مشاركة

บทที่ 5 คำลาที่ถูกฉีก

last update تاريخ النشر: 2026-07-24 19:55:20

              "คุณแพรมุกดาอยู่ที่สำนักงานใหญ่เทวาภิรมย์กรุ๊ปครับ" จอมทัพลุกขึ้นยืนทันที เขารั้งสูทสีดำเข้มให้เข้าที่ ใบหน้านิ่งขรึม จ้องมองคณะกรรมการทั้งหมดในห้องที่ต่างก้มหน้าก้มตาหลบสายตาที่น่ากลัวนั้น

              "สั่งการณ์ออกมา...เลื่อนประชุมทั้งหมด" เสียงของเขาเย็นเยียบราวกับขั้วน้ำแข็ง

              "แต่ว่า..."

              "ฉันบอกว่า...ให้เลื่อนประชุมออกไปทั้งหมด" น้ำเสียงเรียบนิ่งนั้นแฝงไปด้วยพลังงานที่ทำให้ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง เขาหยิบกุญแจรถขึ้นมา ดวงตาคมเต็มไปด้วยความแน่วแน่

              "ถ้าเธออยากหย่า...อย่างน้อย...ก็ควรมาพูดต่อหน้าฉัน"

              ไม่ถึงสี่สิบนาทีต่อมารถสปอร์ตหรูสีดำเงาสนิทก็แล่นเข้าสู่สำนักงานใหญ่เทวาภิรมย์กรุ๊ป พนักงานทุกคนต่างแตกตื่นเมื่อเห็นเจ้าของอาณาจักรหิรกุญวรเดชก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเย็นชา บอดี้การ์ดร่วม 20 คนรีบลงมายืนรอเขาที่ด้านหน้าบริษัทเทวาภิรมย์กรุ๊ปจนทำให้พนักงานและคนในบริษัทเริ่มเต็มไปด้วยความโกลาหล

               ขณะเดียวกันบนชั้นยี่สิบห้าแพรมุกกำลังเซ็นเอกสารแต่งตั้งตัวเองเข้ารับตำแหน่งรองประธานบริหาร เธอเพิ่งวางปากกาลงน้ำหมึกยังไม่ทันแห้งสนิท เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นอย่างร้อนรนตามมาด้วยเลขาและธนา ที่ปรึกษาการทำงานของเธอที่เดินพรวดพราดเข้ามาอย่างตื่นตระหนก

                "คุณแพรมุกคะ! คุณหสดินทร์มาที่บริษัทค่ะ" แพรมุกชะงักเพียงเสี้ยววินาที เธอยกสายตาขึ้นมองเลขาและคุณธนาพลางยกยิ้มที่มุมปากก่อนจะวางปากกาลงอย่างสงบนิ่ง

                "มาไวกว่าที่คิดแหะ...เชิญเขาเข้ามาคุณสา" เลขานุการอึ้งไม่ต่างจากคุณธนาที่ยืนอยู่ข้างๆ

                "แต่...สีหน้าคุณหสดินทร์ดูไม่ค่อยดีเลยนะครับคุณหนู" คุณธนาเอ่ยเสริม ทำให้แพรมุกยกมุมปากเป็นรอยยิ้มบางอีกครั้ง

                "ไม่เป็นไร ยังไงสักวันหนึ่ง...เขาก็ต้องชินกับการที่ฉันไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมอยู่ดี"

                 ทันทีที่สิ้นเสียงประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกเสียงดังด้วยแรงกระแทก จอมทัพก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแต่มองรู้ว่าความโกรธกำลังกลืนกินเขาทั้งร่าง

                 ในมือของเขา...คือหนังสือขอหย่าฉบับเดียวกับที่เธอเพิ่งส่งไป เสียงประตูปิดลงทำให้บรรยากาศภายในห้องทำงานกว้างขวางและเงียบสนิท แพรมุกส่งสายตาหาเลขาและคุณธนาให้ออกไปก่อน พลางหันไปสบเข้ากับดวงตาคมของจอมทัพ ชายหนุ่มวางซองเอกสารสีน้ำตาลลงบนโต๊ะทำงานของเธอ

