Partager

บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

last update Date de publication: 2026-02-21 07:00:08

ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด

“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลง

โลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”

พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก

“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”

คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ

“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”

 กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน

 “กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย ตอนเช้าพวกแกกินข้าวกันมารึเปล่า ไม่มีแรงจับมีดรึไง ทะเลาะเบาะแว้งกัน โกรธกันจนจะฆ่าจะแกงกันอยู่ทุกวี่ทุกวัน ถ้าเหม็นขี้หน้ากันขนาดนั้นไม่ต้องเสี่ยงเซียมซีดูฤกษ์ดูยามแล้วเอาฤกษ์สะดวกวันนี้แหล่ะ เอาให้ตายกันไปข้างหนึ่งเลย

ทำไมอยู่กันดี ๆ แบบรักใคร่ปรองดองกันไม่เป็นรึไงรึว่าถ้ารักกันแล้ว ตูดจะเป็นฝี ขาจะขึ้นหนอง อาจื้อ พ่อของแกเป็นอัมพาตเดินไม่ได้ แต่ว่าแกไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าหากแกตายไป แม่ของแกอายุเพิ่งจะหกสิบแค่นั้นเองยังร่างกายแข็งแรงอยู่พอจะแบกพ่อของแกไปหาหมอที่โรงพยาบาลได้ ส่วนอาปังพ่อแม่ของแกตายไปหมดแล้ว ถ้าแกตายไปอีกคนน้องเล็ก ๆ ของแกอีกสี่คน อาจจะอดมื้อกินมื้ออยู่บ้างแต่แกจะได้ปลดภาระอันหนักอึ้ง ในการเลี้ยงดูพวกน้อง ๆ ไหนจะค่ากินค่าเทอมค่าเสื้อผ้า สบายไปอีกแบบนะแกว่าดีไหม เอ้า อย่ามาทำให้ฉันเสียเวลา แทงเลย”

คู่กรณีทั้งสองถึงกับเหงื่อแตกพลั่กเมื่อได้คิดถึงภาพที่ตัวเองตายไปในวันข้างหน้าที่บ้านของตนจะต้องมีสภาพลำบากมากขนาดไหน

ทั้งสองน้ำตาไหลพรากด้วยความสำนึกผิด ถึงกับทิ้งมีดคุกเข่าลง

“ผมผิดไปแล้วครับเพราะนิสัยชอบเอารัดเอาเปรียบคนอื่น ต้นเหตุเกิดจากผมเอง อาปังฉันขอโทษในสิ่งที่ทำลงไปยกโทษให้ฉันเถอะนะ”

อาจื้อพูดขอโทษไป ตบหน้าตัวเองไปพลางรอคำตอบจากอาปัง

“อาจื้อ ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ เป็นเพราะฉันปากไม่ดี พูดจาปากหมาด่าทอถึงพ่อแม่ของแก ช่วยยกโทษให้ฉันด้วยเถอะนะ”

ทั้งสองจับมือกันแนบแน่นท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างดีอกดีใจของชาวบ้านที่เหตุการณ์คลี่คลายไปด้วยดี

นี่คือคดีแรกที่สร้างผลงานอันลือลั่น

หลังจากนั้นก็มีคดีเด็กหนุ่มในซอยริอ่านเป็นโจรลักขโมย กวนอิมเผ็ดสั่งสอนเด็กหนุ่มที่เป็นคนก่อเหตุไม่พอยังเรียกพ่อแม่มาด่าทออย่างสาดเสียเทเสีย แถมยังตบสั่งสอนไปอีกคนละฉาดโทษฐานที่ไม่รู้จักอบรมดูแลบุตรหลานของตนให้เป็นคนดี หลังจากนั้นทุกครอบครัว ต่างพากันเข้มงวด กวดขันความประพฤติของลูกหลาน ตำแหน่งหัวหน้าชุมชนของเธอ ยิ่งมายิ่งมั่นคงชุมชนซอยลูกเป็ดน้อยแห่งนี้ จึงสงบสุขยิ่งนัก

 จวบจนกระทั่งวันนี้ มีผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้ายปรากฎตัวขึ้นห้าคนกลางลานชุมชนชาวบ้านได้ยินว่า มีเรื่องสำคัญจะประกาศ จึงยืนล้อมลานกว้างเป็นวงกลมมาฟังกันอย่างเนืองแน่น

“พี่กระทิงเชิญดื่มเบียร์เย็น ๆ ดับร้อนก่อนครับผมให้คนไปตามหัวหน้าพวกมันมาแล้วอีกสักประเดี๋ยวก็คงมาถึง”

กระทิงเอามือลูบผมทรงเดทร็อค ที่ยาวประบ่า ใช้ฟันกัดเปิดฝาขวดเบียร์

ป๊อก!

