Share

บทที่ 2 น้ำตาแห่งความทุกข์ตรม

last update publish date: 2025-12-22 03:11:48

"ไท่ซ่างเหล่าจวิน ทำไมท่านถึงดูใจลอย ๆ แถมยังทอดถอนใจอยู่บ่อย ๆ เปียแชร์ไม่ได้หรือยังไงกัน อย่าลืมสิว่าท่านคือเทพผู้ยิ่งใหญ่ ยังมีอะไรต้องกลุ้มอกกลุ้มใจอยู่อีกหรือ" เทพสามตาหยอกไปเบา ๆ พลางซัดเหล้าเข้าปากจนหมดจอก พอทุกคนได้ยินต่างหันมาสนใจ

"โอ้เดิมทีข้าตั้งใจปรุงโอสถดวงหทัยแห่งเพลิงนพเก้าถวายให้กับเจ้าแม่หนี่วา แต่ยังขาดกระสายยาสำคัญอยู่อย่างหนึ่ง คือหยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ตรม ข้าเสาะหามานานแล้ว แต่ก็ยังหาไม่ได้" 

"เอ๋…ข้าไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน มันคือสิ่งใดหรือ" ตือโป้ยก่ายถามด้วยน้ำเสียงอู้อี้ เพราะกำลังเคี้ยวน่องไก่อยู่เต็มปาก

"มันคือน้ำตาของผู้ที่ผ่านความโศกเศร้าในชีวิตมามากมาย จนไม่อาจจินตนาการได้ถึงความทุกข์ตรมที่ได้รับว่ามากมายถึงเพียงใด"

"แล้วท่านพอที่จะมีเบาะแสของมันบ้างหรือไม่" เทพธิดาฉางเอ๋อถามด้วยความสนใจในเรื่องนี้

"เบาะแสน่ะก็พอมี ข้าได้ยินว่าท่านมังกรจ้าวสมุทรแห่งทะเลตงไห่มีอยู่ขวดหนึ่ง ข้าจึงส่งข้อความวีแชตไปหาเขา เพื่อขอแบ่งปันมาสักสามหยด แต่ไอ้งูบัดซบนั่นกลับตอบมาว่าฝันไปเถอะ! แล้วก็ส่งอิโมจิหน้าเยาะเย้ยมาให้ข้าอีกสามอัน แล้วก็บล็อกข้าทันที เฮอะ! เสียแรงที่เคยคบหาเป็นสหายกันมาห้าพันปี ช่างไม่มีน้ำใจซะบ้างเลย"

"โอ้ มันคงหายากมากเลยสิท่า แล้วท่านจะทำยังไงต่อ" เทพเสินหนงผู้ไม่เคยชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องชาวบ้าน เริ่มอยากรู้ว่าเรื่องนี้จะจบยังไง

"เฮ้อ ช่างมันเถอะ ข้าคงต้องเปลี่ยนเป็นของขวัญอย่างอื่นแทนซะแล้ว" ไท่ซ่างเหล่าจวินบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้ง เพราะรู้สึกหมดหวัง

ตือโป๊ยก่ายพะเน้าพะนอเอาใจเทพธิดาฉางเอ๋อไม่หยุด ด้วยความเสน่หาในตัวนางมานับพันปี เดี๋ยวคีบปลานึ่งให้ เดี๋ยวคีบน่องไก่ให้ เทพธิดาฉางเอ๋อได้แต่ยิ้มรับไว้ ซึ่งความจริงนางชอบให้คนเอาอกเอาใจอยู่แล้ว แต่ซุนหงอคงเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกตะครั่นตะครอ หมั่นไส้ศิษย์ผู้น้องคนนี้ยิ่งนัก

