Partager

บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

last update Date de publication: 2026-02-22 07:00:42

รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมาก

 แต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่าง

 พวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อ

 ฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขา

คุณหนูสี่เดินยิ้มเข้ามากระซิบเบา ๆ

“วันนี้คุณหล่อมากเลย แต่มาอวยพรคุณแม่ทั้งทีก็ควรจะถอดแว่นตาสักหน่อยนะคะ”

 “ไม่ถอดไม่ได้เหรอมันเสียลุค”

ฉินฟ่านอิดออดเพราะเขารู้สึกอาย ๆ

อยู่เหมือนกัน แต่นี่เป็นเรื่องมารยาทคุณหนูสี่จึงเขย่าแขนเขาพร้อมคะยั้นคะยอให้ถอดออกเร็ว ๆ ทำให้ฉินฟ่านต้องถอนใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับถอดแว่นตาดำออกช้า ๆ อย่างเสียไม่ได้

 “เสี่ยวฟ่าน ตาของเธอ”

พี่รองโพล่งออกมาทันทีที่เห็น แต่ก็หุบปากลงทันทีเช่นเดียวกันเพราะกลัว

ฉินฟ่านรู้สึกอับอาย

 “บอกมาว่าใครมันบังอาจทำกับนายแบบนี้เฮียจะสั่งคนไปเก็บมันเอง”

คุณชายใหญ่เห็นสภาพของเขาแล้วของขึ้นทันทีคนผู้นี้นับได้ว่ามากมีอิทธิพลทั้งวงการตำรวจทหารนักการเมือง มีใครกล้าไม่ให้เกียรติ ผู้ใดมาสะเออะทำให้เขาขุ่นเคืองในใจอาจหายสาบสูญไปได้ง่าย ๆ

“คุณชายใหญ่ใจเย็น ๆ แค่เรื่องเล็กน้อยเองครับ”

 ทุกคนต่างตกใจที่เห็นรอยเขียวช้ำรอบเบ้าตา ราวกับหมีแพนด้า

ทุกคนต่างทราบกันดีว่าพลังฝีมือของ

ฉินฟ่านเข้าขั้นระดับปรมาจารย์เลยเชียวนะ

ใครกันนะที่อัดเขาซะเละตุ้มเปะแบบนี้ รึว่าเป็นอาจารย์ผู้ลึกลับของเขาแต่เห็นเขาไม่พูดแก้ตัวอะไร เอาแต่ยืนยิ้มแหย ๆ ทุกคนจึงไม่อยากให้เขาพูดเรื่องที่ไม่สบายใจ

 "ผมขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักครับ นี่คือพี่ร่วมสาบานของผมลู่เจี้ยน มีฉายาว่ากิเลนลู่และพี่สาวบุญธรรมของผมหลินฮัว ส่วนยัยตัวเล็กนี่ ลูกสาวบุญธรรมของผมเองคังยูนา"

 ฉินฟ่านเปิดบทสนทนาเลี่ยงความอึดอัดเมื่อครู่ ทุกคนในตระกูลเย่ถึงกับต้องมองลู่เจี้ยนใหม่อีกครั้ง เพราะชื่อหัวหน้าแก๊งกิเลนลู่นี้ โด่งดังในซูโจวมานานนับสิบ ๆ ปี ชื่อเสียงที่ยืนหนึ่งมายาวนานย่อมแสดงถึงฝีมืออันร้ายกาจที่ไม่ธรรมดาของชายผู้นี้

“ลู่เจี้ยน กิเลนลู่ชื่อเสียงดังก้องสองหู นับถือนับถือ ยินดีที่ได้รู้จัก”

คุณชายใหญ่สัมผัสมือกับลู่เจี้ยนด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นนับได้ว่าพวกเขาเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกันผ่านฉินฟ่าน

 “วันนี้ผมลู่เจี้ยนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รู้จักทุกท่านครับ”

