مشاركة

พลิกชะตามาทวงแค้น
พลิกชะตามาทวงแค้น
مؤلف: หนามชมพู

บทนำ

last update تاريخ النشر: 2025-12-13 18:06:06

เสียงไชโยโห่ร้องแสดงความยินดีดังกึกก้องไปทั่วทั้งจวน ผ้าสีแดงผูกประดับตกแต่งหรูหราสมฐานะขุนางชั้นสูงและเชื้อพระวงศ์ผู้สูงส่ง แขกผู้มีเกียรติต่างส่งเสียงแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวที่กำลังทำพิธีสำคัญ ทุกคนยืนเรียงเป็นแถวยาวจนสุดเส้นถนนหน้าวังหลวงมาถึงจวนอ๋อง ดอกไม้มงคลโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายแสดงถึงความยิ่งใหญ่ของงานมงคลบ่งบอกว่าเจ้าของงานนี้มีความสำคัญมากเพียงใด จวบจนพิธีการเสร็จสิ้นลงในตอนค่ำก็เป็นช่วงเวลาของคู่บ่าวสาวเพียงสองคน

แสงไฟจากเชิงเทียนสว่างไปทั่วห้องที่ตกแต่งเอาไว้อย่างสวยงาม ไม่ต่างจากหญิงสาวในชุดสีแดงมงคลมีผ้าคลุมใบหน้าปกปิดความงดงามเอาไว้ นางยังคงนั่งนิ่งรอคอยช่วงเวลาสำคัญที่ใกล้เข้ามาในอีกไม่ช้า สิ่งที่วาดฝันมาเนิ่นนานกำลังจะเกิดขึ้นจริงในคืนนี้

เพียงแค่จินตนาการมือเล็กที่วางทับซ้อนกันบนตักพลันสั่นน้อย ๆ ขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว ทั้งหวาดหวั่นตื่นกลัวระคนยินดีอย่างสุขสม คิดถึงตรงนี้ปากรูปสวยก็อดเผยอยิ้มออกมาไม่ได้

กว่านางจะฝ่าฟันเข้ามาอยู่จุดนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายดาย หญิงสาวในแคว้นซีหนานต่างมุ่งหวังในตำแหน่งสูงสุดของจวนอ๋องแห่งนี้ทว่าในที่สุดแล้วก็ตกเป็นของหยางเฉี่ยวชิวเพียงหนึ่งเดียว

เสียงฝีเท้าหนักก้าวเดินช้า ๆ แต่มั่นคงใกล้เข้ามาทุกฝีก้าวท่ามกลางความเงียบสงัดของบริเวณห้อง หยางเฉี่ยวชิวหัวใจเต้นแรงขึ้น มือเรียวเผลอกำชุดเจ้าสาวเอาไว้แน่น นางรอคอยให้อีกคนก้าวเข้ามาถึงสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนแห่งความสุขสมหวัง อีกไม่นานตำแหน่งของนางก็จะสมบูรณ์แล้ว

ร่างสูงใหญ่หยุดฝีเท้าลงตรงหน้านางเอื้อมมือดึงผ้าคลุมหน้าออกไร้ซึ่งความอ่อนโยนพร้อมกับโน้มใบหน้าคมสันลง ดวงตาคมกริบจ้องมองสตรีงามเบื้องหน้าฉายประกายวาววับ หยางเฉี่ยวชิวนับได้ว่าเป็นสตรีงามล่มเมืองแห่งแคว้นซีหนาน มีบุรุษมากมายต้องการเกี่ยวดองกับตระกูลหยางอันเลื่องชื่อ ทว่านางไม่ถูกใจใครเพราะคนที่อยู่ในใจของนางมีเพียงบุรุษสูงส่งผู้งามสง่าตรงหน้า ดวงตากลมโตสุกสว่างช้อนขึ้นมองสบตาตอบ ยามนี้แววตาของนางระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ส่องประกายอยู่ทั่วท้องฟ้าเผยรอยยิ้มน้อย ๆ ออกมาจากริมฝีปากสีแดงชาดอันงดงาม

เจิ้นหย่วนละมือที่เชยคางของนางขึ้นเมื่อสักครู่หยิบสุราขึ้นมาถือเอาไว้ อีกจอกยกให้หยางเฉี่ยวชิว ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้ไม้แลกจอกสุราดื่มจนหมด ถือว่าความเป็นสามีภรรยาได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เจิ้นหย่วนลุกขึ้นปลดเข็มขัดออกอย่างไม่รีบร้อนขณะที่หยางเฉี่ยวชิวนั่งมองด้วยอาการประหม่าเล็กน้อย สักครู่ใบหน้างามก็เปลี่ยนเป็นเขินอายขึ้นมาแทนที่ ถึงจะขึ้นชื่อว่าเป็นสามีแต่นางก็มิเคยพบบุรุษใดเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน ได้แต่คิดในใจที่กำลังสั่นระรัวว่าอีกหน่อยก็คุ้นชินไปเอง

"เจ้าอายหรือ?"