"น้องรอง พี่ใหญ่เองก็หิวจนไส้กิ่วเหมือนกัน เจ้าช่วยคีบกับให้พี่ใหญ่บ้างได้หรือไม่" ตือโป้ยก่ายได้ยินแล้วขมวดคิ้วมุ่น แทบจะเป็นไมเกรนกำเริบ นี่คือศิษย์พี่ใหญ่จริง ๆ เหรอ หรือว่าเป็นตัวปลอม ทำไมถึงได้มาออดอ้อนออเซาะกันซะขนาดนี้ 

"ท่าทางท่านคงหิวน่าดูล่ะสิ มา ๆ ข้าคีบให้ท่านเอง" ไฉ่ซิงเอี๊ยเทพแห่งโชคลาภนึกว่าเขาหิวจริง ๆ จึงช่วยคีบกับให้ซุนหงอคง แต่ทว่าซุนหงอคงไม่ยอมปล่อยเจ้าศิษย์น้องบัดซบผู้นี้ไปง่าย ๆ ซุนหงอคงแกล้งทำสายตาเลื่อนลอย คล้ายดั่งครุ่นคิดถึงเรื่องราวในอดีต 

"น้องรองเจ้ายังจำได้หรือไม่ ตอนที่พวกเราติดตามท่านอาจารย์ไปเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกถึงชมพูทวีป ต้องผจญภัยอันตรายน้อยใหญ่มากมาย สถานที่บางแห่งที่พวกเราเดินทางผ่านไป กลางวันร้อนจัดพอตกกลางคืนกลับหนาวจัด บางวันต้องอดมื้อกินมื้อหิวจนไส้กิ่ว นอนกลางดินกินกลางทราย ลำบากลำบนถึงเพียงไหน ข้ารู้ว่าเจ้ากินเก่ง ดังนั้นเวลามีของอร่อย ๆ ข้ามักจะเก็บไว้ให้เจ้าได้กินก่อนเสมอ เพราะว่าพี่ใหญ่หิวไม่เป็นไร แต่พี่ใหญ่ไม่อาจทนเห็นเจ้าหิวได้"

เสียงสะอื้นด้วยความโศกเศร้าดังขึ้นเบา ๆ ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคน แต่แทนที่จะเป็นเสียงสะอื้นของตือโป๊ยก่ายที่กำลังซาบซึ้งใจ กลับกลายเป็นเสียงสะอื้นของฉินฟ่านแทน

ไท่ซ่างเหล่าจวินพอเห็นฉินฟ่านร่ำไห้ถึงกับตาเป็นประกาย หยาดน้ำตาสีทองที่กำลังไหลรินจากดวงตาของฉินฟ่าน นั่นมัน...ต้องใช่แน่ ๆ เขารีบล้วงขวดหยกใบเล็กสีขาวออกมา รองน้ำตาของฉินฟ่านหนึ่งหยด สองหยด สามหยด

"ฮ่า ๆ ข้าเจอแล้ว หยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ตรม ขอบใจเจ้ามากนะ ฮ่า ๆ" ตอนนี้ทุกคนจึงเริ่มหันมาสนใจวิญญาณอนาถาดวงนี้ ที่กำลังร่ำไห้สะอึกสะอื้นแบบไม่แคร์สายตาของใคร ฉินฟ่านพอรู้สึกตัว รีบคุกเข่าลงโขกศีรษะเสียงดังเก้าครั้งอย่างนอบน้อม

"ข้าน้อยฉินฟ่าน ได้ยินเรื่องราวความรักของพวกท่านสองพี่น้อง ช่างน่าประทับใจยิ่งนัก จึงพลอยเกิดความคิดถึงน้องสาว ก็เลยเสียมารยาทไปบ้าง ต้องขออภัยที่ขัดความสำราญของทุกท่าน ได้โปรดยกโทษให้ข้าน้อยด้วยเถิด"

"เจ้ามีเรื่องที่ต้องเสียใจมากมายเลยหรือ ทำไมเจ้าจึงหลั่งน้ำตาแห่งความทุกข์ตรมออกมาได้" เทพธิดาฉางเอ๋อถามเขา ด้วยรู้สึกสงสัยยิ่งนัก

