาะเย้ยตามไปด้วย

“ฮ่าๆ เจ้าพูดอะไรออกมาน่ะแม่นางมู่ ไม่ใช้น้ำของหมู่บ้านงั้นรึ เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นเทพธิดามาจากไหน ถึงจะอยู่ได้โดยไม่ต้องดื่มน้ำ หรือเจ้าจะอาศัยน้ำค้างประทังชีวิตไปวันๆ ฮ่าๆ”

“ข้าจะใช้น้ำจากที่ไหนมันก็เรื่องของข้า แต่ที่แน่ๆ ข้าไม่ยอมให้ท่านมารีดไถเงิน ท่านเป็นถึงผู้นำหมู่บ้านแต่ไร้จิตสำนึก  เห็นชาวบ้านตาดำๆ ลำบากยังกล้าฉวยโอกาส!”

“เจ้ามันคนเสียสติไปแล้ว!  ในหุบเขาที่แห้งแล้งเช่นนี้นอกจากบ่อน้ำส่วนกลางแล้วไม่มีที่ไหนมีน้ำอีก เจ้าอยากจะลองดีรึ ข้าจะรอดูว่าหน้าอย่างเจ้าจะทนกระหายน้ำไปได้กี่วัน อย่าคลานมาคุกเข่าอ้อนวอนขอขมาข้าก็แล้วกัน!”

เฉินกุ้ยสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง เดินนำลูกสมุนกลับไปพร้อมเสียงหัวเราะที่ยังคงดังแว่วมาตามลม เขาคิดว่ามู่ชิงเหยาเพียงแต่พูดจาอวดดีไปอย่างนั้นเอง เป็นไปไม่ได้เลยที่สองแม่ลูกจะใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ได้โดยไม่ดื่มไม่ใช้น้ำจากบ่อของเขา

ชิงเหยามองตามหลังคนเหล่านั้น  นางลดจอบในมือลงแล้วหันไปมองบ่อน้ำขนาดย่อมที่หลังบ้าน ซึ่งบัดนี้มีน้ำใสเต็มเปี่ยม  มีนกน้อยบินเข้ามาแวะดื่ม  นอกจากนางได้ใช้ประโยชน์แล้วสัตว์ยังได้พึ่งพาด้วย  นางละสายตาจากบ่อหิน  จากนั้นเดินกลับเข้าไปหามารดาที่ยืนรออยู่ด้วยความเป็นห่วง ชิงเหยาจับมือมารดาไว้เบาๆ

“ไม่ต้องกลัวนะเจ้าคะท่านแม่ เรามีน้ำของเราเองแล้ว ต่อไปนี้จะไม่มีใครมารังแกพวกเราได้อีก”

***  ไม่ดิ่งหรือแท่งดาวซิ่งเป็นอุปกรณ์ใช้ในการค้นหาตาน้ำสมัยโบราณ  หรืออีกวิธีคือคนสมัยเก่ามักใช้การครอบกะลาหรือครอบด้วยถ้วยดินเผาทิ้งไว้ในตอนกลางคืน  พอเช้ามาก็จะเปิดดูว่าในถ้วยที่ครอบไว้มีไอน้ำเกาะอยู่หรือไม่  ก่อนจะทำการลงมือขุดหาตาน้ำ  บางครั้งก็ดูจากรังปลวก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 2 (จบ)

    ตอนพิเศษ 2 (จบ)ย่างเข้าสู่คิมหันตฤดู ไอแดดช่วงเช้าสะท้อนเหนือผืนน้ำทะเลสาบหนานซิง เสียงแมลงริมฝั่งร้องระงม เรือประมงลำน้อยหลังคาฟางผุพังลำหนึ่งกำลังลอยลำอยู่ในทะเลสาบอย่างโดดเดี่ยวบนเรือนั้นมีบุรุษสองคนนั่งเผชิญหน้ากัน คนหนึ่งคือเล่าต๋าชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ผิวที่กร้านแดดเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ อีกคนคืออาซิ่งเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่แววตามีความดื้อรั้นฉายชัด ทั้งคู่กำลังช่วยกันออกแรงสาวตาข่ายที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งผิดปกติขึ้นมาจากน้ำ"วันนี้น่าจะก้าวเท้าออกจากบ้านถูกข้าง เราดวงดีแล้วอาซิ่ง คงได้ปลาใหญ่แน่ๆ ตาข่ายหนักเพียงนี้หากไม่ใช่ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่จะเป็นสิ่งใดไปได้อีก" เล่าต๋าเอ่ยพลางพ่นลมหายใจออกทางปาก"ท่านอาเล่า อย่าเพิ่งคิดไปเองเลย เราไม่ได้ปลาใหญ่มาห้าวันแล้วนะ วันนี้จะต้องกลับบ้านมือเปล่าไปอีกรึเปล่าก็ไม่รู้"“เจ้าก็อย่าพูดอัปมงคลเช่นนั้นสิ!” เล่าต๋าดุอาซิ่งกัดฟัน แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเกร็งเขม็งขณะออกแรงกระชากตาข่ายขึ้นมา"หากเป็นปลาใหญ่จริง คืนนี้พวกเราคงได้กินเหล้าดีๆ ในเมืองสักไห"ทว่าเมื่อตาข่ายพ้นผิวน้ำ ความหวังที่ว่าจะเห็นปลาเกล็ดเงินกระโดดโลดเต้นกลับมลายหา