เจ้าของใบหน้าคมคายหันมองนางยกยิ้มมุมปากแววตาแฝงเร้นบางอย่าง หยางเฉี่ยวชิวเพียงพยักหน้าเล็กน้อยยิ้มเขินอายหลบหน้าเขา

"เจ้าค่ะ"

เจิ้นหย่วนไม่รอช้าเอื้อมมือจับชุดเจ้าสาวแล้วกระชากออกอย่างแรง โถมตัวเข้าหานางอย่างเร่งร้อน ร่างกายแข็งแรงผลักร่างนางลงบนเตียงฉีกชุดที่เหลือขาดวิ่น ขึ้นคร่อมเอาไว้พลางโน้มตัวลงมาอย่างรวดเร็ว หยางเฉี่ยวชิวเข้าใจไปว่าบุรุษต่างก็เป็นเช่นนี้ เจิ้นหย่วนอาจจะทำรุนแรงไปบ้างนั่นเป็นเพราะเก็บกดความต้องการมานาน นางไม่ขัดขืนแต่อย่างใดตรงกันข้ามกลับตอบสนองอารมณ์ของชายหนุ่มอย่างเอาใจ

"เจ้าชอบหรือ "

เขาถามคนใต้ร่างพร้อมแสยะยิ้มร้ายออกแรงกระแทกตัวอย่างหนักหน่วงเป็นเวลานาน หยางเฉี่ยวชิวรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกายแต่นางยังคงอดทนเพื่อความสุขของผู้ที่ครอบครองนางในเวลานี้

การกระทำของเจิ้นหย่วนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เขายกร่างของนางขึ้นมากระทำเยี่ยงสัตว์ป่าไร้ความปรานีต่อสตรีตรงหน้ายิ่งนางทำหน้าบิดเบี้ยวเขายิ่งรู้สึกสะใจ หยางเฉี่ยวชิวเจ็บปวดมากขึ้นนางเริ่มดิ้นรนขัดขืนไม่ยินยอมอีกต่อไปและเปล่งเสียงเบาออกมา

"พอ...พอแล้ว"

คำร้องขอของนางไม่เป็นผลตรงกันข้ามเจิ้นหย่วนยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีกยิ่งเห็นนางดิ้นรนเอาตัวรอดเขาก็ยิ่งออกแรงกดร่างงามของนางมากขึ้น สีหน้าท่าทางที่เปลี่ยนไปทำให้หยางเฉี่ยวชิวเข้าใจแล้วว่าไม่ใช่อารมณ์รักใคร่หากแต่เป็นแววตาของความชิงชัง

กว่าเจิ้นหย่วนจะปล่อยนางให้เป็นอิสระหยางเฉี่ยวชิวก็ทรมานแทบขาดใจเมื่อนางหลุดออกจากกรงเล็บของเจิ้นหย่วนมาได้ก็รีบกระถดตัวถอยห่างออกจากเขา พาร่างกายที่ร้าวระบมเดินไปนั่งที่เตียงไม้ด้านข้างอย่างทุลักทุเลและถามในสิ่งที่นางสงสัย

"ท่านพี่ไยท่านถึงได้ทำกับข้ารุนแรงยิ่งนัก"

เจิ้นหย่วนปรายตามองสตรีที่เพิ่งผ่านศึกรักมาด้วยกันเมื่อครู่ ปากรูปสวยแค่นยิ้มเย็นชาครั้งหนึ่ง

"เจ้าต้องการอย่างนี้ไม่ใช่หรือ ข้ามอบความสุขให้แล้วไม่ชอบหรือไร หรือเจ้ายังไม่พอใจ"

ทั้งคำพูดน้ำเสียงและท่าทีของเจิ้นหย่วนต่างจากเมื่อก่อนโดยสิ้นเชิง เขาเคยเป็นคนที่อ่อนโยนกับนางให้เกียรติและปกป้องนางมาตลอด เหตุใดยามนี้ถึงดูต่างกันราวกับเป็นคนละคน

