Share

บทที่ 26 ไม่เชื่อคุณลองดมดูสิ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-27 07:00:43

 พอกลับมาถึงศาลสถิตยุติธรรมเมืองไคฟง เอ้ย! ถึงบ้านของเหลียนฟ่ง 

 ลู่เจี้ยนก็ฉุดลากฉินฟ่านไปที่มุมสวน

 "ไอ้น้องทำใจดี ๆ เอาไว้นะ เมื่อผู้ชายอย่างเรารู้จักหาเศษหาเลย เราก็ต้องรู้จักง้อคนรักให้เยอะ ๆ ซื้อแหวนเพชรให้สักวง พูดจาหวานหูหน่อย เดี๋ยวก็หายงอนแล้ว เชื่อเฮียเถอะไอ้น้อง สู้สู้! "

 ฉินฟ่านพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง พร้อมกอดพี่ใหญ่สำเร็จรูป ตามด้วยตบบ่าแรง ๆ ไปสองที แล้วรีบเดินขึ้นบ้านตามเหลียนฟงไป ขณะที่จะตีเนียนเข้าไปในห้องนอน 

เหลียนฟ่งก็ขว้างหมอนใส่หน้าเขาใบหนึ่ง ใช่ตอนนี้เธอทั้งหึงทั้งหวง ทั้งโมโหจนเดือดปุด ๆ อกใหญ่ ๆ ของเธอแทบจะระเบิดอยู่แล้ว

 "ฟังผมก่อน"

 "ฟังเรื่องคนใหม่ย่อมไฉไลกว่าคนเก่า

เหรอ"

 โอ้ มาถึงก็ใช้เสียงสูงไฮโน้ตเลยหรือ 

 ฉินฟ่านพยายามทำใจดีสู้เสือ

 "เราคุยกันแค่เรื่องงานนะ"

 "คุยกันบนโต๊ะทำงานด้วยใช่ไหม"

 "โธ่! ฟ่งจ๋าผมถูกปรักปรำจริง ๆ นะ"

 แต่ดูเหมือนคำอธิบายนี้ไม่ช่วยอะไรเลย

 "แต่ฟังดูแล้วฉันเชื่อเธอมากกว่าคุณ"

 "ผมสาบานให้ตกน้ำป๋อมแป๋มเลย"

 "ฉันไม่เชื่อคำสาบาน เมื่อวานฉันไปไหว้พระ เสี่ยงเซียมซีให้คุณ

 แม่นจริง ๆ เลย ในใบเซียมซีบอกว่าช่วงนี้ดวงชะตาดอกท้อ(จะมีโชคด้านความรัก)ของคุณกำลังเบ่งบาน 

 แต่ว่าดวงเราชงกัน ฉันเลยคิดว่าจะให้คุณไปนอนกับเจ้าแอนโทนี่ดีกว่า"

 โอ้นี่เล่นไล่ให้เราไปนอนกับเจ้าหมาตัวเหม็นเลยหรือ ฉินฟ่านรำพึงรำพันในใจ

 "น่านะ อย่าโกรธเลย เดี๋ยวหน้าแก่เร็วไม่สวยนะ"

 "ไม่รู้ไม่ชี้"

 "เอ๋นี่แฟนของใครกันนะ ยิ่งมองก็ยิ่งสวย"

 เขาเริ่มลีลาออดอ้อน

 "งั้นไปนอนหน้าห้องน้ำ" 

 "เหลียนฟ่ง คุณคือรักแรกของผม"

 เขาเก๊กเสียงหล่อไม่พอ ยังเก๊กหน้าหล่ออีกด้วย

 "งั้นไปนอนหน้าทีวี"

 "คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนขี้หนาว หนาว ๆ แบบนี้ผมนอนไม่หลับหรอก เราเข้าไปนอนกอดกันให้มันอุ่น ๆ ดีกว่า"

 เขาไม่สนอะไรแล้ว รีบดันเธอเข้าไปในห้อง แล้วปล้ำ ๆ จูบ ๆ ลูบ ๆ คลำ ๆ ทันที 

 "พอเลยนะ วันนี้ไม่มีอารมณ์"

 เธอยังงอนเขาไม่หาย

 "ผมปลุกอารมณ์เก่ง ไม่ต้องห่วง"

 แม้ว่าเธอจะขัดขืนดิ้นรน แต่จะสู้แรงเขาได้ยังไง แค่นาทีเดียวตัวเธอก็อ่อนระทวย เป็นขี้ผึ้งลนไฟ 

 กระบวนท่านี้ ต่อไปคงต้องใช้เป็นท่าไม้ตายช่วยชีวิต บางทีเขาอาจจะต้องใช้บ่อย ๆ ก็ได้ ใครจะไปรู้ เรียกว่า "ท่าปิดประตูตีแมว"

...

 ห้างสรรพสินค้า Gate-7 เป็นแหล่ง

ชอปปิงแหล่งกินแหล่งเที่ยวของชาวซูโจว บรรดาวัยรุ่นมักแต่งตัวเฉิดฉาย ตามแฟชั่นกันเต็มที่ เพื่ออวดความงาม 

 ผู้หญิงที่มีหน้าตาสะสวยรูปร่างดีหน่อย ยิ่งนุ่งสั้นอวดเรียวขาขาว ๆ โชว์สะดือ เดินกันไปมาขวักไขว่

 บางคนคิดว่าถ้าฟลุ๊ค ๆ โชคดี อาจจะมีแมวมองมาเจอเข้า พาดันเข้าวงการนักร้องนักแสดง 

 หรืออาจจะมีคุณชายอาเสี่ยบ้านไหนมาหลงเสน่ห์เธอ เผลอ ๆ ถ้าได้ตบแต่งขึ้นมา ก็สบายไปทั้งชาติ

 หลังจากที่เหลียนฟ่งตกลง ซูหลิงเองก็

ไม่ได้รอช้า เธอติดต่อยูทูบเบอร์และนักข่าวออนไลน์ชื่อดังด้วยเงินก้อนโต ให้ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องชายหนุ่มที่ชื่อฉินฟ่าน ว่าเขาคือใคร 

 โดยตัดต่อเป็นคลิปสั้น ๆ ตั้งแต่เรื่องเขาช่วยชีวิตคนด้วยการฝังเข็ม เรื่องที่เขากระโดดไปมาบนหลังคารถ ราวกับจอมยุทธ เพื่อช่วยชีวิตเด็กสาว โดยเอาตัวเข้าปกป้องเธอ จากการถูกรถชนอย่างกล้าหาญ จบลงด้วยเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาที่สุดแสนจะโรแมนติก

 สาวคนไหนบ้าง ที่ไม่ชอบสตอรี่ของหนุ่มหล่อขั้นเทพ ใครบ้างไม่ชอบเรื่องราวของฮีโร่ คลิปนี้พอถูกแพร่ออกไปในเว่ยป๋อ โลกโซเชียลถึงกับเดือดพล่านราวกับโจ๊กเดือดปุด ๆ หม้อใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง กลายเป็น

กระทู้ค้นหายอดนิยมอันดับหนึ่ง ขอเพียงแค่พิมพ์คำค้นหาว่า

 "หมอเทวดา"

 "ฮีโร่ช่วยเด็กสาว" 

 "นายแบบโฆษณาน้ำหอมสี่สาวงาม"

"K****U MASTER"

 ประกาศจากบริษัทว่า ฉินฟ่านจะมาแจกลายเซ็นโปรโมทน้ำหอม ที่ห้างสรรพสินค้า Gate-7 ในเวลาสิบนาฬิกา 

 ด้วยฝีมือในการบริหารจัดการของเธอ เธอมั่นใจว่าสินค้าตัวนี้ ยอดขายจะต้องพุ่งกระฉูดอย่างแน่นอน

 สิบนาฬิกา รถของฉินฟ่านก็แล่นมาจอดที่หน้าห้าง ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก

 กรี๊ดดดดดด

 เสียงผู้คนนับพันที่ออกันเต็มไปหมดในบริเวณรอบ ๆ ห้าง พร้อมใจกันกรีดร้อง

เรียกชื่อของฉินฟ่านอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง นี่เขากลายเป็นคนที่ชื่อเสียงแล้วจริง ๆ เหรอ

 แดดอ่อน ๆ ห่อหุ้มร่างของฉินฟ่าน

อย่างอ้อยอิ่ง ในชุดสูทสีฟ้าอ่อน มันทำให้ออร่าของเขา แผดเผาสายตาของผู้คน หนุ่มน้อยวัยสิบแปด ผมหยักศกดวงตาเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝี

ปากบาง ๆ คล้ายเด็กดื้อ หล่อจนทำให้สาว ๆ ที่พบเห็นเขา ถึงกับตัวอ่อนระทดระทวย 

 แค่เขาถอดแว่นกันแดดสีดำออก พร้อมโบกมือเบา ๆ สาว ๆ ถึงกับใจละลาย กรีดร้องกันราวกับถูกน้ำร้อนลวก

 พิธีกรเริ่มแนะนำตัวเขา ว่าอิมเมจของเขา เข้ากับรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์บริษัทอย่างไร 

 แต่ที่ทุกคนต้องทึ่งที่สุดก็คือ พิธีกรบอกว่า ฉินฟ่านเป็นคนคิดค้นสูตรน้ำหอมและครีมบำรุงผิวนี้ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นมีคนเข้ามาขอลายเซ็นและถ่ายรูปมากมาย ถึงจะเหนื่อย แต่เขาก็ยิ้มด้วยความยินดี แต่คนที่ยิ้มกว้างที่สุดในงานนี้คงจะเป็นซูหลิง 

 สินค้าขายหมดหนึ่งหมื่นขวด ภายใน

เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ผู้คนแย่งกันซื้อราวกับเป็นสินค้าแจกฟรี จนพนักงานไม่มีแม้แต่เวลาจะดื่มน้ำ 

 เธอตั้งราคาน้ำหอมอยู่ที่ขวดละสามพันหยวน เท่ากับวันนี้ยอดขายสูงถึงสามสิบล้านหยวน ส่วนยอดสั่งจองนั้นสูงถึงห้าหมื่นขวด จากลูกค้าที่ซื้อไม่ทันในงานวันนี้

 ยังมีบริษัทที่แย่งกัน ติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศอีก นี่เป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ ก้าวแรก ที่จะหนุนส่งให้บริษัทเมมโมรี่ก้าวไปอยู่แถวหน้า ของบริษัทเครื่องสำอางระดับประเทศ 

 เมื่อทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เธอจะบุกตีตลาดต่างประเทศ และเธอยังมุ่งหวังให้

ฉินฟ่านคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง 

 "เหนื่อยหรือเปล่าคะ ยอดขายวันนี้สูงมากจนเหลือเชื่อเลยค่ะ"

 ฉินฟ่านรับน้ำดื่มจากเธอมาดื่ม พลาง

รู้สึกชอบใจที่เห็นเธอแต่งตัวสวยอย่างมีสไตล์ โดยเฉพาะปิ่นเงินที่เธอเสียบมุ่นมวยผมมาในวันนี้ ทำให้เขามีสายตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ เพราะคิดถึงนางฟ้าฉางเอ๋อที่ใช้ปิ่นเป็นเครื่องประดับเช่นเดียวกัน

 "คุณทำท่าเหม่อ ๆ หรือว่ากำลังคิดถึงสาว

สวยอยู่คะ"

 "โทษทีครับ เห็นคุณแต่งตัวสวยก็เลย คิดถึงพี่สาวนะครับ"

 "วันหลังคุณต้องแนะนำเธอให้ฉันรู้จัก 

บ้างนะคะ"

 ฉินฟ่านแอบคิดในใจ ต้องขอโทษจริง ๆ ซูหลิง ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้ ฉินฟ่านนึกขึ้นอย่างเสียใจ 

 ตอนนี้พี่สาวนางฟ้าจะเป็นยังไงบ้างนะ เธอสบายดีหรือเปล่า แล้วพวกเหล่าเทพเซียนทั้งหลายยังชอบทะเลาะกันอยู่อีกไหม เขาจะมีโอกาสได้พบอีกสักครั้งหรือไม่

 "สาว ๆ ชื่นชอบน้ำหอมของคุณมาก แม้แต่ฉันเองก็เช่นเดียวกัน วันนี้ฉันยังใช้กลิ่นเตียวเสี้ยนเลย ถ้าไม่เชื่อคุณลองดมดูสิ"

 ซูหลิงเอียงแก้มเธอเข้าใกล้ จนแทบแตะปลายจมูกของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ มันทำให้หัวใจของเขาเต้นตึกตัก เหมือนมีคนรัวกลองขึ้นมาทันที แต่เขาก็ยังไม่ได้ตอบสนองอะไร นี่เธอไม่รู้บ้างหรือไงนะ ว่าเสน่ห์หญิงงามนะมันยากจะต้านทาน ต่อให้เป็นบุรุษเหล็กก็เถอะ

