Share

3 เก็บส่วยน้ำ

last update publish date: 2026-05-10 17:26:04

3

เก็บส่วยน้ำ

เสียงแม่ไก่ขันรับอรุณ  ลมหนาวพัดพาไอชื้นจางๆ มาปะทะผิวหน้า  มู่ชิงเหยาลืมตาขึ้นในความมืดสลัว ขยับตัวลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบแล้วก้าวออกไปหลังบ้าน  แสงรำไรของดวงตะวันที่กำลังจะโพล่ขึ้นมา  ทำให้นางพอมองเห็นพื้นดินเบื้องหน้า  นางนั่งลงในมุมมืดที่ลับตาคนรวบรวมสมาธิจดจ่ออยู่ที่ปลายนิ้ว ภาพในหัวของนางวันนี้คือถุงผ้าใบย่อมที่บรรจุเมล็ดพันธุ์ผักนานาชนิด ทั้งผักกาด หัวไชเท้า และเมล็ดถั่ว

นางเริ่มจรดปลายพู่กันลงบนพื้นดินที่แห้งกรัง ลากเส้นอย่างช้าๆ ในขณะที่ปลายพู่กันขยับไปนั้น นางเตรียมใจรับความเจ็บปวดที่อาจจะเกิดขึ้นเหมือนครั้งที่วาดแม่ไก่ ทว่าเมื่อเส้นบรรจบกันจนครบรอบ  ร่างกายของนางเพียงแค่รู้สึกล้าลงเล็กน้อย คล้ายกับคนที่เพิ่งเดินเร็วๆ มาเพียงชั่วครู่ ไม่มีความรู้สึกเหมือนถูกเข็มนับร้อยทิ่มแทงหรือวิงเวียนจนสิ่งรอบกายหมุนคว้าง

บนพื้นทรายปรากฏถุงผ้าใบเล็กที่มีน้ำหนักเบา เมื่อนางเปิดออกดูก็พบเมล็ดพันธุ์พืชวางอยู่ภายในอย่างครบถ้วน  ชิงเหยาแย้มยิ้มออกมาด้วยความดีใจจนลืมความเหนื่อยล้า นางค้นพบความลับสำคัญของพู่กันเล่มนี้อีกอย่างหนึ่ง

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง  ยิ่งวาดของที่มีค่าน้อยแรงสะท้อนกลับของพู่กันก็จะยิ่งเบาลง

นางพึมพำกับตัวเองด้วยความโล่งอก หากนางวาดเพียงเมล็ดพันธุ์หรือสิ่งของเครื่องใช้ธรรมดา ร่างกายของนางย่อมรับไหว แต่หากวันใดนางโลภมากวาดทองคำหรือสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินตัว พู่กันนี้คงจะสูบเอาวิญญาณของนางไปแทน

เมื่อรู้ข้อควรระวังเช่นนี้ ชิงเหยาก็รีบเก็บถุงเมล็ดพันธุ์ซ่อนไว้ในสาบเสื้อ นางหยิบจอบที่มีเพียงตัวเหล็กบิ่นๆ ขึ้นมา แล้วเริ่มลงมือขุดดินหลังบ้านดินทันที ดินที่หมู่บ้านหุบเขาหินนั้นแข็งประหนึ่งหินสมชื่อ ทุกครั้งที่จอบสับลงไป แรงสั่นสะเทือนทำให้แขนชา แต่ชิงเหยาไม่ย่อท้อ นางต้องการทำแปลงผักเตรียมไว้ก่อนเพื่อตบตาชาวบ้านขี้สงสัย

“เหยาเอ๋อร์ เจ้าทำอะไรอยู่ลูก”

นายหญิงเยี่ยเดินออกมาเห็นบุตรสาวกำลังก้มหน้าก้มตาขุดดินจนเหงื่อท่วมกายก็นึกสงสาร นางรีบเข้ามาช่วยประคองแขนไว้