"ท่านคือเจิ้นหย่วนจริงหรือ"

ในเมื่อเขาทำตัวราวกับนางเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่งไยต้องพูดจาต่อกันดี ๆ ถึงจะไม่เข้าใจที่เจิ้นหย่วนดูเปลี่ยนไปภายในชั่วพริบตาแต่จากการกระทำเมื่อครู่ทำให้นางไม่อยากเอาใจเขาอีกแล้ว

"แล้วคิดว่าข้าเป็นใครล่ะ ตอนนี้ข้าได้เป็นสามีของเจ้าแล้วยังมีสิ่งใดที่เจ้าต้องการอีกหรือไม่"

เจิ้นหย่วนจ้องมองร่างงามที่มีเพียงผ้าคลุมกายหลวม ๆ ผืนหนึ่งยกยิ้มอย่างมีเลศนัย

"ท่านพูดอะไรข้าไม่เข้าใจ"

นางทำหน้างุนงงเอ่ยถามในสิ่งที่นางไม่เข้าใจที่สุด เจิ้นหย่วนผู้อ่อนโยนมาตลอดจู่ ๆ ก็กลับกลายเป็นคนละคนภายในช่วงเวลายังไม่ทันข้ามคืนเป็นสิ่งที่นางมึนงงถึงที่สุด

"สิ่งที่ข้ามอบให้เจ้าก็สมใจเจ้าแล้ว คราวนี้เจ้าควรมอบบางอย่างให้ข้าด้วย"

"ท่านหมายถึงอะไร"

ยิ่งพูดนางก็ยิ่งสับสนและทวีความสงสัยในตัวเจิ้นหย่วน

"เจ้ามันเลือดเย็นใจดำอำมหิต สิ่งที่ข้าจะมอบให้เจ้าต่อจากนี้จงจำเอาไว้ว่าเจ้าสมควรได้รับที่สุด"

หยางเฉี่ยวชิวลุกขึ้นยืนเริ่มมีลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยดีนักเอ่ยถามเจิ้นหย่วนด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน

"เจิ่นหย่วน ท่านมีสิทธิ์อะไรมากล่าวหาข้า ข้าทำสิ่งใดให้ท่านเจ็บช้ำน้ำใจอย่างนั้นหรือ"

"เจ้าทำร้ายหยุนเอ๋อ ยังมีความเป็นคนอยู่หรือไม่"

เจิ้นหย่วนลุกขึ้นชี้หน้านางด้วยความไม่พอใจ เสียงแข็งกระด้างแววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว หยางเฉี่ยวชิวตกตะลึงในภาพที่ฉายชัดอยู่เบื้องหน้าของนาง หยุนเอ๋อเกี่ยวข้องกับนางและเขาได้อย่างไร

"ข้า...ไม่...ได้"

นางเปล่งเสียงกระท่อนกระแท่นออกมา เขาเอ่ยถึงไป๋หยุนเอ๋อขึ้นมาเพื่ออะไรอีกทั้งยังเรียกอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคนคุ้นเคยกันมาช้านาน

"เจ้าไม่ต้องแก้ตัว มันฟังไม่ขึ้นหรอก"

"จางไห่ เข้ามานี่"

ไม่รอให้นางตั้งคำถามเขาเรียกคนรับใช้ส่วนตัวเข้ามาทันที จางไห่วิ่งเข้ามาทันทีที่พบหน้าหยางเฉี่ยวชิวที่คลุมผ้าผืนบางเอาไว้หลวม ๆ ก็ต้องก้มหน้ารู้สึกกระดากที่จะมองดู

"ขอรับนายท่าน"

เจิ้นหย่วนไล่สายตามองดูหยางเฉี่ยวชิวยกยิ้มแล้วพูดกับจางไห่

"ข้ายกนางให้เจ้า"

ทั้งจางไห่และหยางเฉี่ยวชิวต่างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้ยิน เขาเหลือบมองนางไปทั่วร่างพลันนึกได้ว่านางคือฮูหยินของเจ้านายก็ก้มหน้าลง หยางเฉี่ยวชิวส่งสายตารังเกียจกลับไปมองสลับกับจ้องมองเจิ้นหย่วนด้วยความผิดหวังรุนแรง นางมองเขาราวกับเป็นคนแปลกหน้า ไม่รู้ว่าหลายปีที่ผ่านมานางทำสิ่งใดผิดพลาดไปถึงมองคนผู้นี้ไม่ออก

