Mag-log inอาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตกแต่งอย่างหรูหรากว้างขวางโอ่อ่าอย่างยิ่ง หากมีใครหลงเข้ามา คงต้องคิดว่าเป็นสโมสรของพวกเศรษฐีระดับวีวีไอพี
ดูได้จากพื้นที่ปูด้วยหินอ่อนสีขาวที่นำเข้ามาจากประเทศอิตาลี ฝาผนังผสานด้วยไม้มะฮอกกานีตกแต่งด้วยกระจกแกะสลักลวดลายวิจิตรงามตา เสาอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบกรีกและโรมัน มุมห้องซ้ายมือมีรูปไม้แกะสลักเป็นรูปของลูสิเฟอร์ผู้เป็นลูกรักลูกชังของพระเจ้าขนาดเท่าตัวคนตั้งตระหง่านอยู่
เพดานกลางห้องโถงแขวนไว้ด้วยโคมไฟแชนเดอเรียขนาดใหญ่โตสูงร่วมสองเมตร งดงามเปล่งประกายระยิบระยับ ซึ่งดูก็รู้ว่าราคาคงจะแพงจนแทบบ้าคลั่ง ประมาณว่าสามารถเอาไปซื้อบ้านได้หลังหนึ่งเลยทีเดียว แอร์เย็นฉ่ำ ดนตรีไพเราะ ชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศระดับไฮเอนด์
รถปอร์เช่เปิดประทุนสีตะกั่วแล่นเข้ามาจอดยังหน้าอาคารหรูแห่งนั้น ยมทูตทั้งสองเปิดประตูรถ นำดวงวิญญาณของฉินฟ่านมาส่งหน้าประตูของที่นี่
"นี่ไอ้น้อง พี่มาส่งเพียงแค่นี้ เดี๋ยวแกเดินผ่านประตูนรกนั้น แล้วตรงเข้าไปก็จะเจอกับท่านพญายมเอง เอิ้ก…เอาละไปได้"
เสี่ยวไป๋ชี้ไปที่ประตูบานใหญ่
"เฮ้ย…เดี๋ยวก่อนสิ นี่มันมีนรกสวรรค์จริง ๆ หรือนี่ ว่าแต่พวกคุณพาผมมาผิดที่หรือเปล่า เอ่อ…นี่ผมต้องตกนรกจริง ๆ เหรอ แต่ผมไม่เคยทำความชั่วเลยนะ"
ฉินฟ่านก้มลงสำรวจตัวเอง นอกจากร่างกายที่โปร่งแสงแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างของร่างกายก็ยังคงเหมือนเดิม
"ไอ้ลูกหมานี่พูดมากซะจริง เดี๋ยวพ่อปล่อยทิ้งให้กลายเป็นผีเร่ร่อนซะเลย รีบ ๆ เข้าไปได้แล้ว"
เสี่ยวไป๋ก่นด่าพร้อมกับใช้เท้าถีบก้นเขาอย่างแรงจนตัวของเขาลอยคว้างไปใกล้ประตูนรก จู่ ๆ ประตูพลันเปิดออก ร่างของเขาถูกลมประหลาดดูดเข้าไปข้างในอาคารอย่างรวดเร็ว
ฉินฟ่านม้วนกลิ้งอย่างทุลักทุเลอยู่บนพื้นหลายตลบ เขาลุกขึ้นพอตั้งสติได้ ก็เดินเข้าไปอย่างมึนงงไปยังกลางห้องโถง
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนฉินฟ่านตั้งตัวไม่ทัน เขาเหลียวมองไปรอบ ๆ อย่างสับสน รู้สึกว่าที่นี่สวยงามหรูหราจริง ๆ โอ่อ่าราวกับพระราชวังที่เขาเคยเห็นในทีวี
นี่เหรอนรกที่ผู้คนร่ำลือกัน
