Share

บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

last update Tanggal publikasi: 2026-02-23 07:00:01

 ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟัง

 ฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…

เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...ใช่ ๆ

ต้องเหมือนนกยวนยางคู่ต่างหากล่ะ เฮ้อ ไอ้เราก็เรียนมาน้อยจบปอหกตกปอขี้ไก่ซะด้วยสิ จะนึกหาคำคมเพราะ ๆ แบบคนอื่นสักคำสองคำก็ยังลำบาก ไม่ได้การละ

ต้องให้ลูกสาวของเราเรียนสูง ๆ เอาให้จบดอกเตอร์เลย อืม…รึว่าสวรรค์เป็นใจ

นาน ๆ ทีถึงจะมีสาวสวยผุดโผล่ชะแวบเข้ามาในชีวิตพี่ใหญ่หากปล่อยให้หลุดมือไป

ก็เสียของแย่นะสิ

“นี่ ไอ้น้องบ้า แกฟังพี่ใหญ่อยู่รึเปล่า”

 โป๊ก!

 ลู่เจี้ยนทนไม่ไหว จนต้องเขกกะโหลกฉินฟ่าน เพื่อเรียกสติของเขา ให้กลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง

 “โอ๊ย เจ็บนะพี่ นี่พี่ผมว่าเอางี้ดีไหมรวบหัวรวบหางซะเลย เธอหน้าตาสะสวยหุ่นก็ดีพาควงออกงานรับรองว่าไม่อายใคร เธอเหมาะกับพี่ใหญ่มาก แถมเธอยังมีฝีมือเป็นเลิศ ถ้าได้มาเป็นพี่สะใภ้

ละก็เจ๋งเป้งเลย"

 ฉินฟ่านเชียร์เต็มที่ทั้งสวยทั้งเก่งแถมยังใจถึงทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ลู่เจี้ยนเป็นถึงเจ้าพ่อซูโจว ยังกล้าเล่นบทดำกินดำอีก (โจรปล้นโจร)

 ถึงลู่เจี้ยนจะรู้สึกว่าเธอเป็นคนสวย แต่เขาไม่เคยคิดเรื่องความรักมานานมากแล้ว เพราะมัวแต่ตีรันฟันแทง งานการที่ต้องจัดการก็เยอะ ไหนจะต้องดูแลพวกลูกน้องอีก แต่นั่นนะคงเป็นได้แค่ข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเขาอ่อนหัดเรื่องจีบผู้หญิงในชีวิต มีแต่แอบชอบหรือรักผู้หญิงข้างเดียวแบบวัยรุ่น แต่ไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเหมือนคนอื่นสักที

เสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ดังขึ้น คุณนายเย่ตัดเค้กวันเกิดกล่าวเปิดงานและขอบคุณทุก ๆ คนที่มาร่วมฉลองวันเกิดกับเธอ อาหารเริ่มทยอยออกมาเสิร์ฟมีนักร้องชื่อดังมาขับกล่อมเพลงไพเราะ สร้างบรรยากาศ หนุ่มสาวบางคู่ออกไปเต้นรำกัน ยิ่งสร้างความครึกครื้นขึ้นไปอีก

ทันใดนั้นฉินฟ่านรู้สึกว่ามีคนจับตามองเขาแต่พอหันไปแววตาที่จับจ้องเขา

ก็หายไป แล้วงานใหญ่แบบนี้หากจะมีมือสังหารลอบปะปนเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เขาจึงคร้านที่จะสนใจจึงหันมา

สนุกกับการดื่มการกินกับทุกคนต่อ เพราะต่อให้ระดับปรมาจารย์หมัดมวยมาเอง หรือต่อให้พวกมันทุ่มจนหมดหน้าตัก ก็กินเขาไม่ลง

 ซีเหมินคังกับคุณชายรองเดินกุมมือกันเข้ามาสมทบกับทุกคน

 เหลียนฟ่งเห็นจึงชิงลงมือก่อน

"นี่คือพี่สะใภ้จางเย่จื่อสาวคนรักของ

พี่ใหญ่ลู่เจี้ยน ฉันจะแนะนำให้รู้จักกันนะคะนี่คือพี่ซีเหมินคัง เป็นพี่สามของพวกเรา ส่วนหนุ่มรูปหล่อเหมือนนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสารที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็คือพี่เขยแกะกล่องของพวกเรา เขาเป็นคุณชายรองตระกูลเย่ชื่อเย่เสียงหลิน"

 หน้าของซีเหมินคังถึงกับแดงซ่านขึ้นมาด้วยความอายแต่คุณชายรองกลับยิ้มแย้มแจ่มใส ราวกับถูกอกถูกใจคำเรียกหาตัวเอง ว่าพี่เขยแกะกล่องนี้มากทุกคนต่างมองดูคู่รักคู่นี้อย่างชื่นชม ทั้งคู่เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก

 สาว ๆ ทุกคนต่างรู้จักลูกล่อลูกชนเล่ห์เพทุบายร้ายลึกของเหลียนฟ่งดี ต่างก็ชอบอกชอบใจที่ได้กระเซ้าเย้าแหย่พวกเขาไปตาม ๆ กัน

 ซีเหมินคังตอนนี้อาการบาดเจ็บหายดีแล้ว แต่ฉินฟ่านรู้สึกว่ายังมีอันตรายแอบแฝงอยู่จึงให้เขาอยู่ที่บ้านตระกูลเย่ต่อคุณชายรองก็ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ๆ ทั้งเฝ้าไข้เช็ดตัวป้อนยา ป้อนไปป้อนมา เดี๋ยวก็ทำตาหวานใส่กัน จนทั้ง

คู่ค่อย ๆ สานสัมพันธ์ปลูกต้นรักร่วมกันขึ้นมาทีละน้อยแบบไม่รู้ตัว

เย่หมิงทงกับภรรยาเป็นคนหัวสมัยใหม่ ขอแค่ลูกมีความสุขจะคบใครรักใครก็ตามใจลูกอยู่แล้วพวกเขามีลูกถึงสี่คน ยังไงก็มีหลานให้อุ้มอยู่แล้ว

 จางเย่จื่อคิดในใจว่าเอาน่าทนเอาหน่อยก็แล้วกัน สี่เดือนเผลอแป๊บเดียวก็ผ่านพ้นไปแล้ว แค่นี้ทำอะไรเจ๊ไม่ได้หรอก

ขอดูหน่อยว่าเขาจะร้ายได้สักแค่ไหน

แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างวางตัวสงวนท่าที มีแต่โต๊ะของฉินฟ่านที่เฮฮาปรบมือกระทืบเท้าส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ตลอดเวลา

หลังจากเลิกงานเลี้ยงทุกคนต่างร่ำลาแยกย้ายกัน ลู่เจี้ยนพาจางเย่จื่อไปเก็บเสื้อผ้าที่คอนโดแล้วพาไปพักที่บ้านของเขา ทีแรกเธอไม่ยอมแต่เขาให้เหตุผลว่าเธอเป็นเลขาส่วนตัวของเขาก็ต้องไปพักอยู่ที่บ้านเขาเวลาทำงานมันถึงจะสะดวก

พอเปิดประตูเข้าไปในบ้านพัก จางเย่จื่อตาไวเห็นเครื่องลายครามวางตั้งโชว์อยู่ ของจริงของปลอมเธอไม่สนแผนชั่วร้ายพลันอุบัติขึ้นในหัวเธอแกล้งเดินสะดุดล้มชนจนมันตกแตก

 เพล้ง!

"อุ๊ยตายจริง ขอโทษค่ะนี่ของจริงรึเปล่าคะ ฉันนี่ซุ่มซ่ามจริง ๆ เลย"

 เขาเจ็บปวดใจจี๊ดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นเครื่องลายครามชิ้นโปรดแหลกสลายต่อหน้าต่อตา เขารู้ดีว่าเธอจงใจทำมันแตก แต่สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไม่ได้ด่าทอต่อว่าเธอเลยแม้แต่คำเดียว เขาเดินไปหยิบไม้กวาดเก็บกวาดจนสะอาดแล้วบอกเธอว่า

 "จริงแท้แน่นอนนี่เป็นแจกันสมัย

ราชวงศ์หมิงผมเพิ่งไปประมูลมาเมื่อวานในราคาหนึ่งล้านห้าแสนหยวน"

 "นี่ อย่ามาอำกันดีกว่าแค่ดูก็รู้แล้วว่าของแบกะดิน ราคาแค่สองสามร้อยหยวน"

เขาคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเธอ เธออยากจะคิดยังไงก็ตามสบายเลย

 "ห้องพักคุณอยู่ทางซ้ายมือหากขาดเหลืออะไร พรุ่งนี้ผมค่อยพาคุณไปหาซื้อ ถ้าคุณเอากระเป๋าไปเก็บเสร็จแล้ว ขอกาแฟร้อนให้ผมแก้วหนึ่งน้ำตาลสองช้อน ขอบคุณ"

เธอเก็บของเสร็จสมองน้อย ๆ ของ

เธอก็เริ่มคิดแผนก่อกวนต่อเธอชงกาแฟร้อนถือไปให้เขาแล้วแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองล้มกาแฟที่ร้อนจนลวก หกรดใส่เขาเต็มหน้าอก

 “โอ้ย”

 หึ ๆ คงร้อนน่าดูเลยล่ะ

"อุ๊ยตายจริง ขอโทษด้วยค่ะ ฉันนี่ใช้ไม่ได้เลยซุ่มซ่ามจริง ๆ กาแฟร้อนลวกใส่คุณรึเปล่าคะ"

"ไม่เป็นไรครับ ก็คุณไม่ได้ตั้งใจนี่ ใช่ไหมครับ รึว่าคุณตั้งใจ"

 “ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอใช่ไหมคะ เดี๋ยวจะชงมาให้ใหม่ค่ะ”

เธอยิ้มกริ่มด้วยท่าทีของผู้ชนะ

 อีตาบ้านี่นิ่งใจเย็นเป็นพ่อพระแบบนี้ได้ไงกันนะไม่รู้สึกโกรธบ้างเลยรึไง ดีละต้องเอาให้หนักกว่านี้ ไม่งั้นก็เสียชื่อนิ้วชั่งทองหมดนะสิ

 ปกติเธอนอนอยู่คนเดียวที่คอนโด เธอจึงมักจะสวมเสื้อยืดตัวใหญ่ ๆ โนบรานุ่งกางเกงในแค่ตัวเดียวเพราะมันให้ความรู้สึกสบายไม่อึดอัดแต่เพราะอีตาบ้านี่เธอจึงต้องวางมาตรการเซฟโซนในห้องนอน เพราะกลัวลู่เจี้ยนจะย่องเข้าหาเธอ เริ่ม

จากล๊อคกลอนประตูแล้วย้ายตู้เสื้อผ้ามาดันประตูเอาไว้ หลังจากนั้นก็ใส่เสื้อผ้าสองชั้น โดยเลือกกางเกงยีนส์ขายาวตัวฟิต ๆ เพราะมันถอดค่อนข้างยาก บนหัวเตียงก็มีกรรไกรซ่อนอยู่ใต้หนังสือ ส่วนหน้าต่างไม่ต้องห่วงเพราะเธอนอนอยู่ชั้นสี่ ไม่มีใครปีนเข้ามาได้อย่างแน่นอน

 หลังจากนั้นชีวิตที่ชุลมุนวุ่นวายก็ผ่านไปสามวัน ราวกับมีมรสุมใหญ่คลื่นยักษ์โหมกระหน่ำใส่บ้านนี้เป็นระยะ ๆ ทอดไข่ให้เขา ไข่ก็ไหม้ดำปิดปี๋หุงข้าว ข้าวก็แฉะ ซึ่งเขาก็ยอมกินไข่ไหม้ ๆ ข้าวแฉะ ๆ แบบนั้นโดยที่ไม่เคยบ่นสักคำ รีดเสื้อผ้าตัวโปรดของเขา ก็แกล้งวางเตารีดทับเสื้อนาน ๆ

ทำจนเสื้อขาดเป็นรูโบ๋เวลารดน้ำต้นไม้ ก็แกล้งเอาน้ำร้อนรดให้จนบอนไซที่ชนะการประกวดจนได้รางวัลที่หนึ่งมาต้องมาเฉาตายคามือของเธออย่างอนาถ เวลาเธอนั่งดูทีวีเธอก็แกล้งทำเศษคุกกี้ ป๊อปคอร์นตกจนเกลื่อนกระจายเต็มโซฟา เธอแกล้งทำสารพัดวิธีที่คิดได้

 จนวันที่สี่เขากลายสภาพเป็นคนรับใช้ของเธอโดยปริยาย งานบ้านทั้งหมดเขาเป็นคนเหมาทำเพียงคนเดียวทั้งดูดฝุ่นเช็ดบ้าน ทำกับข้าว ล้างจานซักผ้า