มันชอบความรู้สึกนี้ ความรู้สึกที่มีคนคอยพูดจาป้อยอประจบเอาใจ จากเด็กเลี้ยงวัว ตอนนี้มันถึงรู้สึกได้ว่า มันมีตัวตน เป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ต้องเกรงกลัว

แถมยังมีเงินทองใช้สอยไม่ขาดมือ มันยกเบียร์ซดฮวบทีเดียวจนหมดขวด แล้วโยนขวดเบียร์ทิ้งไปด้านข้างจนขวดเบียร์แตกกระจาย

 แน่นอน ชาวบ้านแถวนั้นไม่มีใครกล้าต่อว่าด่าทอมันเลยสักคน มันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างได้ใจ เบียร์บางส่วนไหลออกจากมุมปากย้อยไปที่เครายาวเฟิ้มของมัน มันใช้มือที่ทั้งหนาทั้งสากปาดหยดเบียร์ ที่มุมปากออกอย่างสะใจ สร้างความชุ่มฉ่ำใจแก่มันยิ่งนัก

มันเพ่งตากลมโตมองดูสาว ๆ ที่ดูจิ้มลิ้มน่ารักกระจุ๋มกระจิ๋มอย่างเพลิดเพลิน พลางคิดในใจว่าสาว ๆ แถวนี้หน้าตาไม่เลว เสร็จงานนี้ จะต้องหิ้วไปนอนกกให้หาย

อยาก

เดิมทีเจ้ากระทิง มันชื่อว่าเจ้าวัวใหญ่ ตอนอายุสิบหก มันเลี้ยงวัวอยู่บ้านนอก เผอิญเจ้าสำนักหมัดตะวันเพลิงที่กำลังเดินทางไปเยี่ยมญาติ แล้วบังเอิญได้พบกับมันระหว่างทาง ด้วยอายุสิบหกแต่มีร่างกายที่ใหญ่โตเหมือนยักษ์ปักหลั่นแถมยังมีเรี่ยวแรงมหาศาลเหมาะกับการฝึกวิชาพลังภายนอกของสำนักยิ่งนัก

เจ้าสำนักที่อยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิต ถึงกับดีใจจนเนื้อเต้นนึกว่าสวรรค์เมตตาประทานเพชรเม็ดงามที่จะช่วยจรรโลงชื่อเสียงของสำนักให้โลกนี้ได้รู้จักจึงรับมันเป็นศิษย์

 หลังจากฝึกหนักอย่างเข้มงวดมาสองปีเจ้าวัวใหญ่กลับมีสมองโง่ทึบ สองปีกลับเรียนรู้ได้เพียงแค่สองกระบวนท่า สายตาของอาจารย์ ก็เริ่มมองดูมันอย่างเย็นชา จากเพชรเม็ดงามกลายเป็นหินไข่ห่านไปเสีย ราคาค่างวดอันใดไม่ได้อยู่ต่อไปก็เปลืองข้าวสุกของสำนักเปล่า ๆ มันจึงถูกขับออกจากสำนักอย่างไร้เยื่อใย แต่มันไม่อยากกลับไปเลี้ยงวัวอีก จึงระหกระเหินเร่ร่อนไปทั่ว ใช้ร่างกายอันใหญ่โตบึกบึนแบกข้าวสารบ้างแบกปูนบ้างจนพรรคพวกของมันชวนเข้าแก๊งสิบสี่เค เพียงแค่สี่ปีมันกลับสามารถใช้ร่างกายอันใหญ่โต ไต่อันดับขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่ม มีลูกกะจ๊อกคอยติดสอยห้อยตามถึงสิบคนไปไหนมาไหนก็มีคนเอาอกเอาใจมีเงินมีทองเต็มกระเป๋า มีสาว ๆ ให้นอนกอด มันจึงพอใจกับชีวิตในตอนนี้เป็นอย่างยิ่ง

