共有

บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

last update 公開日: 2026-02-22 07:00:42

รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมาก

 แต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่าง

 พวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อ

 ฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขา

คุณหนูสี่เดินยิ้มเข้ามากระซิบเบา ๆ

“วันนี้คุณหล่อมากเลย แต่มาอวยพรคุณแม่ทั้งทีก็ควรจะถอดแว่นตาสักหน่อยนะคะ”

 “ไม่ถอดไม่ได้เหรอมันเสียลุค”

ฉินฟ่านอิดออดเพราะเขารู้สึกอาย ๆ

อยู่เหมือนกัน แต่นี่เป็นเรื่องมารยาทคุณหนูสี่จึงเขย่าแขนเขาพร้อมคะยั้นคะยอให้ถอดออกเร็ว ๆ ทำให้ฉินฟ่านต้องถอนใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับถอดแว่นตาดำออกช้า ๆ อย่างเสียไม่ได้

 “เสี่ยวฟ่าน ตาของเธอ”

พี่รองโพล่งออกมาทันทีที่เห็น แต่ก็หุบปากลงทันทีเช่นเดียวกันเพราะกลัว

ฉินฟ่านรู้สึกอับอาย

 “บอกมาว่าใครมันบังอาจทำกับนายแบบนี้เฮียจะสั่งคนไปเก็บมันเอง”

คุณชายใหญ่เห็นสภาพของเขาแล้วของขึ้นทันทีคนผู้นี้นับได้ว่ามากมีอิทธิพลทั้งวงการตำรวจทหารนักการเมือง มีใครกล้าไม่ให้เกียรติ ผู้ใดมาสะเออะทำให้เขาขุ่นเคืองในใจอาจหายสาบสูญไปได้ง่าย ๆ

“คุณชายใหญ่ใจเย็น ๆ แค่เรื่องเล็กน้อยเองครับ”

 ทุกคนต่างตกใจที่เห็นรอยเขียวช้ำรอบเบ้าตา ราวกับหมีแพนด้า

ทุกคนต่างทราบกันดีว่าพลังฝีมือของ

ฉินฟ่านเข้าขั้นระดับปรมาจารย์เลยเชียวนะ

ใครกันนะที่อัดเขาซะเละตุ้มเปะแบบนี้ รึว่าเป็นอาจารย์ผู้ลึกลับของเขาแต่เห็นเขาไม่พูดแก้ตัวอะไร เอาแต่ยืนยิ้มแหย ๆ ทุกคนจึงไม่อยากให้เขาพูดเรื่องที่ไม่สบายใจ

 "ผมขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักครับ นี่คือพี่ร่วมสาบานของผมลู่เจี้ยน มีฉายาว่ากิเลนลู่และพี่สาวบุญธรรมของผมหลินฮัว ส่วนยัยตัวเล็กนี่ ลูกสาวบุญธรรมของผมเองคังยูนา"

 ฉินฟ่านเปิดบทสนทนาเลี่ยงความอึดอัดเมื่อครู่ ทุกคนในตระกูลเย่ถึงกับต้องมองลู่เจี้ยนใหม่อีกครั้ง เพราะชื่อหัวหน้าแก๊งกิเลนลู่นี้ โด่งดังในซูโจวมานานนับสิบ ๆ ปี ชื่อเสียงที่ยืนหนึ่งมายาวนานย่อมแสดงถึงฝีมืออันร้ายกาจที่ไม่ธรรมดาของชายผู้นี้

“ลู่เจี้ยน กิเลนลู่ชื่อเสียงดังก้องสองหู นับถือนับถือ ยินดีที่ได้รู้จัก”

คุณชายใหญ่สัมผัสมือกับลู่เจี้ยนด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นนับได้ว่าพวกเขาเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกันผ่านฉินฟ่าน

 “วันนี้ผมลู่เจี้ยนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รู้จักทุกท่านครับ”

ลู่เจี้ยนกับหลินฮัวยิ้มพลางยื่นของขวัญให้คุณชายรองเป็นผู้รับไว้พลางกล่าวอวยพร

"สวัสดีครับ ผมลู่เจี้ยนขออวยพรให้คุณนายเย่มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงมีความสุขมาก ๆ นะครับ"

