ログインรถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมาก
แต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่าง
พวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อ
ฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขา
คุณหนูสี่เดินยิ้มเข้ามากระซิบเบา ๆ
“วันนี้คุณหล่อมากเลย แต่มาอวยพรคุณแม่ทั้งทีก็ควรจะถอดแว่นตาสักหน่อยนะคะ”
“ไม่ถอดไม่ได้เหรอมันเสียลุค”
ฉินฟ่านอิดออดเพราะเขารู้สึกอาย ๆ
อยู่เหมือนกัน แต่นี่เป็นเรื่องมารยาทคุณหนูสี่จึงเขย่าแขนเขาพร้อมคะยั้นคะยอให้ถอดออกเร็ว ๆ ทำให้ฉินฟ่านต้องถอนใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับถอดแว่นตาดำออกช้า ๆ อย่างเสียไม่ได้
“เสี่ยวฟ่าน ตาของเธอ”
พี่รองโพล่งออกมาทันทีที่เห็น แต่ก็หุบปากลงทันทีเช่นเดียวกันเพราะกลัว
ฉินฟ่านรู้สึกอับอาย
“บอกมาว่าใครมันบังอาจทำกับนายแบบนี้เฮียจะสั่งคนไปเก็บมันเอง”
คุณชายใหญ่เห็นสภาพของเขาแล้วของขึ้นทันทีคนผู้นี้นับได้ว่ามากมีอิทธิพลทั้งวงการตำรวจทหารนักการเมือง มีใครกล้าไม่ให้เกียรติ ผู้ใดมาสะเออะทำให้เขาขุ่นเคืองในใจอาจหายสาบสูญไปได้ง่าย ๆ
“คุณชายใหญ่ใจเย็น ๆ แค่เรื่องเล็กน้อยเองครับ”
ทุกคนต่างตกใจที่เห็นรอยเขียวช้ำรอบเบ้าตา ราวกับหมีแพนด้า
ทุกคนต่างทราบกันดีว่าพลังฝีมือของ
ฉินฟ่านเข้าขั้นระดับปรมาจารย์เลยเชียวนะ
ใครกันนะที่อัดเขาซะเละตุ้มเปะแบบนี้ รึว่าเป็นอาจารย์ผู้ลึกลับของเขาแต่เห็นเขาไม่พูดแก้ตัวอะไร เอาแต่ยืนยิ้มแหย ๆ ทุกคนจึงไม่อยากให้เขาพูดเรื่องที่ไม่สบายใจ
"ผมขอแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักครับ นี่คือพี่ร่วมสาบานของผมลู่เจี้ยน มีฉายาว่ากิเลนลู่และพี่สาวบุญธรรมของผมหลินฮัว ส่วนยัยตัวเล็กนี่ ลูกสาวบุญธรรมของผมเองคังยูนา"
ฉินฟ่านเปิดบทสนทนาเลี่ยงความอึดอัดเมื่อครู่ ทุกคนในตระกูลเย่ถึงกับต้องมองลู่เจี้ยนใหม่อีกครั้ง เพราะชื่อหัวหน้าแก๊งกิเลนลู่นี้ โด่งดังในซูโจวมานานนับสิบ ๆ ปี ชื่อเสียงที่ยืนหนึ่งมายาวนานย่อมแสดงถึงฝีมืออันร้ายกาจที่ไม่ธรรมดาของชายผู้นี้
“ลู่เจี้ยน กิเลนลู่ชื่อเสียงดังก้องสองหู นับถือนับถือ ยินดีที่ได้รู้จัก”
คุณชายใหญ่สัมผัสมือกับลู่เจี้ยนด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นนับได้ว่าพวกเขาเกี่ยวดองเป็นเครือญาติกันผ่านฉินฟ่าน
