Share

บทที่ 7 เจ้าม้าน้อย

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-22 03:20:10

เหลียนฟ่งตบอกยืนยันอย่างหนักแน่น แล้วรินเบียร์ให้ฉินฟ่าน ชวนเขาดื่มจนหมดแก้วเป็นการฉลองความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ (ของเธอ) เพราะในตอนนี้เธอโมเมแล้วว่า ฉินฟ่านตอบตกลง เป็นทาสในเรือนเบี้ยของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"เถ้าแก่ขอเบียร์เย็น ๆ อีกสองขวดค่ะ"

ทั้งสองละเลียดฟองเบียร์ช้า ๆ อย่างชื่นใจ แต่พอติดเครื่องก็เปลี่ยนเป็นยกซดแทน เบียร์ถูกสั่งมาเรื่อย ๆ กับแกล้มสามจานหมดลงอย่างรวดเร็ว

"อื้ม! ปีกไก่ทอดร้านนี้อร่อยแฮะ"

"เถ้าแก่ขอเบียร์กับปีกไก่ทอดอีกค่ะ"

"เอ้า…ชน หมดแก้ว"

เหลียนฟ่งส่งเสียงดังอ้อแอ้ ชวนให้ดื่มอีก หน้าแดงก่ำเพราะความเมา

"พอได้แล้ว คุณเมาแล้ว เรากลับบ้านกันดีกว่านะครับ เถ้าแก่คิดเงินด้วยครับ"

ดื่มไปดื่มมาหมดเบียร์ไปสิบขวด ฉินฟ่านจ่ายเงิน แล้วให้เธอขี่หลังกลับบ้าน เพราะตอนนี้เธอเมาปลิ้น จนเดินไม่ไหวแล้ว

"ไป้ ไปเลย" 

"เจ้าม้าน้อยวิ่งไปเลย เร็ว ๆ เข้า"

"ซาหนุกจริงจริ้ง"

นี่เธอเมาจนนึกว่าเขาเป็นม้าไปแล้วหรือ เดี๋ยวก็ดึงหูซ้ายให้เลี้ยวซ้าย เดี๋ยวก็ดึงหูขวาให้เลี้ยวขวา คนที่เดินสวนมาแถวฟุตบาท ต่างพากันยกมือปิดปากขำเขาใหญ่เลย แถมเสียงของเธอดังเอะอะมาตลอดทาง

"หมดแก้ว หมดแก้ว ฮ่า ๆ" จู่ ๆ เธอก็จิกผมเขาราวกับดึงบังเหียนบังคับม้าให้หยุด

"เดี๋ยว…เดี๋ยว หยุด! เจ้าม้าน้อยขอเวลานอก อึก...ให้ฉันลงไป อึก…อ้วกหน่อย อึก…ไม่หวายแล้ว"

ฉินฟ่านส่ายหน้าหมดคำพูด พาเธอไปอ้วกข้างทาง ผู้หญิงนี่เวลาเหล้าเข้าปาก เป็นแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ ในที่สุดก็พาเธอมาถึงบ้านแบบทุลักทุเลจนได้ แต่พอเปิดประตูบ้านเท่านั้นแหละ ก็มีน้ำเสียงที่ไม่ค่อยฟังดูเป็นมิตรสักเท่าไรลอยมา

"คุณเป็นใคร ดึก ๆ ดื่น ๆ พาพี่สาวของผมไปไหนมา อี๋! พี่ใหญ่กินเหล้ามาเหรอ เหม็นหึ่งเลย" รังสีสังหารแผ่ซ่านมาทางแววตาของเด็กหนุ่มวัยสิบสี่ปี เขามีผิวขาว รูปร่างผอมบางสวมชุดนอนสีฟ้า หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเหลียนฟ่ง 

นี่คงเป็นเหลียนเฮ่อน้องชายของเธอสินะ ก็นับได้ว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่น้องชายจะหวาดระแวง รู้สึกไม่พอใจที่มีผู้ชายพาพี่สาวของตนไปดื่มจนเมาไม่ได้สติ นี่ถ้าผู้ชายคนนี้พาเธอไปเข้าโรงแรมแทนจะพาเธอกลับบ้าน คงเสียหายหลายแสนแน่ ๆ 