ลู่เจี้ยนกับหลินฮัวยิ้มพลางยื่นของขวัญให้คุณชายรองเป็นผู้รับไว้พลางกล่าวอวยพร

"สวัสดีครับ ผมลู่เจี้ยนขออวยพรให้คุณนายเย่มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงมีความสุขมาก ๆ นะครับ"

 ลู่เจี้ยนกล่าวคนแรก

 "ขอบใจเธอมากแต่เธอเป็นพี่ชายของเสี่ยวฟ่านเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน เธอควรเรียกฉันว่าป้าเย่ถึงจะถูกนะ"

"ได้ครับป้าเย่"

หลินฮัวเดินอุ้มลูกน้อยเข้ามาอวยพรบ้าง

"ขอให้วันนี้มีทุก ๆ ปี ทุก ๆ ปีมีวันนี้นะคะคุณป้าเย่"

"จ้า ขอบใจอู๊ย ยัยตัวเล็กนี่น่ารักจริง ๆ ปากนิดจมูกหน่อย หน้าตาจิ้มลิ้มเชียวเสี่ยวฮัววันหลังต้องพาลูกมาเล่นกับป้าที่นี่บ่อย ๆ นะป้าจะเตรียมขนมอร่อย ๆ ไว้ให้"

"ได้ค่ะคุณป้าเย่"

 "ฮิฮิเอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงตาผมแสดงความกตัญญูต่อแม่ยายที่เคารพบ้าง”

ฉินฟ่านหัวเราะฮิ ๆ ฮะ ๆ เดินเข้าไป

โค้งคำนับเก้าสิบองศา ยื่นกล่องไม้สีแดงมีลวดลายสลักเป็นสีทองที่เล็กกระทัดรัดขนาดเท่าฝ่ามือให้ในท่วงท่าประคองสองมือ ทุกคนต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ ถึงความเป็นเลิศในวิชาการแพทย์ของฉินฟ่านในกล่องนี้จะต้องเป็นตัวยาที่สุดแสนจะล้ำค่า ต่อให้มีเงินสิบล้านร้อยล้านก็หาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้อย่างแน่นอน

 “เสี่ยวฟ่านให้ของขวัญกล่องเล็ก ๆ มาแบบนี้แต่ทำไมผมรู้สึกว่าของในกล่องนี้

จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”

 เย่หมิงทงขยับแว่นตากรอบทองมองดู

กล่องใกล้ ๆ ด้วยความสงสัยว่ามีอะไรอยู่ข้างในกันแน่

 "ที่รักคะวันเกิดคุณแม่ทั้งที คุณแม่เองก็เอ็นดูคุณมาก ทำไมถึงได้ขี้เหนียวให้ของขวัญชิ้นเล็ก เท่ากล่องไม้ขีดแบบนี้ล่ะคะ"

ทุกคนพากันหัวเราะกันครืนที่คุณหนูสี่แกล้งกระเซ้าเย้าแหย่เขา

 "เมียจ๋ายังไม่รู้อะไร”

คุณหนูสี่พอได้ยินเขาเรียกเธอแบบนั้น

ถึงกลับเขินอายหน้าแดงยืนบิดตัวไปมาทำอะไรไม่ถูก

 “สิ่งนี้แถวบ้านผม เขาเรียกว่าจิ๋วแต่แจ๋ว ยานี้ผมใช้เวลาปรุงถึงสี่สิบเก้าวันใช้พลังลมปราณขั้นสุดยอดในการหลอมกลั่นกว่าจะสำเร็จได้นับว่าเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยแต่แค่เห็นรอยยิ้มหวาน ๆ ของคุณ ผมก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

 อ่า โทษทีนอกเรื่องไปหน่อย ผมนำยาวิเศษนี้มามอบให้เพื่อแสดงความกตัญญููต่อแม่ยายที่เคารพรัก ชื่อของมันก็คือครึ่งสวรรค์ชั้นฟ้า