 ลู่เจี้ยนกล่าวคนแรก

 "ขอบใจเธอมากแต่เธอเป็นพี่ชายของเสี่ยวฟ่านเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน เธอควรเรียกฉันว่าป้าเย่ถึงจะถูกนะ"

"ได้ครับป้าเย่"

หลินฮัวเดินอุ้มลูกน้อยเข้ามาอวยพรบ้าง

"ขอให้วันนี้มีทุก ๆ ปี ทุก ๆ ปีมีวันนี้นะคะคุณป้าเย่"

"จ้า ขอบใจอู๊ย ยัยตัวเล็กนี่น่ารักจริง ๆ ปากนิดจมูกหน่อย หน้าตาจิ้มลิ้มเชียวเสี่ยวฮัววันหลังต้องพาลูกมาเล่นกับป้าที่นี่บ่อย ๆ นะป้าจะเตรียมขนมอร่อย ๆ ไว้ให้"

"ได้ค่ะคุณป้าเย่"

 "ฮิฮิเอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงตาผมแสดงความกตัญญูต่อแม่ยายที่เคารพบ้าง”

ฉินฟ่านหัวเราะฮิ ๆ ฮะ ๆ เดินเข้าไป

โค้งคำนับเก้าสิบองศา ยื่นกล่องไม้สีแดงมีลวดลายสลักเป็นสีทองที่เล็กกระทัดรัดขนาดเท่าฝ่ามือให้ในท่วงท่าประคองสองมือ ทุกคนต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ ถึงความเป็นเลิศในวิชาการแพทย์ของฉินฟ่านในกล่องนี้จะต้องเป็นตัวยาที่สุดแสนจะล้ำค่า ต่อให้มีเงินสิบล้านร้อยล้านก็หาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้อย่างแน่นอน

 “เสี่ยวฟ่านให้ของขวัญกล่องเล็ก ๆ มาแบบนี้แต่ทำไมผมรู้สึกว่าของในกล่องนี้

จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”

 เย่หมิงทงขยับแว่นตากรอบทองมองดู

กล่องใกล้ ๆ ด้วยความสงสัยว่ามีอะไรอยู่ข้างในกันแน่

 "ที่รักคะวันเกิดคุณแม่ทั้งที คุณแม่เองก็เอ็นดูคุณมาก ทำไมถึงได้ขี้เหนียวให้ของขวัญชิ้นเล็ก เท่ากล่องไม้ขีดแบบนี้ล่ะคะ"

ทุกคนพากันหัวเราะกันครืนที่คุณหนูสี่แกล้งกระเซ้าเย้าแหย่เขา

 "เมียจ๋ายังไม่รู้อะไร”

คุณหนูสี่พอได้ยินเขาเรียกเธอแบบนั้น

ถึงกลับเขินอายหน้าแดงยืนบิดตัวไปมาทำอะไรไม่ถูก

 “สิ่งนี้แถวบ้านผม เขาเรียกว่าจิ๋วแต่แจ๋ว ยานี้ผมใช้เวลาปรุงถึงสี่สิบเก้าวันใช้พลังลมปราณขั้นสุดยอดในการหลอมกลั่นกว่าจะสำเร็จได้นับว่าเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยแต่แค่เห็นรอยยิ้มหวาน ๆ ของคุณ ผมก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

 อ่า โทษทีนอกเรื่องไปหน่อย ผมนำยาวิเศษนี้มามอบให้เพื่อแสดงความกตัญญููต่อแม่ยายที่เคารพรัก ชื่อของมันก็คือครึ่งสวรรค์ชั้นฟ้า

 กินเม็ดแรกสุขภาพจะแข็งแรง ขจัดปัดเป่าโรคภัยร้ายหายไปหมดสิ้นเลือดลมเดินสะดวก กินเม็ดที่สองผิวพรรณจะผุดผ่องเป็นยองใยมีฤทธิ์เสมือนยาอายุวัฒนะ

