เข้าสู่ระบบพอกลับมาถึงศาลสถิตยุติธรรมเมืองไคฟง เอ้ย! ถึงบ้านของเหลียนฟ่ง
ลู่เจี้ยนก็ฉุดลากฉินฟ่านไปที่มุมสวน
"ไอ้น้องทำใจดี ๆ เอาไว้นะ เมื่อผู้ชายอย่างเรารู้จักหาเศษหาเลย เราก็ต้องรู้จักง้อคนรักให้เยอะ ๆ ซื้อแหวนเพชรให้สักวง พูดจาหวานหูหน่อย เดี๋ยวก็หายงอนแล้ว เชื่อเฮียเถอะไอ้น้อง สู้สู้! "
ฉินฟ่านพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง พร้อมกอดพี่ใหญ่สำเร็จรูป ตามด้วยตบบ่าแรง ๆ ไปสองที แล้วรีบเดินขึ้นบ้านตามเหลียนฟงไป ขณะที่จะตีเนียนเข้าไปในห้องนอน
เหลียนฟ่งก็ขว้างหมอนใส่หน้าเขาใบหนึ่ง ใช่ตอนนี้เธอทั้งหึงทั้งหวง ทั้งโมโหจนเดือดปุด ๆ อกใหญ่ ๆ ของเธอแทบจะระเบิดอยู่แล้ว
"ฟังผมก่อน"
"ฟังเรื่องคนใหม่ย่อมไฉไลกว่าคนเก่า
เหรอ"
โอ้ มาถึงก็ใช้เสียงสูงไฮโน้ตเลยหรือ
ฉินฟ่านพยายามทำใจดีสู้เสือ
"เราคุยกันแค่เรื่องงานนะ"
"คุยกันบนโต๊ะทำงานด้วยใช่ไหม"
"โธ่! ฟ่งจ๋าผมถูกปรักปรำจริง ๆ นะ"
แต่ดูเหมือนคำอธิบายนี้ไม่ช่วยอะไรเลย
"แต่ฟังดูแล้วฉันเชื่อเธอมากกว่าคุณ"
"ผมสาบานให้ตกน้ำป๋อมแป๋มเลย"
"ฉันไม่เชื่อคำสาบาน เมื่อวานฉันไปไหว้พระ เสี่ยงเซียมซีให้คุณ
แม่นจริง ๆ เลย ในใบเซียมซีบอกว่าช่วงนี้ดวงชะตาดอกท้อ(จะมีโชคด้านความรัก)ของคุณกำลังเบ่งบาน
แต่ว่าดวงเราชงกัน ฉันเลยคิดว่าจะให้คุณไปนอนกับเจ้าแอนโทนี่ดีกว่า"
โอ้นี่เล่นไล่ให้เราไปนอนกับเจ้าหมาตัวเหม็นเลยหรือ ฉินฟ่านรำพึงรำพันในใจ
"น่านะ อย่าโกรธเลย เดี๋ยวหน้าแก่เร็วไม่สวยนะ"
"ไม่รู้ไม่ชี้"
"เอ๋นี่แฟนของใครกันนะ ยิ่งมองก็ยิ่งสวย"
เขาเริ่มลีลาออดอ้อน
"งั้นไปนอนหน้าห้องน้ำ"
"เหลียนฟ่ง คุณคือรักแรกของผม"
เขาเก๊กเสียงหล่อไม่พอ ยังเก๊กหน้าหล่ออีกด้วย
"งั้นไปนอนหน้าทีวี"
"คุณก็รู้ว่าผมเป็นคนขี้หนาว หนาว ๆ แบบนี้ผมนอนไม่หลับหรอก เราเข้าไปนอนกอดกันให้มันอุ่น ๆ ดีกว่า"
เขาไม่สนอะไรแล้ว รีบดันเธอเข้าไปในห้อง แล้วปล้ำ ๆ จูบ ๆ ลูบ ๆ คลำ ๆ ทันที
"พอเลยนะ วันนี้ไม่มีอารมณ์"
เธอยังงอนเขาไม่หาย
"ผมปลุกอารมณ์เก่ง ไม่ต้องห่วง"
แม้ว่าเธอจะขัดขืนดิ้นรน แต่จะสู้แรงเขาได้ยังไง แค่นาทีเดียวตัวเธอก็อ่อนระทวย เป็นขี้ผึ้งลนไฟ
กระบวนท่านี้ ต่อไปคงต้องใช้เป็นท่าไม้ตายช่วยชีวิต บางทีเขาอาจจะต้องใช้บ่อย ๆ ก็ได้ ใครจะไปรู้ เรียกว่า "ท่าปิดประตูตีแมว"
...
ห้างสรรพสินค้า Gate-7 เป็นแหล่ง
ชอปปิงแหล่งกินแหล่งเที่ยวของชาวซูโจว บรรดาวัยรุ่นมักแต่งตัวเฉิดฉาย ตามแฟชั่นกันเต็มที่ เพื่ออวดความงาม
ผู้หญิงที่มีหน้าตาสะสวยรูปร่างดีหน่อย ยิ่งนุ่งสั้นอวดเรียวขาขาว ๆ โชว์สะดือ เดินกันไปมาขวักไขว่
บางคนคิดว่าถ้าฟลุ๊ค ๆ โชคดี อาจจะมีแมวมองมาเจอเข้า พาดันเข้าวงการนักร้องนักแสดง
หรืออาจจะมีคุณชายอาเสี่ยบ้านไหนมาหลงเสน่ห์เธอ เผลอ ๆ ถ้าได้ตบแต่งขึ้นมา ก็สบายไปทั้งชาติ
หลังจากที่เหลียนฟ่งตกลง ซูหลิงเองก็
ไม่ได้รอช้า เธอติดต่อยูทูบเบอร์และนักข่าวออนไลน์ชื่อดังด้วยเงินก้อนโต ให้ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับเรื่องชายหนุ่มที่ชื่อฉินฟ่าน ว่าเขาคือใคร
โดยตัดต่อเป็นคลิปสั้น ๆ ตั้งแต่เรื่องเขาช่วยชีวิตคนด้วยการฝังเข็ม เรื่องที่เขากระโดดไปมาบนหลังคารถ ราวกับจอมยุทธ เพื่อช่วยชีวิตเด็กสาว โดยเอาตัวเข้าปกป้องเธอ จากการถูกรถชนอย่างกล้าหาญ จบลงด้วยเบื้องหลังการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาที่สุดแสนจะโรแมนติก
สาวคนไหนบ้าง ที่ไม่ชอบสตอรี่ของหนุ่มหล่อขั้นเทพ ใครบ้างไม่ชอบเรื่องราวของฮีโร่ คลิปนี้พอถูกแพร่ออกไปในเว่ยป๋อ โลกโซเชียลถึงกับเดือดพล่านราวกับโจ๊กเดือดปุด ๆ หม้อใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง กลายเป็น
กระทู้ค้นหายอดนิยมอันดับหนึ่ง ขอเพียงแค่พิมพ์คำค้นหาว่า
"หมอเทวดา"
"ฮีโร่ช่วยเด็กสาว"
"นายแบบโฆษณาน้ำหอมสี่สาวงาม"
"K****U MASTER"
ประกาศจากบริษัทว่า ฉินฟ่านจะมาแจกลายเซ็นโปรโมทน้ำหอม ที่ห้างสรรพสินค้า Gate-7 ในเวลาสิบนาฬิกา
ด้วยฝีมือในการบริหารจัดการของเธอ เธอมั่นใจว่าสินค้าตัวนี้ ยอดขายจะต้องพุ่งกระฉูดอย่างแน่นอน
สิบนาฬิกา รถของฉินฟ่านก็แล่นมาจอดที่หน้าห้าง ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออก
กรี๊ดดดดดด
เสียงผู้คนนับพันที่ออกันเต็มไปหมดในบริเวณรอบ ๆ ห้าง พร้อมใจกันกรีดร้อง
เรียกชื่อของฉินฟ่านอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาเขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง นี่เขากลายเป็นคนที่ชื่อเสียงแล้วจริง ๆ เหรอ
แดดอ่อน ๆ ห่อหุ้มร่างของฉินฟ่าน
อย่างอ้อยอิ่ง ในชุดสูทสีฟ้าอ่อน มันทำให้ออร่าของเขา แผดเผาสายตาของผู้คน หนุ่มน้อยวัยสิบแปด ผมหยักศกดวงตาเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝี
ปากบาง ๆ คล้ายเด็กดื้อ หล่อจนทำให้สาว ๆ ที่พบเห็นเขา ถึงกับตัวอ่อนระทดระทวย
แค่เขาถอดแว่นกันแดดสีดำออก พร้อมโบกมือเบา ๆ สาว ๆ ถึงกับใจละลาย กรีดร้องกันราวกับถูกน้ำร้อนลวก
พิธีกรเริ่มแนะนำตัวเขา ว่าอิมเมจของเขา เข้ากับรูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์บริษัทอย่างไร
แต่ที่ทุกคนต้องทึ่งที่สุดก็คือ พิธีกรบอกว่า ฉินฟ่านเป็นคนคิดค้นสูตรน้ำหอมและครีมบำรุงผิวนี้ด้วยตัวเอง หลังจากนั้นมีคนเข้ามาขอลายเซ็นและถ่ายรูปมากมาย ถึงจะเหนื่อย แต่เขาก็ยิ้มด้วยความยินดี แต่คนที่ยิ้มกว้างที่สุดในงานนี้คงจะเป็นซูหลิง
สินค้าขายหมดหนึ่งหมื่นขวด ภายใน
เวลาเพียงหนึ่งชั่วโมง ผู้คนแย่งกันซื้อราวกับเป็นสินค้าแจกฟรี จนพนักงานไม่มีแม้แต่เวลาจะดื่มน้ำ
เธอตั้งราคาน้ำหอมอยู่ที่ขวดละสามพันหยวน เท่ากับวันนี้ยอดขายสูงถึงสามสิบล้านหยวน ส่วนยอดสั่งจองนั้นสูงถึงห้าหมื่นขวด จากลูกค้าที่ซื้อไม่ทันในงานวันนี้
ยังมีบริษัทที่แย่งกัน ติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศอีก นี่เป็นเพียงก้าวเล็ก ๆ ก้าวแรก ที่จะหนุนส่งให้บริษัทเมมโมรี่ก้าวไปอยู่แถวหน้า ของบริษัทเครื่องสำอางระดับประเทศ
เมื่อทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี เธอจะบุกตีตลาดต่างประเทศ และเธอยังมุ่งหวังให้
ฉินฟ่านคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง
"เหนื่อยหรือเปล่าคะ ยอดขายวันนี้สูงมากจนเหลือเชื่อเลยค่ะ"
ฉินฟ่านรับน้ำดื่มจากเธอมาดื่ม พลาง
รู้สึกชอบใจที่เห็นเธอแต่งตัวสวยอย่างมีสไตล์ โดยเฉพาะปิ่นเงินที่เธอเสียบมุ่นมวยผมมาในวันนี้ ทำให้เขามีสายตาเหม่อลอยไปชั่วขณะ เพราะคิดถึงนางฟ้าฉางเอ๋อที่ใช้ปิ่นเป็นเครื่องประดับเช่นเดียวกัน
"คุณทำท่าเหม่อ ๆ หรือว่ากำลังคิดถึงสาว
สวยอยู่คะ"
"โทษทีครับ เห็นคุณแต่งตัวสวยก็เลย คิดถึงพี่สาวนะครับ"
"วันหลังคุณต้องแนะนำเธอให้ฉันรู้จัก
บ้างนะคะ"
ฉินฟ่านแอบคิดในใจ ต้องขอโทษจริง ๆ ซูหลิง ผมคงทำแบบนั้นไม่ได้ ฉินฟ่านนึกขึ้นอย่างเสียใจ
ตอนนี้พี่สาวนางฟ้าจะเป็นยังไงบ้างนะ เธอสบายดีหรือเปล่า แล้วพวกเหล่าเทพเซียนทั้งหลายยังชอบทะเลาะกันอยู่อีกไหม เขาจะมีโอกาสได้พบอีกสักครั้งหรือไม่
"สาว ๆ ชื่นชอบน้ำหอมของคุณมาก แม้แต่ฉันเองก็เช่นเดียวกัน วันนี้ฉันยังใช้กลิ่นเตียวเสี้ยนเลย ถ้าไม่เชื่อคุณลองดมดูสิ"
ซูหลิงเอียงแก้มเธอเข้าใกล้ จนแทบแตะปลายจมูกของเขาอย่างเป็นธรรมชาติ มันทำให้หัวใจของเขาเต้นตึกตัก เหมือนมีคนรัวกลองขึ้นมาทันที แต่เขาก็ยังไม่ได้ตอบสนองอะไร นี่เธอไม่รู้บ้างหรือไงนะ ว่าเสน่ห์หญิงงามนะมันยากจะต้านทาน ต่อให้เป็นบุรุษเหล็กก็เถอะ
"เฮ้อนี่ฉันเป็นผู้หญิงที่ไม่มีเสน่ห์เลยหรือไงคะ คุณถึงไม่สนใจฉันบ้างเลย"
ซูหลิงน้อยใจที่หลอกล่อเขาตั้งหลายครั้งแต่เขายังไม่มีท่าทีที่อยากจะลวนลามเธอเลย
"ฉันไปทำงานต่อดีกว่าค่ะ แล้วค่อยเจอกันนะคะ"
เธอหอมแก้มของเขาเบา ๆ เหมือนแมงปอแตะผิวน้ำแล้วเดินจากไป
นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วนะ ที่ซูหลิงชอบยั่วเย้าเขา ด้วยกริยาและคำพูดแล้วก็จากไป ปล่อยให้เขาอารมณ์ค้างเติ่ง
บางครั้งเขาสงสัยจริง ๆ ว่าปากดีแบบนี้ เธอเคยรู้รสจูบจนปากบวมเจ่อหรือยัง ถ้าปล่อยให้ผู้หญิงตามจีบฝ่ายเดียวคงเสียเหลี่ยมแย่
วันหลังว่าง ๆ ต้องพาเธอไปเข้าคอร์ส "กวดวิชารัก 101 ฉบับพิสดาร" ให้เธอรู้ว่าสวรรค์นั้นมีจริง
ฉินฟ่านคิดถึงตอนนี้ ก็เผลอหันไปมองทางซ้ายอย่างลืมตัว ราวกับมีรังสีพิฆาตคอยทิ่มแทง เหลียนฟ่งกำลังทานไอศกรีมรอเขาอยู่ในร้านข้าง ๆ เมื่อครู่เธอคงไม่ได้บังเอิญเห็นฉากหอมแก้มหรอกนะ
เหลียนฟ่งเองก็นึกไม่ถึงว่าจะมีสาว ๆ คลั่งไคล้เขาอย่างกับดารา แต่เธอเป็นคนรอบคอบ เธอเตรียมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนส์สีดำไว้ให้เขาเปลี่ยน แถมยังมีหมวกแก๊ปที่มีโลโก้รูปหงส์แดงลิเวอร์พูลด้วย
ทั้งสองจึงสามารถแอบมาขึ้นรถ ได้สะดวกอย่างเงียบเชียบ เมื่อขับออกไปได้เพียงแค่สิบห้านาที ฉินฟ่านกลับบอกให้เธอจอดแอบซ้าย
"ที่รักคุณหิวเหรอคะ แต่ว่าแถวนี้ไม่มีร้านอาหารเลยนะคะ ที่เห็นก็มีแต่ร้านแต่งรถยนต์กับร้านเพชร"
"ผมรู้แต่ต่อไปผมคงมีงานยุ่งมากอาจจะไม่ค่อยมีเวลาให้คุณ วันนี้เลยอยากซื้อแหวนให้คุณ ไม่อย่างงั้นถ้ามีหนุ่ม ๆ คนอื่นมาเกาะแกะคุณ ผมจะทำยังไง"
ฉินฟ่านอมยิ้มมองเธอ
"เดี๋ยวก่อนคุณรักฉันจริง ๆ เหรอ
ที่รักคุณทั้งหล่อทั้งหาเงินเก่ง ต่อไปก็คงมีสาว ๆ มากหน้าหลายตามารุมล้อมคุณ ฉันเองก็พยายามทำใจยอมรับในเรื่องนี้ ความจริงขอแค่คุณแบ่งเวลาให้ฉันบ้าง ฉันก็พอใจแล้วค่ะ ขออย่างเดียว ขอแค่อย่าทิ้งฉันไปได้ไหมคะ"
พูดถึงคำสุดท้าย ดวงตาของเธอแดงก่ำปริ่ม ๆ ว่าน้ำตาจะหยดลงมา
ฉินฟ่านรีบดึงเธอมากอดพลางปลอบใจ
"เด็กโง่ผมทั้งรักทั้งทะนุถนอมคุณ ใครจะทิ้งคุณได้ลงคอ วันหลังห้ามคิดฟุ้งซ่านแบบนี้อีก มาเถอะเช็ดน้ำตาก่อน เดี๋ยวไม่สวยนะ ดูสิทำหน้ายู่ยี่เหมือนแมวน้อยขี้แยเลย"
ฉินฟ่านพาเธอเดินเข้าไปในร้านเพชร
พนักงานสาวเห็นหนุ่มหล่อสาวสวยเดินเข้ามาจึงรีบมาต้อนรับ
"สวัสดีค่ะร้านเรามีสินค้าล็อตใหม่สวย ๆ ทั้งนั้นเลยค่ะ เชิญชมดูก่อนได้เลยค่ะ"
ฉินฟ่านมองผ่านเครื่องประดับเหล่านั้นแวบหนึ่งรู้สึกยังไม่ถูกใจ จึงเงยหน้าถามพนักงานสาว
"คุณมีสินค้าที่เป็นเซ็ตแบบพิเศษบ้างไหมครับ"
"มีค่ะพอดีเราเก็บไว้ในห้อง คุณลองเลือกชมดูก่อน ว่าชอบแบบไหน ดิฉันจะรีบไปนำมาให้ลองค่ะ"
เธอเปิดรูปเครื่องประดับต่าง ๆ ในแท็บเล็ตให้เขาเลือก
"คุณชอบแบบไหน ลองเลือกดูครับห้ามปฏิเสธ"
"แต่ละเซ็ตมันแพงเกินไป เราซื้อแหวนสักวงก็พอแล้วค่ะ"
เธอเห็นราคาแล้วจะเป็นลม เครื่องประดับที่แพงที่สุดของเธอ คือสร้อยราคาสามพันหยวน
"งั้นขอดูชุดนี้หน่อยครับ"
พนังานขายรีบไปเอามาให้ดู เพราะถ้าขายได้สำเร็จ เธอจะได้ค่าคอมมิชชั่นก้อนใหญ่เลยที่เดียว
"ชุดนี้นักดีไซน์ฝีมือเยี่ยม ได้ตั้งชื่อเอาไว้ว่า "HEART BEAT" ประกอบด้วยสร้อยคอ
ที่มีดีไซน์ดูเรียบหรูมีระดับ พร้อมจี้เพชรเครือดอกไม้หุ้มทองแท้หนาห้าไมครอน ต่างหูรูปหยดน้ำ สร้อยข้อมือและแหวนเพชรน้ำงามแบบเม็ดเดียวขนาดหนึ่งกระรัต ทั้งหมดนี้ราคาสามแสนแปดหมื่นหยวนค่ะ"
"อุ๊ย…ตั้งสามแสนแปดเลยเหรอคะ"
เหลียนฟ่งได้ยินราคาแล้ว อยากจะเป็นลม
ผู้หญิงทุกคนย่อมชื่นชอบ หินที่เป็นประกายส่องแสงแวววาว เหลียนฟ่งมองมันอย่างหลงใหล
"ตกลงเอาชุดนี้ครับ"
ผู้ชายมักจะซื้อของง่ายไม่เรื่องมากอยู่แล้ว
"แหม…คุณผู้หญิงช่างโชคดีจริง ๆ เลยนะคะ แฟนคุณนี่ทั้งหล่อและช่างเอาอกเอาใจคุณจริง ๆ เลยนะคะ"
พนักงานสาวกล่าวอย่างชื่นชม
เหลียนฟ่งได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ แล้วกระซิบบอกเขา
"แต่ว่ามันแพงเกินไปนะค่ะ"
"ที่รักถ้าคุณใส่กับชุดราตรีสีแดง จะต้องสวยมากแน่ ๆ ตามใจผมสักครั้งเถอะนะครับ"
พนักงานยิ้มหน้าบานรีบรับบัตรไปรูดทันที
ในขณะที่เหลียนฟ่งรู้สึกสับสนทางอารมณ์ นั่นมันสามแสนแปดหมื่นหยวนนะ ไม่ใช่สามพันแปดร้อยหยวน รู้สึกเจ็บปวดใจจี๊ด ๆ ที่ต้องให้เขาจ่ายเงินเยอะซะขนาดนี้ แต่ทว่าอีกใจหนึ่งกลับรู้สึกพึงพอใจ ที่ได้ครอบครองหินสวย ๆ ชุดนี้ มันแฝงความหมายที่ลึกซึ้งเอาไว้ว่า เป็นเพราะว่าเขารักเธอมากจึงยอมจ่ายแพง ๆ เพื่อเธอ
เหลียนฟ่งขับรถแวะมาส่งฉินฟ่านที่ตึก MAX 34 แล้วกลับบ้านไปก่อน เพราะฉินฟ่านนัดพี่ใหญ่ว่าเขาจะมาหาที่นี่
ที่นี่เป็นอีกหนึ่งขุมทองของลู่เจี้ยนเป็นอาคารขนาดใหญ่สูงห้าชั้น ประกอบด้วยชั้นล่างเป็นลานจอดรถ ตัวตึกมีลิฟต์ไว้บริการลูกค้าสองตัว ชั้นสองเปิดฟิตเนส ชั้นสามเป็นซาวน่าที่แยกโซนชายหญิง ชั้นสี่เป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยน ส่วนชั้นห้าเป็นที่พักส่วนตัวของลู่เจี้ยน ที่จำเป็นต้องใช้ลิฟต์ส่วนตัวจึงจะขึ้นไปได้ถึงชั้นห้าได้
กิ๊ง...
เสียงประตูลิฟต์ชั้นห้าเปิดออก ฉินฟ่านเดินเข้าไปได้สิบก้าวก็ต้องยืนอึ้ง เขามาผิดที่หรือเปล่า นี่มันโรงเรียนศิลปะการต่อสู้ชัด ๆ มีทั้งกระสอบทราย ดาบหอก ทวน ง้าว สามง่ามอาวุธมากมายอีกหลากหลายชนิด ที่จัดวางเรียงรายติดอยู่ข้างฝาผนังอย่างเป็นระเบียบ ที่สร้างความประหลาดใจให้กับเขาก็คือที่นี่แม้แต่สนับมือทองเหลืองก็มีให้เห็น
จู่ ๆ ขนบนท่อนแขนก็ลุกซู่ขึ้นมา เหมือนมีภัยร้ายแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ เขารู้สึกมันเงียบผิดสังเกต ด้วยความเป็นห่วงพี่ใหญ่ เขาจึงร้องเรียกออกไป
"พี่ใหญ่"
ฟิ้ว เขาเอียงคอหลบวูบไปด้านข้างห้า ซม. ลูกธนูถูกยิงเฉียดผ่านแก้มของเขา บัดซบ! เขาพลาดเองที่ไม่ยอมใช้เนตรอัคคีตรวจดูแต่แรก
ปึ่ง
เสียงลูกธนูปักใส่ฝาผนังอย่างรุนแรงจนหางของมันสั่นระรัวส่งเสียงดังหึ่ง ๆ ออกมา
ยังไม่ทันจะกะพริบตาดาบสั้นเล่มหนึ่งทอประกายเจิดจ้าแทงเข้าใส่ทรวงอกของเขาอย่างเร่งร้อน บังคับให้เขาต้องหมุนตัวหลบอย่างต่อเนื่องถึงสามครั้ง ฉินฟ่านสะกิดเท้าใส่ฝาผนังตีลังกาลอยตัวกลับหลัง
เขาต้องรับมือแบบฉุกละหุก เห็นขวดน้ำตั้งอยู่บนโต๊ะ จึงหยิบขึ้นมาต้านทานดาบที่ฟันใส่
แรงฟันรุนแรงจนตัวเขา ถูกกระแทกกระเด็นไปไกลเกือบติดฝาผนัง ขวดน้ำถูกฟันขาดกระจุย น้ำสาดกระจายนองจนเต็มพื้น
ทันใดนั้นเองมีดสั้นอีกเล่มหนึ่ง แทงทะลุกำแพงออกมาใส่แผ่นหลังของเขา ทำให้เขาถึงกลับต้องล้มตัวลง พุ่งเลียดพื้นดุจปลาไหล หลบมีดสั้นเล่มนั้นได้อย่างฉิวเฉียด พอเขาเงยหน้าขึ้นมาอีกที กลับไม่พบเห็นร่องรอยของศัตรูเลยแม้แต่คนเดียว
"พวกคุณเป็นใคร ทำไมเราไม่นั่งลงจิบชา ถามไถ่เรื่องราวกันก่อน ผมจำไม่ได้ว่าเคยมีศัตรูที่ไหน"
เขาพูดพร้อมกวาดสายตาไปรอบ ๆ มือของเขากำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นปูดโปน
ทำไมจู่ ๆ ก็มีศัตรูที่ร้ายกาจโผล่มา เขาใช้เนตรอัคคีสำรวจช้า ๆ ไปรอบ ๆ ห้อง
เจอแล้ว!
คนหนึ่งหลบอยู่หลังเสา ส่วนอีกคนกลับเกาะติดอยู่บนฝาผนังเหมือนจิ้งจกยักษ์ตัวใหญ่ ใช้ผ้าผืนใหญ่สีขาวพรางตัวจนดูกลมกลืนกับสีของฝาผนัง หากไม่สังเกตให้ดีก็ยากที่จะพบพิรุธ
พวกนี้เป็นใครกันนะ ถึงได้มีฝีมือเผ็ดร้อนขนาดนี้ ฉินฟ่านสำรวจนักฆ่าทั้งสอง ที่แท้เป็นผู้หญิงแต่งกายเหมือนนินจา คนแรกคงใช้ดาบนินจาเป็นอาวุธ
เพราะดาบเล่มนี้ เป็นดาบตรงและยาวเพียงสองฟุต ส่วนดาบซามูไรจะโค้งเว้าและยาวถึงสองฟุตครึ่ง
เมื่อถึงยามคับขัน ความเร็วจะเป็นตัวกำหนด ที่ชี้ความเป็นความตาย ยามที่ชักดาบฆ่าฟันกัน ดาบนินจาที่สั้นกว่า ย่อมชักออกจากฝัก ได้เร็วกว่าดาบซามูไร
นักฆ่าคนนี้สวมชุดสีดำ หน้ากากปีศาจฮันเนียสีดำปกปิดรูปโฉมไว้ ส่วนคนที่สองใช้มีดสั้นคุไน ตัวมีดเรียวแหลมยาวสิบห้าซม. ส่วนด้ามมีดยาวสิบสามซม.มีห่วงกลมที่ปลายด้าม คนนี้แต่งชุดนินจาสีขาว สวมหน้ากากปีศาจฮันเนียสีขาว ดูจากรูปร่างแล้วเป็นผู้หญิงทั้งคู่
"พวกคุณต้องการอะไร"
"พี่ใหญ่ลู่เจี้ยนอยู่ไหน"
"ถ้าคุณยังไม่ยอมพูดอีก ผมจะลงมือแล้วนะ"
เขาถามอะไรไปก็ไม่มีคนตอบ
จู่ ๆ มีนักฆ่าฝีมือดี ผุดโผล่มาเหยียบถึงถิ่น สงสัยพรุ่งนี้คงต้องพาพี่ใหญ่ ไปรดน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ครั้งใหญ่
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง
“สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ
ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ







