Share

บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-23 07:00:01

 ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟัง

 ฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…

เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...ใช่ ๆ

ต้องเหมือนนกยวนยางคู่ต่างหากล่ะ เฮ้อ ไอ้เราก็เรียนมาน้อยจบปอหกตกปอขี้ไก่ซะด้วยสิ จะนึกหาคำคมเพราะ ๆ แบบคนอื่นสักคำสองคำก็ยังลำบาก ไม่ได้การละ

ต้องให้ลูกสาวของเราเรียนสูง ๆ เอาให้จบดอกเตอร์เลย อืม…รึว่าสวรรค์เป็นใจ

นาน ๆ ทีถึงจะมีสาวสวยผุดโผล่ชะแวบเข้ามาในชีวิตพี่ใหญ่หากปล่อยให้หลุดมือไป

ก็เสียของแย่นะสิ

“นี่ ไอ้น้องบ้า แกฟังพี่ใหญ่อยู่รึเปล่า”

 โป๊ก!

 ลู่เจี้ยนทนไม่ไหว จนต้องเขกกะโหลกฉินฟ่าน เพื่อเรียกสติของเขา ให้กลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง

 “โอ๊ย เจ็บนะพี่ นี่พี่ผมว่าเอางี้ดีไหมรวบหัวรวบหางซะเลย เธอหน้าตาสะสวยหุ่นก็ดีพาควงออกงานรับรองว่าไม่อายใคร เธอเหมาะกับพี่ใหญ่มาก แถมเธอยังมีฝีมือเป็นเลิศ ถ้าได้มาเป็นพี่สะใภ้

ละก็เจ๋งเป้งเลย"

 ฉินฟ่านเชียร์เต็มที่ทั้งสวยทั้งเก่งแถมยังใจถึงทั้ง ๆ ที่รู้ว่า ลู่เจี้ยนเป็นถึงเจ้าพ่อซูโจว ยังกล้าเล่นบทดำกินดำอีก (โจรปล้นโจร)

 ถึงลู่เจี้ยนจะรู้สึกว่าเธอเป็นคนสวย แต่เขาไม่เคยคิดเรื่องความรักมานานมากแล้ว เพราะมัวแต่ตีรันฟันแทง งานการที่ต้องจัดการก็เยอะ ไหนจะต้องดูแลพวกลูกน้องอีก แต่นั่นนะคงเป็นได้แค่ข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือเขาอ่อนหัดเรื่องจีบผู้หญิงในชีวิต มีแต่แอบชอบหรือรักผู้หญิงข้างเดียวแบบวัยรุ่น แต่ไม่เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนเหมือนคนอื่นสักที

เสียงเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ดังขึ้น คุณนายเย่ตัดเค้กวันเกิดกล่าวเปิดงานและขอบคุณทุก ๆ คนที่มาร่วมฉลองวันเกิดกับเธอ อาหารเริ่มทยอยออกมาเสิร์ฟมีนักร้องชื่อดังมาขับกล่อมเพลงไพเราะ สร้างบรรยากาศ หนุ่มสาวบางคู่ออกไปเต้นรำกัน ยิ่งสร้างความครึกครื้นขึ้นไปอีก

ทันใดนั้นฉินฟ่านรู้สึกว่ามีคนจับตามองเขาแต่พอหันไปแววตาที่จับจ้องเขา

ก็หายไป แล้วงานใหญ่แบบนี้หากจะมีมือสังหารลอบปะปนเข้ามาก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เขาจึงคร้านที่จะสนใจจึงหันมา

สนุกกับการดื่มการกินกับทุกคนต่อ เพราะต่อให้ระดับปรมาจารย์หมัดมวยมาเอง หรือต่อให้พวกมันทุ่มจนหมดหน้าตัก ก็กินเขาไม่ลง

 ซีเหมินคังกับคุณชายรองเดินกุมมือกันเข้ามาสมทบกับทุกคน

 เหลียนฟ่งเห็นจึงชิงลงมือก่อน

"นี่คือพี่สะใภ้จางเย่จื่อสาวคนรักของ

พี่ใหญ่ลู่เจี้ยน ฉันจะแนะนำให้รู้จักกันนะคะนี่คือพี่ซีเหมินคัง เป็นพี่สามของพวกเรา ส่วนหนุ่มรูปหล่อเหมือนนายแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสารที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็คือพี่เขยแกะกล่องของพวกเรา เขาเป็นคุณชายรองตระกูลเย่ชื่อเย่เสียงหลิน"

