แชร์

บทที่ 63

ผู้เขียน: โม่เสียวชี่
หลินเย่ว์ยังคงเงียบไม่พูดไม่จา

ในขณะที่ฮูหยินหลินกลับเนื้อตัวสั่นเทา เดินเข้ามาหาหลินเย่ว์ทีละก้าว

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป
บทที่ถูกล็อก
ความคิดเห็น (1)
goodnovel comment avatar
Ann-Earth Oua-nguan
ตรรกะบ้านหลิน ป่วยนะ
ดูความคิดเห็นทั้งหมด

บทล่าสุด

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1594

    “ทะ... ทำไมกัน?” เฉียวเนี่ยนใช้เจตจำนงที่ยังหลงเหลืออยู่ เค้นคำถามที่แหบพร่าถึงขีดสุดออกมาจากริมฝีปากที่แทบจะขยับไม่ได้ ทุกถ้อยคำเจือปนไปด้วยฟองเลือด “ข้า... ข้ามีร่างพิสุทธิ์ต้านพิษร้อยจำพวกมิใช่หรือ...”เหตุใดจึงยังเสียทีได้อีก?!เมื่อได้ยินเช่นนั้น แม่เฒ่าอากู่น่าก็เผยรอยยิ้มหยันบนใบหน้าที่เหี่ยวย่นราวกับไม้ใกล้ฝั่งนางหลังค่อมพลางค่อย ๆ ก้าวขยับเข้าไปใกล้ สายตาขุ่นมัวจับจ้องที่เฉียวเนี่ยนอย่างเหนียวหนึบ ราวกับหนอนแมลงที่ชอนไชเข้าถึงกระดูก“กายาต้านร้อยพิษจำพวกอย่างนั้นรึ?” น้ำเสียงของนางแฝงไปด้วยความตื่นเต้นที่ชวนให้ขนหัวลุก “หึหึ... แม่เฒ่าคนนี้ย่อมรู้อยู่แล้ว! โลหิตของเจ้าสำนักราชาโอสถทุกรุ่นคือของล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งในใต้หล้า! ทั้งแก้พิษร้าย สลายสิ่งอัปมงคล นับเป็นโอสถทิพย์โดยแท้!”นางชี้นิ้วอันแห้งเหี่ยวไปยังเฉียวเนี่ยน ดวงตาเป็นประกายด้วยความบ้าคลั่ง: “ทว่า... เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าหารู้ไม่ว่าสำหรับคนอย่างแม่เฒ่าที่หมกมุ่นกับวิถีกู่มาทั้งชีวิต... “โลหิตทิพย์” ที่กายาต้านร้อยพิษของพวกเจ้าน่ะ มิใช่อุปสรรคเลยสักนิด... แต่มันคือสุดยอดโอสถที่จะหล่อเลี้ยงหนอนพิษได้ดีที่สุดต่างหาก!

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1593

    “ท่านเจ้าสำนัก!” เสียงคำรามด้วยความตระหนกแกมสิ้นหวังของอิ๋งชีดังระเบิดขึ้นพร้อมกัน เขาทะยานกายหมายจะทรงตัวให้มั่น ทว่าแขนกลับอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงราวกับเส้นหมี่ มือที่พยายามจะคว้ามีดสั้นข้างเอวตกลงอย่างเปล่าประโยชน์ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วจนไม่อาจค้ำจุนร่างกายได้อีกต่อไป เขาและเซียวเหิงที่แบกอยู่ล้มครืนลงกับพื้น ประหนึ่งขุนเขาถล่มทลายลงมา เสียงกระแทกนั้นหนักหน่วงและทึบตัน!สติสัมปชัญญะคล้ายจมดิ่งลงสู่หนองน้ำที่เหนียวหนืด เย็นเยียบ และไร้ก้นบึ้ง ร่างกายหนักอึ้งประหนึ่งรูปปั้นหิน แม้แต่การขยับเปลือกตาก็กลายเป็นเรื่องที่ไกลเกินเอื้อม มีเพียงความคิดที่ดิ้นรนอย่างไร้ผลในเหวลึกแห่งความสิ้นหวังเสียงฝีเท้าที่หนักอึ้ง ลากถู และเชื่องช้า ราวกับเสียงก้าวย่างของมัจจุราชดังขึ้นอย่างชัดเจนร่างที่ค่อมงอราวกับกิ่งไม้แห้งค่อย ๆ ขยับมาหยุดตรงหน้าพวกเขา บดบังแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวจากภายนอกประตูที่ลอดผ่านเข้ามาจนมิดแม่เฒ่าอากู่น่ายืนตระหง่านย้อนแสง ร่างทั้งร่างถูกปกคลุมด้วยเงามืดอันอัปมงคลรอยเหี่ยวย่นลึกบนใบหน้าในความสลัวดูราวกับหุบเหวแห่งนรก นางก้มมองคนทั้งสามที่นอนดิ้น