“วันนี้ผมลู่เจี้ยนรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รู้จักทุกท่านครับ”
ลู่เจี้ยนกับหลินฮัวยิ้มพลางยื่นของขวัญให้คุณชายรองเป็นผู้รับไว้พลางกล่าวอวยพร
"สวัสดีครับ ผมลู่เจี้ยนขออวยพรให้คุณนายเย่มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงมีความสุขมาก ๆ นะครับ"
ลู่เจี้ยนกล่าวคนแรก
"ขอบใจเธอมากแต่เธอเป็นพี่ชายของเสี่ยวฟ่านเราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน เธอควรเรียกฉันว่าป้าเย่ถึงจะถูกนะ"
"ได้ครับป้าเย่"
หลินฮัวเดินอุ้มลูกน้อยเข้ามาอวยพรบ้าง
"ขอให้วันนี้มีทุก ๆ ปี ทุก ๆ ปีมีวันนี้นะคะคุณป้าเย่"
"จ้า ขอบใจอู๊ย ยัยตัวเล็กนี่น่ารักจริง ๆ ปากนิดจมูกหน่อย หน้าตาจิ้มลิ้มเชียวเสี่ยวฮัววันหลังต้องพาลูกมาเล่นกับป้าที่นี่บ่อย ๆ นะป้าจะเตรียมขนมอร่อย ๆ ไว้ให้"
"ได้ค่ะคุณป้าเย่"
"ฮิฮิเอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงตาผมแสดงความกตัญญูต่อแม่ยายที่เคารพบ้าง”
ฉินฟ่านหัวเราะฮิ ๆ ฮะ ๆ เดินเข้าไป
โค้งคำนับเก้าสิบองศา ยื่นกล่องไม้สีแดงมีลวดลายสลักเป็นสีทองที่เล็กกระทัดรัดขนาดเท่าฝ่ามือให้ในท่วงท่าประคองสองมือ ทุกคนต่างรู้ดีอยู่แก่ใจ ถึงความเป็นเลิศในวิชาการแพทย์ของฉินฟ่านในกล่องนี้จะต้องเป็นตัวยาที่สุดแสนจะล้ำค่า ต่อให้มีเงินสิบล้านร้อยล้านก็หาซื้อตามท้องตลาดไม่ได้อย่างแน่นอน
“เสี่ยวฟ่านให้ของขวัญกล่องเล็ก ๆ มาแบบนี้แต่ทำไมผมรู้สึกว่าของในกล่องนี้
จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”
เย่หมิงทงขยับแว่นตากรอบทองมองดู
กล่องใกล้ ๆ ด้วยความสงสัยว่ามีอะไรอยู่ข้างในกันแน่
"ที่รักคะวันเกิดคุณแม่ทั้งที คุณแม่เองก็เอ็นดูคุณมาก ทำไมถึงได้ขี้เหนียวให้ของขวัญชิ้นเล็ก เท่ากล่องไม้ขีดแบบนี้ล่ะคะ"
ทุกคนพากันหัวเราะกันครืนที่คุณหนูสี่แกล้งกระเซ้าเย้าแหย่เขา
"เมียจ๋ายังไม่รู้อะไร”
คุณหนูสี่พอได้ยินเขาเรียกเธอแบบนั้น
ถึงกลับเขินอายหน้าแดงยืนบิดตัวไปมาทำอะไรไม่ถูก
“สิ่งนี้แถวบ้านผม เขาเรียกว่าจิ๋วแต่แจ๋ว ยานี้ผมใช้เวลาปรุงถึงสี่สิบเก้าวันใช้พลังลมปราณขั้นสุดยอดในการหลอมกลั่นกว่าจะสำเร็จได้นับว่าเหน็ดเหนื่อยไม่น้อยแต่แค่เห็นรอยยิ้มหวาน ๆ ของคุณ ผมก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
อ่า โทษทีนอกเรื่องไปหน่อย ผมนำยาวิเศษนี้มามอบให้เพื่อแสดงความกตัญญููต่อแม่ยายที่เคารพรัก ชื่อของมันก็คือครึ่งสวรรค์ชั้นฟ้า
กินเม็ดแรกสุขภาพจะแข็งแรง ขจัดปัดเป่าโรคภัยร้ายหายไปหมดสิ้นเลือดลมเดินสะดวก กินเม็ดที่สองผิวพรรณจะผุดผ่องเป็นยองใยมีฤทธิ์เสมือนยาอายุวัฒนะ
ย้อนกลับคืนสู่ความเป็นสาวได้นับสิบปีชวนพิศชวนมอง จนเหลียวหลัง ทำให้คุณพ่อต้องลุ่มหลงงมงายหลงรักหัวปักหัวปำ ไม่มีแม้แต่จะชายตามองหญิงอื่น"
ทุกคนหัวเราะกันครืนใหญ่อีกครั้งในความกะล่อนลิ้นทองคำของเขา
แต่ทุกคนก็ยังไม่ลืมที่จะต้องทึ่งกับสรรพคุณของขวัญล้ำค่านี้
"เสี่ยวฟ่านทำไมถึงตั้งชื่อนี้ให้มีคำว่าครึ่งด้วยล่ะ"
“เออนั่นสิ”
หลายคนเกิดความสงสัยในชื่อยาเป็นอย่างมาก คุณชายสามจึงถามตรงใจกับคนอื่นพอดี
"พี่สามพูดไปก็เป็นเรื่องน่าอาย ตอนนั้นอาจารย์ที่เคารพดุด่าว่ากล่าวสั่งสอนทุกเช้าค่ำ ผมไม่ยอมตั้งใจเรียนจึงถูกอาจารย์ทุบตีด่าว่าไม่รักดีอยู่บ่อย ๆ ถึงแม้ว่าผมจะทำให้คุณแม่งดงามดั่งนางฟ้าบนสรวงสวรรค์ไม่ได้ แต่ถ้างามสักครึ่งหนึ่งของนางฟ้า ผมยังนับว่าพอกล้อมแกล้มทำได้อยู่ครับ"
ทุกคนพากันหัวเราะชอบใจ
"พอเลยคุณนี่ไหลไปเรื่อย ทุกวันนี้คุณพ่อคุณแม่รักเอ็นดูคุณ มากกว่าฉันที่เป็นลูกสาวซะอีก"
คุณหนูสี่บ่นตัดพ้ออย่างน้อยใจเสียงดังจนทุกคนต้องหัวเราะกันยกใหญ่อีกครั้ง
"ดี ๆ วันนี้ครอบครัวเราอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา มีความสุขพวกเธอทุกคนก็ต้องดื่มให้มาก ๆ หน่อย"
เย่หมิงทงให้คุณหนูสี่พาพวกเขาไปหาที่นั่ง ฉินฟ่านสวมแว่นตาดำอีกครั้งคุณหนูสี่คล้องแขนเขาเดินฝ่าแขกเหรื่อไป พร้อมกับกระซิบข้างหูของเขาเบา ๆ
"งานนี้มีเด็กสาวสวย ๆ เพียบบ้านมีฐานะร่ำรวย การศึกษาดีจบดีกรีจากเมืองนอกกันทั้งนั้นคุณไม่คิดจะสนใจบ้างเหรอ"
"นี่…คุณกำลังลองใจผมอยู่รึไงมีคนสวยอย่างคุณอยู่ข้างกายในสายตาของผมย่อมมีแต่คุณ รักคุณ เฝ้าละเมอเพ้อฝันถึงแต่คุณ จนตอนนี้แทบอยากจะกลืนกินคุณลงไปทั้งตัว ผู้หญิงพวกนั้นเปรียบได้แค่นางกำนัล ไหนเลยจะงดงามสู้ฮองเฮาของผมได้ เดี๋ยวคืนนี้เราไปหาที่จู๋จี๋กัน แล้วผมจะช่วยนวดให้มันบึ้มขึ้นอีก พวกเรานั่งโต๊ะนี้กันเถอะ"
“คุณนี่ก็พูดไปเรื่อย อยากเอารัดเอาเปรียบฉันก็บอกมาเถอะ”
เขาหยุดเดิน แล้วหันมาทำตาหวานใส่เธอ
“แต่คืนนี้คุณสวยมากจริง ๆ จนผมแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว”
ฉินฟ่านโอบเอวเล็ก ๆ เท่าหยิบมือของคุณหนูสี่พลางชี้ชวนให้นั่งลง คุณหนูสี่ได้ยินคำหวานเข้าไป ถึงกับยิ้มหวานทอดสายตาหยาดเยิ้มให้เขาอย่างรู้กัน