ฉินฟ่านที่กำลังสะอึกสะอื้น พอได้ยินก็รู้ว่านี่เป็นโอกาสทอง ที่ไม่ต้องติดอยู่ที่นรกแห่งนี้ ดวงตาทอประกายความหวัง อย่างที่ไม่เคยมีมาเนิ่นนาน เขาโขกศีรษะเสียงดังอีกครั้ง

"พี่สาวนางฟ้าได้โปรดให้ความเป็นธรรมแก่ข้าน้อยด้วยเถิด" 

"ฮิ ๆ พวกท่านได้ยินหรือเปล่า เขาเรียกข้าว่าพี่สาวนางฟ้าด้วยล่ะ" เทพธิดาฉางเอ๋อปิดปากหัวเราะคิกคักชอบใจ รู้สึกว่าคำเรียกหานี้ช่างแปลกใหม่ รู้สึกถูกอกถูกใจนางยิ่งนัก บนสวรรค์ฉันฟ้าไม่เคยมีใครเรียกหานางเช่นนี้มาก่อน นางจึงยิ้มหวานพยักหน้าตกลง "เจ้าเล่ามาเถอะ ถ้าช่วยได้ข้าจะช่วย"

"ขอบพระคุณพี่สาวนางฟ้า"

พญายมที่กำลังจะถูกเปิดโปงว่าตัวเองทำงานพลาด รีบถลึงตาอันปูดโปนใส่ฉินฟ่านเป็นเชิงห้าม ไม่ให้เขาพูดออกมา แต่ฉินฟ่านทำเป็นแกล้งมองไม่เห็น เขากระแอมเบา ๆ เริ่มเล่าเรื่องราวชีวิตของเขา ไท่ซ่างเหล่าจวินอิ่มอกอิ่มใจที่ได้หยาดน้ำตาแห่งความทุกข์ตรมมา จึงช่วยเนรมิตสิ่งที่เขาเล่า ให้กลายเป็นภาพเสมือนจริงจอใหญ่ยักษ์ เหมือนดั่งว่าทุกคนกำลังชมภาพยนตร์แนวดราม่า 

เหตุการณ์ทุกอย่างเริ่มต้นจากตอนหกขวบ พ่อ แม่ เขาและน้องสาวเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์พูนสุข มีกิจการร้านค้าใหญ่โต แต่หลังจากที่พ่อเริ่มติดการพนันและเหล้า ทุกสิ่งทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป จนกระทั่งพ่อสูญเสียทรัพย์สินเงินทองทุกอย่างในวงไพ่ 

บางครั้งเมื่อกลับบ้านมาขอเงินแม่ แต่แม่ไม่มีเงินให้ เพราะเครื่องประดับต่าง ๆ ก็ถอดออกไปขายจนหมดสิ้นแล้ว พ่อก็เริ่มทุบตีแม่และพวกเขาสองพี่น้อง พวกเขาไม่มีเงินต้องอดมื้อกินมื้อ แม่ถูกทุบตีจนล้มป่วยหนัก แต่ไม่มีเงินไปหาหมอหรือแม้แต่ซื้อยา 

ฉินฟ่านจำได้ว่า วันนั้นเขาไปที่ท้ายสวน ขุดเจอหัวมันเล็ก ๆ สองหัว เขารีบวิ่งกลับบ้าน เพื่อเอาไปอวดแม่ แต่พอกลับไปถึงก็เจอไฟที่โหมไหม้รุนแรงเผาผลาญทั้งบ้าน พ่อ แม่ น้องสาว 

เขาพยายามจะวิ่งเข้าไปช่วยพวกเขา แต่เพื่อนบ้านฉุดรั้งเขาเอาไว้ เพราะว่าทุกอย่างมันสายเกินไปแล้ว ทุกอย่างมอดไหม้อย่างรุนแรง น่าแปลกใจที่ตอนนั้นไม่มีน้ำตาไหลออกมา หลังจากเจอโศกนาฏกรรมเช่นนี้ คงเป็นเพราะอาการช็อกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 