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1592

    ด้วยความทุ่มเทรักษาอย่างสุดกำลังของเฉียวเนี่ยน ในที่สุดชีพจรของแม่เฒ่าอากู่น่าก็เริ่มกลับมาคงที่ แม้จังหวะการหายใจจะยังคงแผ่วเบาราวกับเส้นไหม แต่ก็ไม่หอบถี่จนน่าตระหนกเหมือนก่อนหน้าทว่าการเดินเข็มรักษานั้น ผลาญแรงใจไปมหาศาล เมื่อแม่เฒ่าอากู่น่าเข้าสู่ห้วงนิทรา เฉียวเนี่ยนที่เรี่ยวแรงเหือดแห้งจึงทรุดกายพิงขอบเตียงอย่างอ่อนล้าค่ำคืนนี้... ช่างยาวนานเหลือเกินเฉียวเนี่ยนเฝ้าอยู่ข้างกายแม่เฒ่าอากู่น่าที่ลมหายใจรวยรินจนแทบสัมผัสไม่ได้ นางสงบนิ่งราวกับรูปปั้นอันเงียบงันภายในกระท่อมที่ผุพัง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง กลิ่นยาสมุนไพรฉุนจมูก กลิ่นอับชื้น และไอแห่งความตายที่มิอาจสลัดพ้น ต่างร้อยรัดพันเกี่ยวกัน บดบังหัวใจของทุกคนให้หนักอึ้งเซียวเหิงขดตัวอยู่ที่มุมห้อง พยายามบังคับตนเองไม่ให้หลับใหล ทว่ากลับส่งเสียงละเมอออกมาเป็นระยะ ประหนึ่งเสียงพึมพำของปีศาจร้ายในยามค่ำคืนส่วนอิ๋งชีนั้นยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูประหนึ่งทวารบาล แผ่นหลังตั้งตรง ทว่ากลับพยายามผ่อนลมหายใจให้เบาที่สุด เพราะเกรงว่าจะรบกวนการรักษาที่แสนเปราะบางนี้รุ่งสางวันถัดมา แสงสลัวสีเทาหม่นลอดผ่านหน้าต่างบานเล็กที่เขรอะกรังด้วยฝุ่น

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1591

    แต่เหตุใดต้องเล่นงานเซียวเหิง? ไยไม่จัดการนางโดยตรง?คำถามที่นางเคยเค้นถามเสิ่นเยว่ผุดขึ้นมาในใจอีกครั้ง! นางสุดจะหยั่งรู้จริง ๆ ว่าเสิ่นเยว่คิดจะทำสิ่งใดกันแน่!แววตาของอิ๋งชีเคร่งขรึมลง เขาพึมพำเสียงต่ำ “อดีตท่านเจ้าสำนักเคยตั้งกฎเหล็กไว้ ศิษย์สำนักราชาโอสถมิอาจข้องแวะกับวิชาคุณไสย หากเรื่องนี้เป็นฝีมือของเสิ่นเยว่จริง ท่านเจ้าสำนักก็สมควรขับเขาออกจากสำนักราชาโอสถเสีย!”เซียวเหิงนั่งนิ่งไม่ปริปาก เขาลอบคิดในใจอย่างเงียบเชียบ... เขาลอบคิดในใจอย่างเงียบเชียบ ที่แท้เสียงที่กู่ร้องก้องอยู่ในหัวเขาตลอดหลายวันมานี้คือเสิ่นเยว่หรอกหรือ?เมื่อรู้เช่นนั้นเขากลับรู้สึกโล่งใจอย่างน้อยนั่นก็มิใช่เจตจำนงที่แท้จริงของเขาเขาไม่มีวันทำเรื่องชั่วช้าพรรค์นั้นลงไปแน่…แม่เฒ่าอากู่น่ากล่าวต่อ “วิธีแก้กู่ร่วมชะตานี้มีเพียงทางเดียว คือผู้ลงอาคมต้องใช้ กู่ตัวแม่เป็นตัวล่อเพื่อดึงกู่ตัวลูกออกจากร่างของพ่อหนุ่มคนนี้ มิเช่นนั้น ต่อให้เป็นเทพเซียนจุติลงมาก็หาทางช่วยไม่ได้เมื่อได้ยินดังนั้น เฉียวเนี่ยนก็สั่งการเสียงเข้มทันที: “อิ๋งชี พาเซียวเหิงไป เราจะกลับสำนักราชาโอสถเดี๋ยวนี้!”นางต้องรีบไป