"ผมชื่อฉินฟ่าน เป็นคนเช่าห้องที่อยู่บนชั้นดาดฟ้า เอ่อ...ขอผมวางเธอลงก่อนได้ไหม" ฉินฟ่านคร้านที่จะสนใจเด็กน้อยคนนั้น เขาอุ้มเหลียนฟ่งเดินแทรกผ่านระหว่างเหลียนเฮ่อกับประตูขึ้นไปชั้นสอง เข้าไปในห้องนอน ที่มีป้ายแผ่นไม้เล็ก ๆ น่ารัก ๆ เขียนว่า ‘โฮมสวีทโฮม’ มีลายดอกไม้กระจุ๋มกระจิ๋ม ติดอยู่ที่หน้าบานประตู ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นห้องผู้หญิง เขาวางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ แล้วกลับขึ้นไปในห้องของเขา

เขานำหนังสือที่ซื้อมากองไว้ข้างเตียงแล้วเริ่มอ่านทีละเล่ม เพราะเรียนมาน้อยจึงต้องหมั่นเพียรขยันกว่าคนอื่นให้มากหน่อย ช่วงเวลาตีหนึ่งฉินฟ่านเอาตำราฝ่ามือมุทราเก้ากระบวนท่าออกมาเปิดดู ไม่ยากเท่าไร ซึ่งอาจจะเป็นผลมาจากคางคกหยกเลือดมรกต อันยอดเยี่ยมก็ได้ 

เขาสามารถอ่านและเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องมีอาจารย์สอน 

พอตีสามเขาก็เดินเท้าไปครึ่งชั่วโมง เข้าไปในชายป่าที่เคยสังเกตเห็นตอนอยู่บนชั้นดาดฟ้า ป่าแห่งนี้อยู่ฝั่งหลังบ้านของเหลียนฟ่งห่างออกไปประมาณห้ากิโลเมตร 

แสงจันทร์ทอแสงดูนวลตา เพียงพอที่จะมองเห็นสภาพโดยรอบได้อย่างชัดเจนพอสมควร ที่นี่เป็นป่าโปร่ง มีพุ่มไม้ดอกไม้ใบดูงดงามละลานตา แถมยังมีลานหินเรียบกว้างตามธรรมชาติแห่งหนึ่งและที่สำคัญที่สุดที่ถูกใจเขาก็คือไม่มีผู้คนสัญจรไปมา

เขาสูดลมหายใจ เพื่อดูดซับพลังธรรมชาติ เริ่มวาดมือยกเท้าทำท่าทางตามกระบวนท่าแรกอย่างช้า ๆ เดินพลังลมปราณรูปเกลียว ไปตามจุดชีพจรที่ตำราบอก เขาเชื่อว่าวรยุทธเป็นทักษะชนิดหนึ่ง ที่ต้องอาศัยความอดทน ขยันหมั่นเพียรในการฝึกฝน เพราะว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ประเทศจีนกว้างใหญ่ไพศาลก็ต้องมียอดฝีมือซุกซ่อนตัวอยู่มากมาย ดั่งพยัคฆ์ซุ่มมังกรซ่อน

หากวันใดเขาบังเอิญไปสะดุดตอไม้ใหญ่เข้า ถูกยอดฝีมือสามสี่คน กลุ้มรุมหมายเข่นฆ่า วิชาเหล่านี้อาจช่วยเขาให้ผ่านพ้นคราวคราะห์ได้

ฉินฟ่านทำสีหน้าสงบนิ่งดั่งมีองค์พุทธะอยู่ในใจ เขาเดินลมปราณรูปเกลียวอย่างช้า ๆ กระแสพลังเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างของฉินฟ่าน จนหินกรวดที่อยู่บนพื้นเริ่มขยับตัวแล้วลอยขึ้นมาสูงระดับเอว ต้นไม้ใบหญ้าถูกกระแสพลังพัดพาทำให้ส่ายโงนเงนไปมา จนเสียดสีกันเกิดเสียงดังซู่ ๆ 

เขาเปล่งเสียงสวดเบา ๆ ในลำคอ "โอมมมมม" แล้วฟาดฝ่ามือออกไปอย่างช้า ๆ ใส่ลำต้นของต้นไม้ข้างหน้า ที่ห่างออกไปสามเมตร

ตูม! 

ต้นไม้ใหญ่มีรอยฝ่ามือ ประทับลึกลงไปถึงหนึ่งนิ้ว เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างพอใจ ร่ายรำกระบวนท่าอย่างช้า ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

บางครั้งเขาลองกระโดดตีลังกาดู เขารู้สึกว่าร่างกายของเขามีพละกำลังเปี่ยมล้น แถมยังยืดหยุ่นดีมาก จนเวลาล่วงเลยไปสามชั่วโมง

ความรู้ต้องค่อย ๆ สะสม ทักษะก็ต้องค่อย ๆ ฝึกปรือ ฟ้าเริ่มสว่างแล้ว เอาล่ะวันนี้พอแค่นี้ก่อน

