Share

บทที่ 18 ผิดคาด

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-15 07:00:54

ฉินฟ่านกลับมาถึงบ้าน ก็เห็นเหลียนฟ่งกำลังยืนแกะถุงพลาสติก เพื่อเตรียมอาหาร

"กลับมาแล้วเหรอคะ คุณคะ ช่วยหยิบเห็ดเข็มทองให้หน่อยค่ะ"

สักพักเธอรู้สึกว่ามีอะไรแข็ง ๆ ตุง ๆ มาดันก้นของเธอ พอจะหันไป เขาก็เข้ามาประชิดตัวกอดจากข้างหลัง 

เพียะ!

เธอตีแขนของเขา แบบอดไม่ได้

"ฉันขอเห็ดเข็มทองค่ะ ไม่ใช่เห็ดของคุณ"

"น่านะ แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"

แป๊บเดียวกับผีนะสิ คราวก่อนล่อเป็นชั่วโมง เล่นเอาเธอขาสั่นเลย

"เหม็นเหงื่อไปอาบน้ำก่อนเถอะค่ะ"

"เดี๋ยวค่อยอาบ"

เขาจูบไซร้ซอกคอไปมา จนเธอรู้สึกสยิวที่ต้นคอ

"คุณจะทำอะไรคะ เดี๋ยวเสี่ยวเฮ่อมาเห็น"

ฉินฟ่านเริ่มใช้สองมือเค้นคลึงหน้าอกอวบอิ่มของเธอ

"เสี่ยวเฮ่อไปนอนบ้านเพื่อน บอกว่าจะกลับมาพรุ่งนี้ตอนเย็น" 

"แต่ว่านี่มันห้องครัวนะคะ"

"อื้อ…ห้องครัวสิดี"

"เดี๋ยว อย่าใจร้อนนักสิ"

เขาคล้ายคนที่หลงทางอยู่กลางทะเลทราย กระหายน้ำอย่างรุนแรง ตอนนี้เห็นบ่อน้ำอยู่เบื้องหน้าแล้ว ยังจะให้รออะไรอีก

เขาจับเธอยืน ให้ร่างท่อนบนเอนราบลงกับเคาน์เตอร์ แล้วรูดกางเกงในลง ถลกกระโปรงสั้นสีแดงขึ้น แล้วแทงทันที

ท่วงท่าเหล่านี้ไหลรื่นต่อเนื่อง ราวกับเคยฝึกมาแล้วนับพันครั้ง

ว้าย!

"ขอโทษ แรงไปเหรอ"

"ผิดรูแล้วค่ะ ไม่ใช่รูนั้น"

"อ้าวเหรอ ฮ่า ๆ งั้นขอแก้ตัวใหม่"

จะพูดยังไงดี เขาเพิ่งเคยเล่นบทเลิฟซีนแค่ไม่กี่ครั้ง ของแบบนี้มันย่อมผิดพลาดกันได้ใช่ไหม

ปั๊ก ๆ 

ไม่รู้ว่าไปคึกมาจากไหน หรือว่าเป็นเพราะเมื่อคืนดูหนังเอวีเลยเกิดหื่นขึ้นมา

เขาแทงซอยไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อ ดังรัวเป็นปืนกลแทบทะลุฟ้าไปแล้ว 

หลังจากนั้นเขาก็ขึ้นไปอาบน้ำ พอตกเย็นเขาลงมา พร้อมกล่องไม้ที่บรรจุไข่ทองคำเต็มลังลงมาด้วย

"อาฟ่ง คุณไปซื้อรถยนต์มาสักคัน เวลาไปจ่ายตลาด หรือทำธุระมันถึงจะสะดวก เอาไข่ทองคำนี่ไปขายให้เถ้าแก่อู่ รวมกับเงินที่ผมฝากไว้กับคุณ น่าจะได้สักหนึ่งล้าน"

"โหคุณเอาทองมาจากไหนตั้งเยอะแยะมากมายคะ อย่าบอกนะว่าว่าคุณเสกทองได้ แล้วคุณอยากได้ยี่ห้ออะไรคะที่รัก"

ฉินฟ่านอมยิ้มไม่ยอมตอบ ทุกคนล้วนมีความลับมากบ้างน้อยบ้าง บางคนแอบเอาเงินซ่อนไว้ในกระถางดอกไม้ ไม่ให้เมียรู้ บางคนมีคนรักเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว แต่ก็ยังแอบกิ๊กกับผู้หญิงคนอื่น 