“จะทำแปลงผักเจ้าค่ะท่านแม่ ถ้าเราเตรียมดินไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาก็จะได้ลงมือปลูกได้ทันที” ชิงเหยาตอบพลางใช้หลังมือเช็ดเหงื่อ

“แต่ดินที่นี่แห้งแล้งมาก น้ำในบ่อของหมู่บ้านก็อยู่ไกลลิบ แถมชาวบ้านยังบอกว่าน้ำเหลือน้อยเต็มที หากปลูกไปแล้วไม่มีน้ำรดเมล็ดพันธุ์พวกนี้คงต้องแห้งตายไปเสียเปล่า”

“ลูกทราบเจ้าค่ะท่านแม่ เพราะอย่างนั้นจึงยังไม่หว่านเมล็ดลงไปในตอนนี้ ลูกเพียงแต่เตรียมดินไว้ให้ร่วนซุยก่อนเท่านั้น”

สองแม่ลูกช่วยกันจัดแจงพื้นที่หลังบ้านจนกลายเป็นแปลงสี่เหลี่ยมเล็กๆ สองสามแปลง แม้ฝ่ามือของชิงเหยาจะเริ่มพองจนเจ็บแสบแต่นางกลับรู้สึกอุ่นใจ  ทว่าในขณะที่สองแม่ลูกกำลังช่วยกันคัดแยกกรวดหินออกจากดินนั้นเอง เสียงตะโกนเรียกอย่างไม่มีมารยาทก็ดังขึ้นจากทางหน้าบ้าน

“แม่นางมู่! อยู่บ้านหรือไม่!”

มันคือเสียงของเฉินกุ้ยผู้นำหมู่บ้านหุบเขาหิน ชายผู้นี้มีร่างกายท้วมใหญ่ ชอบเสวยสุขบนความลำบากของผู้อื่น เขามักจะอ้างว่าตนเองเป็นผู้ดูแลกฎเกณฑ์ของหมู่บ้านเพื่อขูดรีดชาวบ้านอยู่เสมอ  ชิงเหยาวางจอบในมือลง นางบอกให้มารดาเข้าไปรอในบ้านก่อน ส่วนนางจะเป็นคนเดินออกไปหาเฉินกุ้ยเอง

ที่หน้าบ้านเฉินกุ้ยยืนกอดอกอย่างถือดี โดยมีลูกสมุนอีกสองคนยืนอยู่ข้างกาย สายตาของเขาจ้องมองสำรวจบ้านดินซอมซ่อด้วยท่าทางเหยียดหยาม ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของชิงเหยา

“มีธุระอะไรกับข้าหรือเจ้าคะท่านผู้นำหมู่บ้าน” ชิงเหยาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นางไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวเหมือนคนตกอับทั่วไป

“ข้ามาแจ้งเรื่องสำคัญ” เฉินกุ้ยขยับตัวพลางพ่นลมหายใจแรง “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้หลายวันแล้ว และข้าเห็นว่าพวกเจ้าเริ่มจะตั้งรกรากจริงจัง มีทั้งสัตว์เลี้ยงและเริ่มจะขุดดินปลูกผัก แต่อย่าลืมนะว่าน้ำในบ่อส่วนกลางทั้งหมดอยู่ในความดูแลของข้า”

“แล้วอย่างไรเจ้าคะ”

“หากพวกเจ้าคิดจะใช้น้ำเพื่อรดผัก หรือแม้แต่ใช้กินใช้ดื่ม เจ้าต้องจ่ายส่วยน้ำให้กับข้ายี่สิบอีแปะต่อเดือน  หุบเขาหินแห่งนี้แห้งแล้งนัก น้ำทุกหยดมีค่าประหนึ่งทองคำ ข้าไม่สามารถให้คนมาใหม่ใช้น้ำโดยไม่เสียส่วยได้หรอก”

“ยี่สิบอีแปะหรือเจ้าคะ!”

ชิงเหยาตกใจ ในถุงเงินของนางตอนนี้เหลือเงินเพียงไม่กี่อีแปะเท่านั้น และนางต้องเก็บไว้ซื้อข้าวของที่จำเป็นอีกหลายอย่างประทังชีวิต

“ท่านก็เห็นว่าข้ากับแม่เพิ่งมาถึง ไม่มีแม้แต่เงินจะซื้อผ้าผ่อนใหม่ ส่วยน้ำยี่สิบอีแปะนั้นสูงเกินไปสำหรับพวกเราเจ้าค่ะ”

“นั่นไม่ใช่เรื่องของข้า” เฉินกุ้ยเดินเข้ามาใกล้ขึ้น แววตาที่จ้องมองมานั้นแฝงไปด้วยความโลภ “ถ้าไม่มีเงินจ่ายก็ต้องหาของที่มีค่ามาแลกเปลี่ยน หรือไม่ก็ไสหัวออกจากหมู่บ้านไปเสีย อย่ามาเป็นภาระของที่นี่”

“ที่ดินผืนนี้เป็นสินเดิมของท่านแม่  ข้ามีโฉนดถูกต้องตามกฎหมาย ท่านไม่มีสิทธิ์ขับไล่เรา”

“โฉนดที่ดินน่ะเป็นของจริงแต่กฎของหมู่บ้านก็ไม่เคยมีใครกล้าขัด  ข้าให้เวลาเจ้าสามวันหากไม่มีเงินมาจ่ายส่วยน้ำก็อย่าหวังว่าพวกเจ้าจะได้ใช้น้ำแม้แต่หยดเดียว  ดูซิว่าพวกเจ้าจะอยู่ที่นี่ต่อไปได้อย่างไร”

เฉินกุ้ยหัวเราะในลำคอก่อนจะพาลูกสมุนเดินจากไป ทิ้งให้ชิงเหยามองตามด้วยความขุ่นเคือง นางกำหมัดแน่น  เฉินกุ้ยเป็นถึงผู้นำหมู่บ้านแต่หาทางเอารัดเอาเปรียบคนตกทุกข์ได้อยากทุกทาง  เดิมทีชาวบ้านในหมู่บ้านก็ยากจนข้นแค้นอยู่แล้วยังต้องเจียดเงินมาเป็นค่าส่วยน้ำให้ผู้นำหมู่บ้านอีก  เขาช่างไร้ยางอายจริงๆ

นางไม่ได้กลัวคำขู่ของเฉินกุ้ย แต่นางกำลังโกรธแค้นในความอยุติธรรมนี้ต่างหาก นางเดินกลับเข้าไปในบ้านเห็นมารดายืนพิงฝาผนังด้วยใบหน้าซืดเซียว  นั่นก็หมายความว่าสิ่งที่เฉินกุ้ยพูดอยู่ข้างนอกมารดาได้ยิดชัดทุกคำพูดแล้ว

“เขาจะเก็บเงินเราหรือเหยาเอ๋อร์  เราจะทำอย่างไรดี”

“ไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะท่านแม่  ในสามวันนี้ลูกจะหาทางจัดการเรื่องนี้เอง ท่านแม่พักผ่อนเถิดนะเจ้าคะ”

เมื่อมารดาหลับไปแล้ว ชิงเหยาจึงได้หยิบพู่กันเกล็ดมังกรออกมาวางบนตัก นางมองดูแปลงผักหลังบ้านที่ขุดทิ้งไว้ ความแห้งแล้งที่เฉินกุ้ยอ้างนั้นเป็นความจริง แต่คำขู่เรื่องส่วยน้ำนั้นเป็นการรังแกคนไม่มีทางสู้อย่างเห็นได้ชัด

ยี่สิบอีแปะต่อเดือน...หากข้ามีแหล่งน้ำเป็นของตัวเองล่ะ

ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในสมองของชิงเหยา พู่กันนี้วาดของได้เพียงวันละครั้งและวันนี้นางใช้สิทธิ์ไปกับการวาดเมล็ดพันธุ์แล้ว  นางต้องรอวันพรุ่งนี้จึงจะวาดสิ่งใหม่ขึ้นมาได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 2 (จบ)

    ตอนพิเศษ 2 (จบ)ย่างเข้าสู่คิมหันตฤดู ไอแดดช่วงเช้าสะท้อนเหนือผืนน้ำทะเลสาบหนานซิง เสียงแมลงริมฝั่งร้องระงม เรือประมงลำน้อยหลังคาฟางผุพังลำหนึ่งกำลังลอยลำอยู่ในทะเลสาบอย่างโดดเดี่ยวบนเรือนั้นมีบุรุษสองคนนั่งเผชิญหน้ากัน คนหนึ่งคือเล่าต๋าชายวัยกลางคนรูปร่างสันทัด ผิวที่กร้านแดดเปียกโชกไปด้วยเหงื่อ อีกคนคืออาซิ่งเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่แววตามีความดื้อรั้นฉายชัด ทั้งคู่กำลังช่วยกันออกแรงสาวตาข่ายที่ดูเหมือนจะหนักอึ้งผิดปกติขึ้นมาจากน้ำ"วันนี้น่าจะก้าวเท้าออกจากบ้านถูกข้าง เราดวงดีแล้วอาซิ่ง คงได้ปลาใหญ่แน่ๆ ตาข่ายหนักเพียงนี้หากไม่ใช่ปลาหลีฮื้อตัวใหญ่จะเป็นสิ่งใดไปได้อีก" เล่าต๋าเอ่ยพลางพ่นลมหายใจออกทางปาก"ท่านอาเล่า อย่าเพิ่งคิดไปเองเลย เราไม่ได้ปลาใหญ่มาห้าวันแล้วนะ วันนี้จะต้องกลับบ้านมือเปล่าไปอีกรึเปล่าก็ไม่รู้"“เจ้าก็อย่าพูดอัปมงคลเช่นนั้นสิ!” เล่าต๋าดุอาซิ่งกัดฟัน แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อเกร็งเขม็งขณะออกแรงกระชากตาข่ายขึ้นมา"หากเป็นปลาใหญ่จริง คืนนี้พวกเราคงได้กินเหล้าดีๆ ในเมืองสักไห"ทว่าเมื่อตาข่ายพ้นผิวน้ำ ความหวังที่ว่าจะเห็นปลาเกล็ดเงินกระโดดโลดเต้นกลับมลายหา

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1เส้นทางสู่หมู่บ้านหุบเขาหินนั้นทั้งคดเคี้ยวและลาดชัน สองข้างทางเต็มไปด้วยโขดหินรูปทรงประหลาดตา รถม้าหรูหราของจวนจวิ้นอ๋องเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ตามหลังขบวนเกวียนขนเสบียงที่บรรทุกทั้งธัญพืช เครื่องเทศ และสมุนไพรมาเต็มลำเซียวอวี้นั่งอยู่ข้างกายชิงเหยาภายในรถม้า เขาคอยประคองร่างบอบบางของนางไว้ทุกครั้งที่ล้อรถสะดุดเข้ากับร่องหิน แววตาของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความห่วงใย แม้กระทั่งชิงเหยาก็ยังนึกแปลกใจ บุรุษที่ไม่เคยรักหยกถนอมบุปผาก่อนหน้านี้ พอได้เป็นสามีของใครสักคนเขากลับทำหน้าที่ได้ดีจนน่าปลาบปลื้ม"ทางลำบากถึงเพียงนี้ เจ้ายืนกรานจะมาด้วยตนเองให้ได้ หากเจ้าบอกข้าเพียงคำเดียว ข้าจะสั่งให้ทหารนำเสบียงมาส่งให้ถึงมือชาวบ้านโดยที่เจ้าไม่ต้องเหนื่อยยากเช่นนี้"เซียวอวี้เอ่ยพลางกระชับเสื้อคลุมขนสัตว์ให้นาง ชิงเหยายิ้มบางๆ พลางเอนศีรษะซบลงบนไหล่ของเขา"การมอบของด้วยใจกับการมอบตามหน้าที่นั้นต่างกันนัก หม่อมฉันอยากเห็นด้วยตาตนเองว่าพวกเขามีความเป็นอยู่เช่นไร อีกอย่าง...หม่อมฉันคิดถึงคนในหมู่บ้านหุบเขาหินเพคะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าหว่านอิงโตขึ้นมากน้อยเพียงใดแล้ว"เมื่อขบวนรถม้าเลี้ยวเข้าสู