เธอเคยถามเขาว่าทำไมไม่จ้างคนรับใช้ เขาบอกว่าต้องการความเป็นส่วนตัว งานเล็กน้อยแค่นี้เขาทำเองได้

แต่ที่แน่ ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่เคยต่อว่าเธอเลยทำให้เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ใจเย็นเป็นน้ำแข็ง มีความอดทนสูงมากจริง ๆ หากสลับกันเปลี่ยนเป็นเธอเจอแบบนี้บ้าง คงวีนจนบ้านแตกไปนานแล้ว

พอเข้าวันที่สิบเธอก็หมดสนุก ที่จะได้แกล้งเขา เธอเริ่มหันมาจับตะหลิวทำกับข้าว ความจริงแล้วเธอเป็นคนที่มีฝีมือทำกับข้าวได้อร่อยมาก เวลาที่เขาชิมอาหารของเธอ มักจะพยักหน้า ชมเธออยู่บ่อย ๆ ว่าอร่อย เธอเริ่มปัดกวาดเช็ดถูตามเขาไปดูแลสวนสมุนไพร ทำบัญชีรายรับรายจ่ายทำให้ได้รับรู้ว่า เขาเลิกเป็นนักเลงจริง ๆ นิสัยใจคอก็ไม่ใช่คนอวดร่ำอวดรวย ไม่ใช่คนโหดเหี้ยมน่ากลัวแถมเขายังไม่เคยมีทีท่าคิดจะบุกเข้าไปในห้องนอนเธอ ลวนลามหรือรุ่มร่ามอะไรกับเธอเลย ทำให้เธอเริ่มเปลี่ยนมุมมองในตัวเขาใหม่ ในแง่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

เงาตะคุ่ม ๆ แฝงตัวมากับความมืดทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนตีนแมว กำลังย่องไปที่ถนนใหญ่แต่กลับไม่อาจรอดพ้นสายตาเหยี่ยวของเสี่ยวเตาไปได้ สายตาของเขา

แดงกล่ำเพราะอดนอนมาสามสิบหกชั่วโมงแล้ว ยังดีที่มีตัวช่วย เขาเพิ่งกระดกเครื่องดื่มชูกำลังลงไปอีกสองขวด แบบไม่กลัวหัวใจวายตาย เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก แล้วสะกิดอาเฉียนที่กำลังฝันหวานอยู่ที่เบาะหน้ารถตู้ ใช่…สติ๊กเกอร์สีแดงที่ติดอยู่ข้างรถตู้เขียนไว้ชัดเจนว่า ร้านตงฟางซักแห้ง นี่ไม่ใช่อาชีพเสริมของพวกเขาแต่เป็นรถที่ตำรวจนำมาปฏิบัติการซุ่มสังเกตการณ์ เพื่อจับตัวคนร้าย

 “พี่เฉียน ตื่นเร็ว โผล่มาโน่นแล้ว”

อาเฉียนงัวเงียขยี้ตา มองดูเงาตะคุ่มร่างนั้น

 “ฮ้าว…กี่โมงแล้ว”

 “สองทุ่มแล้วพี่”

อาเฉียนตบแก้มตัวเองเบา ๆ สองสามที เพื่อเรียกสติแล้วหยิบวอล์กกี้ทอล์กกี้ขึ้นมาพูด

“นกกระจิบเรียกนกกระจอก เปลี่ยน” ซ่าาาาา

“นกกระจอกทราบแล้ว เปลี่ยน”

 ซ่า

 เสียงของมู่ปิงปิงตอบกลับมา

“หนอนชาเขียวโผล่มาแล้ว ตอนนี้อยู่แถวป้ายรถเมล์ทางสิบเอ็ดนาฬิกา เปลี่ยน”

 ซ่า

“ตามไปห่าง ๆ อย่าเพิ่งจับกุม นกกระจอกจะรีบไป เปลี่ยน”

 ซ่า

“รับทราบเลิกกัน”

 อาเฉียนกำลังจะเปิดประตูรถลงไป แต่เห็นเสี่ยวเตาหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมา

“แกจะเอาเครื่องช็อตไปทำบ้าอะไร”

“โธ่…พี่ เอาไปหน่อย จะได้อุ่นใจไง”

“เฮ้อ…ตามใจแกเลยแต่ฉันขอเตือนแกด้วยความหวังดีสักหน่อยวันหลังว่าง ๆ

แกก็หัดเข้าโรงยิม ไปฝึกต่อยมวยเยอะ ๆ หน่อย

คราวก่อนโดนเตะหงายเก๋งจนสลบเหมือด อายชาวบ้านไปทีแล้ว ถ้าคราวนี้โดนคนอื่นแย่งเครื่องช็อตไป แล้วแกถูก ช็อตจนน้ำลายฟูมปาก อย่ามาร้องไห้หาแม่ซะล่ะ”

 เสี่ยวเตาคิดไปคิดมา ก็ชักจะเสียว ๆ

เผลอ ๆ คนที่โดนช็อตจะเป็นเขาซะเอง

เหมือนอย่างที่พี่เฉียนพูดเขาเลยรีบเก็บเครื่องช็อตไว้ที่ลิ้นชักหน้ารถตู้ทันทีแล้วทั้งคู่ก็ลงจากรถ เดินตามเงาร่างนั้นไปช้า ๆ

 หมวดมู่ปิงปิงกับเสี่ยวลี่ใส่เกียร์หมาวิ่งมาทางหลังร้านชาบู แต่เท้าเจ้ากรรมของเสี่ยวลี่ดันเตะไปโดนกระป๋องเบียร์ที่มีคนทิ้งไว้ข้างทางจนมันกระเด็นกลิ้งหลุน ๆ ดังก๊อง ๆ แก๊ง ๆ ทำลายความเงียบสงบในยามค่ำคืน

“ไอ๊หยา…เสือดาวเหล็กนี่หว่า เผ่นก่อนละ”

ฉินฟ่านโกยแน่บทันที

 “เฮ้ย…อย่าปล่อยให้หนีไปได้”

อาเฉียนรีบร้องตะโกนบอกพรรคพวก

เงาร่างนั้นวิ่งอย่างรวดเร็ว ผ่านไฟส่องทางข้างถนนทำให้พอสังเกตเห็นได้ว่าเป็นผู้ชาย สวมหมวกแก๊ปสีดำชุดวอร์มสีดำ

 ชายชุดดำเห็นพวกตำรวจวิ่งมาดัก เขา

จึงวิ่งไปเตะถังขยะข้างถนนใส่เสี่ยวเตาถึงเสี่ยวเตาจะเอาแขนตั้งการ์ดกันไว้ทันแต่ขยะก็ร่วงหล่นใส่หัวเขาจนเหม็นไปทั้งตัว แต่มันกลับทำให้เลือดตำรวจของเขาเดือดพล่านวิ่งไล่กวดตามไปติด ๆ ทั้ง ๆ ที่มีเปลือกกล้วยติดอยู่บนหัว

 “หยุดนะ”

เห็นอาลี่ตัวเล็ก ๆ แต่เธอกลับร้องเสียงดังลั่นซอย

 “หยุดก็โง่สิ เผ่นก่อนละ”

ฝ่ายหนึ่งวิ่ง อีกฝ่ายหนึ่งไล่ตามทั้งข้ามสี่แยก วิ่งตัดหน้ารถยนต์ที่แล่นไปมาพลุกพล่านจนเสียงบีบแตรไล่ดังสนั่นไปตาม ๆ กันทั้งขึ้นสะพานลอย กระโดดข้ามคูน้ำ จนทุกคนเริ่มเหนื่อยหอบ

 “นี่หยุดนะ แฮ่ก ๆ”

 “ฝันไปเถอะ”

ชายชุดดำรีบเร่งสปีดพุ่งเข้าไปในตลาดสด

 “ฮึ่มชาติก่อนเป็นลิงรึไงวะไวชะมัดยาดเลยหายหัวไปไหนแล้ว”

อาเฉียนบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้ง พลางสอดสายตาหา

 “หมวดครับ อยู่โน่น”

เสี่ยวเตาชี้ไปที่แผงขายผักพลางหอบแฮ่ก ๆ เพราะหายใจไม่ทัน

ทุกคนหันไปมองตามมือของเสี่ยวเตา

เห็นชายชุดดำก้มลงหลบอยู่ข้าง ๆ แผงผัก

แววตาของมู่ปิงปิงแข็งกร้าวขึ้นมาทันที

 “ไม่ว่ายังไง ต้องลากคอมาให้ได้ เข้าใจไหม”

 “เยสเซอร์”

ทุกคนขานรับอย่างแข็งขัน มู่ปิงปิงโบกมือไปข้างหน้าทุกคนกระจายกำลังออกไปทันที

“นี่พ่อหนุ่ม เธอมุดเข้ามาแผงของฉันทำไม คิดจะขโมยมะเขือเทศรึไง”

 ป้าผมหยิกเป็นลอนคาบบุหรี่ยืนเท้าสะเอวมองดูเขา

 “เอ่อ ขอโทษนะป้า ผมขอหลบแค่แป๊บเดียวเอง”

 ขณะนั้นเองมู่ปิงปิงยื่นเงินร้อยหยวนให้คนขายหมู คนขายกำลังจะหยิบหมู เพื่อชั่งน้ำหนักให้แต่เธอกลับคว้าขาหมูข้างหนึ่งแล้วขว้างออกไปสุดแรงเกิด ถูกหัวของชายชุดดำเข้าอย่างจัง

 โป๊ก!

 “อุ๊ย ยัยบ้านี่มือหนักชิบเป๋งเลย”

เขาเอามือกุมหัวตัวเอง แล้ววิ่งหนีต่อ

ตอนนี้เองที่ชาวบ้านเริ่มผิดสังเกตจึงหันมามองพวกเขา

“คุณหนีไม่รอดหรอก ยอมให้จับซะดี ๆ”

เสี่ยวลี่กางแขนสองข้างออก ทำท่า

เหมือนเล่นไล่จับกับเพื่อน แต่แล้วฉินฟ่าน กลับสไลด์ตัวเลียดกับพื้น ลอดใต้วงแขน ของเธอไปได้แบบฉิวเฉียด

แต่เสี่ยวเตาเข้ามาขวางทางหนีได้ทัน ชายชุดดำกลับเตะกวาดมาที่ก้านคอของเขา เจอท่านี่เข้าไปเสี่ยวเตาถึงกับผงะถอยกรูดไปด้านข้างเพราะไม่อยากถูกเตะจนสลบเป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งเดือน

 มู่ปิงปิงกลับยืนเฉยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหลบฉากออกไปอย่างเงียบ ๆ

 อาเฉียนถึงกับตั้งการ์ดมวยเดินเข้าใส่ชายชุดดำ แต่ก็ต้องโมโหจนแทบลมจับ

เพราะชายชุดดำกลับหมุนตัวหันหลังวิ่งหนีไปอีกทาง

แต่ตอนนี้ตำรวจสี่นายดักทางของเขาเอาไว้หมดแล้วจะทำยังไงดี เขาเหมือนตกลงไปในกับดัก

แต่ว่า…อะฮ้า! นึกออกแย้ว

ชายชุดดำดึงเงินสดขึ้นมาปึกหนึ่ง แล้วตะโกนเสียงดังว่า

 “แจกฟรีครับ เร่เข้ามา เร่เข้ามา พ่อแม่พี่น้องทั้งหลายเงินนี้แจกฟรี เงินนี้ใครเก็บได้เท่าไหร่ เอาไปได้เลยครับ”

 ชายชุดดำโยนเงินโปรยขึ้นฟ้าจนสุดแรง

เงินปึกนั้นกระจายลอยเกลื่อนกลาด ชาวบ้านได้ยินว่าเงินนี้แจกฟรี ก็รีบตั้งท่าเหมือนนักกีฬาวิ่งแข่งเข้าสู่จุดสตาร์ทพอเห็นเงินถูกโปรยออกมา ก็พากันวิ่งกรูเข้าไปเก็บเงิน พวกตำรวจถูกคลื่นมนุษย์ดันไปเซมา พอชะเง้อมองอีกที เป้าหมายก็หายตัวไปซะแล้ว

“เฮ้อ…กว่าจะหนีมาพ้น เล่นเอาซะเหนื่อยเลยแฮะ ไปหาน้ำอัดลมเย็น ๆ ดื่มดีกว่า”

 ชายชุดดำเหลียวมองดูข้างหลัง ค่อยยังชั่วหน่อยยังไม่มีใครตามมา แต่เขาเดินพ้นทางเข้าตลาดมาได้เพียงสิบก้าว ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตามมา

 ไม่ต้องหันไปดูเขาก็จำเสียงฝีเท้าของเธอได้แม่น เขารีบวิ่งออกไปแต่ช้าไปเสียแล้ว

 “ทีมเอ”

มู่ปิงปิงตะโกนเสียงดังลั่น

เขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวแปลก ๆ เหนือศีรษะพอเงยหน้าขึ้นไป ก็เจอแหคลุมลง

เขายิ้มที่มุมปาก รีบสะกิดเท้าพุ่งตัวออกจากรัศมีของปากแห

“ทีมบี”

 เฮ้ย! ล้อเล่นน่ากับดักสองชั้นเลยรึ

 ฟุบ!

 แหของทีมบีคลุมลงใส่ตัวเขา จนดิ้นไม่หลุด เขาเลยจำยอมยกธงขาว…ยอมแพ้

“ว้าว…เจ๊ของเราโคตรเจ๋งเลย คิดแผนนี้ได้ยังไงกันนี่”

ทีมของมู่ปิงปิงวิ่งตามมาสมทบ

พอดีตอนนั้นมู่ปิงปิงนึกขึ้นมาได้ว่าเธอมีลุงอาศัยอยู่แถวนี้ ชื่อว่าลุงซ่ง

เป็นชาวประมงรุ่นเดอะ แต่ตอนนี้แก่ตัวลงจึงวางมือหันมาขายของชำ

 ดังนั้นที่บ้านของลุงก็น่าจะมีแหเก่า ๆ เก็บเอาไว้บ้างจึงไปขอยืมแกมา พร้อมกับหลานชายวัยรุ่นสองคน ให้มาช่วยทอดแหจับคนให้หน่อย

เธอเองก็คิดไม่ถึงว่าแผนนี้จะได้ผล

 “โธ่…ปล่อยผมไปเถอะ ปิงปิงจ๋านึกว่าเอาบุญสาบานเลยว่าต่อไปผมจะไม่แอบหนีไปเที่ยวอาบอบนวดอีกแล้ว”

มู่ปิงปิงไม่สนใจที่เขาพล่ามเรื่อยเปื่อย แต่กลับควักมือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่กับเขาในสภาพที่ยังอยู่ในร่างแห

“เบบี๋อย่าทำหน้าอย่างนั้นซิ ยิ้มหน่อย

ชีส”

แชะ!

แชะ!

แชะ!

 ที่แท้ชายชุดดำคนนี้ก็คือฉินฟ่านนั่นเอง หลายวันมานี้เขากินไม่ได้นอนไม่หลับต้องคอยหลบหน้าหลบตาเธอมาโดยตลอด ทำไมนะเหรอ? คงต้องเล่าย้อนไปเมื่อครึ่งเดือนก่อน ก็คดีที่เขาถูกบังคับให้เป็นนางนกต่อนั้นไง

ตั้งแต่คดีของเจ้าแบทแมนปิดลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง จู่ ๆ เค่อตงหยางก็ใจดีพาพวกเธอไปเลี้ยงข้าวนัยว่าฉลองความสำเร็จที่

จับเจ้าแบทแมนได้ หลังจากที่กินกันเป็นที่อิ่มหนำสำราญใจ

 เค่อตงหยางก็โยนแฟ้มคดีอุฉกรรจ์ ที่ยังปิดไม่ลงมาให้ทีมเธอ เล่นเอาเซ็งเป็ดไปตาม ๆ กันเพราะถ้ามันปิดกันได้ง่าย ๆ ก็คงปิดไปนานแล้ว

แต่แล้วเธอก็ปิ๊งไอเดียเลิศหรู ในหัววาดฝันถึงโครงการเมกะโปรเจกต์ แน่นอนว่าเธอไม่มีโรโบค๊อป

 แต่ว่า…อิ อิเธอมีเบบี๋ค๊อปอยู่นี่นา ฝีมือของเขาร้ายกาจขนาดไหนเธอย่อมรู้ดีขนาดตอนนั้นเขาถูกหน่วยซีลล้อมกรอบในป่า เขายังจัดการซะเหี้ยนเลย

 หลังจากนั้นเธอก็ทำทีชวนเขาไปชอปปิง ไอ้เขาก็หลงดีใจ นึกว่าเรื่องของเขากับเธอ จะได้ไปต่อต่อ

แต่เธอกลับขับรถพาเขาไปชอปปิงที่แหล่งค้าอาวุธสงคราม ใช่…กระสุนยิงจรวจ ปืนกลระเบิดมือกราดปลิวเวียนว่อนไปทั่วเลือกชอปได้ตามสบาย

 ผีถึงป่าช้าแล้วจะให้ทำอย่างไรเขาก็ได้แต่จัดการผู้ร้ายจนกระดูกข้อต่อหัวไหล่ข้อมือหลุดไปสิบสองคน จับได้ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย หลักฐานแน่นหนาดิ้นไม่หลุด

ผลงานนี้ทำให้เค่อตงหยางยิ้มร่า หัวเราะจนพุงอ้วน ๆ กระเพื่อมงานนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเธอมาถูกทางแล้ว

 สามวันต่อมา เธอโทรศัพท์มาหาเขา พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า

“แย่แล้ว คุณช่วย….”

 สายก็ตัดไป แล้วเธอก็ส่งโลเคชั่นมาให้เขา เขากลัวว่าเธอจะตกอยู่ในอันตรายจึงรีบผลุนผลันขับรถออกไป เหยียบจนมิดไมล์แทบจะชนกับรถเมล์กลางสี่แยก

ที่ไหนได้พอไปถึง เห็นเธอนั่งไขว่ห้าง

กระดกเบียร์อยู่อย่างอารมณ์ดี พอเขาเดินเข้าไป เธอถามเขาดื้อ ๆ ว่า Are you ready

แล้วเธอก็โยนขวดเบียร์ลอยโด่งไปข้างหลัง

เพล้ง! เสียงขวดเบียร์แตกกระจายกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธวิ่งกรูออกมาเป็นฝูง ที่แท้นี่คือโรงงานผลิตยาไอซ์ เขาก็เลยหลับหูหลับตาเอาเข็มเงิน จิ้ม ๆ จนพวกมันล้มลงไปนอนระเนระนาดกับพื้น งานนี้เจอยาไอซ์มากถึงสองตันที่กำลังเตรียมของส่งลูกค้า

 “คุณตำรวจ คุณหมวดมู่ คุณคนสวย

ผมไม่ใช่ตำรวจสักหน่อย ปล่อยผมไปเถอะนะ ถ้าผมไม่กลับไปถึงบ้านก่อนสี่ทุ่ม มีหวังเมียผมแพ่นกบาลผมแตกแน่ คิดว่าสงสารผมเถอะนะ”

มู่ปิงปิงไม่สนใจเขา เธอควักกุญแจมือออกมาแล้วใส่มันที่ข้อมือซ้ายของเขาทันที

เสี่ยวเตารู้ใจลูกพี่เป็นที่สุด เขารีบยกมือถือถ่ายรูปรัว ๆ

 แชะ!

 แชะ!

 แชะ!

 “หยุดถ่ายได้แล้วนี่พวกคุณจะแบล็คเมลผมรึไง”

 “แล้วไม่ได้เหรอ”

 เธอยิ้มกริ่มราวกับถือไพ่เหนือกว่า

“นี่…คุณ ๆ”

 เขาพูดอะไรไม่ออกอยากจะกระอักเลือดออกมาให้มันรู้แล้วรู้รอด มู่ปิงปิงใส่กุญแจอีกข้างที่มือขวาของเธอ

 “ฮึ นี่จะหมั้นกันทั้งที มีใครที่ไหนใช้กุญแจมือกันบ้าง แหวนสวย ๆ ไม่มีรึไง ถ้าเงินเดือนยังไม่ออก เดี๋ยวผมซื้อให้ก็ได้”

อาเฉียนกับเสี่ยวเตาช่วยกันดึงร่างแหออกจากตัวเขา

 “เดินไป เร็ว ๆ เข้า”

มู่ปิงปิงดันหลังเขาให้เดินเร็ว ๆ แต่เขากลับกอดเสาไฟฟ้าไม่ยอมปล่อยมือ

 “ช่วยด้วย ๆ ตำรวจรังแกประชาชน”

“ลากตัวไป”

 มู่ปิงปิงออกคำสั่งเสียงเข้ม

“เจ๊เราจะไปไหนกันเหรอคะ”

มู่ปิงปิงเชิดอกพร้อมกับสวมแว่นกันแดด

สีดำตอบแบบมั่นอกมั่นใจ

 “ทลายแก๊งค้าอวัยวะมนุษย์”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status