 "เฮ้อนี่ฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่มีเสน่ห์เลยหรือไงคะ คุณถึงไม่สนใจฉันบ้างเลย"

 ซูหลิงน้อยใจที่หลอกล่อเขาตั้งหลายครั้งแต่เขายังไม่มีท่าทีที่อยากจะลวนลามเธอเลย

 "ฉันไปทำงานต่อดีกว่าค่ะ แล้วค่อยเจอกันนะคะ"

 เธอหอมแก้มของเขาเบา ๆ เหมือนแมงปอแตะผิวน้ำแล้วเดินจากไป

 นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วนะ ที่ซูหลิงชอบยั่วเย้าเขา ด้วยกริยาและคำพูดแล้วก็จากไป ปล่อยให้เขาอารมณ์ค้างเติ่ง 

 บางครั้งเขาสงสัยจริง ๆ ว่าปากดีแบบนี้ เธอเคยรู้รสจูบจนปากบวมเจ่อหรือยัง ถ้าปล่อยให้ผู้หญิงตามจีบฝ่ายเดียวคงเสียเหลี่ยมแย่ 

 วันหลังว่าง ๆ ต้องพาเธอไปเข้าคอร์ส "กวดวิชารัก 101 ฉบับพิสดาร" ให้เธอรู้ว่าสวรรค์นั้นมีจริง 

 ฉินฟ่านคิดถึงตอนนี้ ก็เผลอหันไปมองทางซ้ายอย่างลืมตัว ราวกับมีรังสีพิฆาตคอยทิ่มแทง เหลียนฟ่งกำลังทานไอศกรีมรอเขาอยู่ในร้านข้าง ๆ เมื่อครู่เธอคงไม่ได้บังเอิญเห็นฉากหอมแก้มหรอกนะ

 เหลียนฟ่งเองก็นึกไม่ถึงว่าจะมีสาว ๆ คลั่งไคล้เขาอย่างกับดารา แต่เธอเป็นคนรอบคอบ เธอเตรียมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนส์สีดำไว้ให้เขาเปลี่ยน แถมยังมีหมวกแก๊ปที่มีโลโก้รูปหงส์แดงลิเวอร์พูลด้วย 

 ทั้งสองจึงสามารถแอบมาขึ้นรถ ได้สะดวกอย่างเงียบเชียบ เมื่อขับออกไปได้เพียงแค่สิบห้านาที ฉินฟ่านกลับบอกให้เธอจอดแอบซ้าย

 "ที่รักคุณหิวเหรอคะ แต่ว่าแถวนี้ไม่มีร้านอาหารเลยนะคะ ที่เห็นก็มีแต่ร้านแต่งรถยนต์กับร้านเพชร"

 "ผมรู้แต่ต่อไปผมคงมีงานยุ่งมากอาจจะไม่ค่อยมีเวลาให้คุณ วันนี้เลยอยากซื้อแหวนให้คุณ ไม่อย่างงั้นถ้ามีหนุ่ม ๆ คนอื่นมาเกาะแกะคุณ ผมจะทำยังไง"

 ฉินฟ่านอมยิ้มมองเธอ

 "เดี๋ยวก่อนคุณรักฉันจริง ๆ เหรอ

ที่รักคุณทั้งหล่อทั้งหาเงินเก่ง ต่อไปก็คงมีสาว ๆ มากหน้าหลายตามารุมล้อมคุณ ฉันเองก็พยายามทำใจยอมรับในเรื่องนี้ ความจริงขอแค่คุณแบ่งเวลาให้ฉันบ้าง ฉันก็พอใจแล้วค่ะ ขออย่างเดียว ขอแค่อย่าทิ้งฉันไปได้ไหมคะ"

 พูดถึงคำสุดท้าย ดวงตาของเธอแดงก่ำปริ่ม ๆ ว่าน้ำตาจะหยดลงมา

 ฉินฟ่านรีบดึงเธอมากอดพลางปลอบใจ

 "เด็กโง่ผมทั้งรักทั้งทะนุถนอมคุณ ใครจะทิ้งคุณได้ลงคอ วันหลังห้ามคิดฟุ้งซ่านแบบนี้อีก มาเถอะเช็ดน้ำตาก่อน เดี๋ยวไม่สวยนะ ดูสิทำหน้ายู่ยี่เหมือนแมวน้อยขี้แยเลย"

 ฉินฟ่านพาเธอเดินเข้าไปในร้านเพชร

พนักงานสาวเห็นหนุ่มหล่อสาวสวยเดินเข้ามาจึงรีบมาต้อนรับ 

 "สวัสดีค่ะร้านเรามีสินค้าล็อตใหม่สวย ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ เชิญชมดูก่อนได้เลยค่ะ"

 ฉินฟ่านมองผ่านเครื่องประดับเหล่านั้นแวบหนึ่งรู้สึกยังไม่ถูกใจ จึงเงยหน้าถามพนักงานสาว

 "คุณมีสินค้าที่เป็นเซ็ตแบบพิเศษบ้างไหมครับ"

 "มีค่ะพอดีเราเก็บไว้ในห้อง คุณลองเลือกชมดูก่อน ว่าชอบแบบไหน ดิฉันจะรีบไปนำมาให้ลองค่ะ"

 เธอเปิดรูปเครื่องประดับต่าง ๆ ในแท็บเล็ตให้เขาเลือก

 "คุณชอบแบบไหน ลองเลือกดูครับห้ามปฏิเสธ"

 "แต่ละเซ็ตมันแพงเกินไป เราซื้อแหวนสักวงก็พอแล้วค่ะ"

 เธอเห็นราคาแล้วจะเป็นลม เครื่องประดับที่แพงที่สุดของเธอ คือสร้อยราคาสามพันหยวน

 "งั้นขอดูชุดนี้หน่อยครับ"

 พนังานขายรีบไปเอามาให้ดู เพราะถ้าขายได้สำเร็จ เธอจะได้ค่าคอมมิชชั่นก้อนใหญ่เลยที่เดียว

 "ชุดนี้นักดีไซน์ฝีมือเยี่ยม ได้ตั้งชื่อเอาไว้ว่า "HEART BEAT" ประกอบด้วยสร้อยคอ

ที่มีดีไซน์ดูเรียบหรูมีระดับ พร้อมจี้เพชรเครือดอกไม้หุ้มทองแท้หนาห้าไมครอน ต่างหูรูปหยดน้ำ สร้อยข้อมือและแหวนเพชรน้ำงามแบบเม็ดเดียวขนาดหนึ่งกระรัต ทั้งหมดนี้ราคาสามแสนแปดหมื่นหยวนค่ะ"

 "อุ๊ย…ตั้งสามแสนแปดเลยเหรอคะ"

 เหลียนฟ่งได้ยินราคาแล้ว อยากจะเป็นลม

 ผู้หญิงทุกคนย่อมชื่นชอบ หินที่เป็นประกายส่องแสงแวววาว เหลียนฟ่งมองมันอย่างหลงใหล

 "ตกลงเอาชุดนี้ครับ"

 ผู้ชายมักจะซื้อของง่ายไม่เรื่องมากอยู่แล้ว

 "แหม…คุณผู้หญิงช่างโชคดีจริง ๆ เลยนะคะ แฟนคุณนี่ทั้งหล่อและช่างเอาอกเอาใจคุณจริง ๆ เลยนะคะ"

 พนักงานสาวกล่าวอย่างชื่นชม

 เหลียนฟ่งได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วกระซิบบอกเขา

 "แต่ว่ามันแพงเกินไปนะค่ะ"

 "ที่รักถ้าคุณใส่กับชุดราตรีสีแดง จะต้องสวยมากแน่ ๆ ตามใจผมสักครั้งเถอะนะครับ"

 พนักงานยิ้มหน้าบานรีบรับบัตรไปรูดทันที

 ในขณะที่เหลียนฟ่งรู้สึกสับสนทางอารมณ์ นั่นมันสามแสนแปดหมื่นหยวนนะ ไม่ใช่สามพันแปดร้อยหยวน รู้สึกเจ็บปวดใจจี๊ด ๆ ที่ต้องให้เขาจ่ายเงินเยอะซะขนาดนี้ แต่ทว่าอีกใจหนึ่งกลับรู้สึกพึงพอใจ ที่ได้ครอบครองหินสวย ๆ ชุดนี้ มันแฝงความหมายที่ลึกซึ้งเอาไว้ว่า เป็นเพราะว่าเขารักเธอมากจึงยอมจ่ายแพง ๆ เพื่อเธอ

