Masuk"สวัสดีครับ มันช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ ผมเป็นหมอชื่อโจวเปิ่น คุณเป็นแพทย์แผนจีนเหรอครับ ตอนนี้คุณทำงานอยู่ที่ไหน"
"สวัสดีครับ ผมฉินฟ่านก็แค่ผ่านทางมานะครับ พอดีผมมีธุระต้องขอตัวก่อนนะครับ"
เขาไม่ชอบเป็นจุดสนใจ จึงคิดที่จะปลีกตัวจากไป
"เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยว กรุณาช่วยตอบคำถามก่อนไปได้ไหมคะ คุณเป็นแพทย์แผนจีนใช่ไหม ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลไหนเหรอคะ พวกเราเองก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ"
เสียงหวานใสปนเข้มงวด พร้อมกับเรือนร่างอันงดงาม ได้มาขวางหน้าเขาไว้
ตั้งแต่ฉินฟ่านรับรู้ถึง รสสวาทคาวโลกีย์จากเหลียนฟ่งฉบับสมบูรณ์ เขาก็เริ่มเผยกมลสันดานลามกทะลุโลก ในด้านมืดของเขาออกมา
เขาใช้เนตรอัคคีมองทะลุเรือนร่างของสาวงามคนนี้ อย่างเพลิดเพลินเจริญตา โดยไม่เกรงใจใคร ราวกับกำลังดูคลิปโป๊ของตำรวจสาวสวยคนนี้
"อื้อฮือ จุ๊ ๆ คุณนี่หุ่นนางแบบจริง ๆ
หน้าตาก็สะสวยไร้ที่ติ ชายใดได้แต่งงานกับคุณ คงต้องสะสมผลบุญมาห้าร้อยชาติเป็นแน่แท้ ผมจะมีวาสนาแบบนั้นบ้างหรือเปล่านะ"
หญิงสาววัยยี่สิบสองผิวขาวปานหยวกกล้วย ใบหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโตมีเสน่ห์เหมือนกวางดาว จมูกโด่งได้รูปโดยไม่ต้องพึ่งพามีดหมอ ริมฝีปากหนานิด ๆ แต่อวบอิ่มชวนจูบ ตัดผมสั้นเสมอต้นคอหวีปัดไปด้านข้าง สวมชุดตำรวจหญิงยศร้อยโท
ใช่! ผู้หญิงในชุดเครื่องแบบนี่แหละดูสมาร์ท
เท่เป็นบ้า
หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ละแวกนั้น ต่างลุ้นกันตัวโก่งแทบลืมหายใจ กลัวว่ากระดุมเสื้อของเธอจะปริหลุด ขาดกระเด็นออกมา เพราะแรงดันกระเพื่อม จากหน้าอกหน้าใจไซด์คัพอีของเธอ แถมเอวเธอยังคอดกิ่วเหมือนมดตะนอย สะโพกผายได้รูป เตี้ยกว่าฉินฟ่านเพียงนิดหน่อยเท่านั้น
โอ้โฮเฮะ...จุ๊ ๆ แม่สาวน้อยหุ่นนางแบบ ที่กำลังเล่นบทตำรวจหญิงคนนี้ มี Sex appeal ระดับทะลุปรอทแตกหมื่นฟาเรนไฮต์เลยจริง ๆ แต่กลับหน้าสดไร้เครื่องสำอาง เธอแค่ทาลิปมันนิดหน่อยขอกดไลก์กดแชร์ให้เลย
