Share

บทที่ 43 ไม่มีน้ำใจซะบ้างเลย

last update Terakhir Diperbarui: 2026-02-13 07:00:52

ชาตินี้เขามีเงินมีทองมีผู้หญิง เพราะมีเทพทั้งหลายให้โอกาส เขาจึงอยากให้โอกาสกับคนอื่นบ้าง ถึงจะเป็นพวกคนเลวก็ตาม

"หา...จริง ๆ เหรอครับ โอ้ขอบคุณลูกพี่มากครับ ผมขอปรึกษากับลูกน้องก่อน แล้วจะรีบให้คำตอบนะครับ" 

ไอ้หัวทองนึกว่าวันนี้จะโดนอัด แต่กลับเป็นว่าได้ทั้งเงินได้ทั้งงาน มันดีใจมาก เพราะกำลังกลุ้มใจเรื่องหาเลี้ยงปากท้องอยู่ 

ฉินฟ่านทิ้งเบอร์โทรไว้แล้วเดินเล่นต่อไป เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น คุณชายรองตระกูลเย่ต่อสายให้ซีเหมินคังคุยกับเขา

"พี่คังแผลเป็นไงบ้าง" ฉินฟ่านรู้สึกเป็นห่วง 

"อีกสองวันก็หายแล้ว พี่ฟ่านตามจิ้งจอกเพลิงทันหรือเปล่าฮ๊า"

 ฉินฟ่านเล่าเรื่องที่ถูกหน่วยซีลสกัดกลางถนนให้ฟังอย่างละเอียด 

"มันจะต้องไม่หยุดแค่นี้แน่ ๆ พี่ฟ่านต้องระวังตัวด้วยนะฮ๊า อ้อเกือบลืม วันจันทร์หน้าจะเป็นวันเกิดของคุณป้าเย่ พี่ฟ่านอย่าลืมมานะฮ๊า" ซีเหมินคังก็เป็นนักฆ่าย่อมเข้าใจพวกมันดี

...

เสียงเพลงรักหวานซึ้งแว่วมาเบา ๆ สี่สาวสวมบิกินี่เล่นน้ำ โชว์ความขาวอวบอึ๋มในสระว่ายน้ำอย่างสนุกสนาน โยโย่ปอกลิ้นจี่ป้อนซูหลิง

"เจ๊ฟ่ง พี่ฟ่านบอกว่าอยากจะพาพวกเราไปพักร้อน ให้พวกเราเลือกตามใจชอบว่าอยากไปไหน เจ๊อยากไปที่ไหนคะ" อิ๋งอิ๋งเอาเท้าตีน้ำเล่น

"ไปเที่ยวทะเล กินปูขน ชมหมู่เกาะ ดำน้ำดูปะการังที่เมืองไทยเป็นไง" เหลียนฟ่งสาธยายพลางหยิบองุ่นไร้เมล็ดใส่ปาก ทุกคนต่างเห็นด้วย 

"นี่อิ๋งอิ๋ง เธอว่ายัยมู่ปิงปิงจะหลวมตัวยอมทอดกายให้พี่ฟ่านหรือเปล่า" โยโย่หย่อนตัวลงน้ำ

"แน่นอน พี่ฟ่านทั้งเก่งทั้งหล่อ เธอจะหนีไปไหนพ้น ฉันว่านะไม่เกินสามเดือนเช็คบิล" อิ๋งอิ๋งฉายแววตาที่มั่นใจ

"นี่พวกเธอไม่มีน้ำใจซะบ้างเลย มาเล่นน้ำก็ไม่ยอมชวนฉันด้วย" 

คุณหนูสี่ใส่ชุดบิกินี่สีขาวเดินเข้ามานั่งที่ขอบสระ พลางดื่มสาเกไปจอกหนึ่ง

"คุณหนูสี่เข้าใจผิดแล้ว ที่นี่ไม่ใช่สระว่ายน้ำธรรมดา ๆ อย่างที่คุณคิดหรอกนะ" ซูหลิงพูดพลางอมยิ้ม

"คิก ๆ ที่คุณเห็นนะ มันเป็นภาพลวงตา ความจริงแล้วที่นี่คือ สระสวาทหาดสวรรค์ต่างหาก" โยโย่อดขำแทบปอดโยกไม่ได้

"สระสวาทอะไร ไม่เห็นเข้าใจ"

"เรื่องบนเตียงมันต้องมีการปรุงแต่งบรรยากาศ จะได้ไม่ซ้ำซากจำเจ จนผู้ชายเบื่อหน่าย ต้องออกไปหาอะไรที่ตื่นเต้นกินนอกบ้าน ดังนั้นคืนนี้เราสี่พี่น้องจึงเปลี่ยนจากเตียงมาเป็นสระน้ำไงล่ะ" เหลียนฟ่งพยายามอธิบายให้สาวน้อยฟัง คุณหนูสี่ไหนเลยจะไม่เข้าใจ พูดซะแจ่มแจ้งขนาดนี้

"ถ้าคุณหนูสี่มีอารมณ์ร่วมสนุกจะมาจอยด้วย พวกเราก็ไม่ว่าหรอกนะ" ซูหลิงพูดจบก็ดำดิ่งลงไป

"เอ่อ...เชิญตามสบายค่ะ" คุณหนูสี่หน้าแดงก่ำ รีบเดินกลับไปแทบไม่ทัน นี่มันเซ็กซ์หมู่ชัด ๆ อีตาลามกฟ่านนั่นคงจะชอบมากล่ะสิ

เธอมัวแต่คิดเพลิน พอเดินพ้นมุมตึกก็ชนกับร่างกำยำอย่างจัง จนล้มลงไปทั้งคู่ พอเธอตั้งสติได้จึงรู้สึกตัวว่าคนที่เธอล้มทับอยู่ก็คือฉินฟ่าน แถมมือซ้ายไอ้บ้านี่ยังจับ...จับหน้าอกเธอ

กรี๊ดดดดดด

เพียะ...

เธอตบหน้าเขาอย่างแรงด้วยอารมณ์ตกใจแกมโกรธ ตั้งแต่แตกเนื้อสาว ยังไม่เคยมีผู้ชายคนไหนสัมผัสหน้าอกเธอเลย เธอลุกขึ้นแล้วเดินกลับห้องอย่างรวดเร็ว

ฉินฟ่านยกมือลูบแก้มที่ถูกตบ พลางคิดในใจว่า เล็กกว่าที่คิดไว้อีกแฮะ มันเป็นความบังเอิญหรือความตั้งใจ คงมีแต่สวรรค์กับเขาเท่านั้นที่รู้

"เจ๊ฟ่ง ท่าทางนายผู้เฒ่าจะเป็นสมภารกินไก่วัดแน่ ๆ เลย"

อิ๋งอิ๋งประเมินสถานการณ์จากเสียงกรีดร้องเมื่อครู่นี้ของคุณหนูสี่

พอสี่สาวเห็นรอยฝ่ามือที่แก้มของฉินฟ่าน ต่างหัวเราะกันงอหาย ชอบอกชอบใจกันยกใหญ่

ฉินฟ่านก็พลอยหัวเราะไปด้วย

"ที่รัก คนที่ยอมให้คุณกอดจูบลูบคลำนะเป็นพวกเราต่างหาก ไม่ใช่คุณหนูสี่ คุณอย่าโมเมดื้อ ๆ เอาแบบนั้นสิ ของคุณน่ะอยู่นี่ค่า คิก ๆ"

ซูหลิงไม่พูดเปล่า ๆ อ้อมมาข้างหลัง เหลียนฟ่งพร้อมสอดมือทั้งสอง ขยำหน้าอกหน้าใจของเธอ จนเหลียนฟ่งต้องวิ่งไล่ตี เธอไปรอบสระว่ายน้ำ

ลำพังสาวสวยทั้งสี่ใส่ชุดบิกินี่โชว์ส่วนเว้าส่วนโค้ง ก็แทบจะเลือดกำเดาไหลอยู่แล้ว ตอนนี้ยัยซูหลิงยังมายั่วยุแบบนี้อีก ทนไม่ไหวแล้วโว้ย ฉินฟ่านยกขวดสาเกขึ้นกระดกทีเดียวจนหมดขวด แยกเขี้ยวหัวเราะแล้วกระโดดลงไปทั้งเสื้อผ้า สายน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง สาว ๆ ต่างร้องวี๊ดว้ายวิ่งหนีอยู่ในสระ กลัวว่าเขาจะจับได้ 

เพียะ...

ฝ่ามือใหญ่ฟาดใส่ก้นของซูหลิง อย่างแรงสองที พร้อมกับกระโดดพุ่งตัวขึ้นจากน้ำตีลังกาลงมาข้างหลัง เหลียนฟ่ง ใช้มือทั้งสองข้าง ละเลงบีบหน้าอกโยโย่อย่างเมามัน 

เสียงสาว ๆ ยิ่งร้องวี๊ดว้ายกันใหญ่ โยโย่กับอิ๋งอิ๋งช่วยกันถอดเสื้อผ้าให้เขา คืนนี้จะจบกันที่กี่ยก ก็ยังไม่รู้แน่ 