แขกที่รู้จักกันต่างชักชวนกันนั่งร่วมวงเป็นเพื่อนคุย บางครั้งดื่มสักแก้วสองแก้วอาจจะได้สัญญาทางการค้ามูลค่าสูง ติดไม้ติดมือเป็นของแถมกลับบ้าน
โต๊ะใกล้ ๆ ที่อยู่ทางซ้ายมือ มีอาเสี่ยหนุ่มรูปร่างหน้าตาหล่อเหลานั่งกันอยู่สามคน ทุกคนต่างตะลึงในความงามของคุณหนูสี่ ต่างพากันแอบด่าทอบรรพบุรุษของฉินฟ่านสิบแปดรุ่นในใจว่า ทำไมคนที่โชคดีได้โอบกอดหญิงสาวที่งามหยดย้อยเช่นคุณหนูสี่ จึงไม่ใช่เขา
จู่ ๆ ความสนใจของอาเสี่ยทั้งสาม ก็หันเหไปที่สาวงามกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินเข้ามาทางนี้
“ว้าว มางานนี้คุ้มจริง ๆ สาวสวยเพียบเลยพวกแกเล็งให้ดีจะได้ไม่ต้องมาแย่งกันทีหลัง เข้าใจไหม”
คนที่เหลือต่างพยักหน้า น้ำลายแทบจะไหลย้อยจากมุมปากไม่ว่าคนไหนก็สวยไปหมด เลือกไม่ถูกเลยจริง ๆ
เหลียนฟ่งนำสาว ๆ ที่แต่งตัวงดงามตามกระแสแฟชั่น เดินเรียงรายนวยนาดเข้ามานั่งร่วมโต๊ะ
โยโย่กับอิ๋งอิ๋งต่างพากันแยกย้าย หอมแก้มฉินฟ่านคนละข้างแล้วค่อยไปหาที่นั่ง ส่วนเหลียนฟ่งป้อนองุ่นเข้าปากของเขาด้วยท่าทีเอาอกเอาใจจนทำให้พวกอาเสี่ยที่เห็นถึงกับปากสั่นรู้สึกอิจฉาตาร้อนแกมหมั่นไส้ไปตาม ๆ กัน
ฉากป้อนองุ่นนี้ เล่นเอาอาเสี่ยทั้งสามพ่นสำลักเหล้าที่ดื่มออกมา แต่กลับให้ความรู้สึกคล้ายกระอักเลือดออกมาซะมากกว่า ไอ้หมอนี่เป็นใครกันควงสี่เลยรึ ช่างเถอะ…ช่างเถอะผู้หญิงพวกนี้อาจจะถูกซื้อมาหรืออาจจะเป็นบริการเพื่อนเที่ยวก็ได้ แต่สวยขนาดนี้ไอ้บัดซบนี่ไปหามาจากโมเดลลิ่งที่ไหนกันนะ
แต่แล้วเหมือนมีสายฝนที่แสนจะชุ่มฉ่ำหลั่งรินมาชโลมหัวใจน้อย ๆ ของอาเสี่ยทั้งสามพวกเขาต่างหมายปองผู้หญิง ที่ทั้งสวยทั้งเก่งคนนี้ตำแหน่งซีอีโอแบรนด์น้ำหอมชื่อดังการันตีได้ใช่แล้วเธอคือ
ซูหลิง นิตยสาร ทีวีสัมภาษณ์เธออยู่บ่อยครั้งทำให้มีคนรู้จักสาวงามคนนี้มากมาย
ซูหลิงเดินยิ้มมาพลางโบกมือทักทายฉินฟ่านมาแต่ไกล แต่ราวกับเวรกรรมอาเสี่ยหนุ่มทั้งสามต่างนึกว่าเธอกำลังโบกมือให้กับตนเอง พวกเขารีบโบกมือตอบพร้อมยิ้มกว้างทันที
ซูหลิงเดินผ่านพวกเขา เข้ามาโอบคอฉินฟ่านหอมแก้มไปฟอดใหญ่
ว๊อทเดอะฟัค
อีแบบนี้ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงแล้วนั่น
ซูหลิงซีอีโอมือทองเชียวนะ จะไปโยงเข้ากับบริการเพื่อนเที่ยวได้ยังไง