ในที่สุดก็เดินมาถึงกลางห้องโถง ด้านหน้าของฉินฟ่านที่ห่างออกไปเพียงสามเมตร มีเก้าอี้โซฟาตัวบิ๊กเบิ้ม คลุมด้วยหนังหมีสีขาว ชายปริศนานั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ เขาสวมแว่นตากรอบสีทอง สูบสิการ์คิวบา เขากำลังละเลียดควัน ค่อย ๆ พ่นควันสีขาวออกมาอย่างสบายอารมณ์ รูปร่างของเขาสูงใหญ่กล้ามโตเป็นมัด ๆ แบบนักมวยปล้ำชื่อดังที่ผันตัวจากนักมวยปล้ำมาเป็นพระเอกภาพยนตร์ชื่อดัง
หัวโล้นรูปไข่เป็นเงามันปลาบ มีรอยสักเป็นรูปแมงป่องสีแดงเพลิงชูหางตัวยาวขนาดสามนิ้ว ดูแล้วก็ชวนให้ทึ่งในฝีมือของช่างสัก เพราะราวกับว่าแมงป่องตัวนี้มีชีวิตชีวาจริง ๆ
ทว่าด้วยความที่เขามีคิ้วหนาตาโปน ดูดุดันละม้ายคล้ายคนขายหมูที่อยู่หน้าปากซอยบ้านของฉินฟ่าน ทำให้ฉินฟ่านต้องมองแล้วมองอีกด้วยความสนใจในตัวผู้ชายคนนี้
พี่ชายหัวโล้นคนนี้ดูท่าจะมีรสนิยมแฟชั่นไม่เบา ถึงกลับกล้าสวมสูทอาร์มานี่สีแดงแปร๊ด ไม่รู้ว่าจะบรรยายอะไรได้มากกว่านี้ เพราะมันแดงแปร๊ดจริง ๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีดำลงสามเม็ดโชว์แผงอกอันล่ำบึก ที่คอห้อยสายโซ่ทองคำเส้นใหญ่ขนาดนิ้วชี้เป็นประกาย สวมรองเท้าหนังงูเหลือมแบบที่พวกยากูซ่าญี่ปุ่นนิยมใส่ สรุปจากสารรูปที่เห็น นี่มันนักเลงคุมซ่องชัด ๆ ไม่มีวี่แววของท่านพญายมผู้ยิ่งใหญ่ที่เหมือนในหนังเลยสักกะนิด
แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เพราะจู่ ๆ ก็มีเสือดำตัวใหญ่เท่าลูกม้า เดินเฉียดผ่านตัวเขาไปอย่างเงียบเชียบ
เอ๋ แต่ว่าเขาตายไปแล้วนี่ ยังจะต้องกลัวเสือกัดตายด้วยเหรอ
ขนของเสือดำตัวนั้นเป็นเงามันวาว มันเดินไปอย่างเกียจคร้านแล้วนอนหมอบอยู่ที่แทบเท้าของพี่ชายหัวโล้น นัยน์ตาสีเหลืองวาวของมันมองเขาด้วยหางตาราวกับเหยียดหยามเขาว่า ต่ำต้อยดั่งเช่นมดปลวก
ส่วนไอ้ยักษ์ตัวใหญ่ หน้าตาไม่รับแขกสองคนที่ยืนประกบอยู่ซ้ายขวา อย่าบอกนะว่าเป็นเจ้าหัวม้าหัววัว เขากวาดสายตามองผ่านเลยไปด้านหลัง
ตรงนั้นเป็นบาร์ มีเหล้าหลากหลายยี่ห้อมากมายก่ายกอง ขอเพียงคุณนึกถึงเหล้าราคาแพงที่ขายกันในท้องตลาดราคาหลักล้าน รับประกันว่าที่นี่จะต้องมีแน่ ๆ
"นรกนี้แม่งกินหรูอยู่สบายเกินไปหรือเปล่า"
แต่สิ่งที่ทำให้ฉินฟ่านสะดุดตาที่สุด กลับเป็นป้ายไฟเล็ก ๆ ขนาดสองเมตรที่อยู่เหนือบาร์เหล้า แผ่นป้ายมีพื้นสีดำสนิทราวกับหมึก ส่วนตัวอักษรลายพู่กันจีนสีแดง ราวกับหยดเลือดเขียนเอาไว้ว่า "นรกคลับแอนด์สปา"
"เหอะ ๆ ใช่แล้วไอ้หนุ่ม ไม่ต้องสงสัยไปหรอก นี่เป็นเพียงร่างแปลงของข้า ข้านี่แหละพญายมตัวจริงเสียงจริง ยินดีต้อนรับสู่นรกอเวจี"
พญายมพูดพลางดีดนิ้วเบา ๆ ดัง
เป๊าะ!
ราวกับเทคนิคซีจีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ทุ่มทุนพันล้านของฮอลลีวูด ทุกสิ่งทุกอย่างพลันเปลี่ยนไป คลับหรูหราอลังการกลายเป็นที่โล่งกว้างสุดลูกหูลูกตา
เปลวไฟกองใหญ่สูงเท่าตึกสิบชั้นกำลังลุกโชนแผดเผาทรมานผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนอย่างสยดสยอง เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมไปทั่ว
การทรมานมีทั้งใช้เลื่อยหั่นคน จนตัวขาดเป็นสองท่อน อีกาปากเหล็กไล่จิกลูกตาของคนเลว ทอดคนในกระทะน้ำมันใบใหญ่ขนาดสนามบาสเกตบอล เหล็กแหลมที่แทงจากทวารหนักจนทะลุออกจากปาก
วิญญาณร้ายเหล่านี้จะถูกทรมานไม่รู้จบรู้สิ้น ด้วยสารพัดวิธีที่จะลงโทษคนที่มีบาปหนา ฉินฟ่านถึงกลับขนลุกขนชันด้วยความขนพองสยองเกล้า
เป๊าะ!
เสียงดีดนิ้วดังขึ้นอีกครั้ง นรกอเวจี การทรมาน เสียงหวีดร้องโหยหวนก็หายวับไปจนหมดสิ้น ภาพของคลับหรูหราอลังการงานสร้างก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง สิ่งที่แตกต่างออกไปก็คือ เวทีคอนเสิร์ตของศิลปินร็อค พลันผุดโผล่ขึ้นมาและความมืดสลัวเข้ามาแทนที่ เก้าอี้โซฟาตัวบิ๊กเบิ้มหายไป กลายเป็นลำโพงเสียงตัวใหญ่ ที่ถูกเหยียบไว้ด้วยขาข้างขวาของพญายม ผู้ที่กำลังโยกหัวอย่างเมามันในการลีดกีตาร์ ควันขาวดรายไอซ์พวยพุ่งไปทั่วเวที สปอร์ตไลต์หลากสีสัน ส่องแสงฉวัดเฉวียนไปมาชวนแสบตา
เจ้าหัวม้าโยกตัวเล่นเบสเอียงไปซ้ายทีขวาที เหมือนกับคนเพิ่งอัพยามาจนเมาได้ที่ ส่วนเจ้าหัววัวเป็นคนโซโล่กลองโดยกระหน่ำตีรัวอย่างแรง จนบางครั้งกลัวว่ากลองจะแตกทะลุไปซะก่อน ในบทเพลงโหยหวนแสบแก้วหูชวนขัดใจแม่แนวเฮฟวี่เมทัล
ฉินฟ่านปากอ้าตาค้างต่อภาพที่เพิ่งเห็น จนต้องพึมพำแบบหนังฝรั่งออกมาสั้น ๆ ว่า "What the F**k!"