พอเจอหน้าฉินฟ่าน เหลียนฟ่งก็กระแซะเข้าไป จับแขนเขาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ "นี่คุณหายไปไหนมาแต่เช้า อี๋ยยย…ทำไมเหม็นเหงื่อแบบนี้ละ" เธอรีบยกมืออุดจมูก

"คุณไปวิ่งออกกำลังกายมาเหรอคะ รีบ ๆ ไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าว วันนี้ฉันจะพาคุณไปสมัครที่โมเดลลิ่งที่ดัง ๆ ดีไหมคะ"

"ผมไม่ว่าง" ฉินฟ่านส่ายหน้าเบา ๆ 

อ๊ะพ่อหนุ่มน้อยเล่นตอบปฏิเสธแบบนี้ เมกะโปรเจกต์ของเจ๊ฟ่ง ผู้จัดการมือทองก็ล่มสลาย กลายเป็นหมันหมดน่ะสิ ไม่ได้การต้องใช้เสน่ห์ร้อยเล่มเกวียนของเรา ออดอ้อนสักหน่อยแล้ว

"นะ ๆ ไปเถอะ เสียเวลาแค่แป๊บเดียวเอง ผู้จัดการคนนี้นะคิวเขาแน่นมาก ถ้าเป็นคนอื่นคงต้องนัดล่วงหน้าเป็นเดือน ๆ แต่นี่อาศัยว่าใช้ชื่อของฉันออกหน้า เขาเลยยอมให้เกียรติพบคุณ นะ ๆ ไปกับฉันเถอะนะ" เหลียนฟ่งขยี้เท้าเบา ๆ ไปมา พร้อมเขย่าแขนฉินฟ่าน เหมือนเด็กที่กำลังตื๊อจะเอาของเล่น 

เฮ้อ นี่เธอไม่รู้สึกตัวบ้างเลยหรือไงว่าหน้าอกของเธอกำลังถูไถแขนของเขาอยู่ มันชวนให้คิดฟุ้งซ่านไปไกลได้ง่าย ๆ เลยนะ 

ฉินฟ่านกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ใช่พระอิฐพระปูน จะได้ไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ไม่ได้การละวันหลังต้องพยายาม อยู่ให้ห่างเธอไว้จะดีกว่า ไม่อย่างงั้นสักวันเขาคงข่มใจตัวเองเอาไว้ไม่อยู่ ต้องตบะแตกอย่างแน่นอน 

"ผมไม่ว่างจริง ๆ ว่าจะไปเดินเล่นที่ตลาดถนนโบราณซะหน่อย อีกอย่างผมเป็นคนขี้อายและไม่สนใจในด้านการแสดงจริง ๆ" ฉินฟ่านรู้สึกว่าร่างกายอัดแน่นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง อดนอนวันสองวันย่อมไม่มีปัญหา เขาเดินขึ้นบันไดไปอาบน้ำ ก่อนกลับลงมาอย่างรวดเร็ว เขาสวมรองเท้าผ้าใบแล้วออกจากบ้านทันที เธอรีบเดินตามตื๊อไปติด ๆ ทันที

"โอกาสดี ๆ แบบนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ นะคะ"

"นี่…นี่ ฉันพูดกับคุณอยู่นะ"

เขาแกล้งทำเป็นไม่สนใจเธอ ก้าวฉับ ๆ ออกไป

"ถ้าไม่อยากเป็นดารา งั้นเป็นนักร้องแทนดีไหม หรือว่าอยากจะเป็นนายแบบโฆษณา" 

"ขอบคุณมาก ผมรู้ว่าคุณหวังดีพยายามที่จะช่วยเหลือผม แต่คุณเลิกคิดเรื่องพวกนี้เถอะครับ เพราะผมไม่สนใจจริงๆ"

"แล้วคุณสนใจเรื่องอะไรล่ะคะ"

"ผมยังไม่ได้คิด แต่ว่าตอนนี้ผมแค่อยากไปเดินเล่น ที่ตลาดถนนโบราณสักหน่อย"

"คุณจะไปตกของเหรอ ถ้างั้นฉันไปด้วย เพราะว่าฉันเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณ" เหลียนฟ่งมีหรือจะยอมแพ้ง่าย ๆ จะเกาะติดหนึบเป็นตังเมกาวตราช้างแบบนี้แหละใครจะทำไม พูดกรอกหูชักชวนทุกวัน เดี๋ยวเขาก็ใจอ่อนเองแหละ

"โธ่แค่นี้ผมไม่หลงทางหรอก คุณไม่ต้องไปด้วยก็ได้ ไปจัดการทำธุระของคุณเถอะ"