                 "อธิบายมา" น้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่แฝงแรงกดดันมหาศาล แพรมุกเหลือบมองซองเอกสารเพียงครู่ ก่อนหยิบแก้วกาแฟพลางยกถ้วยกาแฟอย่างไม่ทุกข์ร้อนใดๆ

                 "เอกสารก็บอกหัวข้อชัดเจนนี่...ยังจะให้อธิบายอะไรอีก" จอมทัพจ้องเธอไม่วางตา

                 "ฉันถามอีกครั้ง สรุปมันเกิดอะไรขึ้นกับเธอกันแน่แพร" แพรมุกยิ้มบางพลางนั่งลงบนเก้าอี้อย่างผ่อนคลาย

                 "ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นนี่"

                 "มี...มีสิ มันต้องมีแน่ๆ เมื่อวานเธอยังยิ้มแป้น แต่หลังจากที่เซ็นทะเบียนสมรส...เธอกลับทำเหมือนเกลียดฉันมาก" เขาตอบทันที หญิงสาวค่อยๆ วางถ้วยกาแฟลง เสียงกระทบจานรองดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบของห้อง

                 "แล้วถ้าฉันบอกว่า...ฉันเพิ่งตายมาล่ะ" จอมทัพนิ่งไป นั่นยิ่งทำให้แพรมุกหัวเราะออกมาเบาๆ

                 "เห็นมั้ย...แค่พูดความจริง คุณยังไม่เชื่อเลย"

                 "ฉันไม่ชอบเรื่องตลกแพร เธอก็รู้ดี..." เขาขบกรามแน่น จ้องมองใบหน้ายิ้มเยาะของเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

                 "ใช่ฉันรู้...แต่คุณรู้มั้ย...ว่าชีวิตแต่งงานของฉันกับคุณ มันตลกยิ่งกว่านั้น" คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของจอมทัพเคร่งเครียดขึ้น เขาเดินอ้อมโต๊ะทำงานเข้ามาหยุดตรงหน้าเธอ ระยะห่างเหลือเพียงก้าวเดียวก่อนมือหนาจะคว้าเอวบางพลางขยับเข้าแนบอกหนา แต่แพรมุกกลับนิ่งสนิทดวงตากลมนั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีเหล็กดำอย่างว่างเปล่า

                 "แพรมุก...เธอมองฉันเหมือนคนแปลกหน้าทั้งที่เมื่อวาน...เราเพิ่งจะ..." ใบหน้าสวยยิ้มเยาะอีกครั้ง

                 "เมื่อวานสำหรับคุณ" แพรมุกเงยหน้าสบตาเขา

                 "แต่สำหรับฉัน...มันผ่านมาห้าปีแล้ว" ประโยคนั้นทำให้จอมทัพขมวดคิ้วแน่น เขาไม่เข้าใจแต่ดวงตาของผู้หญิงตรงหน้า...ไม่ได้กำลังโกหกในนั้นมีทั้งความเจ็บปวด ความผิดหวัง และความอาลัยที่คนคนหนึ่งไม่มีทางสร้างขึ้นมาได้ภายในคืนเดียว แพรมุกผละออกจากอ้อมกอดของคนตรงหน้า

                 "คุณหสดินทร์...ตลอดเวลาที่ผ่านมาฉันเคยไม่ต้องการเงินของคุณ ไม่เคยต้องการทรัพย์สิน ไม่ต้องการหุ้นหรืออะไรทั้งนั้น และวันนี้ฉันต้องการแค่ลายเซ็นของคุณในใบหย่านั่นเท่านั้น" จอมทัพก้มมองหญิงสาวนิ่งก่อนเอื้อมมือหยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา เขาพลิกดูทีละหน้าอย่างช้าๆ

                  จากนั้น...ภายในความเงียบของห้อง

                  ฉีก!