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   77 ข้าอยากปลดปล่อยตัวเอง

    77ข้าอยากปลดปล่อยตัวเองเมื่อรถม้าหยุดลงที่ริมทะเลสาบอันกว้างใหญ่ ภาพเบื้องหน้าคือผืนน้ำที่ยังคงกระเพื่อมไหวอย่างแผ่วเบาด้วยไอเย็นจัด แม้หิมะจะโปรยปรายลงมาปกคลุมไปทั่ว แต่ผืนน้ำยังไม่จับตัวเป็นน้ำแข็ง เช่นนี้ก็นับว่ามาไม่เสียเที่ยวมู่ชิงเหยาก้าวลงจากรถม้าเดินไปหยุดอยู่ที่ริมตลิ่ง ปล่อยให้ลมหนาวปะทะใบหน้าจนแก้มเริ่มขึ้นสีระเรื่อ เซียวอวี้เดินตามมายืนเคียงข้างนาง คอยดูอยู่ว่าจุดประสงค์ที่นางอยากมาสถานที่แห่งนี้เพราะเหตุใด"ท่านอ๋อง ข้ายังมีความลับอีกอย่างหนึ่งที่ไม่เคยบอกท่านเพคะ"นางเอ่ยขึ้น เสียงของนางเบาราวกับเสียงกระซิบของสายลมหนาว เซียวอวี้ขมวดคิ้ว แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่เสี้ยวหน้าของนางอย่างพิจารณา"ความลับอันใดงั้นหรือ"ชิงเหยาค่อยๆ ล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งออกมา มันคือพู่กันเกล็ดมังกร"พู่กันเล่มนี้คือสิ่งที่ทำให้หม่อมฉันสามารถบันดาลทุกอย่างได้ ยกเว้นเงินและทอง" นางยิ้มบางๆ แต่อันที่จริงกลับดูเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก "มันมีคุณอนันต์และมีโทษมหันต์”“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เขามองพู่กันในมือของนางด้วยความสงสัยยิ่งกว่าเดิม“ในทุกครั้งที่หม่อมฉันวาดสิ่งขอ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   76 เลือดเย็นไม่เบา

    76เลือดเย็นไม่เบาในช่วงหัวค่ำ มู่ชิงเหยาทราบข่าวเรื่องตระกูลจ้าวล่มสลาย นางได้ออกไปยืนมองขบวนลำเลียงนักโทษจากจวนตระกูลจ้าวไปยังคุกหลวงพร้อมกับชาวบ้านคนอื่นๆ ทุกเส้นทางที่คนของตระกูลจ้าวเดินผ่านเต็มไปด้วยเสียงด่าทอ บางคนถึงขั้นปาก้อนหินปาผักเน่าใส่ขบวน มู่ชิงเหยาเพียงแต่ยืนมองภาพนั้นที่มุมหนึ่งเงียบๆ ในที่สุดแสงแห่งความยุติธรรมก็ส่องมาถึงเสียที ข่าวแว่วมาว่าจ้าวคุนไฉได้รับโทษประหาร สตรีและเด็กถูกลดขั้นเป็นทาส บางส่วนก็ถูกส่งเข้าหอนางโลม ชายหนุ่มในวัยฉกรรจ์ถูกเนรเทศไปใช้แรงงานหนักในเช้าวันต่อมาขบวนองครักษ์จากวังหลวงเคลื่อนมาหยุดอยู่ที่หน้าร้านเครื่องเทศพร้อมกับราชโองการสีทอง ขณะนั้นมู่ชิงเหยาเพิ่งจะเปิดร้านได้ไม่นานยังง่วนอยู่กับการจัดข้าวของ นางรีบวิ่งออกมาต้อนรับด้วยความตื่นเต้น ฝ่ายนายหญิงเยี่ยก็วิ่งตามหลังมาติดๆ ทั้งสองนั่งลงคุกเข่ารับราชโองการด้วยใจที่สั่นระรัว รอฟังราชโองการในมือองครักษ์อย่างใจจดใจจ่อ"ตามที่จวิ้นอ๋องได้ถวายฎีกา ตรวจสอบพบความจริงว่ามู่ชิงเทียนอดีตพ่อค้าหลวงถูกใส่ร้ายป้ายสี บัดนี้ความจริงปรากฏชัด จึงขอประกาศคืนความบริสุทธิ์และล้างมลทินให้แก่มู่ชิงเท