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เส้นทางสู่หมู่บ้านหุบเขาหินนั้นทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน สองข้างทางเต็มไปด้วยโขดหินรูปทรงประหลาดตา รถม้าหรูหราของจวนจวิ้นอ๋องเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ตามหลังขบวนเกวียนขนเสบียงที่บรรทุกทั้งธัญพืช เครื่องเทศ และสมุนไพรมาเต็มลำเซียวอวี้นั่งอยู่ข้างกายชิงเหยาภายในรถม้า เขาคอยประคองร่างบอบบางของนางไว้ทุกครั้งที่ล้อรถสะดุดเข้ากับร่องหิน แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความห่วงใย แม้กระทั่งชิงเหยาก็ยังนึกแปลกใจ บุรุษที่ไม่เคยรักหยกถนอมบุปผาก่อนหน้านี้ พอได้เป็นสามีของใครสักคนเขากลับทำหน้าที่ได้ดีจนน่าปลาบปลื้ม"ทางลำบากถึงเพียงนี้ เจ้ายืนกรานจะมาด้วยตนเองให้ได้ หากเจ้าบอกข้าเพียงคำเดียว ข้าจะสั่งให้ทหารนำเสบียงมาส่งให้ถึงมือชาวบ้านโดยที่เจ้าไม่ต้องเหนื่อยยากเช่นนี้"เซียวอวี้เอ่ยพลางกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ให้นาง ชิงเหยายิ้มบางๆ พลางเอนศีรษะซบลงบนไหล่ของเขา"การมอบของด้วยใจกับการมอบตามหน้าที่นั้นต่างกันนัก หม่อมฉันอยากเห็นด้วยตาตนเองว่าพวกเขามีความเป็นอยู่เช่นไร อีกอย่าง...หม่อมฉันคิดถึงคนในหมู่บ้านหุบเขาหินเพคะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าหว่านอิงโตขึ้นมากน้อยเพียงใดแล้ว"เมื่อขบวนรถม้าเลี้ยวเข้าสู

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   77 ข้าอยากปลดปล่อยตัวเอง

    77ข้าอยากปลดปล่อยตัวเองเมื่อรถม้าหยุดลงที่ริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ภาพเบื้องหน้าคือผืนน้ำที่ยังคงกระเพื่อมไหวอย่างแผ่วเบาด้วยไอเย็นจัด แม้หิมะจะโปรยปรายลงมาปกคลุมไปทั่ว แต่ผืนน้ำยังไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง เช่นนี้ก็นับว่ามาไม่เสียเที่ยวมู่ชิงเหยาก้าวลงจากรถม้าเดินไปหยุดอยู่ที่ริมตลิ่ง ปล่อยให้ลมหนาวปะทะใบหน้าจนแก้มเริ่มขึ้นสีระเรื่อ เซียวอวี้เดินตามมายืนเคียงข้างนาง คอยดูอยู่ว่าจุดประสงค์ที่นางอยากมาสถานที่แห่งนี้เพราะเหตุใด"ท่านอ๋อง ข้ายังมีความลับอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยบอกท่านเพคะ"นางเอ่ยขึ้น เสียงของนางเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว เซียวอวี้ขมวดคิ้ว แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่เสี้ยวหน้าของนางอย่างพิจารณา"ความลับอันใดงั้นหรือ"ชิงเหยาค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือพู่กันเกล็ดมังกร"พู่กันเล่มนี้คือสิ่งที่ทำให้หม่อมฉันสามารถบันดาลทุกอย่างได้ ยกเว้นเงินและทอง" นางยิ้มบางๆ แต่อันที่จริงกลับดูเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก "มันมีคุณอนันต์และมีโทษมหันต์”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เขามองพู่กันในมือของนางด้วยความสงสัยยิ่งกว่าเดิม“ในทุกครั้งที่หม่อมฉันวาดสิ่งขอ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   76 เลือดเย็นไม่เบา

    76เลือดเย็นไม่เบาในช่วงหัวค่ำ มู่ชิงเหยาทราบข่าวเรื่องตระกูลจ้าวล่มสลาย นางได้ออกไปยืนมองขบวนลำเลียงนักโทษจากจวนตระกูลจ้าวไปยังคุกหลวงพร้อมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ทุกเส้นทางที่คนของตระกูลจ้าวเดินผ่านเต็มไปด้วยเสียงด่าทอ บางคนถึงขั้นปาก้อนหินปาผักเน่าใส่ขบวน มู่ชิงเหยาเพียงแต่ยืนมองภาพนั้นที่มุมหนึ่งเงียบๆ ในที่สุดแสงแห่งความยุติธรรมก็ส่องมาถึงเสียที ข่าวแว่วมาว่าจ้าวคุนไฉได้รับโทษประหาร สตรีและเด็กถูกลดขั้นเป็นทาส บางส่วนก็ถูกส่งเข้าหอนางโลม ชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์ถูกเนรเทศไปใช้แรงงานหนักในเช้าวันต่อมาขบวนองครักษ์จากวังหลวงเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเครื่องเทศพร้อมกับราชโองการสีทอง ขณะนั้นมู่ชิงเหยาเพิ่งจะเปิดร้านได้ไม่นานยังง่วนอยู่กับการจัดข้าวของ นางรีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความตื่นเต้น ฝ่ายนายหญิงเยี่ยก็วิ่งตามหลังมาติดๆ ทั้งสองนั่งลงคุกเข่ารับราชโองการด้วยใจที่สั่นระรัว รอฟังราชโองการในมือองครักษ์อย่างใจจดใจจ่อ"ตามที่จวิ้นอ๋องได้ถวายฎีกา ตรวจสอบพบความจริงว่ามู่ชิงเทียนอดีตพ่อค้าหลวงถูกใส่ร้ายป้ายสี บัดนี้ความจริงปรากฏชัด จึงขอประกาศคืนความบริสุทธิ์และล้างมลทินให้แก่มู่ชิงเท

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   75 จิ้งจอกเฒ่า

    75จิ้งจอกเฒ่าทั่วทั้งท้องพระโรงราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงฮือฮาดังอื้ออึงไปทั่วโถง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างหันมองหน้ากันด้วยความฉงน ความเงียบสงบเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความสงสัยและเสียงกระซิบกระซาบที่เริ่มหนาหู"มู่ชิงเหยา? นางคือบุตรีของนักโทษที่ล่วงลับไปแล้วมิใช่หรือ ไฉนจึงไม่ใช่คุณหนูตระกูลจ้าวเล่า" ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งพึมพำด้วยความสงสัยจ้าวคุนไฉยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขาที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มบัดนี้กลับกลายเป็นสีม่วงคล้ำ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นเทาด้วยความอัปยศและโกรธแค้น เขาจ้องมองไปยังแผ่นหลังของเซียวอวี้ด้วยสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด หมากที่เขาอุตส่าห์วางไว้เพื่อให้บุตรีเป็นพระชายาเอกกลับถูกเซียวอวี้พลิกกระดานกลางท้องพระโรงอย่างไม่ไว้หน้า“ท่านอ๋องทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!” จิ้งจอกเฒ่ากัดฟันถาม เดิมทีพยายามข่มอารมณ์อยู่ แต่ตบะแตกเมื่อได้ยินคำขอสมรสพระราชทานที่ผิดคาดไปไกลแสนไกล เขาหน้าดำหน้าแดง ก้าวออกมากลางท้องพระโรงพลางชี้หน้าเซียวอวี้ด้วยมือที่สั่นเทา"ท่านอ๋อง! ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านไปมาหาสู่บุตรสาวของข้าที