"แบบนี้ก็ได้เหรอวะ เจ๋งโคตร ๆ"
ในที่สุดวงเด็กนรกของแท้แน่นอนระดับพรีเมี่ยม ที่รับรองว่าไม่หลอกลวงคนชราและทารก ก็บรรเลงจนจบลงพร้อมสุ้มเสียงที่ยังดังกึกก้อง จนค้างเติ่งอื้ออึงอยู่ในหู
"เอาล่ะ ไอ้หนุ่มเรามาเริ่มตัดสินโทษของเจ้ากันเถอะ ข้าจะรีบไปกินชาบู โอ๊ะโอ่ อย่าได้แปลกใจไปเลย เพราะถ้าเจ้าทำความดีไว้เยอะ ทูตสวรรค์ก็คงมารับเจ้าไปแดนสวรรค์แล้ว" พญายมแซวฉินฟ่านอย่างอารมณ์ดี
ติงชุยกวน ตุลาการเปิดแท็บเล็ตของนรกขึ้นมา พร้อมอ่านประวัติของเขาเสียงดัง
"ฉินฟง เพศชาย อายุสามสิบปี ชาวเมืองอู่ฮั่น ตายด้วยอุบัติเหตุรถชนกัน"
"ช้าก่อน"
ฉินฟ่านยกมือขวาขึ้นสูงแล้วตะโกนออกไป ขัดจังหวะจนติงชุยกวนรู้สึกโมโหจนหนวดจิ้งหรีดกระดิกไปสองสามที
"มีอะไรหรือเจ้าหนุ่ม"
พญายมพยายามยิ้มกว้างถามด้วยน้ำเสียงอันแลดูอ่อนโยน เพราะทุกวันนี้ลูกน้องคนสนิทของท่านติงว่า ภาพลักษณ์ของท่านดูดุดันโหดร้ายมากเกินไปจนผู้พบเห็นล้วนหวาดกลัวจนตัวสั่น ท่านจึงพยายามยิ้มกว้างอยู่ตลอดเวลา
"พวกคุณมั่วแล้ว ผมชื่อฉินฟ่าน ไม่ใช่ฉินฟง"
"หา…ไม่ใช่ฉินฟงหรอกเรอะ เฮ้ย…ติงชุยกวนตกลงเรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่" ทุกคนที่อยู่ในห้องต่างรู้สึกงุนงง นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
"จะรีบตรวจสอบใหม่เดี๋ยวนี้เลยครับ"
ติงชุยกวนเหงื่อแตกพลั่กจนชุ่มแผ่นหลัง เพราะเกรงโทสะของท่านพญายม มือแห้งเหี่ยวอันสั่นเทารีบกดแท็บเล็ตตรวจสอบใหม่ทันที
"ฉินฟ่าน เพศชาย อายุสามสิบปี ชาวเมืองอู่ฮั่น มรณะด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวตอนอายุห้าสิบเจ็ดปี เอ๋บอสครับ สงสัยว่าเราจะพามาผิดคนจริง ๆ ด้วย เพราะคนที่ต้องถูกพามาควรจะเป็นฉินฟง ลูกชายเกเรบาปหนาของเศรษฐีถึงจะถูกครับ"
ฉินฟ่านได้ยินชัดเต็มสองหูจนต้องพึมพำสบถออกมาแบบงง ๆ อีกครั้ง
"พระถังซัมจั๋งช่วยลูกด้วย แม่งเอ๊ย…ซวยฉิบหายเลย"
อะไรจะดวงซวยขนาดนั้น นี่เขาต้องมาตายฟรี เพราะนรกทำงานผิดพลาดอย่างนั้นหรือ
เสียงเกรี้ยวกราดโมโหดังปานฟ้าผ่า
"บัดซบจริง ๆ ไอ้ขาวดำคู่หูขวางนรกเฮงซวยนั่น ทำงานง่าย ๆ แค่นี้ยังผิดพลาดได้อีก โทรเรียกพวกมันกลับมาด่วนเลย พ่อจะตบบ้องหู แล้วเตะให้นอนปลิ้นเลยคอยดูสิ"