ย้อนกลับคืนสู่ความเป็นสาวได้นับสิบปีชวนพิศชวนมอง จนเหลียวหลัง ทำให้คุณพ่อต้องลุ่มหลงงมงายหลงรักหัวปักหัวปำ ไม่มีแม้แต่จะชายตามองหญิงอื่น"

ทุกคนหัวเราะกันครืนใหญ่อีกครั้งในความกะล่อนลิ้นทองคำของเขา

แต่ทุกคนก็ยังไม่ลืมที่จะต้องทึ่งกับสรรพคุณของขวัญล้ำค่านี้

 "เสี่ยวฟ่านทำไมถึงตั้งชื่อนี้ให้มีคำว่าครึ่งด้วยล่ะ"

“เออนั่นสิ”

หลายคนเกิดความสงสัยในชื่อยาเป็นอย่างมาก คุณชายสามจึงถามตรงใจกับคนอื่นพอดี

"พี่สามพูดไปก็เป็นเรื่องน่าอาย ตอนนั้นอาจารย์ที่เคารพดุด่าว่ากล่าวสั่งสอนทุกเช้าค่ำ ผมไม่ยอมตั้งใจเรียนจึงถูกอาจารย์ทุบตีด่าว่าไม่รักดีอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้ว่าผมจะทำให้คุณแม่งดงามดั่งนางฟ้าบนสรวงสวรรค์ไม่ได้ แต่ถ้างามสักครึ่งหนึ่งของนางฟ้า ผมยังนับว่าพอกล้อมแกล้มทำได้อยู่ครับ"

 ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจ

"พอเลยคุณนี่ไหลไปเรื่อย ทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่รักเอ็นดูคุณ มากกว่าฉันที่เป็นลูกสาวซะอีก"

คุณหนูสี่บ่นตัดพ้ออย่างน้อยใจเสียงดังจนทุกคนต้องหัวเราะกันยกใหญ่อีกครั้ง

"ดี ๆ วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา มีความสุขพวกเธอทุกคนก็ต้องดื่มให้มาก ๆ หน่อย"

 เย่หมิงทงให้คุณหนูสี่พาพวกเขาไปหาที่นั่ง ฉินฟ่านสวมแว่นตาดำอีกครั้งคุณหนูสี่คล้องแขนเขาเดินฝ่าแขกเหรื่อไป พร้อมกับกระซิบข้างหูของเขาเบา ๆ

 "งานนี้มีเด็กสาวสวย ๆ เพียบบ้านมีฐานะร่ำรวย การศึกษาดีจบดีกรีจากเมืองนอกกันทั้งนั้นคุณไม่คิดจะสนใจบ้างเหรอ"

"นี่…คุณกำลังลองใจผมอยู่รึไงมีคนสวยอย่างคุณอยู่ข้างกายในสายตาของผมย่อมมีแต่คุณ รักคุณ เฝ้าละเมอเพ้อฝันถึงแต่คุณ จนตอนนี้แทบอยากจะกลืนกินคุณลงไปทั้งตัว ผู้หญิงพวกนั้นเปรียบได้แค่นางกำนัล ไหนเลยจะงดงามสู้ฮองเฮาของผมได้ เดี๋ยวคืนนี้เราไปหาที่จู๋จี๋กัน แล้วผมจะช่วยนวดให้มันบึ้มขึ้นอีก พวกเรานั่งโต๊ะนี้กันเถอะ"

“คุณนี่ก็พูดไปเรื่อย อยากเอารัดเอาเปรียบฉันก็บอกมาเถอะ”

 เขาหยุดเดิน แล้วหันมาทำตาหวานใส่เธอ

“แต่คืนนี้คุณสวยมากจริง ๆ จนผมแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว”

ฉินฟ่านโอบเอวเล็ก ๆ เท่าหยิบมือของคุณหนูสี่พลางชี้ชวนให้นั่งลง คุณหนูสี่ได้ยินคำหวานเข้าไป ถึงกับยิ้มหวานทอดสายตาหยาดเยิ้มให้เขาอย่างรู้กัน

 แขกที่รู้จักกันต่างชักชวนกันนั่งร่วมวงเป็นเพื่อนคุย บางครั้งดื่มสักแก้วสองแก้วอาจจะได้สัญญาทางการค้ามูลค่าสูง ติดไม้ติดมือเป็นของแถมกลับบ้าน

 โต๊ะใกล้ ๆ ที่อยู่ทางซ้ายมือ มีอาเสี่ยหนุ่มรูปร่างหน้าตาหล่อเหลานั่งกันอยู่สามคน ทุกคนต่างตะลึงในความงามของคุณหนูสี่ ต่างพากันแอบด่าทอบรรพบุรุษของฉินฟ่านสิบแปดรุ่นในใจว่า ทำไมคนที่โชคดีได้โอบกอดหญิงสาวที่งามหยดย้อยเช่นคุณหนูสี่ จึงไม่ใช่เขา

จู่ ๆ ความสนใจของอาเสี่ยทั้งสาม ก็หันเหไปที่สาวงามกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาทางนี้

 “ว้าว มางานนี้คุ้มจริง ๆ สาวสวยเพียบเลยพวกแกเล็งให้ดีจะได้ไม่ต้องมาแย่งกันทีหลัง เข้าใจไหม”

คนที่เหลือต่างพยักหน้า น้ำลายแทบจะไหลย้อยจากมุมปากไม่ว่าคนไหนก็สวยไปหมด เลือกไม่ถูกเลยจริง ๆ

 เหลียนฟ่งนำสาว ๆ ที่แต่งตัวงดงามตามกระแสแฟชั่น เดินเรียงรายนวยนาดเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ

 โยโย่กับอิ๋งอิ๋งต่างพากันแยกย้าย หอมแก้มฉินฟ่านคนละข้างแล้วค่อยไปหาที่นั่ง ส่วนเหลียนฟ่งป้อนองุ่นเข้าปากของเขาด้วยท่าทีเอาอกเอาใจจนทำให้พวกอาเสี่ยที่เห็นถึงกับปากสั่นรู้สึกอิจฉาตาร้อนแกมหมั่นไส้ไปตาม ๆ กัน

ฉากป้อนองุ่นนี้ เล่นเอาอาเสี่ยทั้งสามพ่นสำลักเหล้าที่ดื่มออกมา แต่กลับให้ความรู้สึกคล้ายกระอักเลือดออกมาซะมากกว่า ไอ้หมอนี่เป็นใครกันควงสี่เลยรึ ช่างเถอะ…ช่างเถอะผู้หญิงพวกนี้อาจจะถูกซื้อมาหรืออาจจะเป็นบริการเพื่อนเที่ยวก็ได้ แต่สวยขนาดนี้ไอ้บัดซบนี่ไปหามาจากโมเดลลิ่งที่ไหนกันนะ

 แต่แล้วเหมือนมีสายฝนที่แสนจะชุ่มฉ่ำหลั่งรินมาชโลมหัวใจน้อย ๆ ของอาเสี่ยทั้งสามพวกเขาต่างหมายปองผู้หญิง ที่ทั้งสวยทั้งเก่งคนนี้ตำแหน่งซีอีโอแบรนด์น้ำหอมชื่อดังการันตีได้ใช่แล้วเธอคือ

ซูหลิง นิตยสาร ทีวีสัมภาษณ์เธออยู่บ่อยครั้งทำให้มีคนรู้จักสาวงามคนนี้มากมาย

 ซูหลิงเดินยิ้มมาพลางโบกมือทักทายฉินฟ่านมาแต่ไกล แต่ราวกับเวรกรรมอาเสี่ยหนุ่มทั้งสามต่างนึกว่าเธอกำลังโบกมือให้กับตนเอง พวกเขารีบโบกมือตอบพร้อมยิ้มกว้างทันที

 ซูหลิงเดินผ่านพวกเขา เข้ามาโอบคอฉินฟ่านหอมแก้มไปฟอดใหญ่

 ว๊อทเดอะฟัค

 อีแบบนี้ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงแล้วนั่น

ซูหลิงซีอีโอมือทองเชียวนะ จะไปโยงเข้ากับบริการเพื่อนเที่ยวได้ยังไง

 อาเสี่ยทั้งสามถึงกับแข็งค้างอยู่ในท่าโบกมือ ต่างทยอยกันลุกขึ้นยืน เพื่อที่จะหลีกลี้ห่างหายจากภาพบาดตาบาดใจนี้ นั่งรถไฟไปชายแดนรึจะไปให้ไกลถึงโพ้นทะเลเลยก็ยิ่งดี นี่…มันบ้าเกินไปแล้วสาวงามหยดย้อยห้าคนเชียวนะ ที่รุมเอาใจมัน

 ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“เอาล่ะ ตอนนี้องค์ประชุมอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วเล่ามาให้หมดเปลือก”

 จู่ ๆ ลู่เจี้ยนก็เคาะโต๊ะ พูดจาลอย ๆ ออกมาโดยไม่ระบุชื่อ แต่ฉินฟ่านที่กำลังนั่ง

เพลิน ๆ เคี้ยวองุ่นตุ้ย ๆ อยู่ ถึงกับสะดุ้งเฮือก

“ไอ้หย๋า พี่ใหญ่ นี่ต้องพูดจริง ๆ เหรอ”

 ฉินฟ่านโอดครวญ สีหน้าเหมือนคนท้องผูกถ่ายไม่ออก

 “แกคิดว่าพี่ใหญ่คนนี้ของแกเป็นใคร ฉันกิเลนลู่นะเฟ้ยรึจะให้ไอ้หัวทองไปสืบเรื่องของแกมา แค่แป๊บเดียวก็ได้เรื่องแล้ว เล่ามาเร็ว ๆ เข้าอย่ามัวแต่โยกโย้”

 ฉินฟ่านได้แต่กัดฟันเล่าให้ทุกคนฟัง

ทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจฟังว่าฉินฟ่านจะเล่าเรื่องราวอะไรกันแน่

 “ตอนเช้า ฉันไปเดินเล่นที่ซอยลูกเป็ดน้อยย่านประตูผี แล้วบังเอิญไปพบกับกวนอิมเผ็ดเข้า”

พอฉินฟ่านเล่าเรื่องเจ้ากระทิงบีบบังคับให้ชาวบ้านขายบ้านขายช่องให้เจ้านายของมัน ทุกคนถึงกับก่นด่าจนเสียงดังเอ็ดตะโร ทำให้แขกเหรื่อที่นั่งอยู่ในละแวกนั้นต่างเหลียวมามอง

 หลังจากนั้นเขาก็เล่าต่อว่ากวนอิมเผ็ดเข้าใจว่า เขาคือเจ้าหัวหมูลูกชายที่หายสาบสูญไปห้าปี ทิ้งแม่ให้อยู่บ้านเพียงคนเดียวเฝ้าวาดฝันว่าสักวันหนึ่งลูกชายจะกลับมา

 “พอผมปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกชายเธอ เป็นแค่คนผ่านมา เธอก็เลย….เธอก็เลย”

 “เธอก็เลยอัดเข้าที่เบ้าตาแกใช่ไหม”

ลู่เจี้ยนถามแบบเจาะใจ ให้ทุกคนคลายความสงสัย

ฉินฟ่านพยักหน้าช้า ๆ พลางเล่าต่อ

 “หลังจากที่ถูกเธอไล่ทุบตีฉุดกระชากลากถูจนเสื้อผ้าขาดก็จะพาผมกลับบ้านให้ได้ เธอเป็นผู้หญิงจะให้ผมลงไม้ลงมือกับเธอก็ใช่ที่

ผมเองก็อับจนปัญญา ได้แต่วิ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในครัวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่เธอเป็นถึงหัวหน้าชุมชนที่ทุกคนนับถือ แค่ถามชาวบ้านไม่กี่คน ก็หาผมจนเจอ เธอไม่พูดพล่ามทำเพลง หยิบมีดปังตอได้ก็ขว้างใส่จนเฉียดปลายจมูกผม หลังจากนั้นเจอไข่ขว้างไข่ เจอเศษผักขว้างเศษผัก แต่ที่ทำให้ผมเข้าใจถึงความร้ายกาจของฝนพิรุณพร่างฟ้า สุดยอดอาวุธลับของตระกูลถัง ว่าหลบยังไงก็ไม่มีทางหลบได้พ้น ก็เพราะมือของเธอดันไปคว้าเจอถุงแป้งมัน พอเธอขว้างใส่ผม มันบังเอิญไปโดน ใบพัดของพัดลมเพดาน

ตัดถุงจนขาดแป้งก็เลยฟุ้งกระจาย จนตัวผมได้แต่ยืนนิ่งเพราะว่าไม่รู้จะหลบยังไง ตัวผมตั้งแต่หัวจรดเท้าเปรอะเปื้อนมอมแมมไปหมดผมได้แต่พุ่งตัวออกนอกร้านวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต เรื่องราวก็เป็นแบบนี้แหละครับ”

 ท่าทางของฉินฟ่านในตอนนี้เหมือนกับหมาหงอย หูตูบหางตกผิดกับคนอื่นที่นั่งหัวเราะกัน พอโยโย่แชร์รูปของ

ฉินฟ่านในสภาพทุลักทุเล สะบักสะบอมให้ทุกคนดู เสียงหัวเราะก็ยิ่งดังขึ้นไปอีกจนสร้างความแตกตื่นให้กับแขกเหรื่อโต๊ะข้าง ๆ แถวนั้น

“ฮ่ะ ๆ โอ๊ย…หัวเราะจนปวดท้องแล้วนะเนี่ย นี่ฉันมีน้องชื่อหัวหมูอย่างงั้น

เหรอฮ่ะ ๆ ”

ลู่เจี้ยนขำจนต้องตบโต๊ะกระทืบเท้า

ยิ่งเห็นสภาพที่ฉินฟ่านอายจนเอาใบหน้าไปซุกอกคุณหนูสี่เพื่อให้เธอปลอบใจเขา

ลู่เจี้ยนก็ยิ่งหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ งสภาพคนอื่นที่นั่งร่วมโต๊ะก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ละคนหัวเราะกันจนเหนื่อย ราวกับว่าที่พวกเขาหัวเราะรวมกันมาสิบปียังไม่เท่าวันนี้วันเดียว

 ลู่เจี้ยนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาเดินไปตามทางกรวดน้อย ๆ ที่มีพุ่มดอกไม้เตี้ย ๆ หลากสีสันราวกับเดินเล่นอยู่ต่างประเทศ ทันใดนั้นเองจมูกของเขาก็สูดได้กลิ่นที่คุ้นเคยชนิดหนึ่ง ตอนเดินสวนกับหญิงสาวชุดสีแดง

 "เสี่ยวจื่อจะรีบไปไหนผมคิดว่าเราสองคนมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กันอยู่นะ"

หญิงสาวชุดแดงยังคงทำเป็นแกล้งไม่รู้ไม่ชี้เธอยังคงเดินตามทางน้อยดุ่ย ๆ ต่อไปอย่างไม่รีบร้อน

"เสี่ยวจื่อความอดทนของผมมีขีดจำกัดถ้าคุณไม่ยอมหยุด ผมจะใช้กำลังหยุดคุณเอง"

 ลู่เจี้ยนมีหรือจะยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ

 สาวชุดแดงหยุดนิ่งสักพักแล้วหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม ที่งดงามดุจดอกกระดังงาลนไฟ

"เก่งนี่ คุณรู้ได้ยังไงคะว่าเป็นฉัน"

"เพราะว่าเราคงมีดวงที่สมพงศ์กัน มาห้องน้ำทีไรเจอคุณทุกทีอย่าบอกนะว่าห้องน้ำเป็นออฟฟิศของคุณ แถมน้ำหอมที่คุณใช้มันเตะจมูกชะมัดเพราะมันเป็น

กลิ่นที่ผมชอบมากซะด้วย อย่าพูดมากเลยคืนของผมมาซะดี ๆ ไม่อย่างงั้นก็ไปคุยกันที่สถานีตำรวจ"

"นาฬิกานั่นฉันขายทิ้งไปแล้วคิดไม่ถึงว่า หลังจากกิเลนลู่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกใต้ดิน ล้างมือในอ่างทองคำ ยุบแก๊งหันมาทำการค้าสุจริตจะต้องหันไปพึ่งพาตำรวจเหมือนชาวตลาดร้านถิ่นด้วย"

 ลู่เจี้ยนรู้สึกแปลกใจที่เธอรู้จักเขา แต่ยังกล้าลงมือกับเขาอีก

“คุณรู้จักผมด้วยเหรอ”

“รู้สิ ฉันก็เป็นคนในวงการใต้ดินเหมือนกันนะคะ”

"เฮอะ ๆ รู้แล้วยังกล้าอีกทีนี้ก็ตั้งใจฟังให้ดี ๆ เอาของผมคืนมา”

“คุณก็ตั้งใจฟังฉันให้ดี ๆ ไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันขายนาฬิกานั่นไปสองล้านก็จริง แต่เงินใช้หมดแล้วเอางี้ละกัน ค่าตัวฉันในวงการแพงมากคุณคงรู้ดี ฉันจะทำงานให้คุณชิ้นหนึ่ง เป็นการชดใช้ให้ตกลงไหม"

"ไม่ตกลง ตอนเป็นเด็กคุณคงชอบแอบหลับในห้องเรียน ไม่ยอมตั้งใจเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่ครูสอนรึไงนาฬิกานั่น ผมซื้อมาตั้งสี่ล้านนะแถมเงินในกระเป๋าอีกเอางี้แล้วกัน อืม หน้าตาคุณก็พอใช้ได้เอาตัวคุณไปขัดดอกสักสองสามปีก็แล้วกัน"

นิ้วชั่งทองจางเย่จื่อพอได้ยินคำว่าจะเอาตัวเธอไปขัดดอก เธอก็ถอยหลังกรูดแถมยังไขว้สองมือปิดหน้าอกอีกด้วย

"คุณนี่เป็นผู้ชายอกสามศอกซะเปล่าเงินนิด ๆ หน่อยแค่นี้ทำเป็นคิดเล็กคิดน้อยไปได้ แล้วฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าอย่ามาคิดแอ้มซะให้ยาก"

"เชอะ…ใครอยากจะแอ้มคุณ แบนยังกับไม้กระดานโต้คลื่นผมแค่อยากให้คุณทำงานใช้หนี้ อย่างงานบ้านงานเลขาอะไรแบบนี้ต่างหากล่ะ ถ้าไม่ตกลงก็เตรียมล้างก้นไปนอนเล่นในคุกได้เลยว่ายังไง"

"สามปีมันนานไป คำเดียวขาดตัว

ฉันทำงานให้คุณสี่เดือน แล้วเราหายกันไม่ต้องต่อรองอีกแล้ว ตกลงไหม"

 ลู่เจี้ยนชั่งใจอยู่พักหนึ่งในที่สุดเขาก็พยักหน้ายินยอม จะให้เขาทำยังไงได้

จับเธอไปขายซ่องนางโลมอย่างงั้นรึ

 ทั้งสองตกลงในเงื่อนไขนี้ จึงตบมือกันสามทีเป็นการให้สัญญากัน

 ทุกคนที่นั่งอยู่โต๊ะฉินฟ่านต่างพากันทำตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นลู่เจี้ยนพาสาวสวยผมยาวชุดแดงทรงเสน่ห์กลับมาด้วย

 เหลียนฟ่งทำท่าขึงขังออกคำสั่งรวดเร็วปานสายฟ้าแล่บทันที

“ทั้งหมด…แถว…ตรง”

 ทุกคนถึงกับยอมไหลตามน้ำ ลุกพรึ่บ

อย่างพร้อมเพรียงโดยที่ไม่ได้นัดหมาย

เหลียนฟ่งยังคงตะโกนออกคำสั่งต่อไป

“วันทยา…หัตถ์”

ทุกคนตะเบ๊ะด้วยสีหน้าอมยิ้มดีใจที่ได้แกล้งคนแล้วตะโกนออกมาอย่างใจตรงกัน

"พี่สะใภ้"

ลู่เจี้ยนกับสาวชุดแดงถึงกับทำหน้าตาเหรอหรา จนพวกเธอหัวเราะกันจนตัวโยก

 นี่พวกเธอเรียกใครว่าพี่สะใภ้เรียกฉันเหรอ ฉันควรจะขานรับไหมนะ แต่ว่าฉันไม่ได้เป็นพี่สะใภ้อะไรนั่นสักหน่อย