 ดังนั้นเขาเอาทองมาจากไหน เธอเองก็ไม่อยากขุดคุ้ย ปล่อยให้มันเป็นความลับของเขาต่อไปเถอะ

เหลียนฟ่งเองก็ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อรถแบบไหน เธอกับเขาก็เพิ่งจะรู้จักกัน จึงยังไม่ทราบความรักความชอบในสิ่งต่าง ๆ ของเขา

 "ผมซื้อรถให้คุณต่างหาก คุณชอบรุ่นไหน ก็ซื้อตามใจชอบได้เลย"

 อื้อฮือ...อีตาบ้านี่เล่นบทพ่อบุญทุ่มสายเปย์ตัวจริงเสียงจริงเลยหรือเนี่ย อย่างนี้ไม่รักไม่ได้แล้ว

 "อย่างนี้ต้องให้รางวัล จุ๊บ"

 เธอยิ้มอย่างเบิกบาน วิ่งมาโอบรอบคอของเขา แล้วจูบปากเขาเบา ๆ 

 "คืนนี้คุณอยากกินของหวานอีกหรือเปล่าคะ"

 เธอจ้องเขาตาแป๋ว ถึงทั้งคู่จะมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง แต่เขาก็ยังพักอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า เพราะความลับเกี่ยวกับตัวเขา มันยากจะเอ่ยจริง ๆ เธอเคารพในความเป็นส่วนตัวของเขา จึงไม่เคยถาม รอให้เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม เขาก็คงบอกเธอเอง

 "ผมชอบของหวานของคุณที่สุดเลย แต่ช่วงนี้งานผมเยอะจริง ๆ นะครับ"

 ฉินฟ่านดึงเธอมากอดหอมแก้มเบา ๆ เพื่อปลอบใจ

 คำว่า "ของหวานที่ไม่ใช่ของหวาน" นี้

ทั้งสองคนรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าหมายถึงอะไร

 "มีของหวานด้วยเหรอ ผมขอกินด้วยคนสิ เพิ่งไปเตะบอลกับอาเจี้ยนมา หิวจะตายอยู่แล้ว"

 เสียงของน้องชายตัวดีดังแว่วมา นี่เขาไม่ได้ไปนอนบ้านเพื่อนหรอกเหรอ

 "ไม่มีให้แกหรอกไอ้ผีตะกละ"

 เหลียนฟ่งตะโกนสวนออกไป

 เหลียนเฮ่อเดินเข้าบ้านมา พอเห็นว่าที่พี่เขยกับพี่สาวกอดกันกลม เขาก็รีบหมุนตัวกลับ

 "โอ๊ย ตายแล้วสิเรา ดันลืมการบ้านของอาจารย์จางไว้ที่โรงเรียนซะได้ ถ้าไปเอากว่าจะกลับมาถึงคงหนึ่งทุ่ม เอ๊ย สี่ทุ่มล่ะมั้งเนี่ย"

 เขาเกาหัวแกรก ๆ รีบไสหัวตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่อยากเป็นก้างขวางคอคนรักกัน

 ฉินฟ่านกับเหลียนฟ่งมองตากันแล้วก็หัวเราะ ขำที่เจ้าน้องชายตัวดีรู้จักเปิดทางให้ทั้งคู่ น้องเขยคนนี้หัวไวเหมือนลิงเลย 

 "ว่าแต่ของหวานนี้ทำยากหรือเปล่า คงไม่เกินสี่ทุ่มมั้ง"

 ฉินฟ่านอมยิ้มฉายแววเจ้าเล่ห์

 "ยากค่ะ เพราะว่าคุณต้องจับฉันให้ได้

ซะก่อน ถึงจะได้กิน คิก คิก"

 เหลียนฟ่งวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มของเธอตอนนี้ราวกับปีศาจแมงมุม ที่ยั่วยวนเขาจนหัวหมุน 

 พอวิ่งไล่กันสักพักเข้าไปในห้องนอน ทั้งสองแลกจูบกันอย่างเร่าร้อน พลางถอดเสื้อผ้าทิ้งเรี่ยราดเป็นทางยาว 