พญายมโกรธจนควันแทบออกหู พร้อมสบถด่าคำหยาบคายออกมา ในสำเนียงจีนกวางตุ้งแบบชาวฮ่องกง บรรดาลูกสมุนปีศาจตัวเล็กตัวน้อยทั้งหลายต่างก็พากันหวาดกลัว "ส่วนไอ้หนุ่มนี่ รีบส่งวิญญาณของมันกลับเข้าร่างด่วนจี๋เลย อย่าให้ข่าวรั่วไหลเข้าหูพวกเทพขี้อิจฉาบนสวรรค์เป็นอันขาด เข้าใจไหม"
"เอ่อไม่ทันแล้วครับบอส ร่างกายของฉินฟ่านถูกเผาไปแล้วครับ เพราะเขาเป็นศพไร้ญาติ"
ติงชุยกวนตอบเสียงสั่น เตรียมใจรองรับคลื่นโทสะระลอกที่สอง แต่โชคดีที่ระฆังช่วย มีเสียงริงค์โทนเพลง "Dancing With Your Ghost" ดังขึ้นซะก่อน เจ้าหัวม้ารีบยื่นโทรศัพท์ฝังเพชรสีชมพู ให้ทันทีด้วยความนอบน้อม
พญายมพอเห็นชื่อที่หน้าจอ ก็ยิ้มกริ่ม เขาเอามือลูบหัวโล้นทีหนึ่งด้วยความเคยชินก็รีบกดรับสาย พร้อมเก๊กเสียงหล่อทันที
"สวัสดีน้องฉางเอ๋อคนงามทรามวัยของพี่ โทรมาเพราะคิดถึงพี่ยมเหรอจ๊ะ อะไรนะ จะมาหาพี่ที่นี่เหรอ โอ้แน่นอน ๆ พี่ต้องยินดีต้อนรับน้องอยู่แล้ว เราไม่เจอกันมาตั้งห้าร้อยปีแล้วนี่นา รีบมานะจ๊ะ พี่จะคอยนางฟ้าคนสวย บ๊ายบาย จุ๊บ ๆ"
พญายมผิวปากเป็นเพลงอย่างอารมณ์ดีทันตาเห็น ฉินฟ่านที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตนเองทนไม่ไหว กระแอมเบา ๆ
"ท่านพญายมผมขอโทษที่ขัดจังหวะ ร่างของผมถูกเผาไปแล้ว ขึ้นสวรรค์ก็ไม่ได้ลงนรกก็ไม่ดี แล้วผมควรจะทำยังไงครับ"
อืม อีแบบนี้ไอ้หนุ่มนี่คงต้องค้างเติ่งอยู่ที่นรกแห่งนี้ไปอีกพันปี จนกว่าเราจะหาโอกาสให้มันได้ไปเกิดใหม่ หรือว่าถู ๆ ไถ ๆ หางานเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ไอ้หนุ่มทำอยู่ที่นี่ดีนะ ในขณะที่พญายมครุ่นคิดว่าจะตอบเขายังไงดี เสียงฝีเท้าคนกลุ่มหนึ่งก็ดังแว่วมา
"โอ้พวกเขามากันแล้วหรือเนี่ย เร็ว ๆ เข้า ผีน้อยทั้งหลาย ใครมีงานอะไร ก็รีบไสหัวไปทำกันได้แล้ว"
พญายมพูดพลางดึงวิกผมสีดำขึ้นสวมบนศีรษะ
แต่พอใส่วิกเสร็จ ฉินฟ่านกลับรู้สึกหลอกตาน่าดู ดูแล้วชวนให้รู้สึกตลกขบขันมากกว่าที่จะสร้างความเท่ แต่เขายังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ เพราะเขาไม่มีงานให้ทำที่นี่ จึงไม่รู้ว่าจะไปที่ไหนดี