(เอ่อ...อะไรนะครับ อย่าโม้ให้มาก)
(อ๋อ...ครับ ครับ)
"นี่ฉันถามคุณอยู่นะ"
ถึงเธอเองจะรู้สึกว่า ผู้ชายที่อยู่เบื้องหน้าคนนี้หน้าตาหล่อเหลาขั้นเทพ แต่เธอกลับรู้สึกเริ่มหงุดหงิดกับอีตาชีกอคนนี้ ที่เขาไม่สนใจจะมองใบหน้าเธอ
ในยามที่พูดคุยสนทนากัน เขาเอาแต่สำรวจเรือนร่างเธอ เดี๋ยวมองขึ้นเดี๋ยวมองลง ด้วยสายตาหื่น ๆ ยังไงชอบกล
เดี๋ยวเดินมองรอบ ๆ ตัวเธอ แถมยังส่งเสียงแปลก ๆ น่ารำคาญ จุ๊ ๆ จิ๊ ๆ อะไรนั่นอีก แต่ถึงจะหงุดหงิดแค่ไหนก็ตาม เธอก็ไม่มีทางที่จะรู้ว่า เขามองทะลุเสื้อผ้าได้ ไม่งั้นคงชักปืนยิงกระหน่ำใส่ช้างน้อยของเขา จนหมดลูกโม่แน่ ๆ
"ขอโทษ พอดีผมกำลังตะลึงในความงามของคุณอยู่นะครับ ผมไม่ใช่หมอโรงพยาบาลไหนหรอกครับ เอ่อ…นาง
งามไปดื่มกาแฟกันหน่อยไหมครับ"
นี่เขากำลังชมว่าเธอสวยอยู่ใช่ไหม เป็นธรรมดาที่ผู้หญิงชอบให้ผู้ชายชมแบบนี้ แต่มู่ปิงปิงกลับรู้สึกไม่ชอบ
ใช่เธอไม่ชอบขี้หน้าอีตานี่เอามาก ๆ
เพราะเธอเริ่มมีอคติกับเขา ตั้งแต่ได้ยินเขาทำเสียงจุ๊ ๆ จิ๊ ๆ ประหลาด ๆ กวนประสาทนั่นแล้ว
"แล้วคุณมีใบประกอบวิชาชีพ ทางการแพทย์หรือเปล่าคะ"
"เอ๋ ไอ้ของพรรค์นั้น ผมจะไปมีได้ไงกันครับ ความรู้ระดับมัธยม ผมยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำไป แต่เห็นคนกำลังจะตาย แล้วจะไม่ให้ช่วยเหรอครับ"
"นี่คุณไม่ใช่หมอเหรอครับ อ้อคุณคงได้รับการถ่ายทอดสุดยอดวิชาแพทย์จากอาจารย์ใช่ไหมครับ"
คุณหมอโจวร้องเสียงหลง
"ก็ประมาณนั้นแหละครับ คุณหมอโจว เอ๋นี่คุณตำรวจจะทำอะไรเหรอครับ"
กริ๊ก!
เสียงกุญแจมือถูกสับใส่ข้อมือฉินฟ่าน
"คุณถูกจับแล้ว ในข้อหารักษาผู้ป่วยโดยพลการ ทั้งที่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพทางการแพทย์"
"นี่คุณจะทำอะไร"
"ก็จะพาคุณไปดื่มกาแฟที่สถานีตำรวจไงคะ"
"เดี๋ยวก่อนสิครับคุณ ผมเป็นพลเมืองดีที่ช่วยชีวิตคน ทำไมถึงถูกจับล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย
ช่วยด้วย!
ช่วยที!
