Share

บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

last update Tanggal publikasi: 2026-02-20 07:00:22

 ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจ

 ฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีก

เขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่าน

เขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการ

เขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก็ไปวิ่งซื้ออุปกรณ์เครื่องใช้ จำพวกกาเหล้าจานชาม

 ส่วนอาหารที่จัดวางอยู่บนโต๊ะ เขาเรียกผู้เชี่ยวชาญด้านโมเดลอาหาร ที่ทำจากดินปั้นมาช่วยจัดการให้เครื่องประดับ เครื่องแต่งกายของนางฟ้าฉางเอ๋อและคนอื่น ๆ ก็จัดทำจัดซื้อจากบริษัทแบรนด์เนมชื่อดัง แน่นอนว่ามันต้องแพงจนหูฉี่ บาร์เหล้าเหล้าที่วางโชว์ป้ายไฟ ทุกอย่างเป็นของจริงหมด

เขาจัดวางรูปปั้นอย่างพิถีพิถัน บ้างนั่งบ้างยืน ไว้ที่อาคารหลังบ้านรายละเอียดทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งบาร์เหล้าโต๊ะเก้าอี้ถอดแบบมาจากความทรงจำของฉินฟ่านไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย เสี่ยวจงยกกาแฟขึ้นจิบพลางพยักหน้าหงึก ๆ ด้วยความภาคภูมิใจในผลงานชิ้นโบว์แดง

 ฉินฟ่านกำลังเดินคุยเฮฮามาพร้อมกับสาว ๆ ทุกคนพอได้เห็นผลงานปานเนรมิตของเสี่ยวจง เขาก็หยุดกึกเอาซะดื้อ ๆ เขาผงะไปชั่วขณะ ในความทรงจำของเขานี่เป็นฉากที่เทพทั้งเจ็ดนั่งล้อมวงดื่มสุรากันอย่างครื้นเครง

จู่ ๆ ฉินฟ่านก็วิ่งเข้าไปกอดเสี่ยวจงจนแน่น จนเสี่ยวจงตกใจทำกาแฟร้อนหกรดอกเสื้อของฉินฟ่าน ทำไมฉินฟ่านไม่ร้องเอะอะโวยวายว่าร้อนๆๆๆบ้างเลยล่ะเขาไม่ร้อนเลยรึไงเขากำลังจะอ้าปากขอโทษแต่กลับถูกฉินฟ่านตบหลังตบไหล่อย่างแรงไปหลายที

 “ขอบใจนายมากจริงๆนะเสี่ยวจงผลงานของนายนี่มัน…โคตรสุดยอดเลย”

 แล้วฉินฟ่านก็เดินเข้าไปหารูปปั้นอย่างช้า ๆ คล้ายกับว่าละเมอเดินอยู่ในความฝัน

เขานึกย้อนไปในอดีตนรกแห่งนั้น เทพเหล่านี้รวมถึงทุกเรื่องราวผุดขึ้นมาเป็นฉาก ๆ ในม่านแห่งความนึกคิด

ทุกคนต่างพากันประหลาดใจในท่าทางของเขา ไม่รู้ว่าอยู่ดี ๆ ทำไมฉินฟ่านให้แกะสลักรูปปั้นคนเหล่านี้ขึ้นมา พวกเขาเป็นใครกันแน่ ผู้หญิงสวย ๆ นั่นเมียเก่าเขาเหรอ แต่ต้องยอมรับว่าเธอสวยจริง ๆ แม้แต่คุณหนูสี่ที่ว่างามหยดย้อยแล้วยังเทียบกับหญิงงามคนนี้ไม่ติดเลย

"ฮ่า ๆ ในที่สุดพวกท่านก็มาหาข้าซะที ดี ๆ เหลียนฟ่งจัดสุราอาหารที่ดีที่สุดมาเยอะ ๆ เลยผมจะดื่มกินกับพวกเขาให้สะใจไปเลย"

 ดื่มกินกับรูปปั้นนี่เหรอพวกเธอต่างพากันมึนงง แต่ก็พากันไปจัดเตรียมอาหารแต่โดยดี

 ฉินฟ่านเดินเข้าไปคุกเข่าหมอบกราบสามครั้งด้วยความเคารพนอบน้อมพอเงยหน้าขึ้นมาน้ำตาของเขาถึงกับไหลรินอาบสองแก้ม ยิ่งสร้างความประหลาดใจให้กับทุกคน จนโยโย่อดไม่ได้ จึงแอบกระแซะเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเอ่ยปากถาม

"พวกเขาเป็นใครเหรอคะ"

"พวกเขาคือพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด คือผู้มีพระคุณล้นฟ้าคืออาจารย์ที่เคารพ ไม่มีพวกเขาก็คงไม่มีผมในวันนี้ขอโทษทีนะ แต่ตอนนี้ขอผมอยู่คนเดียวเถอะ พวกเราไม่ได้เจอกันมานานแล้ว คงมีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะ"

 ในเมื่อฉินฟ่านเปรียบรูปปั้นเหล่านี้เป็นญาติผู้ใหญ่ พวกเธอจึงพากันคุกเข่าหมอบกราบสามครั้งเช่นเดียวกัน จากนั้นทุกคนจึงค่อย ๆ จากไป

"ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงฮ่ะ ๆ วันที่พวกเราได้มาพบกันอีกครั้ง พวกท่านคิดถึงข้าบ้างรึเปล่าข้าคิดถึงพวกท่านยิ่งนักตอนนี้ข้ามีผู้หญิงที่ข้ารักแล้วนะ มีชีวิตที่ดีมีความสุขมากจริง ๆ ฮ่า ๆ พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าฮือ…."

 ฉินฟ่านบัดเดี๋ยวร่ำไห้บัดเดี๋ยวหัวร่อ

ราวกับคนเสียสติเขาพร่ำเพ้อกรีดมือวาดเท้าอยู่คนเดียว

 "ข้าจะเป็นคนดี ไม่ทำให้พวกท่านผิดหวังในตัวข้า ข้าช่วยชีวิตคนใกล้ตาย ข้าช่วยตำรวจจับผู้ร้ายข้ากำลังจะผลิตยารักษาโรคราคาถูกให้กับชาวบ้าน ข้าจะสร้างโรงเรียนให้พวกเด็ก ๆ ได้เรียนฟรีอีกด้วย ข้าจะกินนมเปรี้ยวทุกวันไม่ให้ขาดอีกด้วยฮือ ๆ ข้าจะเป็นตัวแทนของพวกท่านช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยากเอง"

 อาหารร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ทยอยมาจัดวางจนเต็มโต๊ะ ฉินฟ่านรินสุราให้กับทุกคน

 "มา ๆ ถึงนี่จะไม่ใช่ หนึ่งหยดรัญจวนจิต ของนาจาแต่ก็เป็นเหมาไถเก่าเก็บชั้นเลิศ ข้าขอดื่มก่อนเพื่อเป็นการคารวะพวกท่านสามจอก"

 ฉินฟ่านดื่มติดต่อกันสามจอกจนสีหน้าเริ่มแดงระเรื่อ

"พี่สาวนางฟ้าคนสวยของข้า นาน ๆ เราจะได้พบเจอกันสักทีท่านเองก็ต้องดื่มซักจอก"

"ท่านตือโป๊ยก่าย ท่านยี่หนึงจินกุนและทุก ๆ ท่านขาหมูจักรพรรดิ รังนกตุ๋นมะพร้าวอ่อน ข้าวโพดอ่อนผัดเต้าหู้ทรงเครื่อง หมูย่างรมควัน อาหารพวกนี้คนรักของข้าเข้าครัวปรุงขึ้นมาเอง หวังว่ารสชาติจะถูกปากพวกท่านต้องชิมให้มาก ๆ หน่อย พูดแล้วจะหาว่าคุยเหลียนฟ่งคนรักของข้าเป็นคนชอบทำอาหารเธอทำซาลาเปาไส้หมูแดงจานนี้ได้อร่อยมากเลยละ"

"ราชาวานรถึงท่านจะชอบทำสีหน้าเคร่งขรึมชอบเก๊กหล่อแต่ข้ารู้ว่าท่านเป็นคนดีมีน้ำใจขอบคุณในความเมตตาของท่าน ที่มีต่อมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยอย่างข้า อ้อ แล้วก็เนตรอัคคีของท่านเจ๋งจริง ๆ ข้าน้อยขอซูฮก ฮ่า ๆ "

"ท่านไท่ซ่างเหล่าจวินวันนี้ถึงจะไม่มี หยดน้ำตาแห่งความทุกข์ตรม แต่ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้ามี หยดน้ำตาแห่งความสุขสันต์ มามอบให้ท่านเผื่อจะใช้มันเป็นกระสายยาได้เพราะว่าวันนี้ข้ามีความสุขมาก"

 ฉินฟ่านล้วงหยิบขวดหยกออกมาจากแหวนมิติรองน้ำตาของเขาสามหยดแล้วยัดเข้าไปในอกเสื้อของไท่ซ่างเหล่าจวิน

"ท่านเสินหนงข้ามีของดีจะมอบให้ท่านด้วย แท่น แท๊น ข้าเก็บหนังสือ

กายวิภาคที่ให้ความรู้เกี่ยวกับสรีระของผู้หญิงไว้ให้ท่านมานานแล้วแน่นอน…ว่า เพื่อใช้ในกรณีศึกษาหวังว่าจะถูกใจท่านนะฮ่า ๆ วันไหนมีเล่มเด็ด ๆ ข้าจะเก็บไว้ให้ท่านอีก"

 ฉินฟ่านแยกเขี้ยวหัวเราะฮิ ๆ ฮะ ๆ ล้วงหยิบเอาหนังสือโป๊ playboy กับ penthouse เล่มล่าสุดที่วางแผงขายออกมาจากแหวนมิติ ยัดใส่เข้าไปในอกเสื้อของเทพเสินหนง

อย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่ามันจะยับ

ราวกับเกิดความรู้สึกหลอน เมื่อครู่เทพเสินหนงคล้ายกับยักคิ้วหลิ่วตาให้เขาด้วยโอ…นี่เขาคงเมาจนตาลายไปแล้วใช่ไหม

“ไฉ่ซิงเอี๊ยท่านสมกับฉายาเทพแห่งโชคลาภจริง ๆ ทุกวันนี้ข้ากินหรูอยู่สบายก็เพราะท่าน ขอบคุณมากจริง ๆ ส่วนแม่ไก่

อลิซาเบธข้าดูแลเป็นอย่างดี”

ฉินฟ่านซดเหล้าเข้าปาก นึกหาคำพูดอยู่ครู่หนึ่ง

“ท่านพญายม ข้าชอบบาร์เหล้าของท่านนะ ฮ่ะ ๆ ความจริงแล้วข้าไม่เคยโทษท่านเลย เพราะข้าชอบชีวิตในโลกใบนี้มาก

ชอบจริง ๆ”

พวกเราคงไม่มีโอกาสพบกันอีกแล้วใช่ไหม ข้ารู้ดี แต่ไม่เป็นไร ข้าจะมาพูดคุย

กับพวกท่านที่นี่บ่อย ๆ หากข้ามีลูกมีหลานข้าจะพาพวกเขามากราบไหว้พวกท่าน ข้าจะ…จะ"

 ฉินฟ่านดื่มไปมาก จนเมาฟุบหลับคาโต๊ะ จวบจนตะวันขึ้นสายโด่ง เขารู้สึกตัวเนื่องจากรู้สึกว่าขากางเกงเปียกน้ำอุ่น ๆ จนชุ่มโชก

เขาลืมตาขึ้นมาก็เห็นเจ้าแอนโทนี่เจ้าเก่า

กำลังยืนยกขาข้างหนึ่งฉี่รดขาของเขา เขายกขาเตะเจ้าแอนโทนี่ จนมันกระเด็นไปติดข้างฝา ร้องเสียงดังเอ๋ง เอ๋ง

 เขาอาบน้ำแต่งตัวลงมากินข้าว สาว ๆ รีบยกอาหารมาให้

 "ที่รักคะวันนี้เราต้องไปอวยพรวันเกิดคุณนายเย่ตอนเย็นนะคะ คุณอย่าลืมซะล่ะ"

"โอ้…ผมลืมไปเลย ดีนะที่คุณเตือน

ไม่งั้นมีหวัง ว่าที่แม่ยายคงเคืองแย่เลย แล้วนี่พวกคุณจะไปไหนกัน"

“เป็นความลับของสาวงามอย่างพวกเรา คุณคงไม่อยากรู้หรอก ไปนะคะ”

 เหลียนฟ่งรีบเตือนเขาหลังจากที่ทุกคนไปชมการประลอง ที่บ้านตระกูลเย่ในคราวก่อนพวกเขาจึงสนิทสนมคุ้นเคยกันมากขึ้น พวกเธอเองก็ได้รับเชิญทั้งบ้านเช่นเดียวกัน วันนี้สาว ๆ ต่างพากันไปเสริมสวย ที่ร้านทำผมชื่อดังในเมือง ตอนนี้่เขาจึงว่าง กลายร่างเป็นหนุ่มโสดอีกครั้งพลางคิดในใจว่าไปเดินเล่นฆ่าเวลาในเมืองดีกว่า

ฉินฟ่านเดินยิ้มเข้าไป ที่แผนกประชาสัมพันธ์ของโรงพยาบาลประชาชน

ซูโจว

 “สวัสดีครับ ผมอยากจะพบกับ ผอ.

โจวเปิ่น”

“คุณได้นัดเอาไว้รึเปล่าคะ”

 พนักงานสาวกำลังครุ่นคิดในใจว่ารูปหล่อคนนี้ทำไมถึงคุ้นหน้าจังเลยเป็นไอดอล รึว่านายแบบนะ

“ไม่ได้นัดหรอกครับ พอดีผ่านมาทางนี้ก็เลยแวะมาหา”

ขณะที่ฉินฟ่านกำลังยืนคุยกับพนักงานสาว อีกมุมหนึ่งของอาคารหัวหน้าแผนกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่าง ๆ สวมชุดกาวน์สีขาวสิบสองคน กำลังเดินตามกันเป็นพรวนอยู่ที่ชั้นหนึ่ง ติดตามอยู่ข้างหลังผู้อำนวยการโจวเปิ่นเพื่อจะขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นสี่

 ผอ.โจวเปิ่นหันไปถามทางรอง ผอ. มู่เฉิน

 “มู่เฉิน งานสัมมนาทางการแพทย์ ที่เราจะเป็นเจ้าภาพอาทิตย์หน้า เตรียมการไปถึงไหนแล้ว”

 “ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับไม่ต้องเป็นห่วงครับ”

“อย่าลืมเตรียมของขวัญดี ๆ ให้กับผู้บรรยายด้วยล่ะ”

“ทราบแล้วครับ”

 ทันใดนั้นสายตาของ ผอ. โจวเปิ่นก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มคนหนึ่ง ทางโต๊ะประชาสัมพันธ์เขาถึงกับรีบซอยเท้าถี่ ๆ เปลี่ยนทิศทางไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์อย่างเร่งรีบทันที

 เขาหยุดอยู่ข้างหลังผู้ชายคนหนึ่ง แล้วโค้งคำนับพลางทักทายเสียงเบา ๆ ราวกับกลัวว่าถ้าเรียกเสียงดังเกินไปชายหนุ่มคนนั้นจะตกใจตาย

“สวัสดีครับอาจารย์”

กิ๊ง!

 เสียงปากกาในมือของพนักงานสาวประชาสัมพันธ์หล่นลงพื้นเพราะตกใจกับคำว่าอาจารย์

 ชายหนุ่มคนนั้นหันกลับมา พร้อมรอยยิ้มอันสดใส

หล่อ เด็กหนุ่มคนนี้หล่อมาก เป็นพระเอกหนังซีรีส์เรื่องไหนเหรอ ผู้คนแถวนั้นถึงกับจุ๊ปากชมอยู่ในใจ

ส่วนคณะแพทย์ถึงกับทำตาโตเท่าไข่ไก่ อ้าปากค้าง ขาสั่น แทบพากันล้มทั้งยืนเป็นแถบ ๆ

เดี๋ยวก่อน พวกเขาคงไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม ท่าน ผอ. โจวผู้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศเรียกเด็กหนุ่มรุ่นลูกรุ่นหลานว่า อาจารย์อย่างงั้นเหรอแล้ว ไหนจะไอ้ท่าทางยืนสำรวมของท่าน ผอ. นั่นอีก

“อ้าว เจอนายพอดีเลย เสี่ยวเปิ่น”

 ฉินฟ่านเดินเข้าไปสวมกอดคุณหมอโจวเปิ่นอย่างดีใจ

 เรื่องชวนช็อกหัวใจครั้งที่สองนี้ คณะแพทย์แทบกระอักเลือดออกมา ผอ. โจวผู้ที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุเฮี๊ยบเถรตรง ไม่เคยไว้หน้าใครถูกเรียกว่าเสี่ยวเปิ่น

แถมท่าน ผอ. ยังไม่มีท่าทีที่จะโกรธเลย

แต่กลับดูภาคภูมิใจ กับคำเรียกหานี้ซะด้วยซ้ำ โอ๊ย…นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอยากผูกคอตายใต้ต้นถั่วงอก

“อาจารย์มีอะไรให้ผมรับใช้ครับไม่เห็นจะต้องมาเองให้เหนื่อยเลย โทรมาก็

ได้ แล้วผมจะรีบไปหาทันทีเลย”

ฉินฟ่านยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแต่ก็เพียงพอที่จะทำให้แพทย์หญิงและพนักงานสาวประชาสัมพันธ์เอาเก็บไปฝันหวาน

“เอ้า…เอาไป”

 ฉินฟ่านยื่นเช็คใบหนึ่งให้ ผอ. โจวเปิ่นได้แต่รับมาอย่างงง ๆ พออ่านดูตัวเลข เขาถึงกับเบิ่งตาโต

 “หนึ่งร้อยล้านหยวนเงินตั้งมากมายขนาดนี้ นี่มันค่าอะไรเหรอครับ แล้วเอามาให้ผมทำไมครับ”

ผอ. โจวทั้งสงสัย ทั้งรู้สึกงง ๆ

 “เงินนี้ให้นายไว้ใช้ช่วยเหลือผู้ป่วยสำหรับค่ายา ค่ารักษา ค่าเดินทาง แก่ผู้ยากไร้ทุนการศึกษานักเรียนแพทย์หรืออะไรก็ได้แล้วแต่นายเลย

 นายใช้ได้ตามสบายเลยถ้าใช้หมดก็บอก เดี๋ยวจะเอามาให้ใหม่”

 เรื่องชวนช็อกหัวใจครั้งที่สามนี้ทำให้ทุก ๆ คนรู้สึกเหมือนกับ ถูกน้ำที่เย็นจัดราดใส่ศีรษะนั้นไม่ใช่หนึ่งล้านนะ แต่เป็นเงินหนึ่งร้อยล้านหยวน

ทำไมชายหนุ่มคนนี้พูดเหมือนกับมีโหลผักกากดองใส่เงิน ฝังอยู่ที่สวนหลังบ้าน

อยากจะไปขุดเอามาตอนไหนก็ได้

 ผอ. โจวถึงกับน้ำตาคลอเบ้าด้วยความดีใจเพราะเงินที่รัฐบาลอุดหนุนมา มันไม่เพียงพอจริง ๆ เขากำลังกลุ้มใจเรื่องนี้อยู่พอดี เขาไม่มีลูกไม่มีเมีย เงินเดือนออกมาก็ช่วยเหลือชาวบ้านหมดแม้แต่เสื้อผ้าใหม่ ๆ ก็ยังไม่มีสักตัว

 “ขอบคุณครับ ผมจะใช้อย่างดีเลย”

 “แล้วอ่านตำราแพทย์ถึงไหนแล้ว”

 “ห้าอวัยวะตันหกอวัยวะกลวงครับ”

 “ดี ไปก่อนนะ แล้วค่อยเจอกัน”

 “ผมเดินไปส่งนะครับอาจารย์”

 “อื้อ เอาสิ โอ๊ยเกือบลืม นี่ของฝากเนื้อแผ่นผัดเปรี้ยวหวานกับซุปปลาไหลเหลือง อย่าลืมกินข้าวให้ตรงเวลาด้วยล่ะ”

หลังจากทั้งสองเดินผละจากไป ทุกคนค่อยได้สติอีกครั้ง

“นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหมครับทุกคนก็ ได้ยินเหมือนผมใช่ไหมครับ”

หัวหน้าแผนกศัลยกรรมมองทุกคน

กลุ่มแพทย์ต่างพากันพยักหน้าหงึก ๆ

“แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นเป็นใครกันนะ”

หัวหน้าแผนกอายุรกรรมถาม

“เขาคือหมอเทวดาฉินฟ่านค่ะ”

 พนักงานสาวยกมือขึ้นตอบ เธอเพิ่งจำได้ว่า เพื่อนของเธอเคยโชว์คลิปของเขาให้ดู

 อ๋า หากว่าท่าน ผอ. โจวเปิ่น จะกราบใครสักคนเป็นอาจารย์ ก็คงต้องเป็นแค่คนนี้เท่านั้นสินะ

……

 ย่านประตูผีเป็นย่านที่ครึกครื้นที่สุดของเมืองซูโจว ครอบคลุมพื้นที่กว้างไกลถึงหนึ่งส่วนสิบของเมือง ที่นี่มีการค้าที่หลากหลายรูปแบบทั้งวัดวาอาราม อาหารเจที่เลื่องชื่อ พุทธศาสนิกชนคนไหนได้มาชิม ก็เป็นต้องชมเปาะว่าอร่อยสุดยอด อีกทั้งยังมีบ่อน ซ่อง ผับบาร์ คาราโอเกะ สาวสวยเอาใจเก่งขอเพียงคุณมีเงินคุณก็สามารถมาหาความสุขได้จากที่นี่ราวกับตัวคุณเป็นพระเจ้า

ซอยลูกเป็ดน้อยเป็นหนึ่งในตรอกซอกซอยของย่านประตูผีนี้ผู้คนมักจะไม่ค่อยแวะเวียนกันมามากนักเพราะมันดูเก่าและทรุดโทรมแม้แต่ถนนหนหางก็ยังเป็นหลุมเป็นบ่อพอฝนตกทีไรน้ำก็จะขังเป็นแอ่งเวลาเดินก็เฉอะแฉะไปหมด

 แต่ชุมชนเล็ก ๆ แห่งนี้ผู้คนกลับมีความสัมพันธ์ที่เหนียวแน่น ทุกคนต่างสามัคคีถ้อยทีถ้อยอาศัยกันโดยมีผู้นำชุมชน ที่ไม่ได้ถูกเลือกตั้ง แต่เป็นการยัดเยียดตำแหน่งเผือกร้อนลวกมือนี้ให้อย่างเป็นเอกฉันท์เมื่อสิบปีก่อน

เธอคือถังมี่ ฉายากวนอิมเผ็ด อายุสี่สิบ เอกลักษณ์อันโดดเด่นของเธอคือมีหน้าตาที่สะสวยดูดีมีสง่าราศีบริสุทธิ์ดุจบัวพ้นน้ำ ถึงแม้ว่าในตอนนี้จะมีริ้วรอยเหี่ยวย่นไปตามกาลเวลาบ้างก็ตาม

แต่เคยมีเรื่องเล่าลือ มาจนถึงทุกวันนี้ว่าสมัยสาว ๆ เธอมีความงามเป็นหนึ่งในเมืองนี้ถึงขนาดผู้ว่าราชการเมืองซูโจวมาเชื้อเชิญเธอด้วยตัวเองถึงสามครั้ง เพื่อให้ร่วมขบวนรถแห่พาเหรดประจำปี โดยให้เธอรับบทบาทเป็นเจ้าแม่กวนอิม

 ซึ่งบทบาทนี้เองที่ได้สร้างชื่อเสียงอันลือลั่นให้เธอยามที่เธออยู่บนรถแห่แล้วโปรยยิ้มมาให้ฝูงชน ที่เบียดเสียดชมอยู่สองข้างทางแฝงมาด้วยความบริสุทธิ์ ความงดงาม ความเมตตาต่อมนุษย์โลกรัศมีของดวงตะวันที่เปล่งประกายบริสุทธิ์อยู่ที่ด้านหลังศีรษะของเธอ ได้แผ่ซ่านออกไป จนฝูงชนถึงกับลืมตัวลืมตนคุกเข่าลงกราบไหว้เธอ

ใช่ หลังจากนั้นถึงจะมีขบวนรถแห่แบบนี้ทุกปี แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหน เทียบเคียงรัศมีของเธอได้เลยแม้แต่คนเดียว

แต่ที่ทุกคนต่างน้อมถวายตำแหน่งผู้นำชุนชนให้กับเธอไม่ใช่ความงามดั่งเจ้าแม่กวนอิม แต่เป็นนิสัยเถรตรงมีคุณธรรม ยอมหักไม่ยอมงอ รักความยุติธรรมพูดคำด่าแปดคำวาจาดุเดือดเผ็ดร้อนจนแสบไปถึงรูทวาร

แล้วถ้ามีใครทำให้เธอโมโห เกิดความไม่พอใจขึ้นมา เธอจะด่าลามไปถึงผีบรรพชนที่นอนอย่างสงบอยู่ในหลุมให้สะดุ้งตื่นขึ้นมา ชาวบ้านจึงพากันขนานนามเธอว่ากวนอิมเผ็ด

 อาจื้อคนขายผักมีเค้าหน้ารูปสี่เหลี่ยมตาโปน จมูกแบน ตัดผมสั้นแบบทหาร หุ่นแบบคนเตี้ยล่ำเป็นมะขามข้อเดียวมักจะวางแผงขายผักเกินพื้นที่เข้ามาในแผงของ

อาปัง

 อาปังคนขายซาละเปามีใบหน้ายาวเหมือนม้า ดวงตาตี่จมูกโด่งรูปร่างผอมสูงดูเก้งก้างทรงผมหยิกเป็นลอนเหมือนคุณป้า ชอบใส่เสื้อกล้ามสีขาวตุ่น ๆ

 ทั้งสองมักจะโต้เถียงกันอย่างดุเดือด อย่างไม่มีใครยอมใครตามประสาชายหนุ่มเลือดร้อนฮึ่ม ๆ ใส่กันหวิดจะวางมวยจะฆ่ากันตายก็หลายครั้ง

 จนพ่อค้าแม่ค้าละแวกนั้นสุดจะทน ต้องจูงมือพวกมันมา ให้กวนอิมเผ็ดตัดสินคดีความให้

 “ไปตายซะไอ้พวกบ้าบัดซบทั้งหลาย แห่แหนยกโขยงมาทำไมกันตั้งสี่ห้าสิบคนอยากจะดูละครลิงมากใช่ไหม ฉันไม่ใช่

เปาบุ้นจิ้น ที่นี่ก็ไม่ใช่ศาลไคฟง พวกแกจะแห่กันมาหาสวรรค์วิมานอะไรกันมากมาย พวกมันมีเรื่องกัน ก็พาไปสถานีตำรวจซะก็สิ้นเรื่อง พวกแกจะหาเหามาใส่หัวของฉันทำไม หาเรื่องมากวนใจแต่เช้า เดี๋ยวแม่ด่าให้ลืมบ้านเลขที่ซะเลย พากันไสหัวไปไกล ๆ เลยไป!”

 กวนอิมเผ็ดขยับแว่นสายตาที่หนาเตอะโบกมือไล่แบบไม่สนใจใยดี เสียเวลาเธอทำมาหากินหมดแผงขายหมูของเธอก็ใช่ว่าจะขายดิบขายดีอะไรกันมากมาย มีแต่พวกตาเฒ่าหัวงูเมียเผลอ แวะเวียนกันมาอุดหนุนเพราะอยากจีบเธอจนเธอรำคาญต้องเอาน้ำถูพื้นสาดไล่ให้ตาแก่พวกนั้นให้กลับบ้าน

 “ใจเย็น ๆ เจ๊ฟังลุงหมิงคนนี้พูดสักคำ”

 ลุงหมิงกระแอมอยู่สองสามทีเพื่อไล่สเลด เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแบบรวบรัดให้เธอฟัง

 “เฮ้อ พวกมันทะเลาะกันมาก็หลายครั้งพาไปสถานีตำรวจก็คงไม่จบเรื่องเผลอ ๆ ถูกขังถูกปรับอีกเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลาพวกเราเองก็อับจนหนทางได้แต่บากหน้ามาให้เจ๊ช่วย เจ๊เป็นหัวหน้าชุมชนของพวกเรา เราจึงอยากให้เจ๊ช่วยตัดสินให้”

 “ไอ้พวกลูกเป็ดบัดซบ ตำแหน่งหัวหน้าชุมชนซอยลูกเป็ดน้อยสับปะรังเค

อะไรนั่น ฉันไม่ได้อยากจะเป็นสักหน่อย อย่ามายัดเยียดให้ฉันตัดสงตัด

สินอะไร ฉันทำไม่เป็นหรอกมีแต่ไอ้นี่เอ้า…เอาไป”

เคร้ง เคร้ง

กวนอิมเผ็ดโยนมีดแล่หมูสองเล่มลงบนพื้นจนเกิดเสียงดัง

“เอ่อ เอามีดไปทำอะไร”

ลุงหมิงและชาวบ้านต่างงุนงงกับพฤติกรรมของเธอ

กวนอิมเผ็ดกวาดสายตามองหน้าพวกเขา

“ได้ ถ้าพวกก้อนอึอย่างพวกแกอยากให้ฉันตัดสินคดีความให้ เรามาตกลงกันก่อน ไม่ว่าฉันพูดอะไร รึทำอะไรก็ห้ามโต้เถียงโดยเด็ดขาด ฉันพูดคำไหนก็ต้องคำนั้นไม่อย่างงั้นก็อย่าสะเหร่อไสหัวมาที่นี่อีกเข้าใจไหม”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 39 ลงโทษตามกฎบ้าน

    ซูหลิงเล่าเรื่องคุณหนูสี่ให้สามสาวฟังแล้ว เหลียนฟ่งเดินมาจูงมือเธอ"พี่สาวชื่อเหลียนฟ่ง ฝาแฝดนั่นชื่ออิ๋งอิ๋ง โยโย่ จุ๊ ๆ ๆ เธอนี่งามสะคราญราวกับเดินออกมาจากภาพวาดเลยจริง ๆ แต่เธอผอมแห้งไปหน่อย ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวพี่จะทำของอร่อย ๆ บำรุงเธอเอง รับรองว่าเธอจะต้องอ้วนท้วนกว่าเด

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 38 อาซ้อใหญ่

    "ประธานหม่าคะ ฉันได้ยินว่าการค้าหิน ทราย เหล็ก ปูนในซูโจว อยู่ในมือคุณถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ ฉันขอถามเป็นความรู้หน่อยได้ไหมคะ ว่าถ้าต้องการสร้างคอนโดมิเนียมขึ้นมาสักหลังหนึ่ง แต่ในซูโจวไม่มีวัสดุก่อสร้างขายให้ จะทำยังไงคะ"ประธานหม่าเป็นผู้คร่ำหวอดในวงการค้ามานาน พอฟังก็เข้าใจความนัยท

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 37 คังยูนา

    ฉินฟ่านโทรบอกให้เหลียงฟ่งไปรับซ่างกวนหลินฮัว แล้วค่อยไปเจอกันที่วิลล่าของโยโย่ เสร็จแล้วเขาก็โทรเรียกลู่เจี้ยนให้ตามไปพอกลับมาถึงวิลล่า ฉินฟ่านยิ้มกริ่มราวกับราชสีห์เจ้าป่า เดินจูงมือซูหลิงเข้ามา แสดงความหมายเป็นนัย ๆ ให้ทุกคนรู้ว่า นี่คือน้องใหม่แกะกล่องป้ายแดงของพวกเธออย่างเป็นทางการ&nb

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 36 พูดแล้วห้ามคืนคำด้วยล่ะ

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปสองชั่วโมงสามชั่วโมงซีเหมินคังตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังลั่นออกมานอกห้อง พร้อมกับเปิดประตูเดินส่ายหน้าไปมา ราวกับว่าเขาหมดปัญญาที่จะสอนฉินฟ่านร้องเพลงฉินฟ่านเองก็มีสีหน้าที่หงุดหงิด ทำไมร้องเพลงมันถึงยากนักนะ ซีเหมินคังบอกว่าเขาร้องได้ถูกต้องตาม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status