로그인อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวย
อาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวย
แต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดง
ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน
“เจ๊เหรอ”
หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง
“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”
“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”
“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”
“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”
เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ
…….
ก๊อก ๆ
เสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้น
เขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก็ยังส่งเสียงออกไป
“เชิญครับ”
“สวัสดีครับ ลุงเค่อ ผมมารบกวนรึเปล่าครับ”
ฉินฟ่านเปิดประตู ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว เขาเดินไปนั่งบนโซฟา แล้ววางกล่องเค้กลงบนโต๊ะโดยที่ไม่รอคำเชื้อเชิญ
“อ้าว เธอเองรึนี่ เชิญ ๆ รบกวนอะไรกัน นั่งดื่มน้ำชากันก่อน ลมอะไรถึงหอบเธอมาถึงที่นี่ได้ล่ะ”
“พอดีผมผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะซื้อขนมเค้กมาฝาก ขนมร้านนี้อร่อยมากเลยครับ”
“ขอบใจเธอมากนะ แต่วันหลังมาเยี่ยมแต่ตัวก็พอ ของฝ่งของฝากไม่ต้องหรอก”
ความจริงที่พูดมาทั้งหมดนี่เป็นข้ออ้างต่างหากที่จริงเขาคิดถึงมู่ปิงปิง ก็เลยอยากจะมาเห็นหน้าของเธอสักแวบหนึ่ง
“เอ่อ……เธอมาได้จังหวะพอดีเลย
เพื่อนฝูงของฉัน พอรู้ว่าเธอให้ยาเสาค้ำสมุทรมา พวกมันต่างพากันอิจฉา
จนแทบจะบีบคอฉันตาย โวยวายกันใหญ่เลยว่า ยังไงก็ต้องขอยาจากเธอ มาเผื่อแผ่ให้พวกมันบ้าง แหะ ๆ เธอยังพอมีให้พวกมันบ้างรึเปล่านะ คิดว่าช่วยชีวิตของฉันสักครั้งเถอะนะ”
สีหน้าท่าทางขอร้องแกมอ้อนวอนของ เค่อตงหยางช่างน่าขันสิ้นดี
ฉินฟ่านโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วพูดเสียงเบา ๆ ว่า
“คุณลุงครับ ยาอะไรที่ล้ำค่าที่สุด”
“ก็ต้องเป็นยาวิเศษสิ”
“ถูกต้องแล้วครับอย่าลืมว่ายาวิเศษไม่ใช่ผักกาดขาว
เสาค้ำสมุทรปรุงขึ้นจากตัวยาที่หายากยี่สิบหกชนิด เช่น ทั่งเช่าชั้นดีจากทิเบต โสมร้อยปี เห็ดหลินจือ แต่สมุนไพรต่อให้หายากหรือราคาแพงถ้ามีเงินมากพอ ก็ยังซื้อหามาได้
แต่สูตรยาของผมต้องใช้สมุนไพรบางตัวที่ไม่มีขายในท้องตลาด ผมถึงกับต้องถ่อสังขารรอนแรมเดินเท้าในป่าที่อู่อี๋ซานสามวันสามคืนเกือบถูกฝูงงูนับหมื่นรุมกัดทึ้ง จนเกือบต้องตายกลายเป็นผีเฝ้าป่า ถึงได้กล้วยไม้หยาดโลหิตที่เป็นสุดยอดกระสายยานี้มา
แล้วทีนี้ประสิทธิภาพของมัน คุณลุงก็ได้ลองใช้ดูแล้ว คิดว่าพอจะเรียกมันว่ายาวิเศษได้ไหมครับ”