 ร่างเปลือยเปล่าขาวโพลนราวกับหยกขาวเนื้อดี ก็สะกดสายตาเขาจนอยู่หมัด โดยเฉพาะหน้าอกมหึมาคู่นั้น ที่ไม่ว่าเธอจะใช้มือปิด ๆ บัง ๆ มันยังไง ก็ปิดไม่มิด 

 วับ ๆ แวม ๆ แบบนี้ มันยิ่งหลอกล่อยั่วยวนสายตามากขึ้นกว่าเดิม ยิ่งมันสั่นกระเพื่อม ยิ่งทำให้เขาแทบบ้าคลั่ง 

 เธอกระโดดขึ้นไปบนเตียง เอาผ้าห่มคลุมร่าง ราวกับต้องการหลบซ่อนสายตาของเขา เขาเองก็ไม่รอช้า ถอดเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายออก ก็รีบมุดเข้าไปในผ้าห่ม 

 "ผีผ้าห่มมาแล้ว" 

 มือทั้งสองคล้ายกับหนวดปลาหมึกทั้งลูบ ทั้งคลำทั้งบีบ ทั้งเค้น ทั้งขยำขยี้ขึ้น ๆ ลงอยู่ตลอดเวลา ใบหน้าของฉินฟ่านซุกไซร้จมลงไปในร่องอกอวบอูมของเธอ เขาเชยชมเรือนร่างของเธออย่างช้า ๆ ระดมจูบไปทั่วตัวของเธอ 

 เขาเหมือนคนหิวโหยในเรื่องเซ็กซ์ เมื่อมีอาหารจานโปรดวางอยู่เบื้องหน้า จึงไม่คิดที่จะรอช้า 

 เขาจับขาเธอแยกออก แล้วฝังใบหน้าลงไปในแอ่งสามเหลี่ยม เพื่อชอนไชใช้ชิวหาพาเพลินกับเธอ จนเธอต้องซี๊ดปากแอ่นสะโพกขึ้นรับด้วยความเสียวซ่าน 

 "อ่า…นั่นแหละ"

 "อ่า…ตรงนั้นแหละค่ะที่รัก อืม"

 "อืมมมม"

 เสียงซี๊ดปากราวกับกินพริกเผ็ด ๆ เข้าไปสิบเม็ดดังลอดห้องนอนออกไป เธอเองก็คิดไม่ถึงว่าเขาจะใช้ท่าไม้ตายนี้ มันช่างเป็นความรู้สึกที่สุดวิเศษจริง ๆ 

 เมื่อถูกกระตุ้นจนอารมณ์รักร้อนฉ่าขึ้นมา ตอนนี้เธอรู้สึกฉ่ำแฉะไปหมด จนแทบจะทนไหวแล้ว เธอเผลอลืมตัวกดศีรษะของเขาให้จมดิ่งอยู่ในท่านั้น 

 ราวกับจะบอกเป็นนัย ๆ ว่า นี่แหละสวรรค์ชั้นเจ็ดที่ฉันต้องการ คุณช่วยแวะตรงนี้นานอีกนิด 

 อาแบบนั้นแหละเยี่ยมจริง ๆ แล้วทั้งสองก็ผลัดกันรุกผลัดกันรับอย่างถึงพริกถึงขิง ทั้งสองเริ่มลองท่ายากต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความหรรษาในชีวิตคู่ 

 "อ๊า…ไม่ ไม่ไหวแล้ว ฉันทนไม่ไหวแล้ว"

 "ผม…ก็เหมือนกัน อึ้ย…"

 ร่างของทั้งคู่กระตุกเกร็งถี่ ๆ ตอนนี้มีแค่เสียงหายใจแรงดังฟืดฟาด ที่ค้างคาอยู่ในอากาศ ถึงจะเปิดแอร์เย็นฉ่ำ แต่ทั้งคู่กลับมีเหงื่อซึมออกมา

 สุดท้ายทั้งคู่ต่างเสร็จสมอารมณ์หมายพร้อม ๆ กัน ต้องนอนระทดระทวยกอดก่ายกันหอบหายใจอย่างมีความสุข แน่นอนว่า…นี่ไม่ใช่ความฝัน…เปียก

 วันนี้เหลียนฟ่งซื้อรถยนต์ยี่ห้อ SUZUKI CIAZ สีดำ เธอเคยเห็นในโฆษณาแล้วเตะตา ราคาไม่แพงมากนัก ก็เลยตกลงซื้อคันนี้ พอขับออกมาจากโชว์รูม ก็ตรงดิ่งไปซื้อกับข้าวเลย