อาเสี่ยทั้งสามถึงกับแข็งค้างอยู่ในท่าโบกมือ ต่างทยอยกันลุกขึ้นยืน เพื่อที่จะหลีกลี้ห่างหายจากภาพบาดตาบาดใจนี้ นั่งรถไฟไปชายแดนรึจะไปให้ไกลถึงโพ้นทะเลเลยก็ยิ่งดี นี่…มันบ้าเกินไปแล้วสาวงามหยดย้อยห้าคนเชียวนะ ที่รุมเอาใจมัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เอาล่ะ ตอนนี้องค์ประชุมอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาแล้วเล่ามาให้หมดเปลือก”
จู่ ๆ ลู่เจี้ยนก็เคาะโต๊ะ พูดจาลอย ๆ ออกมาโดยไม่ระบุชื่อ แต่ฉินฟ่านที่กำลังนั่ง
เพลิน ๆ เคี้ยวองุ่นตุ้ย ๆ อยู่ ถึงกับสะดุ้งเฮือก
“ไอ้หย๋า พี่ใหญ่ นี่ต้องพูดจริง ๆ เหรอ”
ฉินฟ่านโอดครวญ สีหน้าเหมือนคนท้องผูกถ่ายไม่ออก
“แกคิดว่าพี่ใหญ่คนนี้ของแกเป็นใคร ฉันกิเลนลู่นะเฟ้ยรึจะให้ไอ้หัวทองไปสืบเรื่องของแกมา แค่แป๊บเดียวก็ได้เรื่องแล้ว เล่ามาเร็ว ๆ เข้าอย่ามัวแต่โยกโย้”
ฉินฟ่านได้แต่กัดฟันเล่าให้ทุกคนฟัง
ทุกคนต่างตั้งอกตั้งใจฟังว่าฉินฟ่านจะเล่าเรื่องราวอะไรกันแน่
“ตอนเช้า ฉันไปเดินเล่นที่ซอยลูกเป็ดน้อยย่านประตูผี แล้วบังเอิญไปพบกับกวนอิมเผ็ดเข้า”
พอฉินฟ่านเล่าเรื่องเจ้ากระทิงบีบบังคับให้ชาวบ้านขายบ้านขายช่องให้เจ้านายของมัน ทุกคนถึงกับก่นด่าจนเสียงดังเอ็ดตะโร ทำให้แขกเหรื่อที่นั่งอยู่ในละแวกนั้นต่างเหลียวมามอง
หลังจากนั้นเขาก็เล่าต่อว่ากวนอิมเผ็ดเข้าใจว่า เขาคือเจ้าหัวหมูลูกชายที่หายสาบสูญไปห้าปี ทิ้งแม่ให้อยู่บ้านเพียงคนเดียวเฝ้าวาดฝันว่าสักวันหนึ่งลูกชายจะกลับมา
“พอผมปฏิเสธว่าไม่ใช่ลูกชายเธอ เป็นแค่คนผ่านมา เธอก็เลย….เธอก็เลย”
“เธอก็เลยอัดเข้าที่เบ้าตาแกใช่ไหม”
ลู่เจี้ยนถามแบบเจาะใจ ให้ทุกคนคลายความสงสัย
ฉินฟ่านพยักหน้าช้า ๆ พลางเล่าต่อ
“หลังจากที่ถูกเธอไล่ทุบตีฉุดกระชากลากถูจนเสื้อผ้าขาดก็จะพาผมกลับบ้านให้ได้ เธอเป็นผู้หญิงจะให้ผมลงไม้ลงมือกับเธอก็ใช่ที่
ผมเองก็อับจนปัญญา ได้แต่วิ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ในครัวของร้านอาหารแห่งหนึ่ง แต่เธอเป็นถึงหัวหน้าชุมชนที่ทุกคนนับถือ แค่ถามชาวบ้านไม่กี่คน ก็หาผมจนเจอ เธอไม่พูดพล่ามทำเพลง หยิบมีดปังตอได้ก็ขว้างใส่จนเฉียดปลายจมูกผม หลังจากนั้นเจอไข่ขว้างไข่ เจอเศษผักขว้างเศษผัก แต่ที่ทำให้ผมเข้าใจถึงความร้ายกาจของฝนพิรุณพร่างฟ้า สุดยอดอาวุธลับของตระกูลถัง ว่าหลบยังไงก็ไม่มีทางหลบได้พ้น ก็เพราะมือของเธอดันไปคว้าเจอถุงแป้งมัน พอเธอขว้างใส่ผม มันบังเอิญไปโดน ใบพัดของพัดลมเพดาน
ตัดถุงจนขาดแป้งก็เลยฟุ้งกระจาย จนตัวผมได้แต่ยืนนิ่งเพราะว่าไม่รู้จะหลบยังไง ตัวผมตั้งแต่หัวจรดเท้าเปรอะเปื้อนมอมแมมไปหมดผมได้แต่พุ่งตัวออกนอกร้านวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต เรื่องราวก็เป็นแบบนี้แหละครับ”
ท่าทางของฉินฟ่านในตอนนี้เหมือนกับหมาหงอย หูตูบหางตกผิดกับคนอื่นที่นั่งหัวเราะกัน พอโยโย่แชร์รูปของ
ฉินฟ่านในสภาพทุลักทุเล สะบักสะบอมให้ทุกคนดู เสียงหัวเราะก็ยิ่งดังขึ้นไปอีกจนสร้างความแตกตื่นให้กับแขกเหรื่อโต๊ะข้าง ๆ แถวนั้น
“ฮ่ะ ๆ โอ๊ย…หัวเราะจนปวดท้องแล้วนะเนี่ย นี่ฉันมีน้องชื่อหัวหมูอย่างงั้น
เหรอฮ่ะ ๆ ”
ลู่เจี้ยนขำจนต้องตบโต๊ะกระทืบเท้า
ยิ่งเห็นสภาพที่ฉินฟ่านอายจนเอาใบหน้าไปซุกอกคุณหนูสี่เพื่อให้เธอปลอบใจเขา
ลู่เจี้ยนก็ยิ่งหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ งสภาพคนอื่นที่นั่งร่วมโต๊ะก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่ แต่ละคนหัวเราะกันจนเหนื่อย ราวกับว่าที่พวกเขาหัวเราะรวมกันมาสิบปียังไม่เท่าวันนี้วันเดียว
ลู่เจี้ยนขอตัวไปเข้าห้องน้ำ เขาเดินไปตามทางกรวดน้อย ๆ ที่มีพุ่มดอกไม้เตี้ย ๆ หลากสีสันราวกับเดินเล่นอยู่ต่างประเทศ ทันใดนั้นเองจมูกของเขาก็สูดได้กลิ่นที่คุ้นเคยชนิดหนึ่ง ตอนเดินสวนกับหญิงสาวชุดสีแดง
"เสี่ยวจื่อจะรีบไปไหนผมคิดว่าเราสองคนมีเรื่องที่ต้องเคลียร์กันอยู่นะ"
หญิงสาวชุดแดงยังคงทำเป็นแกล้งไม่รู้ไม่ชี้เธอยังคงเดินตามทางน้อยดุ่ย ๆ ต่อไปอย่างไม่รีบร้อน
"เสี่ยวจื่อความอดทนของผมมีขีดจำกัดถ้าคุณไม่ยอมหยุด ผมจะใช้กำลังหยุดคุณเอง"
ลู่เจี้ยนมีหรือจะยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ
สาวชุดแดงหยุดนิ่งสักพักแล้วหันกลับมาพร้อมรอยยิ้ม ที่งดงามดุจดอกกระดังงาลนไฟ
"เก่งนี่ คุณรู้ได้ยังไงคะว่าเป็นฉัน"
"เพราะว่าเราคงมีดวงที่สมพงศ์กัน มาห้องน้ำทีไรเจอคุณทุกทีอย่าบอกนะว่าห้องน้ำเป็นออฟฟิศของคุณ แถมน้ำหอมที่คุณใช้มันเตะจมูกชะมัดเพราะมันเป็น
กลิ่นที่ผมชอบมากซะด้วย อย่าพูดมากเลยคืนของผมมาซะดี ๆ ไม่อย่างงั้นก็ไปคุยกันที่สถานีตำรวจ"
"นาฬิกานั่นฉันขายทิ้งไปแล้วคิดไม่ถึงว่า หลังจากกิเลนลู่ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกใต้ดิน ล้างมือในอ่างทองคำ ยุบแก๊งหันมาทำการค้าสุจริตจะต้องหันไปพึ่งพาตำรวจเหมือนชาวตลาดร้านถิ่นด้วย"