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1590

    เพียงสามคำสั้น ๆ ทว่ากลับไม่ต่างจากน้ำเย็นจัดที่ราดรดลงมากลางศีรษะในพยับพรายแห่งเหมันตฤดู แช่แข็งความหวังสุดท้ายอันริบหรี่ของเฉียวเนี่ยนจนสิ้นซาก ทว่าดวงตาที่ฝ้าฟางแต่กลับเฉียบคมผิดปกติของหญิงชรากลับยิ่งตรึงแน่น อยู่ที่ร่างของเซียวเหิง “นับตั้งแต่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา... ข้าก็ดูออกแล้ว...”นิ้วมือที่ผอมแห้งประดุจกรงเล็บเหยี่ยวของนาง ลูบไล้กำไลเงินลวดลายโบราณที่สลักเสลาอย่างซับซ้อนและบิดเบี้ยวบนข้อมือซ้ำไปซ้ำมาอย่างไม่รู้ตัว “นั่นมิใช่ กลิ่นอายความตาย ที่เกิดจากกู่พิษทั่วไป... แต่มันคือกู่ร่วมชะตา”“กู่ร่วมชะตา?” หัวใจของเฉียวเนี่ยนราวกับถูกหัตถ์ที่มองไม่เห็นบีบเค้นอย่างรุนแรง นางกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว เล็บจิกลึกเข้าไปในฝ่ามือ หวังจะใช้ความเจ็บปวดขับไล่ความหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาครอบงำ“ถูกต้อง... กู่ร่วมชะตา” น้ำเสียงของแม่เฒ่าอากู่น่ากดต่ำลง ประหนึ่งเสียงขู่ฟ่อของอสรพิษที่ดังอยู่ข้างหู “กู่นี้แบ่งเป็นกู่ตัวแม่และกู่ตัวลูก ตัวลูก... ถูกฝังไว้ในกายผู้อื่น ส่วนตัวแม่... ย่อมต้องฝังรากลึกอยู่ในห้องหัวใจของผู้ลงมือ!”รูม่านตาของคนทั้งสามหดเกร็งจนเล็กเท่าปลายเข็ม ความหนาวเหน็บที่ยาก

  • พลิกชะตาชีวิตหลังเป็นทาสมาสามปี   บทที่ 1589

    ภายในพื้นที่อันเงียบจืดชืดนี้ สิ่งเดียวที่พอจะเรียกได้ว่ามี “ชีวิตชีวา” อยู่บ้าง เห็นจะมีเพียงต้นหญ้าป่าไร้ชื่อไม่กี่ต้นในชามดินเผาขอบบิ่นบนขอบหน้าต่าง มันชูใบเขียวขจีอวดความแข็งแกร่งอย่างโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะตายซาก“นั่งเถอะ นั่งลงก่อน...” แม่เฒ่าอากู่น่าหลังค่อม เดินโงนเงนไปยังเบาะฟางถักข้างเตาไฟ นางค่อย ๆ ทรุดกายลงพลางชี้ไปยังม้านั่งเตี้ยสองตัวด้วยมือที่สั่นเทา น้ำเสียงนั้นแหบพร่า “ที่ทางคับแคบไปบ้าง ยายเฒ่าตัวคนเดียวอยู่จนชินแล้ว... พวกเจ้าอย่าได้ถือสาเลย”เฉียวเนี่ยนมองดูหญิงชราที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในเรือนโกโรโกโสในต่างแดนผู้นี้ ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกอันซับซ้อน“ท่านแม่เฒ่าเกรงใจไปแล้ว” อิ๋งชีเอ่ยเสียงขรึม ทว่าเขามิได้นั่งลงทันที สายตาอันเฉียบคมกวาดมองไปทั่วทุกซอกมุมภายในห้องอย่างระแวดระวังเฉียวเนี่ยนช่วยพยุงเซียวเหิงให้กุมกายลงนั่งบนม้านั่งเตี้ยอย่างระมัดระวังแม่เฒ่าอากู่น่ามองดูพวกเขา สายตาขุ่นมัวของนางไหววูบด้วยอารมณ์บางอย่างยามจ้องไปยังเซียวเหิงที่ดูอ่อนแรงคล้ายจะล้มลงได้ทุกเมื่อนางพยายามหยัดกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เดินไปยังตู้ไม้ผุพังตรงมุมห้อง เปิดปร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status