ส่วนฉินฟ่านแวะไปนั่งชิว ๆ กินกาแฟที่ร้านเปิดใหม่ข้างสวนสาธารณะ ฟังเพลงสากลเบา ๆ ชมวิวทิวทัศน์ข้างนอกร้านอย่างอารมณ์ดี 

 ทันใดนั้นเองด้านหน้าร้าน ก็มีรถบีเอ็มดับบลิวซีรีส์เจ็ดสีดำ ขับเข้ามาจอดริมถนน ผู้ชายวัยสามสิบใบหน้าไม่หล่อเหลา สักเท่าไร แต่ให้ความรู้สึกที่อบอุ่นอ่อนโยนของลูกผู้ชาย เสียแต่ว่าใบหน้าของเขาซีดเผือดเหมือนคนอมโรค ร่างกายผ่ายผอม ราวกับคนขาดสารอาหาร 

 อากาศร้อนที่แทบจะแผดเผาผู้คน ให้กลายเป็นไก่ย่าง แต่ชายคนนี้กลับสวมเสื้อคลุมขนสัตว์หนาเตอะ ราวกับอยู่ท่ามกลางหิมะที่หนาวเย็นแถบทิเบต 

 มอเตอร์ไซค์วิบากที่มีคนขับชุดดำสวมหมวกกันน็อกที่ซุ่มสะกดรอยอยู่ห่างไปยี่สิบเมตร ได้บิดคันเร่งพุ่งเข้ามาหาชายอมโรคอย่างรวดเร็ว พร้อมกับชักปืนสั้นเก้า มม. ยิงกระหน่ำใส่เขาทันทีสามนัด 

 ปัง ปัง ปัง 

 บรรดาลูกน้องของชายอมโรคมัวแต่ตะลึงกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน กว่าจะตั้งสติได้ มือปืนก็ขับรถมอเตอร์ไซค์หนีหายไปอย่างรวดเร็ว

กรี๊ด

"เฮ้ย! ลูกพี่ถูกยิง รีบตามหมอมาเร็ว"

 ทุกคนที่สัญจรไปมาหลบกันจ้าละหวั่น

 "ช่วยด้วยค่ะ เรียกรถพยาบาลให้ทีมีคนถูกยิง"

 เสียงบริกรสาวที่อยู่หน้าร้านกำลังร้องอย่างตื่นตกใจ

 มีชายชราวัยห้าสิบกว่า ๆ รูปร่างผอมสูงหัวเถิกผมสีดอกเลา ท่าทางการแต่งกายเหมือนครูตามโรงเรียนชนบท เดินแหวกฝูงชนที่เริ่มมามุงดูอยู่ห่าง ๆ พร้อมส่งเสียงขอทาง

 "หลบไป ๆ ผมชื่อโจวเปิ่นเป็นหมอ ขอดูอาการของเขาหน่อยครับ"

 หลังจากตรวจดูบาดแผลแล้ว สีหน้าเขาเคร่งเครียดขึ้น พยายามที่จะเอามือของเขาห้ามเลือด แต่เลือดยังคงไหลทะลักออกมาเรื่อย ๆ ถ้าพาคนเจ็บส่งโรงพยาบาลช้า คนเจ็บอาจจะตายเพราะเสียเลือดมากก็ได้ เขาครุ่นคิดในใจอย่างเป็น

กังวล 

 เขาเป็นถึงผู้อำนวยการโรงพยาบาลประชาชนซูโจว มีประสบการณ์ในการรักษาเกือบสามสิบปี แต่แพทย์สมัยใหม่อย่างเขา ไม่อาจจะช่วยคนเจ็บตรงนี้ได้ ยังไงก็ต้องพาคนเจ็บเข้าห้องผ่าตัด ทำการผ่าตัดรักษาด่วน 

 "เป็นไงบ้างครับคุณหมอ อาการของเขาหนักมากไหมครับ"

 ชาวบ้านที่มุงดูถามคุณหมอ

 "คนเจ็บถูกยิงสองนัดที่หน้าท้องยังพอทำเนา แต่นัดที่สามนี่สิ อันตรายมากจริง ๆ เพราะมันฝังอยู่ใกล้กับตำแหน่งหัวใจ ต่อให้เป็นหมอฝีมือดี หากจะผ่าเอากระสุนนัดนี้ออกมา ก็ยังมีความเสี่ยงสูง แถมตอนนี้เลือดยังไหลไม่ยอมหยุดอีก ต้องรีบส่งเขาไปโรงพยาบาลโดยด่วน ไม่รู้ว่าเขาจะทนไปถึงโรงพยาบาลได้หรือเปล่า ขอโทษด้วยนะ ผมเองก็จนปัญญา เฮ้อ!"

 "คุณหมอ ผมขอร้องล่ะช่วยลูกพี่ของผมทีนะครับ"

 ลูกน้องของชายคนนี้พยายามอ้อนวอน แม้จะรู้ดีว่าหนทางนั้นมันช่างดูริบหรี่

 ชาวบ้านที่มามุงดู ต่างเห็นคุณหมอส่ายหน้าราวกับหมดหวัง ที่จะช่วยผู้บาดเจ็บให้รอดได้

 "รถพยาบาลมาถึงหรือยัง"

 "แย่แล้ว หัวใจเขาหยุดเต้นแล้ว"

 คุณหมอรีบทำการปั๊มหัวใจทันที แต่ก็ยังไม่มีชีพจร จนเขาต้องส่ายหน้าไปมาด้วยความเจ็บใจ ที่ไม่อาจช่วยชีวิตคนผู้นี้

 "โธ่เอ๊ย น่าสงสารจริง ๆ ต้องมาตายตั้งแต่ยังหนุ่ม ตำรวจไปอยู่ไหนกันหมด ทำไมถึงได้ปล่อยให้มีโจรผู้ร้ายชุกชุมแบบนี้ เล่นยิงกันตอนกลางวันแสก ๆ ในที่ชุมชน"

 ลุงผมหยิกหยองที่แต่งตัวเหมือนพนักงานกวาดถนน ถึงกับบ่นออกมาเป็นญาติของคนเจ็บ 

            "ผมช่วยได้"

 ฉินฟ่านพูดพลางเดินพับแขนเสื้อเชิ้ต แหวกกลุ่มคนเข้ามา

 ทุกคนที่รายล้อมอยู่ต่างพากันหันขวับ ไปมองที่เขาเป็นตาเดียวกัน

 "เดี๋ยวก่อนสิพ่อหนุ่ม คุณอายุยังน้อยในตอนนี้ยังคงเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่ไม่ใช่เหรอ ถึงคุณจะมีเจตนาที่ดี แต่มันสายไปแล้ว ให้เขาจากไปอย่างสงบเถอะ"

 คุณหมอโจวเปิ่นพยายามห้ามเขา 

 "ตอนนี้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปแล้ว ให้ผมลองดูหน่อยจะเป็นไรไป เจ็ดเข็มกระตุกวิญญาณของผม ช่วยเขาได้อย่างแน่นอน" 

 "นี่ไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นนะพ่อหนุ่ม"

 คุณหมอจับแขนของฉินฟ่าน พร้อมกับห้ามไม่ให้เขาลงมือโดยพลการ

 "คุณหมอครับ นี่คงไม่ใช่เวลาที่เราจะมาถกเถียงกัน ผมมั่นใจล้านเปอร์เซ็นต์ ว่าสามารถช่วยชีวิตของเขาได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าคุณยังขวางผมไว้ เขาจะตายอย่างแน่นอน ตอนนี้คุณต้องตัดสินใจว่า จะปล่อยให้เขาตายข้างถนนตรงนี้ หรือว่าจะให้ผมช่วยชีวิตของเขา"

 ฉินฟ่านไม่รอฟังคำตอบ เดินเข้าไปสะบัดฝ่ามือหมุนควงเป็นรูปวงกลม เกร็งพลังลมปราณรูปเกลียวที่ฝ่ามือ แล้วฟาดลงกลางทรวงอกของชายคนนั้นทันทีสามครั้ง คงเหมือนเครื่องกระตุ้นหัวใจกระมัง มันทำให้หัวใจของคนเจ็บเต้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

 "นี่คุณทำบ้าอะไร"

 หมอโจวเปิ่นจับแขนเขาเขย่า แถมยังตะคอกใส่เขาเสียงดัง 

  "เฮ้ยดูนั่นสิ หายใจแล้วใช่หรือเปล่า"

 ชาวบ้านละล่ำละลักพูดด้วยความดีใจ

หมอโจวเปิ่นหันไปมองคนเจ็บ นี่มันเป็นไปได้ยังไง หายใจแล้วจริง ๆ ด้วย ถึงจะดูแผ่วเบามากก็เถอะ

 "ถอยไป อย่ามาขวางทางผม"

 ฉินฟ่านสะบัดแขนออกจากมือของหมอโจวเปิ่น พร้อมเปิดกล่องเข็มเงิน ที่เขาซื้อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน และตอนนี้ก็เป็นกรณีที่ฉุกเฉินอย่างยิ่ง 

 คุณหมอโจวเปิ่นเห็นเหตุการณ์นี้อย่างชัดเจน ราวกับดูมวยด้วยตั๋วริงไซด์ ตอนนี้เขาได้แต่ยืนนิ่งอึ้ง เหมือนสมองไม่สั่งการ ปล่อยให้ฉินฟ่านทำการรักษา

 ฉินฟ่านค่อย ๆ แหวกเสื้อคนเจ็บออก เห็นรูกระสุนสามรูชัดเจน เลือดสด ๆ สีแดงทะลักออกมามากมายตามรู จนคนที่ขวัญอ่อนบางคนต้องเบือนหน้าหนี 

 เขาค่อย ๆ ฝังเข็มลงไปตั้งแต่หน้าผาก ขมับ กระหม่อม ข้างลำคอ หน้าอก เหนือสะดือ ทั้งหมดเจ็ดเข็มตามจุดชีพจรต่าง ๆ พอถึงเข็มที่เจ็ด ร่างของคนเจ็บถึงกับกระตุกแรง ๆ อยู่หลายครั้ง

 ศาสตร์ฝังเข็มของจีน สืบทอดกันมาถึงสี่พันปีจากรุ่นสู่รุ่น และนี่คือเจ็ดเข็มกระตุกวิญญาณ ที่ฉุดดึงคนให้รอดชีวิตอีกครั้ง แถมเขายังทำให้คนเจ็บอยู่ในสภาพเต่าจำศีล ส่งผลให้คนเจ็บหลับลึก ในสภาพที่มีการไหลเวียนของโลหิตช้าที่สุด ทำให้เลือดไหลออกจากบาดแผลช้าลง 

 "เฮ้ ทำไมร่างของเขาสั่นกระตุกแบบนั้นละ"

 "เฮ้ย! กระตุกใหญ่แล้ว"

 "นี่อาซู แกว่าเขาจะรอดหรือเปล่า"

 "ลุงสามครับ เจ้าหนุ่มนี่เป็นหมอจริง ๆ เหรอ ผมว่าเขายังดูเด็กอยู่เลยนะ"

 ชาวบ้านต่างพากันพูด จนเกิดเสียงเซ็งแซ่

ตอนนี้เขาแอบแผ่พลังลมปราณรูปเกลียวเข้าไปช้า ๆ เพื่อคุ้มครองชีพจรหัวใจ เสร็จแล้วทาบฝ่ามือกดลงที่บาดแผล ใช้พลังลมปราณดูดเอาหัวกระสุนออกมา ขอแค่คุณหมอที่ทำการผ่าตัด ใช้คีมสะกิดหัวกระสุนเพียงนิดเดียว ก็จะสามารถคีบหัวกระสุนออกมาทันที 

 ความจริงเขาจะใช้พลังดูดกระสุนออกมาเลย ก็ย่อมจะทำได้ แต่ถ้าทำแบบนั้น เลือดอาจจะไหลไม่หยุด จนเป็นเหตุให้ผู้บาดเจ็บเสียชีวิตได้

 ทันใดนั้นจมูกของทุกคนก็สูดได้ถึงกลิ่นหอมเข้มข้น พวกเขาเห็นฉินฟ่านหยิบขวดยาเล็ก ๆ ที่บรรจุน้ำยาสีฟ้า ค่อย ๆ กรอกเข้าปากของผู้ป่วย

 "คุณเอาอะไรให้เขาดื่ม"

 คุณหมอโจวเปิ่นปากคันยิบ ๆ จึงอดถามไม่ได้

 "ยานี้มีชื่อว่าวารีดวงใจพิสุทธิ์ มันช่วยในการสมานแผล บำรุงเลือดลม บำรุงลมปราณ ผมปรุงกลั่นขึ้นมาเอง ตอนนี้เขาปลอดภัยแล้วชั่วคราว แต่ยังต้องรีบส่งเขาไปโรงพยาบาล เพื่อทำการผ่าตัด" 

 นี่เป็นยุคของโลกโซเชียล ในขณะที่ฉินฟ่านทำการรักษา มีคนแอบถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ แต่คนที่ตื่นเต้นลุ้นระทึกที่สุด ก็คือคุณหมอโจวเปิ่นที่อยู่ข้าง ๆ 

 พอร่างของชายคนนั้นกระตุกถึงครั้งที่เจ็ด ฉินฟ่านก็ยิ้มด้วยความพึงพอใจ ในผลงานของตนเอง

 "เสร็จแล้วเหรอ"

 "อื้อ เสร็จแล้ว"

 "โอ้เขารอดแล้ว ขอบคุณสวรรค์"

 "เลือดหยุดไหลแล้ว ดูดิ" 

 เสียงลุงแก่ ๆ ตะโกนดังขึ้น เมื่อมีคนเริ่มตะโกน คนอื่นก็ตะโกนบ้าง พร้อมเสียงปรบมือของชาวบ้านดังกึกก้อง

 "พระเจ้าเขารอดตายแล้ว"

 "เยี่ยมจริง ๆ เขารอดตายแล้ว

 "น้องชาย นายเก่งจริง ๆ นับถือ นับถือ"

 "หมอเทวดาชัด ๆ คนตายแล้วยังทำให้ฟื้นขึ้นมาได้"

 "ขอบคุณมากที่ช่วยลูกพี่ของผม ลูกพี่ต้องตอบแทนคุณอย่างแน่นอน"

 ชายในชุดสูทสีดำยื่นนามบัตรให้เขา

 ฉินฟ่านก้มดูนามบัตรสีดำ ด้านหนึ่งเป็นอักษรสีทองพิมพ์ว่าลู่เจี้ยน พอพลิกดูอีกด้านเป็นรูปกิเลนไฟ ข้างใต้พิมพ์เป็นตัวอักษรเล็ก ๆ ว่ากิเลนลู่

เขาเก็บนามบัตรใส่กระเป่าเสื้ออย่างไม่ค่อยสนใจสักเท่าไร เพราะเขาไม่อยากยุ่งเรื่องบุญคุณความแค้นของคนอื่น

ทุกคนยังคงตื่นเต้นพากันปรบมือยกใหญ่ ในขณะนั้นเสียงไซเรนของรถพยาบาลก็มา ถึงพร้อมกับรถตำรวจ

"ก่อนถึงห้องผ่าตัด ห้ามดึงเข็มออกก่อนโดยเด็ดขาดนะครับ ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะเสียเลือดมาก จนตายได้นะครับ"

ฉินฟ่านกำชับบุรุษพยาบาล พลางล้างมือที่เปื้อนเลือด ในถังน้ำที่บริกรสาวยกมาให้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

    ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...ใช่ ๆต้องเหมือนนกยวนยางคู่ต่างหากล่ะ เฮ้อ ไอ้เราก็เรียนมาน้อยจบปอหกตกปอขี้ไก่ซะด้วยสิ จะนึกหาคำคมเพราะ ๆ แบบคนอื่นสักคำสองคำก็ยังลำบาก ไม่ได้การละต้องให้ลูกสาวของเราเรียนสูง ๆ เอาให้จบดอกเตอร์เลย อืม…รึว่าสวรรค์เป็นใจนาน ๆ ทีถึงจะมีสาวสวยผุดโผล่ชะแวบเข้ามาในชีวิตพี่ใหญ่หากปล่อยให้หลุดมือไปก็เสียของแย่นะสิ“นี่ ไอ้น้องบ้า แกฟังพี่ใหญ่อยู่รึเปล่า”โป๊ก!ลู่เจี้ยนทนไม่ไหว จนต้องเขกกะโหลกฉินฟ่าน เพื่อเรียกสติของเขา ให้กลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง“โอ๊ย เจ็บนะพี่ นี่พี่ผมว่าเอางี้ดีไหมรวบหัวรวบหางซะเลย เธอหน้าตาสะสวยหุ่นก็ดีพาควงออกงานรับรองว่าไม่อายใคร เธอเหมาะกับพี่ใหญ่มาก แถมเธอยังมีฝีมือเป็นเลิ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status