LOGINต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดง
ตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดู
ฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขา
ว้ายยยย
เสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้
“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”
แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว
“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”
ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือน
ผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของ
แบทแมนไปมา พอได้จังหวะเขาเอาหน้าผากโขกโดนจมูกของแบทแมนเข้าอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นจี๊ดขึ้นมาทันที พร้อมเลือดกำเดาที่ไหลรินเป็นทางสะกิดให้แบทแมนมีสติขึ้นมาทันที
ตอนนี้เองที่มันรู้สึกว่าผู้หญิงเบื้องหน้าดูแปลกมาก พร้อม ๆ กับทีมหมวดมู่เริ่มโอบล้อมเข้ามาใกล้ แบทแมนเอามือเช็ดเลือดออก
“เฮอะ…แกเป็นผู้ชายสินะไม่เลวนี่หว่าแต่งซะสวยเชียว เป็นพวกตำรวจเหรอไง คิดว่าใช้แผนนางนกต่อแล้วจะจับฉันได้ละสิ ฝันไปเถอะ”
แบทแมนแทนที่จะวิ่งหนี มันกลับวิ่งเข้าใส่ฉินฟ่าน แล้วดีดตัวใช้ท่าเข่าลอย ที่เล็งโจมตีใบหน้าของคู่ต่อสู้
นี่คือท่าไม้ตายประจำตัวของมัน
หึ หึ คราวนี้ฟันแกจะต้องหักกระจุยแน่
แต่ฉินฟ่านกลับกระโดดได้สูงกว่ามัน
“โอ๊ะ แย่แล้ว”
ในขณะที่แบทแมนกำลังตกใจ เข่าของฉินฟ่านก็อัดเข้าจมูกของมันอีกครั้ง
“โอ๊ย เจ็บโว้ย โอ๊ย…”
มันทรุดลงไปนอนร้องดิ้นครวญคราง เพราะความเจ็บที่จุดเดิมซ้ำสอง จนน้ำตาเล็ด สงสัยดั้งจมูกจะหักซะแล้ว ตอนนี้เองทำให้มันลืมสะกดคำว่าหนีไปชั่วขณะ ทีมหมวดมู่ก็เข้ามาล้อมกรอบมันไว้ในระยะห้าเมตร แต่ถึงจะเห็นสภาพของมันแบบนั้น ทุกคนก็ยังระมัดระวังตัว เพราะกลัวท่าเตะก้านคอของมัน
แต่ฉินฟ่านไม่กลัว เขาลงไปนั่งยอง ๆ ข้างตัวมัน
“จุ๊ ๆ คงเจ็บน่าดูสินะ ขอโทษด้วยจริง ๆ
แต่ฉันไม่ใช่ตำรวจ”
“ไม่ใช่ตำรวจฮ่ะ ๆ แล้วแกเสือกมายุ่งเรื่องนี้ทำไมวะ”
“เพราะว่าฉันเป็นศาลเตี้ย”
จู่ ๆ แบทแมนที่กำลังนอนนอนกุมหน้าร้องโอดโอยอยู่ ก็ดีดตัวขึ้นจากพื้น สะบัดเท้าหมายจะเตะใส่ก้านคอของฉินฟ่าน แต่กลับโดนฉินฟ่านยกแขนขวาตั้งการ์ด รับมือลูกเตะ กรงเล็บของแบทแมนหมายจะขยุ้มคอหอยของเขา ฉินฟ่านรีบเอนกายไปด้านหลังหนึ่งคืบจึงรอดพ้นจากท่านี้แบทแมน เคยฝึกมวยไทยมาสามปี มันจึงฟันศอกตีเข่าอย่างคล่องแคล่ว แต่ไม่ว่าจะใช้แม่ไม้มวยอะไร ฉินฟ่านก็ปัดป้องได้อย่าเฉียดฉิวทุกทีจนมันเริ่มร้อนรนในใจ ฉินฟ่านออกหมัดแย็บสองจังหวะใส่ใบหน้าของมันแล้วอัปเปอร์คัตขวา เข้าที่ปลายคางของมันอย่างจังจนตัวของมันลอยขึ้นจากพื้นตามแรงหมัด แล้วฮุคซ้ายอัดเข้าไปที่ลิ้นปี่ของมันอีกครั้ง