 เหลียนฟ่งขับรถแวะมาส่งฉินฟ่านที่ตึก MAX 34 แล้วกลับบ้านไปก่อน เพราะฉินฟ่านนัดพี่ใหญ่ว่าเขาจะมาหาที่นี่

 ที่นี่เป็นอีกหนึ่งขุมทองของลู่เจี้ยนเป็นอาคารขนาดใหญ่สูงห้าชั้น ประกอบด้วยชั้นล่างเป็นลานจอดรถ ตัวตึกมีลิฟต์ไว้บริการลูกค้าสองตัว ชั้นสองเปิดฟิตเนส ชั้นสามเป็นซาวน่าที่แยกโซนชายหญิง ชั้นสี่เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยน ส่วนชั้นห้าเป็นที่พักส่วนตัวของลู่เจี้ยน ที่จำเป็นต้องใช้ลิฟต์ส่วนตัวจึงจะขึ้นไปได้ถึงชั้นห้าได้

 กิ๊ง... 

 เสียงประตูลิฟต์ชั้นห้าเปิดออก ฉินฟ่านเดินเข้าไปได้สิบก้าวก็ต้องยืนอึ้ง เขามาผิดที่หรือเปล่า นี่มันโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ชัด ๆ มีทั้งกระสอบทราย ดาบหอก ทวน ง้าว สามง่ามอาวุธมากมายอีกหลากหลายชนิด ที่จัดวางเรียงรายติดอยู่ข้างฝาผนังอย่างเป็นระเบียบ ที่สร้างความประหลาดใจให้กับเขาก็คือที่นี่แม้แต่สนับมือทองเหลืองก็มีให้เห็น 

 จู่ ๆ ขนบนท่อนแขนก็ลุกซู่ขึ้นมา เหมือนมีภัยร้ายแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ เขารู้สึกมันเงียบผิดสังเกต ด้วยความเป็นห่วงพี่ใหญ่ เขาจึงร้องเรียกออกไป 

 "พี่ใหญ่"

 ฟิ้ว เขาเอียงคอหลบวูบไปด้านข้างห้า ซม. ลูกธนูถูกยิงเฉียดผ่านแก้มของเขา บัดซบ! เขาพลาดเองที่ไม่ยอมใช้เนตรอัคคีตรวจดูแต่แรก

 ปึ่ง 

 เสียงลูกธนูปักใส่ฝาผนังอย่างรุนแรงจนหางของมันสั่นระรัวส่งเสียงดังหึ่ง ๆ ออกมา

 ยังไม่ทันจะกะพริบตาดาบสั้นเล่มหนึ่งทอประกายเจิดจ้าแทงเข้าใส่ทรวงอกของเขาอย่างเร่งร้อน บังคับให้เขาต้องหมุนตัวหลบอย่างต่อเนื่องถึงสามครั้ง ฉินฟ่านสะกิดเท้าใส่ฝาผนังตีลังกาลอยตัวกลับหลัง 

 เขาต้องรับมือแบบฉุกละหุก เห็นขวดน้ำตั้งอยู่บนโต๊ะ จึงหยิบขึ้นมาต้านทานดาบที่ฟันใส่ 

 แรงฟันรุนแรงจนตัวเขา ถูกกระแทกกระเด็นไปไกลเกือบติดฝาผนัง ขวดน้ำถูกฟันขาดกระจุย น้ำสาดกระจายนองจนเต็มพื้น 

 ทันใดนั้นเองมีดสั้นอีกเล่มหนึ่ง แทงทะลุกำแพงออกมาใส่แผ่นหลังของเขา ทำให้เขาถึงกลับต้องล้มตัวลง พุ่งเลียดพื้นดุจปลาไหล หลบมีดสั้นเล่มนั้นได้อย่างฉิวเฉียด พอเขาเงยหน้าขึ้นมาอีกที กลับไม่พบเห็นร่องรอยของศัตรูเลยแม้แต่คนเดียว

 "พวกคุณเป็นใคร ทำไมเราไม่นั่งลงจิบชา ถามไถ่เรื่องราวกันก่อน ผมจำไม่ได้ว่าเคยมีศัตรูที่ไหน"

 เขาพูดพร้อมกวาดสายตาไปรอบ ๆ มือของเขากำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน

 ทำไมจู่ ๆ ก็มีศัตรูที่ร้ายกาจโผล่มา เขาใช้เนตรอัคคีสำรวจช้า ๆ ไปรอบ ๆ ห้อง 

 เจอแล้ว! 

 คนหนึ่งหลบอยู่หลังเสา ส่วนอีกคนกลับเกาะติดอยู่บนฝาผนังเหมือนจิ้งจกยักษ์ตัวใหญ่ ใช้ผ้าผืนใหญ่สีขาวพรางตัวจนดูกลมกลืนกับสีของฝาผนัง หากไม่สังเกตให้ดีก็ยากที่จะพบพิรุธ

 พวกนี้เป็นใครกันนะ ถึงได้มีฝีมือเผ็ดร้อนขนาดนี้ ฉินฟ่านสำรวจนักฆ่าทั้งสอง ที่แท้เป็นผู้หญิงแต่งกายเหมือนนินจา คนแรกคงใช้ดาบนินจาเป็นอาวุธ 

 เพราะดาบเล่มนี้ เป็นดาบตรงและยาวเพียงสองฟุต ส่วนดาบซามูไรจะโค้งเว้าและยาวถึงสองฟุตครึ่ง 

 เมื่อถึงยามคับขัน ความเร็วจะเป็นตัวกำหนด ที่ชี้ความเป็นความตาย ยามที่ชักดาบฆ่าฟันกัน ดาบนินจาที่สั้นกว่า ย่อมชักออกจากฝัก ได้เร็วกว่าดาบซามูไร 

 นักฆ่าคนนี้สวมชุดสีดำ หน้ากากปีศาจฮันเนียสีดำปกปิดรูปโฉมไว้ ส่วนคนที่สองใช้มีดสั้นคุไน ตัวมีดเรียวแหลมยาวสิบห้าซม. ส่วนด้ามมีดยาวสิบสามซม.มีห่วงกลมที่ปลายด้าม คนนี้แต่งชุดนินจาสีขาว สวมหน้ากากปีศาจฮันเนียสีขาว ดูจากรูปร่างแล้วเป็นผู้หญิงทั้งคู่

 "พวกคุณต้องการอะไร"

 "พี่ใหญ่ลู่เจี้ยนอยู่ไหน"

 "ถ้าคุณยังไม่ยอมพูดอีก ผมจะลงมือแล้วนะ"

 เขาถามอะไรไปก็ไม่มีคนตอบ

 จู่ ๆ มีนักฆ่าฝีมือดี ผุดโผล่มาเหยียบถึงถิ่น สงสัยพรุ่งนี้คงต้องพาพี่ใหญ่ ไปรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ครั้งใหญ่ 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 53 อย่ามาอำกันดีกว่า

    ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...ใช่ ๆต้องเหมือนนกยวนยางคู่ต่างหากล่ะ เฮ้อ ไอ้เราก็เรียนมาน้อยจบปอหกตกปอขี้ไก่ซะด้วยสิ จะนึกหาคำคมเพราะ ๆ แบบคนอื่นสักคำสองคำก็ยังลำบาก ไม่ได้การละต้องให้ลูกสาวของเราเรียนสูง ๆ เอาให้จบดอกเตอร์เลย อืม…รึว่าสวรรค์เป็นใจนาน ๆ ทีถึงจะมีสาวสวยผุดโผล่ชะแวบเข้ามาในชีวิตพี่ใหญ่หากปล่อยให้หลุดมือไปก็เสียของแย่นะสิ“นี่ ไอ้น้องบ้า แกฟังพี่ใหญ่อยู่รึเปล่า”โป๊ก!ลู่เจี้ยนทนไม่ไหว จนต้องเขกกะโหลกฉินฟ่าน เพื่อเรียกสติของเขา ให้กลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง“โอ๊ย เจ็บนะพี่ นี่พี่ผมว่าเอางี้ดีไหมรวบหัวรวบหางซะเลย เธอหน้าตาสะสวยหุ่นก็ดีพาควงออกงานรับรองว่าไม่อายใคร เธอเหมาะกับพี่ใหญ่มาก แถมเธอยังมีฝีมือเป็นเลิ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status