แต่มีอยู่วันหนึ่งลูกน้องจอมสอพลอเคยกระซิบบอกมันว่า ชื่อเจ้าวัวใหญ่มันฟังดูเชยดูบ้านนอกไปหน่อย มันเลยเสนอว่าควรเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ เพื่อสร้างความน่าเกรงขาม โดยเปลี่ยนเป็นชื่อกระทิง

“มาแล้ว มาแล้ว หลีกทางหน่อย

กวนอิมเผ็ดมาแล้ว”

 กวนอิมเผ็ดเดินเข้ามาด้วยมาดผู้นำอย่างช้า ๆ เธอยืนประจันหน้ากับเจ้ากระทิง

พลางเอ่ยปากด้วยสีหน้าเฉยชา

 “สวัสดีค่ะ ฉันชื่อถังมี่เป็นหัวหน้าชุมชนแห่งนี้คุณมีธุระอะไรกับพวกเรา

เหรอคะว่ามาได้เลยค่ะ”

ชาวบ้านที่รายล้อม ต่างพากันใช้นิ้วก้อยแคะหูอย่างพร้อมเพรียงกัน ราวกับเป็นโรคติดต่อแบบไม่อยากจะเชื่อว่า เธอผู้นี้พูดจาภาษาดอกไม้เป็นด้วยรึ

 ฉินฟ่านเดินเล่นพร้อมเคี้ยวถั่วลิสงที่ทั้งเค็มทั้งมันอย่างเอร็ดอร่อยเคี้ยวเพลินจนมาถึงลานกว้างของซอยลูกเป็ดน้อยแห่งนี้เห็นคนมากมายกำลังมุงดูอะไรบางอย่าง มันสะกิดต่อมสงสัยขึ้นมาจึงเดินแหวกฝูงชนเข้าไปจนถึงด้านหน้า ตอนแรกเขานึกว่ามีโชว์มโหรสพประเภทมายากลเปลี่ยนหน้า โชว์พ่นไฟโชว์ปิดตาปามีดสั้น แต่กลับกลายเป็นว่าเจอเรื่องสนุกกว่านั้น

 “สวัสดีทุก ๆ คน ฉันชื่อกระทิงวันนี้มีข่าวดีมาบอกว่า ทุกคนจะได้รับเงินก้อนโต

คนละสามหมื่นหยวนโดยแลกเปลี่ยนกับโฉนดที่ดิน พร้อมสิ่งปลูกสร้างหนึ่งหลังของพวกคุณ เพราะเจ้านายของผมอยากจะสร้างโรงแรมขนาดใหญ่ขึ้นที่นี่”

“ถุย เฮ้อ คันคอเป็นบ้าเลย ถุย ถุย ถุย อาจื้อเอาน้ำร้อนน้ำชามากลั้วคอหน่อยสิเราพูดกันถึงไหนแล้วนะ

อ้อ  ใช่คุณคงจะเข้าใจอะไรผิด ข้อแรกที่นี่ถึงจะเป็นชุมชนเก่าแก่แต่ราคาตามท้องตลาดในตอนนี้ อาคารห้องหนึ่งอย่างต่ำก็สามแสนหยวน ราคาที่ถูกกว่าสิบเท่าคงไม่มีใครโง่พอที่จะขาย ข้อที่สองอาคารเหล่านี้เป็นมรดกตกทอด มาจากพ่อแม่ของเรา ความทรงจำในวัยเด็กของพวกเรา ก็อยู่ที่นี่ ทุกคนเห็นด้วยไหม”

 ประโยคสุดท้ายกวนอิมหันไปถามชาวบ้าน

 “เห็นด้วย”

 ชาวบ้านต่างพร้อมใจกันขานรับ

 “หัวหน้าว่ายังไง เราก็ว่าอย่างนั้น”

 “ไม่ขาย พวกเราไม่ขาย”

 เธอโบกมือห้ามให้ทุกคนหยุดส่งเสียง

 “เอาล่ะ ขอเชิญคุณกลับไปได้แล้วเชิญ”

ฮ่า ๆ

เจ้ากระทิงหัวเราะร่วน เหมือนได้ยินเรื่องตลกมันค่อย ๆ ลุกขึ้นมาพลางปั้นหน้ายิ้มแย้ม พูดจาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเหมือนนักเจรจาลิ้นทอง