ราวกับหัวใจมันตายด้าน ความเศร้าถูกเก็บสะสมไว้ในอก จนเขากระอักเลือดออกมา แล้วหมดสติล้มลงกับพื้น พอฟื้นตื่นขึ้นมาตำรวจบอกว่า พ่อเขาถูกเจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบทวงเงิน จนเกิดอาการเครียดจัด จึงซื้อน้ำมันมาราดจุดไฟเผาบ้าน หลังจากนั้นฉินฟ่านก็ถูกญาติมารับตัวไป ฟังดูน่าจะไม่มีปัญหาอะไร

นรก...ถ้ามีอยู่จริง มันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นสำหรับเด็กตัวเล็ก ๆ อย่างเขา เขาต้องตื่นแต่ไก่โห่ช่วยญาติทำงานทุกอย่าง ทั้งตักน้ำ ผ่าฟืน ซักผ้า เวลาที่เขาทำงานไม่ถูกใจ ญาติก็จะถูกทุบตีด่าทออย่างรุนแรง เนื้อตัวไม่เคยหายจากรอยเขียวช้ำ 

เขาทำงานหนัก แต่กลับไม่เคยกินอิ่มอีกเลย ถึงอย่างนั้นฉินฟ่านก็ไม่เคยหลั่งน้ำตาแม้แต่หยดเดียว ความขมขื่นได้แต่เก็บไว้ในใจ จนกระทั่งเขาอายุได้สิบสองปี เขาหนีออกจากบ้านญาติ เพื่อไปตายเอาดาบหน้า 

เขาสู้ชีวิตเพียงลำพัง ซุกหัวนอนอยู่แถวข้างถนน ทำงานทุกอย่างเพื่อแลกอาหาร ถึงจะหิวจนไส้กิ่ว แต่เขาไม่เคยคิดที่จะเป็นขโมย เพราะแม่ของเขาเคยสอนเอาไว้ว่า การลักขโมยของผู้อื่นเป็นการกระทำที่ไม่ดี เขายังจดจำมันได้อย่างขึ้นใจ พยายามทำงานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงชีพอย่างสุจริต ในโลกที่โดดเดี่ยวไร้ญาติขาดมิตร เขาไม่เคยคิดที่จะฆ่าตัวตาย เพื่อหนีความทุกข์เหมือนคนขี้ขลาดเลย

ทุกอย่างถูกเล่าออกมาเป็นฉาก ๆ พร้อมน้ำตาที่ไหลริน ทั้งตอนที่เขาตกนั่งร้าน ต้องกลายเป็นคนพิการขาเป๋ เดินกะโผลกกะเผลก จนถึงเหตุการณ์ที่ผิดพลาดต่าง ๆ นานาของยมทูต จนเขาต้องมาอยู่ในขุมนรกนี้ ซึ่งเขาไม่เคยทำบาปสร้างเวรสร้างกรรม ทำไมเขาจะต้องตกนรกด้วย แบบนี้มันอยุติธรรมชัด ๆ 

พรืด...ตือโป้ยก่ายผู้ที่มีร่างกาย ใหญ่โต แต่มีจิตใจอ่อนไหว สั่งน้ำมูกพลางเช็ดน้ำตาพลาง ข้าง ๆ ตัวเขาสุมกองด้วยทิชชูที่เปื้อนน้ำตานับสิบแผ่น 

"เจ้านี่ช่างอาภัพซะจริง"

ส่วนเทพธิดาฉางเอ๋อร้องไห้จนตาแดงปูดบวม ทุกคนต่างมองฉินฟ่านด้วยความเห็นใจ

"นี่ท่านพญายม เรื่องที่เล่ามานี้เป็นความจริงหรือ แล้วท่านจะแก้ไขยังไง" เสียงของเทพสามตาดังขึ้น เค้นถามโดยไม่เกรงใจ

"ข้าขอบอกพวกท่านตรง ๆ เลยก็แล้วกัน เขายังสร้างบุญกุศลสั่งสมความดีไม่เพียงพอ เรื่องที่จะส่งเขาไปสวรรค์คงเป็นไปไม่ได้ ร่างมนุษย์ของเขาเองก็ถูกเผาไปแล้ว ตอนนี้ข้าเองก็อับจนหนทาง เอ่อข้าคิดว่า คงต้องให้เขาทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ที่นรกนี่แหละ" พญายมเริ่มแถไปเรื่อย ๆ ด้วยลีลาเหลี่ยมจัด 

"เฮอะ ท่านหูหนวกตาบอดหรือไงกัน ฉินฟ่านกำลังร้องขอความเป็นธรรม นี่นะหรือความเป็นธรรมที่ท่านจะให้เขา" ซุนหงอคงหยีตาจ้องพญายม เพราะเมื่อเขาฟังวิธีแก้ปัญหาของพญายมแล้ว ก็รู้สึกขัดหูยิ่งนัก

พญายมรู้ฤทธิ์เดชของราชาวานรดี แต่จะให้เขาทำอย่างไรได้อีกเล่า เขาเองก็จนปัญญาคิดไม่ตกกับเรื่องนี้

"เจ้าหนุ่มนี่มันน่าสงสารจริง ๆ ท่านพญายมลองหาคนใกล้ตาย แล้วให้เขาสวมวิญญาณลงไปได้หรือไม่ เขาจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป" เทพเสินหนงพยายามรอมชอมทุกฝ่าย 

 "เอ่อถ้าทำแบบนั้น คนถึงที่ตายแต่ดันไม่ตาย บัญชีมรณะมันจะยุ่งเหยิงไปกันใหญ่นะสิ" พญายมโอดครวญ พลางคิดในใจว่า คอยดูเถอะ ถ้าเจอหน้าเจ้าดำเจ้าขาวจะกระทืบให้จมดินเลย ดันพาความซวยมากองบนหัวข้า

ไท่ซ่างเหล่าจวินใช้มือลูบเคราขาวเบา ๆ ด้วยความเคยชิน พลางส่ายหัวเหมือนกำลังร่ายบทกวี "เฮอะ ๆ พวกท่านนี่ช่างตื้นเขินยิ่งนัก แค่ส่งเขาไปเกิดใหม่ในมิติโลกคู่ขนานซะก็สิ้นเรื่อง บัญชีมรณะจะยุ่งเหยิงก็เป็นบัญชีของคนอื่น พญายมของที่นั่นก็ไม่ใช่ท่านสักหน่อย ท่านไม่พูดพวกเราไม่พูด ก็ไม่มีใครรู้"

"เออ ใช่ ๆ" 

วี๊ดวิ้ว เสียงปรบมือโห่ร้องเป่าปากดังกันต่อเนื่อง ต่างก็เห็นชอบวิธีนี้กันทุกคน

"ฉินฟ่านวิธีนี้เจ้าเห็นด้วยหรือเปล่า" ซุนหงอคงถามเพื่อความแน่ใจ

"ข้าน้อยเห็นด้วยขอรับ ขอแค่ไม่ต้องติดอยู่ที่นี่ก็พอ ขอบพระคุณท่านเทพทุกท่าน ที่ช่วยคืนความเป็นธรรม ให้กับข้าน้อยขอรับ" ฉินฟ่านยิ้มอย่างพึงพอใจ ที่เห็นทางรอดที่สดใส เขาไม่อยากอยู่ที่นรกเห่ย ๆ แห่งนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์