ทันใดนั้นเองกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของร้อยพฤกษาก็โชยกรุ่นมา พร้อมเรือนร่างของหญิงสาวในชุดกี่เพ้าสีแดง ซึ่งแหวกกว้างด้านข้าง โชว์ความขาวนวลเนียนราวกับหยกในยามเยื้องย่าง ใบหน้างามซึ้งปานเทวีผู้สูงศักดิ์ ทรวดทรงองค์เอวสวยได้รูป ท่วงท่าสง่างามดุจดั่งนางพญา มุ่นมวยผมดำขลับ ถูกเสียบไว้ด้วยปิ่นไม้สีแดง พู่เป็นแพระย้าของปิ่น ประดับด้วยบลูไดมอนที่บรรจงร้อยเรียงเป็นเส้นเล็ก ๆ ดั่งสายน้ำตกอีกสิบเส้น หัวปิ่นประดับด้วยบุษราคัมสีเหลือง เม็ดใหญ่เท่าไข่นกพิราบ มือซ้ายโบกพัดจีบสีแดงเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มที่คล้ายมีคล้ายไม่มี ติดอยู่ที่มุมปากรูปกระจับที่ทาลิปสติกสีม่วงอ่อน
งดงามจนฉินฟ่านแทบลืมหายใจ ขออภัย…คนตายย่อมไม่อาจหายใจ นี่คือเทพธิดาฉางเอ๋อ ที่เหล่าเทพเซียนบนสวรรค์ ต่างพากันลุ่มหลงในความงาม
ส่วนคนที่เดินตามมาข้างหลัง ในลุคแบดบอย ชุดหนังสีแดงรัดรูป รองเท้าบูตหุ้มแข้ง ตัดผมทรงวีคัทสั้นติดหนังหัว ย้อมผมเป็นสีทอง หน้าตาคมสันเป็นเหลี่ยมเป็นมุมชัดเจนเหมือนพระเอกหนังบู๊ แนวแอ็กชั่นบู๊ระห่ำเลือดสาด
แต่ที่ช่างแปลกประหลาดก็คือ แววตาของคนผู้นี้ ถึงกับมีเปลวเพลิงสีทองลุกโชติช่วง เป็นประกายสีทองวูบวาบ แน่นอนนี่ก็คือเนตรอัคคี ป้ายยี่ห้อเลี่ยมทองฝังเพชรของเขา ริมข้างขอบใบหูด้านซ้ายจากบนลงล่าง ประดับด้วยห่วงกลม ๆ เล็ก ๆ สีทองหกห่วง
ลุคนี้ช่างกระชากใจ สาวน้อยสาวใหญ่สาวแก่แม่หม้ายให้พากันมาสยบที่แทบเท้าของเขาจริง ๆ เสียดายอยู่นิดหนึ่งที่ท่าทางของเขาเหมือนคนอยู่ไม่สุข เกาหูเกาคางอยู่ตลอดเวลา เพราะถ้าไม่เกา เขาก็คงไม่ใช่…ฉีเทียนต้าเสิ่นราชาวานร ผู้อาละวาดบนสวรรค์จนแทบถล่มทลาย ทุบตีเหล่าเทพเซียนน้อยใหญ่ทั้งหลายจนต้องร้องโอดโอยหามารดา
ตามมาด้วยตือโป้ยก่าย เทพเสินหนง เทพสามตา ไท้ซ่านเหล่าจวิน ไฉ่ซิงเอี๊ย ทุกคนต่างทักทายกัน แล้วแยกย้ายกันนั่งที่โต๊ะกลมตัวกว้าง อาหารมากมายที่จัดวางอย่างสวยงามและส่งกลิ่นหอมกระตุ้นความหิว
"ยินดีต้อนรับทุกท่าน ฮ่า ฮ่า ไม่เจอกันตั้งห้าร้อยปี ข้าคิดถึงพวกท่านยิ่งนัก มา… มาเชิญนั่ง วันนี้ไม่เมาไม่กลับ ข้าเพิ่งได้เหล้ารสเลิศมาจากนาจามาสองไห มีชื่อว่าหนึ่งหยดรัญจวนจิต พวกท่านต้องลิ้มลองดูแล้วจะติดใจ" พญายมพูดพลางรินรอบแรกให้กับทุกคน