 กินเม็ดแรกสุขภาพจะแข็งแรง ขจัดปัดเป่าโรคภัยร้ายหายไปหมดสิ้นเลือดลมเดินสะดวก กินเม็ดที่สองผิวพรรณจะผุดผ่องเป็นยองใยมีฤทธิ์เสมือนยาอายุวัฒนะ

ย้อนกลับคืนสู่ความเป็นสาวได้นับสิบปีชวนพิศชวนมอง จนเหลียวหลัง ทำให้คุณพ่อต้องลุ่มหลงงมงายหลงรักหัวปักหัวปำ ไม่มีแม้แต่จะชายตามองหญิงอื่น"

ทุกคนหัวเราะกันครืนใหญ่อีกครั้งในความกะล่อนลิ้นทองคำของเขา

แต่ทุกคนก็ยังไม่ลืมที่จะต้องทึ่งกับสรรพคุณของขวัญล้ำค่านี้

 "เสี่ยวฟ่านทำไมถึงตั้งชื่อนี้ให้มีคำว่าครึ่งด้วยล่ะ"

“เออนั่นสิ”

หลายคนเกิดความสงสัยในชื่อยาเป็นอย่างมาก คุณชายสามจึงถามตรงใจกับคนอื่นพอดี

"พี่สามพูดไปก็เป็นเรื่องน่าอาย ตอนนั้นอาจารย์ที่เคารพดุด่าว่ากล่าวสั่งสอนทุกเช้าค่ำ ผมไม่ยอมตั้งใจเรียนจึงถูกอาจารย์ทุบตีด่าว่าไม่รักดีอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้ว่าผมจะทำให้คุณแม่งดงามดั่งนางฟ้าบนสรวงสวรรค์ไม่ได้ แต่ถ้างามสักครึ่งหนึ่งของนางฟ้า ผมยังนับว่าพอกล้อมแกล้มทำได้อยู่ครับ"

 ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจ

"พอเลยคุณนี่ไหลไปเรื่อย ทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่รักเอ็นดูคุณ มากกว่าฉันที่เป็นลูกสาวซะอีก"

คุณหนูสี่บ่นตัดพ้ออย่างน้อยใจเสียงดังจนทุกคนต้องหัวเราะกันยกใหญ่อีกครั้ง

"ดี ๆ วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา มีความสุขพวกเธอทุกคนก็ต้องดื่มให้มาก ๆ หน่อย"

 เย่หมิงทงให้คุณหนูสี่พาพวกเขาไปหาที่นั่ง ฉินฟ่านสวมแว่นตาดำอีกครั้งคุณหนูสี่คล้องแขนเขาเดินฝ่าแขกเหรื่อไป พร้อมกับกระซิบข้างหูของเขาเบา ๆ

 "งานนี้มีเด็กสาวสวย ๆ เพียบบ้านมีฐานะร่ำรวย การศึกษาดีจบดีกรีจากเมืองนอกกันทั้งนั้นคุณไม่คิดจะสนใจบ้างเหรอ"

"นี่…คุณกำลังลองใจผมอยู่รึไงมีคนสวยอย่างคุณอยู่ข้างกายในสายตาของผมย่อมมีแต่คุณ รักคุณ เฝ้าละเมอเพ้อฝันถึงแต่คุณ จนตอนนี้แทบอยากจะกลืนกินคุณลงไปทั้งตัว ผู้หญิงพวกนั้นเปรียบได้แค่นางกำนัล ไหนเลยจะงดงามสู้ฮองเฮาของผมได้ เดี๋ยวคืนนี้เราไปหาที่จู๋จี๋กัน แล้วผมจะช่วยนวดให้มันบึ้มขึ้นอีก พวกเรานั่งโต๊ะนี้กันเถอะ"

“คุณนี่ก็พูดไปเรื่อย อยากเอารัดเอาเปรียบฉันก็บอกมาเถอะ”

 เขาหยุดเดิน แล้วหันมาทำตาหวานใส่เธอ

“แต่คืนนี้คุณสวยมากจริง ๆ จนผมแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว”