พ่อแม่พี่น้องลุงป้าน้าอาทั้งหลาย ช่วยผมด้วยเถอะครับ เมื่อครู่พวกคุณก็เห็น ว่าผมเพิ่งช่วยชีวิตคน แต่ตอนนี้ตำรวจจะจับผมไปกินข้าวแดงในคุกแล้ว"
ฉินฟ่านเริ่มเอะอะเสียงดัง ราวกับขอความเห็นใจจากชาวบ้านที่มามุงดู ไอ้โง่ที่ไหนอยากจะไปนั่งเล่นจิบกาแฟที่โรงพัก
"ใช่ ทำไมตำรวจไม่ไปจับมือปืนคนเมื่อกี้ มาจับคนดี ๆ ทำไม พวกตำรวจจะมารังแกประชาชนไม่ได้นะ"
ชาวบ้านที่เห็นใจเขา ต่างโวยวายออกมาเพราะไม่พอใจในการทำงานของตำรวจ
"ขอโทษด้วย พวกเราทำตามหน้าที่ค่ะ"
"อีแบบนี้ ตำรวจรังแกประชาชนนี่นา"
ชาวบ้านช่วยกันด่าทอตำรวจ
"ใช่พวกเรายกโขยงตามไปประท้วงที่สถานีตำรวจเลย ฉันมีหลานเป็นนักข่าว ออนไลน์ เดี๋ยวจะให้มันทำข่าว ตำรวจรังแกประชาชนลงในโลกโซเชียล เอาให้ดังเลยคอยดูสิ"
ป้าที่ถือถุงผัก ยิ่งพูดอารมณ์ก็ยิ่งเดือด ตำรวจเห็นท่าไม่ดี ก็รีบพาฉินฟ่านขึ้นรถแล้วบึ่งออกไปทันที
ฉินฟ่านผู้ที่ร่ำร้องขอความเป็นธรรม ก็ยังคงถูกพาตัวไปโรงพักจนได้ คลิปเด็ดที่
ฉินฟ่านช่วยคน จนกระทั่งถูกตำรวจจับ ถูกแพร่ในเว็บเว่ยป๋อ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องรู้ราวอันใดทั้งสิ้น
ข่าวนี้เผยแพร่โดยคนที่ใช้ชื่อรหัสว่าหนุ่มรักคุดหกเก้า ซึ่งก็คือหลานชายของคุณป้า ที่ถือถุงผักนั่นเอง แถมยังได้โพสต์ข้อความด่าทอตำรวจเสีย ๆ หาย ๆ
เรื่องด่าคนนี่ คงเป็นเหมือนขนมหวานที่คนชอบ พอมีคนแรกเริ่มด่า คนที่สองก็เริ่มด่าบ้าง และคนอื่น ๆ ก็พากันแห่ด่าตาม หลังจากนั้นข่าวเล็ก ๆ นี้ ก็กลายเป็นข่าวที่ครึกโครม ถูกปั่นกระแสขึ้นมา จนมีคนโพสต์ข้อความต่าง ๆ ตามมามากมาย
#หมอเทวดา จนกลายเป็นไวรัล
#หมอเทวดา นี่พี่ชายคนนี้เป็นหมอ
เทวดาจริง ๆ เหรอคะ ฉันนึกว่าเป็นไอดอลหน้าใหม่ซะอีก เบ้าหน้าระดับฟ้าประทาน ดูดีทีเดียวเชียวแหละ เห็นแล้วเคลิ้มเลยค่ะ
ตอบกลับ : ฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟของร้านกาแฟ ตอนเกิดเหตุฉันก็เห็นเหตุ
การณ์ทั้งหมด ช่วยคนตายให้ฟื้นคืนชีพได้
ก็คงต้องเรียกว่าหมอเทวดาแล้วล่ะค่ะ แล้วขอกระซิบบอกดัง ๆ เลยว่า ตัวจริงหล่อมาก ออร่าพุ่งกระฉูดเลยค่ะ
แนบคลิป หมอเทวดาช่วยคนตายแล้วให้ฟื้นคืนชีพ
#หมอเทวดา ลูกพี่เล่นหล่อขั้นเทพแบบนี้ แล้วพวกผมที่หน้าตาบ้าน ๆ จะทำยังไง คงต้องมุดกลับเข้าไปในรู ชั้นใต้ดินแล้วล่ะมั้ง"
ตอบกลับ : พี่ชาย รูที่พี่อยู่ใหญ่หรือเปล่า ผมขอไปอยู่ด้วยคนได้ไหมครับ