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   75 จิ้งจอกเฒ่า

    75จิ้งจอกเฒ่าทั่วทั้งท้องพระโรงราวกับถูกหยุดเวลาไว้ เสียงฮือฮาดังอื้ออึงไปทั่วโถง ขุนนางน้อยใหญ่ต่างหันมองหน้ากันด้วยความฉงน ความเงียบสงบเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น แทนที่ด้วยความสงสัยและเสียงกระซิบกระซาบที่เริ่มหนาหู"มู่ชิงเหยา? นางคือบุตรีของนักโทษที่ล่วงลับไปแล้วมิใช่หรือ ไฉนจึงไม่ใช่คุณหนูตระกูลจ้าวเล่า" ขุนนางอาวุโสคนหนึ่งพึมพำด้วยความสงสัยจ้าวคุนไฉยืนอยู่ไม่ไกล ใบหน้าของเขาที่เคยเต็มไปด้วยรอยยิ้มบัดนี้กลับกลายเป็นสีม่วงคล้ำ มือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อสั่นเทาด้วยความอัปยศและโกรธแค้น เขาจ้องมองไปยังแผ่นหลังของเซียวอวี้ด้วยสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ ทุกอย่างผิดพลาดไปหมด หมากที่เขาอุตส่าห์วางไว้เพื่อให้บุตรีเป็นพระชายาเอกกลับถูกเซียวอวี้พลิกกระดานกลางท้องพระโรงอย่างไม่ไว้หน้า“ท่านอ๋องทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร!” จิ้งจอกเฒ่ากัดฟันถาม เดิมทีพยายามข่มอารมณ์อยู่ แต่ตบะแตกเมื่อได้ยินคำขอสมรสพระราชทานที่ผิดคาดไปไกลแสนไกล เขาหน้าดำหน้าแดง ก้าวออกมากลางท้องพระโรงพลางชี้หน้าเซียวอวี้ด้วยมือที่สั่นเทา"ท่านอ๋อง! ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านไปมาหาสู่บุตรสาวของข้าที