นางฟ้าฉางเอ๋อเดินนวยนาดเข้ามาหาฉินฟ่านราวกับนางพญา "เอาล่ะ พวกเรามาพบกันในวันนี้ ถือได้ว่าเรามีชะตาต้องกัน นี่คือตำราสมุนไพรเสริมความงามที่ข้าใช้เป็นประจำและแหวนมิติวงนี้เอาไว้ใช้เก็บของ เวลาจะใช้งานมัน เจ้าก็แค่เพ่งจิตสมาธิก็จะใช้ได้ดังใจปรารถนา ถือซะว่าเป็นของขวัญแรกพบหน้าจากพี่สาวเถอะ พวกท่านเองก็ควักของเล่นออกมาคนละชิ้นเถอะ ข้าเองก็หวังว่าของเล่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพวกท่านจะช่วยให้ชีวิตใหม่ของเขาดีขึ้น ให้ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้ม ไม่ใช่เปื้อนน้ำตาอีกต่อไป"

"ขอบพระคุณขอรับพี่สาวนางฟ้า ข้าซาบซึ้งในความเมตตาของท่านยิ่งนัก"

พี่สาวนางฟ้าท่านนี้ นอกจากจะงดงามแล้วยังใจดีจริง ๆ 

"ฮ่า ๆ มนุษย์ตัวจ้อยอย่างเจ้านี่ช่างโชคดีซะจริง ๆ ในเมื่อสาวงามเอ่ยปากช่วยเหลือเจ้าขนาดนี้ ราชาวานรเช่นข้าก็ได้แต่มอบบิ๊กโบนัสให้กับเจ้า ด้วยเนตรอัคคีรุ่นซูเปอร์จูเนียร์ ถึงพลังของมันจะไม่เต็มร้อยเท่ากับของจริง แต่ข้ารับรองได้ว่าเจ้าต้องชอบมันแน่ ๆ"

พริบตานั้นเอง ลำแสงสีทองสองสายจากดวงตาซุนหงอคง ก็พุ่งวาบเข้าสู่ดวงตาของเขา เขารู้สึกปวดแสบดวงตาเป็นอย่างมาก ราวกับถูกฝูงมดนับพันนับหมื่นรุมกัดแทะเข้าที่ดวงตา 

แต่เขาก็พยายามกัดฟันอดทน เพื่อที่จะไม่แสดงความอ่อนแอให้ใครมาดูถูก 

"ดี เกิดเป็นคนต้องรู้จักอดทน" ราชาวานรพยักหน้าอย่างชื่นชมในตัวฉินฟ่าน

โชคยังดีที่ความรู้สึกเจ็บแสบจนยากจะบรรยายคงอยู่เพียงครู่เดียว พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ก็คล้ายกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นชัดเจนขึ้นอีกนับสิบเท่า แม้แต่ยุงที่กำลังบินหึ่ง ๆ ห่างออกไปหนึ่งร้อยเมตรก็ยังเห็นได้อย่างชัดเจน ราวกับภาพสโลว์โมชั่น มิหนำซ้ำยังสามารถซูมภาพเข้ามาใกล้ไกลได้ตามใจชอบอีกด้วย

"อืม เจ็บปวดเจียนตายขนาดนี้ เจ้ายังไม่ร้องออกมาสักแอะ ดีมาก" เทพสามตาพูดพลางเดินมาหาเขา ด้วยใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอย่างช้า ๆ แต่รอยยิ้มนั้นดูแปลก ๆ พิกล เหมือนกับคนป่วยแผนกจิตเวชที่อยู่ในโรงพยาบาลไม่มีผิด

"สิ่งที่ข้าจะให้เจ้ารับรองว่าไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน แต่ข้าอยากให้เจ้าตั้งจิตสมาธิดี ๆ สูดลมหายใจลึก ๆ แล้วก็หลับตา นั่น…แบบนั้นแหละดีมาก อ้อ...เดี๋ยวก่อนถ้าจะให้ดีเอ้านี่…ใส่ฟันยางไว้ซะ"

ฉินฟ่านรับฟันยางมาใส่ กัดไว้ในปากแบบงง ๆ ว่าให้ใส่ทำไม

"แล้วอย่าลืมกัดฟันให้แน่น ๆ ด้วยล่ะ พร้อมหรือยัง ข้าจะนับถึงสามแล้วจะเริ่มเลยนะ" 

"หนึ่ง"

พลั่วะ!