"ท่านพ่อต้องไม่ละเว้นท่านแน่"

ความรักที่เคยมีท่วมท้นแปรเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังในบัดดล ตระกูลของนางยิ่งใหญ่มากพอที่เชื้อพระวงศ์ต้องเกรงใจ เมื่อเจิ้นหย่วนทำเรื่องชั่วช้าตามอำเภอใจเช่นนี้ท่านพ่อและตระกูลของนางย่อมไม่ยินยอม

เจิ้นหย่วนได้ฟังคำขู่จากเสียงเล็ก ๆ ก็หัวเราะเย้ยหยันออกมาเสียงดัง ราวกับเสียงของนางเป็นแค่ลมพัดผ่าน

"ป่านนี้ทุกคนในตระกูลของเจ้าคงไม่เหลือสักคนแล้ว ยังหวังลม ๆ แล้ง ๆ อะไรอยู่อีก"

หยางเฉี่ยวชิวหัวใจกระตุกวูบ ตกตะลึงพรึงเพริดกับสิ่งที่ได้ยิน

"ท่านว่าอย่างไรนะ ไม่มีทาง!"

เจ้าของร่างแกร่งลุกขึ้นเดินเข้ามาหานางเอื้อมมือบีบรัดคางเล็ก ๆ จับจ้องนางเค้นเสียงพูดเสียงต่ำ

"ป่านนี้คงตายทั้งโคตรแล้ว"

น้ำตาของหยางเฉี่ยวชิวร่วงพรู นางผิดเองใช่หรือไม่ที่ไม่เชื่อฟังบิดา เจิ้นหย่วนมิใช่คนที่นางสมควรจะเป็นพันธมิตรด้วยแต่นางก็ไม่เคยเชื่อฟังจนในวันนี้ คำพูดของท่านพ่อและพี่ใหญ่ถึงสะเทือนสมองของนางให้คิดได้

"ไอ้สารเลว!"

ถึงเสียงจะฟังอู้อี้ทว่าเปี่ยมล้นไปด้วยความเคียดแค้นแสนสาหัส เจิ้นหย่วนแสยะยิ้มอย่างไม่รู้สึกเจ็บปวดสะบัดหน้านางออกไปแล้วออกคำสั่งเฉียบขาด

"จะเอาไปไหนก็ไป นางเป็นของเจ้าแล้วจะหาคนมาร่วมเสพสุขข้าก็ไม่ว่า ไป!"

"ขอรับ"

จางไห่ที่คราแรกนึกหวั่นกลัวแต่เมื่อเจ้านายเน้นย้ำเป็นคำรบสองเขาก็ไม่ลังเลออกจะดีใจเป็นล้นพ้นที่จะได้ลิ้มชิมรสของสาวงามอันดับหนึ่งของแคว้นซีหนาน จางไห่มุ่งตรงไปหาหยางเฉี่ยวชิวนางไม่ยินยอมง่ายดายถีบเขาล้มลงเริ่มวิ่งหนีเอาตัวรอด ฉับพลันเจิ้นหย่วนเอื้อมมือคว้าเอาไว้ได้ทันกระชากผมของนางจับตรึงเอาไว้แน่น

"เจิ้นหย่วนข้าต้องเอาคืนเจ้าแน่"

นางกัดฟันกรอดพูดกดเสียงต่ำความคับแค้นใจแน่นเต็มอก

"ถ้าคิดว่ามีโอกาสก็เชิญ ข้าจะรอ"

เขากระซิบตอบนางอย่างไม่ยอมแพ้เช่นเดียวกันพร้อมสะกดจุดสำคัญแล้วให้จางไห่แบกออกไปให้พ้นสายตา

จางไห่แบกนางออกมาพาไปที่ห้องหนึ่งที่เจิ้นหย่วนใช้เป็นสถานที่กักขังและทรมานทาส บัดนี้เขาได้นางมาดูแลหาได้เกรงใจอีกต่อไป เขาวางร่างนางลงถอดเสื้อผ้าออกขึ้นคร่อมเอาไว้มองดูความงามของหญิงสาวอย่างหลงใหล

"อันที่จริงข้าก็ชื่นชอบท่านมานาน ครั้งนี้ข้าจะทำให้ท่านมีความสุขที่สุด"

เขาโน้มใบหน้าลงมาอย่างย่ามใจหยางเฉี่ยวชิวที่ยังปวดร้าวระบมไม่หายนอนตัวแข็งทื่อขยับเขยื้อนไม่ได้เพราะถูกสกัดจุดสำคัญเอาไว้ นางได้แต่มองจางไห่กระทำเรื่องต่ำช้าอย่างเคียดแค้น เขาก็ไม่ต่างจากเจ้านายของเขา กลืนกินนางเหมือนสัตว์ป่าที่หิวโหยมาเป็นสิบปีก็มิปาน

น้ำตาของหยางเฉี่ยวชิวไหลพรากนางกล้ำกลืนความอัปยศอดสูลงไปในลำคออย่างยากลำบากแววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง สายตาอาฆาตของนางที่จ้องมองจางไห่ทำให้เขานึกหวาดกลัวอยู่บ้างแต่ไม่อาจทำให้เขาหยุดการกระกระทำชั่วช้าลงไปได้

ร่างกายบอบบางถูกกระทำชำเราอย่างรุนแรงซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางเริ่มชาไปทั้งตัวไร้ความรู้สึกใด ๆ อีกต่อไป สมองพร่าเบลอหัวใจเต้นผิดจังหวะ เฮือกสุดท้ายก่อนสิ้นลมนางจดจำทุกการกระทำในคืนนี้ของเจิ้นหย่วนพร้อมทั้งจางไห่สองนายบ่าวคนเลวทรามเอาไว้แม่นยำ

หากชาติหน้ามีจริงข้าจะฆ่าล้างแค้นพวกเจ้าให้จงได้!

ร่างของนางนอนแน่นิ่งไปจางไห่เห็นถึงความผิดปกติเขาหยุดการกระทำป่าเถื่อนทันที เอื้อมมือแตะที่จมูกของนางก็ต้องสะดุ้งตกใจรีบสวมใส่เสื้อผ้าแล้วจัดการเอาศพของนางไปหาที่ฝังยังที่ห่างไกลไร้ผู้คนพบเห็น หาไม่แล้วในภายหน้าหากเรื่องนี้มีคนรู้เพิ่มขึ้นอาจสาวมาถึงท่านอ๋อง แน่นอนว่าเขาก็ไม่มีทางรอดชีวิตเช่นกัน

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ตอนจบ

    หลี่ชิงหยา เจิ้นซื่อหมิง หยางเยว่ มารวมตัวกันที่จวนอ๋องสี่ หารือกันถึงเรื่องที่เพิ่งผ่านมา "ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะทำงานได้รวดเร็วเช่นนี้ เจ้าทำเหมือนรู้เรื่องทุกอย่างแล้ว" นางเงียบไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยขึ้น "ข้ารู้มาสักระยะหนึ่งแล้ว" หยางเยว่จึงถามถึงเรื่องหยางเฉี่ยวชิว "แล้วศพเล่า เจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร" นางสะดุดกับคำพูดของหยางเยว่อยากบอกความจริงแก่เขาแต่มันคงเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินไป "ข้าเริ่มสืบเงียบ ๆ มาตั้งแต่วันที่เห็นเครื่องประดับของนางแล้ว ข้าสงสัยจึงหาทางสืบจนรู้ความจริง" ไม่ว่านางจะมีวิธีการอธิบายเช่นไรแต่อาจารย์หย่งหยวนก็ดูออกทั้งคำพูดและท่าทาง นางจะสงบนิ่งเพียงใดก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของอาจารย์ไปได้แต่อาจารย์ก็เลือกที่จะเงียบรอดูท่าทีของหลี่ชิงหยาต่อไป "ข้าบอกพี่ใหญ่แล้วว่านางไม่ธรรมดา" เจิ้นซื่อหมิงเอ่ยขึ้นพลางส่งยิ้มบาง ๆ ให้หลี่ชิงหยา "เรื่องทุกอย่างลงตัวแล้ว คงถึงเวลาที่ข้าจะกลับเสียที" อาจารย์เอ่ยขึ้น "ท่านอาจารย์ไม่กลับไปได้หรือไม่ขอรับ การเดินทางยากลำบากข้าอยากให้ท่านอยู่ที่นี่ อยู่ในจวนตระกูลหยาง" หยางเยว่เป็นห่วงอาจารย์ที่ต้องเดินทางไกลอีกเป็นเดือน อาจารย์