ฉินฟ่านพูดจบก็หันร่างเดินหนี แต่พอเดินไปได้ถึงก้าวที่เจ็ด เหลียนฟ่งก็กระโดดขึ้นขี่หลังเขา แถมยังกอดรัดแน่นยังกับปลาหมึกยักษ์ 

"ไม่รู้ล่ะฉันจะไปกับคุณด้วย"

"นี่คุณทำอะไรของคุณ ขึ้นมาขี่หลังผมทำไม รีบลงมาเร็ว ๆ เข้า"

"ไม่"

ทั้งสองไม่มีใครยอมใครง่าย ๆ ฉินฟ่านแกล้งสลัดตัวเธอไปมาให้ลงจากหลังของเขา เหลียนฟ่งกลับเอาขาหนีบเอวของเขาไว้แน่น มือขวาโอบรอบคอเขา ส่วนมือซ้ายดึงหูเขา

"บอกว่าให้ลงมาโอ้ย ๆ เจ็บ ๆ อย่าดึงหูสิ หูจะขาดแล้ว"

ฉินฟ่านร้องโอดครวญ พลางหมุนตัวสะบัดเธอไปมา แต่ก็ไม่กล้าทำแรง เพราะกลัวเธอตกลงมาเจ็บ

"ฮิ ๆ ว่าไง อยากดื้อดีนัก จะยอมหรือไม่ยอม"

แล้วสายตาของทั้งคู่ก็แข็งค้าง ร่างหยุดนิ่ง เมื่อมองเห็นแขกที่ไม่ได้รับเชิญอยู่นอกรั้ว

"อะแฮ่ม ขอโทษนะจ๊ะที่ขัดจังหวะ" แค่ฟังก็รู้แล้วว่าเป็นเสียงของป้าแก่ ๆ คนหนึ่ง หญิงกลางคนวัยประมาณสี่สิบปี รูปร่างท้วม ใบหน้ามีริ้วรอยตีนกา ทาลิปสติกสีแดงแจ๊ด ม้วนทรงผมเป็นลอน ยืนยิ้มแฉ่งพร้อมกล่องขนมในมือซ้าย แต่มือขวานี่สิ ถือมือถืออัดคลิปวิดีโอพวกเขาเอาไว้

เหลียนฟ่งเพิ่งนึกได้ว่าเธอยังอยู่บนหลังของฉินฟ่าน เธอจึงรีบลงมาอย่างเขินๆ" อ้าว…ป้าจูมาหาหนูเหรอคะ เชิญเข้ามานั่งดื่มน้ำชาก่อนค่ะ"

"โอ๊ยป้าไม่อยากเข้าไปเป็นก้างขวางคอคนรักกันหรอกจ้า พอดีป้ากับเพื่อนไปเที่ยวที่เจียงโจวมา ก็เลยซื้อขนมเปี๊ยะไส้ไข่เค็มมาฝาก อร่อยมากเลย ป้ากลับก่อนนะ พอดีป้ากำลังรีบนะ อุ๊ย…ดูสิเกือบลืมแนะ ว่าแต่พ่อหนุ่มรูปหล่อนี่ชื่ออะไรเหรอจ๊ะ"

"เขาชื่อฉินฟ่าน เขาเช่าบ้านหนูอยู่บนชั้นดาดฟ้านะค่ะ"

"สวัสดีครับ ป้าจู"

"สวัสดีจ้ะ อืม…ฉินฟ่านคนเช่าบ้านที่อยู่บนชั้นดาดฟ้า เอ่อ…ป้าไปก่อนนะ อย่าลืมกินขนมล่ะ" ป้าจูทำปากขมุบขมิบ เหมือนกำลังท่องจำอะไรสักอย่าง

"ขอบคุณมากค่ะ ค่อย ๆ เดินนะคะ" ทั้งสองโบกมือยืนส่งป้าจูที่ประตูรั้ว

"แย่แล้ว ตายแน่ ๆ คราวนี้จะทำยังไงดี" เหลียนฟ่งกระทืบเท้าเต้นเร่า ๆ แบบไม่สบอารมณ์ 

"คุณเป็นอะไรไป ทำไมถึงได้เอาแต่บอกว่าแย่แล้วๆ" ฉินฟ่านมองเธอแบบงง ๆ 

"คุณยังไม่รู้อะไร ป้าจูคนนั้นนะมีฉายาเด็ดดวงว่าจูฮอตนิวส์ ไม่ว่าจะเป็นข่าวด่วนประเด็นร้อนอะไรในย่านนี้ ถ้าป้าจูคนนี้รู้ คนอื่นก็รู้ไปด้วย คุณไม่เห็นเหรอว่าพวกเราถูกแอบถ่ายคลิป"