“ฮึ่ม ยายแก่หนังเหี่ยวนี่ ฉันอุตส่าห์พูดจาดี ๆ ด้วย ไม่คิดจะไว้หน้ากันบ้างเลยรึไง คิดผิดคิดใหม่ได้นะ ช่วงนี้อากาศมันแห้งแล้งหากไม่ระวังฟืนไฟให้ดี เดี๋ยวไฟม่งไฟไหม้ขึ้นมาจะลำบากกันไปใหญ่”

 “อุ๊ย แเก่เก่ออะไรกัน ฉันยังเอ๊าะอยู่เลย เอ่อ ว่าแต่แกชื่ออะไรนะเห็บหมาใช่ไหมเมื่อกี๊แกขู่ฉันเหรอไอ้เห็บหมา”

 “ชื่อกระทิงโว้ย”

เจ้ากระทิงโมโหที่ถูกเปลี่ยนชื่อจนหน้าแดงหน้าดำ

 ก๊าก

 ฮ่ะ ๆ

 ชาวบ้านพอได้ยินว่าชื่อกระทิงเปลี่ยนเป็นชื่อเห็บหมาถึงกับหัวเราะน้ำตาเล็ดจนท้องคัดท้องแข็ง

ผิดกับเจ้ากระทิงที่ตอนนี้หน้าแดงเป็นตับหมูด้วยความโกรธมันได้แต่โกรธจนตัวสั่นชี้นิ้วใส่เธอแต่ก็พูดไม่ออก

พอมันสงบสติอารมณ์ได้ ไม่พูดไม่จา อาศัยหลักการที่ว่าหมัดข้าแข็งกว่า อยากได้อะไรก็ต้องได้ มันพุ่งตัวต่อยใส่เธอทันที จนชาวบ้านต่างกรีดร้องพากันคิดว่าแย่แล้ว งานนี้กวนอิมเผ็ดมีหวังไม่ตายก็คางเหลือง

แต่ทุกคนก็ต้องตกตะลึงอีกครั้งเมื่อเธอใช้มือปาดหมัดของมันให้เบี่ยงเบนออกไปด้านข้างเบา ๆ อย่างนุ่มนวลผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง เธอยังฉกฉวยโอกาสตบหน้าของเจ้ากระทิงไปฉาดใหญ่ทีหนึ่ง

 ชาวบ้านต่างพากันปรบมือเสียงดังเรียวกราวอย่างชอบอกชอบใจ

“นั่น หมัดไท้เก๊กนี่”

“ว้าว หัวหน้าเราเจ๋งเป็นบ้าเลย”

“ลุยเลยหัวหน้า”

 ชาวบ้านต่างพากันตะโกนเชียร์เสียงดังจนคอหอยแทบแตก

 เจ้ากระทิงมันโกรธที่ถูกตบหน้าจนควันแทบออกหู แต่ร่างกายของมันแข็งแกร่งจริง ๆ มันระดมต่อยใส่เธอสิบสามหมัดในอึดใจเดียวเธอก็ตีโต้กลับไปแถมยังโจมตีถูกทรวงอกท้องน้อยของมันไปหลายครั้ง

 ถ้านี่เป็นการแข่งขัน เธอคงได้แต้มชนะขาดลอยไปแล้ว แต่น่าเสียดายที่เป็นการต่อสู้จริง ๆ มันไม่รู้สึกสะดุ้งสะเทือนอะไรเลย มันหนุ่มฉกรรจ์ส่วนเธอเข้าสู่วัยทองพละกำลังเริ่มถดถอย

ในที่สุดเธอเริ่มเหนื่อยหอบแล้วก็พลาดท่าเสียที ถูกมันเตะอัดเข้าที่ชายโครง จนตัวลอยไปไกลสามเมตรหล่นโครมอย่างแรงลงบนโต๊ะพลาสติก ที่ตั้งอยู่หน้าร้านขายของชำแถมยังกระอักเลือดออกมาคำหนึ่งจนชาวบ้านต้องเบ๊ะปากราวกับรู้สึกเจ็บแทน

 “ให้ผมช่วยไหมครับ”

 ฉินฟ่านยื่นมือออกไปจะช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้น

“ช่วย ๆ ช่วยมารดาแกสิตาบอดรึไง ไม่เห็นรึไงว่า มารดากำลังได้เปรียบอยู่ชัด ๆ กำลังจะเทคนิเคิลน็อกเอาต์มันได้อยู่แล้วถอยไปไกล ๆ เลย”

เธอปัดมือเขาออกห่าง พลางลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว

 “ไอ้หน้าเห็บหมาอย่าหนีนะเว้ย คราวนี้แกเสร็จฉันแน่”

 เธอพุ่งเข้าใส่อย่างไม่กลัวตาย ลืมคำสอนของอาจารย์ที่เน้นเรื่องเคล็ดนุ่มนวลโอนอ่อนผ่อนคลายไปทีละน้อยผ่านไปเพียงสิบกระบวนท่า เธอก็ถูกเตะกระเด็นออกมาอีกครั้งที่โต๊ะพลาสติกตัวเดิมชาวบ้านต้องเบ๊ะปากเหมือนเดิม

 “ให้ผมช่วยไหมครับ”

 เขายังคงถามคำเดิมด้วยสีหน้าอมยิ้ม

 “ช่วย ๆ มารดาอ่อนแอ ถึงขนาดต้องให้ลูกทรพีอย่างแก มาช่วยด้วยรึไง ถ้าขืนพูดมากอีก แม่จะเอาขี้เถ้ายัดปากซะเลย”

 เธอสายตาสั้น แต่ตอนนี้ไม่ได้สวมแว่นสายตา จึงเห็นใบหน้าของเขาไม่ค่อยชัดแต่เธอจำเสียงของเขาได้ จึงด่า

เขาด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด แต่ฉินฟ่าน

กลับอมยิ้มอย่างไม่ถือสาต่อคำด่าทอที่หยาบคาย

 มารดา…แม่ คำเรียกหานี้ช่างไกลตัวยิ่งนักเขาเสียแม่ไปตั้งแต่ยังเด็กความทรงจำทุกเรื่องราวที่เกี่ยวกับแม่ก็เลือนรางลงทุกที

ตอนที่เธอปัดฝุ่นลุกขึ้นยืนอีกครั้ง กำลังจะอ้าปากด่าเจ้าเห็บหมา ก็ได้ยินฉินฟ่าน

กระซิบเบาๆว่า

 “กล่องดวงใจ”

ดวงตาของเธอฉายแววเจิดจ้าขึ้นมาทันที

ใช่แล้ว กล่องดวงใจเป็นจุดอ่อนของมัน

ผู้ฝึกกำลังภายนอกต่อให้ฝึกฝนจนร่างกายแข็งแกร่งเหมือนเหล็กก็ยังยากที่จะฝึกให้อวัยวะเพศของผู้ชายแข็งเหมือนเหล็กได้

 “ว่าไงยายแก่ยอมแพ้ซะดี ๆ เดี๋ยวจะหาว่าฉันรังแกคนแก่”

 “ไอ้หน้าเห็บหมาแกใช้หัวแม่ตีนคิดอยู่

รึไงถึงคิดว่าจะเอาชนะฉันได้ ฉันน่ะฉายากวนอิมเผ็ดนะเว้ย

ตอนฉันผาดโผนในยุทธภพแกยังวิ่งแก้ผ้า จนหนอนน้อยแกว่งไปแกว่งมาขี้มูกเขียวอี๋ไหลย้อยเข้าปากอยู่เลย”

ฮ่า ๆ

ชาวบ้านคงขำกับคำว่าหนอนน้อยแกว่งไปแกว่งมา

 “ฮ่ะ ๆ ขำกลิ้งเลยวะวันนี้ดวงซวยมาเจอยายแก่ปากจัด ดี…ถ้าวันนี้ฉันแพ้จะยอมเปลี่ยนชื่อจากกระทิงเป็นเห็บหมาเข้ามาเลย”

 เจ้ากระทิงรุกไล่ ทั้งเตะทั้งต่อยอย่างรุนแรงหนักหน่วงจนเกิดเสียงลมดังหวืดหวือ เรี่ยวแรงของมันคล้ายกับไม่มีวันหมดสิ้น กวนอิมเผ็ดต้านทานแต่ละหมัดของมันอย่างยากลำบาก ได้แต่อาศัยความพลิกแพลงของท่าร่าง ที่คล่องตัวกว่าหลบเลี่ยงไปมา

 “ตาย!”

 เจ้ากระทิงเงื้อหมัดอันใหญ่โตหมายเผด็จศึกกะว่าหมัดเดียวตัดสินผลแพ้ชนะกันไปเลย

 จังหวะนั้นเองฉินฟ่านดีดถั่วลิสงออกไปเม็ดหนึ่ง พุ่งไปกระแทกทรวงอกของมันไม่หนักไม่เบา แต่เพียงพอที่จะทำให้มันหายใจติดขัดหยุดการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะหนึ่ง กวนอิมเผ็ดหูไวตาไวพอเห็นมันชะงักงันไปวูบหนึ่ง ก็รู้ว่าโอกาสทองมาถึงแล้ว เธอเตะออกไปสุดแรงเกิดใส่กล่องดวงใจของมันทันที

 พลั่วะ!

 ใบหน้าของเจ้ากระทิงถึงกับเหยเก ร่างของมันค่อย ๆ ทรุดลงไปนอนกองกับพื้นจุกจนร้องไม่ออก จนลูกน้องสี่คนต้องรีบมาลากมันจากไปก่อนที่ชาวบ้านจะถือโอกาสรุมประชาทัณฑ์พวกมัน

“ชนะแล้ว พวกเราชนะแล้ว”

 “คลานกลับไปเลย ไอ้พวกสารเลว”

 เฮ!

 “สุดยอด”

 “กวนอิมเผ็ด”

 “กวนอิมเผ็ด”

 “กวนอิมเผ็ด”

 เสียงโหวกเหวกโวยวายของชาวบ้าน

ที่ต่างพากันตะโกนโห่ร้องให้กับชัยชนะในครั้งนี้

กวนอิมเผ็ดรู้ดีอยู่แก่ใจว่าที่เธอชนะไม่ใช่ว่าเป็นเพราะโชคช่วย แต่เป็นชายหนุ่มคนนั้นช่วย แม้เธอจะหงุดหงิดด่าใส่เขาอย่างเสีย ๆ หาย ๆ เขาก็ยังใจดี จึงอยากจะขอบใจเขา เธอเดินเข้าไปหาเขาพลางใช้มือควานไปมาหาแว่นตาตามเสื้อผ้าอ้อ อยู่ในกระเป๋าเสื้อด้านซ้ายนี่เอง แต่พอเธอหยิบออกมา ก็พบว่ามันถูกแรงกระแทกตอนล้มลงบนโต๊ะกระจกเลนส์ด้านซ้ายจึงแตกร้าว

เฮ้อ  เวรเอ๊ยต้องเสียเงินตัดแว่นใหม่อีกแล้ว เธอสวมมันเสร็จ ก็เดินมาถึงเบื้องหน้าของฉินฟ่านพอดี พอเห็นใบหน้าของเขา

เธอถึงกับผงะ ร่างของเธอสั่นระริกเบา ๆ น้ำตาค่อยไหลลงมาอาบสองแก้มเธอยื่นมือออกไปช้า ๆ ลูบใบหน้าของเขาอย่างทะนุถนอม เหตุการณ์นี้สร้างความประหลาดใจให้กับเขามาก

“ลูกแม่”

 พอได้ยินคำนี้ฉินฟ่านถึงกับสะท้านไปวูบหนึ่ง เขากำลังจะบอกว่า เธอจำคนผิดแล้วแต่เธอเดินเข้ามากอดเขา จนแน่นเสียก่อน

“ลูกแม่ หัวหมูของแม่ แม่คิดถึง

ลูกเหลือเกิน อย่าทิ้งแม่ไปไหนอีกเลยนะลูก”

 ฉินฟ่านถึงกับขนลุกเกรียวแม่ที่ไหนจะบ้าตั้งชื่อลูกตัวเองว่าหัวหมู เหมือนแม่คนนี้บ้าง

แต่ไอ้ความรู้สึกเล็ก ๆ ที่คอยกวนใจเขานี่มันอะไรกัน เขาสัมผัสได้ถึงความรักอันอ่อนโยนที่มีต่อเขา จากแม่คนนี้จริง ๆ เขาคงไม่ได้ฝันไปใช่ไหม

ชาวบ้านเห็นกวนอิมเผ็ดกำลังยืนกอดชายหนุ่มที่หล่อเหลาระดับพระเอกหนังอยู่

ภาพที่เห็นนี้ทำให้ทุกคนต่างสะกิดชี้ชวนเพื่อนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้ดูเสี่ยวเจียวสาวเปรี้ยวหน้าตาดี เดินกระแซะ ๆ เข้าไปหาทันที

“นี่ ลูกชายของเจ๊เหรอ รึว่าหลานชายชื่ออะไรคะขอสมัครเป็นแฟนได้ไหมคะหล่อ ๆ แบบนี้สเปกฉันเลยค่ะ”

“เสี่ยวเจียวเลิกฝันกลางวันไปซะเถอะ

อย่าคิดว่าว่าฉันแก่แล้ว หูตาจะฝ้าฟาง

เธอทั้งกินเหล้าทั้งสูบบุหรี่ ท่องราตรีหมก

ตัวอยู่ตามผับตามบาร์มากกว่าอยู่บ้านซะอีก

 ดังนั้นเธอตกสัมภาษณ์ที่จะมาเป็นสะใภ้ของฉันตั้งแต่รอบแรกแล้วเสียใจด้วย”

 กวนอิมเผ็ดยืนยันนั่งยัน ปฏิเสธสะใภ้แบบนี้อย่างเด็ดขาด

“เข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้วครับผมแค่คนผ่านทางมาเท่านั้นเองครับ”

ฉินฟ่านโบกไม้โบกมือปฏิเสธแต่พอพูดจบเพียงแค่อึดใจเดียว ที่เบ้าตาข้างขวาก็ถูกต่อยอย่างแรง

“ไอ้ลูกเนรคุณ ไอ้ลูกบ้าไอ้ลูกทรพีแม่แกยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้ทั้งคนยังไม่ทันลงโลงสักหน่อย ดันทะลึ่งมาบอกว่าเป็นแค่คนผ่านทาง อย่างนี้ต้องตีให้ตาย”

 “โอ๊ย อย่าตีผม ช่วยด้วยจ้า”

 กวนอิมเผ็ดมือเท้าคล่องแคล่วว่องไว

คว้าไม้กวาดข้างตัวได้ ก็วิ่งไล่ตีฉินฟ่านจนเขาต้องวิ่งหนีกระเซอะกระเซิงไปมาแบบไม่รู้ทิศทาง

…….

เหลียนฟ่ง โยโย่ อิ๋งอิ๋งนั่งปากอ้าตาค้างเหวอไปตาม ๆ กัน เมื่อเห็นสภาพของฉินฟ่านตอนที่กลับมาถึงบ้านรอบเบ้าตาขวามีรอยเขียวช้ำเป็นวง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าถูกต่อยมาเสื้อเชิ้ตอาร์มานี่สีเหลืองอ่อนขาดยาวกระรุ่งกระริ่งคล้ายกับถูกฉุดกระชากลากถู อย่างรุนแรงจนฉีกขาด ตั้งแต่หัวจรดเท้า เปรอะเปื้อนไปด้วยแป้งมันไข่ไก่ เศษผักเล็ก ๆ ก็ยังมีติดอยู่ที่เส้นผม สภาพสุดแสนที่จะอเนจอนาถจนสาว ๆ สุดจะทนดู

“หยุด…”

“หยุดเลย”

“ห้ามหัวเราะ”

 ฉินฟ่านปั้นหน้าเครียดพร้อมกับลูบเอาไข่ขาวออกจากหน้า

 “โยโย่ถ้าเธอยังหัวเราะอีก จะถูกลงโทษตามกฎบ้านพวกเธอก็ด้วยเข้าใจไหม”

 กฎบ้งกฎบ้านอะไรก็ไม่สนแล้วสามสาวเอามือปิดปาก กลั้นหัวเราะจนตัวกระเพื่อมไปมาน้ำหูน้ำตาเล็ด ยิ่งกว่าดูหนังตลกซะอีก

 “โอ๊ย…ทนไม่ไหวแล้ว ฮ่ะ ๆ นี่

ที่รักฮ่ะ ๆ ทำไมถึงได้มีสภาพอย่างนี้ล่ะไปฟัดกับหมาที่ไหนมา ฮ่ะ ๆ”

เหลียนฟ่งกลั้นหัวเราะจนหน้าตาแดงกล่ำทนไม่ไหวเลยหัวเราะออกมาเป็นคนแรก

“พี่ ฮ่ะ ๆ พี่ฟ่านฮ่ะ ๆ ไอ้ที่เบ้าตาเขียว ๆ เป็นหมีแพนด้าฮ่ะ ๆ โดนต่อยมาใช่ไหมคะ”

 อิ๋งอิ๋งหลุดหัวเราะเป็นคนที่สอง

“สามจรรยาสี่คุณธรรมนะรู้จักบ้างไหม

แน่ะ! ยังจะหัวเราะอีก”

 แชะ!

 แชะ!

 แชะ!

 “โย่โย่ ยัยยาหยีตัวแสบ ถ้ายังไม่เลิกถ่ายรูปจะจับเธอฟาดให้ก้นลายเลย ฮึ่ม!”

 ฉินฟ่านพอพูดจบก็สะบัดหน้าเดินกระฟัดกระเฟียดไปอาบน้ำเพราะใกล้ถึงเวลาที่จะต้องไปอวยพรงานวันเกิดคุณนายเย่แล้วตกเย็นลู่เจี้ยนก็ขับรถมารับเขาและหลินฮัวกับลูกสาวที่บ้าน เพื่อไปงานด้วยกัน

 พอลู่เจี้ยนเห็นร่องรอยบนใบหน้าของ

ฉินฟ่านก็ตกใจ แต่เพียงแค่แวบเดียวเขาก็กลั้นหัวเราะไม่อยู่

ฮ่ะ ๆ

 “ไอ้เบื๊อกเอ๊ยนี่แกโดนใครอัดมาวะ ตาถึงได้เขียวอี๋เลย บัดซบเอ๊ย รีบบอกมาเร็ว ๆ เข้าพี่ใหญ่จะไปกระทืบมันให้จมดินเอง”

 ลู่เจี้ยนโมโหแทนน้องจนควันแทบออกหู

 “ใจเย็น ๆ เป็นแค่เรื่องเข้าใจผิดน่ะพี่ใหญ่ เออ ว่าแต่พี่ใหญ่สืบมาได้รึยังว่าสาวที่ไหนใจกล้ามาล้วงคองูเห่าอย่างพี่"

 "นี่แกไม่ยอมบอกจริง ๆ ใช่ไหม”

 ลู่เจี้ยนกัดไม่ปล่อย ไม่ยอมให้เขาเปลี่ยนเรื่องคุย เรื่องที่ตาเขียวต้องขุดคุ้ยให้ถึงที่สุด

 “โธ่…ก็บอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดเอา ไว้ไปเจอทุกคนก่อนค่อยเล่าทีเดียวเลยละกัน”

 ลู่เจี้ยนได้ยินน้องชายโอดครวญตอบเสียงอ่อย ๆ ก็ไม่อยากเซ้าซี้กวนใจมาก

“พี่ให้ไอ้หัวทองไปสืบมาจนได้เรื่องแล้วเธอชื่อจางเย่จื่อ ในวงการใต้ดินตั้งฉายาเธอว่านิ้วชั่งทอง เป็นนักล้วงอันดับหนึ่งของซูโจว

ที่ได้ฉายานี้เป็นเพราะว่านิ้วของเธอเบามาก ลงมือรวดเร็วแม่นยำไม่เคยล้มเหลวมาก่อน เธอรับงานอิสระไม่มีต้นสังกัดแต่เป็นคนใจกว้างมือเติบ ใช้เงินเป็นเบี้ย ใครเดือดร้อนเรื่องเงินทองแค่บอกมาคำเดียว เธอไม่เคยอิดออดแถมยังชอบเลี้ยงเหล้าพวกนักเลง

วันตรุษ วันสารทก็มีของติดไม้ติดมือไปคารวะลูกพี่แก๊งต่าง ๆ จนพวกเขารักเอ็นดูเธอเหมือนลูกหลาน ดังนั้นเธอจึงมีชื่อเสียงพอสมควร หากใครคิดจะรังแกเอาเปรียบเธอ ก็ต้องคิดให้ดี ๆ เสียก่อน เพราะเธอมีพรรคพวกหนุนหลังมาก

พูดไปก็ยิ่งตลกแม้แต่ไอ้หัวทอง ก็ยังเคยไปยืมเงินเธอเลย ตอนที่เมียของมันจะคลอดลูก"

 ลู่เจี้ยนคล้ายชื่นชมเธอที่เป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แต่กลับผาดโผนในวงการนักเลงมาได้หลายปีโดยที่ไม่บุบสลาย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status