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ส่งมอบหน้าที่

    บรรยากาศในห้องโถงกลับกลายเป็นเงียบงัน ทุกคนที่เคยมาร่วมงานสมรสขององค์ชายสามและพระชายาต่างก็ยืนนิ่งไม่สามารถขยับตัวได้ ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความตกใจและความไม่เชื่อ หัวใจของพวกเขาหยุดไว้ในชั่วขณะ ทุกสายตาต่างหันไปที่ฮ่องเต้ที่ยืนนิ่งไม่ตรัสคำใดออกมา ว่าที่พระสนมที่เคยยิ้มแย้มท่ามกลางงานสมรส กลับกลายเป็นคนแรกที่ไม่สามารถทนต่อความจริงได้ นางลุกขึ้นจากที่นั่ง ร่างบางสั่นสะท้านปากสั่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะร้องไห้ "ไม่จริง องค์ชายสามไม่ทำเช่นนี้!" น้ำตาของหลี่เจินไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว ข้าราชบริพารที่อยู่ข้างๆ พยายามเข้าไปปลอบโยน แต่นางกลับสะบัดมือออกอย่างแรง นางยืนเงียบ ๆ มองไปที่องค์กลุ่มคนที่ซุบซิบและมองมาที่นางด้วยความรู้สึกหลากหลาย นางเป็นถึงหลานสาวที่ปรึกษาขุนนาง มาจากตระกูลร่ำรวย บิดาเป็นขุนนางระดับสูงและนางกำลังจะมีชีวิตที่ใฝ่ฝัน คราแรกที่รู้ว่าจะได้แต่งงานเป็นพระสนมนางยังชูคอได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่สนใจเรื่องของท่านตาและท่านแม่หันมาสนใจเพียงตำแหน่งพระสนมที่นางกำลังจะสมหวัง แล้วเป็นอย่างไรงานแต่งงานที่กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี ก็พังครืนลงต่อหน้าต่อตาโดยคนกลุ่มหนึ่ง ฮองเฮาแ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ถูกลงโทษ

    ขุนนางฝ่ายตรวจสอบทำงานกันอย่างเข้มข้น คนในงานต่างเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ "ทูลฝ่าบาท หลักฐานที่ได้มาเป็นของจริงพะย่ะค่ะ บางอย่างมีของปลอมให้เปรียบเทียบ แสดงให้เห็นว่าตระกูลหยางถูกใส่ร้าย" ฮองเฮากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ดวงตาของนางแสดงถึงความตื่นตระหนกและไม่พอใจ แม้จะพยายามดิ้นรนด้วยคำพูดที่เคยชิน "ไม่จริง! หลักฐานพวกนี้ต้องถูกปลอมแปลง!" นางปฏิเสธรุนแรง แต่คำพูดนั้นกลับดูเปราะบางเกินไปในตอนนี้ หลี่ชิงหยายิ้มเล็กน้อย โดยไม่สะทกสะท้านกับการดิ้นรนของฮองเฮา "ฮองเฮาสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง หม่อมฉันมีคำรับรองจากผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งบันทึกการเคลื่อนไหวที่สามารถยืนยันการทำงานร่วมกันของฮองเฮากับบุคคลภายนอก" เมื่อได้ยินคำพูดของนาง ฮองเฮาก็รู้สึกอึดอัดยิ่งขึ้น นางพยายามหาทางปฏิเสธต่อไป แต่ทุกคำพูดกลับยิ่งเพิ่มความสงสัยให้มากขึ้นจนไม่อาจหาทางหลบหนีได้ ในขณะที่ฮองเฮาพยายามดิ้นรนต่อไป หยางเยว่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้ เขาก้าวไปข้างหน้าและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น "ฝ่าบาท เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ตั้งใจเท่านั้น กระหม่อมเองก็มีข้อมูลที่พิสูจน์ได้ถึงความเชื่อมโยงระห