                  เสียงกระดาษขาดดังลั่นห้องแพรมุกเบิกตากว้าง เศษเอกสารสีขาวปลิวร่วงลงเต็มพื้น จอมทัพปล่อยเศษกระดาษออกจากมือด้วยใบหน้าเรียบนิ่งและเย็นชา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

                  "ฉันไม่เซ็น"

                  "คุณ...มีสิทธิ์อะไรถึงทำแบบนี้"

                  "ในฐานะสามีไงล่ะแพร" เขารั้งร่างบางมากอดแน่นในขณะที่แพรมุกพยายามจะดิ้นออก

                  “ปล่อยจอมทัพ...”

                  "ในฐานะผัวของเธอ...ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่าง" แพรมุกหัวเราะอย่างเหลืออดก่อนจะผลักร่างสูงออก

                  "คุณเพิ่งจำได้หรือว่าตัวเองเป็นสามีอ่า" จอมทัพชะงักไปเสี้ยววินาทีก่อนเอ่ยประโยคที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่เคยคิดว่าจะพูด

                  "ฉันไม่รู้หรอกนะว่า เธอไปเจออะไรมาถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้แต่ตั้งแต่วันนี้...ฉันจะไม่ปล่อยให้เธอเดินหนีฉันอีก" แพรมุกมองด้วยใบหน้ายิ้มเยาะ

                  คำพูดหนักแน่นของจอมทัพยังดังก้องอยู่ในโสตประสาทของหญิงสาว แพรมุกก้มมองเศษกระดาษที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น เอกสารหย่าที่เธอให้ทนายร่างขึ้น...ถูกเขาฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตาอย่างไม่รีรอ เธอถอนหายใจลึกอย่างเหน็ดเหนื่อย

                  ชาติที่แล้ว...แค่เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ หัวใจของเธอก็เต้นแรงแล้วเหมือนจะตายแล้ว ยิ่งถ้าเขาโกรธขนาดนี้เธอคงจะร้องไห้เสียใจเพราะกลัวเขาจะโกรธ จะเกลียดเธอ แต่ในชาตินี้...ทั้งที่เขายืนอยู่ตรงหน้า ทั้งที่เขากอดเธอแน่น ทั้งที่เขาดูต้องการเธอมากขนาดนี้ แต่หัวใจของเธอกลับไม่เหลือความรู้สึกใดอีก แพรมุกเงยหน้าสบตาเขาที่ยืนอยู่ไม่ห่าง

                 "คุณคิดว่าแค่ฉีกเอกสารแล้วทุกอย่างจะจบหรือจอมทัพ" เสียงของเธอเรียบแต่หนักอึ้งจนชายหนุ่มชะงักไป

                 "ถ้าเธอส่งมาอีก...ฉันก็จะฉีกอีก ถ้าส่งสิบครั้ง...ฉันก็ฉีกสิบครั้ง ถ้าส่งร้อยครั้ง...ฉันก็ฉีกร้อยครั้ง" น้ำเสียงของหสดินทร์ราบเรียบแต่หนักแน่นเสียจนไม่มีใครสงสัยว่าเขาพูดจริง แพรมุกหัวเราะเบาๆ

                 "งั้นคุณก็คงต้องเปลืองแรงหน่อยนะ เพราะฉันจะส่งมันไปทุกวัน" จอมทัพจ้องเธอนิ่ง ผู้หญิงตรงหน้าดื้อรั้นกว่าที่เขาเคยรู้จักหรือบางที...เขาอาจไม่เคยรู้จักเธอจริงๆ เลย

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • พลิกบทนางร้ายขอหย่าสามีมาเฟียคลั่งรัก   บทที่ 234 คนที่มีสิทธิ์ตัดสินใจขั้นสุดท้าย