ฉินฟ่านโอบเอวเล็ก ๆ เท่าหยิบมือของคุณหนูสี่พลางชี้ชวนให้นั่งลง คุณหนูสี่ได้ยินคำหวานเข้าไป ถึงกับยิ้มหวานทอดสายตาหยาดเยิ้มให้เขาอย่างรู้กัน

 แขกที่รู้จักกันต่างชักชวนกันนั่งร่วมวงเป็นเพื่อนคุย บางครั้งดื่มสักแก้วสองแก้วอาจจะได้สัญญาทางการค้ามูลค่าสูง ติดไม้ติดมือเป็นของแถมกลับบ้าน

 โต๊ะใกล้ ๆ ที่อยู่ทางซ้ายมือ มีอาเสี่ยหนุ่มรูปร่างหน้าตาหล่อเหลานั่งกันอยู่สามคน ทุกคนต่างตะลึงในความงามของคุณหนูสี่ ต่างพากันแอบด่าทอบรรพบุรุษของฉินฟ่านสิบแปดรุ่นในใจว่า ทำไมคนที่โชคดีได้โอบกอดหญิงสาวที่งามหยดย้อยเช่นคุณหนูสี่ จึงไม่ใช่เขา

จู่ ๆ ความสนใจของอาเสี่ยทั้งสาม ก็หันเหไปที่สาวงามกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาทางนี้

 “ว้าว มางานนี้คุ้มจริง ๆ สาวสวยเพียบเลยพวกแกเล็งให้ดีจะได้ไม่ต้องมาแย่งกันทีหลัง เข้าใจไหม”

คนที่เหลือต่างพยักหน้า น้ำลายแทบจะไหลย้อยจากมุมปากไม่ว่าคนไหนก็สวยไปหมด เลือกไม่ถูกเลยจริง ๆ

 เหลียนฟ่งนำสาว ๆ ที่แต่งตัวงดงามตามกระแสแฟชั่น เดินเรียงรายนวยนาดเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ

 โยโย่กับอิ๋งอิ๋งต่างพากันแยกย้าย หอมแก้มฉินฟ่านคนละข้างแล้วค่อยไปหาที่นั่ง ส่วนเหลียนฟ่งป้อนองุ่นเข้าปากของเขาด้วยท่าทีเอาอกเอาใจจนทำให้พวกอาเสี่ยที่เห็นถึงกับปากสั่นรู้สึกอิจฉาตาร้อนแกมหมั่นไส้ไปตาม ๆ กัน

ฉากป้อนองุ่นนี้ เล่นเอาอาเสี่ยทั้งสามพ่นสำลักเหล้าที่ดื่มออกมา แต่กลับให้ความรู้สึกคล้ายกระอักเลือดออกมาซะมากกว่า ไอ้หมอนี่เป็นใครกันควงสี่เลยรึ ช่างเถอะ…ช่างเถอะผู้หญิงพวกนี้อาจจะถูกซื้อมาหรืออาจจะเป็นบริการเพื่อนเที่ยวก็ได้ แต่สวยขนาดนี้ไอ้บัดซบนี่ไปหามาจากโมเดลลิ่งที่ไหนกันนะ

 แต่แล้วเหมือนมีสายฝนที่แสนจะชุ่มฉ่ำหลั่งรินมาชโลมหัวใจน้อย ๆ ของอาเสี่ยทั้งสามพวกเขาต่างหมายปองผู้หญิง ที่ทั้งสวยทั้งเก่งคนนี้ตำแหน่งซีอีโอแบรนด์น้ำหอมชื่อดังการันตีได้ใช่แล้วเธอคือ

ซูหลิง นิตยสาร ทีวีสัมภาษณ์เธออยู่บ่อยครั้งทำให้มีคนรู้จักสาวงามคนนี้มากมาย

 ซูหลิงเดินยิ้มมาพลางโบกมือทักทายฉินฟ่านมาแต่ไกล แต่ราวกับเวรกรรมอาเสี่ยหนุ่มทั้งสามต่างนึกว่าเธอกำลังโบกมือให้กับตนเอง พวกเขารีบโบกมือตอบพร้อมยิ้มกว้างทันที