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   งานอภิเษกสมรส

    สองเดือนต่อมา งานสมรสระหว่างองค์ชายสามกับหลี่เจินเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ตามแบบฉบับของชนชั้นสูงในราชสำนัก พื้นที่จัดงานถูกตกแต่งด้วยดอกไม้สีทองและสีแดงสด มีการประดับประดาด้วยผ้าที่มีลวดลายงดงามกินบริเวณกว้างถึงนอกจวน ท่ามกลางแสงไฟจากโคมระย้าและตะเกียงส่องแสงสว่างทั่วห้อง คนในราชสำนักต่างแต่งตัวอย่างงดงาม มีการร่ายรำและดนตรีประกอบบรรยากาศให้เต็มไปด้วยความหรูหรา พระราชวังล้วนอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความปีติ บรรดาธงไหมสีชาดประดับมุกปลิวไสวตามสายลม เผยให้เห็นลวดลายมงคลที่ถักทอด้วยด้ายทองคำ ประตูเปิดกว้างขบวนแห่เจ้าสาวแลเห็นมาแต่ไกล ล้อมรอบด้วยเหล่านางกำนัลผู้ถือโคมไฟแดง ส่องทางแห่งชีวิตคู่ให้สว่างไสว หลี่เจินในชุดวิวาห์ไหมแดงลายมังกรทอง งดงามประหนึ่งเทพธิดาแห่งแดนสวรรค์ สายคาดเอวปักลวดลายเมฆมงคลพลิ้วไหวทุกย่างก้าว ผ้าคลุมหน้าไหมโปร่งสีแดงฉลุลายดอกเหมยบดบังดวงหน้างามพริ้มเพรา ยามเจ้าสาวก้าวข้ามกระถางไฟเพื่อความเป็นสิริมงคล เสียงฆ้องกลองก็ดังกึกก้อง บรรเลงเพลงมงคลประสานเสียงพิณก้องไปทั่วบริเวณ องค์ชายสามทรงยืนประทับใต้แท่นพิธี ในฉลองพระองค์ปักลายมังกรห้าเล็บ ท่วงท่าทรงสง่า สายตาแน่วนิ่ง

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   รักษาองค์ชายสี่

    เกือบหนึ่งเดือนต่อมา ในยามสาย แสงแดดทอดผ่านต้นเหมยหน้าจวนท่ามกลางสายลมเย็นเอื่อย อาจารย์หย่งหยวนก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม ท่วงท่าของผู้เฒ่ามากประสบการณ์ยังคงมั่นคง สายตาคมกวาดมองรอบจวนองค์ชายสี่ที่ส่งเกี้ยวไปรับในเขตชายแดนของแคว้นซีหนาน "นานกี่ปีแล้วที่ข้าไม่ได้กลับมาเมืองหลวง" เขาพึมพำเบา ๆ ภาพในอดีตผุดขึ้นในห้วงคิด ครั้งหลังสุดบนภูเขาสูงยามเขาถ่ายทอดความรู้เรื่องเครื่องสมุนไพรให้แก่ศิษย์หญิงนางหนึ่ง มือเล็ก ๆ เคยคัดแยกสมุนไพรด้วยความตั้งใจ คำถามฉลาดเฉลียวของนางยังติดอยู่ในใจเขาเสมอ นางคือคนที่เขายอมรับในพรสวรรค์รองจากหยางเฉี่ยวชิว เจิ้นซื่อหมิงและหยางเยว่เดินออกมาต้อนรับ บุรุษทั้งสองคนโล่งใจที่อาจารย์เดินทางมาถึงจวนโดยปลอดภัย "ท่านอาจารย์เดินทางมาเหนื่อยเขิญพักผ่อนก่อนเถิดขอรับ" หยางเยว่เดินตรงเข้าประคองอาจารย์เขาอาจจะดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางแต่ก็ยังไม่อยากพักผ่อน "ข้าไม่เป็นไร องค์ชายมีอาการเป็นอย่างไรบ้าง" อาจารย์หย่งหยวนสังเกตได้ว่าเจิ้นซื่อหมิงมีสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมากเขาเพียงอยากรู้สถานการณ์ระหว่างรักษาตัวช่วงที่ไม่ได้ดูแล "ข้าทำตามคำแนะนำของท่านอาการเริ่มดีขึ้นเ