 หน้าของซีเหมินคังถึงกับแดงซ่านขึ้นมาด้วยความอายแต่คุณชายรองกลับยิ้มแย้มแจ่มใส ราวกับถูกอกถูกใจคำเรียกหาตัวเอง ว่าพี่เขยแกะกล่องนี้มากทุกคนต่างมองดูคู่รักคู่นี้อย่างชื่นชม ทั้งคู่เหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก

 สาว ๆ ทุกคนต่างรู้จักลูกล่อลูกชนเล่ห์เพทุบายร้ายลึกของเหลียนฟ่งดี ต่างก็ชอบอกชอบใจที่ได้กระเซ้าเย้าแหย่พวกเขาไปตาม ๆ กัน

 ซีเหมินคังตอนนี้อาการบาดเจ็บหายดีแล้ว แต่ฉินฟ่านรู้สึกว่ายังมีอันตรายแอบแฝงอยู่จึงให้เขาอยู่ที่บ้านตระกูลเย่ต่อคุณชายรองก็ดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี ๆ ทั้งเฝ้าไข้เช็ดตัวป้อนยา ป้อนไปป้อนมา เดี๋ยวก็ทำตาหวานใส่กัน จนทั้ง

คู่ค่อย ๆ สานสัมพันธ์ปลูกต้นรักร่วมกันขึ้นมาทีละน้อยแบบไม่รู้ตัว

เย่หมิงทงกับภรรยาเป็นคนหัวสมัยใหม่ ขอแค่ลูกมีความสุขจะคบใครรักใครก็ตามใจลูกอยู่แล้วพวกเขามีลูกถึงสี่คน ยังไงก็มีหลานให้อุ้มอยู่แล้ว

 จางเย่จื่อคิดในใจว่าเอาน่าทนเอาหน่อยก็แล้วกัน สี่เดือนเผลอแป๊บเดียวก็ผ่านพ้นไปแล้ว แค่นี้ทำอะไรเจ๊ไม่ได้หรอก

ขอดูหน่อยว่าเขาจะร้ายได้สักแค่ไหน

แขกเหรื่อที่มาร่วมงานต่างวางตัวสงวนท่าที มีแต่โต๊ะของฉินฟ่านที่เฮฮาปรบมือกระทืบเท้าส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ตลอดเวลา

หลังจากเลิกงานเลี้ยงทุกคนต่างร่ำลาแยกย้ายกัน ลู่เจี้ยนพาจางเย่จื่อไปเก็บเสื้อผ้าที่คอนโดแล้วพาไปพักที่บ้านของเขา ทีแรกเธอไม่ยอมแต่เขาให้เหตุผลว่าเธอเป็นเลขาส่วนตัวของเขาก็ต้องไปพักอยู่ที่บ้านเขาเวลาทำงานมันถึงจะสะดวก

พอเปิดประตูเข้าไปในบ้านพัก จางเย่จื่อตาไวเห็นเครื่องลายครามวางตั้งโชว์อยู่ ของจริงของปลอมเธอไม่สนแผนชั่วร้ายพลันอุบัติขึ้นในหัวเธอแกล้งเดินสะดุดล้มชนจนมันตกแตก

 เพล้ง!

"อุ๊ยตายจริง ขอโทษค่ะนี่ของจริงรึเปล่าคะ ฉันนี่ซุ่มซ่ามจริง ๆ เลย"

 เขาเจ็บปวดใจจี๊ดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นเครื่องลายครามชิ้นโปรดแหลกสลายต่อหน้าต่อตา เขารู้ดีว่าเธอจงใจทำมันแตก แต่สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยไม่ได้ด่าทอต่อว่าเธอเลยแม้แต่คำเดียว เขาเดินไปหยิบไม้กวาดเก็บกวาดจนสะอาดแล้วบอกเธอว่า

 "จริงแท้แน่นอนนี่เป็นแจกันสมัย

ราชวงศ์หมิงผมเพิ่งไปประมูลมาเมื่อวานในราคาหนึ่งล้านห้าแสนหยวน"

 "นี่ อย่ามาอำกันดีกว่าแค่ดูก็รู้แล้วว่าของแบกะดิน ราคาแค่สองสามร้อยหยวน"

เขาคร้านที่จะต่อล้อต่อเถียงกับเธอ เธออยากจะคิดยังไงก็ตามสบายเลย

 "ห้องพักคุณอยู่ทางซ้ายมือหากขาดเหลืออะไร พรุ่งนี้ผมค่อยพาคุณไปหาซื้อ ถ้าคุณเอากระเป๋าไปเก็บเสร็จแล้ว ขอกาแฟร้อนให้ผมแก้วหนึ่งน้ำตาลสองช้อน ขอบคุณ"