“แน่นอน ๆ เป็นยาที่วิเศษมาก”
นี่เขาได้กินยาวิเศษจริง ๆ เหรอนี่ เอาแค่โสมร้อยปีก็หรูแล้ว แล้วอะไรนั่นอีก ใช่แล้ว…กล้วยไม้หยาดโลหิตที่หาให้เลือดตาแทบกระเด็นก็ไม่มีทางเจอ มันมีแต่ในป่าลึกแถมยังต้องเป็นผู้มีวาสนา จึงจะได้ครอบครองมัน ที่เขาได้กินมัน คงเป็นเพราะบรรพชนสร้างสมบุญกุศลมามากกระมัง
“ของดีย่อมมีน้อยของวิเศษยิ่งมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ผมให้ยานี้กับคุณลุง เพราะมิตรภาพของเราถ้าคุณลุงจะนำไปมอบให้เพื่อนผมก็ไม่ได้ว่าอะไร
แต่ถ้าวันหลังคุณลุงไม่มีใช้แล้ว ผมไม่มีให้อีก ภรรยาของคุณลุงจะไม่เคืองแย่เหรอครับ”
“โอ๊ะไม่แล้ว ๆ ลุงจะเก็บเอาไว้ใช้เองจะไม่แบ่งให้ใครโดยเด็ดขาดเป็นความผิดของลุงเอง ที่มีความคิดตื้นเขินไปหน่อย”
เค่อตงหยางถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก แทบจะตบหน้าของตัวเองแรง ๆ สักสามฉาด ตนเองได้ครอบครองยาวิเศษ ยังจะหน้าด้านมาแบมือขอเพิ่มราวกับมันเป็นยาแก้ไข้หวัดธรรมดา
“เอ่อยังไงก็ต้องขอบคุณเธออีกครั้ง
ที่มีน้ำใจคิดถึงลุง ว่าแต่เธอเจอเสี่ยวปิงรึยัง
พักนี้เธอยุ่งจนหัวหมุนเลย”
เค่อตงหยางรีบเปลี่ยนเรื่องคุย เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ
“ยังเลยครับผมแวะไปหาเธอที่ห้องทำงานก็ไม่เจอ”
“เฮ้อ…ช่วงนี้เธอคงต้องทำงานหนักหน่อยเป็นเพราะว่ามีไอ้บ้าโรคจิตคนหนึ่ง
แค่เดือนเดียวมันก่อคดีมาตั้งห้าหกครั้ง ชอบจับนมจับตูดสาว ๆ ที่สวนสาธารณะ พวกเราเองก็จับมันไม่ได้สักที ได้ยินเสี่ยวเตาบอกว่าคืนนี้หนึ่งทุ่ม เธอจะปลอมตัวเป็นเหยื่อล่อมันเอง”
“หา งั้นก็อันตรายสิครับ”
“ไม่ต้องเป็นห่วงให้มากนักหรอกเสี่ยวปิงได้คะแนนวิชาป้องกันตัวเป็นที่หนึ่งของรุ่นเลยนะ”
“แต่โจรสมัยนี้น่ากลัวจะตายไปครับ”
“อื้อแต่ทำยังไงได้ล่ะ ก็เธอเป็นตำรวจ
มีหน้าที่ต้องจับโจร”
ฉินฟ่านมองดูนาฬิกาตอนนี้หนึ่งทุ่มสิบห้านาทีแล้ว ถ้าวิ่งไปที่สวนคงใช้เวลาอีกสิบห้านาทีบ้าเอ๊ย คงต้องรีบหน่อยแล้วนมกับตูดนั่น มันเป็นสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียวชัด ๆ จะปล่อยให้คนอื่นมาลูบ ๆ คลำ ๆ เล่นตามอำเภอใจได้ยังไง
“เอ่อคุณลุง ผมจะรีบไปช่วยเสี่ยวปิง อีกแรง แล้วค่อยพบกันใหม่ครับ”
พูดจบ แทนที่จะเปิดประตูออกไป เขากลับพุ่งตัวกระโดดออกไปทางหน้าต่าง
“เฮ้ย!เดี๋ยวก่อนนี่มันชั้นสี่”
แต่สายไปเสียแล้ว ฉินฟ่านกระโดดออกไปแล้ว เค่อตงหยางร้องจนสียงหลง รีบวิ่งไปที่หน้าต่างอย่างร้อนรน
นี่เขาเป็นบ้าอะไร บันไดก็มี ลิฟท์ก็มีแต่กลับกระโดดจากหน้าต่างชั้นสี่ลงไป ชั้นสี่เชียวนะมีหวังไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต
เค่อตงหยางตะโกนออกไปด้วยความตกใจ
“เสี่ยวฟ่าน!”
เค่อตงหยางตะโกนเสียงดังลั่นสถานีตำรวจ จนลูกน้องพากันแตกตื่น แต่พอเขามองลงไปข้างล่างก็เห็นฉินฟ่านวิ่งออกไปราวกับไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย เขาขยี้ตาดูอีกครั้ง นี่เขาเป็นยอดมนุษย์รึไงกันนะ
เค่อตงหยางถอนใจเฮือกใหญ่ ยืนส่ายโงนเงนไปมา รู้สึกเหมือนความดันขึ้นสูงปรี๊ด แก่ลงอีกสิบปี
เขายกมือตบหน้าอกของตัวเองเบา ๆ สองสามทีราวกับกำลังปลอบขวัญของตัวเองอยู่นี่มันบ้าไปแล้วเจ้าเด็กบ้านั่นไม่กลัวตายบ้างเลยรึไง
ฉินฟ่านวิ่งเร็วซะยิ่งกว่านักวิ่งสี่ร้อยเมตรชายเดี่ยวเสียอีก เขาทะยานข้ามคูน้ำ กว้างสามเมตรตีลังกาข้ามรถเข็นที่ขายกิ๊ฟชอป แม้แต่สุนัขที่ตื่นตกใจเพราะเขา คิดวิ่งตามไปไล่กัด ก็ยังตามเขาไม่ทัน
ปิงปิงผมกำลังไปช่วยรออีกหน่อยเถอะนะ
ตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว แสงไฟก็สว่างเป็นหย่อม ๆ ไม่ได้การ ถ้าเสียเวลาหาแบบนี้ต้องแย่แน่ ๆ เขาเปิดโหมดเนตรอัคคีแบบซูมภาพขึ้นมาทันที
แต่แค่กวาดสายตาไปทางซ้าย ได้แค่สี่สิบวินาที เลือดกำเดาของเขาก็แทบสาดพุ่งออกมาภาพมู่ปิงปิงสวมเดรสสั้นสีแดงเปลือยไหล่ โชว์เรียวขาขาวถึงน่อง สะโพกผายได้รูปส่วนเว้าส่วนโค้งปรากฎแก่สายตา
โอ้…เมียจ๋าผัวมาแล้ว
“ปิงปิง!”
เขาคำรามเสียงดังลั่นจนผู้คนละแวกนั้นแตกตื่นตกใจกันเป็นแถว
ภาพปิงปิงใส่วิกผมยาวสลวยในชุดแดงที่สุดแสนจะเซ็กซี่นี่เทพธิดาชัด ๆ เขาต้องรีบไปถ่ายเซลฟี่คู่กับเธอให้ได้จะได้เก็บรูปไว้ใต้หมอน เผื่อจะนอนหลับฝันดี
ฉินฟ่านวิ่งตะบึงออกไปทันที พอเขายื่นมือใกล้จะแตะถึงตัวเธอ เขากำลังอ้าปากจะร้องเรียก
เวรกรรม! แมลงตัวน้อยดันบินเข้าไปในปากของเขา
“อื้อ อ่ะแค่ก ๆ”
มู่ปิงปิงเดินอ่อยไอ้โรคจิตแบทแมนมาครึ่งชั่วโมง จนรู้สึกเท้าระบมไปหมดแล้ว เพราะไม่เคยชินกับการใส่ส้นสูงขณะที่กำลังก่นด่าโคตรเง่าของแบทแมนอยู่ในใจ เธอก็ได้ยินเสียงผิดปกติจากด้านหลัง รู้สึกว่ามีคนกำลังพุ่งเข้ามาในระยะประชิด เธอจึงใช้ท่ายูโด โดยการหมุนตัวหันหลังไปทันที แล้วใช้มือขวาขยุ้มรวบอกเสื้อของคน ๆ นั้น แล้วกระชากดึงร่างนั้นจนเสียศูนย์ ให้เซเข้าหาตัวเธออย่างแรงเธอย่อเข่าเล็กน้อย แล้วสะบัดเท้าทุ่มร่างนั้นออกไปอย่างสวยงาม
ตุบบบ !
“โอ๊ย…”
ร่างของฉินฟ่านกระเด็นลอยไปฟาดพื้น อย่างแรง พวกเสี่ยวเตาถึงกับเบ๊ะปาก ราวกับเจ็บแทน
ก็ใช่ไง! นี่มันเป็นพื้นคอนกรีตเชียวนะไม่ใช่พื้นหญ้านุ่ม ๆ ด้วยสิคงจะเจ็บน่าดูเลยล่ะ
เธอยิ้มเยาะอย่างชอบใจในท่าทุ่ม ที่ได้จังหวะสวยงามแต่ พอเธอเห็นใบหน้า คนที่ลงไปนอนคลุกฝุ่นชัด ๆ
“ว้ายตายแล้ว เบบี๋ ทำไมถึงเป็นคุณล่ะ ฉันนึกว่าเป็นผู้ร้ายซะอีกเจ็บรึเปล่าคะ”
ฉินฟ่านนอนหมดสภาพหนุ่มหล่อมาดเท่อยู่บนพื้นคอนกรีต เธอรีบประคองเขาให้ลุกขึ้น
“เบบี๋ คุณมาทำอะไรที่นี่”
“ก็ผมเป็นห่วงคุณนี่นา ได้ยินว่าโจรมีฝีมือร้ายกาจ ก็เลยตามมาช่วย”
“ฉันกำลังทำงานยุ่ง ๆ อยู่ คุณรีบกลับบ้านไปเลย…ไป้”
หา….
เสี่ยวเตา เสี่ยวลี่ อาเฉียนทำตาโตอ้าปากหวอมองหน้ากัน ราวกับอยากถามว่าแกก็ได้ยินเหมือนกันใช่ไหม
นี่พวกเขาอยู่บ้านเดียวกันแล้วเหรอ แล้วที่เรียกเบบี๋นี่มันจะต้องใกล้ชิดสนิทแนบเนื้อกันถึงขนาดไหน ถึงได้เรียกหากันแบบนี้
นับแต่นั้นมาข่าวลือเรื่องนี้ก็เริ่มแพร่สะพัด ว่าเสือดาวเหล็กกลายเป็นลูกแมวน้อยไปซะแล้ว คนที่ยินดีกับข่าวนี้ที่สุดจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้า ก็คือเค่อตงหยาง
“ไม่อาว ผมจะเล่นตำรวจจับขโมยด้วย
น่าสนุกดีออก”
“อย่ามาดื้อกับฉันนะ ฉันมาทำงานไม่ได้มาเที่ยวเล่นจะไปไหนก็ไป!”
เธอตวาดแหววใส่เขาแบบลืมตัวราวกับภรรยาตัวน้อยกำลังยืนต่อว่าสามี ที่ไม่ยอมเชื่อฟัง
พวกลูกน้องยืนดูอยู่อย่างออกรสออกชาติ เหมือนดูละครภาคค่ำเรตติ้งกระฉูดที่คู่รักมีปากเสียงกันยังไงยังงั้นเลย
“ผมอุตส่าห์รีบวิ่งมาเพราะเป็นห่วงคุณไม่ทันไรก็จะไล่ผมไปแล้ว มันน่าน้อยใจชะมัด”
เขารำพึงรำพันตัดพ้อด้วยความน้อยใจแถมยังแกล้งทำท่าเช็ดน้ำตาป้อย ๆ
“ถ้าอยู่ที่นี่คุณจะช่วยอะไรฉันได้”
เขายิ้มระรื่นเห็นฟันขาวสวยทันที
“แล้วแต่คุณสั่งเลย ผมทำได้ทุกอย่าง”
มู่ปิงปิงเม้มปากครุ่นคิดในใจ เขาต่อยตีเก่ง แม้แต่เธอก็ยังไม่ใช่คู่มือของเขา ถ้าได้เขามาช่วยจับโจร จะต้องสำเร็จแน่ ๆ เธอเหล่ตามองเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ จนเขารู้สึกได้ แต่นึกไม่ออกว่ามันผิดปกติอะไรตรงไหนและเขาไม่มีทางรู้ว่า แผนการของเธอมันช่าง…
“ได้ แต่คุณต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉัน
เพราะว่าปฏิบัติการครั้งนี้ฉันเป็นหัวหน้าทีม”
“รับทราบ”
เขายิ้มแฉ่ง ยืนตัวตรงตะเบ๊ะ
ในห้องน้ำสวนสาธารณะ ถึงตอนนี้จะไม่มีคนมาใช้บริการ แต่ฉินฟ่านก็รู้สึกกระสับกระส่ายกลัวว่าจะมีคนมาเห็นเข้า จนต้องเดินวนไปเวียนมาราวกับหนูติดจั่น
“อยากกลับบ้านง่ะ”
เขากระตุกดึงชายเสื้อของเธอเบา ๆ ส่งเสียงอ้อนเหมือนเด็ก ๆ
“ไม่”
“ผมง่วงนอนแล้ว คุณครูสอนว่าอย่านอนดึก มันไม่ดีต่อสุขภาพ”
“แล้วคุณครูไม่เคยสอนรึไง ว่าเป็นลูกผู้ชายต้องรักษาวาจาสัตย์”
“น่านะ เสี่ยวปิง ให้ผมกลับเถอะนะ
แล้ววันหลังผมจะชดเชยให้ จะเป็นโจรล่าสวาท ฆาตกรโรคจิต โจรปล้นแบงก์คุณพูดมาคำเดียวผมจะจัดการให้เองแต่วันนี้ผมไม่สะดวกจริง ๆ”
“ไม่ โต ๆ กันแล้ว พูดกันดี ๆ ก็น่าจะรู้เรื่อง เสี่ยวลี่เธอเองก็เร่งมือให้มันเร็ว ๆ หน่อย”
มู่ปิงปิงปฏิเสธเสียงแข็ง
เขาเบะปากจะร้องไห้อีกครั้ง
“จะกลับบ้านง่ะ”
“นี่ อย่ามางอแงนะ เดี๋ยวเอาไม้เรียวฟาดให้ก้นลายซะเลยเมื่อกี้ฉันไล่คุณกลับ แต่เป็นคุณเองนะที่ไม่ยอมกลับ”
“เสร็จแล้วค่ะเจ๊ เป็นไงคะ”
“อื้ม เสี่ยวลี่เธอนี่ฝีมือดีจริง ๆ”
มู่ปิงปิงจับฉินฟ่านที่หน้าตาบอกบุญไม่รับหมุนซ้ายหมุนขวาสำรวจอย่างละเอียดแล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ เธอควักมือถือออกมา
แชะ แชะ แชะ
เธอถ่ายรูปเดี่ยวของเขาแถมเธอยังเข้าไปยืนประกบคู่กับเขา ชูสองนิ้วยิ้มร่าถ่ายเซลฟี่ด้วยกัน
แต่ในสภาพที่ผู้หญิงยิ้มแฉ่ง แต่ผู้ชายเบะปากเหมือนจะร้องไห้
“เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิเสี่ยวปิง คุณจะถ่ายรูปผมไปทำไมรีบลบออกเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“นี่คุณไม่อยากถ่ายรูปกับฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ พวกเรายังไม่เคยถ่ายรูปคู่กันเลยนะ”
เจอคำพูดนี้ของเธอเข้าไปจุกเลย! พูดไม่ออก
“เอ่อ...ไม่ใช่”
“งั้นก็ยิ้มหน่อยสิ รูปจะได้ออกมาดูดี
เอ้า….หนึ่งสองสาม กิมจิ”
แชะ!
แชะ!
แชะ!
เขาตั้งใจจะมาถ่ายเซลฟี่คู่กับเธอ ตอนที่เธอสวมเดรสสีแดง แต่ทำไมมันถึงได้กลับตาลปัดแบบนี้ล่ะกลายเป็นว่าเธอดันมาถ่ายเซลฟี่คู่กับเขา โดยที่เขาสวมเดรสสีแดง โอ๊ยอยากจะบ้าตาย
ตอนนี้เขาก็ยังคิดคำอธิบายดี ๆ ไม่ออกว่าทำไมถึงไม่อยากถ่ายรูปคู่กับเธอ
เขาเหมือนตกลงสู่กับดัก ถ้าวันหลังเธอเอารูปพวกนี้มาแบล็คเมล์เขา เขาไม่ต้องกลายเป็นทาสในเรือนเบี้ยของเธอเลยเหรอ
เธอเองก็แกล้งไม่สนใจเขา ทั้งลากทั้งผลักทั้งดันให้เขาเดินออกไปจากห้องน้ำ
อาเฉียนกำลังกัดขนมปังก้อนสุดท้าย ที่อุตส่าห์ซุกเก็บเอาไว้ ก็ต้องทำตาโตอ้าปากค้างเป็นรอบที่สองของวันนี้ จนขนมปังไส้ครีมสุดโปรดล่วงหล่นลงบนพื้น ส่วนเสี่ยวเตาเดินวนรอบตัวของฉินฟ่าน พลางทำเสียงจุ๊ จุ๊ จิ๊ จิ๊ แปลก ๆ
“โอ้โห แจ่มจริง ๆ น้องสาวคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคุณจะงามหยดย้อยได้ใจขนาดนี้”
อาเฉียนเห็นเข้ายังเคลิ้มเลย
วี๊ด วิ่ว
เสียงเสี่ยวเตาผิวปาก พลางกลั้นหัวเราะจนตัวโยกไปมา
ฉินฟ่านรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิด ๆ จนอยากจะเตะเสี่ยวเตาสักป๊าบ ตอนนี้เขา
ถูกมู่ปิงปิงเนรมิตให้เป็นสาวงามใส่วิกผมยาวสลวย แต่งหน้าทาปากติดขนตาปลอม ใส่รองเท้าส้นสูงสวมชุดเดรสสีแดง
แต่เพราะเขาสูงเกินไป เดรสชุดนี้จึงยิ่งดูสั้นพิกล เขาได้แต่เอามือพยายามดึง
เดรสสีแดงที่สั้นเต่อลงข้างล่างเพราะกลัวไข่แล่บ!
แผนการนี้เธอเพิ่งคิดได้สด ๆ ร้อน ๆ โดยให้ฉินฟ่านเป็นเหยื่อล่อ เธอสลับเสื้อผ้ากับเขา พอผลัดเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าของเขาเธอค่อยรู้สึกทะมัดทะแมงขึ้นมาหน่อย
“อืม! ยังขาดอะไรไปนะ”
เธอเดินวนรอบตัวเขา แล้วก็นึกขึ้นได้
“อาเฉียน”
“ครับเจ๊”
“ถุงเท้า”
“ได้เลยเจ๊”
อาเฉียนรีบถอดถุงเท้าออกมา แล้วยื่นให้กลิ่นหมักหมมของมัน บ่งบอกได้ถึงประวัติศาสตร์ตำนานกาลเวลาที่เนิ่นนาน ไม่เคยสัมผัสการซักล้าง
มู่ปิงปิง ๆ ม้วนมันเป็นก้อนกลม ๆ กำลังจะยัดเข้าไปที่หน้าอกของเขา แต่เขาเอามือปิดจมูก ถอยหลังกรูด
“เหม็นง่ะ”
“นี่ กลิ่นแค่นี้เองคุณก็ทนเอาหน่อยไม่ได้เหรอคะ”
“โธ่ ใช้อย่างอื่นไม่ได้เหรอ มันเหม็น”
ฮ่ะ ๆ
อาเฉียนกลับหัวเราะอย่างชอบใจ ราวกับภาคภูมิใจ ในกลิ่นถุงเท้าโอทอปของเขามาก
มู่ปิงปิงเข้าไปหาทิชชูในห้องน้ำ แต่กลับไม่มีเธอก้ม ๆ เงย ๆ มองหาเศษผ้ารอบห้องน้ำก็ไม่มีจนเธอเหลียวซ้ายแลขวามองไปมองมา สายตาก็หยุดอยู่ที่หน้าอกของเสี่ยวลี่ แล้วมู่ปิงปิงก็ยื่นมือออกไป
“เสี่ยวลี่”
แต่เสี่ยวลี่กลับส่ายหน้ารัว ๆ พร้อมกับเอามือปิดหน้าอก
“ของเจ๊ก็มี”
“ของฉันมันของจริงย่ะ”
“เสี่ยวลี่ ฉันรู้ว่าเธอลำบากใจ แต่ช่วยคิดซะว่า ทำเพื่อช่วยชาวบ้านเถอะนะ”
เสี่ยวลี่นิ่งไปอึดใจ แล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ นาทีต่อมาเธอก็ยื่นฟองน้ำเสริมอกให้มู่ปิงปิง ตอนนี้เธอก้มหน้างุดด้วยความอาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ อยู่ต่อหน้าหนุ่มรูปหล่อ ถ้าจะพูดถึงเรื่องน้อยใจ ก็คงน้อยใจที่แม่ให้เธอมาน้อยเกินไป
มู่ปิงปิงจับฟองน้ำยัดเข้าไป อกของ
ฉินฟ่านก็อึ๋มขึ้นทันตาเห็น เธอใช้มือเชยคางของเขา
“แหม สวยได้ใจจริง ๆ ฉันอยากให้คุณเข้าใจว่าเสี่ยวลี่เสียสละไปมากมายถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ว่ายังไงคืนนี้พวกเราต้องจับมันให้ได้
เอาล่ะ ฉันจะสรุปให้ฟัง คนร้ายชอบสวมชุดดำ ใส่หน้ากากแบทแมนสูงประมาณร้อยหกสิบ รูปร่างสันทัดกำยำ ไวเป็นปรอท
คุณต้องระวังมันให้ดี คราวก่อนมันเตะก้านคอเสี่ยวเตาทีเดียวจนสลบเหมือดเลย แต่คงต้องบอกว่า มันเป็นคนประเภทกึ่งธรรมะกึ่งอธรรม ตอนหลบหนีคราวก่อนมันเกือบวิ่งชนเด็กจนเด็กอาจจะบาดเจ็บ แต่มันกลับยอมบิดหมุนตัวไปอีกทางวิ่งชนเสาแทน จนหัวแตกเพื่อไม่ให้เด็กได้รับบาดเจ็บ ถ้าเป็นไปได้ คุณก็อย่าหนักมือกับมันให้มากนักเข้าใจไหมคะ”
ฉินฟ่านพยักหน้าเบา ๆ
“เอาล่ะ เพอร์เฟค ลุยเลย”
แต่ฉินฟ่านดึงแขนของเธอเอาไว้
“อะไรอีกคะ”
“ผมไม่ใช่ตำรวจสักหน่อย วาดหน้าเขียนคิ้วยอมเล่นงิ้วทั้งที คุณก็น่าจะมีรางวัลนิด ๆ หน่อย ๆ ปลอบใจให้ผมบ้างสิ”
เธอรู้ดีว่านิสัยอย่างเขา ต้องการอะไร
เธอเห็นพวกลูกน้องเดินล่วงหน้าไปไกลแล้ว
แบทแมนจะโผล่มาตอนไหนก็ไม่รู้เธอเลยจุ๊บหอมแก้มของเขาไปหนึ่งที
ลูกน้องของเธอหันมาจ๊ะเอ๋พอดี ถึงกับพากันยืนตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นภาพอุจาดตาเอ๊ย! ฉากเลิฟซีน ที่สุดแสนโรแมนติกนี้
“โน โน โน แมงปอแตะผิวน้ำแบบนี้ ผมจะถือว่าเป็นแค่มัดจำเสร็จงานคุณต้องจ่ายทั้งต้นทั้งดอก”
พูดจบฉินฟ่านก็เดินตุปัดตุเป๋ออกไป
“เดี๋ยวก่อนทำไมคุณเดินเป็นเป็ดแบบนั้นล่ะ”
“โธ่…นี่แม่คุณผมเป็นผู้ชายนะ เคยใส่รองเท้าส้นสูงซะที่ไหนกันล่ะ แถมยังไซส์เล็กด้วย”
“เออ จริงด้วย งั้นเบบี๋ช่วยเดินเท้าเปล่าได้ไหมมืด ๆ แบบนี้ เจ้าแบทแมนคงไม่ทันสังเกตเห็นหรอก”
ฉินฟ่านเดินเท้าเปล่าไปช้า ๆ ส่วนทีมของมู่ปิงปิงติดตามไปห่าง ๆ
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง
“สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ
ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ







