Share

บทที่ 49 หึง

last update publish date: 2026-02-19 07:00:39

ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ

ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !

หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงาน

 เหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน

“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”

 “ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”

 กรอบแกรบ!

 ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอิญเห็นภาพบาดตาบาดใจตอนที่ทั้งสองคนกอดกันอยู่พอดี

นิ้วมือของเขากำหมัดจนแน่นทำให้ถุงมันฝรั่งทอดกรอบที่อยู่ในมือแหลกเละไม่มีชิ้นดี สายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงพิโรธของเขาจ้องมองทั้งคู่เขม็ง หัวใจสูบฉีดเต้นแรง

ความไม่พอใจ

ความเจ็บจี๊ดในอก

ความอยากจะชกหน้าของหมอนั่น

นี่ มันคือความรู้สึกอะไรกัน เขารู้สึกอึดอัดในใจจนต้องระบายโทสะ ด้วยการใช้ฝ่ามือฟาดลงบนฝากระโปรงรถเก๋งสีขาว ที่จอดอยู่ข้าง ๆ

ตึง!

ฝากระโปรงรถยุบลงเป็นรอยฝ่ามือทันทีถ้า เจ้าของรถมาห็นเข้า คงอยากจะร้องไห้ เพราะไม่รู้ว่าประกัน จะยอมจ่ายค่าซ่อมให้รึเปล่า

โยโย่สะกิดแขนอิ๋งอิ๋ง แล้วกระซิบเบา ๆ

“แถวนี้มีคนคลั่งรักซะด้วย”

 อิ๋งอิ๋งก็กระซิบบอกเธอเบา ๆ

“หึงจนเลือดขึ้นหน้าแล้วมั้ง”

 หึง…

 แบบนี้เขาเรียกว่าหึงเหรอ ฉินฟ่านถามใจตัวเอง

 เหลียนฟ่งหัวเราะร่าชูมือขึ้น

 “สิบปี ก็พี่เล่นไปไม่ยอมกลับมาเลยนี่นา แล้วได้พาอาซ้อกลับมาด้วยไหม”

เหลียนซินซวงเอามือขยี้ผมของเธอเบา ๆ พลางพูดอย่างเสียใจ

 “สิบปีแล้วสินะ เวลามันผ่านไปเร็วจริง ๆ

พี่ยังเป็นโสดอยู่ แล้วเธอล่ะแต่งงานรึยัง”

 “ยังเลยค่ะ”

 “ดี ดีจริง ๆ อ้อ จริงสิเกือบลืมไปดอกไม้ช่อนี้สำหรับเธอ”

“พี่นี่บ๊องใหญ่แล้ว ดอกไม้น่ะต้องให้กับสาวคนรักถึงจะถูกสิ แต่ก็ขอบคุณนะว่าแต่กลับมาคราวนี้พี่จะอยู่ที่นี่นานแค่ไหน

เหรอคะ”

 เธอรับดอกไม้มาดมกลิ่นหอมของมัน

 “อาจจะอยู่อีกแค่วันเดียวรึอาจจะอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตก็ได้คำตอบก็คงต้องขึ้นอยู่กับเธอ”

 “ทำไมถึงขึ้นอยู่กับฉันล่ะ”

 “ก็เพราะ…”

ขณะที่เหลียนซินซวงกำลังจะสารภาพรักเสียงตะโกนก็ลอยมาขัดจังหวะซะก่อน

 “กลับมาแล้วครับ”

ฉินฟ่านกับสาวฝาแฝดเดินเข้ามา

 “มา ๆ ฉันขอแนะนำให้รู้จักนะคะ คนนี้คือฉินฟ่าน”

ก่อนที่เธอจะบอกสถานะของเขาฉินฟ่านรีบพูดสวนทันที

“ฮ่ะ ๆ ผมเคยเช่าบ้านเธอ อยู่บนชั้นดาดฟ้านะครับห้องเล็กไปหน่อย แต่ราคาไม่แพงเลยจริง ๆ ครับ”

“ส่วนสองสาวนี้คือโยโย่กับอิ๋งอิ๋งค่ะ ส่วนคนนี้คือญาติผู้พี่ของฉัน เหลียนซินซวง ปกติเขาอยู่ที่เมืองนอก วันนี้กลับมา ก็เลยแวะมาเยี่ยมฉันค่ะ””

พวกเขาทักทายกัน

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ แหม แค่ดูก็รู้ว่าคุณทั้งหล่อทั้งรวย แบบนี้คงเป็นที่หมายปองของสาว ๆ แน่เลยนะครับ”

ฉินฟ่านยิ้มกริ่มจับไม้จับมือกับเขา

อ๋อ ไอ้หมอนี่คงเป็นแค่คนเช่าบ้านของเหลียนฟ่งนี่เอง คงจะมาที่นี่เพื่อขอแบ่งห้องเช่าต่อเพราะคุ้นเคยกันดีสินะ

ใบหน้าเหลียนซินซวงยิ้มแย้ม แต่ในใจกลับครุ่นคิด

“พวกคุณสองคนไม่ได้เจอกันนาน คงมีเรื่องพูดคุยกันอีกเยอะ ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะครับ เชิญตามสบายเลยนะครับ”

ฉินฟ่านขอตัวทันที

เหลียนซินซวงมองดูฉินฟ่านเดินเข้าไปในบ้าน เขาแทบอยากจูบปากฉินฟ่านด้วยความซาบซึ้งไอ้หมอนี่ใช้ได้เลยแฮะ

รู้จักหลีกทางเปิดโอกาสให้เราด้วย

แต่สามสาวกลับยืนงงเป็นไก่ตาแตก

ก็เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ฉินฟ่านเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จไม่ใช่เหรอ อะไรจะรักความสะอาดปานนั้น

คิดยังไม่ทันไรก็มีหน้าแฉล้มยิ้มกว้างของฉินฟ่านยื่นโผล่ออกมาจากประตูบ้าน

“อาฟ่ง กางเกงในของผม คุณซักแล้วเก็บเอาไว้ที่ไหนเหรอ ผมหาไม่เจอ”

“อยู่ลิ้นชักบนสุดในห้องนอนค่ะ”

 เหลียนฟ่งตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติ

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของเหลียนซินซวงกระตุกวูบแววตาของเขาสลดลงทันที ฮึ ๆ ยังไม่ทันได้สารภาพรักก็ต้องมาอกหักซะแล้ว เขารู้สึกสมเพชตัวเองจนแทบกระอักเลือดออกมา

 ไอ้บ้าเอ๊ย มีเจ้าของบ้านที่ไหนจะยอมซักกางเกงในให้ผู้เช่าบ้าน แล้วนี่ต้องสนิทสนมกันขนาดไหน ถึงทำให้กันแบบนี้ได้ต่อให้เป็นเพื่อนสนิทสมัยอนุบาลก็ยังไม่ซักให้กันเลย

“อาฟ่ง เห็นเธอมีความสุข ฉันก็ดีใจแล้ว ฉันคงต้องบินกลับไปสะสางงาน

ลาก่อน”

เขาพูดจบ หันหลังเดินจากไปทันที

สามสาวเข้าไปในบ้านเห็นฉินฟ่านไม่ได้ไปอาบน้ำ แต่กำลังนั่งดูทีวี กินมันฝรั่ง

ทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อย

“อ้าว ไหนว่าจะไปอาบน้ำคะ”

 เหลียนฟ่งเดินไปเปิดน้ำจากตู้เย็นมาดื่ม

 “ขี้เกียจ”

 ฉินฟ่านตอบเนือย ๆ แต่ยกยิ้มที่มุมปาก อย่างอารมณ์ดีเพราะคำพูดของเขาแค่ประโยคเดียว ก็บ่งหนามตำตาออกได้อย่างง่ายดาย

 “อำมหิตจริง ๆ”

โย่โย่ส่ายหน้าแบบคาดไม่ถึง ว่าเขาจะร้ายได้ใจถึงขนาดนี้

 “ใช่ กระบี่เดียวปลิดชีพ โดยไม่เห็นเลือด

 “นับถือนับถือ”

อิ๋งอิ๋งประสานมือคารวะ มองดูเขาอย่างเลื่อมใส

“นี่ อย่าบอกนะว่า คุณกำลังหึงฉันอยู่อย่างงั้นเหรอ”

เหลียนฟ่งถึงกับทำตาโตเมื่อฟังคำพูดของสองสาว เป็นไกด์ไลน์ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้วิ่งเข้าไปหอมแก้มของเขาฟอดใหญ่ ทำไมเธอจะไม่ยินดีล่ะ หึงก็แสดงว่าเขาแคร์เธอทั้งรักมากทั้งหวงมากไง

 “เฮ้อ มันน่าน้อยใจนัก ไม่เห็นจะมีใครมาหึงหวงเราบ้างเลย โยโย่ พรุ่งนี้เราไปที่ตลาดสด หาคนขายปลาคนขายหมูมา

กอดบ้างดีกว่าเขาจะได้หึงพวกเราบ้าง”

 “พวกเธอกล้าเหรอ อย่าได้แม้แต่จะคิด

แค่คิดนิดเดียวก็ไม่ได้”

เขาโวยวายเสียงดังลั่นบ้าน

คิก ๆ

แต่สามสาวกำลังหัวเราะจนตัวโยกไปมา ยิ้มหน้าระรื่น

ที่คาดไม่ถึงก็คือความวัวยังไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรกวันรุ่งขึ้นผู้จัดการ

บริษัททัวร์เยี่ยโจเสียงที่เธอเคยทำงานด้วยเมื่อปีก่อน หอบของกำนัลพะรุงพะรังมาเยี่ยมเธอถึงบ้าน

เขาป็นคนผิวคล้ำ หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่

หัวล้าน อ้วนพุงพลุ้ย ที่แต่งงานมีครอบครัวได้ เพราะยอมจ่ายสินสอดก้อนใหญ่เมื่อหนึ่งเดือนก่อน หมอดูทักเขาว่า ดวงของเขาเป็นดวงกินเมีย เป็นเหตุให้เมียของเขาต้องมาตายติดต่อกันสองคน

เพราะพลังหยางในตัวของเขารุนแรงเกินไป ต้องเสาะหาผู้หญิงที่เกิดปีเสือมาเป็นคู่ครองจึงจะดี แถมผู้หญิงคนนี้ ยังจะหนุนดวงให้เขามั่งคั่งร่ำรวยมากขึ้นอีกด้วย

เขาพลิกดูแฟ้มประวัติพนักงานสาว ซึ่งเหลียนฟ่งเคยเป็นไกด์ฟรีแลนซ์ของบริษัทนี้ โป๊ะเช๊ะ

 เหลียนฟ่งเกิดปีเสือ สถานะโสด ท่าทางร้อนเงินจนต้องหาทำงานพาร์ทไทม์ วันนี้เขาจึงอยากมาลองโยนหินถามทาง ว่าจะยอมแต่งงานกับเขาไหม รับรองว่าเธอจะสุขสบายไปชั่วชีวิต

“เชิญดื่มน้ำชาก่อนค่ะ”

“อาฟ่ง ย้ายบ้านทำไมไม่ยอมบอกกันบ้าง ยังดีที่ป้าเสิ่นจดที่อยู่ของเธอให้กับฉัน แหม แต่บ้านหลังนี้สวยจริง ๆ มันคงแพงมากสินะ”

“ฉันไม่มีเงินซื้อหรอกค่ะฉันแค่มาอยู่อาศัยเฉย ๆ”

เธอพูดความจริง เพราะเจ้าของบ้านคือลู่เจี้ยน

 หึ หึ เป็นแค่ผู้มาขออาศัยหรอกรึ งั้นก็เข้าทางเรา

 ผู้จัดการเยี่ยครุ่นคิดพลางเอื้อมมือไปกุมมือของเธอไว้

 “คุณจะทำอะไรคะ”

 เหลียนฟ่งตกใจจนรีบดึงมือออก

 “อาฟ่ง เราเองก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกล หากเธอลำบากอะไร ก็บอกฉันได้ ฉันจะช่วยเธอเองถ้าอยู่ที่นี่แล้วอึดอัดใจ ฉันจะซื้อบ้านให้เธอเอง ขอแค่เธอยอม…”

 ฉินฟ่านวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องรับแขก ด้วยสีหน้าร้อนรน

 “แย่แล้ว ๆ อาฟ่งอ้าว มีแขกอยู่เหรอ สวัสดีครับ เชิญคุยกันตามสบายนะครับ

อาฟ่งเธอเห็นไม้เบสบอลของฉันรึเปล่า”