ลู่เจี้ยนรู้สึกแปลกใจที่เธอรู้จักเขา แต่ยังกล้าลงมือกับเขาอีก
“คุณรู้จักผมด้วยเหรอ”
“รู้สิ ฉันก็เป็นคนในวงการใต้ดินเหมือนกันนะคะ”
"เฮอะ ๆ รู้แล้วยังกล้าอีกทีนี้ก็ตั้งใจฟังให้ดี ๆ เอาของผมคืนมา”
“คุณก็ตั้งใจฟังฉันให้ดี ๆ ไม่มีอะไรทั้งนั้น ฉันขายนาฬิกานั่นไปสองล้านก็จริง แต่เงินใช้หมดแล้วเอางี้ละกัน ค่าตัวฉันในวงการแพงมากคุณคงรู้ดี ฉันจะทำงานให้คุณชิ้นหนึ่ง เป็นการชดใช้ให้ตกลงไหม"
"ไม่ตกลง ตอนเป็นเด็กคุณคงชอบแอบหลับในห้องเรียน ไม่ยอมตั้งใจเรียนวิชาคณิตศาสตร์ที่ครูสอนรึไงนาฬิกานั่น ผมซื้อมาตั้งสี่ล้านนะแถมเงินในกระเป๋าอีกเอางี้แล้วกัน อืม หน้าตาคุณก็พอใช้ได้เอาตัวคุณไปขัดดอกสักสองสามปีก็แล้วกัน"
นิ้วชั่งทองจางเย่จื่อพอได้ยินคำว่าจะเอาตัวเธอไปขัดดอก เธอก็ถอยหลังกรูดแถมยังไขว้สองมือปิดหน้าอกอีกด้วย
"คุณนี่เป็นผู้ชายอกสามศอกซะเปล่าเงินนิด ๆ หน่อยแค่นี้ทำเป็นคิดเล็กคิดน้อยไปได้ แล้วฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่าอย่ามาคิดแอ้มซะให้ยาก"
"เชอะ…ใครอยากจะแอ้มคุณ แบนยังกับไม้กระดานโต้คลื่นผมแค่อยากให้คุณทำงานใช้หนี้ อย่างงานบ้านงานเลขาอะไรแบบนี้ต่างหากล่ะ ถ้าไม่ตกลงก็เตรียมล้างก้นไปนอนเล่นในคุกได้เลยว่ายังไง"
"สามปีมันนานไป คำเดียวขาดตัว
ฉันทำงานให้คุณสี่เดือน แล้วเราหายกันไม่ต้องต่อรองอีกแล้ว ตกลงไหม"
ลู่เจี้ยนชั่งใจอยู่พักหนึ่งในที่สุดเขาก็พยักหน้ายินยอม จะให้เขาทำยังไงได้
จับเธอไปขายซ่องนางโลมอย่างงั้นรึ
ทั้งสองตกลงในเงื่อนไขนี้ จึงตบมือกันสามทีเป็นการให้สัญญากัน
ทุกคนที่นั่งอยู่โต๊ะฉินฟ่านต่างพากันทำตาโตเท่าไข่ห่าน เมื่อเห็นลู่เจี้ยนพาสาวสวยผมยาวชุดแดงทรงเสน่ห์กลับมาด้วย
เหลียนฟ่งทำท่าขึงขังออกคำสั่งรวดเร็วปานสายฟ้าแล่บทันที
“ทั้งหมด…แถว…ตรง”
ทุกคนถึงกับยอมไหลตามน้ำ ลุกพรึ่บ
อย่างพร้อมเพรียงโดยที่ไม่ได้นัดหมาย
เหลียนฟ่งยังคงตะโกนออกคำสั่งต่อไป
“วันทยา…หัตถ์”
ทุกคนตะเบ๊ะด้วยสีหน้าอมยิ้มดีใจที่ได้แกล้งคนแล้วตะโกนออกมาอย่างใจตรงกัน
"พี่สะใภ้"
ลู่เจี้ยนกับสาวชุดแดงถึงกับทำหน้าตาเหรอหรา จนพวกเธอหัวเราะกันจนตัวโยก
นี่พวกเธอเรียกใครว่าพี่สะใภ้เรียกฉันเหรอ ฉันควรจะขานรับไหมนะ แต่ว่าฉันไม่ได้เป็นพี่สะใภ้อะไรนั่นสักหน่อย
จางเย่จือรู้สึกปวดหัวกับคำเรียกหานี้จริง ๆ
ลู่เจี้ยนบุ้ยปากเป็นเชิงให้เธอนั่งลง แต่เธอยังคงยืนเฉยไม่สนใจใยดีเขา จนเขาต้องขยับใบหน้ามาใกล้พร้อมพูดด้วยโทนเสียงต่ำลอดไรฟันออกมา
"นั่งลง"
"พวกเราดีใจจริง ๆ ที่วันนี้ได้มีโอกาสยลโฉมพี่สะใภ้คนสวย"
เหลียนฟ่งพูดพลางรินน้ำชาให้เธออย่างเอาอกเอาใจ
"พวกคุณคงเข้าใจผิดแล้ว ฉันกับเขาไม่ได้เป็นแฟนกันหรอกค่ะ"
จางเย่จื่อออกตัวไว้ก่อน ก่อนที่จะพากันเข้าใจผิดไปกันใหญ่
"แหมถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอโทษด้วย
ที่พวกเราเข้าใจผิดพี่สะใภ้ก็อย่าได้ถือสาไปเลยนะคะ"
โยโย่พูดพร้อมรอยยิ้มน่ารัก
"ฉันเหลียนฟ่งจะแนะนำทุกคนให้พี่สะใภ้รู้จักนะคะ"
ว่าแล้วเธอก็ร่ายยาวเรียกชื่อใคร คนนั้นก็ขานรับให้จางเย่จื่อรู้จัก
จางเย่จื่อกำลังมึนงง ก็บอกไปแล้วว่าไม่ได้เป็นแฟนกัน ทำไมถึงเอาแต่เรียกเธอว่าพี่สะใภ้อยู่ได้ตอนนี้เธอได้แต่ผงกศีรษะทักทายทีละคนพร้อมรอยยิ้มแหย ๆ
ลู่เจี้ยนเห็นก็อดขำไม่ได้พอหันมาสบตากับฉินฟ่าน ก็สะดุ้งเฮือก ราวกับตัวเองกินปูนร้อนท้อง มีพิรุธร้อนตัวยังไง
ก็ไม่รู้ ลู่เจี้ยนรีบจูงมือฉินฟ่าน พาเดินออกไปที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปอีกยี่สิบเมตรเพื่อคุยกันสองคน
"เธอคือใครเหรอครับ"
ฉินฟ่านอดถามก่อนไม่ได้
"บังเอิญใช่ไหมล่ะเขาถึงว่าโลกมันกลมเธอนี่แหล่ะนิ้วชั่งทองจางเย่จื่อ ที่ล้วงกระเป๋าพี่"
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นล
เวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวงจันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คนทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงา
“แหมคุณชายสามพวกเราก็ได้แต่ทำท่าทำทางเลียนแบบในหนังเท่านั้นเองวิชาแมวสามขาอย่างพวกเรา พูดไปคนอื่นก็หัวเราะเยาะเปล่า ๆ ส่วนชุดนินจากับดาบเก๊ ๆ อะไรพวกนั้นน่ะเราสั่งซื้อมาจากทางออนไลน์ทั้งนั้นแหล่ะค่ะ""อื้อว่าแล้วเชียวสาวน้อยน่ารักอย่างพวกเธอจะเป็นนินจาได้ยังไงใครเชื่อก็บ้าแล้
ยอดสีชมพูสั่นระริก ด้วยความเจ็บปวดหรือเพราะฤทธิ์ของยาพิษก็ไม่อาจทราบได้ แต่เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ที่เขาสนใจคือการช่วยชีวิตเธอเขาใช้ปลายเล็บกรีดแทนมีดผ่าตัด ค่อย ๆ กรีดยาวหนึ่งนิ้ว เขาก้มลงดูดเลือดพิษทันที เลือดสีดำถูกพ่นออกจากปากเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนมันเริ่มเป็นสีแดง 







