Share

บทที่ 27 นายท่าน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-01-28 07:00:36

 หน้ากากดำยืนอยู่ห่างจากเขาสามเมตร แต่พอเธอขยับ ร่างก็พุ่งเข้ามาในระยะหวังผลทันทีราวกับเขาตาลาย 

 วิชานินจาเน้นที่การสังหาร ไม่เน้นที่กระบวนท่าสวยงาม ดาบฟันขวับไปที่ลำคอเขาทันที โดยไม่มีการลังเลใจ 

 ทั้งรวดเร็ว รุนแรง แม่นยำ แถมยังพลิ้วแผ่วดั่งระลอกคลื่น ที่โหมกระหน่ำ ฟันจุดสำคัญบนร่างเขาอีกแปดแห่ง อย่างต่อเนื่องไม่มีขาดตอน 

 ชวนให้นึกถึงเพลงดาบ ในหนังที่เคยดู สมัยที่ยังเป็นเด็ก เพลงดาบแม่น้ำร้อยสายของซามูไรพ่อลูกอ่อน ทุกดาบของเธอล้วนมุ่งหมายชีวิต ไม่มีการอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย 

 แถมในขณะที่ใช้ดาบ หมายจะฟันคอเขา เธอยังพ่นเข็มในปากอีกห้าเล่ม จู่โจมใส่คอหอยของเขา ทำให้ยิ่งยากในการระวังป้องกัน 

 เขารู้สึกหงุดหงิดโมโหขึ้นมาทันที เขากำลังจะตีโต้กลับไป แต่หน้ากากดำพลันหายวับไปต่อหน้าต่อตา

 "เฮอะถ้ายังปิดปากเงียบแบบนี้ อย่าโทษว่าผมเล่นแรงก็แล้วกัน"

 นักฆ่าทั้งสองกลับประสานกันอย่างลงตัว คนหนึ่งรุกคนหนึ่งถอย หน้ากากแดงพลันกลิ้งม้วนตัวลงกับพื้น มาที่เบื้องหน้า

ของเขา 

 เธอใช้นิ้วกลางสอดเข้าไปในห่วงหมุนควงมีดสั้นอย่างรวดเร็ว ปานจักรผันจู่

โจมใส่ลำตัวของเขา แล้วใช้มีดสั้นด้วยเคล็ดทั้งเจ็ดคือ จ้วง เกี่ยว แทง ปาด ทุบ สะกิด เขี่ย 

 ฉินฝ่านถึงกับต้องพยักหน้าชมเชย ในความร้ายกาจของพวกเธอ พวกเธอทั้งสองจัดอยู่ในระดับชนชั้นยอดฝีมือจริง ๆ ถ้าเทียบกับซีเหมินคังที่เคยมาฆ่าเขา คงต้องบอกว่า ฝีมือพอฟัดพอเหวี่ยงกัน

 เขาเคลื่อนกายไปมาหลบผ่านอาวุธ

ที่ชวนให้หวาดเสียวแหลมคมเหล่านั้น พลางใช้มือที่ว่องไว เดี๋ยวลูบหน้าอก เดี๋ยวบีบก้นเอารัดเอาเปรียบพวกเธอ อยู่หลายต่อหลายครั้ง แบบคนหน้าด้านไร้ยางอาย ไม่มีวี่แววของจอมยุทธ เปี่ยมคุณธรรมใด ๆ ทั้งสิ้น พวกเธอถูกลวนลาม ก็ยิ่งอยากฆ่าผู้

ชายคนนี้ให้ตาย มีดสั้นเดี๋ยวควงฉวัดเฉวียน จู่โจมทั้งบนทั้งล่าง เขาเองก็บีบบนบีบล่างเช่นกัน 

 ในขณะส่วนดาบกำลังจะแทงใส่หน้าอกของเขา เขากลับเหมือนไม่กลัวตาย ยืนนิ่งอยู่กับที่ รอจนปลายดาบที่แหลมคม อยู่ห่างจากหน้าอกแค่คืบเดียว เขาพลันขยับหลบวูบเดียว ปล่อยให้ดาบแทงลอดเข้าไป ในข้างซอกแขนกับลำตัวแทน 

 กว่าหญิงสาวจะตั้งสติได้ ก็ถูกเขากอดรัดแน่นเป็นปลิงดูดเลือด แต่ก่อนจะสมหวังสนับมือของเธอก็ต่อยมาที่หน้าของเขา จนเขาต้องถอยห่างออกมาจากตัวเธอ

 "ลู่เจี้ยนอยู่ที่ไหน รีบบอกมา เฮอะถ้าไม่เจ็บตัว คงไม่ยอมบอกกันใช่ไหม"

 เฉินฟ่านเริ่มสงบจิตทำสมาธิ ดวงตาคล้ายกึ่งหลับกึ่งลืม นิ้วโป้งแตะที่ข้อนิ้วกลาง ใช้ออกด้วยปางมุทรากระบวนท่าที่เจ็ดพร้อมเปล่งเสียงสวดออกมา สะบัดฝ่ามือฟาดออกไป

 โอม

 พลังลมปราณรูปเกลียวสาดคลื่นพลังกระจายออกไป กระแทกจนพวกเธอกระเด็นลอยออกไปไกล ขณะที่ลอยตัวกลางอากาศ หน้ากากดำพลันซัดลูกบอลกลมลงกับพื้นห้อง 

 ตูม!

 เกิดระเบิดควันสีเหลือง ที่หนาทึบกระจายบดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า จนมองไม่เห็นอะไร

 ในยุคสมัยนี้ยังมีนินจาหลงเหลืออยู่จริง ๆ หรือนี่ เขาเคยเห็นแต่ในหนัง ถ้ามีงานลอบสังหาร คงไม่มีใครเหมาะไปกว่าพวกเธออีกแล้ว 

 พอควันจางลง กลับเห็นลู่เจี้ยนยืนยิ้มแฉ่งอย่างขบขัน ในความมือไวใจเร็วของน้องเล็ก ข้าง ๆ เขากลับมีสาวงามอายุประมาณสิบเจ็ด สวมชุดกิโมโนหน้าตาเหมือนกันยืนอยู่สองคน ที่แท้พวกเธอเป็นฝาแฝด อย่าบอกนะว่า นักฆ่าเมื่อครู่ที่ใช้วิชานินจาคือพวกเธอ

 "ฮ่า ๆ คิดไม่ถึงว่าน้องเล็กจะร้ายกาจกว่าที่พี่คิดไว้ซะอีก กระบวนท่าสุดท้ายนี่ชื่ออะไรเหรอ"

 "ฝ่ามือมุทราเก้ากระบวนท่าครับ"

 "ดีถึงพี่ใหญ่คนนี้จะชอบหมัดมวย แต่คงได้แต่ยอมรับว่าสู้ไม่ได้"

 "เมื่อครู่ผมรู้สึกกลัวจริง ๆ ว่าพี่ใหญ่จะมีอันตราย ถ้าวันหลังยังมีเรื่องล้อเล่นแบบนี้อีก ระวังผมจะไปคิดบัญชีกับลูกของพี่ที่ยังไม่เกิด แล้วอย่ามาบ่นว่าอาเล็กคนนี้ใจร้าย"

 เขาบ่นอย่างโมโห

 ลู่เจี้ยนลากเขาไปนั่ง รู้ว่าเขาไม่นิยมดื่มเหล้าตอนกลางวัน จึงเทน้ำชาชั้นดีให้จนเต็มถ้วย

 ฉินฟ่านกำมือคว่ำลงเคาะโต๊ะเบา ๆ สามที เป็นนัยแสดงความขอบคุณ ที่เทน้ำชาให้และแสดงความเคารพต่อพี่ใหญ่ นี่ถือได้ว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติตามร้านน้ำชาที่สืบทอดกันมานับพันปี ที่ยังพบเห็นได้ทั่วไปจนถึงทุกวันนี้

 "มา ขอแนะนำให้รู้จัก นี่น้องร่วมสาบานของพี่ชื่อฉินฟ่าน คน ๆ นี้เคยช่วยชีวิตพี่จากการถูกยิง ด้วย "เจ็ดเข็มกระตุกวิญญาณ" ฮ่า ๆ พูดแล้วจะหาว่าคุย เขายังเป็นนายแบบที่สาว ๆ ต่างพากันคลั่งไคล้ ในความหล่อขั้นเทพอีกด้วย

 ส่วนสาวน้อยฝาแฝดคู่นี้ พี่สาวชื่ออิ๋งอิ๋ง น้องสาวชื่อโยโย่ เธอเป็นเหมือนน้องสาวของพี่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของพี่ เป็นเพราะพวกเธอเริ่มโตขึ้น พี่จึงไม่อยากให้พวกเธอเห็นด้านมืดของพี่ แถมตอนนั้นศัตรูมีกำลังกล้าแข็ง พี่กลัวว่าจะปกป้องพวกเธอไม่ได้ จึงได้ตัดสินใจส่งเธอไปเรียนที่ญี่ปุ่น ใครจะไปรู้ว่า เธอจะไปฝึกวิชานินจาอิงะกลับมา พอดีอาจารย์ของเธออายุมากแล้วและสังกัดเพียงสำนักย่อย จึงเห็นใจช่วยสอน พวกเธอมาหาพี่เมื่อวานเอง ตอนคุยกันพี่หลุดปากบอกว่านายเก่งมาก ๆ พวกเธอเลยขอทดสอบดู"

 ฉินฟ่านมองพวกเธอ จึงพบว่าสาวน้อยคู่นี้มีใบหน้ารูปไข่ ผมดำขลับยาวสลวยกระจายเต็มแผ่นหลัง ปากนิดจมูกหน่อยกระจุ๋มกระจิ๋มเหมือนตุ๊กตาพอร์ซเลน จนเกรงว่า ถ้าจับแรงไปเธออาจจะแตกร้าวได้ ซึ่งค้านกับพลังฝีมือที่เผ็ดร้อนอย่างสิ้นเชิง การที่เธอเป็นนินจา นั่นแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่เด็ดเดี่ยวของพวกเธอ ความมุมานะบากบั่น ในการฝึกฝนอันแสนทรมานเหนื่อยยากเจียนตายจนสำเร็จ เขาจึงรู้สึกชื่นชมพวกเธอยิ่งนัก

 ทั้งสองสาวเดินเข้ามาแล้วคุกเข่าลง ฝ่ามือทั้งสองประสานลงกับพื้น แล้วก้มศีรษะลงคารวะจนจรดพื้น พร้อมเรียกฉินฟ่านอย่างพร้อมเพรียงกัน

 "คารวะนายท่าน"

 หืม! นายท่านเหรอ ฉันนี่นะ ?

 ฉินฟ่านพอได้ยิน ถึงกับสำลักน้ำชาพรวดออกมา สะดุ้งโหยงเหมือนนั่งทับเข็มแหลม รีบเข้าไปประคองพวกเธอขึ้นมา

 "นี่พวกคุณเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า ผมเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา จะไปเป็นนายท่าน

ของพวกคุณได้ยังไงกันครับ" 

 "พวกเราอยู่ที่ญี่ปุ่นยังไม่เคยเจอใครที่เก่งกว่าเรา พวกเราเคยให้คำสัตย์สาบานเอาไว้ว่า หากใครมีฝีมือโค่นล้มเราได้ เราจะยินยอมเป็นบ่าวรับใช้คนผู้นั้น เมื่อครู่เราทั้งสองลงมืออย่างสุดกำลัง ยังพบกับความพ่ายแพ้ให้เป็นที่น่าอับอายจริง ๆ ได้แต่ทำตามคำสาบาน ขอให้นายท่านโปรดเมตตารับพวกเราไว้ด้วยเถอะค่ะ"

 อิ๋งอิ๋งแสดงสีหน้าจริงจัง

 "ไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ได้มีฝีมือไร้เทียมทาน จะทำแบบนั้นได้ยังไง พวกคุณลองคิดให้ดีก่อน จะดีกว่าครับ"

 โยโย่เห็นเขายังไม่ยอมรับพวกเธอ อีแบบนี้ต้องขู่เขาสักรอบหนึ่ง

 "ถ้านายท่านไม่ยอมรับพวกเรา พวกเราได้แต่ใช้ความตาย ชดเชยคำสาบานที่ให้ไว้ค่ะ"

 ฉินฟ่านเริ่มปาดเหงื่อ เขาจะยอมรับเผือกร้อนลวกมือนี้ มาเป็นบ่าวรับใช้ได้ยังไง นั่นเป็นน้องสาวบุญธรรมของพี่ใหญ่เชียวนะ 

 ลู่เจี้ยนหรี่ตามองเขาอย่างครุ่นคิด

เขาเองก็ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เรื่องนี้ทุกอย่างติดอยู่ตรงที่ฉินฟ่าน เกรงว่าจะทำให้เขาเสียใจเท่านั้น ขอเพียงเขาแค่พยักหน้าตกลง ทุกเรื่องราวก็จะแก้ไขได้อย่างง่ายดาย

 "เอางี้เรื่องนี้คงคุยกันยาว นายก็ลองคิดดูว่าจะรับพวกเธอเป็นบ่าว หรือจะรับเป็นภรรยา หน้าตาของพวกเธอสะสวยถึงขนาดนี้ รับรองว่านายไม่เสียเปรียบอย่างแน่นอน นายก็ลองคิดดู ถ้าพวกเธอตกล่องปล่องชิ้นกัน พี่ใหญ่ยินดีสนับสนุนเต็มที่ พี่ใหญ่จะไปทำงานก่อน พรุ่งนี้หกโมงเย็น พวกเราค่อยมาพบกันที่นี่"

 ลู่เจี้ยนพูดจบพลางเดินจากไป โดยไม่หันกลับมามอง บางครั้งก็ต้องปล่อยพวกเด็ก ๆ บ้าง

 ฉินฟ่านยังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นรู้สึกตัวอีกที ก็ตอนที่แขนทั้งสองข้างถูกอกอวบอิ่มของพวกเธอเบียดถูไถเข้ามา นายท่านหล่อบาดจิตบาดใจ แถมวรยุทธสูงเยี่ยม พวกเธอย่อมยินดีที่จะปรนนิบัติ

 "ถึงพวกเราจะเป็นฝาแฝด แต่ดูไม่ยากหรอกค่ะ ฉันชื่ออิ๋งอิ๋งเป็นพี่สาวมีไฝดำอยู่ใต้ตาข้างซ้ายค่ะ"

 "ฉันชื่อโยโย่เป็นน้องสาว มีปานแดงเท่าเม็ดถั่วเขียวที่ลำคอด้านขวาค่ะ" 

 เธอชี้ปานแดงให้เขาดู 

 ฉินฟ่านครุ่นคิดในใจ...พวกเธอเพียบพร้อมทั้งความงามและฝีมือ จู่ ๆ ก็มาขอเป็นบ่าวรับใช้ หรือว่าสวรรค์ส่งพวกเธอมาให้เรา

ไอ้โง่เอ๊ยยังจะลังเลอะไรอีก

 "เอาล่ะต่อไปเราจะเป็นครอบครัวเดียวกัน พวกคุณก็เรียกผมว่าพี่ฟ่านก็แล้วกัน แล้วตอนนี้พวกคุณพักอยู่ที่ไหนเหรอครับ"

 "คิก คิก พวกเราพักที่วิลล่าหลังถัดไปจากพี่นั่นแหละค่ะ เพราะโครงการทั้งหมดนั้นเจ้าของก็คือพี่เจี้ยนค่ะ"

 ดีเหมือนแยกกันอยู่กับเหลียนฟ่งจะได้ไม่ต้องมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน

 "พวกคุณไปอยู่ญี่ปุ่นกี่ปี"

 "ก็เกือบสิบปีเห็นจะได้ค่ะ"

 "มีพวกเธอเป็นไกด์ส่วนตัวแบบนี้ดีเลย งั้นวันหลังพวกเราไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน ฉันชอบกันดั้มที่สุดเลย อยากไปแช่น้ำพุร้อน

ออนเซ็น เล่นปาจิงโกะ ไปดูภูเขาไฟฟูจิด้วย"

 "งั้นตกลงกันตามนี้นะคะ"

 "แล้วพวกเธอวางแผนในอนาคตเอาไว้อย่างไรบ้าง"

 "พวกเราสองพี่น้อง เพียงหวังแค่ได้รับความเอ็นดูจากพี่ ให้พวกเราได้ปรนนิบัติ ไม่เคยคิดหวังศักดิ์ฐานะใด ๆ เลยแม้แต่น้อย แผนอะไรก็ไม่มี แค่ได้ติดตามพี่ก็พอค่ะ"

 โยโย่ซบอกของเขาออดอ้อนเหมือนลูกแมวตัวน้อยที่ส่งเสียงงิ๊ว ๆ แง๊ว ๆ อยู่ข้างหูเขาเบา ๆ คนใจดำเป็นหินผาที่ไหนก็ไม่อาจทำใจร้ายกับเธอได้ลงคอ

 การที่มีพวกเธออยู่เคียงข้างก็มีข้อดีเหมือนกัน เขาพยายามคิดหาเหตุผลมายืนยัน อย่างเมื่อครู่อิ๋งอิ๋งเอาเบียร์มาสามขวด แต่ดันหาที่เปิดขวดไม่เจอ เธอสะบัดสันมือฟันทีเดียว ฝาขวดเบียร์ทั้งสามปลิวกระเด็นไปทันที โดยที่เบียร์ไม่หกแม้แต่หยดเดียว 

 ดังนั้นการที่มีพวกเธอมาอยู่ด้วย ก็ไม่ต้องซื้อที่เปิดขวด ประหยัดดี เหตุผลแบบนี้น่าจะใช้ได้นะ 

 ฉินฟ่านรู้สึกว่ากริยาท่าทางของพวกเธอนั้นงดงามยิ่ง แถมยังแฝงมารยาทแบบคนญี่ปุ่น ยามขยับตัวกิโมโนที่คลุมไว้หลวม ๆ อย่างไม่ตั้งใจ พลันแหวกให้เห็นร่องเนินอกที่ขาวสล้างสะท้อนแสงไฟนวลตา 

 ยิ่งยามพวกเธอนั่งคล้ายกับไม่ระวังตัว น่องขาเรียวยาวแหวกม่านกิโมโน่ออกมาราวกับท้าทายสายตา แววตาฉ่ำรัก ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีแดงเผยอเล็กน้อยในท่าที "เชิญชวนมิสู้กระตุ้น" 

 เขาเองก็ไม่แน่ใจว่า นี่เป็นหนึ่งในวิชายั่วยวนสะกดจิตใจของพวกนินจาหรือเปล่า เพราะท่วงท่าของพวกเธอในตอนนี้ ราวกับนางแมวยั่วสวาท ยั่วซะจนเขาเริ่มแข็งตัว พวกเขาชนขวด แล้วดื่มให้กับสวรรค์ที่ทำให้เขาได้มาพบเจอกัน ทุกคนเริ่มพูดคุยกันอย่างเป็นกันเองมากขึ้น 

 พวกเขาย้ายไปนั่งริมสระว่ายน้ำกลางแจ้งขนาดมาตรฐาน ที่ปูด้วยกระเบื้องโมเสกสีน้ำเงินตัดลายด้วยสีฟ้าและสีขาว แสงดาวระยิบระยับ 

 แถมลมยังพัดเอื่อย ๆ ทำให้อากาศเย็นสบาย เริ่มจากเบียร์สามขวดกลายเป็นหกขวด ซึ่งในตอนนี้กลายเป็นสิบสองขวด

 "โยโย่ขอดื่มให้พี่ฟ่าน"

 เธอดื่มแต่กลับอมไว้ในปาก ค่อย ๆ ยื่นหน้าไปประกบกับริมฝีปากของเขา แล้วปล่อยให้เขากลืนกินมันลงไปทีละน้อย 

ฉินฟ่านสอดมือล้วงเข้าไปในกิโมโนของเธอ 

 อา…นี่เธอโนบราหรือนี่

 เขาบีบเค้นหน้าอกที่กลมกระเปาะได้รูปของเธอ สัมผัสถึงความเนียนนุ่มอวบอูมเต็มฝ่ามือและจงอยหัวนมเขื่อง ที่กำลังตื่นตัวจากการสะกิดเขี่ยของเขา 

 อิ๋งอิ๋งถอดเสื้อผ้าเขาออกอย่างเบามือจนตัวเขาล่อนจ้อน แล้วอดที่จะร้องออกมาเบา ๆ ไม่ได้

 "โอ้ว้าว ยัยเล็กดูดิ" 

 อิ๋งอิ๋งเอานิ้วลูบไล้แผงอกและกล้ามท้องราวกับนายแบบของเขาอย่างหลงใหลได้ปลื้ม

 "ว้าวสมแล้วที่เป็นพี่ฟ่าน หุ่นของพี่นี่พวกหนุ่มบาร์โฮสต์ เทียบไม่ติดเลยจริง ๆ ค่ะ"

 สองสาวยืนเคียงข้างกัน แล้วค่อย ๆ รูด

กิโมโน่ลง อวดเรือนร่างวัยสาวที่เต่งตึง ยามอยู่ใต้แสงจันทร์ยิ่งงดงามผุดผาดจนสุดจะพรรณนา

 อิ๋งอิ๋งยิ้มพรายแอ่นอกอวบอูมเข้าไปใกล้เขา จงอยหัวนมเขื่องสีทับทิมชูชัน

ท้าทายสายตาคล้ายดั่งจะหลอกล่อเขา ให้หลงใหลในรูปเงามายาของมัน เขาค่อย ๆ ก้มลงงับแล้วดูดอย่างนุ่มนวล ปลายลิ้นวนไต่โลมเลียไปทั่ว จนเธอต้องครวญครางออกมาเสียงเบา ๆ 

 พักหลังเขาร่วมรักกับเหลียนฟ่งอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เข้าใจในสรีระของผู้หญิงมากขึ้น ว่าจุดไหนจะกระตุ้นอารมณ์ของพวกสาว ๆ ได้ดีเป็นพิเศษ

 โยโย่กลับนั่งลงไปเล่นกับกระบองทองของเขา ลิ้นพลิ้วไหวระรัวของเธอปลุกปั่นเร้าอารมณ์ของเขา จนกระทั่งกระบองทองของเขาผงาดฟ้าขึ้นมา เธออ้าปากเป็นวงกว้างค่อยกลืนมันเข้าไปช้า ๆ เหมือนแกล้งเขา ศีรษะของเธอเริ่มโยกเป็นจังหวะจะโคน จนทำให้เขาเขม็งเกร็งไปทั้งตัว ความรู้สึกที่สุขสมเช่นนี้ ต่อให้อัญเชิญเขาไปเป็นเทพเซียนเขายังไม่ไปเลย 

 เขารวบตัวสองสาวไว้แนบอกแล้วพากระโดดลงไปในสระน้ำพร้อมกัน สายน้ำกระเซ็นเป็นฟูฝอย พร้อมกับภาพโยโย่ยืนก้มตัวโก้งโค้งเอามือพาดขอบสระ ปล่อยให้ฉินฟ่านค่อย ๆ ล่วงลึกเข้าในซอกหลืบอย่างช้า ๆ 

 ฉินฟ่านยืนมั่นคงดุจพญาอินทรี มือซ้ายบดขยี้เคล้าคลึงอกอวบอูมของโยโย่ ส่วนมือขวาโอบอุ้มตัวอิ๋งอิ๋งให้ลอยขึ้น แล้วฝังใบหน้าซุกไซ้ลงไปกลางอก เมื่อทุกอย่างสอดใส่เข้าที่เข้าทาง เขาก็เริ่มโยกสะโพกให้เร็วขึ้นแรงขึ้น จนโยโย่ต้องร้องเสียงกระเส่าออกมา

 "อ๊า...นายท่าน"

 "อย่าค่ะ...อย่า...ได้โปรด" 

 "อ๊านายท่าน"

 "อิ๊...อิ๊ไม่...ไม่ไหวแล้ว"

 "ตรงนั้น...ไม่ได้...นะคะนายท่าน"

 "อิ๊...นายท่าน"

 เขารู้แต่คำว่า "นายท่าน" ที่เรียกขานกันมา ตอนนี้น่าฟังที่สุด มันช่างเร้าอารมณ์อย่างแปลกประหลาด หลังจากที่จัดการจนโยโย่อ่อนระทดระทวย ก็ให้เธอขึ้นไปพักที่ริมสระ 

 เขาจับอิ๋งอิ๋งให้หันหน้าเอามือโอบรอบคอของเขา เสร็จแล้วใช้สองมือสอดใต้ข้อพับหัวเข่าของเธอแล้วอุ้มเธอเอาไว้ เขาส่ายสะโพกแทงเข้าไปเบา ๆ ปฏิบัติการมุดถ้ำก็ดำเนินอย่างช้า ๆ เงียบ ๆ เข้าออกเป็นจังหวะอย่างไม่รีบเร่ง จนลิ้นของทั้งสองที่กระหวัดรัดพันกันค่อย ๆ แยกออกจากกัน เขาจึงค่อย ๆ เร่งความเร็วของสะโพกกระแทกกระทั้นแรงขึ้น แรงขึ้นเข้าไป จนน้ำกระเพื่อมไปมาราวกับมีคลื่นซัดสาด

 "ซี๊ด...แรงอีกค่ะ" 

 "ขอแรงกว่านี้อีก"

 "อ๊า...อ๊า..."

 "เยี่ยม"

 "แบบนั้น"

 "แบบนั้นแหละค่ะ" 

 "อาาาา"

 "นาย...ท่าน"

 เขาอุ้มอิ๋งอิ๋ง ที่อ่อนระทดระทวยขึ้นไปบนสระ วางลงบนริมสระอีกคนอย่างเบามือ พอเขาลุกขึ้นยืน โยโย่ก็ยิ้มมีเลศนัยที่มุมปาก ราวกับสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ เธอโผเข้าไปจูบเขาอย่างดูดดื่ม แล้วค่อย ๆ จูบลากปลายลิ้นเลื้อยลงไปข้างล่าง ต่ำลง ต่ำลง จนกระทั่งถึงจุดยุทธศาสตร์ 

วันนี้แหละ เธอจะทำให้นายท่านรู้จักคำว่า ‘หมดเรี่ยวสิ้นแรง’ เอง เธอดูด ๆ เม้ม ๆ ก้ม ๆ เงย ๆ อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เล่นเอาอารมณ์ของเขาพลุ่งพล่าน ลิ้นของเธอพลิ้วไปพลิ้วมา จนช่วงล่างของเขาเขม็งเกร็งกระตุก ระเบิดถี่ ๆ ออกมาอยู่หลายครั้ง จนถึงจุดสุดยอด 

เขายืนค้างเติ่งอยู่ในท่านั้น อย่างเนิ่นนาน รู้สึกมีความสุขอย่างที่สุด เขาเริ่มติดใจในรสสวาทแพรวพราวของฝาแฝดคู่นี้ซะแล้วสิ อา...สวรรค์มันคงเป็นแบบนี้นี่เอง

ห้องโถงเปิดแอร์เย็นฉ่ำ พวกเขาสามคนกำลังเสิร์ชดูเสื้อผ้าวัยรุ่นสไตล์ต่าง ๆ ที่กำลังติดเทรนด์ เผื่อวันไหนว่างจะได้ไปชอปปิงกัน

ลู่เจี้ยนเดินยิ้มร่าเข้ามาพลางนั่งลง "ดูท่าตกลงกันได้แล้วสินะ ถึงได้มีสีหน้าอิ่มเอิบ เต็มเปี่ยมไปด้วยท่วงทำนองแห่งความเสน่หา"

"พี่เจี้ยนอย่าล้อพวกเราสิคะ" โยโย่ค้อนเขาไปวงใหญ่

"พี่ใหญ่เลี้ยงดูพวกเธอมาตั้งแต่เด็กพวกเธอก็เหมือนกับลูกสาวพี่ นายห้ามทำพวกเธอเสียใจอย่างเด็ดขาด" แววตาเขาจริงจัง

"ผมสัญญาครับ ว่าจะไม่มีวันทำให้เธอเสียใจ"

"ดี แบบนี้พี่ก็หมดห่วง"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นล

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 46 ฟินสุดๆ

    เวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวงจันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คนทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 45 แน่ะ มีงอนด้วย

    “แหมคุณชายสามพวกเราก็ได้แต่ทำท่าทำทางเลียนแบบในหนังเท่านั้นเองวิชาแมวสามขาอย่างพวกเรา พูดไปคนอื่นก็หัวเราะเยาะเปล่า ๆ ส่วนชุดนินจากับดาบเก๊ ๆ อะไรพวกนั้นน่ะเราสั่งซื้อมาจากทางออนไลน์ทั้งนั้นแหล่ะค่ะ""อื้อว่าแล้วเชียวสาวน้อยน่ารักอย่างพวกเธอจะเป็นนินจาได้ยังไงใครเชื่อก็บ้าแล้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status