"พูดง่าย ๆ ก็คือชอบโพนทะนาเรื่องชาวบ้านเป็นอาชีพหลัก ส่วนอาชีพรองก็คือ เปิดร้านซักอบรีดอยู่ข้างสวนสาธารณะ เมื่อกี้นี้แกเห็นฉันขี่หลังคุณ ที่แกบอกว่ากำลังรีบนะ ถูกเผงเลย แกกำลังรีบคาบข่าวที่เห็นในบ้านเราไปเล่าให้คนในย่านนี้ฟัง แถมแกชอบใส่สีตีไข่ด้วย เล่าไปเล่ามาเผลอ ๆ กลายเป็นว่า ฉันท้องกับคุณก่อนแต่ง ก็แย่สิคราวนี้ฉันคงแต่งไม่ออก ต้องขึ้นคานแหง ๆ เลย ทำยังไงดี" เธอกระทืบเท้าเร่า ๆ จนเขาอดหัวเราะออกมาไม่ได้

ไม่รู้ล่ะ เพราะคุณคนเดียวเลย คุณต้องรับผิดชอบแต่งกับฉัน ไอ๊หยา...ใช่แล้ว! เกือบลืมไปแน่ะ เมื่อกี้นี้เรากำลังจะไปเดินที่ตลาดถนนโบราณนี่นา รีบไปเร็วเข้า"

ฉินฟ่านเห็นเธอเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา จนเขาตามความคิดของเธอไม่ทัน จึงได้แต่ส่ายหน้า ตอนนี้ได้แต่พาเธอไปด้วยกัน คิด ๆ ไปก็ดีเหมือนกัน เพราะเขาเองก็เพิ่งมาอยู่ที่นี่ จึงไม่ชำนาญในเรื่องถนนหนทางสักเท่าไร

บางคนชอบพูดว่า ยุครุ่งเรืองคนชอบของเก่า ในช่วงกลียุคคนชอบทองคำ บางที…นี่อาจจะเป็นความคิดที่ตกตะกอนของคนสมัยก่อน ซึ่งสามารถพิสูจน์ด้วยตาตัวเองได้ง่าย ๆ จากที่นี่

ตลาดถนนโบราณอยู่ทางตอนใต้ของเมืองซูโจว เป็นถนนคนเดินสายเล็ก ๆ แต่ร้านรวงเล็ก ๆ สองข้างทาง กลับมีป้ายยี่ห้อที่เก่าแก่ดูน่าเชื่อถือ มีพ่อค้าแม่ค้าวางของแบกะดินสองข้างทาง อย่างคึกคักเต็มไปหมดในตอนเย็น สินค้าของที่นี่มีตั้งแต่ภาพวาดลายอักษร ภาชนะรูปทรงต่าง ๆ จนไปถึงของใช้เครื่องประดับในสมัยราชวงศ์ของจีน 

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของปลอมสูงถึงเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ เพราะวิทยาการสมัยใหม่สามารถทำของเลียนแบบได้เหมือนมาก แม้แต่หินธรรมดา ๆ ก้อนใหญ่เท่าผลแตงโมก็ยังสามารถปลอมให้เป็นหินหยกเจไดต์เนื้อดี ราคาสูงได้ จึงมีคนถูกหลอก เพราะรู้ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมเหล่านี้ 

 นอกจากจะมีบางคนเท่านั้นที่ดวงดี ตกได้ของชิ้นเยี่ยมมาแบบไม่รู้ตัว ซื้อของมาในราคาถูก ๆ แค่หลักร้อย แต่พอตรวจสอบดูดันเป็นของแท้สมัยหมิง แจ็กพอตแตก เอาไปขายได้หลักแสนกำไรบานเบอะ ดังนั้นผู้คนจึงชอบหลั่งไหลมาเดินเล่นที่นี่ เพื่อวัดดวงดูว่า เฮงหรือว่าเฮงซวย

วันนี้ฉินฟ่านใส่ชุดวอร์มสีขาว หล่อกระชากใจสาว ผิวพรรณบุคลิกท่าทางเหมือนเป็นคุณชายตระกูลใหญ่ บางคนถึงกับคิดเตลิดไปว่า เขาเป็นไอดอลหน้าใหม่ด้วยซ้ำ พอเดินประกบคู่กับเหลียนฟ่งที่มีหน้าตาน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋ม ในชุดกระโปรงยาวเสมอเข่าสีแดงสด คงด้วยอารมณ์หนึ่งขาวหนึ่งแดง บวกกับรูปลักษณ์ที่งดงาม ทำให้ทั้งคู่กลายเป็นจุดสนใจของคนที่อยู่ในละแวกนั้นในทันที 

พ่อค้าแม่ค้าต่างโบกไม้โบกมือ ส่งเสียงร้องชักชวนทั้งสองคนให้แวะเวียนมาดูสินค้าของร้านตน ทั้งสองแวะแผงอาหารข้างทาง สั่งซาลาเปาไส้หมูแดงสิบลูก ติ่มซำห้าจาน มากินรองท้องกับชามะลิอีกหนึ่งกา

"นี่ฉันว่าเนื้อแป้งของเขาร่อนไม่ค่อยละเอียดนะ เอาไว้วันหลังฉันจะนึ่งให้คุณชิมดู คุณจะต้องยกนิ้วให้ แล้วร้องว่า อื้อหืออร่อยเว่อร์"

ฉินฟ่านเริ่มหลงเสน่ห์ปลายจวักของเธอโดยไม่รู้ตัว "ฤกษ์ดีไม่สู้ฤกษ์สะดวก คุณนึ่งเย็นนี้เลย เดี๋ยวเราไปจ่ายตลาดกัน แล้วซื้อกระดูกซี่โครงหมูไปย่างซีอิ๊วแกล้มเบียร์ ดีไหมครับ แค่คิดถึงฝีมือทำอาหารของคุณ น้ำลายผมก็แทบจะไหลแล้ว"

"ฮิ ๆ ดูคุณพูดเข้าสิ พูดเรื่องกินไม่ได้เลยนะ งั้นเราซื้อโซจูติดไปด้วยสักลัง เดี๋ยวฉันจะมอมคุณให้เมา แล้วถอดเสื้อผ้าคุณออกจนล่อนจ้อน ลากไปไว้บนเตียงของฉัน ทีนี้ล่ะข้าวสารจะได้กลายเป็นข้าวสุกเสียที"

เขามองเธอแบบงง ๆ นี่มันพรสวรรค์ชัด ๆ เวลาเพียงแค่เสี้ยววินาทีแผนการที่ชั่วร้ายแบบนี้เธอก็คิดขึ้นมาได้ เธอช่างกล้า!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 14 กระดังงาลนไฟ

    เสียงหวาน ๆ สดใสของผู้หญิง ที่เพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่ว่างข้าง ๆ เขา ถามเขาด้วยความสนใจ เพราะเมื่อครู่เธอยืนมองเขามาพักหนึ่งแล้วเธอสะดุดตาในความหล่อใสกิ๊งของเขาและสงสัยว่าทำไมเขาถึงแทงเพียงเบอร์เดียว ทั้ง ๆ ที่มีวิธีการแทงหลากหลายรูปแบบ ทั้งแทงคร่อมสองตัวเลข สามตัว สี่ตัว แทงเป็นโซน สูง-ต่ำ แดง-ดำหรือแทงเลขเพียงตัวเดียวแบบที่ฉินฟ่านแทงฉินฟ่านจึงหันไปมองตามเสียง จึงพบว่าสาวสวยคนนี้ไม่ธรรมดา เธอมีเรือนร่างดั่งเปลวไฟที่ร้อนแรง พร้อมจะแผดเผาอารมณ์ของผู้ชาย ให้ยอมสยบอยู่แทบเท้าของเธอเธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ที่มีริมฝีปากอวบอิ่มชวนจูบ ดวงตาหวานซึ้งชวนให้ลุ่มหลง นับได้ว่าเป็นสาวเซ็กซี่ราวกับกระดังงาลนไฟ เพียงแค่รอยยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก็แสดงถึงความงามที่มาพร้อมกับความยั่วยวนเสน่หามาโดยกำเนิด เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้เส้นผมสีดำขลับเป็นเงายาวถึงครึ่งแผ่นหลัง ทิ้งตัวเหยียดตรงเหมือนแพรไหม ราวกับนางแบบโฆษณาแชมพูสระผม สวมชุดฮั่นฝูสีม่วงเข้ม เอวที่คอดกิ่วเหมือนมดตะนอย คาดด้วยเชือกสีแดงสลับเชือกสีทอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 13 หนูทดลอง

    เสียงกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเหลียนฟ่ง"ขอชื่นใจทีนะ"เหลียนฟ่งไม่ปฏิเสธ แถมยังเอียงแก้มให้เขาอย่างเอียงอาย ฉินฟ่านก็สูดดมกลิ่นอายสาวจากแก้มของเธอ พวงแก้มของเธอแดงเหมือนลูกท้อ ดูงดงามจนน่าหลงใหลกว่าเดิม"ขอจูบปากทีนะ""ไม่ได้ค่ะ""นิดเดียวน่า""ไม่ได้ค่ะ""โธ่...ผมไม่เจอหน้าคุณตั้งนาน ขอจูบให้หายคิดถึงหน่อย น่านะ""ไปล้วงอะไรตรงนั้น มืออย่าซนสิคะ"คราวนี้เขาไม่รอคำตอบ ประทับรอยจูบลงไปแบบซึ้ง ๆ ที่ริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของเธอทันทีบางครั้งหญิงสาวอาจจะเขินอาย ดังนั้นฝ่ายชายควรเป็นผู้เปิดเกมรุกก่อนมือของเขาค่อย ๆ ลูบไล้ขาอ่อนเรียวยาวของเธอ"ผิวของคุณเนียนไปทั้งตัวเลย ผมอดใจไม่ไหวแล้ว"เขาค่อย ๆ เลื่อนมือขึ้นมาเค้นคลึงอกอวบอูมของเธอ ดวงตาของเธอดูเย้ายวนใจยิ่งนักเธอไม่มีท่าทีที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อยเธอคงมีใจให้เขาเช่นกัน"คืนนี้ เป็นของผมเถอะนะ""อย่าค่ะ อย่า"ผู้หญิงยิ่งห้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 12 ฉีเคอะ

    ละลองฟูฝอยของน้ำตกกระทบกับแสงแดดจนเห็นสายรุ้ง ฉินฟ่านถกขากางเกงขึ้นสูง ยืนสงบนิ่งอยู่กลางลำธาร ที่มีระดับน้ำสูงแค่หัวเข่า ในมือถือไม้ปลายแหลมกำลังจะแทงปลา ที่ว่ายใกล้เข้ามา เพื่อนำปลาไปทำอาหารมื้อกลางวันแต่แล้วฝันก็สลาย เพราเจ้าฉีเคอะกระโดดลงมาข้าง ๆ ตัวเขา จนน้ำสาดกระจาย ปลาเล็กปลาใหญ่แตกตื่น ว่ายน้ำมุดหนีหายกันไปหมดเขาโมโหจนต้องร้องตะโกนด่าเจ้าลิงตัวแสบ"ฉีเคอะไอ้ลิงบัดซบ แกเล่นกระโดดลงมาแบบนี้ ปลามันตกใจจนหนีไปหมดแล้วโธ่หมดกัน มื้อเที่ยงของฉัน"เจี๊ยก ๆ เจี๊ยก ๆฉีเคอะแยกเขี้ยวยิงฟันปรบมือชอบใจ ที่ได้แกล้งเขา แล้วมันก็ดึงแขนเสื้อของเขา"นี่แกจะพาฉันไปไหน""จะให้ฉันตามแกไปเหรอ"เจ้าฉีเคอะมันดึงแขนเสื้อเขา ทำท่าทำทาง เหมือนอยากจะให้เขาตามมันไปที่ไหนสักแห่ง แล้วมันก็วิ่งนำทางไป บางครั้งมันก็ส่งเสียงร้อง พยายามเร่งให้เขาเดินเร็ว ๆ ทั้งคู่เดินทางร่วมยี่สิบนาทีในที่สุดหนึ่งคนหนึ่งลิงก็มาหยุดยืนอยู่ที่ดงต้นท้อ ฉินฟ่านมองซ้ายมองขวาอย่างงง ๆ"ที่นี่ไม่เห็นจะมีอะไรเลย แกพาฉันมาที่นี่ทำไ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 11 สุราวานร

    อู่อี๋ซานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน มีอาณาเขตเจ็ดสิบตารางกิโลเมตร มีหวงกั่งซานเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,158 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สภาพอากาศบริสุทธิ์การันตีได้ว่า ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของจีน แถมยังเป็นสถานที่ต้นกำเนิดของชาดีที่สุด เช่น ชาสุ่ยเซียน โย่วกุ้ย อูหลง ฝอโส่ว เหมยจัน อีกทั้งยังอุดมไปด้วยสมุนไพรและสัตว์ป่าหายากนานาชนิดโปรแกรมทัวร์ส่วนใหญ่มักจะพาลูกทัวร์เที่ยวชมไร่ชาต้าหงเผา ล่องแพไม้ไผ่จิ่วชีว์ซี ชมความงามของธารน้ำเก้าโค้งสิบแปดเลี้ยว ที่ใสสะอาดดุจกระจกเงา ชมวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่งธาร ที่งดงามดุจแดนสวรรค์ ถ่ายรูปสวย ๆ คู่กับเขาเทียนโหยว เอาไว้ไปอวดเพื่อนในโลกโซเชียล แวะเดินเล่นชอปปิงของที่ระลึก ที่ถนนโบราณราชวงศ์ซ่งฉินฟ่านมองทัศนียภาพที่งดงามของทิวเขา ที่ทอดยาวต่อเนื่องกันลูกแล้วลูกเล่า ความเขียวชอุ่มแสดงถึงระบบนิเวศน์ที่สมบูรณ์ พลางครุ่นคิดในใจว่า เขาจะต้องใช้เวลาเดินทางยาวนานสักเท่าใดโบราณยังเคยกล่าวไว้ว่า มองขุนเขาควบอาชาจนสิ้นใจ ตอนนี้อาชาหรือล่อสักตัวก็ไม่มี มีแต่ต