เสียงฝ่ามือแรกตบเข้าที่แก้มข้างขวาของฉินฟ่านอย่างจัง จนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้อง หลังจากนั้นเสียงตบก็ดังต่อเนื่องอีกสิบสองครั้ง ซ้ายทีขวาทีจนหน้าฉินฟ่านสะบัดหันไปหันมา

 หลังจากนั้นเทพสามตาต่อยอัดเข้าที่ลิ้นปี่ ฮุคซ้ายเข้าปลายคาง จับคอตีเข่าแบบมวยไทย เตะขวาเข้าที่ลำตัว ตามด้วยอัปเปอร์คัทอย่างแรง จนตัวเขาลอยขึ้นจากพื้น 

ถามจริง นี่ท่านเทพเพิ่งดูมวยมันส์วันอาทิตย์มาหรือยังไง ถึงได้ของขึ้นซะขนาดนี้

ฉินฟ่านกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บปวด ร่างเขาส่ายไปส่ายมาราวกับกระสอบทราย สวรรค์! เท่านั้นยังไม่พอ เทพสามตาหันรีหันขวางไปเจอเก้าอี้ไม้ตัวหนึ่งที่อยู่มุมห้อง ก็ลากเก้าอี้มาฟาดใส่หลังของฉินฟ่านลงไปโครมใหญ่ จนเก้าอี้ตัวนั้นถึงกับหักสะบั้นเป็นเสี่ยง ๆ 

ดวงตาของเทพสามตาแดงฉานแฝงรอยยิ้มกว้าง เห็นฟันขาวชวนสยดสยอง ราวกับว่าตอนนี้อารมณ์ของฆาตกรโรคจิต กำลังฮือโหมมาเต็มถัง เทพสามตาหยิบถาดทองที่ใส่ผลไม้ใบใหญ่ฟาดหัวโครมเข้าให้ จนร่างของฉินฟ่านล้มทรุดลงไปกองกับพื้น แล้วเขาก็เริ่มกระทืบ ๆ 

ใจคอไม่คิดจะมีคนมาห้ามบ้างเลยหรือไง แล้วก็เมื่อกี้นับแค่หนึ่งเองไม่ใช่เหรอ แล้วสองกับสามมันหายไปไหนกันวะ ฉินฟ่านโอดครวญในใจ เพราะไม่มีเวลาให้ร้องขอชีวิต

"อืมใกล้แล้ว ๆ ขออีกนิดเถอะ กำลังมันมือมันเท้าเลย ไม่ได้กระทืบใครสะใจอย่างนี้มาตั้งพันปีแล้ว ขอแถมอีกหน่อยเถอะ" เทพสามตาจิกหัวเขาให้ยืนขึ้นมา แล้วใช้สองนิ้วจิ้มใส่ดวงตาของเขาอย่างแรง แล้วตวัดเท้าเตะด้วยท่าไฮคิกแบบเทควันโด ส่งผลให้ร่างฉินฟ่านลอยขึ้นไปสูงถึงห้าเมตร ก่อนผนึกพลังฝ่ามือฟาดพลัง 

ลำแสงสีฟ้า แดง ส้ม เขียว ม่วง ฝ่าอากาศพุ่งวาบออกไปอย่างรวดเร็วใส่ร่างของฉินฟ่าน 

 เขาเกิดความรู้สึกหลอน ราวกับว่าเดี๋ยวตกอยู่ในกองไฟที่ลุกฮือโหมท่วมร่าง เดี๋ยวตกอยู่ในถ้ำน้ำแข็ง ที่หนาวเหน็บจนถึงไขกระดูก สลับกันไปมา 

