Masukหนึ่งชั่วโมงผ่านไป
สองชั่วโมง
สามชั่วโมง
ซีเหมินคังตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังลั่นออกมานอกห้อง พร้อมกับเปิดประตูเดินส่ายหน้าไปมา ราวกับว่าเขาหมดปัญญาที่จะสอนฉินฟ่านร้องเพลง
ฉินฟ่านเองก็มีสีหน้าที่หงุดหงิด ทำไมร้องเพลงมันถึงยากนักนะ ซีเหมินคังบอกว่าเขาร้องได้ถูกต้องตามตัวโน้ตแล้ว แต่ไม่มีอารณ์ร่วมในเสียงเพลงเลย ยังใช้ไม่ได้
ซูหลิงส่งขวดน้ำให้เขา บอกให้เขาพักเหนื่อยซะก่อน เธอแอบกระซิบข้างหูเขาเบา ๆ
"ที่รัก ถ้าคุณทำได้ ฉันจะถ่ายคลิปตอนใส่ชุดนอนตัวใหม่แบบวาบหวิวบางเบา แล้วส่งคลิปท็อปซีเคร็ตไปให้คุณดู รับรองว่าคุณจะหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งอย่างแน่นอน ตกลงไหมคะ สู้ สู้ ไฟท์ติ้ง"
ซูหลิงหอมแก้มเขาเบา ๆ ไปทีหนึ่ง เป็นการปลอบใจ
แค่นึกภาพในจินตนาการ ฉินฟ่านก็ถึงกับกลืนน้ำลาย
"ได้ ผมเรียนมาน้อยอย่าหลอกผมนะ พูดแล้วห้ามคืนคำด้วยล่ะ เอาละ…เพื่อคุณผมยอมสู้ตาย
แต่เพลงนี้คงไม่เหมาะกับผม คุณให้ผมเปลี่ยนเพลงเถอะ ผมจะแต่งของผมเอง"
ซูหลิงเรียกผู้กำกับลู่ตามฉินฟ่านเข้าไปในห้องใหม่อีกครั้ง พวกเขารอคอยอยู่เงียบ ๆ ฉินฟ่านนั่งแต่งเพลงเอง โดยส่งเสียงฮึมฮัมอยู่ในลำคอคนเดียว ยี่สิบนาทีต่อมาเขาบอกว่าเขาพร้อมแล้ว ทุกคนต่างพยักหน้า
ฉินฟ่านดีดนิ้วนำเป็นจังหวะเพลงเร็ว สนุกสนานพร้อมร้องคลอตาม เนื่องจากมีแค่สี่ท่อน จึงจบลงอย่างรวดเร็ว
"ดี คุณสื่ออารมณ์ในแบบฉบับของตัวคุณเองได้ดีจริง ๆ ผมชอบมาก เนื้อเพลงจดจำได้ง่าย ทำนองก็โดนใจ กินน้ำแล้วพักสักครึ่งชั่วโมง แล้วเราจะเริ่มถ่ายกันเลย"
ผู้กำกับลู่รีบลุกออกไปเตรียมงาน
"แอ็กชั่น"
เสียงผู้กำกับลู่ดังขึ้น
ฉินฟ่านใส่ชุดคลุมอาบน้ำสีขาว มีเชือกผูกคาดเอว เดินผ่านรูปหญิงสาวที่แอบ
ถ่ายมาจากระยะไกล จนภาพเบลอไม่ค่อยชัดสักเท่าไรที่วางตั้งอยู่บนโต๊ะ เขายิ้มแล้วดีดนิ้วเป็นจังหวะ ยกแปรงสีฟัน
ขึ้นจ่อปากแทนไมค์ ร้องเพลงออกมา
"หนุ่มน้อยรุ่นกระทง สิบสี่อย่างผม
สิวเม็ดแรกที่เพิ่งจะขึ้นบนใบหน้า
แอบหลงรักพี่สาวนางฟ้าข้างบ้าน
แต่อายไม่กล้าบอกเธอ ทำอย่างไรดี
ชัด…ชัดชาด่า ชัดชาด่าด้าดา"
ฉินฟ่านแตะเนื้อครีมทาที่แก้มเบา ๆ
ส่องกระจกมองซ้ายมองขวาอย่างพอใจ
เขายิ้มมีเสน่ห์จนเห็นฟันขาว
"คัท"
"เยี่ยมจริง ๆ เทคเดียวผ่าน"
ผู้กำกับลู่คิดแผนในใจว่าจะส่งโฆษณาตัวนี้ เข้าชิงรางวัลในปีนี้ซะเลย
บรืนนนน
เสียงเครื่องยนต์เฟอร์รารี่
โฆษณาครีมบำรุงผิว กำลังออนแอร์ ตอนนี้คำพูดที่ฮิตที่สุด ในการหยอกเอินสาวสวย หนุ่ม ๆ มักจะเรียกขานพวกเธอว่า "พี่สาวนางฟ้า" เพียงแค่นี้ก็สามารถแสดงให้เห็นถึงความ "ปัง" ของโฆษณาชุดนี้
ฉินฟ่านขับรถไปบ้านตระกูลเย่ เพื่อนำครีมกับน้ำหอมมอบให้คุณนายเย่กับคุณหนูสี่ตามที่เคยสัญญา
"คุณป้าครับ คุณเย่สบายดีขึ้นแล้วใช่ไหมครับ"
คุณนายเย่ยังไม่ทันจะตอบ เสียง
เย่หมิงทงก็ลอยมาก่อน
"ฮ่า ๆ เป็นเพราะว่าได้หมอเทวดาอย่างเธอมาต่อชีวิตให้ลุง ลุงถึงได้ฟิตเต็มร้อยแบบนี้ไง ต้องขอบใจเธอมากจริง ๆ ลูกสาวของลุงเล่าให้ฟังหมดแล้วว่า เพื่อที่จะช่วยลุง เธอถึงขนาดลงทุนเอาคอขึ้นเขียง รอให้นักฆ่ามาฆ่าเลยหรือ มา ๆ นั่งลงก่อน แล้วค่อยคุยกัน"
"สวัสดีครับคุณเย่ ผมชื่อฉินฟ่านครับ" พวกเขายังไม่เคยแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ฉินฟ่านย่อมรู้หลักมารยาทธรรมเนียม
"เสี่ยวฟ่าน เธอก็เรียกเขาว่าลุงเย่เถอะ" คุณนายเย่ยิ่งดู ยิ่งรัก ยิ่งชอบเด็กหนุ่มคนนี้ รู้จักเคารพผู้หลักผู้ใหญ่แถมยังมีน้ำใจเอาของมาฝาก
"เสี่ยวฟ่าน การประลองกลางเรือน้อยในครั้งนั้น ใครเป็นฝ่ายชนะ"
"สูสีกันนะครับ ลุงเย่ คนนี้เป็นมือสังหารอันดับหนึ่ง เชี่ยวชาญวรยุทธหลายแขนง แถมไม่เลือกวิธีการใช้อีกด้วยครับ"
เย่หมิงทงทราบว่าฉินฟ่านเพียงกล่าวถ่อมตัว เพราะคลิปที่เขาดู ฉินฟ่านเหมือนยังไม่ได้ทุ่มสุดฝีมือ แสดงให้เห็นว่าฝีมือของ
ฉินฟ่านนั้น พูดได้คำเดียวว่าล้ำลึกสุดจะหยั่ง
"ใช่ ดูแค่เปิดฉากมา ขับรถพุ่งชนก็พอทราบได้ ยอดฝีมือประลองยุทธอะไรกัน ใครจะใช้วิธีเช่นนี้"
เย่หมิงทงจิบชาเล็กน้อยพอชุ่มคอ
"เขาคิดว่าตนเองเป็นแค่มือสังหาร ไม่ใช่จอมยุทธนะครับ"
"คุณพ่อคะ ทานอาหารกันก่อนเถอะค่ะ เขาคงหิวแล้ว"
คุณหนูสี่ไม่อยากฟังเรื่องต่อยตีอะไรนั่น
ทุกคนนั่งล้อมวงทานข้าว คุยกันอย่างสนุกสนาน
"เสี่ยวฟ่าน โฆษณาครีมที่เธอถ่ายคราวนี้ โดนใจฉันอย่างแรง คิดไม่ถึงว่าเธอจะร้องเพลงได้ดีอีกด้วย ตอนนี้ฮิตกันทั่ว
บ้านทั่วเมืองเลย"
คุณชายใหญ่ชมเขาจากใจ
"ผมก็แค่ลองแต่งเล่น ๆ ไม่คิดว่าจะใช้ได้นะครับ แต่พอดีผู้กำกับเขาโอเค ก็เลยออกมาแบบนี้"
"นี่เธอมาเป็นดาราสังกัดของพี่รองเอาไหม รับรองพี่จะสนับสนุนเธออย่างเต็มที่เลย โกอินเตอร์นะแค่เอื้อม"
"โธ่พี่รองอย่าล้อผมเล่นเลยครับ ที่ถ่ายโฆษณาไปสองตัว ก็เพราะเป็นสินค้าของผมเอง"
"คุณแม่คะยอดสั่งจองครีมยาวไป ถึงปีหน้าแล้วค่ะ แหม...ครีมขายดีขนาดนี้ เห็นแล้วอิจฉาเลยนะคะเนี่ย"
คุณหนูสี่ไล่มือถือดูหน้าเพจโฆษณาขายครีมของเขา ก็เลยแซวเขาซึ่ง ๆ หน้า
"เสี่ยวฟ่าน ถ้าเธอต้องการขยายตลาดต่างประเทศ หรือว่าเงินลงทุนเพิ่ม บอกลุงมาได้เลยนะ "
เย่หมิงทงแสดงน้ำใจออกมา
"เดี๋ยวก่อน ตอนนี้เธอก็เป็นดาราไปครื่งตัว เป็นหมอเทวดา เป็นยอดฝีมือระดับปรมาจารย์ แถมยังแต่งเพลงได้อีก ทุกอย่างแทบเป็นจุดสุดยอด มีอะไรที่เธอทำไม่ได้บ้าง
เสี่ยวฟ่านนี่ไม่ได้พูดเพราะอิจฉานะ แต่สงสัย พี่สามอายุมากกว่าเธอสี่ปี ทำไมเทียบกับเธอไม่ได้สักอย่าง เธอบอกพี่มาตรง ๆ เธอเป็นเอเลี่ยนใช่ไหม"
ฉินฟ่านถึงกับทำหน้าไม่ถูก
"เจ้าสาม พ่อเชื่อว่าถ้าแกกินเหล้าเที่ยวผู้หญิงให้น้อยลง ตั้งใจทำการค้า แกก็ภาคภูมิใจในตัวเองได้เช่นกัน"
เย่หมิงทงรู้นิสัยลูกแต่ละคนดี
"พ่อครับ คราวนี้ผมจะทุ่มเทเรื่องงานจนสุดความสามารถเลย ไม่อย่างนั้นคงอายเสี่ยวฟ่านแย่"
คุณชายสามตอนนี้รู้สึกประดุจบัวพ้นน้ำ
"ฮ่า ๆ ดีๆ"
เย่หมิงทงดีใจที่ลูกชายได้สติ
"พ่อ วันนี้ครอบครัวเรามีความสุข มาทุกคนดื่ม หมดจอก"
คุณชายใหญ่ชวนทุกคนดื่ม พลางส่งซิกทางสายตาให้คุณชายรอง
"แม่ ห้องนอนผมมันเล็กคับแคบไปหน่อย ถ้าได้ห้องน้องสี่มา ตีทะลุกันก็คงจะดีไม่ใช่น้อย"
พี่รองอย่างเขาย่อมมีแผนดีดลูกคิดรางแก้ว ให้ทุกคนตื่นตะลึงอยู่แล้ว เขาขยิบตาให้คุณชายใหญ่ทันที
"ไม่เอานะแม่ หนูอยู่มาตั้งหลายปีแล้ว หนูไม่ยอมย้ายหรอก"
คุณหนูสี่เขย่าแขนออดอ้อนแม่
"นั่นนะสิ แล้วถ้าแกเอาห้องน้องไป แล้วแกจะให้น้องไปนอนที่ไหน"
คุณนายเย่ย้อนถาม
"โธ่แม่มันจะไปยากอะไร ก็ให้น้องสี่ไปนอนที่ห้องเสี่ยวฟ่านก็ได้แล้วนี่แม่"
เมื่อคุณชายรองโยนมา คุณชายใหญ่
ก็รับลูกทันที
"ไม่ได้"
ฉินฟ่านกับคุณหนูสี่ร้องตะโกน จน
เสียงหลงพร้อมกัน แถมทำหน้าเลิ่กลั่ก
"ทำไมจะไม่ได้"
เมียลูกพี่ดุยังกับเสือ
"บ้านของเธอคับแคบเหรอ เรื่องขี้ผง ถ้างั้นเดี๋ยวลุงจะหาคฤหาสน์ใหญ่ ๆ หรู ๆ ให้สักหลัง"
เย่หมิงทงรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมเจ้าลูกชายตัวแสบถทั้งสองดี แต่แทนที่จะคัดค้านหัวชนฝา เขากลับเห็นดีเห็นงามด้วย
"คุณพ่อก็เป็นไปอีกคน หนูไม่ยอมค่ะ"
คุณหนูสี่เชื่อฟังคุณพ่อมาตั้งแต่เด็ก แต่เรื่องนี้หัวเด็ดตีนขาด ไม่ว่ายังไงเธอก็ไม่ยอม เธอจะเลือกสามีด้วยตัวเอง ไม่ใช่ถูกคลุมถุงชน
"แต่พ่อคิดว่าเขาเหมาะสมกับลูกมากเลยนะ"
"โธ่! ขอร้องละครับ อย่าล้อผมเล่นแบบนี้เลยครับ"
"เสี่ยวฟ่านลองคิดดูดี ๆ เหมือนหนูตกถังข้าวสารเลยนะ"
"ด้วยความเคารพ ผมไม่ได้อยากร่ำรวยด้วยวิธีแบบนี้ครับ"
"น้องสาวคนนี้ของพี่ใหญ่ขี้เหร่มากนักหรือไง
หรือว่าไม่ใช่สเปกของเธอ"
พี่ใหญ่คิดไปคิดมา น้องรองคิดอ่านวางแผนได้เยี่ยมจริง ๆ จะไปหาน้องเขยเก่งรอบด้านแบบนี้ได้ที่ไหน ผู้ชายแบบนี้ เหมาะสมกับน้องสี่ที่สุด ยังไงก็ต้องคว้าไว้ก่อน
"คุณหนูสี่เธอสวยมากครับ แต่เราคงไม่เหมาะสมกัน"
เหงื่อของเขาเริ่มผุดขึ้นที่หน้าผาก นี่มันอะไรกัน ไม่ทันให้เขาตั้งตัวเลย
"หยุด...ทุกคนเลย นี่ไม่มีใครถามความเห็นของหนูสักคำเลยเหรอ"
คุณหนูสี่ประท้วงแต่ไม่ได้ผล ทั้งพ่อ แม่ พี่ชายไม่มีใครสนใจเธอเลย ทั้งหมดนี่ไปเตี๊ยมเรื่องนี้กันตั้งแต่เมื่อไร แถมยังจับเธอใส่พานถวายให้ฉินฟ่านอีก
เธอกับเขาเพิ่งเจอหน้ากันแค่สองครั้ง บอกตามตรงว่า เธอยังไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยสักนิด
"คุณอีกคน เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมตรงไหน พูดให้ดี ๆ นะ ฉันไม่คู่ควรกับคุณหรือไง"
เธอหันมาทำตาขวางใส่เขา เธอสวยไม่พอ รวยน้อยไปหรือ ถึงได้ไม่คู่ควรกับเขา
"ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมมีเมียอยู่หลายคน ตอนนี้ครอบครัวเราก็มีความสุขตามอัตภาพ ผมจึงไม่ได้คิดจะมีผู้หญิงคนใหม่อีก"
ฉินฟ่านอยากจะวาร์ปไปที่ดาวอังคาร ให้รู้แล้วรู้รอด คุณหนูสี่แปลเจตนาของเขาผิด งานนี้โดนทั้งขึ้นทั้งล่อง
ถ้าตอบว่าเหมาะสม แสดงว่าเขายินดีที่จะให้เธอย้ายไปอยู่ด้วย ยกน้ำชาขั่งแต๊
จองทัวร์ไปฮันนีมูนที่บาหลีกันได้เลย
ถ้าตอบว่าไม่เหมาะสม มีหวังเธอเฉ่งเขายับ โทษฐานบังอาจด้อยค่าเธอ
"ลุงไม่ถือสาเรื่องนี้ ผู้ชายจะมีภรรยาสามอนุสี่ ก็เป็นเรื่องธรรมดา"
"ผมขอพูดอะไรสักนิดหนึ่งนะครับ ความรักมันฝืนใจกันไม่ได้ คุณหนูสี่เธอเป็นคุณหนูผู้สูงศักดิ์ ผมไม่กล้าคิด ที่จะอาจเอื้อมหรอก กรุณายกเลิกความคิดนี้ด้วยครับ"
ฉินฟ่านพูดจบพร้อมเหงื่อเต็มฝ่ามือ
ชัวร์ป้าบ!
คิดแบบนี้ถูกต้องที่สุดแล้ว ถึงคุณหนูสี่จะงามล่มเมือง แต่เมียเขาทุกคนก็สวยหยดย้อยเช่นกัน
ถ้ารับคุณหนูสี่ไปแล้ว เกิดไม่ลงรอยกับพวกเหลียนฟ่ง ทะเลาะเบาะแว้งตบตีกันขึ้นมา จะให้เขาเข้าข้างใคร ไม่ว่าเลือกใครบ้านเขาก็ลุกเป็นไฟอยู่ดี
อีกอย่างจะให้คุณหนูอย่างเธอ เป็นเมียน้อย แถมเป็นเมียน้อยลำดับที่สี่อีกต่างหาก บรื๋อ...แค่คิดก็หนาวแล้ว
"พวกพี่ ๆ แค่หยอกเธอเล่น เธอก็อย่าคิดเป็นจริงเป็นจังไป แค่เธอมาเยี่ยมลุงกับป้าบ่อย ๆ พวกเราก็ดีใจแล้วละ"
คุณชายรองคิดว่าวันนี้ แค่โยนหินถามทางก่อน ค่อยคิดอ่านวางแผนใหม่
...
กว่าฉินฟ่านจะหลุดออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลเย่ได้เล่นเอาเหงื่อท่วมตัว
เขาขับรถชมนกชมไม้ตามข้างทางอย่างสบายอารณ์ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
"ที่รัก ฉันโอนส่วนแบ่งหนึ่งร้อยล้านหยวนเข้าบัญชีให้คุณแล้วนะคะ ตอนนี้คุณว่างหรือเปล่า ช่วยแวะมาหาฉันที่บ้านหน่อย"
เสียงไพเราะของซูหลิงฟังกี่ทีก็ไม่เบื่อ
"ได้ครับ"
ฉินฟ่านขับรถเข้าไปจอดในโรงรถ
เสร็จก็เดินเข้าไปในบ้าน แต่ไม่เห็นมีใครอยู่เลยแม้แต่คุณปู่
"ท่านประธานอยู่ไหนครับ"
"ฉันอยู่นี่ค่ะ"
เสียงดังมาจากห้องนอนชั้นสอง
ฉินฟ่านเห็นประตูห้องนอนเปิดแง้มอยู่ เขาเคาะเบา ๆ สองทีแล้วเปิดเข้าไป
ทันใดนั้นเอง ตาเขาก็ลุกโพลง ซูหลิงสวมชุดนอนซีทรูสีดำตัดกับผิวกายขาวผ่อง แหวกอกกว้าง ไม่ได้สวมใส่ชั้นในแม้แต่ชิ้นเดียว นอนเอนกายตะแคงข้าง ยิ้มหวานหยาดเยิ้มอยู่บนเตียง
ชุดที่เธอใส่มันบางเบาดุจปีกจักจั่น แทบจะมองทะลุถึงเนื้อหนัง วับ ๆ แวม ๆ ปิด ๆ บัง ๆ ยั่วยวนใจ
เนินอกขาว สล้างอวบอิ่มแหวกผ่านสาบเสื้อ ทำให้เห็นเป็นร่องที่สวยงาม ยอดปทุมถันดันเนื้อผ้าจนนูนสูงขึ้นมา ทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายลงไปอย่างไม่รู้ตัว น่องขาขาวเรียวยาวได้สัดส่วนชวนสัมผัส เขารู้สึกถึงความตื่นตัวของกระบองทอง
"ฉันสวมชุดนี้ให้คุณดูตามสัญญาแล้วนะคะ" ซูหลิงทำตาปรือปากเผยอเล็กน้อย
ฉินฟ่านเดินเข้าไปบดขยี้ริมฝีปากเธออย่างอดใจไม่ไหว ค่อย ๆ ให้เธอลิ้มลองรสจูบอย่างช้า ๆ พลางถอดเสื้อผ้าทั้งของเธอและเขา เขาซุกไซ้ใบหน้าลงที่ลำคอ ไล่เรื่อยลงมากลางทรวงอก
ทั้งคู่เริ่มหายใจถี่เร็ว ราวกับเฝ้ารอวันนี้มานานปี เขาดูดยอดปทุมถันอย่างแรง จนเธอเผลอกดหน้าเขาให้ซุกลงไปแน่นกว่าเดิม มือเขาเกาะกุมหน้าอกแต่ก็ยังไม่มิด จงอยหัวนมเขื่องสั่นกระเพื่อม ชูชันตามแรงบีบ เขาเลื่อนไปลูบไล้สะโพก แล้วเลื่อนตัวผ่านท้องน้อยอันแบนราบ ปลายลิ้นที่วนเวียนอยู่รอบสะดือ ค่อย ๆ ลากเลื้อยลงไปข้างล่าง พร้อมแหวกขาของเธอให้ถ่างออก
พอถึงเนินสามเหลี่ยม เขาสอดปลายลิ้นผ่านซอกหลืบไปที่ปุ่มกระสัน แล้วกระดกลิ้นรัวไปมา ราวหนุ่มเพลย์บอย ที่ช่ำชองในเกมโลกีย์
ซูหลิงเจอท่านี้เข้าไป ถึงกับร้อง
ครวญครางไม่ขาดปาก ราวกับจะขาดใจ ก้นของเธอถึงกับยกลอยขึ้น ราวกับแอ่นสู้ลิ้นของเขา เธอบิดตัวตัวส่ายไปมาเบา ๆ ราวกับทนการปลุกเร้านี้ไม่ไหว จนเธอเริ่มฉ่ำเแฉะ
ฉินฟ่านค่อย ๆ ยัดกระบองทองเสียบรุกคืบหน้าไปอย่างช้า ๆ ให้เธอค่อย ๆ ลิ้มรสการถูกรุกล้ำอาณาเขต ใบหน้าเธอบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บ จนตีแขนของเขาไปหลายครั้ง เขาจูบพรมไปทั่วใบหน้าและริมฝีปากปลอบใจเธอ แล้วค่อย ๆ โยกสะโพกเร็วขึ้นทีละนิด จนเธอปรับตัวได้
คราวนี้เขากระหน่ำไม่เลี้ยง เปิดคอร์สกวดวิชารัก 101 ให้กับเธอ ทั้งสองออกแรงจนหอบเสียงดัง
ตอนที่ซูหลิงนั่งขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่บนตัวเขา หยาดเหงื่อถึงกับไหลรวมเป็นเม็ดค่อย ๆ ไหลลงตามร่องอก ฉินฟ่านจับตัวเธอพลิกหันหลังพร้อมใช้ฝ่ามือฟาดลงไป ที่ก้นขาว ๆ ฉาดใหญ่
เพียะ!
การฟาดนี้ให้ความรู้สึกราวกับเขาเป็นผู้พิชิต แล้วจัดการควบแม่ม้าสาวตัวนี้อย่างเมามัน จนหน้าอกของซูหลิงสั่นกระเพื่อมระรัวเป็นจังหวะจากการถูกกระแทกกระทั้นจากทางด้านหลัง เสร็จแล้วพลิกตัวเธอนอนหงายบนเตียงอีกครั้ง มือบีบเค้นขยำจนหน้าอกซูหลิงเปลี่ยนรูปร่างไปตามแรงบีบ หน้าของเขาซุกลงตรงเนินสามเหลี่ยมอีกครั้ง ระดมใช้ชิวหาพาเพลินกับเธอระรัวเร็วจนถี่ยิบ
ซูหลิงปลดปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่
จนเธอซี๊ดปากร้องเสียงดัง พร้อมร่างของเธอกระตุกเกร็งค้างแข็ง
ฉินฟ่านจัดการเสกกระบองทองเข้าท้องเธออีกครั้ง คราวนี้เขาเร่งเร็วขึ้นกระหน่ำจนถึงจุดสุดยอด
ซูหลิงซุกหน้าลงบนแผงอกของเขา ไม่คิดไม่ฝันว่ารสรักมันน่าอัศจรรย์ใจ ถึงเพียงนี้ เธอเป็นคนมีเงินและกล้าใช้เงิน
วันหลังต้องเปลี่ยนสถานที่สร้างบรรยากาศแปลกใหม่ เพื่อนัดเขาให้มาเจอบ่อย ๆ เอ๊ะ…หรือว่าจะไปต่างประเทศดี โซน
ยุโรปดีไหมนะ
ฉินฟ่านเอามือตระกองกอดเธอ พลางคิดอ่านวางแผนในใจ วันหลังต้องให้โยโย่กับอิ๋งอิ๋ง สอนวิชาปากเป็นเอกลิ้นอสรพิษให้กับซูหลิงบ้าง
เมื่อถึงเวลานั้นสวรรค์ของเขาคงอยู่ใกล้แค่เอื้อมชัด ๆ อึ๋ย แค่คิดก็เสียวแล้วโว้ย
ตื่นเช้ามา ซูหลิงถึงกับระบมไปทั้งตัว แถมยังเดินขาถ่างอีก เธอทั้งโกรธทั้งอายจนวิ่งไล่ตีเขา ต้องให้เขาช่วยนวดถึงจะหายงอน ฉินฟ่านนวดแขนนวดขานวดคอ จนซูหลิงรู้สึกสบายไปทั้งตัว
นวดกันไปนวดกันมา กลายเป็นนวดหน้าอก อารมณ์พิศวาสมันพาไป เลยต้องต่อกันอีกยก จนเหงื่อแตกเหงื่อแตน
รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ
ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ
อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก