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   74 สินเดิมสิบลี้

    74สินเดิมสิบลี้ทันทีที่รถม้าหรูหราเคลื่อนออกจากเขตตลาดที่พลุกพล่าน จ้าวจื่อรั่วไม่ได้สั่งให้คนขับรถม้ากลับไปยังจวนตระกูลจ้าว แต่กลับสั่งให้ไปที่จวนจวิ้นอ๋อง นางจัดแต่งทรงผมและเครื่องแต่งกายให้เรียบร้อยไร้ที่ติอีกครั้ง ก่อนจะก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ประหนึ่งว่าตนเองคือพระชายาเอกของที่นี่เรียบร้อยแล้วสาวใช้ที่เฝ้าอยู่หน้าจวนแจ้งแก่นางว่ายามนี้เซียวอวี้กำลังขลุกตัวอยู่ในห้องหนังสือเพียงลำพัง จ้าวจื่อรั่วแย้มยิ้มบางๆ นางก้าวเท้าเดินมุ่งตรงไปยังห้องซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนส่วนตัวของเขาอย่างคุ้นเคยภายในห้องหนังสือ กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำหมึกและตำราอบอวลไปทั่วห้อง เซียวอวี้ในชุดลำลองผ้าไหมสีเข้มกำลังนั่งพลิกหน้ากระดาษตำราในมืออย่างใจลอย ทันทีที่จ้าวจื่อรั่วก้าวเข้ามา นางไม่ได้รอให้บ่าวรับใช้รายงาน แต่กลับเดินเข้าไปหาเขาพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ดัดจนหวานหยด"ท่านอ๋อง จื่อรั่วเข้ามารบกวนเวลาพักผ่อนของท่านอ๋องหรือไม่เพคะ"เซียวอวี้ละสายตาจากตำรา เขาเหลือบมองสตรีตรงหน้าที่เดินเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่ายังคงไว้ซึ่งมารยาท"คุณหนูจ้าวมีธุระด่วนอันใดงั้นหรือ"จ้าวจื่

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   13 อยู่ก็ได้ตายก็ดี

    13อยู่ก็ได้ตายก็ดีบุรุษบนรถเข็นค่อยๆ เบือนหน้ามามองนาง แววตาของเขาดูว่างเปล่าและเย็นชาจนน่าใจหาย ราวกับว่าชีวิตที่เหลืออยู่นี้ไม่มีความหมายอันใดอีกต่อไป ทว่ามู่ชิงเหยากลับไม่ยอมแพ้ นางกระชับมือที่จับแขนเขาให้แน่นขึ้นอีก พยายามจะเข็นรถไม้ของเขาให้ออกไปจากจุดที่อันตรายนี้“ท่านจะมามัวนั่งรอความตายอ

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   12 ไฟป่า

    12ไฟป่าผ่านช่วงเวลายามเช้ามาแล้วหลายชั่วยาม แต่มู่ชิงเหยากลับไม่ได้รีบร้อนลุกขึ้นมาตักน้ำพรวนดินหรือออกไปหาของป่าเช่นวันก่อนๆ นางเอนกายพิงพนักเก้าอี้นอนที่ตั้งอยู่ใต้ชายคาบ้าน ปล่อยให้ร่างกายรับลมเอื่อยๆ ที่พัดผ่านไปอย่างเกียจคร้าน ดวงตาคู่สวยทอดมองไปยังยอดเขาไกลโพ้นด้วยความรู้สึกปลอดโปร่ง ข้าว

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   11 เรามีกันสองคน

    11เรามีกันสองคนมู่ชิงเหยาเก็บถุงเงินไว้ในสาบเสื้ออย่างดี นางจัดการจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อยเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นความผิดปกติ จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังตลาดเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก ซึ่งตลาดแห่งนี้เป็นจุดรวมพลของชาวบ้านและพ่อค้าปลีกที่นำของมาแลกเปลี่ยนกันตลาดแห่งนี้แม้จะดูเงียบเหงาและซบเซาตา

  • พลิกชะตาคุณหนูตกอับ   10 ขายผ้าไหม

    10ขายผ้าไหมหลังจากที่มู่ชิงเหยาได้วาดผ้าไหมมาแล้ว นางก็ไม่ได้รั้งรอให้เวลาเสียเปล่า นางจัดการห่อพับผ้าไหมผืนงามด้วยผ้าดิบเก่าๆ หลายชั้นเพื่อป้องกันฝุ่นละอองและความชื้น ก่อนจะซ่อนมันไว้ในตะกร้าสานที่ใช้สะพายหลัง นางบอกกล่าวกับนายหญิงเยี่ยเพียงสั้นๆ ว่าจะออกไปดักรอขบวนพ่อค้าที่ทางเข้าหมู่บ้านตามที่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status