เธอเก็บของเสร็จสมองน้อย ๆ ของ

เธอก็เริ่มคิดแผนก่อกวนต่อเธอชงกาแฟร้อนถือไปให้เขาแล้วแกล้งเดินสะดุดขาตัวเองล้มกาแฟที่ร้อนจนลวก หกรดใส่เขาเต็มหน้าอก

 “โอ้ย”

 หึ ๆ คงร้อนน่าดูเลยล่ะ

"อุ๊ยตายจริง ขอโทษด้วยค่ะ ฉันนี่ใช้ไม่ได้เลยซุ่มซ่ามจริง ๆ กาแฟร้อนลวกใส่คุณรึเปล่าคะ"

"ไม่เป็นไรครับ ก็คุณไม่ได้ตั้งใจนี่ ใช่ไหมครับ รึว่าคุณตั้งใจ"

 “ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ค่ะ อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอใช่ไหมคะ เดี๋ยวจะชงมาให้ใหม่ค่ะ”

เธอยิ้มกริ่มด้วยท่าทีของผู้ชนะ

 อีตาบ้านี่นิ่งใจเย็นเป็นพ่อพระแบบนี้ได้ไงกันนะไม่รู้สึกโกรธบ้างเลยรึไง ดีละต้องเอาให้หนักกว่านี้ ไม่งั้นก็เสียชื่อนิ้วชั่งทองหมดนะสิ

 ปกติเธอนอนอยู่คนเดียวที่คอนโด เธอจึงมักจะสวมเสื้อยืดตัวใหญ่ ๆ โนบรานุ่งกางเกงในแค่ตัวเดียวเพราะมันให้ความรู้สึกสบายไม่อึดอัดแต่เพราะอีตาบ้านี่เธอจึงต้องวางมาตรการเซฟโซนในห้องนอน เพราะกลัวลู่เจี้ยนจะย่องเข้าหาเธอ เริ่ม

จากล๊อคกลอนประตูแล้วย้ายตู้เสื้อผ้ามาดันประตูเอาไว้ หลังจากนั้นก็ใส่เสื้อผ้าสองชั้น โดยเลือกกางเกงยีนส์ขายาวตัวฟิต ๆ เพราะมันถอดค่อนข้างยาก บนหัวเตียงก็มีกรรไกรซ่อนอยู่ใต้หนังสือ ส่วนหน้าต่างไม่ต้องห่วงเพราะเธอนอนอยู่ชั้นสี่ ไม่มีใครปีนเข้ามาได้อย่างแน่นอน

 หลังจากนั้นชีวิตที่ชุลมุนวุ่นวายก็ผ่านไปสามวัน ราวกับมีมรสุมใหญ่คลื่นยักษ์โหมกระหน่ำใส่บ้านนี้เป็นระยะ ๆ ทอดไข่ให้เขา ไข่ก็ไหม้ดำปิดปี๋หุงข้าว ข้าวก็แฉะ ซึ่งเขาก็ยอมกินไข่ไหม้ ๆ ข้าวแฉะ ๆ แบบนั้นโดยที่ไม่เคยบ่นสักคำ รีดเสื้อผ้าตัวโปรดของเขา ก็แกล้งวางเตารีดทับเสื้อนาน ๆ

ทำจนเสื้อขาดเป็นรูโบ๋เวลารดน้ำต้นไม้ ก็แกล้งเอาน้ำร้อนรดให้จนบอนไซที่ชนะการประกวดจนได้รางวัลที่หนึ่งมาต้องมาเฉาตายคามือของเธออย่างอนาถ เวลาเธอนั่งดูทีวีเธอก็แกล้งทำเศษคุกกี้ ป๊อปคอร์นตกจนเกลื่อนกระจายเต็มโซฟา เธอแกล้งทำสารพัดวิธีที่คิดได้

 จนวันที่สี่เขากลายสภาพเป็นคนรับใช้ของเธอโดยปริยาย งานบ้านทั้งหมดเขาเป็นคนเหมาทำเพียงคนเดียวทั้งดูดฝุ่นเช็ดบ้าน ทำกับข้าว ล้างจานซักผ้า

เธอเคยถามเขาว่าทำไมไม่จ้างคนรับใช้ เขาบอกว่าต้องการความเป็นส่วนตัว งานเล็กน้อยแค่นี้เขาทำเองได้

แต่ที่แน่ ๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่เคยต่อว่าเธอเลยทำให้เธอรู้สึกว่าเขาเป็นคนที่ใจเย็นเป็นน้ำแข็ง มีความอดทนสูงมากจริง ๆ หากสลับกันเปลี่ยนเป็นเธอเจอแบบนี้บ้าง คงวีนจนบ้านแตกไปนานแล้ว

พอเข้าวันที่สิบเธอก็หมดสนุก ที่จะได้แกล้งเขา เธอเริ่มหันมาจับตะหลิวทำกับข้าว ความจริงแล้วเธอเป็นคนที่มีฝีมือทำกับข้าวได้อร่อยมาก เวลาที่เขาชิมอาหารของเธอ มักจะพยักหน้า ชมเธออยู่บ่อย ๆ ว่าอร่อย เธอเริ่มปัดกวาดเช็ดถูตามเขาไปดูแลสวนสมุนไพร ทำบัญชีรายรับรายจ่ายทำให้ได้รับรู้ว่า เขาเลิกเป็นนักเลงจริง ๆ นิสัยใจคอก็ไม่ใช่คนอวดร่ำอวดรวย ไม่ใช่คนโหดเหี้ยมน่ากลัวแถมเขายังไม่เคยมีทีท่าคิดจะบุกเข้าไปในห้องนอนเธอ ลวนลามหรือรุ่มร่ามอะไรกับเธอเลย ทำให้เธอเริ่มเปลี่ยนมุมมองในตัวเขาใหม่ ในแง่ดีขึ้นเรื่อย ๆ

เงาตะคุ่ม ๆ แฝงตัวมากับความมืดทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนตีนแมว กำลังย่องไปที่ถนนใหญ่แต่กลับไม่อาจรอดพ้นสายตาเหยี่ยวของเสี่ยวเตาไปได้ สายตาของเขา

แดงกล่ำเพราะอดนอนมาสามสิบหกชั่วโมงแล้ว ยังดีที่มีตัวช่วย เขาเพิ่งกระดกเครื่องดื่มชูกำลังลงไปอีกสองขวด แบบไม่กลัวหัวใจวายตาย เขาเหยียดยิ้มที่มุมปาก แล้วสะกิดอาเฉียนที่กำลังฝันหวานอยู่ที่เบาะหน้ารถตู้ ใช่…สติ๊กเกอร์สีแดงที่ติดอยู่ข้างรถตู้เขียนไว้ชัดเจนว่า ร้านตงฟางซักแห้ง นี่ไม่ใช่อาชีพเสริมของพวกเขาแต่เป็นรถที่ตำรวจนำมาปฏิบัติการซุ่มสังเกตการณ์ เพื่อจับตัวคนร้าย

 “พี่เฉียน ตื่นเร็ว โผล่มาโน่นแล้ว”

อาเฉียนงัวเงียขยี้ตา มองดูเงาตะคุ่มร่างนั้น

 “ฮ้าว…กี่โมงแล้ว”

 “สองทุ่มแล้วพี่”

อาเฉียนตบแก้มตัวเองเบา ๆ สองสามที เพื่อเรียกสติแล้วหยิบวอล์กกี้ทอล์กกี้ขึ้นมาพูด

“นกกระจิบเรียกนกกระจอก เปลี่ยน” ซ่าาาาา

“นกกระจอกทราบแล้ว เปลี่ยน”

 ซ่า

 เสียงของมู่ปิงปิงตอบกลับมา

“หนอนชาเขียวโผล่มาแล้ว ตอนนี้อยู่แถวป้ายรถเมล์ทางสิบเอ็ดนาฬิกา เปลี่ยน”

 ซ่า

“ตามไปห่าง ๆ อย่าเพิ่งจับกุม นกกระจอกจะรีบไป เปลี่ยน”

 ซ่า

“รับทราบเลิกกัน”

 อาเฉียนกำลังจะเปิดประตูรถลงไป แต่เห็นเสี่ยวเตาหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมา

“แกจะเอาเครื่องช็อตไปทำบ้าอะไร”

“โธ่…พี่ เอาไปหน่อย จะได้อุ่นใจไง”

“เฮ้อ…ตามใจแกเลยแต่ฉันขอเตือนแกด้วยความหวังดีสักหน่อยวันหลังว่าง ๆ

แกก็หัดเข้าโรงยิม ไปฝึกต่อยมวยเยอะ ๆ หน่อย

คราวก่อนโดนเตะหงายเก๋งจนสลบเหมือด อายชาวบ้านไปทีแล้ว ถ้าคราวนี้โดนคนอื่นแย่งเครื่องช็อตไป แล้วแกถูก ช็อตจนน้ำลายฟูมปาก อย่ามาร้องไห้หาแม่ซะล่ะ”

 เสี่ยวเตาคิดไปคิดมา ก็ชักจะเสียว ๆ

เผลอ ๆ คนที่โดนช็อตจะเป็นเขาซะเอง

เหมือนอย่างที่พี่เฉียนพูดเขาเลยรีบเก็บเครื่องช็อตไว้ที่ลิ้นชักหน้ารถตู้ทันทีแล้วทั้งคู่ก็ลงจากรถ เดินตามเงาร่างนั้นไปช้า ๆ

 หมวดมู่ปิงปิงกับเสี่ยวลี่ใส่เกียร์หมาวิ่งมาทางหลังร้านชาบู แต่เท้าเจ้ากรรมของเสี่ยวลี่ดันเตะไปโดนกระป๋องเบียร์ที่มีคนทิ้งไว้ข้างทางจนมันกระเด็นกลิ้งหลุน ๆ ดังก๊อง ๆ แก๊ง ๆ ทำลายความเงียบสงบในยามค่ำคืน

“ไอ๊หยา…เสือดาวเหล็กนี่หว่า เผ่นก่อนละ”

ฉินฟ่านโกยแน่บทันที

 “เฮ้ย…อย่าปล่อยให้หนีไปได้”

อาเฉียนรีบร้องตะโกนบอกพรรคพวก

เงาร่างนั้นวิ่งอย่างรวดเร็ว ผ่านไฟส่องทางข้างถนนทำให้พอสังเกตเห็นได้ว่าเป็นผู้ชาย สวมหมวกแก๊ปสีดำชุดวอร์มสีดำ

 ชายชุดดำเห็นพวกตำรวจวิ่งมาดัก เขา

จึงวิ่งไปเตะถังขยะข้างถนนใส่เสี่ยวเตาถึงเสี่ยวเตาจะเอาแขนตั้งการ์ดกันไว้ทันแต่ขยะก็ร่วงหล่นใส่หัวเขาจนเหม็นไปทั้งตัว แต่มันกลับทำให้เลือดตำรวจของเขาเดือดพล่านวิ่งไล่กวดตามไปติด ๆ ทั้ง ๆ ที่มีเปลือกกล้วยติดอยู่บนหัว

 “หยุดนะ”

เห็นอาลี่ตัวเล็ก ๆ แต่เธอกลับร้องเสียงดังลั่นซอย

 “หยุดก็โง่สิ เผ่นก่อนละ”

ฝ่ายหนึ่งวิ่ง อีกฝ่ายหนึ่งไล่ตามทั้งข้ามสี่แยก วิ่งตัดหน้ารถยนต์ที่แล่นไปมาพลุกพล่านจนเสียงบีบแตรไล่ดังสนั่นไปตาม ๆ กันทั้งขึ้นสะพานลอย กระโดดข้ามคูน้ำ จนทุกคนเริ่มเหนื่อยหอบ

 “นี่หยุดนะ แฮ่ก ๆ”

 “ฝันไปเถอะ”

ชายชุดดำรีบเร่งสปีดพุ่งเข้าไปในตลาดสด

 “ฮึ่มชาติก่อนเป็นลิงรึไงวะไวชะมัดยาดเลยหายหัวไปไหนแล้ว”

อาเฉียนบ่นพึมพำเป็นหมีกินผึ้ง พลางสอดสายตาหา

 “หมวดครับ อยู่โน่น”

เสี่ยวเตาชี้ไปที่แผงขายผักพลางหอบแฮ่ก ๆ เพราะหายใจไม่ทัน

ทุกคนหันไปมองตามมือของเสี่ยวเตา

เห็นชายชุดดำก้มลงหลบอยู่ข้าง ๆ แผงผัก

แววตาของมู่ปิงปิงแข็งกร้าวขึ้นมาทันที

 “ไม่ว่ายังไง ต้องลากคอมาให้ได้ เข้าใจไหม”

 “เยสเซอร์”

ทุกคนขานรับอย่างแข็งขัน มู่ปิงปิงโบกมือไปข้างหน้าทุกคนกระจายกำลังออกไปทันที

“นี่พ่อหนุ่ม เธอมุดเข้ามาแผงของฉันทำไม คิดจะขโมยมะเขือเทศรึไง”

 ป้าผมหยิกเป็นลอนคาบบุหรี่ยืนเท้าสะเอวมองดูเขา

 “เอ่อ ขอโทษนะป้า ผมขอหลบแค่แป๊บเดียวเอง”

 ขณะนั้นเองมู่ปิงปิงยื่นเงินร้อยหยวนให้คนขายหมู คนขายกำลังจะหยิบหมู เพื่อชั่งน้ำหนักให้แต่เธอกลับคว้าขาหมูข้างหนึ่งแล้วขว้างออกไปสุดแรงเกิด ถูกหัวของชายชุดดำเข้าอย่างจัง

 โป๊ก!

 “อุ๊ย ยัยบ้านี่มือหนักชิบเป๋งเลย”

เขาเอามือกุมหัวตัวเอง แล้ววิ่งหนีต่อ

ตอนนี้เองที่ชาวบ้านเริ่มผิดสังเกตจึงหันมามองพวกเขา

“คุณหนีไม่รอดหรอก ยอมให้จับซะดี ๆ”

เสี่ยวลี่กางแขนสองข้างออก ทำท่า

เหมือนเล่นไล่จับกับเพื่อน แต่แล้วฉินฟ่าน กลับสไลด์ตัวเลียดกับพื้น ลอดใต้วงแขน ของเธอไปได้แบบฉิวเฉียด

แต่เสี่ยวเตาเข้ามาขวางทางหนีได้ทัน ชายชุดดำกลับเตะกวาดมาที่ก้านคอของเขา เจอท่านี่เข้าไปเสี่ยวเตาถึงกับผงะถอยกรูดไปด้านข้างเพราะไม่อยากถูกเตะจนสลบเป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งเดือน

 มู่ปิงปิงกลับยืนเฉยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหลบฉากออกไปอย่างเงียบ ๆ

 อาเฉียนถึงกับตั้งการ์ดมวยเดินเข้าใส่ชายชุดดำ แต่ก็ต้องโมโหจนแทบลมจับ

เพราะชายชุดดำกลับหมุนตัวหันหลังวิ่งหนีไปอีกทาง

แต่ตอนนี้ตำรวจสี่นายดักทางของเขาเอาไว้หมดแล้วจะทำยังไงดี เขาเหมือนตกลงไปในกับดัก

แต่ว่า…อะฮ้า! นึกออกแย้ว

ชายชุดดำดึงเงินสดขึ้นมาปึกหนึ่ง แล้วตะโกนเสียงดังว่า

 “แจกฟรีครับ เร่เข้ามา เร่เข้ามา พ่อแม่พี่น้องทั้งหลายเงินนี้แจกฟรี เงินนี้ใครเก็บได้เท่าไหร่ เอาไปได้เลยครับ”

 ชายชุดดำโยนเงินโปรยขึ้นฟ้าจนสุดแรง

เงินปึกนั้นกระจายลอยเกลื่อนกลาด ชาวบ้านได้ยินว่าเงินนี้แจกฟรี ก็รีบตั้งท่าเหมือนนักกีฬาวิ่งแข่งเข้าสู่จุดสตาร์ทพอเห็นเงินถูกโปรยออกมา ก็พากันวิ่งกรูเข้าไปเก็บเงิน พวกตำรวจถูกคลื่นมนุษย์ดันไปเซมา พอชะเง้อมองอีกที เป้าหมายก็หายตัวไปซะแล้ว

“เฮ้อ…กว่าจะหนีมาพ้น เล่นเอาซะเหนื่อยเลยแฮะ ไปหาน้ำอัดลมเย็น ๆ ดื่มดีกว่า”

 ชายชุดดำเหลียวมองดูข้างหลัง ค่อยยังชั่วหน่อยยังไม่มีใครตามมา แต่เขาเดินพ้นทางเข้าตลาดมาได้เพียงสิบก้าว ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งตามมา

 ไม่ต้องหันไปดูเขาก็จำเสียงฝีเท้าของเธอได้แม่น เขารีบวิ่งออกไปแต่ช้าไปเสียแล้ว

 “ทีมเอ”

มู่ปิงปิงตะโกนเสียงดังลั่น

เขาได้ยินเสียงเคลื่อนไหวแปลก ๆ เหนือศีรษะพอเงยหน้าขึ้นไป ก็เจอแหคลุมลง

เขายิ้มที่มุมปาก รีบสะกิดเท้าพุ่งตัวออกจากรัศมีของปากแห

“ทีมบี”

 เฮ้ย! ล้อเล่นน่ากับดักสองชั้นเลยรึ

 ฟุบ!

 แหของทีมบีคลุมลงใส่ตัวเขา จนดิ้นไม่หลุด เขาเลยจำยอมยกธงขาว…ยอมแพ้

“ว้าว…เจ๊ของเราโคตรเจ๋งเลย คิดแผนนี้ได้ยังไงกันนี่”

ทีมของมู่ปิงปิงวิ่งตามมาสมทบ

พอดีตอนนั้นมู่ปิงปิงนึกขึ้นมาได้ว่าเธอมีลุงอาศัยอยู่แถวนี้ ชื่อว่าลุงซ่ง

เป็นชาวประมงรุ่นเดอะ แต่ตอนนี้แก่ตัวลงจึงวางมือหันมาขายของชำ

 ดังนั้นที่บ้านของลุงก็น่าจะมีแหเก่า ๆ เก็บเอาไว้บ้างจึงไปขอยืมแกมา พร้อมกับหลานชายวัยรุ่นสองคน ให้มาช่วยทอดแหจับคนให้หน่อย

เธอเองก็คิดไม่ถึงว่าแผนนี้จะได้ผล

 “โธ่…ปล่อยผมไปเถอะ ปิงปิงจ๋านึกว่าเอาบุญสาบานเลยว่าต่อไปผมจะไม่แอบหนีไปเที่ยวอาบอบนวดอีกแล้ว”

มู่ปิงปิงไม่สนใจที่เขาพล่ามเรื่อยเปื่อย แต่กลับควักมือถือขึ้นมาถ่ายเซลฟี่กับเขาในสภาพที่ยังอยู่ในร่างแห

“เบบี๋อย่าทำหน้าอย่างนั้นซิ ยิ้มหน่อย

ชีส”

แชะ!

แชะ!

แชะ!

 ที่แท้ชายชุดดำคนนี้ก็คือฉินฟ่านนั่นเอง หลายวันมานี้เขากินไม่ได้นอนไม่หลับต้องคอยหลบหน้าหลบตาเธอมาโดยตลอด ทำไมนะเหรอ? คงต้องเล่าย้อนไปเมื่อครึ่งเดือนก่อน ก็คดีที่เขาถูกบังคับให้เป็นนางนกต่อนั้นไง

ตั้งแต่คดีของเจ้าแบทแมนปิดลงอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง จู่ ๆ เค่อตงหยางก็ใจดีพาพวกเธอไปเลี้ยงข้าวนัยว่าฉลองความสำเร็จที่

จับเจ้าแบทแมนได้ หลังจากที่กินกันเป็นที่อิ่มหนำสำราญใจ

 เค่อตงหยางก็โยนแฟ้มคดีอุฉกรรจ์ ที่ยังปิดไม่ลงมาให้ทีมเธอ เล่นเอาเซ็งเป็ดไปตาม ๆ กันเพราะถ้ามันปิดกันได้ง่าย ๆ ก็คงปิดไปนานแล้ว

แต่แล้วเธอก็ปิ๊งไอเดียเลิศหรู ในหัววาดฝันถึงโครงการเมกะโปรเจกต์ แน่นอนว่าเธอไม่มีโรโบค๊อป

 แต่ว่า…อิ อิเธอมีเบบี๋ค๊อปอยู่นี่นา ฝีมือของเขาร้ายกาจขนาดไหนเธอย่อมรู้ดีขนาดตอนนั้นเขาถูกหน่วยซีลล้อมกรอบในป่า เขายังจัดการซะเหี้ยนเลย

 หลังจากนั้นเธอก็ทำทีชวนเขาไปชอปปิง ไอ้เขาก็หลงดีใจ นึกว่าเรื่องของเขากับเธอ จะได้ไปต่อต่อ

แต่เธอกลับขับรถพาเขาไปชอปปิงที่แหล่งค้าอาวุธสงคราม ใช่…กระสุนยิงจรวจ ปืนกลระเบิดมือกราดปลิวเวียนว่อนไปทั่วเลือกชอปได้ตามสบาย

 ผีถึงป่าช้าแล้วจะให้ทำอย่างไรเขาก็ได้แต่จัดการผู้ร้ายจนกระดูกข้อต่อหัวไหล่ข้อมือหลุดไปสิบสองคน จับได้ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย หลักฐานแน่นหนาดิ้นไม่หลุด

ผลงานนี้ทำให้เค่อตงหยางยิ้มร่า หัวเราะจนพุงอ้วน ๆ กระเพื่อมงานนี้ยิ่งตอกย้ำว่าเธอมาถูกทางแล้ว

 สามวันต่อมา เธอโทรศัพท์มาหาเขา พูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่า

“แย่แล้ว คุณช่วย….”

 สายก็ตัดไป แล้วเธอก็ส่งโลเคชั่นมาให้เขา เขากลัวว่าเธอจะตกอยู่ในอันตรายจึงรีบผลุนผลันขับรถออกไป เหยียบจนมิดไมล์แทบจะชนกับรถเมล์กลางสี่แยก

ที่ไหนได้พอไปถึง เห็นเธอนั่งไขว่ห้าง

กระดกเบียร์อยู่อย่างอารมณ์ดี พอเขาเดินเข้าไป เธอถามเขาดื้อ ๆ ว่า Are you ready

แล้วเธอก็โยนขวดเบียร์ลอยโด่งไปข้างหลัง

เพล้ง! เสียงขวดเบียร์แตกกระจายกลุ่มชายฉกรรจ์ติดอาวุธวิ่งกรูออกมาเป็นฝูง ที่แท้นี่คือโรงงานผลิตยาไอซ์ เขาก็เลยหลับหูหลับตาเอาเข็มเงิน จิ้ม ๆ จนพวกมันล้มลงไปนอนระเนระนาดกับพื้น งานนี้เจอยาไอซ์มากถึงสองตันที่กำลังเตรียมของส่งลูกค้า

 “คุณตำรวจ คุณหมวดมู่ คุณคนสวย

ผมไม่ใช่ตำรวจสักหน่อย ปล่อยผมไปเถอะนะ ถ้าผมไม่กลับไปถึงบ้านก่อนสี่ทุ่ม มีหวังเมียผมแพ่นกบาลผมแตกแน่ คิดว่าสงสารผมเถอะนะ”

มู่ปิงปิงไม่สนใจเขา เธอควักกุญแจมือออกมาแล้วใส่มันที่ข้อมือซ้ายของเขาทันที

เสี่ยวเตารู้ใจลูกพี่เป็นที่สุด เขารีบยกมือถือถ่ายรูปรัว ๆ

 แชะ!

 แชะ!

 แชะ!

 “หยุดถ่ายได้แล้วนี่พวกคุณจะแบล็คเมลผมรึไง”

 “แล้วไม่ได้เหรอ”

 เธอยิ้มกริ่มราวกับถือไพ่เหนือกว่า

“นี่…คุณ ๆ”

 เขาพูดอะไรไม่ออกอยากจะกระอักเลือดออกมาให้มันรู้แล้วรู้รอด มู่ปิงปิงใส่กุญแจอีกข้างที่มือขวาของเธอ

 “ฮึ นี่จะหมั้นกันทั้งที มีใครที่ไหนใช้กุญแจมือกันบ้าง แหวนสวย ๆ ไม่มีรึไง ถ้าเงินเดือนยังไม่ออก เดี๋ยวผมซื้อให้ก็ได้”

อาเฉียนกับเสี่ยวเตาช่วยกันดึงร่างแหออกจากตัวเขา

 “เดินไป เร็ว ๆ เข้า”

มู่ปิงปิงดันหลังเขาให้เดินเร็ว ๆ แต่เขากลับกอดเสาไฟฟ้าไม่ยอมปล่อยมือ

 “ช่วยด้วย ๆ ตำรวจรังแกประชาชน”

“ลากตัวไป”

 มู่ปิงปิงออกคำสั่งเสียงเข้ม

“เจ๊เราจะไปไหนกันเหรอคะ”

มู่ปิงปิงเชิดอกพร้อมกับสวมแว่นกันแดด

สีดำตอบแบบมั่นอกมั่นใจ

 “ทลายแก๊งค้าอวัยวะมนุษย์”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

    ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...ใช่ ๆต้องเหมือนนกยวนยางคู่ต่างหากล่ะ เฮ้อ ไอ้เราก็เรียนมาน้อยจบปอหกตกปอขี้ไก่ซะด้วยสิ จะนึกหาคำคมเพราะ ๆ แบบคนอื่นสักคำสองคำก็ยังลำบาก ไม่ได้การละต้องให้ลูกสาวของเราเรียนสูง ๆ เอาให้จบดอกเตอร์เลย อืม…รึว่าสวรรค์เป็นใจนาน ๆ ทีถึงจะมีสาวสวยผุดโผล่ชะแวบเข้ามาในชีวิตพี่ใหญ่หากปล่อยให้หลุดมือไปก็เสียของแย่นะสิ“นี่ ไอ้น้องบ้า แกฟังพี่ใหญ่อยู่รึเปล่า”โป๊ก!ลู่เจี้ยนทนไม่ไหว จนต้องเขกกะโหลกฉินฟ่าน เพื่อเรียกสติของเขา ให้กลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง“โอ๊ย เจ็บนะพี่ นี่พี่ผมว่าเอางี้ดีไหมรวบหัวรวบหางซะเลย เธอหน้าตาสะสวยหุ่นก็ดีพาควงออกงานรับรองว่าไม่อายใคร เธอเหมาะกับพี่ใหญ่มาก แถมเธอยังมีฝีมือเป็นเลิ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status