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 10 หวังว่าคุณจะเข้าใจ

    ฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล"นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ้างเลยเหรอ ถ้าพี่เขยตกลงเซย์เยส เดี๋ยวผมชงเรื่องให้เอง รับรองว่าสำเร็จปิดจ๊อบในเดือนเดียว"ฉินฟ่านฟังเหลียนเฮ่อแล้ว ก็ได้แต่ยิ้ม ดูแล้วก็ไม่รู้ว่า ในหัวของเขาคิดเห็นยังไงกับเรื่องการเชื่อมสัมพันธไมตรี ระหว่างพี่เขยสด ๆ กับน้องเขยหมาด ๆยิ่งเรียกยิ่งชินปาก แถมพี่เขยคนนี้ไม่เพียงมีวรยุทธสูงส่งระดับเทพเซียน ยังหาเงินเก่งอีกต่างหาก ถ้าหากยังไม่รีบคว้าไว้เป็นพี่เขย ก็เอาหัวโขกเต้าหู้ ให้ตายไปเลยยังดีซะกว่า โทษฐานที่โง่งม อีแบบนี้ต้องรีบกลับไปเป่าหูพี่สาวซะหน่อยแล้วพอทั้งคู่มาถึงหน้าบ้าน"กรี๊ด!"เสียงกรี๊ดดังลั่น พร้อมเงาคนวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เพราะเหลียนฟ่งเห็นทั้งคู่แต่ไกล คนหนึ่งเดินกะโผลกกะเผลก ส่วนอีกคนก็ป

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 8 เรดาร์หญิง

    หลังจากกินอิ่มแล้ว พวกเขากำลังจะแวะเข้าไปดูของ ที่ร้านค้าวัตถุโบราณแห่งหนึ่ง"นี่ ทำไมคนพวกนั้นเขามองเรากันใหญ่เลยล่ะ คุณลืมรูดซิปหรือเปล่า"เหลียนฟ่งกระซิบถามเบา ๆ ด้วยความสงสัย "โธ่คุณ ผมใส่กางเกงวอร์มนะ มันจะมีซิปได้ยังไง เฮ้อ ทำยังไงได้ พวกชาวบ้านก็อย่างนี้แหละ พวกเขาคงไม่เคยเห็นผู้หญิงสวย ๆ รวยเสน่ห์อย่างคุณมาเดินเล่นแถวนี้มั้ง""แหม ปากหวานจริง ๆ นะคะคุณชายฉิน"เขาแกล้งหยอกเธอ เหลียนฟ่งแก้มแดงขึ้นมาด้วยความเอียงอาย ร้อยทั้งร้อยมีสาวคนไหนไม่ชอบบ้างล่ะ เวลาได้ยินผู้ชายที่ตัวเองชอบชมว่าตัวเองสวย"ปากหวานนะอีกเรื่องหนึ่ง ผมพูดความจริงต่างหากล่ะ คุณหนูเหลียนน่ะทั้งสวยทั้งน่ารักอย่าบอกใครเลยล่ะ ใครได้คุณเป็นแฟนคงมีความสุขที่สุดในโลก""คุณก็พูดเกินไป""รับรองว่าจริงจัง จริงใจ""อย่าหลอกกันนะ""ถ้าหลอกให้หยิกเลย"ทั้งสองหยอกล้อต่อปากต่อคำกัน ท่ามกลางสายตาชาวบ้าน เหลียนฟ่งยืนบิดตัวไปมา ยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข แถมยังตีแขนเขาเบา ๆ ด้วยความเขินอาย ทันใดนั้นเรดาห์ลางสังหรณ์ของผู้หญิงก็ส่งสัญญาณเตือนภัยขึ้นมา เพราะหางตาของเธอ เห็นสาว ๆ หน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกับเธอสามสี่คน กำลังชี้ชว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status