แต่ที่แน่ ๆ คุณหนูสี่กำลังเอาหมอนปิดหัว พยายามที่จะไม่นึกภาพตาม คืนนี้จะนอนหลับตาลงหรือเปล่า สวรรค์เท่านั้นที่จะรู้ ทั้งหมดนี่เป็นเพราะไอ้บ้าชีกอจอมลามก เช้านี้ บรรยากาศในบ้านยังคงกรุ่นด้วยไอรัก เสี่ยวหลงเปาโชยกลิ่นหอมยั่วกระเพาะ ฉินฟ่านชอบฝีมือทำอาหารของเหลียนฟ่งมาก แต่ถ้าวันไหนกินอาหารญี่ปุ่นที่ทำเอง ก็ต้องยกให้เป็นฝีมือของอิ๋งอิ๋ง

 คุณหนูสี่มองสำรวจสี่สาว ที่มีสีหน้าแววตาดูเอิบอิ่ม ราวกับนาแล้ง ที่ได้รับน้ำจนชุ่มฉ่ำ ปากบวมเจ่อเล็กน้อย เดี๋ยว...นี่จูบกันจนปากบวมเลยหรือเนี่ย แถมแถวซอกคอยังแดงเป็นปื้น คงไม่ใช่เพราะไรหนวดแข็ง ๆ นั่นหรอกนะ

 "คุณหนูสี่ดูพอแล้วหรือยังคะ สักวันหนึ่งคุณหนูสี่ก็จะมีสภาพแบบนี้เช่นเดียวกัน นายผู้เฒ่าบ้านเรานะไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผา เดี๋ยวผิวขาว ๆ ของคุณจะช้ำซะเปล่า ๆ ถ้าคิดว่ารับไม่ไหวก็อย่าฝืน เก็บกระเป๋ากลับบ้านไปเถอะค่ะ"

 โยโย่แกล้งแขวะเธอเล่นพอหอมปากหอมคอ

 ฉินฟ่านก้มหน้ามองผัดวุ้นเส้นใส่เห็ดหอมที่อยู่ข้างหน้า ราวกับสงสัยว่าเห็ดหอมที่กินไปนั้น มันออกฤทธิ์หลอนประสาทหรือเปล่า ทำไมเขารู้สึกว่าที่ก้นมันคันยิบ ๆ นั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้เลย

 "นั่นสิคะ คุณหนูสี่เป็นคนสวย จะมาสนใจคนบ้าชีกอไปทำไม หรือว่าไม่กลัวปีศาจมือปลาหมึก ที่ออกอาละวาดเมื่อวาน"

 ซูหลิงได้ทีรับลูกต่อจากเหลียนฟ่ง อย่างชิว ๆ 

 ฉินฟ่านเริ่มเอาช้อนเขี่ยเห็ดดูไปมา

ราวกับรู้สึกว่า ต้องใช่แน่ ๆ แม่ค้าที่ตลาดต้องหลอกขายเห็ดพิษแน่ ๆ 

 โยโย่กับอิ๋งอิ๋งเป็นฝาแฝดมีใจตรงกัน เห็นท่าทางของเขา ถึงกับหัวเราะจนน้ำตาเล็ด ส่วนฉินฟ่านไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว หนีก่อนดีกว่า 

"อร่อยมากเลยที่รัก ผมไปหาพี่คังก่อนนะ รักนะทุกคน"

ฉินฟ่านเดินไปหอมแก้มสาว ๆ ทีละคน แล้วเดินยิ้มจากไปอย่างมีความสุข ที่ชิ่งหนีมาจนได้

เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังตามมาติด ๆ เขาหันไปดูพบว่าเป็นคุณหนูสี่

"คุณจะตามผมมาทำไม"

เขาเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น ราวกับแข่งเดินเร็วประจำปีที่กรุงปักกิ่ง แต่คุณหนูสี่ก็ไม่ยอมแพ้ กึ่งวิ่งกึ่งเดินตามจนทัน

"ฉันมากินมานอนอยู่ที่นี่ตั้งหลายวัน เพิ่งเจอหน้าคุณแค่ครั้งสองครั้งเอง จริง ๆ แล้วคุณคิดจะหลบหน้าฉันใช่ไหม"

"โธ่ สาบานได้ ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลย เพียงแต่ช่วงนี้ผมยุ่งมากก็แค่นั้นเอง"

เขาเริ่มโอดครวญพลางเร่งฝีเท้าถี่ ๆ ขึ้นไปอีก คล้ายจะรีบหนีจากการตอแยของเธอ

"ไม่เคยคิดก็ดี เอาละ! ต่อไปไม่ว่าคุณไปไหนฉันไปด้วย" แววตาเธอจริงจัง แถมยังเร่งฝีเท้าตาม

 "ไม่ดี ๆ หากผมไปหาผู้หญิง มีคุณไปด้วย มันจะไม่สะดวกครับ"

 "ไม่รู้ล่ะ ฉันจะไปด้วย ไม่งั้นอยู่ที่นี่อีกสามปี ก็คงไม่รู้ว่าคุณเป็นคนยังไงกันแน่"

 "คุณไม่กลัวผมงาบคุณเหรอ"

 "เชอะ! ต่อให้คุณมีขวัญราคะเทียมฟ้าก็คงไม่กล้า"

 "อย่าท้านะ"

 "ก็ลองดูสิ ฉันจะตบให้หน้าหันเลยคอยดู"

 ความจริงมีสาวสวยเคียงข้างก็ไม่เลว โดยเฉพาะสาวที่สวยมาก ๆ แบบคุณหนูสี่ แต่ที่เขาหนักใจก็คือ กลัวว่าช่วงนี้จะมีพวกเขี้ยวอสูรตามมาฆ่าเขา แล้วจะปกป้องเธอไม่ได้ต่างหาก 

 เอาวะไหน ๆ เธอก็ดื้อซะขนาดนี้ สงสัยต้องใช้แผนไอ้หนุ่มพันมือ ลวนลามแต๊ะอั๋งเก็บสแปร์ไปเรื่อย ๆ ถ้าทนได้เขาก็ได้กำไร หากเธอทนไม่ได้ เธอก็จะไปจากเขาเอง ไอเดียนี้ไม่เลว กำไรทั้งขึ้นทั้งล่อง

 ฉินฟ่านสตาร์ทรถเสียงดังกระหึ่ม กำลังจะขับออกไป เห็นเธอใส่เซฟตี้เบลต์ไม่ได้สักที จึงเอี้ยวตัวจะไปช่วยเธอใส่ 

 "จะทำอะไรน่ะ"

 เธอทำตาเขียวใส่

 "ก็จะช่วยคุณใส่เซฟตี้เบลต์ไงครับ"

 แต่เซฟตี้เบลต์มันติดขัดนิดหน่อย เขาจึงขยับตัวใกล้เธอมากขึ้น แต่ก็ยังใส่ไม่ได้อยู่ดี จึงต้องออกแรงจนตัวของเขาขยับไปมา เป็นเหตุให้ริมฝีปากของทั้งสอง แทบจะสัมผัสกันแบบไม่ได้ตั้งใจ

 "นี่คุณช่วยถอยห่างออกไปหน่อยจะได้ไหม"

 คุณหนูสี่สัมผัสถึงลมหายใจร้อนผ่าวของเขา ที่เขาแกล้งพ่นใส่ร่องอกขาว ๆ ของเธอจนเธออดพูดไม่ได้

 "นี่คุณผู้หญิง ผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณเลยนะ"

 "ฉันก็แค่อยากให้คุณถอยห่างออกไปหน่อย แบบนี้มันส่อเจตนาคิดไม่ซื่อ"

 "เราจะญาติดีกันหน่อยไม่ได้หรือไงครับ"

 "เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกัน ทำไมฉันจะต้องญาติดีกับคุณด้วย"

 เขาได้แต่ทอดถอนใจยาว

 กริ๊ก…

 ในที่สุดก็ใส่เซฟตี้เบลต์ได้

 ฉินฟ่านยิ้มขับรถออกไป โดยมีเธอนั่งเคียงข้างอย่างสบายอารมณ์ เขาถึงกับฮัมเพลงรักหวานซึ้งออกมาเบา ๆ 

 วันนี้คุณหนูสี่แต่งตัวสวยโดนใจเขามากเธอสวมชุดเดรสสั้นรัดรูปสีดำแขนกุด เวลาเธอนั่งมันยิ่งรั้งสูงขึ้นมา โชว์เรียวขาอ่อนเนียนขาวได้รูป ราวกับนางแบบที่หลุดออกมาจากนิตยสาร 

 จนฉินฟ่านอดเผลอมองขาอ่อนเธอไปอีกหลายครั้งไม่ได้ แถมยังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

            "มอง ๆ อยู่นั่นแหละ เดี๋ยวแม่ควักลูกตาออกมาเลย"

 คุณหนูสี่ทำท่าดุราวกับนางแมวป่า กางสองนิ้วจะแทงตาเขา

 "แหม! จะดุไปถึงไหน พี่สาวนี่ไม่มีน้ำใจซะบ้างเลย แค่มองนิด ๆ หน่อย ๆ ไม่ทำให้สึกหรอหรอกน่า"

 เขาแกล้งยียวนกวนประสาท ดูสิจะทนได้สักกี่น้ำ

 "แค่มองก็ไม่ได้" เธอทำตาดุ ขู่ฟ่อ ๆ ใส่เขา

 "โธ่คุณ...ขนาดอย่างอื่นยังจับมาแล้ว ถึงไซด์ของคุณมันจะเล็กไปนิด แต่ถ้าให้ผมใช้ครีมช่วยนวดให้ทุกวันละก็รับรองว่าเบ้อเร่อเฮิ่ม"

 เขาเริ่มรื้อคดีความที่ล้มลงไปนอนกอดก่ายกันเมื่อวาน 

 "ถ้าคุณขืนพูดเรื่องนี้อีก เจอดีแน่" ตาของเธอเขียวปั๊ด แต่คนมันสวยนี่นา จะทำท่าอะไรก็สวย

 "ได้ งั้นเรารีบไปกันดีกว่า" เขารับปากอย่างว่าง่าย

 "คุณจะพาฉันไปไหน" เธอยังไม่รู้จุดหมายปลายทางเลย

            "ไปโรงแรมไง" เขาพูดหน้าตาย

 เพียะ ๆ ตุบ ๆ ๆ 

 เธอทั้งตบทั้งทุบพัลวันวุ่นวายไปหมด

 "โอ๊ย! หยุดได้แล้ว พอกันที...นี่คุณมาตีผมทำไม" เขางงไปหมดแล้ว

 "คุณคิดว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายหรือไง ถึงจะพาเข้าโรงแรมกันง่ายๆ"

 "จะบ้าเหรอ ผมนัดพี่ใหญ่ไปเจอกันที่โรงแรมไทปัน ถ้าไม่ไปที่นั่นจะให้ไปโรงเรียนอนุบาลแทนหรือไง อย่าลืมสิว่าคุณอยากตามผมมาเองต่างหากล่ะ"

            "อ้าวเหรอ ช่วยไม่ได้คุณไม่ยอมพูดให้ชัด ๆ เอง"

 เธอสะบัดหน้าเข้าหากระจกหน้าต่าง

            ไอ๊หย๋ายายนี่เห็นตัวเล็ก ๆ หุ่นผอมเพรียว ทำไมแรงเยอะอย่างนี้นะ เจ็บเป็นบ้า

 เสียงโทรศัพท์ดังคั่นจังหวะพอดี

 "ว่าไง หัวทอง"

 "ฮัลโหลลูกพี่ พวกผมปรึกษากันแล้ว มีคนที่อยากไปทำงานสิบสองคนครับลูกพี่"

 "ดี นายรู้จักโรงแรมไทปันไหม เราไปคุยกันที่นั่นดีกว่า ฉันมีคนอยากแนะนำให้นายรู้จักด้วย"

 "ได้ครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย แล้วเจอกันครับลูกพี่"

 โรงแรมไทปันเพิ่งเปิดให้บริการ มีห้องพักสองร้อยห้อง สระว่ายน้ำ ห้องฟิตเนท ห้องซาวน่า ห้องจัดเลี้ยง ห้องประชุม ที่จอดรถก็กว้างขวางครบครัน ตั้งอยู่กลางใจเมืองซูโจว จึงมีคนใช้บริการอย่างหนาแน่น ลู่เจี้ยนมีหุ้นอยู่ที่นี่ ประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์ พวกเขาจึงนัดเจอกันที่นี่

 ทุกวันนี้ฉินฟ่านมีทั้งแฟนคลับ คนที่เคยดูคลิปดูโฆษณา จึงมีคนจำเขาได้พอสมควร เพื่อหลีกเลี่ยงความวุ่นวายเขาจึงสวมแว่นตาดำใส่หมวกแก๊ป 

แต่ด้วยรูปร่างสูงโปร่งประกอบกับควงคุณหนูสี่ที่งามพิลาศพิไล จึงเป็นจุดสนใจของผู้คนอยู่ดี 

จะดีหน่อยก็ตรงที่ เห็นใบหน้าของเขาไม่ชัด เขาเองก็รีบจ้ำอ้าวราวกับกำลังตามควาย จนคุณหนูสี่ต้องดึงแขนให้เขาช้าลง 

 พวกเขาขึ้นลิฟต์ไปที่ชั้นสาม ที่เป็นห้องอาหารวีไอพีส่วนตัว การตกแต่งหรูหราไม่เลวเลยทีเดียว โดยเฉพาะผนังอาคารถึงกับติดตั้งด้วยกระจกตลอดแนว สามารถทานอาหารไปพร้อมกับชมวิวทิวทัศน์ที่งดงาม

 "พี่ใหญ่สั่งอาหารมาเลย ผมนัดพวกคนงานใหม่มาที่นี่ด้วย อ้อ...ขอแนะนำคุณหนูสี่ตระกูลเย่เธอชื่อเย่เฉียว ส่วนนี่พี่ร่วมสาบานผมลู่เจี้ยน"

 พวกเขาทักทายกันแล้วนั่งลง ลู่เจี้ยนเรียกบริกรมา สั่งของคาวหกอย่างของหวานสามอย่าง ชามะลิมากาหนึ่ง

 ตระกูลเย่ผู้มั่งคั่งหรือ

 ลู่เจี้ยนกำลังสงสัยว่าน้องชายกำลังจะเด็ดดอกฟ้าหมื่นล้านหรือไง แต่ไม่ได้แนะนำว่าเป็นแฟนกัน ตอนนี้คงเพิ่งเริ่มคบหาดูใจกันแปดส่วนซะมากกว่า

 ไอ้หัวทองเดินเข้ามาพอดี พอเจอฉินฟ่าน ถึงกับโค้งคารวะเก้าสิบองศา

 "สวัสดีครับลูกพี่"

 "สวัสดีครับคุณชาย"

 "สวัสดีครับอาซ้อ"

 คุณหนูสี่ถึงกับสะดุ้ง เมื่อได้ยินคำเรียกหาว่าอาซ้อ แต่เธอคร้านที่จะอธิบาย

 "มา ๆ นั่งลงค่อยคุยกัน นี่คือไอ้หัวทองที่ผมเล่าให้พี่ฟัง"

 ไอ้หัวทองยิ้มพร้อมนั่งลงอย่างสำรวม แต่พอเห็นหน้าลู่เจี้ยนชัด ๆ ถึงกับสะดุ้งเฮือกรีบลุกขึ้นยืนตัวตรงปากคอสั่น

 "พี่...พี่...พี่ใหญ่กิเลนลู่"

 มันคลุกคลีอยู่วงการนักเลงมานาน จะมากจะน้อย ย่อมเคยเห็นเคยได้ยินกิตติศัพท์ของกิเลนลู่มาบ้าง

 "ฮ่า ๆ นั่งลง นั่งลงเถอะ ตามสบายเถอะ ไอ้น้องไม่ต้องเกร็ง"

 ลู่เจี้ยนยิ้มด้วยไมตรีจิต

 "ขอบคุณครับพี่ใหญ่"

 ไอ้หัวทองจึงนั่งลงอีกครั้ง

 อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ มีทั้งหูฉลามน้ำแดง ผัดหน่อไม้กับหมูสามชั้น ไก่นึ่งซีอิ๊วส่งกลิ่นหอมฉุย 

 ฉินฟ่านอธิบายขอบเขตงาน ว่าไอ้หัวทองมีหน้าที่อะไรบ้าง ออฟฟิศตั้งอยู่ที่ไหน มีบ้านพักให้อยู่ฟรีกี่ห้อง มีโรงอาหารที่บริการอาหารฟรี เงินเดือนเท่าไร สิ้นปีมีโบนัสกี่เปอร์เซ็นต์ ไอ้หัวทองฟังไปยิ้มไป งานดี ๆ แบบนี้ จะไปหาที่ไหนได้ มันฟังอย่างเพลิดเพลิน จนมือเผลอไปปัดโดนตะเกียบหล่นลงพื้น

 "แหะ ๆ ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ครับ ผมซุ่มซ่ามไปหน่อย"

 ไอ้หัวทองก้มลงเก็บตะเกียบ กำลังเงยหน้าขึ้นมาพอดี มันเห็นบริกรถือถาดหมูย่างเข้ามาจะเสิร์ฟที่โต๊ะ แต่มือที่อยู่ใต้ถาด กลับถือปืนสั้นติดที่เก็บเสียงกระบอกหนึ่ง 

 มันไม่มีเวลาให้คิดแม้แต่เสี้ยววินาที ตัวมันก็พุ่งออกไปโถมใส่บริกรคนนั้นทันที จนถาดหมูย่างกระเด็นหล่นกระจายเต็มพื้น ปากก็ร้องตะโกนเสียงดัง

 "ปืน"

 ปุ...ปุ

 กรี๊ดดดด 

 คุณหนูสี่ตกใจจนตัวแข็งทื่อ ปากคอสั่น ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอเหตุการณ์ ที่รุนแรงแบบนี้เลย พร้อมกับล้มลงตามแรง

ที่โถมเข้ามากอดเธอของฉินฟ่าน

 ฉินฟ่านอุ้มเธอขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เตะเก้าอี้ให้พุ่งชนผนังกระจกจนแตกกระจาย

แล้วพุ่งตัวโดดออกไปนอกอาคารทันที นี่มันชั้นสามนะ!

 หัวใจของคุณหนูสี่หล่นไปถึงตาตุ่ม จนต้องหลับตาปี๋กอดคอเขาเอาไว้แน่น 

 ฉินฟ่านทำเช่น 

 ไอ้หัวทองทรุดตัวลง แต่ยังกัดฟันกอดมือปืนแน่นไม่ยอมปล่อย

 "กรีดฟ้า..."

 ฉินฟ่านคำรามเสียงดังลั่นห้อง

 แสงสีแดงพุ่งวาบไป ทะลุคอหอยของมือปืน แล้ววกกลับมาหาฉินฟ่าน

ลู่เจี้ยนวิ่งเข้าไปดูอาการไอ้หัวทอง นัดแรกยิงตัดนิ้วนางกับนิ้วก้อย ของไอ้หัวทองจนขาดกระจุย นัดที่สองโชคดีที่เป็นแผลถาก ๆ ที่เอว

 ฉินฟ่านเก็บปืนม้วนพุ่งตัวไปที่ประตู

อย่างรวดเร็ว เขายิงใส่ผู้ร้ายแบบไม่ยั้ง ปัง ๆ  

 มือปืนในชุดบริกรอีกคน เห็นว่าเพื่อนทำงานพลาด จึงยิงรัวใส่พร้อมกับขึ้น 

มอเตอร์ไซค์สีดำ ที่พรรคพวกมันขับมารับ หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

 ฉินฟ่านเอาเข็มออกมา ฝังเข็มห้ามเลือดกับบรรเทาอาการปวด

 "ขอบใจนะ ไม่เลวนี่ไอ้น้อง ใจถึงใช้ได้ เป็นเพราะนายพวกเราจึงรอดตาย"

 ลู่เจี้ยนยิ้มพลางพาไอ้หัวทองไปหาหมอ พร้อมบอกให้ฉินฟ่านพาคุณหนูสี่ กลับบ้านไปก่อน

 แต่ยังไม่ทันไร เมื่อมีคนโทรแจ้งเหตุวิวาทที่โรงแรม มู่ปิงปิงที่ออกลาดตระเวนอยู่แถวนั้น รุดมาที่เกิดเหตุทันที มาถึงปุ๊บ ก็บิดหูของฉินฟ่านปั๊บ

 "โอ๊ย…เบา ๆ หูขาดแล้ว"

 ฉินฟ่านแกล้งโอดครวญ

 "เฮ้อคุณไปที่ไหน เละเป็นโจ๊กทุกที่"

 หืมเด็กในโควตาของเขา มีตำรวจสาวด้วยเหรอ แต่เธอหุ่นดีจริง ๆ 

 คุณหนูสี่มองทั้งคู่ฉอเลาะกัน ด้วยความหมั่นไส้ แกมอิจฉาทรวดทรงองค์เอวของหมวดหมู่อยู่นิด ๆ 

 เธอเริ่มชินที่จะเรียกเขาแบบนี้แล้ว เธอพยักหน้าทักทายคุณหนูสี่

 "ช่วงนี้ผมกำลังฮอตฮิตติดชาร์ตนะ ก็เลยมีคนมาฆ่าผมทุกวัน"

 เขาพูดราวกับเป็นเรื่องตลก

 "ต้องขอโทษด้วยจริง ๆ คงเป็นเพราะเรื่องของตระกูลเย่ เลยทำให้คุณต้องลำบากไปด้วย"

 คุณหนูสี่ยังรู้สึกตกใจไม่หายและรู้สึกเสียใจที่นำภัยมาสู่เขา

 "นี่…คุณอย่าคิดมากสิ เดี๋ยวแก่เร็วนะ"

 มู่ปิงปิงเริ่มสอบปากคำของเขาตามระเบียบ แล้วยื่นหน้าไปกระซิบที่ข้างหูเขาเบา ๆ จนเขาได้กลิ่นหอมจากตัวเธอ

 "เบบี๋เด็กใหม่เหรอสวยน่าดูเลย"

 "ไม่ใช่ครับ แค่คนรู้จัก"

            เขารีบปฏิเสธทันควัน

 "วันหลังคุณช่วยหักคอผู้ร้ายหรือจะใช้ปืนยิงก็ได้ คุณฆ่าแบบนี้ ฉันไม่รู้จะสรุปสาเหตุการตายเรื่องอาวุธยังไง"

 เขากระซิบข้างหูของเธอบ้าง

 "อื้อ...คุณนี่หอมไปทั้งตัวเลย จนผมแทบอดใจไม่ไหว"

 มู่ปิงปิงแก้มแดงด้วยความเขินอาย แล้วทำตาดุใส่ ยกมือตีแขนเขาเบา ๆ 

 คุณหนูสี่ยืนดูทั้งสอง อี๋อ๋อฉอเลาะกันจนทนไม่ไหว อดขัดจังหวะไม่ได้

 "นี่...เราจะกลับกันได้หรือยังคะ"

 "เอาเถอะ พวกคุณกลับไปได้แล้ว"

            หมวดมู่ปิงปิงพยักหน้า

 ฉินฟ่านขับรถออกไปนอกเมือง ตั้งใจว่าจะส่งคุณหนูสี่กลับบ้าน เพราะว่ามันอันตรายเกินไปที่จะอยู่กับเขา