    คุณหญิงจอมขวัญค่อยๆ ฉีกขอบซองอย่างระมัดระวัง ภายในมีภาพถ่ายเก่าหนึ่งใบกับกระดาษพับครึ่งอีกหนึ่งแผ่น ภาพถ่ายเป็นภาพการประชุมในห้องแห่งหนึ่ง มีชายหลายคนนั่งอยู่รอบโต๊ะยาว ด้านหลังเป็นผนังกระจกที่มองเห็นแม่น้ำอยู่ไกลๆ ภาพซีดจางตามกาลเวลา แต่ใบหน้าของชายคนหนึ่งยังชัดเจนพอให้จอมทัพจำได้ทันที “คุณพ่อ...” เขาหยิบภาพขึ้นมาดู ก่อนจะเลื่อนสายตาไปยังชายที่นั่งอยู่ข้างบิดา ชายคนนั้นคือพีระกิต เทวาภิรมย์แพรมุกชะงักไปทั้งตัว “คุณพ่อของฉัน...อยู่ในการประชุมครั้งนั้นด้วยเหรอคะ?” “ดูเหมือนจะใช่” จอมทัพตอบ แต่สายตายังคงจับจ้องภาพถ่าย “และนี่อาจเป็นเหตุผลที่ชื่อของคุณเกี่ยวข้องกับข้อตกลงนี้” “แต่ทำไมพ่อไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้เลย?” ไม่มีใครตอบคำถามนั้นได้ แพรมุกพลิกภาพกลับด้าน หวังจะพบวันที่หรือคำอธิบายเพิ่มเติม แต่กลับเห็นลายมือเขียนไว้เพียงประโยคเดียว ผู้ที่อยู่ในภาพทุกคนต่างรู้ว่าใครเป็นผู้อนุมัติ แต่ไม่มีใครยอมรับว่าเคยเห็นลายเซ็นนั้น ความเย็นวาบแล่นผ่านแผ่นหลังของเธอ ถ้าทุกคนในภาพรู้ว่าใครเป็นผู้อนุมัติ เหตุใดจึงไม่มีใคร

  • พลิกบทนางร้ายขอหย่าสามีมาเฟียคลั่งรัก   บทที่ 232 เอกสารที่ต้องเปิดตอนนี้

    เสียงของอชิระดังมาจากปลายสายจนคนในห้องได้ยินกันทั่ว จอมทัพคว้าโทรศัพท์ขึ้นแนบหูทันที “เจออะไร?” “รอยกดบนกระดาษ ฉันถ่ายภาพหลายมุมแล้วลองปรับแสงดู ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่รอยขีดเขียนธรรมดา แต่พอซูมเข้าไป มันมีตัวอักษรอยู่จริงๆ” “อ่านได้ไหม?” “ได้บางส่วน แต่จอมทัพ...นายต้องดูด้วยตัวเอง” น้ำเสียงของอชิระไม่ได้มีเพียงความตื่นเต้น หากยังเจือความระแวดระวังบางอย่างที่ทำให้จอมทัพขมวดคิ้ว “ส่งมาเดี๋ยวนี้” ไม่ถึงสิบวินาที ภาพถ่ายก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ จอมทัพก้มมอง ขณะที่แพรมุกขยับเข้ามาใกล้โดยไม่รู้ตัว บนภาพเป็นกระดาษเก่าที่ถูกถ่ายด้วยแสงเฉียง รอยกดจากตัวอักษรปรากฏเป็นเส้นจาง ๆ บางคำอ่านไม่ออก แต่ตรงกลางกลับมีข้อความที่เห็นได้ชัดกว่าส่วนอื่น ฝ่ายที่สองไม่ได้เป็นผู้รับสิทธิ์ แต่เป็นผู้อนุมัติการโอนสิทธิ์ ใต้ข้อความนั้นมีตัวอักษรอีกชุดหนึ่ง ทว่าถูกกดทับด้วยรอยพับจนอ่านได้เพียงบางส่วน...หิรกุญวรเดช แพรมุกนิ่งงัน “หิรกุญวรเดช...” เธอทวนช้าๆ ก่อนเงยหน้ามองจอมทัพ “นามสกุลของคุณ?” จอมทัพไม่ได้ตอบ