พลังฝ่ามือรุนแรงมากจนทำให้เสื้อผ้าฉินฟ่านขาดกระจุยกระจายไม่มีชิ้นดี พอร่างของฉินฟ่านตกลงถึงพื้นในท่วงท่ายืนโซเซ ร่างของเขาก็เปลือยกายจนล่อนจ้อน ยังไม่ทันตั้งสติ เขาก็ถูกเตะผ่าหมากกลางกล่องดวงใจเข้าอย่างจัง

 พอถึงตอนนี้ทุกคนถึงกับหลับตาปี๋ด้วยความหวาดเสียว กาลเวลาราวกับถูกแช่แข็ง ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนหยุดนิ่งอยู่กับที่ทั้งเงียบงันจนน่ากลัว จนกระทั่งฉินฟ่านค่อย ๆ ทรุดตัวลงไปช้า ๆ กองกับพื้น มือกุมเป้าหน้าตาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความเจ็บปวด ภาพนี้ทำให้ทุกคนต่างเอาใจช่วยลุ้นด้วยความเสียวไส้กลัวว่า เอ่อ...ไข่จะแตก

เทพสามตาหยิบผ้าเย็นมาเช็ดมือ

"โฮ่...ไม่เลว ๆ เล่นเอาเหงื่อออกเลยแฮะ ได้กระทืบคนแล้วค่อยสบายใจหน่อย ไม่ได้กระทืบคนเล่นมานานกี่ร้อยกี่พันปีแล้วนะเนี่ย หึ ๆ ลุกขึ้นมาได้แล้ว อย่ามัวทำสำออย เจ้าคงสงสัยล่ะสิว่าข้ากระทืบเจ้าทำไม เอ้าดูซะ"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 16 แมวกัดกัน

    เมื่อถึงเวลาอาหารเช้า ทั้งสามคนนั่งทานขนมปังทาแยมรสส้ม ไข่ดาว กาแฟและนมสดกันอย่างเอร็ดอร่อยเหลียนฟ่งเห็นน้องชายขอบตาดำคล้ำราวกับหมีแพนด้า ท่าทางราวกับอดหลับอดนอนมาทั้งคืน จึงถามเขาด้วยความเป็นห่วง"เสี่ยวเฮ่อทำไมถึงได้ทำท่ายังกับอดหลับอดนอน เมื่อคืนเล่

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 15 ของขวัญ

    "ที่รัก ใครมาส่งเหรอคะ"เหลียนฟ่งใช้มือจัดทรงผม พลางโยนหินถามทาง ด้วยน้ำเสียงนุ่ม ๆ แบบไม่กระโตกกระตาก"อ๋อ เพื่อนใหม่นะ เพิ่งจะเจอกันในคาสิโน""หา…นี่คุณไปเล่นมาเหรอคะ"เธอแปลกใจที่ได้ยิน เพราะนึกไม่ถึงว่าเขาจะไปเล่นที่คาสิโนมา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 14 กระดังงาลนไฟ

    เสียงหวาน ๆ สดใสของผู้หญิง ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ เขา ถามเขาด้วยความสนใจ เพราะเมื่อครู่เธอยืนมองเขามาพักหนึ่งแล้วเธอสะดุดตาในความหล่อใสกิ๊งของเขาและสงสัยว่าทำไมเขาถึงแทงเพียงเบอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการแทงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงคร่อมสองตัวเลข สามตัว สี่ต

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 13 หนูทดลอง

    เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเหลียนฟ่ง"ขอชื่นใจทีนะ"เหลียนฟ่งไม่ปฏิเสธ แถมยังเอียงแก้มให้เขาอย่างเอียงอาย ฉินฟ่านก็สูดดมกลิ่นอายสาวจากแก้มของเธอ พวงแก้มของเธอแดงเหมือนลูกท้อ ดูงดงามจนน่าหลงใหลกว่าเดิม"ขอจูบปากทีนะ""ไม่ได้ค่ะ" 

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status