#หมอเทวดา เหอะ กูว่าแม่งก็แค่หมอเถื่อน
ตอบกลับ : เมนต์บนนะหลบไปเลย
คนทำความดี อย่าไปอิจฉามีอคติกับเขาสิครับ
#หมอเทวดา อยากได้ไปเป็นพ่อของลูกค่ะ ต้องทำยังไงบ้างคะ
ตอบกลับ : หมอเทวดาคงไม่ว่างครับ แต่ผมว่างตลอด 24 ชม. แถมตอนนี้ยังว่างงานด้วย
ยิ่งมีคนสนใจ คนก็ยิ่งคอมเมนต์ตามมาไม่หยุดหย่อน ดีที่ฉินฟ่านไม่ใช่คนที่ชอบเล่นโซเชียล จึงไม่รู้ว่าเรื่องของเขามีคนโจษจันกันมากขนาดไหน
"แม่งฟลุ๊คหรือเปล่าวะ"
"หมอเทวดา นับถือ นับถือ"
"ตำรวจรังแกคนดีอีกแล้วครับท่าน"
"หนูจะเป็นติ่งของพี่รูปหล่อเองค่ะ จุ๊บ ๆ"
"น่าจ๋งจ๋านอ่ะ"
"ต้ายยย นึกว่าหยางหยาง"
"ลูกสาวป้าสวยนะ หน้าอกใหญ่แถมสะโพกดินระเบิดด้วยละ รับรองว่าลูกดกหัวปีท้ายปี มามะมาเป็นลูกเขยของป้าดีกว่า"
"รูปหล่อ เดี๋ยวส่งรูปลับเฉพาะของหนูไปให้ดีไหมเอ่ย"
คอมเมนต์มากมายหลั่งไหลมาอย่างรวด
เร็ว จนเป็นกระแสเดือดในโลกโซเชียล ยอดคนที่คลิ๊กเข้าไปดูในหนึ่งชั่วโมง สูงถึงหนึ่งแสนคนทันที ฉินฟ่านกลายเป็นเน็ตไอดอลน้องใหม่ไปซะแล้ว
ในห้องสอบสวน ที่ไม่ค่อยน่าพิศมัยนี้
ดู ๆ ไปก็คงเหมือนในภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนทั่ว ๆ ไป เป็นห้องสี่เหลี่ยม เล็ก ๆ มีโต๊ะอยู่ตัวหนึ่งวางไว้กลางห้อง เก้าอี้ โคมไฟ ตั้งกล้องถ่ายวีดีโอไว้ที่มุมห้อง เพื่อบันทึกภาพ ในขณะสอบปากคำผู้ต้องหา และป้องกันไม่ให้ตำรวจใช้ความรุนแรง ซ้อมผู้ต้องหา เพื่อรีดเอาคำรับสารภาพ มีกระจกบานใหญ่ที่เห็นได้เพียงด้านเดียว กั้นแบ่งห้องทั้งสองฝั่งอยู่
ความหมายก็คือมีตำรวจที่คอยสังเกตการณ์อยู่ในห้องเล็ก ๆ ด้านข้าง แต่สามารถมองผ่านกระจก เห็นผู้ร้ายได้ชัดแจ๋ว ส่วนผู้ร้ายที่นั่งอยู่ในห้องสอบสวน ไม่สามารถมองเห็นตำรวจ ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งได้
เขาเดินไปเคาะกระจกดูด้วยความสนใจ แถมยังเอาหน้าแนบกระจก พยายามดูว่าจะเห็นอะไรบ้างไหม ด้วยความสงสัยอยากรู้
มู่ปิงปิงเปิดประตูห้องเดินเข้ามาอย่างกระฉับกระเฉง ตอนนี้ในห้องมีแค่เขากับเธอสองคนเท่านั้น เธอเดินไปปิดอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียงทั้งหมด ปิดไฟทั้งหมดเหลือโคมไฟที่ส่องแสงสว่างตั้งโต๊ะเพียงดวงเดียว
ดังนั้นหากเธอซ้อมเขาจริง ก็จะไม่มีหลักฐานมัดตัวเธอ ความจริงเธอเป็นตำรวจตงฉิน ที่ทำแบบนี้ก็แค่ขู่ให้เขากลัวเท่านั้น
ปัง!
มู่ปิงปิงฟาดแฟ้มเอกสาร ตบลงที่โต๊ะในห้องสอบสวน จนเกิดเสียงดังขึ้น จน
ฉินฟ่านสะดุ้งโหยง เธอหมุนโคมไฟ ส่องไปที่หน้าของเขา เป็นเชิงข่มขู่ แสงไฟแยงตา จนเขาต้องยกมือบังที่ใบหน้า
"ฉันร้อยตำรวจโทมู่ปิงปิง จะเริ่มทำการสอบสวนคุณ กรุณาตอบคำถามด้วย"
"ห้องนี้ถ้ามีรูปดอกไม้ ติดฝาผนังสักหน่อยก็คงจะดี"
"อย่าพูดไร้สาระ"
เธอนั่งลงก้มหน้าหยิบปากกาขึ้นมา เตรียมจดบันทึกปากคำให้การ
"นางงามขอกาแฟร้อนสักแก้ว ครัวซองต์สักชิ้นได้ไหมครับ ผมหิวมากเลย"
"ไม่มี ที่นี่ไม่ใช่ร้านเบเกอรี่"
"โธ่ทำไมคนสวยถึงได้ใจดำแบบนี้"
"อย่าพูดมาก ตอนนี้ฉันจะสอบปากคำคุณ แล้วก็เลิกเรียกฉันว่านางงามสักที"
พอเธอเงยหน้าขึ้นมา ผู้ต้องหาหายไปแล้ว หายไปไหน!
"หาใครอยู่เหรอครับ"
เสียงฉินฟ่านกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูเธอ
พร้อมสูดกลิ่นกายสาวไปเฮือกใหญ่ ถึงจะไม่ถูกเนื้อต้องตัวเธอก็เถอะ
เธอตกใจ จนต้องเอี้ยวตัวห่างออกมา
"อั๊ยยะหอมจริง ๆ ด้วย คุณนี่หอมไปทั้งตัวเลย"
"นี่ไปนั่งดี ๆ เดี๋ยวนี้"
เธอทำตาเขียวตวาดใส่เขาเสียงดัง
"แหม! คนสวยถึงจะทำหน้าดุ ก็ยังสวย"
ฉินฟ่านเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม
"ห้องนี้ถ้ามีโซฟานุ่ม ๆ หน่อยก็คงจะดี เก้าอี้ตัวนี้นั่งไม่สบายก้นเอาซะเลย เอ่อช่วยถอดกุญแจมือออกก่อนได้ไหมครับ
น่านะคุณตำรวจคนสวย นี่แค่สอบปากคำไม่ใช่เหรอครับ ผมไม่ใช่คนร้ายคดีปล้นฆ่าข่มขืนสักหน่อย"
"ไม่ได้ คุณชื่ออะไร" เธอตวาด
"ผมแซ่อ้าย"
"แล้วชื่อคุณล่ะ"
"ชื่อคำเดียวว่าหนี่"
เขาตอบพลางอมยิ้มหน้าทะเล้น มองเธอตั้งใจจดบันทึกคำให้การ
"หืม อ้ายหนี่ (รักคุณ)"
เธอเพิ่งรู้ตัว เงยหน้ามองเขาตาเขียวปัด
"โอ้คิดไม่ถึงว่าเราจะใจตรงกัน"
"ฉันขอเตือนคุณก่อน ถ้าคุณยังโยกโย้กวนประสาทของฉันอีก ฉันจับคุณเข้าไปนอนเล่นในห้องขัง"
"โอเค โอเคผมยอมแพ้แล้ว ผมชื่อ
ฉินฟ่านครับ ยินดีที่ได้รู้จัก นี่...จะบอกให้นะ เวลาคุณทำท่าดุ นี่ยิ่งดูก็ยิ่งมีเสน่ห์ ชวนให้รักชวนให้หลง
เดี๋ยวสอบปากคำเสร็จแล้ว เราไปนั่งอี๋อ๋อชมวิวทิวทัศน์ ดื่มกันสักแก้วสองแก้ว
หน่อยไหมครับ ผมเล่าเดอร์ตี้โจ๊ก(ตลกลามก)เก่งนะ รับรองว่าคุณจะติดใจ"
เธอแกล้งทำหูทวนลมไม่สนใจ ในสิ่งที่เขาพูดเพ้อเจ้อ ยังคงพยายามประคับประคองสมาธิ ที่จะสอบปากคำเขาต่อ
"บ้านเกิดอยู่ไหน เคยต้องคดีอะไรมาบ้างหรือปล่า"
"เดี๋ยวนะขอคิดดูก่อน บ้านเกิดผมอยู่ที่แอฟริกา เรียนหนังสือที่โคเปนเฮเกน ลักลอบเข้าเมืองมาทางรัสเซีย ไม่มีเงินติดตัว ก็เลยปล้นฆ่าข่มขืนมาตลอดทาง เอ๊ย! ไม่ใช่ต้องข่มขืนแล้วค่อยฆ่า มันถึงจะถูก
ถ้าฟังเรื่องพวกนี้แล้ว มันทำให้คุณรู้สึกสงสารผม ก็ช่วยพาผมไปเลี้ยงไว้ดูเล่นที่บ้าน เอาบุญสักคนเถอะครับ"
"อย่ามาเล่นลิ้นแต่งนิทานหลอกเด็ก
ตอบมาตามตรงซะดี ๆ อย่าให้ฉันต้องใช้กำลัง"
เธอทำท่าจะลุกขึ้นมาซ้อมเขา
"โอ้ยยย อย่าตีผม ผมพูดความจริง
แล้วนะ ทำไมถึงไม่ยอมเชื่อกันบ้างเลยละ"
ฉินฟ่านยกสองมือกุมหัว ทำท่าหวาดกลัว แต่สองมือที่ชูขึ้นหราในตอนนี้ กลับไม่มีกุญแจมือล่ามไว้แล้ว ด้วยความตกใจที่กุญแจมือหายไป
ไอ้ลิงหลอกเจ้านี่ แอบถอดกุญแจมือออกไปตอนไหนนะ
ปฏิกิริยาตอบสนองของมู่ปิงปิงรวดเร็วมาก เธอรีบลุกขึ้นยืน แล้วขยับตัวออกมายืนอยู่ข้างโต๊ะด้านขวา พร้อมกับจะชักปืนออกมา เพื่อที่จะควบคุมสถานการณ์
แต่เขากลับไวเหมือนลิง รีบกระโดดเตะไปที่แขนของเธอ ทำให้เธอพลาดโอกาสที่จะชักปืนออกมา แถมยังบังคับให้เธอต้องสู้กลับ
เชอะ! คิดว่ากลัวหรือไง เธอจับผู้ร้ายมานักต่อนักแล้ว
เธอใช้กำปั้นชกในแบบมวยฟรีสไตล์ ตามด้วยตีเข่า ฟันศอก เตะผ่าหมาก
มู่ปิงปิงจบโรงเรียนตำรวจมา ด้วยคะแนนสูงสุดได้อันดับหนึ่งของรุ่น โดยเฉพาะวิชาการต่อสู้ เธอทำคะแนนได้ดีมาก จนอาจารย์ผู้ฝึกสอนถึงกับเอ่ยปากชม
แต่ฉินฟ่านกลับบิดกายไปมา หมุนซ้ายหลบขวา ไหลลื่นเหมือนปลาไหลใส่สเกต
เห็น ๆ อยู่ว่าเธอกำลังจะชกโดนใบหน้าของเขา เตะสูงเข้าที่ก้านคอ เขาดันเบี่ยงกายหลบซ้ายหลบขวารอดได้ทุกที ทำเธอยิ่งโมโหจนหน้าอกอวบ ๆ แทบจะระเบิด
อดเผลอคิดไม่ได้ว่า ไอ้หมอนี่ชาติก่อนเป็นลิงจ๋อหรือไง ทำไมถึงได้มีร่างกายที่ยืดหยุ่นคล่องแคล่ว ยังกับติดสปริงแบบนี้นะ
เธอใช้ทั้งไอคิโด คิกบ็อกซิง เทควันโด มวยไท้เก๊ก ก็ยังไม่อาจที่จะสัมผัสโดน แม้แต่ชายเสื้อของเขา มันยิ่งทำให้เธอหมดความมั่นใจและเสียหน้ามาก
เพียงแค่พริบตาเดียวฉินฟ่านกระโดดตีลังกามาอยู่ข้างหลังเธอ พร้อมกับดัดแขนซ้ายของเธอให้พาดมาอยู่ข้างหลัง แล้วกดลำตัวท่อนบนของเธอให้คว่ำหน้าลงกับโต๊ะ
เพียะ ๆ
เสียงตีก้นแรง ๆ สามครั้งดังขึ้น ตามด้วยการลูบ ๆ คลำ ๆ ในช่วงชุลมุน ตบท้ายด้วยการหอมแก้มเธอเสียงดังฟอดใหญ่
"นี่เป็นการทำโทษ ที่ชักปืนจะฆ่าว่าที่สามี ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก เข้าใจไหมครับนางงาม"
นี่เป็นการลวนลามทางเพศชัด ๆ เธอพยายามสะบัดตัวดิ้นไปมา แต่เธอดิ้นยังไงก็ไม่หลุด
"ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ ถ้าฉันหลุดไปได้นายตายแน่"
เธอโกรธจนน้ำตาคลอเบ้า กัดฟัน
กรอด ๆ อยากจะชักปืนยิงไอ้ลามกนี่ให้ตาย
"ได้ ผมจะปล่อยคุณ แต่ถ้าคิดจะชักปืนออกมาอีกละก็ เฮอะ ๆ คราวนี้ผมจะจูบคุณแน่ ๆ ถ้าคิดว่าหนีพ้น ก็ลองดูได้นะครับ"
พูดเสร็จเขาก็ปล่อยมือ เดินบิดขี้เกียจแล้วนั่งไขว่ห้างกระดิกขาอย่างสบายอารมณ์ โดยไม่มีทีท่าจะกลัวว่า เธอจะชักปืนออกมายิงเขาเลย
เธอถอยห่างออกมา แต่กลับไม่กล้าชักปืนออกมาจริง ๆ เธอเคยมีประสบการณ์ในการต่อสู้จับผู้ร้ายมามากมาย
แต่ตอนนี้กลับรู้สึกว่า เขาเป็นตัวอันตรายยิ่งกว่าพวกโจรปล้นธนาคาร หรือโจรเรียกค่าไถ่ซะอีก ถ้าจะจับตัวเขาจริง ๆ ต้องใช้ตำรวจสักกี่คนกันแน่นะ สิบหรือว่ายี่สิบคน
ทันใดนั้นประตูห้องสอบสวนก็ถูกเปิดออก หัวหน้าสถานีตำรวจที่อ้วนพุงพลุ้ย ใบหน้าอวบอูมเหมือนพระสังกัจจายน์ ดูจากลักษณะแล้ว น่าจะเป็นคนอารมณ์ดี แต่หัวเถิกเล็กน้อยเดินเข้ามา
"ขอโทษที่มาขัดจังหวะ สวัสดีครับ ผมเค่อตงหยางเป็นหัวหน้าของเธอ ต้องขออภัยจริง ๆ ที่ทำให้คุณชายต้องมาเสียเวลาที่นี่ เสี่ยวปิงคุณก็ปล่อยเขาไปเถอะ"
"แต่ว่าหัวหน้าคะ"
"เอาน่า เอาน่า คุณไปดูข้างนอกก่อน ตอนนี้มีชาวบ้านไม่ต่ำกว่าสองร้อยคน ล้อม
สถานีตำรวจของเรา ขอให้เราปล่อยตัวเขา
เขาเป็นฮีโร่ช่วยชีวิตคน แต่คุณดันไปจับตัวเขามา แล้วนี่ก็ยังเป็นคำสั่งจากเบื้องบนอีกด้วย คุณเองก็อย่าทำให้ผมลำบากใจเลยนะ"
ชิ… นี่เขามีแบ็คขนาดเส้นก๋วยจั๊บเลยหรือไง
ถึงขนาดบอกให้เบื้องบนออกคำสั่ง ปล่อยตัวได้อย่างง่าย ๆ ซะงั้น
"ก็ได้ คุณไสหัวไปได้แล้ว"
ฮี่ม…ฝากไว้ก่อนเถอะ! เธอกำหมัดแน่น อยากจะฟ้องหัวหน้าว่า เธอถูกลวนลามคุกคามทางเพศ แต่อยู่ในห้องกันแค่สองคน ไม่มีทั้งหลักฐานทั้งพยานจะเอาผิดเขาก็คงลำบาก
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง
“สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ
ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ







