Share

บทที่ 37 คังยูนา

last update publish date: 2026-02-07 07:00:12

ฉินฟ่านโทรบอกให้เหลียงฟ่งไปรับซ่างกวนหลินฮัว แล้วค่อยไปเจอกันที่วิลล่าของโยโย่ เสร็จแล้วเขาก็โทรเรียกลู่เจี้ยนให้ตามไป

พอกลับมาถึงวิลล่า ฉินฟ่านยิ้มกริ่มราวกับราชสีห์เจ้าป่า เดินจูงมือซูหลิงเข้ามา แสดงความหมายเป็นนัย ๆ ให้ทุกคนรู้ว่า นี่คือน้องใหม่แกะกล่องป้ายแดงของพวกเธออย่างเป็นทางการ 

นี่อาจจะพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า เป็นความเห็นแก่ตัวของเขา เขากลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง ก็ตั้งใจที่จะกอบโกยความสุขทุกอย่าง ที่เสาะแสวงหาได้ในโลกใบนี้ 

ดังนั้นผู้หญิงคนไหนที่จะอยู่กับเขา ต้องยอมรับในจุดนี้ให้ได้ ถ้าใครยอมรับ ไม่ได้ เขาก็จะไม่ฝืนใจเธอ คงจบลงที่ต้องแยกจากกัน ความรู้สึกก็คงเหลือแค่คนที่เป็นเพื่อนกันเท่านั้น

อิ๋งอิ๋งมองเหลียนฟ่งและโยโย่ พวกเธอยิ้มแย้มทักทายกับซูหลิงอย่างธรรมชาติ แสดงว่ามติเอกฉันท์ออกมาแล้ว ซูหลิงเป็นที่ยอมรับในตำแหน่ง "น้องสี่" เป็นที่แน่นอน

เหลียนฟ่งเดินไปจูงมือซูหลิงที่กำลังหน้าแดงอายม้วนต้วน

"เสี่ยวหลิง เมื่อคืนคงจะเหน็ดเหนื่อยแย่จนแข้งขาพาลจะหมดแรงเลยละสิ มา…มานั่งดื่มชาหอมหมื่นลี้กันก่อนเถอะ"

เหลียนฟ่งพูดจาหยอกล้อเธอไปหนึ่งดอกราวกับรู้ว่า เมื่อคืนมีลูกแกะตัวน้อยถูกหมาป่าขย้ำจนบอบช้ำ โดยเฉพาะท่อนล่าง

 ซ่างกวนหลินฮัวอุ้มลูกสาวเดินเข้ามาพร้อมกับซีเหมินคัง

 ซ่างกวนหลินฮัวคุกเข่าลงต่อหน้าฉินฟ่านและซีเหมินคัง

"พระคุณของทั้งสองท่าน ชาตินี้คงไม่อาจทดแทนได้หมดสิ้น ได้แต่หวังว่าชาติหน้าเกิดเป็นวัวเป็นม้า ได้รับใช้ผู้มีพระคุณ"

 ฉินฟ่านกับซีเหมินคังรีบฉุดดึงเธอขึ้นมา

 "พี่หลินฮัว พี่ไม่ใช่คนที่มาขอพำนักอาศัย แต่นับตั้งแต่นี้ไป พี่จะเป็นพี่สาวของพวกเรา"

 "ผมขอประกาศว่า ทุกคนในที่นี้คือครอบครัวเดียวกัน เราจะรักกันและดูแลกันจนแก่เฒ่าไปพร้อม ๆ กัน ลู่เจี้ยนจะเป็นพี่ใหญ่ ซ่างกวนหลินฮัวจะเป็นพี่รอง ซีเหมินคังจะเป็นพี่สามของพวกเรา มีใครคัดค้านไหม"

 "ไม่มีค่ะ"

            "พวกเราขอคารวะพี่ใหญ่" 

 "ขอคารวะพี่รอง" 

            "ขอคารวะพี่สามค่ะ"

 บรรดาสาว ๆ ต่างส่งเสียงราวกับนกกระจอกแตกรัง แนะนำชื่อของตัวเองอย่างร่าเริง

            ซีเหมินคังเช็ดน้ำตาพลางสะอื้นเบา ๆ มือไม้ท่าทางของเธอชดช้อยสวยงาม ราวกับนางเอกงิ้วชื่อดัง ไหนเลยจะมีภาพลักษณ์ของมือสังหาร

            ฉินฟ่านเดินเข้าไปกอดปลอบโยน ปล่อยให้ซีเหมินคังร้องไห้ซบหน้าอก จนเสื้อของเขาเปียกชื้น ต้องใช้เวลาสักพักจึงหยุดร้อง

            ฉินฟ่านเป็นคนประเภทเดียวกันกับ

ซีเหมินคัง ย่อมเข้าใจในอารมณ์เหงา เดียวดายนี้ดี เพราะพวกเขาต่างเหลือแค่ตัวคนเดียวในโลก แต่ตอนนี้เขามีครอบครัวแล้ว

            "พี่หลินฮัวคะ ยัยตัวเล็กนี่ชื่ออะไรเหรอคะ"

            ซูหลิงมองเด็กน้อยตาแป๋ว

 "พ่อของเธอแซ่คัง เป็นคนเกาหลี

แต่ด่วนจากไปก่อนเพราะอุบัติเหตุ จึงยังไม่ได้ตั้งชื่อให้เธอเลย พวกเธอก็ช่วยกันตั้งเถอะนะ"

 "ใครรู้จักชื่อเพราะ ๆ ของสาวเกาหลีบ้าง"

 "คังยูนา"

 ซีเหมินคังพูดเบา ๆ 

 "อื้อ...ดี ๆ แค่ชื่อฟังดูก็รู้ว่าโตขึ้นมาต้องเป็นสาวงามแน่ ๆ"

 โยโย่ชอบมากเอาไว้เธอจะคิดชื่อญี่ปุ่นให้บ้าง

 "น้องสาม ชื่อนี้มีความหมายว่ายังไงเหรอ"

 ลู่เจี้ยนเองก็ชอบชื่อนี้ เขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเด็กทารก เพราะไม่มีญาติที่ไหน เรื่องเด็กน้อยนี้ จึงสร้างความตื่นเต้นให้กับเขาพอสมควร หัวหน้าแก๊งคนนี้ ถึงกับมีมุมที่ละเอียดอ่อนเหมือนกัน

"แปลว่าสง่างาม ยอดเยี่ยมฮ่ะ"

ซีเหมินคังเคยไปต่างประเทศบ่อย ชื่อยูนาเป็นที่นิยม ในการนำมาใช้ตั้งชื่อลูกของคนญี่ปุ่นและเกาหลีมาก

เหลียนฟ่งคิดฟุ้งซ่านไป เมื่อเห็นความน่ารักของเจ้าตัวเล็ก หรือว่าสวรรค์ส่งคังยูนามาให้พวกเธอ 

เธอเองก็อยากมี ลูกน้อยที่น่ารักไว้โอบกอดกับฉินฟ่าน ดังนั้นพักหลังพวกเธอกับเขาต่างไม่ได้ป้องกัน แต่พวกเธอก็ไม่ท้องกันสักที หมอบอกว่าเธอแข็งแรงสมบูรณ์ดี หรือว่าฉินฟ่านจะเป็นหมัน

 ตื่นเช้ามา เขาอยากกินสุกี้หม้อไฟ

ฉินฟ่านจึงพาสาว ๆ ไปจ่ายตลาด เรื่องราวที่เรียบง่าย ที่ชาวบ้านชาวช่องเขาทำกันเป็นปกติ แต่สำหรับเขาในวันนี้กลับไม่ง่ายดังที่คิด 

 เมื่อเขากำลังยืนเลือกผักกาดขาว แม่ค้าที่แผงข้าง ๆ ยืนชี้ไม้ชี้มือมาที่เขา พร้อมส่งเสียงซุบซิบกับพวกเพื่อน ๆ ของเธอ

 "คุณหมอฉิน หมอเทวดาฉินฟ่านใช่ไหมคะ"

 เสียงของเจ๊เจ้าของแผงหมูดังขึ้น ทำให้ผู้คนหันมามองด้วยความสนใจ

 "ต๊ายคุณหมอฉินจริง ๆ ด้วย ฉันใช้น้ำหอมของคุณด้วยนะคะ"

 อาซ้อที่ดัดผมเป็นลอน ๆ ย้อมสีที่ผมเป็นช่อ ๆ หลากหลายสี อินเทรนด์น่าดู

 "เสี่ยวฟ่าน ป้าใช้ครีมเธอด้วย ลูกสะใภ้ป้าต้องเข้าไปประมูลในเว็บใต้ดิน ถึงจะได้มันมาแน่ะ ขวดหนึ่งจากสามพันพุ่งขึ้นเป็นหกพันหยวนแล้วนะในตอนนี้ 

 เอ่อ ป๊าขอจองไว้สักร้อยขวดได้ไหมจ๊ะ จะเอาไปปล่อยต่อ เก็งกำไรไว้เป็นค่ากับข้าวน่ะ"

 ป้าแต่งตัวหรูดูไฮโซ อุ้มหมาชิวาวาไว้ในอ้อมแขน แถมมีคนรับใช้ติดตาม

 "ขอบคุณครับคุณป้า ผมขอเอาคอเป็นประกันเลยว่า ผิวพรรณคุณป้าจะแลดูอ่อนวัยกว่าเดิมสิบปี 

 แต่ผมคิดสูตรอย่างเดียว ไม่ได้ดูแลเรื่องจัดจำหน่าย ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ยินดีที่ได้พบกับทุกคนนะครับ"

 เขายิ้มกว้างชวนให้สาว ๆ หลงใหล

 เสียงสาว ๆ วัยรุ่นวิ่งกรูกันเข้า ล้อมหน้าล้อมหลังเขา

 "พี่ชาย พวกเราเป็นแฟนคลับของพี่

เรารวมตัวกันตั้งกลุ่ม "คนรักฉินฟ่าน" ขึ้นมา เมื่อก่อนกลุ่มเรามีสมาชิกสองหมื่นคน พอโฆษณาครีมบำรุงผิวออกอากาศ สมาชิกเพิ่มขึ้นถึงห้าหมื่นคนเลยค่ะ แต่พี่ไม่เล่นโซเชียล พวกเราเลยติดตามข่าวสารไม่ได้เลย"

 ตอนนี้คนนั้นพูดที คนนี้พูดคำ คนที่มารุมล้อมก็ยิ่งมาก จนตลาดนี้ไม่มีใครสนใจจะซื้อของขายของกันแล้ว

. ไม่ใช่เรื่องง่ายกว่าจะเจอชายหนุ่มรูปหล่อขั้นเทพตัวเป็น ๆ คนนี้ จนเขาต้องขอยืมโต๊ะเจ๊ขายหมู เพื่อนั่งแจกลายเซ็น

 สาว ๆ ย่อมรู้สึกภาคภูมิใจ ที่มีคนรักราวกับไอดอล ซูหลิงดึงพวกเธอมากระซิบ บอกพวกเธอให้แยกย้ายกันไป ซื้อหมวกแก๊ปสีขาว เสื้อยืดสีขาว ผ้าเช็ดหน้าสีขาวมีเท่าไรเหมามาให้หมด ซื้อขนมที่มีแพ็กเกจสวย ๆ ซื้อน้ำดื่ม น้ำหวาน น้ำอัดลมทุกอย่าง 

 เพียงยี่สิบนาที ของก็ส่งมากองไว้ข้างฉินฟ่าน พวกเธอยิ้มหวานให้กับทุกคน 

เหลียนฟ่งปีนเก้าอี้ขึ้นไป ยืนพูดเสียงดัง

 "สวัสดีค่ะทุก ๆ ท่าน ฉันเหลียนฟ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณฉินฟ่าน วันนี้เรามีของที่ระลึกเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝาก เพื่อแสดงความขอบคุณแฟนคลับทุก ๆ ท่าน กรุณาเข้าแถว เพื่อความเป็นระเบียบด้วยขอบคุณค่ะ"

 ฉินฟ่านเซ็นชื่อใส่หมวก เสื้อยืด ผ้าเช็ดหน้า จนแทบกลายเป็นไอ้หนุ่มพันมือไปแล้ว

 อิ๋งอิ๋งไปขอยืมพัดลมตัวใหญ่มาสองตัว เปิดระบายอากาศช่วยให้เย็นสบายขึ้น

 โยโย่แจกน้ำดื่ม ขนม

 แฟนคลับทั้งเก่าทั้งใหม่ได้รับการปฏิบัติที่ดีเช่นนี้ ย่อมแอบปลื้มไอดอลคนนี้มากกว่าเดิม

 นักข่าวท้องถิ่นรายการ "จับประเด็นร้อน" พอทราบเรื่อง รีบรุดมาถ่ายภาพทำข่าว แต่ดูท่าทางแล้ววันนี้คงยากที่จะได้สัมภาษณ์ จึงหันมาขอสัมภาษณ์เหลียนฟ่งแทน ซูหลิงรีบกระซิบข้างหูของเหลียนฟ่งสองสามคำ เหลียนฟ่งได้ยินถึงกับทำตาโต แล้วพยักหน้าหงึก ๆ 

 "กล้องพร้อมหรือยังค่ะ"

 เหลียนฟ่งรู้สึก ตื่นเต้นที่ได้ออกรายการทีวี

 "เริ่มได้เลยครับ"

 "สาม สอง หนึ่ง"

 ตากล้องบอกพลางค่อย ๆ โคลสอัพไปที่ใบหน้าของเธอ

 เหลียนฟ่งสูดหายใจลึก ๆ ตั้งสติ

 "สวัสดีค่ะ ดิฉันเหลียนฟ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคุณฉินฟ่าน มีความยินดีที่จะประกาศว่า เราได้ทำการก่อตั้งมูลนิธิ "พี่สาวนางฟ้า" ขึ้นมา เพื่อพัฒนาบ้านเกิดเมืองนอนของเราให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราจะทำการสร้างถนน โรงพยาบาล โรงเรียน บ่อน้ำชุมชน มอบทุนการศึกษาหรือหากมีใดผู้แจ้งว่าต้องการความช่วยเหลือสิ่งใดมา ทางเรายินดีที่จะพิจารณาช่วยอย่างเต็มที่ 

 แน่นอนว่าจากเงินทองที่คุณลูกค้าจ่าย เพื่อซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง IMPLUSE ของบริษัทเรา เราจะหักยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของยอดขายทุกบิลและสรุปยอดในทุก ๆ สามเดือน เพื่อนำเงินเข้ามูลนิธิ ดังนั้นเปรียบเสมือนว่าเงินทุกหยวนของคุณ จะได้ร่วมทำบุญไปพร้อม ๆ กับบริษัทของเรา 

 โดยเงินส่วนตัวก้อนแรก ยี่สิบล้านหยวน คุณฉินฟ่านยินดีที่จะบริจาค ให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า หากท่านใดมีจิตศรัทธาอยากสมทบทุนบริจาคเพื่อร่วมทำบุญ ติดต่อได้ที่เบอร์โทรนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ"

 หลังจากบทสัมภาษณ์เหลียนฟ่งออกอากาศ สร้างความฮือฮาในความใจบุญของฉินฟ่าน จนเกิดเป็นกระแสหมอเทวดาขึ้นมาอีกครั้ง ถึงกับมีคนพยายามขุดคุ้ยประวัติของฉินฟ่าน หมวก เสื้อและผ้าเช็ดหน้าที่มีลายเซ็นของเขา ถูกนำไปประมูลในเว็บ ราคาสูงสุด สูงถึงหนึ่งหมื่นเจ็ดพันหยวนต่อชิ้น

 ซูหลิงเป็นถึงซีอีโอมือทอง เธอวาดแผนการใหญ่ไว้ในหัวอยู่นานแล้ว เธอรู้ว่าฉินฟ่านไม่ได้ต้องการชื่อเสียง ไม่อยากเป็นดารานักแสดง เธอจึงพยายามอธิบายว่านี่เป็นแผนการส่วนหนึ่งของการโปรโมทสินค้า แต่การก่อตั้งมูลนิธิ "พี่สาวนางฟ้า" ขึ้นมา ถึงกับโดนใจเขาอย่างแรง ตอนนี้ไม่ว่าซูหลิงพูดอะไร เขาจึงยอมทุกอย่าง 

 เหลียนฟ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัว ย่อมเปรียบเสมือนมือขวาของฉินฟ่าน เขาให้สิทธิ์เธอตัดสินใจ ในทุก ๆ เรื่องได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นวันนี้เธอจึงวุ่นวาย จนหัวหมุนมาตั้งแต่เช้า ตอนนี้หิวจนท้องร้องจ๊อก ๆ เธอเดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า แล้วตรงไปที่

ร้านอาหารจีนทันที เพื่อจะกินเกี๊ยวปูให้หนำใจ ขณะที่ใกล้จะถึงประตูร้านอาหารจีนนั้น คงเป็นเพราะมัวแต่ดูมือถือ ที่คุณหนูสี่ส่งข้อความมาว่า วันจันทร์ทุกคนจะไปไหว้พระกัน เธอก็เลยชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งอย่างจัง จนแฟ้มเอกสารของเธอหล่นกระจาย

 "นี่ยัยบ้า…จะรีบไปตายที่ไหน"

 "โอ๊ะ…ขอโทษค่ะ"

 เหลียนฟ่งรีบกล่าวคำขอโทษ แต่พอเธอเก็บแฟ้มเสร็จ พอลุกขึ้นยืนก็พบผู้ชายร่างอ้วนท้วน หัวเถิก อายุราว ๆ สี่สิบห้า หน้าเหมือนแป๊ะยิ้มของวงเชิดสิงโต ที่ยืนคู่กับเพื่อนนักเรียนมัธยมปลายของเธอ

ลู่อวี้ผิง ที่ประโคมแต่งเสื้อผ้าสีบานเย็น กระเป๋า รองเท้าแบรนด์เนมทั้งชุด ราวกับอยากบอกทุกคนว่าฉันรวยนะ พวกแกมีแบบฉันหรือเปล่า

 "ต๊าย…ฉันนึกว่าใครที่แต่งตัวซอมซ่อ

มาชนฉันเข้า ที่แท้เป็นเธอนี่เองอาฟ่ง"

 ลู่อวี้ผิงเห็นเหลียนฟ่งใส่เสื้อยืดคอ

กลมราคาไม่กี่สิบหยวนกับกางเกงยีนส์เก่าขาด ถึงจะเป็นแฟชั่นแบบวัยรุ่น แต่ก็ยังเป็นของถูกอยู่ดี เฮอะ! นาน ๆ จะมีโอกาสสักที วันนี้ต้องเหยียบอาฟ่งให้จมดิน เธอยังแค้นเรื่องสมัยเรียนหนังสือ ผู้ชายรุมล้อมแต่อาฟ่ง ไม่มีใครคิดจะมาสนใจเธอเลยสักคน

 "โลกมันแคบจริง ๆ อาผิง"

 เหลียนฟ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชีวิตนี้ถ้าเธอจะมีศัตรู ก็คงเป็นยัยนกแก้วเขียวปากแดงลู่อวี้ผิงคนนี้นี่แหละ 

 "ฉันจะแนะนำให้รู้จักนะคะที่รัก นี่

เหลียนฟ่งเพื่อนเก่าของฉัน ส่วนคนนี้คือประธานหลู่โจวเสียง แฟนของฉันเอง เขาเปิดบริษัทก่อสร้าง คอนโดเพกาซัสที่กำลังดังก็เป็นของเขา" 

 "สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก"

 เหลียนฟ่งทักทายอย่างมีมารยาท แต่นึกไม่ถึงว่า ประธานหลู่คนนี้กลับส่งสายตาเจ้าชู้มาให้เธอ

 "สวัสดีครับ คุณคงจะมาทานอาหาร ถ้ายังไงเรามานั่งร่วมโต๊ะกันดีไหมครับ เดี๋ยวผมเลี้ยงเอง"

 "ว้าวดีเลยค่ะเราจะได้กินกันไป

คุยกันไปเนอะอาฟ่ง"

 เหลียนฟ่งกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่

ลู่อวี้ผิงกลับดึงมือเธอเข้าไปในร้านอย่างรวดเร็ว

 เป๋าฮื้อ หูฉลามน้ำแดง ปีกไก่เหล้าแดง สามชั้นตุ๋นเต้าเจี้ยว กระเพาะปลา

เต้าหู้ทรงเครื่องแบบเสฉวน เป็ดปักกิ่ง รังนกเมนูอาหารราคาแพง ถูกวางจนแทบล้นโต๊ะ เพราะประธานหลู่สนใจในรูปร่างหน้าตาของเหลียนฟ่ง วางแผนที่จะรับเธอเป็นอนุภรรยาคนที่สี่ จึงเปย์ไม่อั้น 

 "อ้าวอาฟ่ง อย่ามัวแต่ดูสิ กินเยอะ ๆ ได้ตามสบายเลยจ้า จิ๊ จิ๊ จิ๊ ฉันเห็นสภาพเธอแล้ว ช่วงนี้คงไม่ค่อยได้กินของดี ๆ ล่ะสิ"

 เหลียนฟ่งหิวแทบจะเป็นลมอยู่แล้ว จึงไม่สนใจคำกระแหนะกระแหนดอกแรกของเธอ ใช้ตะเกียบคีบสามชั้นเข้าปาก แล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ ทันที

 "ฉันได้ยินพวกเพื่อนเราพูดว่า เธอทำงานพาร์ทไทม์อยู่ไม่ใช่เหรอ เฮ้อ…เธอนี่เรียนเก่งซะเปล่า ไปทำงานแบบนั้น มันจะพอยาไส้ได้ยังไง ที่รักคะ…คุณก็รับเธอไว้เป็นคนรับใช้สักคนสิคะ คิดซะว่าทำบุญทำทานเถอะค่ะ"

 นั่นไง…ดอกที่สองตามมาติด ๆ เชียวนะ

คิดว่าฉันเป็นกระดูกอ่อนหรือไง ถึงคิดว่าจะเคี้ยวกันได้ง่าย ๆ รอให้แม่กินอิ่มก่อนเถอะ

 "ฮ่า ๆ ได้สิ เหลียนฟ่งเป็นเพื่อนของเธอทั้งคน เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ย่อมไม่มีปัญหา ฉันช่วยได้อยู่แล้ว"

 หึ…หึ ถ้าอาฟ่งเป็นคนรับใช้ที่บ้าน เราก็ยิ่งเข้าหาง่าย เสร็จแล้วซื้อแหวนเพชรให้เธอสักวง ขี้คร้านจะเกาะติดเราแจ

 "นี่ ว่าแต่คนสวยอย่างเธอ มีแฟนหรือยัง

เฮ้อ…ช่างเถอะ ช่างเถอะ ไม่ต้องตอบก็ได้ ต่อให้มีก็คงเป็นพนักงานส่งอาหาร หรือดีหน่อย ก็คงเป็นพนักงานออฟฟิศ ใช้เงินแบบเดือนชนเดือน"

 นี่ก็ดอกที่สาม ตั้งแต่ต้นจนจบ ลู่อวี้ผิงพูดอยู่คนเดียว เธอขี้เกียจนับแล้วว่าโดนไปกี่ดอก แต่ตอนนี้เธอวางตะเกียบลงบนโต๊ะแล้ว 

 "เอ่อ คุณประธานหลู่ใช่ไหมคะ ขอบคุณที่เลี้ยงอาหารฉันนะคะ ฉันกับอาผิงเป็นเพื่อนเก่ากัน ในมือถือของฉันยังมีภาพถ่ายของเธอสมัยสาว ๆ เลยนะคะ คุณอยากดูไหมคะ"

 "โอ้อยากดูสิครับ แค่คิดก็ชักจะตื่นเต้นขึ้นมาซะแล้วสิ"

 ประธานหลู่คิดว่าพูดคุยกับเหลียนฟ่งให้มากหน่อย จะได้สนิทสนมกันมากขึ้น

 เหลียนฟ่งเปิดแกลลอรี่รูปภาพขึ้นมา

เป็นรูปเด็กผู้หญิงในชุดนักเรียนมัธยมปลายหกคน จะส่งรูปให้เขาดู แต่ลู่อวี้ผิงถึงกับถลึงตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเธอ เธอลืมเรื่องรูปที่ถ่ายรวมกลุ่มกับเพื่อนไปนานแล้ว

 "เอ่อ…ที่รักคะ รูปสมัยก่อนไม่มีอะไรน่าดูหรอกค่ะ ฉันรู้สึกไม่ค่อยสบาย เรากลับกันเถอะค่ะ"

 "ไม่เอาน่า รูปสมัยก่อนของผม หน้าตากับทรงผมของผมตอนนั้น ก็ดูตลกดีเหมือนกัน ขอดูรูปตลก ๆ ของคุณหน่อยเถอะที่รัก แล้วค่อยกลับ"

 เหลียนฟ่งไม่รอช้า เริ่มขยี้ต่อ

 "ผู้ชายรวย ๆ อย่างคุณ ส่วนมากนิยมควงพวกนางงามจากเวทีประกวดไม่ใช่

เหรอคะ แต่ฉันคิดไม่ถึงว่ารสนิยมคุณจะแปลกถึงขนาดนี้"

 "แปลกยังไงเหรอครับ โอ้โห…พวกเพื่อนคุณนี่มีแต่หน้าตาน่ารักทั้งนั้นเลยนะครับ เอ่อ…ไหนรูปของอาผิงครับ ผมยังไม่เห็นเธอเลย"

 "ก็คนที่ถือน่องไก่นี่ไงคะ"

 เธอชี้ไปที่เด็กผู้หญิงอ้วน ๆ หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ตาตี่ จมูกแบน ที่ถือน่องไก่เอาไว้ในมือ 

 ลู่อวี้ผิงอาศัยว่าที่บ้านพอมีฐานะ จึงขอเงินพ่อมาทำศัลยกรรม เริ่มจากตา จมูก 

ปาก ทรวงอก ดูดไขมัน จนเธอเริ่มดูสวยขึ้น 

 ประธานหลู่เพ่งมองรูปนั้น อย่างไม่อยากเชื่อในสายตาตัวเอง นี่…นี่มันอะไรกัน

เขาถูกต้มจนเปื่อยเลยหรือนี่ ที่ผ่านมาเขาซื้อบ้านซื้อรถ ให้อาผิงหมดเงินหมดทองไปตั้งเท่าไรแล้ว แล้วรูปที่คล้ายกับนังปีศาจสาหร่ายทะเล นี่มันยังไงกัน 

 ลู่อวี้ผิงเขย่าแขนประธานหลู่ พูดอ้อน

วอนขอความเห็นใจ ด้วยน้ำตานองหน้า

 "ที่รักคะ ไม่ใช่นะคะ อีนังนี่มันใส่ร้ายฉัน คุณอย่าไปเชื่อนะคะ"

 ประธานหลู่สะบัดมือเธอออกอย่างแรง

 "เฮอะ! ใส่ร้ายหรือ เราจบกันแค่นี้ไสหัวไป อ้อแล้วบ้านกับรถและทุกอย่างที่ฉันให้เธอ เอาคืนมาให้หมด ซวยจริง ๆ ผับผ่าสิ"

 รังนกของที่นี่รสชาติไม่เลว เหลียนฟ่ง

กินจนหมดถ้วย ลู่อวี้ผิงคิดไม่ถึงว่า คนที่โดนเล่นงานซะยับเยินจะกลายเป็นเธอ ฮึ่ม…ขอตบล้างอายสักทีเถอะ พอ

ลู่อวี้ผิงกำลังจะลุกขึ้นไปตบเธอ ก็มีตาลุงแก่ ๆ ผมดอกเลาใส่สูทภูมิฐาน กระหืดกระหอบวิ่งมาที่โต๊ะของพวกเธอ ประธานหลู่พอเห็นเข้าก็ตกใจ นึกในใจว่า นี่มันท่านประธานหม่าเฟิงกรุ๊ป ที่กระทืบเท้าทีก็สามารถสั่นสะเทือนวงการค้าในซูโจวได้อย่างง่ายดาย 

 ประธานบริษัทก่อสร้างเล็ก ๆ อย่างเขา ยังห่างฉันจากคนผู้นี้มากนัก ประธานหลู่นึกว่าประธานหม่ามาหาตนเอง จึงรีบลุกขึ้นยืนต้อนรับตาลุงนี่ทันที

 "สวัสดีครับ ท่านประธานหม่า ผม..."

 ประธานหลู่ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกผลักออกไปด้านข้างแบบงง ๆ มองประธานหม่าที่กำลังยืนหอบแฮ่ก ๆ พูดอะไรไม่ออก จนเริ่มรู้สึกดีขึ้น

 "คุณอายุมากแล้ว เล่นวิ่งมาจนเหนื่อยหอบแบบนี้ มันไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ"

 เหลียนฟ่งพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย 

พลางเทน้ำชาให้ประธานหม่า

 "มาค่ะ นั่งลงดื่มชาสักถ้วยก่อนเถอะค่ะ"

 ประธานหลู่เดินยืดอกเข้าไป

 "เอ่อเหลียนฟ่ง ท่านประธานหม่าคงมีธุระจะคุยกับผม คุณกลับไปก่อนเถอะ"

 ประธานหม่ายกชาขึ้นดื่มจนหมดถ้วย

 "คุณเป็นใคร ผมไม่รู้จักคุณ ผมมาหาอาซ้อใหญ่ต่างหาก"

 ประธานหม่าปฏิเสธเขาทันควัน 

 อาซ้อใหญ่คนไหน ประธานหม่าหมายถึงใครกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 11 สุราวานร

    อู่อี๋ซานอยู่ในมณฑลฝูเจี้ยน มีอาณาเขตเจ็ดสิบตารางกิโลเมตร มีหวงกั่งซานเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด อยู่เหนือระดับน้ำทะเล 2,158 เมตร ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก ทั้งทางด้านวัฒนธรรมและธรรมชาติ สภาพอากาศบริสุทธิ์การันตีได้ว่า ที่นี่มีทัศนียภาพสวยงามที่สุดของจีน แถมยังเป็นสถานที่ต้นกำเนิดขอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 10 หวังว่าคุณจะเข้าใจ

    ฉินฟ่านประคองเขาเดินกลับบ้านที่อยู่ไม่ไกล"นี่...พี่เขยอย่าหาว่า ผมคุยโวโอ้อวดเลยนะ พี่สาวของผมเอง หุ่นเหิ่นก็แจ่มไม่เบา แถมยังเป็นคนจิตใจดีอีกต่างหาก สาว ๆ ในย่านนี้สวยสู้พี่สาวของผมไม่ได้เลยสักคน ฝีมือทำอาหารก็เป็นเลิศ ทั้งสวยทั้งเก่งขนาดนี้หาไม่ได้ง่าย ๆ นะครับ พี่เขยไม่คิดจะสนใจบ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 9 ข่มขู่ตบทรัพย์

    ใช่ ตอนนี้เศรษฐีตัวน้อย ๆ อย่างเขาไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไปแล้ว เพราะอลิซาเบธแม่ไก่ตัวอ้วนปุกปุย เป็นเหมือนเครื่องผลิตเงินส่วนตัวให้กับเขา เพราะว่ามันออกไข่ทองคำให้กับเขาทุกวัน ดังนั้นแค่ลืมตาตื่นนอนขึ้นมาในตอนเช้า เขาก็มีเงินให้ใช้สอยไม่ขาดมือ"หา…ให้ใช้เงินคุณชอปปิง ได้ตามสบายจริง ๆ เหรอคะ"

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 7 เจ้าม้าน้อย

    เหลียนฟ่งตบอกยืนยันอย่างหนักแน่น แล้วรินเบียร์ให้ฉินฟ่าน ชวนเขาดื่มจนหมดแก้วเป็นการฉลองความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ (ของเธอ) เพราะในตอนนี้เธอโมเมแล้วว่า ฉินฟ่านตอบตกลง เป็นทาสในเรือนเบี้ยของเธอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว"เถ้าแก่ขอเบียร์เย็น ๆ อีกสองขวดค่ะ"ทั้งสองละเลียดฟองเบียร์ช้า ๆ อย่างชื่นใจ แต่พอติดเครื่อ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status