"อ่า...เหล้านี้เยี่ยมจริง ๆ ชุ่มไปทั่วลำคอ หวานอ่อน ๆ ติดปลายลิ้น มีกลิ่นหอมของพฤกษาอ่อน ๆ ด้วย มา ๆ ทุกคนเชิญดื่มหมดจอก" ตือโป๊ยก่ายค่อนข้างพึงพอใจในรสชาติของมันเป็นอย่างยิ่ง
"ดื่ม" ทุกคนพร้อมใจกันยกจอก
"วิเศษจริง ๆ"
"แค่สัมผัสปลายลิ้นก็หอมกรุ่นขึ้นจมูก เหล้านี้พอฟัดพอเหวี่ยงกับเหล้ารอยยิ้มฝุ่นชาดแดงของเทพอัสนีเลยนะ ยอดเยี่ยมจริง ๆ" ไฉ่ซิงเอี๊ยเปรียบเทียบให้ทุกคนฟัง
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย พอได้ยินเช่นนั้น พญายมรู้สึกว่าตัวเองมีหน้ามีตายิ่งนัก แต่ทว่าโต๊ะตัวนี้มันกว้างมากเกินไป หากดื่มกันไปดื่มกันมาสักร้อยรอบ เขาคงต้องเปลี่ยนอาชีพเป็นบ๋อยไปแล้ว ซึ่งคงจะเสียลุคพญายมผู้ยิ่งใหญ่น่าดู
เขากวาดสายตามองหาพวกผีน้อย แต่ไม่เจอพวกมันเลยสักตัว พอดีเหลือบไปเห็นฉินฟ่านยืนอยู่ด้านข้างพอดี จึงกวักมือเรียกมาให้ช่วยรินเหล้า
หลังจากที่ฉินฟ่านรินเหล้าผ่านไปสามรอบได้ยินทุกคนพูดคุยเรียกหากัน จึงได้รู้ว่าสาวสวยบาดตาบาดใจผู้นี้ก็คือนางฟ้าฉางเอ๋อเทพธิดาแห่งดวงจันทร์ ผู้มีความงามพิลาศพิไลเลิศภพจบแดนสวรรค์
แบดบอยที่ชอบเกาหูเกาคางคนนั้นคือ ราชาวานรผู้ยิ่งใหญ่เสมอฟ้าดิน
อาเสี่ยพุงโตเหมือนหญิงสาวท้องเจ็ดเดือน ที่กำลังดูดซิการ์พ่นควันอยู่นั้นก็คือ ตือโป๊ยก่าย ส่วนชายหนุ่มที่มีหน้าตาท่าทางเหมือนคนฉลาดแกมโกง สวมแว่นตากรอบทองหวีผมแสกข้างเรียบแปล้ สวมสูทสีขาว คือเทพสามตา ที่ตอนนี้กำลังหยอกเล่นกับหมาน้อยพันธุ์ชิวาวาตัวสีดำ ซึ่งคงเป็นร่างแปลงของเห่าฟ้าสุนัขสวรรค์ แต่ในความเป็นจริงร่างเดิมของเห่าฟ้านั้น คงใหญ่โตมโหฬารยิ่งนัก และตาแก่หนวดเครายาวผมขาวโพลนที่ดูเหมือนคุณปู่ใจดี ท่านนี้ก็คือไท้ซ่านเหล่าจวิน หนึ่งในสามเทพสูงสุดแห่งเต๋า
ไฉ่ซิงเอี๊ยเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่สวมเสื้อผ้าเครื่องประดับราคาแพง จนอัญมณีที่ประดับกระทบแสงไฟดูวูบวาบไปทั้งตัว ส่วนคนสุดท้ายมีรูปหน้าสี่เหลี่ยม ริมฝีปากหนาท่าทางซื่อ ๆ เซ่อ ๆ แต่งตัวเชยเหมือนคนชนบทก็คือ เทพเสินหนงราชาแห่งการแพทย์สมุนไพร
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง
“สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ
ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ







