Share

บทที่ 47 มิสไชน่า

last update Last Updated: 2026-02-17 07:00:27

อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวย

 อาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวย

 แต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดง

ที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน

“เจ๊เหรอ”

 หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง

“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”

“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”

“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”

“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”

เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ

…….

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้น

เขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก็ยังส่งเสียงออกไป

 “เชิญครับ”

 “สวัสดีครับ ลุงเค่อ ผมมารบกวนรึเปล่าครับ”

ฉินฟ่านเปิดประตู ยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาว เขาเดินไปนั่งบนโซฟา แล้ววางกล่องเค้กลงบนโต๊ะโดยที่ไม่รอคำเชื้อเชิญ

 “อ้าว เธอเองรึนี่ เชิญ ๆ รบกวนอะไรกัน นั่งดื่มน้ำชากันก่อน ลมอะไรถึงหอบเธอมาถึงที่นี่ได้ล่ะ”

 “พอดีผมผ่านมาแถวนี้ก็เลยแวะซื้อขนมเค้กมาฝาก ขนมร้านนี้อร่อยมากเลยครับ”

 “ขอบใจเธอมากนะ แต่วันหลังมาเยี่ยมแต่ตัวก็พอ ของฝ่งของฝากไม่ต้องหรอก”

 ความจริงที่พูดมาทั้งหมดนี่เป็นข้ออ้างต่างหากที่จริงเขาคิดถึงมู่ปิงปิง ก็เลยอยากจะมาเห็นหน้าของเธอสักแวบหนึ่ง

 “เอ่อ……เธอมาได้จังหวะพอดีเลย

เพื่อนฝูงของฉัน พอรู้ว่าเธอให้ยาเสาค้ำสมุทรมา พวกมันต่างพากันอิจฉา

จนแทบจะบีบคอฉันตาย โวยวายกันใหญ่เลยว่า ยังไงก็ต้องขอยาจากเธอ มาเผื่อแผ่ให้พวกมันบ้าง แหะ ๆ เธอยังพอมีให้พวกมันบ้างรึเปล่านะ คิดว่าช่วยชีวิตของฉันสักครั้งเถอะนะ”

สีหน้าท่าทางขอร้องแกมอ้อนวอนของ เค่อตงหยางช่างน่าขันสิ้นดี

 ฉินฟ่านโน้มหน้าเข้าไปใกล้ ๆ แล้วพูดเสียงเบา ๆ ว่า

 “คุณลุงครับ ยาอะไรที่ล้ำค่าที่สุด”

 “ก็ต้องเป็นยาวิเศษสิ”

 “ถูกต้องแล้วครับอย่าลืมว่ายาวิเศษไม่ใช่ผักกาดขาว

เสาค้ำสมุทรปรุงขึ้นจากตัวยาที่หายากยี่สิบหกชนิด เช่น ทั่งเช่าชั้นดีจากทิเบต โสมร้อยปี เห็ดหลินจือ แต่สมุนไพรต่อให้หายากหรือราคาแพงถ้ามีเงินมากพอ ก็ยังซื้อหามาได้

 แต่สูตรยาของผมต้องใช้สมุนไพรบางตัวที่ไม่มีขายในท้องตลาด ผมถึงกับต้องถ่อสังขารรอนแรมเดินเท้าในป่าที่อู่อี๋ซานสามวันสามคืนเกือบถูกฝูงงูนับหมื่นรุมกัดทึ้ง จนเกือบต้องตายกลายเป็นผีเฝ้าป่า ถึงได้กล้วยไม้หยาดโลหิตที่เป็นสุดยอดกระสายยานี้มา

 แล้วทีนี้ประสิทธิภาพของมัน คุณลุงก็ได้ลองใช้ดูแล้ว คิดว่าพอจะเรียกมันว่ายาวิเศษได้ไหมครับ”

 “แน่นอน ๆ เป็นยาที่วิเศษมาก”

นี่เขาได้กินยาวิเศษจริง ๆ เหรอนี่ เอาแค่โสมร้อยปีก็หรูแล้ว แล้วอะไรนั่นอีก ใช่แล้ว…กล้วยไม้หยาดโลหิตที่หาให้เลือดตาแทบกระเด็นก็ไม่มีทางเจอ มันมีแต่ในป่าลึกแถมยังต้องเป็นผู้มีวาสนา จึงจะได้ครอบครองมัน ที่เขาได้กินมัน คงเป็นเพราะบรรพชนสร้างสมบุญกุศลมามากกระมัง

“ของดีย่อมมีน้อยของวิเศษยิ่งมีน้อยยิ่งกว่าน้อย ผมให้ยานี้กับคุณลุง เพราะมิตรภาพของเราถ้าคุณลุงจะนำไปมอบให้เพื่อนผมก็ไม่ได้ว่าอะไร

 แต่ถ้าวันหลังคุณลุงไม่มีใช้แล้ว ผมไม่มีให้อีก ภรรยาของคุณลุงจะไม่เคืองแย่เหรอครับ”

 “โอ๊ะไม่แล้ว ๆ ลุงจะเก็บเอาไว้ใช้เองจะไม่แบ่งให้ใครโดยเด็ดขาดเป็นความผิดของลุงเอง ที่มีความคิดตื้นเขินไปหน่อย”

 เค่อตงหยางถึงกับเหงื่อแตกพลั่ก แทบจะตบหน้าของตัวเองแรง ๆ สักสามฉาด ตนเองได้ครอบครองยาวิเศษ ยังจะหน้าด้านมาแบมือขอเพิ่มราวกับมันเป็นยาแก้ไข้หวัดธรรมดา

 “เอ่อยังไงก็ต้องขอบคุณเธออีกครั้ง

ที่มีน้ำใจคิดถึงลุง ว่าแต่เธอเจอเสี่ยวปิงรึยัง

พักนี้เธอยุ่งจนหัวหมุนเลย”

เค่อตงหยางรีบเปลี่ยนเรื่องคุย เพื่อไม่ให้เสียบรรยากาศ

 “ยังเลยครับผมแวะไปหาเธอที่ห้องทำงานก็ไม่เจอ”

 “เฮ้อ…ช่วงนี้เธอคงต้องทำงานหนักหน่อยเป็นเพราะว่ามีไอ้บ้าโรคจิตคนหนึ่ง

แค่เดือนเดียวมันก่อคดีมาตั้งห้าหกครั้ง ชอบจับนมจับตูดสาว ๆ ที่สวนสาธารณะ พวกเราเองก็จับมันไม่ได้สักที ได้ยินเสี่ยวเตาบอกว่าคืนนี้หนึ่งทุ่ม เธอจะปลอมตัวเป็นเหยื่อล่อมันเอง”

“หา งั้นก็อันตรายสิครับ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงให้มากนักหรอกเสี่ยวปิงได้คะแนนวิชาป้องกันตัวเป็นที่หนึ่งของรุ่นเลยนะ”

 “แต่โจรสมัยนี้น่ากลัวจะตายไปครับ”

“อื้อแต่ทำยังไงได้ล่ะ ก็เธอเป็นตำรวจ

มีหน้าที่ต้องจับโจร”

 ฉินฟ่านมองดูนาฬิกาตอนนี้หนึ่งทุ่มสิบห้านาทีแล้ว ถ้าวิ่งไปที่สวนคงใช้เวลาอีกสิบห้านาทีบ้าเอ๊ย คงต้องรีบหน่อยแล้วนมกับตูดนั่น มันเป็นสิทธิ์ของเขาแต่เพียงผู้เดียวชัด ๆ จะปล่อยให้คนอื่นมาลูบ ๆ คลำ ๆ เล่นตามอำเภอใจได้ยังไง

“เอ่อคุณลุง ผมจะรีบไปช่วยเสี่ยวปิง อีกแรง แล้วค่อยพบกันใหม่ครับ”

 พูดจบ แทนที่จะเปิดประตูออกไป เขากลับพุ่งตัวกระโดดออกไปทางหน้าต่าง

“เฮ้ย!เดี๋ยวก่อนนี่มันชั้นสี่”

 แต่สายไปเสียแล้ว ฉินฟ่านกระโดดออกไปแล้ว เค่อตงหยางร้องจนสียงหลง รีบวิ่งไปที่หน้าต่างอย่างร้อนรน

นี่เขาเป็นบ้าอะไร บันไดก็มี ลิฟท์ก็มีแต่กลับกระโดดจากหน้าต่างชั้นสี่ลงไป ชั้นสี่เชียวนะมีหวังไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต

เค่อตงหยางตะโกนออกไปด้วยความตกใจ

 “เสี่ยวฟ่าน!”

 เค่อตงหยางตะโกนเสียงดังลั่นสถานีตำรวจ จนลูกน้องพากันแตกตื่น แต่พอเขามองลงไปข้างล่างก็เห็นฉินฟ่านวิ่งออกไปราวกับไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเลย เขาขยี้ตาดูอีกครั้ง นี่เขาเป็นยอดมนุษย์รึไงกันนะ

เค่อตงหยางถอนใจเฮือกใหญ่ ยืนส่ายโงนเงนไปมา รู้สึกเหมือนความดันขึ้นสูงปรี๊ด แก่ลงอีกสิบปี

เขายกมือตบหน้าอกของตัวเองเบา ๆ สองสามทีราวกับกำลังปลอบขวัญของตัวเองอยู่นี่มันบ้าไปแล้วเจ้าเด็กบ้านั่นไม่กลัวตายบ้างเลยรึไง

ฉินฟ่านวิ่งเร็วซะยิ่งกว่านักวิ่งสี่ร้อยเมตรชายเดี่ยวเสียอีก เขาทะยานข้ามคูน้ำ กว้างสามเมตรตีลังกาข้ามรถเข็นที่ขายกิ๊ฟชอป แม้แต่สุนัขที่ตื่นตกใจเพราะเขา คิดวิ่งตามไปไล่กัด ก็ยังตามเขาไม่ทัน

 ปิงปิงผมกำลังไปช่วยรออีกหน่อยเถอะนะ

 ตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว แสงไฟก็สว่างเป็นหย่อม ๆ ไม่ได้การ ถ้าเสียเวลาหาแบบนี้ต้องแย่แน่ ๆ เขาเปิดโหมดเนตรอัคคีแบบซูมภาพขึ้นมาทันที

แต่แค่กวาดสายตาไปทางซ้าย ได้แค่สี่สิบวินาที เลือดกำเดาของเขาก็แทบสาดพุ่งออกมาภาพมู่ปิงปิงสวมเดรสสั้นสีแดงเปลือยไหล่ โชว์เรียวขาขาวถึงน่อง สะโพกผายได้รูปส่วนเว้าส่วนโค้งปรากฎแก่สายตา

 โอ้…เมียจ๋าผัวมาแล้ว

 “ปิงปิง!”

 เขาคำรามเสียงดังลั่นจนผู้คนละแวกนั้นแตกตื่นตกใจกันเป็นแถว

 ภาพปิงปิงใส่วิกผมยาวสลวยในชุดแดงที่สุดแสนจะเซ็กซี่นี่เทพธิดาชัด ๆ เขาต้องรีบไปถ่ายเซลฟี่คู่กับเธอให้ได้จะได้เก็บรูปไว้ใต้หมอน เผื่อจะนอนหลับฝันดี

 ฉินฟ่านวิ่งตะบึงออกไปทันที พอเขายื่นมือใกล้จะแตะถึงตัวเธอ เขากำลังอ้าปากจะร้องเรียก

 เวรกรรม! แมลงตัวน้อยดันบินเข้าไปในปากของเขา

 “อื้อ อ่ะแค่ก ๆ”

 มู่ปิงปิงเดินอ่อยไอ้โรคจิตแบทแมนมาครึ่งชั่วโมง จนรู้สึกเท้าระบมไปหมดแล้ว เพราะไม่เคยชินกับการใส่ส้นสูงขณะที่กำลังก่นด่าโคตรเง่าของแบทแมนอยู่ในใจ เธอก็ได้ยินเสียงผิดปกติจากด้านหลัง รู้สึกว่ามีคนกำลังพุ่งเข้ามาในระยะประชิด เธอจึงใช้ท่ายูโด โดยการหมุนตัวหันหลังไปทันที แล้วใช้มือขวาขยุ้มรวบอกเสื้อของคน ๆ นั้น แล้วกระชากดึงร่างนั้นจนเสียศูนย์ ให้เซเข้าหาตัวเธออย่างแรงเธอย่อเข่าเล็กน้อย แล้วสะบัดเท้าทุ่มร่างนั้นออกไปอย่างสวยงาม

ตุบบบ !

“โอ๊ย…”

ร่างของฉินฟ่านกระเด็นลอยไปฟาดพื้น อย่างแรง พวกเสี่ยวเตาถึงกับเบ๊ะปาก ราวกับเจ็บแทน

ก็ใช่ไง! นี่มันเป็นพื้นคอนกรีตเชียวนะไม่ใช่พื้นหญ้านุ่ม ๆ ด้วยสิคงจะเจ็บน่าดูเลยล่ะ

เธอยิ้มเยาะอย่างชอบใจในท่าทุ่ม ที่ได้จังหวะสวยงามแต่ พอเธอเห็นใบหน้า คนที่ลงไปนอนคลุกฝุ่นชัด ๆ

 “ว้ายตายแล้ว เบบี๋ ทำไมถึงเป็นคุณล่ะ ฉันนึกว่าเป็นผู้ร้ายซะอีกเจ็บรึเปล่าคะ”

 ฉินฟ่านนอนหมดสภาพหนุ่มหล่อมาดเท่อยู่บนพื้นคอนกรีต เธอรีบประคองเขาให้ลุกขึ้น

 “เบบี๋ คุณมาทำอะไรที่นี่”

 “ก็ผมเป็นห่วงคุณนี่นา ได้ยินว่าโจรมีฝีมือร้ายกาจ ก็เลยตามมาช่วย”

“ฉันกำลังทำงานยุ่ง ๆ อยู่ คุณรีบกลับบ้านไปเลย…ไป้”

 หา….

เสี่ยวเตา เสี่ยวลี่ อาเฉียนทำตาโตอ้าปากหวอมองหน้ากัน ราวกับอยากถามว่าแกก็ได้ยินเหมือนกันใช่ไหม

นี่พวกเขาอยู่บ้านเดียวกันแล้วเหรอ แล้วที่เรียกเบบี๋นี่มันจะต้องใกล้ชิดสนิทแนบเนื้อกันถึงขนาดไหน ถึงได้เรียกหากันแบบนี้

นับแต่นั้นมาข่าวลือเรื่องนี้ก็เริ่มแพร่สะพัด ว่าเสือดาวเหล็กกลายเป็นลูกแมวน้อยไปซะแล้ว คนที่ยินดีกับข่าวนี้ที่สุดจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้า ก็คือเค่อตงหยาง

 “ไม่อาว ผมจะเล่นตำรวจจับขโมยด้วย

น่าสนุกดีออก”

 “อย่ามาดื้อกับฉันนะ ฉันมาทำงานไม่ได้มาเที่ยวเล่นจะไปไหนก็ไป!”

เธอตวาดแหววใส่เขาแบบลืมตัวราวกับภรรยาตัวน้อยกำลังยืนต่อว่าสามี ที่ไม่ยอมเชื่อฟัง

 พวกลูกน้องยืนดูอยู่อย่างออกรสออกชาติ เหมือนดูละครภาคค่ำเรตติ้งกระฉูดที่คู่รักมีปากเสียงกันยังไงยังงั้นเลย

 “ผมอุตส่าห์รีบวิ่งมาเพราะเป็นห่วงคุณไม่ทันไรก็จะไล่ผมไปแล้ว มันน่าน้อยใจชะมัด”

เขารำพึงรำพันตัดพ้อด้วยความน้อยใจแถมยังแกล้งทำท่าเช็ดน้ำตาป้อย ๆ

 “ถ้าอยู่ที่นี่คุณจะช่วยอะไรฉันได้”

เขายิ้มระรื่นเห็นฟันขาวสวยทันที

 “แล้วแต่คุณสั่งเลย ผมทำได้ทุกอย่าง”

มู่ปิงปิงเม้มปากครุ่นคิดในใจ เขาต่อยตีเก่ง แม้แต่เธอก็ยังไม่ใช่คู่มือของเขา ถ้าได้เขามาช่วยจับโจร จะต้องสำเร็จแน่ ๆ เธอเหล่ตามองเขาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ จนเขารู้สึกได้ แต่นึกไม่ออกว่ามันผิดปกติอะไรตรงไหนและเขาไม่มีทางรู้ว่า แผนการของเธอมันช่าง…

 “ได้ แต่คุณต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉัน

เพราะว่าปฏิบัติการครั้งนี้ฉันเป็นหัวหน้าทีม”

 “รับทราบ”

เขายิ้มแฉ่ง ยืนตัวตรงตะเบ๊ะ

ในห้องน้ำสวนสาธารณะ ถึงตอนนี้จะไม่มีคนมาใช้บริการ แต่ฉินฟ่านก็รู้สึกกระสับกระส่ายกลัวว่าจะมีคนมาเห็นเข้า จนต้องเดินวนไปเวียนมาราวกับหนูติดจั่น

 “อยากกลับบ้านง่ะ”

 เขากระตุกดึงชายเสื้อของเธอเบา ๆ ส่งเสียงอ้อนเหมือนเด็ก ๆ

 “ไม่”

 “ผมง่วงนอนแล้ว คุณครูสอนว่าอย่านอนดึก มันไม่ดีต่อสุขภาพ”

“แล้วคุณครูไม่เคยสอนรึไง ว่าเป็นลูกผู้ชายต้องรักษาวาจาสัตย์”

“น่านะ เสี่ยวปิง ให้ผมกลับเถอะนะ

แล้ววันหลังผมจะชดเชยให้ จะเป็นโจรล่าสวาท ฆาตกรโรคจิต โจรปล้นแบงก์คุณพูดมาคำเดียวผมจะจัดการให้เองแต่วันนี้ผมไม่สะดวกจริง ๆ”

 “ไม่ โต ๆ กันแล้ว พูดกันดี ๆ ก็น่าจะรู้เรื่อง เสี่ยวลี่เธอเองก็เร่งมือให้มันเร็ว ๆ หน่อย”

 มู่ปิงปิงปฏิเสธเสียงแข็ง

 เขาเบะปากจะร้องไห้อีกครั้ง

“จะกลับบ้านง่ะ”

 “นี่ อย่ามางอแงนะ เดี๋ยวเอาไม้เรียวฟาดให้ก้นลายซะเลยเมื่อกี้ฉันไล่คุณกลับ แต่เป็นคุณเองนะที่ไม่ยอมกลับ”

“เสร็จแล้วค่ะเจ๊ เป็นไงคะ”

 “อื้ม เสี่ยวลี่เธอนี่ฝีมือดีจริง ๆ”

 มู่ปิงปิงจับฉินฟ่านที่หน้าตาบอกบุญไม่รับหมุนซ้ายหมุนขวาสำรวจอย่างละเอียดแล้วพยักหน้าด้วยความพอใจ เธอควักมือถือออกมา

 แชะ แชะ แชะ

 เธอถ่ายรูปเดี่ยวของเขาแถมเธอยังเข้าไปยืนประกบคู่กับเขา ชูสองนิ้วยิ้มร่าถ่ายเซลฟี่ด้วยกัน

แต่ในสภาพที่ผู้หญิงยิ้มแฉ่ง แต่ผู้ชายเบะปากเหมือนจะร้องไห้

 “เฮ้ย เดี๋ยวก่อนสิเสี่ยวปิง คุณจะถ่ายรูปผมไปทำไมรีบลบออกเดี๋ยวนี้เลยนะ”

 “นี่คุณไม่อยากถ่ายรูปกับฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ พวกเรายังไม่เคยถ่ายรูปคู่กันเลยนะ”

เจอคำพูดนี้ของเธอเข้าไปจุกเลย! พูดไม่ออก

“เอ่อ...ไม่ใช่”

“งั้นก็ยิ้มหน่อยสิ รูปจะได้ออกมาดูดี

เอ้า….หนึ่งสองสาม กิมจิ”

 แชะ!

 แชะ!

 แชะ!

เขาตั้งใจจะมาถ่ายเซลฟี่คู่กับเธอ ตอนที่เธอสวมเดรสสีแดง แต่ทำไมมันถึงได้กลับตาลปัดแบบนี้ล่ะกลายเป็นว่าเธอดันมาถ่ายเซลฟี่คู่กับเขา โดยที่เขาสวมเดรสสีแดง โอ๊ยอยากจะบ้าตาย

 ตอนนี้เขาก็ยังคิดคำอธิบายดี ๆ ไม่ออกว่าทำไมถึงไม่อยากถ่ายรูปคู่กับเธอ

เขาเหมือนตกลงสู่กับดัก ถ้าวันหลังเธอเอารูปพวกนี้มาแบล็คเมล์เขา เขาไม่ต้องกลายเป็นทาสในเรือนเบี้ยของเธอเลยเหรอ

 เธอเองก็แกล้งไม่สนใจเขา ทั้งลากทั้งผลักทั้งดันให้เขาเดินออกไปจากห้องน้ำ

 อาเฉียนกำลังกัดขนมปังก้อนสุดท้าย ที่อุตส่าห์ซุกเก็บเอาไว้ ก็ต้องทำตาโตอ้าปากค้างเป็นรอบที่สองของวันนี้ จนขนมปังไส้ครีมสุดโปรดล่วงหล่นลงบนพื้น ส่วนเสี่ยวเตาเดินวนรอบตัวของฉินฟ่าน พลางทำเสียงจุ๊ จุ๊ จิ๊ จิ๊ แปลก ๆ

 “โอ้โห แจ่มจริง ๆ น้องสาวคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคุณจะงามหยดย้อยได้ใจขนาดนี้”

อาเฉียนเห็นเข้ายังเคลิ้มเลย

วี๊ด วิ่ว

เสียงเสี่ยวเตาผิวปาก พลางกลั้นหัวเราะจนตัวโยกไปมา

ฉินฟ่านรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตงิด ๆ จนอยากจะเตะเสี่ยวเตาสักป๊าบ ตอนนี้เขา

ถูกมู่ปิงปิงเนรมิตให้เป็นสาวงามใส่วิกผมยาวสลวย แต่งหน้าทาปากติดขนตาปลอม ใส่รองเท้าส้นสูงสวมชุดเดรสสีแดง

แต่เพราะเขาสูงเกินไป เดรสชุดนี้จึงยิ่งดูสั้นพิกล เขาได้แต่เอามือพยายามดึง

เดรสสีแดงที่สั้นเต่อลงข้างล่างเพราะกลัวไข่แล่บ!

แผนการนี้เธอเพิ่งคิดได้สด ๆ ร้อน ๆ โดยให้ฉินฟ่านเป็นเหยื่อล่อ เธอสลับเสื้อผ้ากับเขา พอผลัดเปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าของเขาเธอค่อยรู้สึกทะมัดทะแมงขึ้นมาหน่อย

“อืม! ยังขาดอะไรไปนะ”

 เธอเดินวนรอบตัวเขา แล้วก็นึกขึ้นได้

“อาเฉียน”

“ครับเจ๊”

“ถุงเท้า”

“ได้เลยเจ๊”

 อาเฉียนรีบถอดถุงเท้าออกมา แล้วยื่นให้กลิ่นหมักหมมของมัน บ่งบอกได้ถึงประวัติศาสตร์ตำนานกาลเวลาที่เนิ่นนาน ไม่เคยสัมผัสการซักล้าง

มู่ปิงปิง ๆ ม้วนมันเป็นก้อนกลม ๆ กำลังจะยัดเข้าไปที่หน้าอกของเขา แต่เขาเอามือปิดจมูก ถอยหลังกรูด

“เหม็นง่ะ”

“นี่ กลิ่นแค่นี้เองคุณก็ทนเอาหน่อยไม่ได้เหรอคะ”

“โธ่ ใช้อย่างอื่นไม่ได้เหรอ มันเหม็น”

 ฮ่ะ ๆ

 อาเฉียนกลับหัวเราะอย่างชอบใจ ราวกับภาคภูมิใจ ในกลิ่นถุงเท้าโอทอปของเขามาก

 มู่ปิงปิงเข้าไปหาทิชชูในห้องน้ำ แต่กลับไม่มีเธอก้ม ๆ เงย ๆ มองหาเศษผ้ารอบห้องน้ำก็ไม่มีจนเธอเหลียวซ้ายแลขวามองไปมองมา สายตาก็หยุดอยู่ที่หน้าอกของเสี่ยวลี่ แล้วมู่ปิงปิงก็ยื่นมือออกไป

“เสี่ยวลี่”

 แต่เสี่ยวลี่กลับส่ายหน้ารัว ๆ พร้อมกับเอามือปิดหน้าอก

“ของเจ๊ก็มี”

“ของฉันมันของจริงย่ะ”

“เสี่ยวลี่ ฉันรู้ว่าเธอลำบากใจ แต่ช่วยคิดซะว่า ทำเพื่อช่วยชาวบ้านเถอะนะ”

เสี่ยวลี่นิ่งไปอึดใจ แล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำ นาทีต่อมาเธอก็ยื่นฟองน้ำเสริมอกให้มู่ปิงปิง ตอนนี้เธอก้มหน้างุดด้วยความอาย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้ อยู่ต่อหน้าหนุ่มรูปหล่อ ถ้าจะพูดถึงเรื่องน้อยใจ ก็คงน้อยใจที่แม่ให้เธอมาน้อยเกินไป

 มู่ปิงปิงจับฟองน้ำยัดเข้าไป อกของ

ฉินฟ่านก็อึ๋มขึ้นทันตาเห็น เธอใช้มือเชยคางของเขา

 “แหม สวยได้ใจจริง ๆ ฉันอยากให้คุณเข้าใจว่าเสี่ยวลี่เสียสละไปมากมายถึงขนาดนี้แล้ว ไม่ว่ายังไงคืนนี้พวกเราต้องจับมันให้ได้

เอาล่ะ ฉันจะสรุปให้ฟัง คนร้ายชอบสวมชุดดำ ใส่หน้ากากแบทแมนสูงประมาณร้อยหกสิบ รูปร่างสันทัดกำยำ ไวเป็นปรอท

 คุณต้องระวังมันให้ดี คราวก่อนมันเตะก้านคอเสี่ยวเตาทีเดียวจนสลบเหมือดเลย แต่คงต้องบอกว่า มันเป็นคนประเภทกึ่งธรรมะกึ่งอธรรม ตอนหลบหนีคราวก่อนมันเกือบวิ่งชนเด็กจนเด็กอาจจะบาดเจ็บ แต่มันกลับยอมบิดหมุนตัวไปอีกทางวิ่งชนเสาแทน จนหัวแตกเพื่อไม่ให้เด็กได้รับบาดเจ็บ ถ้าเป็นไปได้ คุณก็อย่าหนักมือกับมันให้มากนักเข้าใจไหมคะ”

 ฉินฟ่านพยักหน้าเบา ๆ

“เอาล่ะ เพอร์เฟค ลุยเลย”

 แต่ฉินฟ่านดึงแขนของเธอเอาไว้

 “อะไรอีกคะ”

 “ผมไม่ใช่ตำรวจสักหน่อย วาดหน้าเขียนคิ้วยอมเล่นงิ้วทั้งที คุณก็น่าจะมีรางวัลนิด ๆ หน่อย ๆ ปลอบใจให้ผมบ้างสิ”

 เธอรู้ดีว่านิสัยอย่างเขา ต้องการอะไร

เธอเห็นพวกลูกน้องเดินล่วงหน้าไปไกลแล้ว

แบทแมนจะโผล่มาตอนไหนก็ไม่รู้เธอเลยจุ๊บหอมแก้มของเขาไปหนึ่งที

 ลูกน้องของเธอหันมาจ๊ะเอ๋พอดี ถึงกับพากันยืนตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นภาพอุจาดตาเอ๊ย! ฉากเลิฟซีน ที่สุดแสนโรแมนติกนี้

 “โน โน โน แมงปอแตะผิวน้ำแบบนี้ ผมจะถือว่าเป็นแค่มัดจำเสร็จงานคุณต้องจ่ายทั้งต้นทั้งดอก”

 พูดจบฉินฟ่านก็เดินตุปัดตุเป๋ออกไป

 “เดี๋ยวก่อนทำไมคุณเดินเป็นเป็ดแบบนั้นล่ะ”

 “โธ่…นี่แม่คุณผมเป็นผู้ชายนะ เคยใส่รองเท้าส้นสูงซะที่ไหนกันล่ะ แถมยังไซส์เล็กด้วย”

 “เออ จริงด้วย งั้นเบบี๋ช่วยเดินเท้าเปล่าได้ไหมมืด ๆ แบบนี้ เจ้าแบทแมนคงไม่ทันสังเกตเห็นหรอก”

ฉินฟ่านเดินเท้าเปล่าไปช้า ๆ ส่วนทีมของมู่ปิงปิงติดตามไปห่าง ๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 46 ฟินสุดๆ

    เวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวงจันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คนทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงานแต่งงานนั้นคงต้องรออีกสามสี่เดือนเพื่อให้ม่านลี่ถีเรียนจบมหาวิทยาลัยซะก่อนในขณะที่ทั้งสองเดินเกี่ยวก้อย ชมแสงจันทร์มาถึงมุมสวนที่ห่างไกลจากผู้คน ในหัวของเจียงเซิงเต็มไปด้วยแผนการ ที่คิดจะเอารัดเอาเปรียบเธอเจียงเซิงเป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท หน้าตาดี เขาเคยว่าความชนะมาหลายคดีเป็นดาวเด่นของบริษัทเลยก็ว่าได้ รายได้ของเขาจึงค่อนข้างสูง ขับรถสปอร์ต กินอาหารโรงแรมชื่อดังเมื่อรวมจุดเด่นเหล่านี้เข้าด้วยกัน การที่เขาจะหลอกล่อเหยื่ออย่างม่านลี่ถีเพื่อพาเข้าโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องยากหลังจากเล่นเธอจนเบื่อเจียงเซิง ก็จะหาเรื่องทะเลาะและขอเลิกกับเธอ ส่วนแผนวิวาห์ที่สวยหรูก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย แล้วเขาก็จะเริ่มเล็งหาเหยื่อคนใหม่อ้อเหยื่อคนใหม่นี้ไม่ต้องสวยมา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status