 ซูหลิงเดินผ่านพวกเขา เข้ามาโอบคอฉินฟ่านหอมแก้มไปฟอดใหญ่

 ว๊อทเดอะฟัค

 อีแบบนี้ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงแล้วนั่น

ซูหลิงซีอีโอมือทองเชียวนะ จะไปโยงเข้ากับบริการเพื่อนเที่ยวได้ยังไง

 อาเสี่ยทั้งสามถึงกับแข็งค้างอยู่ในท่าโบกมือ ต่างทยอยกันลุกขึ้นยืน เพื่อที่จะหลีกลี้ห่างหายจากภาพบาดตาบาดใจนี้ นั่งรถไฟไปชายแดนรึจะไปให้ไกลถึงโพ้นทะเลเลยก็ยิ่งดี นี่…มันบ้าเกินไปแล้วสาวงามหยดย้อยห้าคนเชียวนะ ที่รุมเอาใจมัน

 ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เอาล่ะ ตอนนี้องค์ประชุมอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วเล่ามาให้หมดเปลือก”

 จู่ ๆ ลู่เจี้ยนก็เคาะโต๊ะ พูดจาลอย ๆ ออกมาโดยไม่ระบุชื่อ แต่ฉินฟ่านที่กำลังนั่ง

เพลิน ๆ เคี้ยวองุ่นตุ้ย ๆ อยู่ ถึงกับสะดุ้งเฮือก

“ไอ้หย๋า พี่ใหญ่ นี่ต้องพูดจริง ๆ เหรอ”

 ฉินฟ่านโอดครวญ สีหน้าเหมือนคนท้องผูกถ่ายไม่ออก

 “แกคิดว่าพี่ใหญ่คนนี้ของแกเป็นใคร ฉันกิเลนลู่นะเฟ้ยรึจะให้ไอ้หัวทองไปสืบเรื่องของแกมา แค่แป๊บเดียวก็ได้เรื่องแล้ว เล่ามาเร็ว ๆ เข้าอย่ามัวแต่โยกโย้”

 ฉินฟ่านได้แต่กัดฟันเล่าให้ทุกคนฟัง

ทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจฟังว่าฉินฟ่านจะเล่าเรื่องราวอะไรกันแน่

 “ตอนเช้า ฉันไปเดินเล่นที่ซอยลูกเป็ดน้อยย่านประตูผี แล้วบังเอิญไปพบกับกวนอิมเผ็ดเข้า”

พอฉินฟ่านเล่าเรื่องเจ้ากระทิงบีบบังคับให้ชาวบ้านขายบ้านขายช่องให้เจ้านายของมัน ทุกคนถึงกับก่นด่าจนเสียงดังเอ็ดตะโร ทำให้แขกเหรื่อที่นั่งอยู่ในละแวกนั้นต่างเหลียวมามอง

 หลังจากนั้นเขาก็เล่าต่อว่ากวนอิมเผ็ดเข้าใจว่า เขาคือเจ้าหัวหมูลูกชายที่หายสาบสูญไปห้าปี ทิ้งแม่ให้อยู่บ้านเพียงคนเดียวเฝ้าวาดฝันว่าสักวันหนึ่งลูกชายจะกลับมา

 “พอผมปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกชายเธอ เป็นแค่คนผ่านมา เธอก็เลย….เธอก็เลย”

 “เธอก็เลยอัดเข้าที่เบ้าตาแกใช่ไหม”

ลู่เจี้ยนถามแบบเจาะใจ ให้ทุกคนคลายความสงสัย

ฉินฟ่านพยักหน้าช้า ๆ พลางเล่าต่อ

 “หลังจากที่ถูกเธอไล่ทุบตีฉุดกระชากลากถูจนเสื้อผ้าขาดก็จะพาผมกลับบ้านให้ได้ เธอเป็นผู้หญิงจะให้ผมลงไม้ลงมือกับเธอก็ใช่ที่