จางเย่จือรู้สึกปวดหัวกับคำเรียกหานี้จริง ๆ

 ลู่เจี้ยนบุ้ยปากเป็นเชิงให้เธอนั่งลง แต่เธอยังคงยืนเฉยไม่สนใจใยดีเขา จนเขาต้องขยับใบหน้ามาใกล้พร้อมพูดด้วยโทนเสียงต่ำลอดไรฟันออกมา

"นั่งลง"

"พวกเราดีใจจริง ๆ ที่วันนี้ได้มีโอกาสยลโฉมพี่สะใภ้คนสวย"

เหลียนฟ่งพูดพลางรินน้ำชาให้เธออย่างเอาอกเอาใจ

"พวกคุณคงเข้าใจผิดแล้ว ฉันกับเขาไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกค่ะ"

 จางเย่จื่อออกตัวไว้ก่อน ก่อนที่จะพากันเข้าใจผิดไปกันใหญ่

 "แหมถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอโทษด้วย

ที่พวกเราเข้าใจผิดพี่สะใภ้ก็อย่าได้ถือสาไปเลยนะคะ"

โยโย่พูดพร้อมรอยยิ้มน่ารัก

 "ฉันเหลียนฟ่งจะแนะนำทุกคนให้พี่สะใภ้รู้จักนะคะ"

ว่าแล้วเธอก็ร่ายยาวเรียกชื่อใคร คนนั้นก็ขานรับให้จางเย่จื่อรู้จัก

จางเย่จื่อกำลังมึนงง ก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้เป็นแฟนกัน ทำไมถึงเอาแต่เรียกเธอว่าพี่สะใภ้อยู่ได้ตอนนี้เธอได้แต่ผงกศีรษะทักทายทีละคนพร้อมรอยยิ้มแหย ๆ

 ลู่เจี้ยนเห็นก็อดขำไม่ได้พอหันมาสบตากับฉินฟ่าน ก็สะดุ้งเฮือก ราวกับตัวเองกินปูนร้อนท้อง มีพิรุธร้อนตัวยังไง

ก็ไม่รู้ ลู่เจี้ยนรีบจูงมือฉินฟ่าน พาเดินออกไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปอีกยี่สิบเมตรเพื่อคุยกันสองคน

"เธอคือใครเหรอครับ"

 ฉินฟ่านอดถามก่อนไม่ได้

"บังเอิญใช่ไหมล่ะเขาถึงว่าโลกมันกลมเธอนี่แหล่ะนิ้วชั่งทองจางเย่จื่อ ที่ล้วงกระเป๋าพี่"

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นล

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 46 ฟินสุดๆ

    เวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวงจันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คนทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 45 แน่ะ มีงอนด้วย

    “แหมคุณชายสามพวกเราก็ได้แต่ทำท่าทำทางเลียนแบบในหนังเท่านั้นเองวิชาแมวสามขาอย่างพวกเรา พูดไปคนอื่นก็หัวเราะเยาะเปล่า ๆ ส่วนชุดนินจากับดาบเก๊ ๆ อะไรพวกนั้นน่ะเราสั่งซื้อมาจากทางออนไลน์ทั้งนั้นแหล่ะค่ะ""อื้อว่าแล้วเชียวสาวน้อยน่ารักอย่างพวกเธอจะเป็นนินจาได้ยังไงใครเชื่อก็บ้าแล้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 44 ดูดพิษ

    ยอดสีชมพูสั่นระริก ด้วยความเจ็บปวดหรือเพราะฤทธิ์ของยาพิษก็ไม่อาจทราบได้ แต่เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ที่เขาสนใจคือการช่วยชีวิตเธอเขาใช้ปลายเล็บกรีดแทนมีดผ่าตัด ค่อย ๆ กรีดยาวหนึ่งนิ้ว เขาก้มลงดูดเลือดพิษทันที เลือดสีดำถูกพ่นออกจากปากเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนมันเริ่มเป็นสีแดง 

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status