“โอ้ย…”
แบทแมนนอนคุดคู้อยู่กับพื้นจุกจนพูดไม่ออก สิ้นฤทธิ์ในทันที
“แกถูกจับแล้วไอ้โรคจิต”
เสี่ยวเตารีบจับมันพลิกตัว แล้วแกล้งทิ้งเข่าลงแรง ๆ บนแผ่นหลังของมันเพื่อกดหลังของมันไม่ให้ขยับ เป็นการแก้แค้นเรื่องคราวก่อนแบบแอบแฝง เขาจับมือมันไพล่หลังล็อกกุญแจทันที
ลูกน้องพาแบทแมนเดินไปขึ้นรถ ส่วนฉินฟ่านกับหมวดมู่เดินตามหลังอยู่ห่าง ๆ
“คุณยิ้มอะไรคะ”
“ก็ดีใจที่จะได้รับบิ๊กโบนัสไงครับ ลุงเค่อขีดเส้นตายไว้สามวัน แต่ผมออกโรงวันเดียวก็จับมันได้ อั่งเปาก็น่าจะห่อใหญ่หน่อยใช่ไหมครับ”
“ฉันว่าคุณน่ะโรคจิตตัวพ่อยิ่งกว่าเจ้าแบทแมนเสียอีก เอาเถอะฉันเป็นคนรักษาคำพูด ช่วยเร็ว ๆ หน่อยก็แล้วกัน”
เธอหลับตาปี๋ ในสภาพที่ไม่ได้อยู่ใน
อารมณ์เลิฟซีนเลย ราวกับอยากจะบอกเขาว่า จะทำอะไรฉันก็รีบ ๆ ทำสักทีเถอะ มันจะได้เสร็จ ๆ ไป
แววตาของฉินฟ่านกลับหม่นหมองลง
เขาถอนใจยาว จนป่านนี้แล้ว เธอก็ยังไม่ยอมเปิดใจให้กับเขาอีกเหรอ
เขาเดินเข้าไปจุมพิตเบา ๆ ที่หน้าผากของเธอ เธอยังคงหลับตาปี๋รอการรุกจากเขาอยู่ครู่ใหญ่ แต่ไม่มีการทำอย่างอื่นอีก พอเธอลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ก็ไม่พบเห็นเขาอีก แล้วรางวัลใหญ่ที่เขาอยากได้นักอยากได้หนามีแค่นี้เองเหรอที่เขาต้องการ สายตาของเธอดูเหม่อลอย สามลมพัดโชยวูบมาพร้อมกับความรู้สึกที่มันโหวงเหวงในใจแบบนี้ มันคืออะไร
ในห้องประชุมของสถานีตำรวจ หลังจากที่มู่ปิงปิงสรุปผลการจับกุมแบทแมนเป็นอันว่า คดีนี้ได้ปิดลงอย่างงดงาม
“ฮ่ะ ๆในที่สุดก็จับเจ้าแบทแมนจนได้ พวกเธอทำได้ดีมาก เสี่ยวลี่โทรไปจองโต๊ะด้วยมื้อค่ำนี้ฉันเลี้ยงเอง”
“ค่ะ หัวหน้า”
ทุกคนต่างยิ้มแก้มปริทยอยเดินออกจากห้องประชุม
“เสี่ยวปิงลำบากเธอแล้วนะ”
“เป็นหน้าที่ของหนูอยู่แล้วค่ะ แต่หัวหน้าคะความจริงแล้วคนที่จับมันได้คือฉินฟ่านค่ะ”
เธอเล่าเหตุการณ์ ตั้งแต่ต้นจนจบให้เค่อตงหยางฟัง
“เสี่ยวปิงเรื่องคู่ครองเป็นเรื่องของหนุ่มสาว แต่ลุงรักเอ็นดูเธอเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ลุงจึงอยากจะเตือนเธอด้วยความหวังดี ในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งจะพบรักแท้ได้สักกี่ครั้ง จะเจอคนที่จริงใจได้สักกี่คน หึ หึ แค่เขารู้ว่าเธอจะปลอมตัวเป็นเหยื่อล่อในคืนนี้ เขาถึงกับผลุนผลันรีบออกไปทันทีราวกับไฟไหม้บ้านเพราะกลัวว่าเธอจะมีอันตรายแต่ว่า…เขาไม่ได้ออกทางประตู”
“อ้าว ถ้าไม่ได้ออกทางประตูแล้วเขาออกไปทางไหนคะ”
ยิ่งฟังเธอยิ่งสงสัย
เค่อตงหยางไม่ตอบ แต่กลับชี้ไปที่หน้าต่าง
มู่ปิงปิงทำตาโตอย่างเหลือเชื่อ
“กระโดดลงไปเหรอคะ แต่นี่มันชั้นสี่นะคะ”
“อื้อ ชั้นสี่”
หลังจากนั้นเธอก็เดินเหม่อลอยออกจากห้องประชุมแบบไม่รู้ตัวน้ำตาไหลพรากอาบแก้มปากเอาแต่พึมพำคำว่า “ชั้นสี่ เขากระโดดจากชั้นสี่”
“เจ๊…เจ๊”
เสี่ยวลี่เรียกพร้อมกับเขย่าแขนของเธอ
แรง ๆ จนเธอได้สติอีกครั้ง
“หืม อ้าวเสี่ยวลี่มีอะไรเหรอ”
เสี่ยวลี่มองดูใบหน้าสวยซึ้งของมู่ปิงปิง ที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา
“เจ๊เป็นอะไรรึเปล่าอย่าทำให้หนูกลัวสิ”
“ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ”
“ถ้างั้นเจ๊ร้องไห้ทำไม ถ้ามีเรื่องอะไรไม่สบายใจก็ระบายกับหนูได้นะคะ”
มู่ปิงปิงก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ว่าเธอร้องไห้ทำไม รึว่าเธอเป็นห่วงเขา บ้าเอ๊ย น่าตีให้ตายจริง ๆ
“ขอบใจนะฉันขอไปล้างหน้าก่อน จะได้ไปกินข้าวกัน เดี๋ยวหัวหน้าเค่อจะรอ”
เสียงเพลง เสียงพูดคุยเสียงหัวเราะกลิ่นหอมของอาหาร กลิ่นดอกไม้ เป็นสิ่งที่เขาชื่นชอบ เพราะมันช่วยให้เขาอารมณ์ดีอยู่เสมอ
แต่ทำไมคืนนี้จิตใจของฉินฟ่านจึงรู้สึกห่อเหี่ยวชอบกล ความรักยากจะฝืนใจกันรึว่า สวรรค์ติว่าเขาโลภมากเกินไป มีสาวงามอยู่ข้างกายหลายคนแล้ว ยังไม่รู้จักพอ เรื่องของเขากับมู่ปิงปิง มันคงยากที่ไปต่อรึว่า เขาจะต้องตัดใจยอมแพ้จริง ๆ
ฉินฟ่านเดินใจลอยกลับมาบ้าน แต่พอจะเข้าบ้าน เขาก็ตบหน้าตัวเองเบา ๆ เพื่อตั้งสติพยายามปั้นรอยยิ้มขึ้นมา เพราะไม่อยากให้พวกเธอเห็นเขาทำสีหน้าหม่นหมอง
สาว ๆ พอเห็นเขาถึงกับตกใจแกมอิจฉา โยโย่เดินเข้ามาเชยคางเขา แล้วพูดหยอกว่า
“น้องสาวหลงทางมาเหรอจ๊ะให้พี่ไปส่งไหม”
พวกสาว ๆ หัวเราะกันครืน คุณหนูสี่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ถึงกับเดินมาลองบีบหน้าอกของเขา อือ นุ่มเหมือนของจริงเลยแฮะ วันหลังซื้อมาใช้บ้างดีกว่า
ฉินฟ่านเพิ่งรู้สึกตัวว่าลืมเปลี่ยน
ชุดกับมู่ปิงปิง ตอนนี้เขายังคงสวมชุดเดรสสีแดงอยู่
“คนสวย ไปช่วยงานราชการตำรวจสาวมาอีกละสิเป็นไงบ้าง คราวนี้ได้กำไรมากี่มากน้อย”
เหลียงฟ่งเทน้ำชาให้เขาดื่ม
“คุณเห็นผมเป็นคนยังไง ผมไปช่วยจับโจรผู้ร้ายเพื่อความสงบสุขของชาวบ้านต่างหากละ ไม่พูดมากแล้ว ผมไปอาบน้ำก่อนดีกว่า”
“ไม่ได้คุณต้องกินขาหมูน้ำแดง สูตรลับประจำตระกูลของฉันก่อน ฉันอุตส่าห์บรรจงทำสุดฝีมือตั้งแต่เช้าเชียวนะ”
“รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ ตักมาชามใหญ่ ๆ เลย”
“นี่ เจ๊ ตักมาเผื่อฉันด้วยค่ะ”
“ขอฉันชิมด้วยคนนะคะ”
สาว ๆ ต่างร่ำร้องอยากชิม
“ถ้าพวกเธออยากอ้วนเป็นหมู ก็ได้เลย”
ฉินฟ่านลืมตาตื่นงัวเงียขึ้นมา เจ็ดโมงเช้าแล้วรึนี่พอนอนเต็มอิ่มบิดขี้เกียจแล้วก็รู้สึกสดชื่นขึ้น เก้าโมงเช้าร้านสัตว์เลี้ยงก็โทรมาบอกว่า ทางร้านจะมาติดตั้งกรงสัตว์เลี้ยงและขุดบ่อปลา ฉินฟ่านจึงปล่อยให้เหลียนฟ่งดูแลจัดการเรื่องนี้ ส่วนเขาโทรไปหาเหอเหลี่ยนเจี๋ย ถามเรื่องรูป
แกะสลัก ว่าคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว
"สวัสดีครับคุณ ฉินฟ่านผมกำลังจะโทรไปแจ้งให้ทราบพอดีเลยครับว่างานเสร็จเรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้เราพร้อมที่จะนำรูปแกะสลักไปติดตั้งให้เลยครับ แต่เสี่ยวจงอยากไปดูสถานที่จริงก่อน ว่าคุณต้องการติดตั้งบริเวณไหนครับ ครับ ได้ครับถ้างั้นผมจะให้เสี่ยวจงไปหาคุณที่บ้านเดี๋ยวนี้เลยครับ"
เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเสี่ยวจงก็ขับรถมาถึงวิลล่า
"เสี่ยวจงคุณนี่รวดเร็วทันใจดีจริง ๆ ผมชอบนะ วางหูแค่แป๊บเดียว คุณก็มาถึงบ้านของผมแล้ว"
"สวัสดีครับทุกท่านผมชื่อเสี่ยวจงครับ งานสำคัญแบบนี้ ผมจะกล้าชักช้าได้ยังไงกันละครับว่า แต่จะให้ผมติดตั้งบริเวณไหน
เหรอครับ"
เสี่ยวจงสวัสดีทักทายสาว ๆ ของ
ฉินฟ่านพลางแนะนำชื่อของตัวเอง
ฉินฟ่านเล่าบรรยากาศ การตกแต่งของคลับนรกแม้แต่รายการอาหารที่อยู่บนโต๊ะ กาเหล้าลักษณะแบบไหนดอกไม้ในแจกันสีอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างยังคงแจ่มชัดในความทรงจำของเขา ให้เสี่ยวจงฟังเสี่ยวจงสเก็ตช์ภาพตามที่เขาพูดอย่างรวดเร็ว เขาตรวจดูภาพสเก็ตช์พร้อมกับกำชับเสี่ยวจงว่ารายละเอียดทุกอย่างจะต้องสมจริง
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาขัดจังหวะ
ลู่เจี้ยนเรียกให้เขาไปพบ เขาจึงโบ้ยปากให้เหลียนฟ่งคุยกับเสี่ยวจงเอง ว่าจะวางรูปปั้นในตำแหน่งไหนแล้วเขาก็ขับรถออกไป
สวนสมุนไพรนานาชนิดกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตามีทั้งเก๋ากี้ ตังกุย อึ่งคี้ ตังเซียมและสมุนไพรอื่นอีกสามสิบชนิด นี่เป็นเพียงก้าวแรก ทุกสิ่งทุกอย่างต้องค่อย ๆ เรียนรู้ปัญหา ค่อย ๆ ปรับปรุงกันไป ลู่เจี้ยนกับฉินฟ่านยืนชื่นชมผลงาน ตอนนี้คนงานนับร้อยกำลังทำงานกันอย่างแข็งขัน ท่ามกลางแดดอันร้อนระอุ
“ชอบรึเปล่า พี่ใหญ่”
ฉินฟ่านยืนเคียงข้างลู่เจี้ยน
“ชอบสิ”
“สวนสมุนไพรแห่งแรกของพวกเรา”
“อื้อ มันช่างงดงามจริง”
ไอ้หัวทองตั้งแต่รับกระสุนแทนเจ้านาย
ก็ได้เลื่อนขั้นแบบก้าวกระโดด กระสุนทำให้กระดูกนิ้วของมันแตกละเอียดทำให้ต้องตัดนิ้วทิ้งไปสองนิ้ว ทุกวันนี้มันจึงกลายเป็นคนขับรถคนสนิทของลู่เจี้ยน ตอนนี้มันจึงยืนรอรับใช้อยู่ด้านข้าง
"พี่ใหญ่ ผมอยากให้สวนแห่งนี้เป็นฐานการผลิตยารักษาโรคราคาถูก เพื่อชาวบ้านที่ยากไร้ ชาวจีนจะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นส่วนการหาเงินทองนั้น พวกเราก็ค่อย ๆ หากันไป แต่ว่าในตอนนี้พวกเรามีเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องรีบจัดการ”
“หืม เรื่องเร่งด่วน”
ลู่เจี้ยนย่นคิ้วด้วยความสงสัยเพราะเขาคิดไม่ออกว่าเรื่องอะไร
“ใช่ เรื่องเร่งด่วนด่วนมากด้วย
ก็คือพวกเราต้องหาเจ้าสาวสวย ๆ ให้พี่สักคนเวลาอากาศหนาว ๆ จะได้มีคนกอดดีไหมครับ"
พรืด แค่ก ๆ
ไอ้หัวทองพอได้ยินถึงกับหลุดขำออกมาจนต้องเสแสร้งแกล้งไอสองสามทีเพื่อกลบเกลื่อน ก่อนจะหันไปมองชมนกชมไม้ทางอื่น
ลู่เจี้ยนเอามือนวดที่หัวคิ้วไปมา ราวกับว่าคิดเรื่องเจ้าสาวทีไรโรคไมเกรนของเขาชวนให้กำเริบขึ้นมาทันที เขาเองก็ด้อยประสบการณ์ในเรื่องจีบสาว
"ไอ้หัวทองแกจีบเมียแบบไหนเธอถึงได้ยอมแต่งกับแก ไหนลองเล่ามาสิ"
ลู่เจี้ยนถามไอ้หัวทอง เพราะชีวิตนี้เขาไม่เคยจีบสาว เคยแต่ซื้อกิน ตั้งแต่หนุ่ม ๆ ชีวิตเขาก็มีแต่ตีรันฟันแทง แย่งที่ทำกิน ชิงความเป็นใหญ่วนไปเวียนมาอยู่แบบนี้ทุกวี่ทุกวัน
"แฮะ พูดไปก็อายเจ้านายเปล่า ๆ นะ
ครับผมไปชอบผู้หญิงอยู่คนหนึ่งทั้งน่ารักทั้งฉลาด เราสองคนเคยทักทายพูดจากันไม่กี่คำ เพราะอยู่ละแวกเดียวกัน แต่เธอคงพอจะรู้อยู่บ้างว่าผมชอบเธอ เพราะผมซื้อขนมไปให้เธอบ่อย ๆ แต่เธอคงไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ที่ผมเป็นนักเลงหัวไม้ เธอจึงไปสนใจพนักงานบริษัทค้าเหล็ก เพราะอาชีพการงานของเขามั่นคงกว่า เมียคนนี้ผมเลยวางแผนกับลูกน้องไปฉุดมานะครับ
โอ้….เดี๋ยว ๆ เจ้านายอย่าเพิ่งด่าผมนะครับ สาบานได้ผมก็แค่กักตัวเธอไว้เฉย ๆ ผมไม่เคยล่วงเกินอะไรเธอเลยแม้แต่ปลายนิ้วก้อย ตอนแรกเธออาละวาดซะยกใหญ่ ทั้งทุบตีทั้งด่าทอผม ผมก็ได้แต่ยิ้มแหะ ๆ แถมยังเอาอกเอาใจเธอสารพัด พอเธอด่าผมว่าจับตัวเธอมาทำไม ผมก็เลยสารภาพรักกับเธอและสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจหากยอมแต่งงานกับผม พอฟังจนจบเธอก็ได้แต่นิ่งอึ้งไป
ผมกักตัวเธอเอาไว้สามวัน แล้วก็พาไปส่งที่บ้าน ในตอนนั้นพ่อแม่ของฝ่ายหญิงก็คงเหมือนน้ำท่วมปากพูดอะไรไม่ออกเพราะคงคิดว่าข้าวสารได้กลายเป็นข้าวสุกไปซะแล้ว ขืนปฏิเสธผม พวกชาวบ้านปากหอยปากปูเหล่านั้นคงได้นินทากันกระจายว่า เธอคงเสร็จผมไปแล้ว อีแบบนี้ยังจะมีผู้ชายคนไหนกล้ามาสู่ขอเธออีก
หลังจากนั้นผมก็ส่งสินสอดไปให้ที่บ้านของผู้หญิงจัดโต๊ะจีนเลี้ยงสักยี่สิบโต๊ะ อยู่กันไปอยู่กันมาพอมีลูกสักสองสามคน ก็รักกันเองครับ"
ฮ่า ๆ
สองพี่น้องพากันหัวเราะชอบใจพลางยกนิ้วให้กับวิธีเถื่อนดิบแบบนี้
"เรื่องจีบสาวนี่พี่ต้องยกให้ผม พี่แค่มองดูว่าชอบสาวคนไหนก็พอ แล้วผมจะสอนกลเม็ดเคล็ดลับให้อืม…จะว่าไปตั้งแต่พี่กินยาของผม พี่ก็ดูอ้วนท้วนขึ้นสีหน้าก็มีเลือดฝาด ใส่สูทสีเลือดหมูนี้แล้ว
ยิ่งดูดีหล่อเหลาขึ้นเป็นกอง"
"ใช่พี่รู้สึกแข็งแรงขึ้นมากจริง ๆ ต้องขอบใจนายมาก เมื่อเดือนก่อนพี่ใหญ่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล พี่ใหญ่ก็ถามหมอว่า คุณหมอครับทุกครั้งมียาให้ผมกินเป็นกำมือ ทำไมวันนี้ไม่เห็นคุณหมอจ่ายยาอะไรให้ผมเลย รู้ไหมคุณหมอตอบว่ายังไงคุณหมอบอกว่า ก็คุณแข็งแรงยิ่งกว่าผมซะอีก แล้วยังจะต้องกินยาไปทำไม"
"จุ๊ ๆ ของดีของผมนะยังมีอยู่อีกเยอะ พี่ใหญ่ยังไม่รู้ว่ายาเสาค้ำสมุทรของผมร้ายกาจยอดเยี่ยมกระเทียมดองขนาดไหน รับรองว่าคืนส่งตัวเข้าหอ พี่ชักทวนออกศึกเข่นฆ่าเมื่อไหร่รับรองว่าอาซ้อจะต้องยอมสยบอยู่แทบเท้าของพี่ ราวกับลูกแมวเชื่อง ๆ ตัวน้อยเลยล่ะอิ ๆ"
"แกนี่มันลามกได้ใจจริง ๆ หึ ๆ ฉันกลัวแต่ว่าแต่งเมียมาแล้ว จะกลายเป็นแม่เสือซะมากกว่า"
"หา…ลูกพี่มีของวิเศษแบบนี้ด้วยเหรอครับ"
ไอ้หัวทองหูผึ่ง เพราะความอยากได้แต่ไม่กล้าเอ่ยปากขอ เพราะฟังดูน่าจะเป็นตัวยาที่ล้ำค่ามาก ๆ แล้วก็คงแพงมาก ๆ ด้วย
ฉินฟ่านล้วงเอาขวดหยกสีเขียวที่กรุลวดลายมังกรขนดด้วยเส้นทองแดง ใบเล็กออกมาสองขวด ยื่นให้พวกเขาคนละขวด
"มีส่วนของผมด้วยเหรอครับ ขอบคุณลูกพี่มากครับ"
ไอ้หัวทองยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงใบหู มันลูบคลำขวดหยกเนื้อดีใบนั้นด้วยความตื่นเต้น ไม่นึกไม่ฝันว่าลูกพี่จะมีของดีมาเผื่อแผ่มันด้วย
"แน่นอน นายเป็นครอบครัวของเราก็ต้องมีส่วนของนายด้วยสิ"
ลูกพี่ถึงกับมองว่าเขาเป็นคนในครอบครัวเลยรึ น้ำตาของไอ้หัวทองถึงกับเอ่อคลอด้วยความซาบซึ้งใจ เขาตั้งใจว่าต่อไปเขาจะทุ่มเทชีวิตรับใช้สองพี่น้องคู่นี้อย่างสุดกำลัง
"เออ ว่าแต่งานขนส่งราบรื่นรึเปล่า มีอะไรให้ฉันช่วยจัดการบ้างไหม"
ฉินฟ่านนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่เคยแวะไปดูบริษัทขนส่งเลย
"ลูกพี่วางใจได้ครับ พนักงานทุกคนพอใจกับเงินเดือนและสวัสดิการที่ดีเยี่ยมของบริษัท ทุกคนจึงตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง ตีรันฟันแทงกันแบบนักเลงให้เห็น ส่วนเรื่องบัญชีผมจ้างคนที่เรียนจบการบัญชีมาโดยตรงให้มาจัดการ ส่วนการเพาะปลูกพืชสมุนไพร ผมจ้างนักวิชาการเกษตรมาช่วยดูแล"
"โอ้โฮเฮะผิดคาดเลยนะเนี่ย ความคิดความอ่านของนายนี่ดีจริง ๆ ทำได้ดีมากตั้งใจทำงานต่อไปนะ"
ฉินฟ่านรู้สึกพึงพอใจ ที่งานเริ่มเดินตามแผนที่เขาวางเอาไว้ไอ้หัวทองได้ยินลูกพี่ชม ถึงกับยืดอกอย่างภาคภูมิใจ แต่เรื่องจ้างคนมีความรู้ความเชี่ยวชาญมาจัดการเรื่องงานของแต่ละแผนก ความจริงเป็นไอเดียเมียของมันต่างหาก
ถึงมันจะเรียนหนังสือมาน้อย แต่ยังเคยได้ยินคำว่าผัวเมียคือคน ๆ เดียวกันไม่ใช่เหรอเพราะฉะนั้นความดีความชอบนี้ มันขอยึดเอาไว้
เองก็แล้วกัน
หลังจากนั้นลู่เจี้ยนก็พาทั้งสองคนไปท่องราตรีเมากันจนหัวราน้ำ
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ
ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ
อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก
เวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวงจันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คนทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงานแต่งงานนั้นคงต้องรออีกสามสี่เดือนเพื่อให้ม่านลี่ถีเรียนจบมหาวิทยาลัยซะก่อนในขณะที่ทั้งสองเดินเกี่ยวก้อย ชมแสงจันทร์มาถึงมุมสวนที่ห่างไกลจากผู้คน ในหัวของเจียงเซิงเต็มไปด้วยแผนการ ที่คิดจะเอารัดเอาเปรียบเธอเจียงเซิงเป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท หน้าตาดี เขาเคยว่าความชนะมาหลายคดีเป็นดาวเด่นของบริษัทเลยก็ว่าได้ รายได้ของเขาจึงค่อนข้างสูง ขับรถสปอร์ต กินอาหารโรงแรมชื่อดังเมื่อรวมจุดเด่นเหล่านี้เข้าด้วยกัน การที่เขาจะหลอกล่อเหยื่ออย่างม่านลี่ถีเพื่อพาเข้าโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องยากหลังจากเล่นเธอจนเบื่อเจียงเซิง ก็จะหาเรื่องทะเลาะและขอเลิกกับเธอ ส่วนแผนวิวาห์ที่สวยหรูก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย แล้วเขาก็จะเริ่มเล็งหาเหยื่อคนใหม่อ้อเหยื่อคนใหม่นี้ไม่ต้องสวยมา