ผมเองก็อับจนปัญญา ได้แต่วิ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในครัวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่เธอเป็นถึงหัวหน้าชุมชนที่ทุกคนนับถือ แค่ถามชาวบ้านไม่กี่คน ก็หาผมจนเจอ เธอไม่พูดพล่ามทำเพลง หยิบมีดปังตอได้ก็ขว้างใส่จนเฉียดปลายจมูกผม หลังจากนั้นเจอไข่ขว้างไข่ เจอเศษผักขว้างเศษผัก แต่ที่ทำให้ผมเข้าใจถึงความร้ายกาจของฝนพิรุณพร่างฟ้า สุดยอดอาวุธลับของตระกูลถัง ว่าหลบยังไงก็ไม่มีทางหลบได้พ้น ก็เพราะมือของเธอดันไปคว้าเจอถุงแป้งมัน พอเธอขว้างใส่ผม มันบังเอิญไปโดน ใบพัดของพัดลมเพดาน

ตัดถุงจนขาดแป้งก็เลยฟุ้งกระจาย จนตัวผมได้แต่ยืนนิ่งเพราะว่าไม่รู้จะหลบยังไง ตัวผมตั้งแต่หัวจรดเท้าเปรอะเปื้อนมอมแมมไปหมดผมได้แต่พุ่งตัวออกนอกร้านวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต เรื่องราวก็เป็นแบบนี้แหละครับ”

 ท่าทางของฉินฟ่านในตอนนี้เหมือนกับหมาหงอย หูตูบหางตกผิดกับคนอื่นที่นั่งหัวเราะกัน พอโยโย่แชร์รูปของ

ฉินฟ่านในสภาพทุลักทุเล สะบักสะบอมให้ทุกคนดู เสียงหัวเราะก็ยิ่งดังขึ้นไปอีกจนสร้างความแตกตื่นให้กับแขกเหรื่อโต๊ะข้าง ๆ แถวนั้น

“ฮ่ะ ๆ โอ๊ย…หัวเราะจนปวดท้องแล้วนะเนี่ย นี่ฉันมีน้องชื่อหัวหมูอย่างงั้น

เหรอฮ่ะ ๆ ”

ลู่เจี้ยนขำจนต้องตบโต๊ะกระทืบเท้า

ยิ่งเห็นสภาพที่ฉินฟ่านอายจนเอาใบหน้าไปซุกอกคุณหนูสี่เพื่อให้เธอปลอบใจเขา

ลู่เจี้ยนก็ยิ่งหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ งสภาพคนอื่นที่นั่งร่วมโต๊ะก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ละคนหัวเราะกันจนเหนื่อย ราวกับว่าที่พวกเขาหัวเราะรวมกันมาสิบปียังไม่เท่าวันนี้วันเดียว

 ลู่เจี้ยนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาเดินไปตามทางกรวดน้อย ๆ ที่มีพุ่มดอกไม้เตี้ย ๆ หลากสีสันราวกับเดินเล่นอยู่ต่างประเทศ ทันใดนั้นเองจมูกของเขาก็สูดได้กลิ่นที่คุ้นเคยชนิดหนึ่ง ตอนเดินสวนกับหญิงสาวชุดสีแดง

 "เสี่ยวจื่อจะรีบไปไหนผมคิดว่าเราสองคนมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กันอยู่นะ"

หญิงสาวชุดแดงยังคงทำเป็นแกล้งไม่รู้ไม่ชี้เธอยังคงเดินตามทางน้อยดุ่ย ๆ ต่อไปอย่างไม่รีบร้อน

"เสี่ยวจื่อความอดทนของผมมีขีดจำกัดถ้าคุณไม่ยอมหยุด ผมจะใช้กำลังหยุดคุณเอง"

 ลู่เจี้ยนมีหรือจะยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ

 สาวชุดแดงหยุดนิ่งสักพักแล้วหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม ที่งดงามดุจดอกกระดังงาลนไฟ

"เก่งนี่ คุณรู้ได้ยังไงคะว่าเป็นฉัน"

"เพราะว่าเราคงมีดวงที่สมพงศ์กัน มาห้องน้ำทีไรเจอคุณทุกทีอย่าบอกนะว่าห้องน้ำเป็นออฟฟิศของคุณ แถมน้ำหอมที่คุณใช้มันเตะจมูกชะมัดเพราะมันเป็น

กลิ่นที่ผมชอบมากซะด้วย อย่าพูดมากเลยคืนของผมมาซะดี ๆ ไม่อย่างงั้นก็ไปคุยกันที่สถานีตำรวจ"

"นาฬิกานั่นฉันขายทิ้งไปแล้วคิดไม่ถึงว่า หลังจากกิเลนลู่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกใต้ดิน ล้างมือในอ่างทองคำ ยุบแก๊งหันมาทำการค้าสุจริตจะต้องหันไปพึ่งพาตำรวจเหมือนชาวตลาดร้านถิ่นด้วย"

 ลู่เจี้ยนรู้สึกแปลกใจที่เธอรู้จักเขา แต่ยังกล้าลงมือกับเขาอีก

“คุณรู้จักผมด้วยเหรอ”

“รู้สิ ฉันก็เป็นคนในวงการใต้ดินเหมือนกันนะคะ”

"เฮอะ ๆ รู้แล้วยังกล้าอีกทีนี้ก็ตั้งใจฟังให้ดี ๆ เอาของผมคืนมา”

“คุณก็ตั้งใจฟังฉันให้ดี ๆ ไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันขายนาฬิกานั่นไปสองล้านก็จริง แต่เงินใช้หมดแล้วเอางี้ละกัน ค่าตัวฉันในวงการแพงมากคุณคงรู้ดี ฉันจะทำงานให้คุณชิ้นหนึ่ง เป็นการชดใช้ให้ตกลงไหม"

"ไม่ตกลง ตอนเป็นเด็กคุณคงชอบแอบหลับในห้องเรียน ไม่ยอมตั้งใจเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่ครูสอนรึไงนาฬิกานั่น ผมซื้อมาตั้งสี่ล้านนะแถมเงินในกระเป๋าอีกเอางี้แล้วกัน อืม หน้าตาคุณก็พอใช้ได้เอาตัวคุณไปขัดดอกสักสองสามปีก็แล้วกัน"

นิ้วชั่งทองจางเย่จื่อพอได้ยินคำว่าจะเอาตัวเธอไปขัดดอก เธอก็ถอยหลังกรูดแถมยังไขว้สองมือปิดหน้าอกอีกด้วย

"คุณนี่เป็นผู้ชายอกสามศอกซะเปล่าเงินนิด ๆ หน่อยแค่นี้ทำเป็นคิดเล็กคิดน้อยไปได้ แล้วฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าอย่ามาคิดแอ้มซะให้ยาก"

"เชอะ…ใครอยากจะแอ้มคุณ แบนยังกับไม้กระดานโต้คลื่นผมแค่อยากให้คุณทำงานใช้หนี้ อย่างงานบ้านงานเลขาอะไรแบบนี้ต่างหากล่ะ ถ้าไม่ตกลงก็เตรียมล้างก้นไปนอนเล่นในคุกได้เลยว่ายังไง"

"สามปีมันนานไป คำเดียวขาดตัว

ฉันทำงานให้คุณสี่เดือน แล้วเราหายกันไม่ต้องต่อรองอีกแล้ว ตกลงไหม"

 ลู่เจี้ยนชั่งใจอยู่พักหนึ่งในที่สุดเขาก็พยักหน้ายินยอม จะให้เขาทำยังไงได้

จับเธอไปขายซ่องนางโลมอย่างงั้นรึ

 ทั้งสองตกลงในเงื่อนไขนี้ จึงตบมือกันสามทีเป็นการให้สัญญากัน

 ทุกคนที่นั่งอยู่โต๊ะฉินฟ่านต่างพากันทำตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นลู่เจี้ยนพาสาวสวยผมยาวชุดแดงทรงเสน่ห์กลับมาด้วย

 เหลียนฟ่งทำท่าขึงขังออกคำสั่งรวดเร็วปานสายฟ้าแล่บทันที

“ทั้งหมด…แถว…ตรง”

 ทุกคนถึงกับยอมไหลตามน้ำ ลุกพรึ่บ

อย่างพร้อมเพรียงโดยที่ไม่ได้นัดหมาย

เหลียนฟ่งยังคงตะโกนออกคำสั่งต่อไป

“วันทยา…หัตถ์”

ทุกคนตะเบ๊ะด้วยสีหน้าอมยิ้มดีใจที่ได้แกล้งคนแล้วตะโกนออกมาอย่างใจตรงกัน

"พี่สะใภ้"

ลู่เจี้ยนกับสาวชุดแดงถึงกับทำหน้าตาเหรอหรา จนพวกเธอหัวเราะกันจนตัวโยก

 นี่พวกเธอเรียกใครว่าพี่สะใภ้เรียกฉันเหรอ ฉันควรจะขานรับไหมนะ แต่ว่าฉันไม่ได้เป็นพี่สะใภ้อะไรนั่นสักหน่อย

จางเย่จือรู้สึกปวดหัวกับคำเรียกหานี้จริง ๆ

 ลู่เจี้ยนบุ้ยปากเป็นเชิงให้เธอนั่งลง แต่เธอยังคงยืนเฉยไม่สนใจใยดีเขา จนเขาต้องขยับใบหน้ามาใกล้พร้อมพูดด้วยโทนเสียงต่ำลอดไรฟันออกมา

"นั่งลง"

"พวกเราดีใจจริง ๆ ที่วันนี้ได้มีโอกาสยลโฉมพี่สะใภ้คนสวย"

เหลียนฟ่งพูดพลางรินน้ำชาให้เธออย่างเอาอกเอาใจ

"พวกคุณคงเข้าใจผิดแล้ว ฉันกับเขาไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกค่ะ"

 จางเย่จื่อออกตัวไว้ก่อน ก่อนที่จะพากันเข้าใจผิดไปกันใหญ่

 "แหมถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอโทษด้วย

ที่พวกเราเข้าใจผิดพี่สะใภ้ก็อย่าได้ถือสาไปเลยนะคะ"

โยโย่พูดพร้อมรอยยิ้มน่ารัก

 "ฉันเหลียนฟ่งจะแนะนำทุกคนให้พี่สะใภ้รู้จักนะคะ"

ว่าแล้วเธอก็ร่ายยาวเรียกชื่อใคร คนนั้นก็ขานรับให้จางเย่จื่อรู้จัก

จางเย่จื่อกำลังมึนงง ก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้เป็นแฟนกัน ทำไมถึงเอาแต่เรียกเธอว่าพี่สะใภ้อยู่ได้ตอนนี้เธอได้แต่ผงกศีรษะทักทายทีละคนพร้อมรอยยิ้มแหย ๆ

 ลู่เจี้ยนเห็นก็อดขำไม่ได้พอหันมาสบตากับฉินฟ่าน ก็สะดุ้งเฮือก ราวกับตัวเองกินปูนร้อนท้อง มีพิรุธร้อนตัวยังไง

ก็ไม่รู้ ลู่เจี้ยนรีบจูงมือฉินฟ่าน พาเดินออกไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปอีกยี่สิบเมตรเพื่อคุยกันสองคน

"เธอคือใครเหรอครับ"

 ฉินฟ่านอดถามก่อนไม่ได้

"บังเอิญใช่ไหมล่ะเขาถึงว่าโลกมันกลมเธอนี่แหล่ะนิ้วชั่งทองจางเย่จื่อ ที่ล้วงกระเป๋าพี่"

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status