ฉินฟ่านพูดจบไม่ยอมฟังคำตอบ ก็รีบเข้าไปรื้อของในห้องครัว จนเกิดเสียงดังปึงปังโครมคราม

 “ไม้เบสบอลอะไรคะ”

 เธอมึนตึ้บไปหมดเพราะบ้านหลังนี้ไม่เคยมีไม้เบสบอลอะไรนั่นสักหน่อย

ฉินฟ่านชะโงกหน้าออกมาจากห้องครัว

“ก็ไม้เบสบอลที่เปื้อนเลือดนั่นไงตอนที่เจ้าปังลูกพี่ใหญ่แก๊งหัวเสือ บังอาจมาจับมือถือแขนแต๊ะอั๋งเธอที่ตลาดแล้วฉันเอาไม้เบสบอลไปฟาดมันหัวแบะ จนทุกวันนี้มันกลายเป็นมนุษย์ผัก หมอรักษายังไงมันก็ไม่ยอมฟื้นขึ้นมาสักทีไง ฉันจะเอาไม้เบสบอลนั่นไปเผาทิ้ง ก่อนที่ตำรวจจะมาเจอ”

 ผู้จัดการเยี่ยนั่งฟังจนเหงื่อแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง นี่เธอมีแฟนแล้วรึนี่ แถมแฟนยังโหดอีกด้วย

 “เอ่อ อาฟ่ง พอดีฉันมีธุระต้องไปทำ วันหลังฉันค่อยมาเยี่ยมเธอใหม่ฉันไปก่อนนะ”

 “แล้วเรื่องบ้านละคะ เดี๋ยว อย่าเพิ่งไปสิคะ”

 เธอแกล้งตะโกนไล่หลังไป ผู้จัดการเยี่ยก็แกล้งไม่ได้ยิน เขากึ่งเดินกึ่งวิ่ง หาคนอื่นมาเป็นเมียดีกว่า เขายังไม่อยากกลายเป็นมนุษย์ผักไปอีกคน

“คุณนี่มันร้ายนักนะ”

 เหลียนฟ่งพูดยิ้ม ๆ อย่างรู้ทัน

 “ข้าน้อยมิกล้า ฮูหยินเยินยอเกินไปแล้ว”

 ปากของเขาปฏิเสธ แต่สีหน้าราวกับภาคภูมิใจในแผนการอันชั่วร้ายนี้ยิ่งนัก

 “ชอบจริง ๆ คนขี้หึงแบบนี้”

 “ถ้าชอบ ต้องทำยังไง”

 “ทำแบบนี้ไง”

 เธอเดินเข้าไป เอามือโอบรอบคอของเขา จูบแลกลิ้นกับเขาอย่างดูดดื่ม

 ตอนบ่ายฉินฟ่านนั่งเล่นอ่านแมกกาซีนแฟชั่นวัยรุ่น ที่เหลียนฟ่งซื้อเอาไว้เลยเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมา รีบโทรเรียกโยโย่กับ

อิ๋งอิ๋ง ให้มาช่วยกันเปลี่ยนลุคให้ลู่เจี้ยน

 หลังจากที่ทั้งฉุดทั้งลากทั้งดึง พา

ลู่เจี้ยนไปที่ห้างสรรพสินค้าใกล้บ้าน เริ่มจากพาไปตัดผมที่ยาวปิดหน้าปิดตาให้ดูสั้นเข้ารูป หน้าตาของเขาดูสดใสจนดูหนุ่มขึ้น จากนั้นก็พาไปซื้อเสื้อผ้า ที่กำลังอินเทรนด์ของหนุ่ม ๆ สมัยนี้

 หลังจากชุลมุนลองเสื้อผ้าไปห้าหกร้านเสียเวลาลองชุดต่าง ๆ ไปสามชั่วโมง ก็ได้เสื้อผ้าที่เสริมบุคลิกให้ดูเหมือนเด็กหนุ่มในรั้วมหาวิทยาลัย

 "โอ้ว้าว พี่ใหญ่ของพวกเราก็เป็นหนุ่มรูปงามเหมือนกันนะเนี่ยทำไมเมื่อก่อน

ถึงไม่สังเกตเห็นนะ"

 โยโย่แกล้งชมสามส่วนพูดจริงเจ็ดส่วน

 "เขาถึงบอกว่าไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่งวันนี้พี่ใหญ่ถูกพวกเราเล่นแต่งตัวเป็นตุ๊กตาก็เลยดูเปลี่ยนไปจริง ๆ ดูแม่นั่นสิที่ใส่เดรสสีแดงมองพี่ใหญ่จนตาเป็นมันเลย"

 อิ๋งอิ๋งบุ้ยปากไปทางฟู๊ดเซ็นเตอร์ ทุกคนมองตามไปมีสาวสวยที่สวมเดรสชุดสีแดงแต่งหน้าทาปากด้วยสีจัดท่าทางคงเปรี้ยวน่าดู กำลังชม้ายชายตาให้กับลู่เจี้ยน

 “ว่าไง พี่ใหญ่คนนี้ก็แจ่มไม่เบาเลยนะ”

ลู่เจี้ยนกลับส่ายหน้าไปมาดิ๊ก ๆ เหมือนตุ๊กตาหน้ารถ

“พี่ชอบแนวใส ๆ มากกว่า แต่งหน้าจัดแบบนี้ เดี๋ยวตื่นขึ้นมากลางดึกมืด ๆ ได้ตกใจช็อกจนหัวใจวายตายกันพอดี”

 ฮ่า ๆ

 ทุกคนถึงกับหัวเราะร่วน

 ฉินฟ่านมองดูพี่ใหญ่พลางพยักหน้าอย่างพอใจแล้วก็เริ่มกางหลักสูตรสอนจีบสาวฉบับเร่งรัดปี 2024 ให้ฟัง

"พี่ใหญ่ จำเอาไว้นะการจะจีบสาวต้องหน้าด้านหน้าทนปากว่ามือถึงจูบได้ก็จูบปล้ำได้ปล้ำ มีโอกาสให้ฉกฉวยก็ต้องลูบ ๆ คลำแตะอั๋งไปเรื่อยไม่ต้องห่วงว่าจะเสียฟอร์มอย่างมากก็แค่โดนตบหน้าฉาดหนึ่ง ยังไงผู้ชายก็ได้กำไรเห็น ๆ อยู่แล้ว"

 เพี๊ยะ

 โยโย่ตีแขนเขา

 "พี่ใหญ่อย่าไปฟังเขา พี่ไปสอนเรื่องบ้า ๆ อย่างงี้ได้ไง"

“ที่ฉันพูดมันคือกลยุทธในการจีบหญิงชั้นเลิศเลยนะ”

"กลยุทธบ้าบอคอแตกอะไร ผู้หญิงนะชอบผู้ชาย ที่ให้เกียรติรักทะนุถนอมเธอราวกับแก้ววิเศษ เอาอกเอาใจเธอให้มาก ๆ หน่อย พาไปชอปปิงของสวย ๆ งาม ๆ บ้าง หมั่นพูดจาหวานหูเวลาให้ดอกไม้รับรองว่าเสร็จทุกราย"

 อิ๋งอิ๋งพูดราวกับต่อยหอย

 แต่มีหรือที่กูรูเรื่องความรักแบบเขา จะยอมแพ้ง่าย ๆ

 "ผู้หญิงนะไม่ชอบคนดี ที่ทำตัวเคร่งครัดราวกับถือศีลกินเจหรอกนะพี่ใหญ่ ไม่ใช่คบกันมาตั้งสามปีจูบซักครั้งก็ยังไม่เคย พวกเธอจะพาลสงสัยเอาว่าพี่ผิดปกติเสียมากกว่า ผู้หญิงนะร้อยทั้งร้อยชอบพวกแบดบอยอย่างผมนี่ปากว่ามือถึงถุงยางพร้อม"

"พี่ใหญ่อย่าไปฟังเขา"

"พี่ใหญ่เชื่อผมสิ"

"วิธีของพี่มันใช้ไม่ได้ผลหรอกค่ะ"

"มีเมียมากี่คนผมก็ใช้วิธีนี้ทั้งนั้น"

"เอาล่ะ เอาล่ะ พวกเธอไม่ต้องเถียงกันพี่ใหญ่จะลองมันทั้งสองวิธีเลยก็แล้วกันแต่เรื่องนี้ต้องค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป เฮ้อ เรื่องเนื้อคู่ก็คงต้องแล้วแต่สวรรค์ จะกำหนดใจร้อนเกินไปก็คงไม่ได้ เดี๋ยวพี่ใหญ่จะไปห้องน้ำก่อน"

 ลู่เจี้ยนส่ายหน้าอย่างเอือมระอา ที่พวกน้อง ๆ เถียงกันเป็นเด็ก  ๆ เขาจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

เขาเดินไปอย่างไม่รีบร้อน เขาเห็นหญิงสาวสวมแว่นดำกำลังนั่งอยู่บริเวณทางเดินที่จะไปห้องน้ำ ใช้มือควานหาของบางอย่างแบบสะเปะสะปะเป็นลักษณะของคนตาบอดอย่างเห็นได้ชัด แต่เธอหาไม่เจอจึงลุกขึ้นยืน โดยยื่นมือทั้งสองไปข้างหน้า ราวกับสำรวจดูว่ามีสิ่งกีดขวางหรือไม่

เพราะว่าเธอตาบอด เธอจึงค่อย ๆ เดินอย่างช้า ๆ และกำลังจะก้าวลงที่พื้นต่างระดับเขากำลังจะร้องเตือน แต่ว่ามันสายไปเสียแล้ว เธอกรีดร้องเสียงหลงร่างของเธอเสียหลักล้มลงดุจนกปีกหัก ลู่เจี้ยนพุ่งเข้าไปรับเธอไว้ในอ้อมอกของเขาทันเวลาพอดี

 กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากตัวเธอทำให้เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกผมดำขลับของเธอยาวเหยียดตรง หน้าตาสะอาดสะอ้านไร้สิวฝ้าแต่งหน้าบาง ๆ ริมฝีปากทาสีม่วงอ่อน ๆ ที่ลำคอข้างติ่งหูด้านซ้ายมีไฝแดงอยู่เม็ดหนึ่งถ้าพิจารณาดี ๆ เธอจัดได้ว่าเป็นคนสวยแบบคมเฉี่ยวคนหนึ่งเลยทีเดียว

"คุณคะปล่อยฉันได้แล้วค่ะ"

 ลู่เจี้ยนมัวแต่ตะลึงในความงามของเธอ จนลืมไปว่า เขายังกอดรัดร่างนุ่ม ๆ ของเธอไว้แน่นในอ้อมแขน

 "ขอโทษครับ คุณกำลังหาอะไรอยู่

เหรอเดี๋ยวผมจะช่วยหา"

ลู่เจี้ยนพยุงตัวเธอขึ้นมา

 "ไม้เท้าของฉันหายน่ะค่ะ เด็กซน ๆ แถวนี้มักจะชอบแกล้งฉัน"

ลู่เจี้ยนเดินไปหา เพียงพริบตาเดียวก็เจอมันตกอยู่บนพื้น เขาหยิบมันมาส่งให้เธอ

 "ขอบคุณมากค่ะ"

รอยยิ้มของเธอราวกับทำให้โลกใบนี้สว่างสดใสขึ้นมาทันตาเห็น

 ต๊อก ๆ

 เสียงไม้เท้ากระทบพื้นเดินห่างไกล

ออกไปทุกทีพอเลี้ยวผ่านมุมอาคารสาวน้อยคนนั้นรีบเดินเข้าห้องน้ำผู้หญิง

ลู่เจี้ยนมองตามเธออย่างเหม่อลอย

จู่ ๆ ก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า ตนเองจะมาห้องน้ำ จึงเดินเข้าห้องน้ำชายไป

สาวน้อยคนนั้นพอเข้าห้องน้ำ เธอกลับพับไม้เท้าคนตาบอดเก็บใส่กระเป๋ามัดรวบผมขึ้นดึงเป้สีฟ้าออกมาจากใต้เคาน์เตอร์อ่างล้างมือ ในเป้มีชุดเครื่องแบบและอุปกรณ์ของตำรวจหญิงครบชุดเธอถอดแว่นตาดำออก เธอผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

 พอเปิดประตูออกมาอีกครั้งเธอก็เดินไปส่องกระจกพร้อมยิ้มบาง ๆ ด้วยความพอใจ ในตอนนี้เธอสวมชุดตำรวจหญิงที่ดูแนบเนียน เธอหยิบเอานาฬิกากับกระเป๋าสตางค์ของลู่เจี้ยนที่เธอแอบจิ๊กมายัดใส่ถุงกันน้ำใบหนึ่ง แล้วเก็บเสื้อผ้ารองเท้าชุดเก่าของเธอยัดใส่ในถุงอีกใบหนึ่ง แล้วเอาทั้งสองถุงยัดลงถังขยะใบใหญ่ที่อยู่ตรงมุมห้องแล้วเดินออกไป

 สักพักหนึ่งมีป้าแก่ ๆ ผมหยิกเป็นลอน เข้ามาทำความสะอาดห้องน้ำพอหันซ้ายหันขวาเห็นว่าไม่มีคน ป้าก็ไปล้วงหยิบถุงสองใบนั้นใส่ลงในถุงขยะบนรถ แล้วเข็นรถที่ใส่อุปกรณ์ทำความสะอาดเดินออกไป แน่นอนว่าไม่มีใครสงสัยตำรวจถึงจะเป็นตำรวจเก๊ก็เถอะ ถ้าไม่ตรวจสอบหลักฐานกันจริง ๆ จัง ๆ ผีที่ไหนจะไปรู้

 นี่เป็นการทำงานกันเป็นทีม

เมื่อไม่มีของกลางอยู่กับตัวสาวน้อยก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนจับเธอได้

 ลู่เจี้ยนเดินออกมาสวนกันกับเธอแบบไม่รู้ตัว เขามัวแต่เสียเวลาไปกับเรื่องช่วยสาวตาบอดเมื่อครู่ พวกน้อง ๆ คงรอจนเซ็งแล้ว "พี่ใหญ่ วันนี้คงจะเหนื่อยแล้วพวกเราไปกินข้าวเย็นกันที่บ้านผมดีกว่าครับเดี๋ยวเราย่างบาร์บีคิวกินกัน เอ๋ นาฬิกาของพี่อยู่ไหน ลืมไว้ที่ห้องน้ำรึเปล่าครับ"

 ฉินฟ่านตาดีเห็นสิ่งที่ผิดสังเกตได้ทันที

 ลู่เจี้ยนก้มลงสำรวจดูตัวเองก็พบว่านาฬิกา patek philippe nautilus 5711 ราคาแปดแสนหยวนกับกระเป๋าสตางค์หายไป เขานึกทบทวนดูแล้วถึงกับคำรามลั่น ยัยตาบอดนั่น จะต้องเอาของเขาไปอย่างแน่นอนคิดไม่ถึงว่าคนอย่างกิเลนลู่จะมาตายน้ำตื้น ถ้าจับได้ล่ะก็…ฮึ่ม

"เวรเอ๊ย โดนเอาไปจนได้"

 ลู่เจี้ยนสบถออกมาอย่างหัวเสีย

 “ใครบังอาจมาลูบคมเจ้าพ่อ”

 “น่าตายจริง ๆ บังอาจมาแหย่หนวดเสือ”

 “อย่าให้แม่จับได้เชียวจะเจี๋ยนไข่ของมันออกมา เตะเล่นแทนลูกบอล”

“เอ่อ โจรนักล้วงนั่นเป็นผู้หญิง”

ลู่เจี้ยนพูดเสียงเบา

“ผู้หญิง เป็นไงบ้างเธอสวยรึเปล่า”

“ก็…สวย”

ทุกคนถึงกับพากันเฮลั่น งานนี้มีลุ้น ที่จะได้พี่สะใภ้

พอฟังลู่เจี้ยนเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง รวมทั้งรูปพรรณสัณฐานของสาวคนนั้น พวกเขาต่างแยกย้ายกันออกค้นหา แต่น่าเสียดายที่ไม่เจอสาวตาบอด แม้แต่ครึ่งคน จะให้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ก็คงรู้สึกเสียหน้าแย่ ลู่เจี้ยนเป็นถึงเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลในเขตซูโจวเชียวนะ แต่เรื่องนี้คงต้องใช้เวลาสืบพอสมควรทุกคนจึงพากันกลับบ้านไปก่อน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status