  • พลิกบทนางร้ายขอหย่าสามีมาเฟียคลั่งรัก   บทที่ 231 คำสารภาพของจอมขวัญ

    แพรมุกกำโทรศัพท์แน่นขึ้น ก่อนเงยหน้ามองจอมทัพ “ถ้าอย่างนั้น คนที่ถือเอกสารฉบับที่หนึ่งอยู่ก็อาจกำลังรอคำยืนยันจากอีกฝ่ายมาตลอดหลายปีใช่ไหมคะ?” “มีความเป็นไปได้” จอมทัพตอบ “และถ้าเราหาต้นฉบับของข้อตกลงเจอ เราอาจรู้ได้ทันทีว่าใครมีสิทธิ์เปิดผนึก” เขายังพูดไม่ทันจบ โทรศัพท์ของแพรมุกก็สั่นขึ้นอีกครั้ง อชิระส่งภาพเพิ่มเติมมาให้ คราวนี้เป็นหน้ากระดาษที่ถูกฉีกออกจากสมุดบันทึก แต่ยังเหลือรอยหมึกบางส่วนอยู่ตรงขอบ ข้อความที่อ่านได้มีเพียงสามบรรทัด ผู้ถือครองคนแรกคือ นำทัพ ผู้รับมอบหมายให้เก็บรักษาคือ อาคม ผู้มีอำนาจยืนยันสิทธิ์ — รอการลงนามจากฝ่ายที่สอง แพรมุกเบิกตากว้าง ส่วนจอมทัพนิ่งงันไปทันที “พ่อของคุณเป็นผู้ถือครองคนแรก...” เธอพึมพำ “และพ่อของอชิระเป็นคนเก็บรักษาเอกสารแทนพ่อฉัน” จอมทัพต่อประโยคให้ แต่แววตากลับยิ่งเคร่งขรึม “นั่นหมายความว่าอาคมอาจไม่ได้เป็นคนเอาเอกสารไปโดยพลการ เขาอาจได้รับมอบหมายให้ดูแลมันตั้งแต่ต้น” “แต่ทำไมคุณนำทัพถึงต้องส่งเอกสารให้

  • พลิกบทนางร้ายขอหย่าสามีมาเฟียคลั่งรัก   บทที่ 230 ห้ามเปิดผนึกก่อนวันยืนยันสิทธิ์

    จอมทัพไม่ได้ตอบในทันที เขารับโทรศัพท์กลับมาแล้วเพ่งมองข้อความบนซองอีกครั้ง แววตาคมเข้มจับอยู่ตรงคำว่า ชั่วคราว ราวกับกำลังพยายามค้นหาความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังถ้อยคำเพียงไม่กี่คำนี้ “ถ้าดูจากข้อความอย่างเดียว คนที่ถือเอกสารอาจไม่ได้เป็นเจ้าของสิทธิ์ในเอกสารนั้นโดยสมบูรณ์” เขากล่าว “แต่เรายังไม่รู้ว่าการถือครองชั่วคราวเกี่ยวข้องกับตัวเอกสาร ข้อตกลงเรื่องที่ดิน หรือสิทธิ์ของใครบางคนที่ยังไม่ได้รับการยืนยันกันแน่” “แล้วทำไมต้องห้ามเปิดผนึกก่อนวันยืนยันสิทธิ์ด้วยคะ?” “นั่นแหละคือสิ่งที่ฉันอยากรู้” จอมทัพเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า ก่อนหยิบซองเอกสารที่พวกเขารวบรวมไว้ขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้ง เขาไม่ได้รีบร้อนเดินออกจากห้องเหมือนเมื่อครู่ เพราะตอนนี้มีรายละเอียดหนึ่งที่ทำให้เขาต้องทบทวนเบาะแสทั้งหมดใหม่ หากเอกสารฉบับที่หนึ่งถูกแยกออกจากบัญชีส่งมอบหลักตั้งแต่แรก ย่อมหมายความว่ามีใครบางคนรู้ว่าเอกสารฉบับนี้มีความสำคัญมากพอที่จะต้องจัดการเป็นกรณีพิเศษ แต่ถ้าผู้ถือครองมีหน้าที่เพียงเก็บรักษาเอกสาร และต้องรอให้มีการยืนยันสิทธิ์ก่อนเปิดผนึกจริง คนท

  • พลิกบทนางร้ายขอหย่าสามีมาเฟียคลั่งรัก   บทที่ 229 ผู้ถือครองชั่วคราว

    “ได้ แต่ฉันต้องถามอะไรพวกนายอย่างหนึ่งก่อน” “ถามมา” “ถ้าพ่อฉันเป็นคนตรวจสอบเอกสาร ทำไมชื่อเขาถึงอยู่ในรายการส่งมอบที่ไม่มีผู้รับ แล้วทำไมถึงมีคนโทรมาข่มขู่ฉันเรื่องเอกสารฉบับที่หนึ่ง ทั้งที่ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันอยู่ที่ไหน” ไม่มีใครตอบได้ในทันที อชิระหัวเราะเบาๆ อย่างขมขื่น แต่เสียงหัวเราะนั้นไม่มีความขบขันแม้แต่น้อย “ฉันเริ่มคิดแล้วว่า เรื่องนี้อาจไม่ใช่แค่การแย่งชิงสิทธิ์ในที่ดิน ถ้ามีใครต้องการปิดบังแค่เรื่องการโอนสิทธิ์จริง เขาคงไม่จำเป็นต้องตามหากระดาษแผ่นเดียวมานานขนาดนี้” “อย่าเพิ่งสรุป” จอมทัพกล่าว “เรายังไม่รู้ว่าเอกสารฉบับที่หนึ่งมีอะไรอยู่ในนั้น” “แล้วถ้ามันไม่ได้มีแค่เรื่องที่ดินล่ะ?” คำถามของอชิระทำให้แพรมุกเงยหน้าขึ้น “นายหมายความว่าอะไร” “ฉันไม่รู้” เขาตอบตรงๆ “แต่ฉันจำได้ว่าพ่อเคยพูดถึง The River Crown อยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนั้นฉันยังเรียนมหาวิทยาลัย เขาบอกว่าโครงการบางอย่างไม่ได้เริ่มต้นจากคนที่มีชื่ออยู่บนสัญญา และคนที่ยอมเซ็นชื่อก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่มีอำนาจตัดสินใจจริงๆ” จอมทัพนิ่งไป ค

  • พลิกบทนางร้ายขอหย่าสามีมาเฟียคลั่งรัก   บทที่ 228 เอกสารของอชิระที่ถูกเปิด

    ข้อความนี้ไม่ได้บอกเพียงว่าใครไม่ควรได้รับเอกสาร แต่ยังแสดงให้เห็นว่าในอดีตเคยมีคนตั้งใจขัดขวางไม่ให้เอกสารฉบับนั้นกลับไปถึงมือของมัตสึโตะ มาเรวาชิด้วย คนที่เขียนข้อความนี้รู้จักชื่อของเขา รู้ว่าเอกสารฉบับที่หนึ่งมีความสำคัญ และอาจรู้ด้วยว่าเอกสารฉบับนั้นเคยอยู่ที่ไหน แต่สิ่งที่แพรมุกไม่เข้าใจคือ เหตุใดคนส่งภาพถึงเลือกส่งมันมาให้เธอในเวลานี้ “จอมทัพคะ” เธอยื่นโทรศัพท์ให้เขาโดยไม่พูดอะไรต่อ จอมทัพรับไปดู สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเพียงเล็กน้อย ทว่าความนิ่งที่ปรากฏบนใบหน้ากลับทำให้แพรมุกสัมผัสได้ว่าเขากำลังระงับอารมณ์บางอย่างเอาไว้ เขาขยายภาพเพื่ออ่านข้อความให้ชัดเจนขึ้น จากนั้นเลื่อนดูขอบซองทั้งสอ'ด้าน พยายามมองหารายละเอียดอื่นที่อาจถูกซ่อนไว้ “คุณจำลายมือของพ่อได้แน่นอนหรือเปล่า” เขาถาม “จำได้ค่ะ พ่อเขียนชื่อฉันลงบนสมุดตั้งแต่เด็ก ลายมือแบบนี้ไม่มีทางจำผิด” “ฉันไม่ได้ถามถึงลายมือที่เขียนชื่อผู้รับ” จอมทัพเลื่อนนิ้วไปยังข้อความสีดำ “ฉันหมายถึงข้อความนี้ เธอแน่ใจหรือว่าเป็นลายมือของพ่อเธอเ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status