Share

บทที่ 35 ความลับสุดยอดของผม

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-05 07:00:42

สมัยที่เป็นตำรวจที่เพิ่งจบมาใหม่ ๆ เค่อตงหยางกับมู่เสียนพ่อของมู่ปิงปิงเป็นคู่หูกัน มักจะลาดตระเวนด้วยกันเสมอ มีอยู่วันหนึ่งขณะลาดตระเวนอยู่แถวหน้าธนาคารสิตี้แบงก์ 

 เค่อตงหยางเห็นคนที่ยืนรอไฟเขียวเพื่อข้ามถนน ถือกระเป๋าเดินทาง เหลียวซ้ายแลขวาอยู่ตลอดเวลา บางครั้งยกกระเป๋าขึ้นมากอดไว้ ท่าทางมีพิรุธ จึงขอทำการตรวจค้น 

 ชายคนนั้นไม่พูดอะไร แค่ล้วงปืนออกมาจากกระเป๋าเล็งใส่เขาทันที มู่เสียนเห็นดังนั้น จึงเอาตัวบังเพื่อนไว้ ชายคนนั้นยิงใส่แผ่นหลังมู่เสียนในระยะเผาขนสามนัด แล้ววิ่งหนีไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้คน

ภายหลังสืบทราบว่า ชายคนนั้นเป็นโจรที่หนีคดีปล้นฆ่า มู่เสียนตายเพราะช่วยชีวิตของเค่อตงหยาง นับแต่นั้นมาเค่อตงหยางก็ดูแลมู่ปิงปิง ราวกับพ่อคนที่สอง จนเธอมาเป็นลูกน้องของเขา นี่ถ้าเธอเป็นอะไรไป จะให้เขาบอกกับป้ายวิญญาณของพ่อเธอยังไง

พอตั้งสติจากการเฉียดตายและอาการหูดับชั่วคราวได้ เธอก็พบว่าใบหน้าของฉินฟ่าน กำลังซุกอยู่บนหน้าอกอันนุ่มนิ่มอวบอิ่มของเธอ เธอโกรธจัด กำลังคิดจะผลักเขาออก แล้วจะตบให้หน้าหัน เพราะคิดว่าเขาฉวยโอกาสกับเธอ 

แต่มือเธอที่ลูบผ่านแผ่นหลังของเขา ทำให้รู้สึกถึงรอยขาดที่น่ากลัวหลายรู บนด้านหลังเสื้อของเขา จนเธอรู้สึกแปลกใจ 

พอพลิกตัวเขาขึ้นมา ก็พบว่าเขาสลบไปจริง ๆ ไม่ได้คิดฉวยโอกาส หาเศษหาเลยอันใดแม้แต่น้อย 

หลังจากทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ ถ้าเธอวิ่งต่อไป เธอคงถูกระเบิดเป็นจุณไปแล้ว เท่ากับว่าเขาเพิ่งจะช่วยชีวิตเธอไว้

"นี่เบบี๋..." เธอเรียกเขา เพราะรู้สึกใจคอไม่ดี กลัวว่าเขาจะตายไปจริง ๆ แต่แผ่นหลังของเขาโดนสะเก็ดระเบิด ทำไมไม่มีเลือดออกมาให้เห็นเลยล่ะ

            เธอเริ่มเป่าปากผายปอดให้เขา สลับกับการปั๊มหัวใจ แต่ตั้งนานแล้วทำไม่ฟื้น หรือว่าเขาตายแล้วจริง ๆ น้ำตาเธอเริ่มเกาะกลุ่มกันจนคลอเบ้า

            "ฟื้นสิ ฮือ...ฟื้นขึ้นมา ฮือ… คุณอยากให้ฉันเรียกว่าเบบี๋ไม่ใช่ เหรอ ฮือ..."

            เธอเริ่มใจเสีย เพราะร่างของเขาแน่นิ่ง ไม่ไหวติงเลยแม้แต่น้อย ถ้าเขาตายจริง ๆ เธอจะทำยังไง

            "คุณไม่อยากได้ยิน ฉันพูดหวาน ๆ กับคุณเหรอ ฮือ..."

            "เบบี๋จ๋า ฟื้นสิ ฮือ..."

 แค่ก ๆ 

            ฉินฟ่านสำลักไออกมา นี่เขาถึงกับสลบไปเลยเหรอ 

            "อู๊ย! เจ็บชะมัดยาดเลย" ดีที่เมื่อครู่เขาเดินลมปราณ แล้วดีดพุ่งตัวจนสุดแรง ทำให้ช่วยพ้นระยะห่างจากสะเก็ดระเบิดได้อีกนิด เอ๋แล้วเธอร้องไห้ทำไม

            "ฟื้นแล้ว เบบี๋ฟื้นแล้ว คุณสลบไปตั้งสิบนาที" เธอยิ้มอย่างดีใจทั้งน้ำตา

 "คุณถอยไปก่อน"

 ฉินฟ่านพูดจบ ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นยืน หูก็ยังได้ยินเสียงปืนรัวดังเป็นชุด การต่อสู้มันยังไม่จบ 

 เขาสูดลมหายใจลึก ๆ เพื่อตั้งสติ แล้วใช้เนตรอัคคีทันที เห็นไอ้หน้าผีที่หลบอยู่หลังเสาปูนขนาดใหญ่ กำลังดึงสลักระเบิดออกพอดี จุดที่เขายืนอยู่ห่างจากไอ้หน้าผีเกือบเจ็ดสิบเมตร 

 "กรีดฟ้า!"

 ฉินฟ่านตะโกนเสียงดังก้อง พร้อมกระโดดลอยตัว หมุนคว้างดุจลูกข่างยักษ์ ซัดขว้างอัคคีกรีดฟ้าออกไป ประกายสีแดงพุ่งวาบออกไปดุจดาวตก 

 ทะลุประตูรถตำรวจ ทะลุรูปปั้นสำริดที่หล่อเป็นรูป ผอ.โรงเรียน ทะลุเสาปูนอาคารเรียน ทะลุหน้าผากไอ้หน้าผี แล้วประกายสีแดงก็พุ่งย้อนกลับมา ที่หลังมือของเขาอีกครั้ง 

 ไอ้หน้าผีตายโหงทันที ระเบิดมือค่อย ๆ ร่วงหล่นจากมือตกลงสู่พื้น 

 ตูม…

 ร่างของมันแหลกเละเป็นจุณทันที ช่วยกลบเกลื่อนร่องรอยกลางหน้าผากของมันพอดี เวลาชันสูตรจะได้ลงเรื่องว่า

เสียชีวิตจากแรงระเบิด

 มู่ปิงปิงเห็นเขาขว้างอาวุธลับออกไป แล้วก็เกิดเสียงระเบิดขึ้น แสดงว่าอาวุธลับชนิดนี้ ทะลุสิ่งกีดขวางถูกไอ้หน้าผีอย่างแม่นยำ แม้ว่าจะไกลถึงเจ็ดสิบเมตร แล้วอาวุธชิ้นนี้ ยังบินย้อนกลับมาได้อีกด้วย โดยที่ไม่เห็นเขายกมือรับมันมาเก็บเลย แม้จะอยู่ใกล้ แต่เธอกลับไม่อาจที่จะเห็นได้ชัดตาว่า อาวุธที่ร้ายกาจชนิดนี้หน้าตาเป็นยังไง

 "ทำไมคุณถูกระเบิด แล้วไม่เป็นอะไรเลยคะ แล้วไอ้สีแดง ๆ นั่น มันคืออาวุธอะไรคะ"

 "สำหรับคิตตี้น้อยกลอยใจของผมแล้ว ผมย่อมไม่ปิดบังอำพราง ต้องบอกเล่าเก้าสิบทุกเรื่องราว บนเตียงของผมได้อย่างแน่นอน ถ้าหากว่าคุณยอมให้ผมแอ้มนะ เพราะว่านี่เป็นความลับสุดยอดของผม ไม่อาจบอกต่อบุคคลอื่นได้ ซึ่งผมหวังว่าคุณคงจะเข้าใจนะครับ"

เสียงปืนสงบลงในที่สุด มีผู้ร้ายที่ยอมมอบตัวเดินเข้าคุกสิบสองคน มีคนบาดเจ็บสิบห้าคน มีคนตายแปดคน ยึดเฮโรอีนได้ถึงหนึ่งพันกิโลกรัม อาวุธสงครามอีกมากมาย 

 ผลงานชิ้นโบว์แดงแบบนี้ ถูกหลายสำนักพิมพ์นำเสนอข่าวอย่างครึกโครมแถมยังมีอธิบดีกรมตำรวจโทรศัพท์มาชมเชยว่าเก่งอย่างโน้นดีอย่างนี้ เค่อตงหยางย่อมยิ้มแก้มแทบปริ เตรียมยื่นผลงานเลื่อนขั้นให้มู่ปิงปิงเป็นร้อยตำรวจเอก

 เหลียนฟ่งกำลังผัดผักใส่วุ้นเส้นและเห็ดหูหนู ส่งกลิ่นหอมฉุยอยู่ ได้ยินเสียงเขาเดินเข้ามาในครัว

 "ที่รักหิวหรือเปล่าคะ เกือบเสร็จแล้วคุณไปล้างมือก่อนนะคะ" พอหันมาก็เห็นเขากำลังย่องจะเข้าไปอาบน้ำ ด้านหลังเสื้อของฉินฟ่านมีรูพรุน เต็มไปหมด 

 "ทำไมเสื้อถึงได้ขาดแบบนั้นคะ นี่คุณไปทำอะไรมา"

 เหลียนฟ่งชักจะสงสัย ว่าเขามีเรื่องปิด ๆ บัง ๆ เธอ

 "แค่อุบัติเหตุนิดหน่อยนะ"

 "นิดหน่อยเหรอ แต่เสื้อเป็นรูพรุนขนาดนี้ มันดูไม่เหมือนรถล้ม รถชน เดินตกท่อซะหน่อย"

 เขากำลังนึกอยู่ว่าจะตอบยังไงดี ใบหูก็ถูกบิดอย่างแรง พร้อมเสียงเซ็นเซอร์ราวน์ข้างหู

 "รีบพูดมา อย่าคิดจะโกหกซะให้ยาก"

 "โดนสะเก็ดระเบิดมานิดหน่อยนะ" 

 เขาตอบเสียงอ่อย ๆ 

 "นิดหน่อย"

 เส้นเครียดเหลียนฟ่งขึ้นมาทันตาเห็น พลอยทำให้โทนเสียงสูงตามไปด้วย

 "ฮึ ๆ ระเบิด ระเบิดใช่ไหม ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม ว่างมากหรือไงถึงถูกคนปาระเบิดใส่" 

 เหลียนฟ่งหัวเราะออกมา แล้วก็เอ็ดเขาเสียงลั่นทุ่ง

 "คุณบ้าไปแล้วเหรอนั่นมันระเบิดนะไม่ใช่ประทัด ถ้าแขนขาดขาขาดตาบอดขึ้นมาจะทำยังไง"

 เหลียนฟ่งก็คว้าขวดน้ำบนโต๊ะขึ้นมา ติ๊งต่างว่าเป็นระเบิดพลาสติกขว้างใส่เขาทันที เฉียดหัวฉินฟ่านไปนิดเดียว

 "ทำไมไม่รู้จักห่วงตัวเองบ้าง"

 หลังจากนั้นอาวุธเคมีน้ำยาล้างจาน หัวไช้เท้า แพทริออทก็ลอยมาหาเขาอีกสามหัวรบพร้อมกับความพิโรธของเหลียนฟ่ง

 "เออจริงด้วยแฮะ! พอลองมานึกดูแล้ว กระสุนปืนไรเฟิลกับระเบิดทำอะไรเราไม่ได้ อืมแล้วถ้าเป็นมิสไซล์ล่ะ"

 ฉินฟ่านทำสีหน้าครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดจริงจัง

 "ยังจะมีคราวหน้าอีก มิสไซล์เหรอไอ้บ้า ไปตายซะ"

 เหลียนฟ่งคว้ามิสไซล์ฟักเขียวได้ก็ขว้างใส่เขาทันที รวดเร็วปานมิสไซล์ยิงถล่มใส่ หลังจากนั้นอะไรอยู่ใกล้มือ ก็ทั้งขว้างทั้งเหวี่ยง 

 อารมณ์เธอเดือดพล่านราวกับนางยักษ์ จนเศษผักลอยกระจายเกลื่อนกลาดไปทั่วห้องครัว แต่เขาหลบไวยังกับปรอท พอขว้างไม่ถูกก็ยิ่งโมโห ตะโกนด่าว่าเขาไฟแลบ

 "ทำไมไม่รู้จักรักตัวเองซะบ้าง หากบาดเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง"

 พลางเอาตาหลิวไล่ตีเขา ฉินฟ่านเองก็ไวเป็นลิง หลบซ้ายหลบขวาตีลังกาหน้า ตีลังกาหลัง ม้วนตัว หกสูง

 "มันเป็นเหตุฉุกเฉินจริง ๆ โยโย่รีบจับอาฟ่งไว้ก่อนเร็วเข้า"

 สิ่งที่ฉินฟ่านกลัวที่สุดในแผ่นดินนี้ ไม่ใช่ดาบ กระบี่ ปืน แต่กลัวตอนที่เหลียนฟ่งโกรธนี่แหละ

 โยโย่กับอิ๋งอิ๋งรีบห้ามเธอ แล้วบอกให้ใจเย็น ๆ จนกระทั่งสงครามยุติลง

 เหลียนฟ่งซดน้ำเก๊กฮวยเย็น ๆ ดับโมโหไปขวดหนึ่ง พลางยกพัดจีบอันใหญ่ พัดรัว ๆ เร็วถี่ยิบ ราวกับระบายความร้อนของหม้อน้ำรถที่กำลังเดือดจัด 

 ฟังฉินฟ่านเล่าเรื่องราวที่ตำรวจขอให้ช่วยทลายแก๊งค้ายาเสพติด จนเกิดการยิงต่อสู้และระเบิดอย่างถล่มทลาย

 "ตำรวจที่ขอให้ช่วยเป็นตำรวจหญิงใช่ไหม"

 "แฮะ ๆ ก็หมวดมู่ปิงปิงเจ้าเก่านั่นไง แต่นี่เป็นเรื่องงานจริง ๆ เพราะกลัวว่าในหมู่ตำรวจจะมีหนอนบ่อนไส้ แผนการมันจะแตกซะก่อน"

 อิ๋งอิ๋งกลัวว่าพูดไปพูดมาจะเป็นการยั่วโมโหเหลียนฟ่งอีก เธอเลยเปลี่ยนเรื่องคุย

 "เรากินข้าวเสร็จ ไปเดินเล่นชอปปิงกันเถอะค่ะ" 

 ทุกคนต่างเห็นด้วย ซูหลิงก็โทรมาพอดี

 "ที่รักคุณปลอดภัยดีหรือเปล่า คลิปต่อสู้บนเรือของคุณ นี่กำลังเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียลเลยนะ แชร์กันกระหน่ำจนกลายเป็นไฟลามทุ่งเลย"

 เสียงอันไพเราะของซูหลิงช่วยเยียวยาจิตใจของเขาได้ดีจริง ๆ หลังจากเจอกับพลังราชสีห์คำรามของเหลียนฟ่ง 

 วันหลังหากได้ยินเสียงอันไพเราะเหมือนนกคีรีบูนของซูหลิง พร้อมร่างกายที่เปลือยเปล่าขาวโพลนเหมือนลูกแกะ ที่กำลังรอหมาป่าออย่างเขาจัดการขย้ำ พร่ำพลอดบอกรักที่ข้างหู จะวิเศษสักเพียงใดกันน้า 

 ฉินฟ่านเผลอคิดเฉไฉในแนวเรทเอกซ์ จนสายตาเชื่อม น้ำลายแทบจะหยดแหมะลงมาสามหยด

 "นั่นเห็นไหม พวกเธอดู จบเรื่องตำรวจหญิงไม่ทันไร นายผู้เฒ่าของพวกเธอก็ทำสีหน้าแววตาครุ่นคิดแต่เรื่องลามกขึ้นมาในหัวอีกแล้ว 

 คืนนี้พวกเราสามพี่น้องควรร่วมแรงร่วมใจกันปรนนิบัตินายผู้เฒ่า ถ้าจะให้ดี ก็ต้องรีดต้องเค้นให้คางเหลือง อย่าให้เหลือน้ำทิพย์แม้แต่หยดเดียว"

 เหลียนฟ่งชวนให้โยโย่กับอิ๋งอิ๋งเข้ามา เป็นแนวร่วมเดียวกัน

 ฝาแฝดทั้งคู่แก้มแดงส่อแววเอียงอายขึ้นมาทันที ให้พวกเธอฆ่าคนยังไม่ตื่นเต้นถึงเพียงนี้เลย 

 คิดไม่ถึงว่าพี่เหลียนฟ่งจะเป็นสาวมั่นใจกล้าถึงเพียงนี้ ที่พูดนี่กำลังชวนพวกเธอเล่นเซ็กซ์หมู่ใช่ไหม

 คราวก่อนฉินฟ่านต่างหากที่เป็นคนจัดการพวกเธอสองพี่น้อง จนอ่อนปวกเปียก 

 "วันหลังถ้าคุณจะต่อสู้กับใคร ช่วยบอกเวลาและสถานที่กับฉันล่วงหน้าก่อนนะคะ" 

 "ทำไมเหรอครับ"

 เขาชักสนใจคำขอของเธอ

 "การตลาดค่ะ เราจะหาสถานที่ใหญ่ ๆ แบบสนามกีฬาหรือสนามเบสบอล ขายบัตรมาชมการประลองยุทธ ที่ในยุคห้าจีไม่มีให้เห็นให้ชมกัน มีโฆษณาน้ำหอมของเราวิ่งฉายบนแผ่นป้ายไฟ มีนักข่าวมาทำข่าว รับแทงพนันใต้ดินเปิดราคาอัตราต่อรอง ว่าใครแพ้ใครชนะ รับรองว่าโกยเงินกวาดทรัพย์จนนับไม่ทันเลยค่ะ เสียดายแค่อย่างเดียว คุณไม่ยอมเป็นนักร้องนักแสดงสักที ไม่อย่างงั้นคุณจะต้องดังระดับ

ซูเปอร์สตาร์อย่างแน่นอนค่ะ"

 ซูหลิงขายฝันเป็นเรื่องเป็นราวเลย

 "ฮ่า ๆ คุณนี่สมกับเป็นซีอีโอมือทองจริง ๆ เลยนะ แต่ถ้าผมเป็นซูเปอร์สตาร์

ที่ไปไหนใครก็รู้จัก ผมยังจะมีโอกาสเดินจูงมือ เกี่ยวก้อยกระหนุงกระหนิงกับคุณ

แถวริมแม่น้ำอีกเหรอครับ คุณซีอีโอคนสวย"

 ฉินฟ่านแหย่ไปเบา ๆ 

 ซูหลิงพอได้ยินคำหวาน ๆ ก็รู้สึกราวกับว่า ในห้องทำงานเธอเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบสีชมพู แววตาของเธอตอนนี้ไม่ใช่ซีอีโอผู้แข็งแกร่งในเชิงธุรกิจอีกแล้ว แต่เป็นสาวน้อยผู้คลั่งรัก

 "คุณรออยู่ที่บ้านเลย ห้ามไปไหน โดยเด็ดขาด เดี๋ยวฉันจะรีบไปให้คุณจูงมือ

กระหนุงกระหนิงเดี๋ยวนี้เลย"

 ซูหลิงวางสายเอาดื้อ ๆ 

 เพียงสิบห้านาทีต่อมา เธอก็มาถึงวิลล่า

 "ไม่..."

 "ไม่ได้"

 "ไม่ได้เด็ดขาด"

 ฉินฟ่านคัดค้านทันที หลังจากที่ดู

สตอรี่บอร์ดโฆษณาครีมบำรุงผิวของเขา จะลากเขาไปเป็นนายแบบอีกแล้วเหรอ 

เชอะ! ฝันไปเถอะ

 "ตีเหล็กก็ต้องตีตอนร้อน ๆ คลิปต่อสู้บนเรือของคุณ กำลังเป็นไวรัล คราวก่อนยอดขายน้ำหอมถล่มทลายขนาดไหน คุณก็รู้ ขนาดเพิ่มกำลังการผลิตถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกวันนี้สินค้าก็ยังไม่พอขายเลย"

 ซูหลิงพยายามกล่อมเขา

 "ไม่"

 ฉินฟ่านเอามืออุดหูไม่อยากฟัง 

 ซูหลิงยิ้มที่มุมปาก นึกว่าเธอไม่มีแผนสำรองหรือไง เธอวางกล่องกำมะหยี่สีแดงไว้ที่เบื้องหน้าสามสาว

 "วันนี้เป็นเพราะซูหลิงว้าวุ่นใจเรื่องครีมบำรุงตัวใหม่ เหตุเพราะนายแบบเล่นตัว ไม่ยอมไปถ่ายโฆษณาท่าเดียว จึงไม่ได้เตรียมของขวัญอันล้ำค่ามาคารวะพี่ ๆ ทั้งสาม นี่เป็นเพียงของเล็กน้อย ขอให้พี่ ๆ ทั้งสามโปรดยิ้มรับไว้"

 ซูหลิงมีเงินแถมยังมีมากอีกด้วย แถมยังกล้าใช้เงิน เพื่อให้บรรลุผลบางอย่าง ขนาดคนโบราณยังกล่าวว่า "มีเงินจ้างผีโม่แป้งได้"

 ทั้งสามสาวเปิดกล่องดู ข้างในบรรจุสร้อยเพชรเส้นงามไว้กล่องละเส้น อย่างน้อย ๆ มูลค่าของมัน เส้นหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่าเจ็ดแสนหยวน

 ทั้งสามสาวย่อมพึงพอใจต่อของสวย ๆ งาม ๆ ที่ดีต่อใจเช่นนี้ เหลียนฟ่งถึงกับทอดถอนใจ

 "น้องซูหลิงนี่ช่างเกรงอกเกรงใจซะจริง ๆ ความจริงแล้วพี่สาวก็คิดชวนน้องหลิง ไป อารามเจ้าแม่กวนอิมถือศีลกินเจ ศึกษาพระธรรมคำสอนหลีกเลี่ยงเรื่องวุ่นวายทางโลกด้วยกัน ที่อารามเจ้าแม่กวนอิมสักหนึ่งเดือน ถือโอกาสเสี่ยงเซียมซีขอโชคขอลาภ 

 ให้สินแสช่วยชี้แนะว่านายผู้เฒ่าบ้านเราควรละเว้นการฆ่าฟัน กามโลกีย์ หันมาถือศีลกินเจด้วยจะดีหรือไม่"

 เหลียนฟ่งย่อมมีไม้ตายจัดการกับฉินฟ่าน

 หางตาของฉินฟ่านถึงกับกระตุก เริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี กับนโยบายทางการเมืองการมุ้งของเหลียนฟ่ง ที่จู่ ๆ ก็มามุ่งเน้นทางศาสนาหน้าตาเฉย

 โยโย่กับอิ๋งอิ๋งอยู่ร่วมกับเหลียนฟ่งมาพักใหญ่ ย่อมคุ้นเคยกับนิสัยใจคอของเธอดี เห็นเหลียนฟ่งโยนมา โยโย่ก็รับลูกต่อทันที

 "หลังจากนั้น ให้พวกเรางูเจ้าถิ่นพาไปเที่ยวญี่ปุ่นสักสองสามเดือน เราจะพาซอกแซกทุกตรอกซอยถนนดัง ๆ 

 บาร์โฮสต์ที่นั่นงานดีมาก ๆ เลย มาสเตอร์ที่นั่นก็คุ้นเคยกันดี ไม่ต้องเสียเวลาจองคิวเหมือนกับคนอื่นเป็นสิบวัน 

 รับรองว่าพวกเขาจะเอาอกเอาใจเรา ตามใจเราทุกอย่าง ราวกับว่าเราเป็นเทพธิดา ไม่เหมือนกับใครบางคนที่แกล้งโง่แกล้งเซ่ออยู่แถว ๆ นี้"

 โยโย่พูดจบส่งซิกให้อิ๋งอิ๋งทันที 

 ฉินฟ่านหรี่ตามอง นี่พวกเธอกำลังรวมหัวกันก่อกบฏหรือไง บ้ากันไปใหญ่ แล้ว ถ้าหากวันไหนเขามีอารมณ์รักขึ้นมา แต่พวกเธอหนีไปลั้นลาคั่วหนุ่มบาร์โฮสต์กันหมด อยู่ที่ญี่ปุ่น แล้วเขาจะทำยังไง 

 "เอ๋ถ้าเราไปกันหมด แถมยังนานตั้งสองสามเดือน แล้วหนอนน้อยของพี่ฟ่านจะไม่เหี่ยวเฉาตายเหรอคะ"

 อิ๋งอิ๋งยิ้มพรายปิดประตูตอกฝาโลงทันที

 "โอเคกลัวพวกคุณแล้ว แค่ถ่ายโฆษณาเอง ทำเป็นเรื่องใหญ่ไปได้ อยากมีแฟนเป็นนายแบบมากใช่ไหม เดี๋ยวจัดให้"

 "ดีค่ะ งั้นไปกันเลยนะคะ"

 ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว พอเดินเข้าไปในสตูดิโอถ่ายทำ ก็ค่อยรู้สึกเย็นสบายขึ้นมาหน่อย ลู่เฟยฉีผู้กำกับ

โฆษณาน้ำหอมเมื่อคราวก่อน เดินยิ้มร่ามาหาเขา

 "สวัสดีครับคุณฉิน ผมดีใจจริง ๆ ที่ได้ร่วมงานกับคุณอีก"

 "สวัสดีครับผู้กำกับลู่ คราวนี้ถ้าผมแสดงได้ไม่ดี คงต้องให้คุณช่วยชี้แนะผมให้มาก ๆ ด้วยนะครับ"

 "ซูหลิงเธอนี่เป็นเสือปืนไวจริง ๆ ที่พาเขามาที่นี่จนได้ พอคลิปต่อสู้บนเรือ

แพร่ออกไป ก็เป็นที่สนใจของผู้คนจริง ๆ ถึงขนาดมีคนเก็บหนังสือโป๊ที่คุณฉินใช้แทนอาวุธสู้กับทวนสกัดคอหอย เปิดประมูลลงในเว็บไซต์ โดยใช้ชื่อว่า "เทพศาสตราวุธของฉินฟ่าน" มีคนปั่นราคาแย่งชิงกัน จบลงที่ราคาขายสูงถึงห้าหมื่นหยวน 

 แถมยังมีคนโพสต์ว่า "ฝอซานมียิปมัน 

 ซูโจวมีฉินฟ่าน" แต่ว่านะคุณฉิน ตอนนี้คุณกำลังเป็นที่สนใจของพวกชาวยุทธที่ฝีกวิชา อาจจะมีคนมาขอท้าประลองกับคุณก็ได้"

 "ผู้กำกับลู่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมสนใจแต่เงินทอง ไม่สนใจชื่อเสียง หากมีคนมาท้าประลองจริง ๆ ก็แกล้งแพ้ก็ได้นี่ สักพักคนก็ลืมผมแล้วครับ"

 "รุ่นพี่คะ เวลาเป็นเงินเป็นทอง เราเริ่มกันเลยดีไหมคะ ฉันอยากให้มีฉากร้องเพลงด้วยค่ะ เสร็จแล้วจะได้ถ่ายภาพนิ่ง"

 ซูหลิงตื่นเต้นราวกับเด็กน้อยอยากกินสายไหม แต่ฉินฟ่านพอได้ยินถึงกับเบิกตากว้าง โบกไม้โบกมือเป็นพพัลวัน

 "โน...โน...โน เรื่องเต้นยังพอว่า แต่จะให้ผมร้องเพลงนี่คงไม่ไหวหรอกครับ เสียงของผมยังกับเป็ดเทศ ผู้กำกับลู่ในสตอร์รี่บอร์ดก็ไม่เห็นมีร้องเพลงอะไรเลยนี่ครับ"

 ฉินฟ่านค้านหัวชนฝา

 "ที่รักคะ ผู้ชมมักชื่นชอบที่จะเสพความแปลกใหม่ หากคุณแสดงความสามารถในด้านนี้ออกมาได้ รับรองว่าโฆษณาชุดนี้จะต้องครองใจแฟน ๆ อย่างแน่นอน"

 "โธ่...หลิงหลิง ผมร้องเพลงเป็นซะที่ไหนกันเล่า นะ นะ"

 เขาออดอ้อนเธอด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสาร

 "ฉันเตรียมครูสอนร้องเพลงมาให้แล้วค่ะ แล้วก็ร้องแค่ท่อนฮุคนิด ๆ หน่อย ๆ เองค่ะ

ไม่ได้ให้ร้องทั้งเพลงซะหน่อย ฉันเชื่อในตัวคุณนะคะที่รัก ว่าคุณต้องทำได้"

 ซูหลิงพยายามกล่อมเขา

 "ก็ได้ครับ เป็นไงเป็นกัน แต่ถ้าไม่เวิร์คคุณห้ามโทษผมนะ คุณเชิญครูที่จะสอนมาได้เลยครับ"

 "เขามาตรงเวลาเป๊ะเลยค่ะ นั่นไงเดินมาแล้ว"

 ซูหลิงชี้ให้ดูตรงประตูทางเข้า

 ฉินฟ่านหันไปดูคุณครูที่จะมาสอนร้อง

เพลง เขาแทบจะหงายหลังตกเก้าอี้ เมื่อคนที่มาคือซีเหมินคัง

 "พี่คัง โอพระเจ้า นี่พวกคุณอำผมเล่นใช่ไหมเนี่ย"

 "พี่ฟ่านคงไม่รู้ ทุกวันนี้หากินฝืดเคือง ยิ่งมีลูกน้อยตัวเล็ก ๆ รายจ่ายก็ยิ่งเยอะ ไหนจะนมผง ไหนจะผ้าอ้อม งานอะไรพอรับได้ก็ต้องรับไว้ก่อนล่ะฮ่า แถมงานนี้ประธานซูใจป้ำจ่ายงามซะด้วย แต่พี่ฟ่านไม่ต้องเป็นห่วง เพราะผู้น้องจบปริญญาโทด้านการดนตรีมาฮ่ะ ตามผู้น้องมาในห้องได้เลยฮ่ะ"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 52 นิ้วชั่งทอง

    รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status