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   พบรองแม่ทัพหยาง

    "เจ้าเตรียมตัวรับโทษเป็นคนต่อไป" ไป๋เหนียงถูกลากออกไป นางกรีดร้องดิ้นรน แต่ไม่มีผู้ใดสนใจอีก หลี่เจินเห็นมารดาถูกจับตัวนางจึงไปขอร้องบิดา แต่หลี่จือหลินบอกกับนางว่า "เจินเอ๋อร์ เจ้ากำลังจะได้เป็นสนมอย่ายุ่งเรื่องนี้ดีกว่า ตาของเจ้ากับแม่ของเจ้ามีความผิดก็ต้องว่าตามผิด เจ้ายังเด็กนักข้าไม่อยากเห็นเจ้าต้องได้รับโทษไปด้วย" หลี่เจินได้ฟังดังนั้นนางก็เกิดความหวาดกลัวจึงเชื่อฟังบิดาไม่กล้าแผลงฤทธิ์ทำตัวสงบเสงี่ยมขังตัวเองอยู่แต่ในห้องเท่านั้น หลี่ชิงหยามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตาเย็นชา ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามบ่ายที่ส่องกระทบใบหน้าของนาง คล้ายกับเงาสะท้อนของชัยชนะที่กำลังปรากฏขึ้นในที่สุด พลบค่ำแล้วแสงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ทว่าบรรยากาศยังคงเคร่งเครียดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงกลางวัน ภายในห้องหนังสือ หลี่ชิงหยานั่งสงบนิ่งอยู่หน้าชั้นตำรา ทว่าความคิดของนางยังคงหมุนวนไปมา ตั้งแต่เรื่องของไป๋เหอหยุน ไป๋เหนียง แม้ทุกอย่างเป็นไปตามที่นางคาดการณ์ไว้ แต่ก็ปฏิเสธมิได้ว่านางเหนื่อยล้าอยู่ไม่น้อย ทันใดนั้น เสียงรายงานจากคนรับใช้หน้าประตูดังขึ้น "คุณหนูใหญ่ ท่านอ๋องมาขอเข้าพบเจ้าค่ะ" หลี่ชิงหยาช

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   เก็บไว้กับข้าดีกว่า

    พลันเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นด้านหลังของนาง "มีคนบาดเจ็บก็ต้องรีบรักษา หรือเจ้าทนเห็นคนตายต่อหน้าต่อตาได้ หืม คุณหนูใหญ่" เจิ้นซื่อหมิงเดินนำหน้าพร้อมกับเหล่าองครักษ์รายล้อม มองเลยไปด้านหลังสุดนางพบว่ารั่วหลานก็มากับขบวนนี้ ดวงตามีแววขี้เล่นไม่จางหายไป เจิ้นซื่อหมิงยิ้มบางพลางส่งสัญญาณมือ จากนั้นเหล่า

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   เบื้องหน้าเบื้องหลัง

    หลี่จือหลินยืนมือไพล่หลังมองตามเกี้ยวจากจวนองค์ชายสี่จนกระทั่งลับตาไป เขาไม่รู้ว่าองค์ชายคิดอย่างไรถึงส่งจดหมายมาก่อนหน้านี้เพียงหนึ่งวันทั้งที่หายไปนานนับเดือน ก่อนนั้นเกิดเรื่องใดขึ้นถึงเพิ่งออกมาจัดการเรื่องนี้ การได้เกี่ยวดองกับราชวงศ์ทำให้ใต้เท้าหลี่หนักใจอยู่ไม่น้อย องค์รัชทายาทเริ่มแผนการกด

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ในฐานะคู่หมั้น

    จวนองค์ชายสี่ แม้ร่างกายจะเพิ่งฟื้นจากอาการป่วย แต่หาได้ทำให้บุคลิกองอาจของเขาดูอ่อนแอลงไม่ ใบหน้าคมสันแม้ซีดเซียวเล็กน้อย ทว่าแววตาดำล้ำลึกกลับคมกริบดุจคมมีด ยามทอดมองออกไปนอกศาลา คล้ายกำลังครุ่นคิดเรื่องราวบางอย่าง เขาไปรักษาตัวนานแรมเดือนกลับจวนครั้งนี้สายตามองเห็นสิ่งรอบตัวชัดเจนขึ้น ก่อนหน้าน

  • พลิกชะตามาทวงแค้น   ไม่บอกกล่าว

    แสงตะเกียงน้ำมันส่องริบหรี่ภายในห้องเงียบสงัด หลี่ชิงหยาค่อย ๆ คลี่กระดาษแผ่นบางออก ปลายนิ้วเรียวลากไล้ตามตัวอักษรที่จารึกไว้ แววตาเป็นประกายวาววับสะท้อนแสงไฟราวกับถ้อยคำเหล่านั้นมีความหมายสำคัญยิ่งนัก ทันใดนั้น "อ่านอะไรอยู่หรือ" เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเบา ๆ จากริมหน้าต่าง ทำให้ร่างบอบบางสะดุ้งเฮือ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status