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   74 สินเดิมสิบลี้

    74สินเดิมสิบลี้ทันทีที่รถม้าหรูหราเคลื่อนออกจากเขตตลาดที่พลุกพล่าน จ้าวจื่อรั่วไม่ได้สั่งให้คนขับรถม้ากลับไปยังจวนตระกูลจ้าว แต่กลับสั่งให้ไปที่จวนจวิ้นอ๋อง นางจัดแต่งทรงผมและเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยไร้ที่ติอีกครั้ง ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ประหนึ่งว่าตนเองคือพระชายาเอกของที่นี่เรียบร้อยแล้วสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าจวนแจ้งแก่นางว่ายามนี้เซียวอวี้กำลังขลุกตัวอยู่ในห้องหนังสือเพียงลำพัง จ้าวจื่อรั่วแย้มยิ้มบางๆ นางก้าวเท้าเดินมุ่งตรงไปยังห้องซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวของเขาอย่างคุ้นเคยภายในห้องหนังสือ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหมึกและตำราอบอวลไปทั่วห้อง เซียวอวี้ในชุดลำลองผ้าไหมสีเข้มกำลังนั่งพลิกหน้ากระดาษตำราในมืออย่างใจลอย ทันทีที่จ้าวจื่อรั่วก้าวเข้ามา นางไม่ได้รอให้บ่าวรับใช้รายงาน แต่กลับเดินเข้าไปหาเขาพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดัดจนหวานหยด"ท่านอ๋อง จื่อรั่วเข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านอ๋องหรือไม่เพคะ"เซียวอวี้ละสายตาจากตำรา เขาเหลือบมองสตรีตรงหน้าที่เดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่ายังคงไว้ซึ่งมารยาท"คุณหนูจ้าวมีธุระด่วนอันใดงั้นหรือ"จ้าวจื่

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   64 ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าว

    64ยังไม่อาจแตะต้องตระกูลจ้าวเซียวอวี้กระโดดขึ้นหลังม้า ควบตะบึงกลับจวนทันที เขาไม่ได้มุ่งหน้าไปหาชิงเหยาที่ร้านเครื่องเทศอย่างที่อารมณ์ชั่ววูบสั่งการ แต่กลับเลือกเดินเข้าห้องทำงานส่วนตัว สั่งห้ามไม่ให้ใครรบกวน แล้วทรุดกายนั่งครุ่นคิดอยู่ท่ามกลางความเงียบงันเนิ่นนานจ้าวคุนไฉไม่ใช่ขุนนางธรรมดา แ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   47 กลัวความลำบาก

    47กลัวความลำบากจ้าวจื่อรั่วได้ฟังประโยคตัดรอนอย่างไร้เยื่อใยก็ถึงกับหน้าถอดสี รอยยิ้มที่เคยอ่อนหวานพลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้า นางขยับริมฝีปากคล้ายจะเอ่ยคำแก้ตัวหวังทวงคืนวันวาน ทว่าความเย็นชาของหลี่เซียวอวี้กลับทำให้นางจุกจนพูดไม่ออกในขณะที่บรรยากาศกำลังอึดอัดได้ที่ เว่ยอวี้หลินก็เดินกลับเข้ามาในศ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   34 คราวนี้จะพูดความจริงได้หรือยัง

    34คราวนี้จะพูดความจริงได้หรือยังหลังจากที่มู่ชิงเหยาต้มโจ๊กเสร็จ นางก็เดินไปเรียกมารดาและเซียวอวี้ให้มาทานมื้อเช้าพร้อมกัน ทว่าบรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงตะเกียบกระทบชามเป็นระยะ นายหญิงเยี่ยแม้จะพยายามทำสีหน้าให้เป็นปกติ แต่แววตาของนางยังคงมีความหวาดกลัวจากเหตุการณ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   22 ขาหายแล้ว

    22ขาหายแล้ว“ดูเอาเถิดขนาดจะลุกขึ้นมาชี้หน้าข้า เจ้ายังทำไม่ได้เลย คนพิการที่ไร้ค่าเช่นนี้ จะอยู่ให้เปลืองข้าวไปทำไมกัน สู้ข้าสงเคราะห์ให้เจ้าได้ไปอยู่ในหลุมตอนนี้เลยยังจะดีเสียกว่า ฮ่าๆ”เฉินกุ้ยใช้สายตาเหยียดหยามมองดูขาทั้งสองข้างของเซียวอวี้ที่เหยียดนิ่งอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบาง มู่ชิงเหยาเห็นพวกม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status