 "นี่มันทางไปบ้านของฉันนี่" คุณหนูสี่มัวแต่ชมวิวเพลิน เพิ่งจะรู้สึกตัว

"คุณก็เห็นแล้ว ว่าช่วงนี้มีคนตามฆ่าผม คุณควรกลับไปอยู่บ้านจะดีกว่า"

            "ไม่เอา"

 พูดยังไม่ทันไรก็มีมอเตอร์ไซค์ดักหน้าสองคัน ดักหลังสองคัน หากพวกมันมีมือปืนกลช่วยกราดยิงสองข้างทาง คงแย่แน่ ตัวเขานะคงไม่เป็นไร แต่หากคุณหนูสี่ได้รับอันตราย เขาจะไปบอกตระกูลเย่ยังไง เขารีบจอดรถแอบข้างถนน 

 "ฮ่า พวกมันตอแยไม่เลิกเลย พวกเราลงจากรถเถอะ"

 ฉินฟ่านให้เธอถอดรองเท้าส้นสูงทิ้ง

แล้วอุ้มเธอวิ่งเข้าไปในป่าอย่างรวดเร็ว 

อกนุ่มนิ่มเสียดสีไปมากับหน้าอกของเขา ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาคงต้องหาเศษหาเลยหากำไรสักหยวนสองหยวนไปแล้ว แต่ยามหน้าสิ่วหน้าขวาน เขาต้องมีสมาธิหาทางเอาตัวรอดก่อน

 คุณหนูสี่ยามอยู่ในอ้อมแขนของเขา กลับไม่รู้สึกกลัวแม้แต่นิด เธอมองใบหน้าด้านข้างของเขา ถ้าไม่นับความทะลึ่งตึงตัง อีตาบ้านี่ก็หล่อน่าดูเลย

 ฉินฟ่านพาคุณหนูสี่ไปหลบอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ที่มีกิ่งใบหนาทึบ แล้วกระโดดลงมาแอบหลังโขดหิน ฝ่ายตรงข้ามมีสี่คน ไม่มีปืนแม้แต่กระบอกเดียว แต่กลับแต่งตัวรัดรูปเหมือนเป็นชาวยุทธ โอ้โห...มีทั้งดาบ แส้ ทวนวงเดือนและกระบี่คู่

 "พวกมันต้องหลบอยู่แถวนี้แน่ ๆ พวกเราต้องระวังตัวให้มากหน่อย เห็นว่าฝีมือของมันร้ายกาจมาก"

 ชายหนุ่มร่างสูง ที่ถือทวนวงเดือนออกคำสั่ง คนกลุ่มนี้คือลูกศิษย์ของปรมาจารย์ปู้ ที่องค์กรมูนเขี้ยวอสูร ว่าจ้างให้มาฆ่าเขา ทุกคนแยกกันค้นหาบริเวณโดยรอบ

 ฉินฟ่านถือกิ่งไม้ไผ่ ที่ริดใบออกยาวหนึ่งเมตรแทนอาวุธ ดูแล้วคนที่ถือดาบ

ลมหายใจหนักหน่วง ฝีเท้าไม่มั่นคง ดีละจัดการไอ้อ่อนนี่ก่อนเถอะ

 ฉินฟ่านแผ่พลังลมปราณรูปเกลียวใส่กิ่งไผ่ จนมันหยุ่นเหนียวยิ่งกว่าเหล็กพุ่งตัวเลียดดินออกไป ตวัดไม้ไผ่ไปที่ข้อเท้าของมือดาบ

กร๊อบ…

อ้าก!

 กระดูกข้อเท้าของมือดาบแตก จนมันร้องเสียงหลง พร้อมกับทรุดตัวลง เขาฟาดกิ่งไผ่รวดเร็วถี่ยิบ โจมตีสะเปะสะปะตามร่างกายของมัน จนมันได้แต่นอนร้องโอดโอย ปิดป้องไม่ทัน 

 สุดท้ายฉินฟ่านใช้กิ่งไผ่แทงทะลุคอหอยของมัน มันได้แต่กระอักเลือด ส่งเสียงดังคร่อก ๆ เขาหยิบดาบของมันขึ้นมาแล้วพุ่งตัวไปหลบซ่อนอย่างรวดเร็ว

 พวกมันทั้งสามที่เหลือวิ่งตามมาถึง ก็พบว่ามือดาบเป็นศพไปแล้ว

 "ตอนนี้ฟ้าใกล้มืดแล้ว หากถ่วงเวลาจนมืด มันอาจลอบโจมตีเราทีละคนได้ ดังนั้นเราจะเกาะกลุ่มกันไป" 

 มือแส้แสดงความคิดเห็นออกมา

ทุกคนต่างก็เห็นด้วย ค่อย ๆ รุกคืบค้นหาตัวฉินฟ่านอีกครั้ง แต่เพิ่งเดินได้แค่สองก้าว ประกายดาบไหววูบ ฟาดฟันลงมาใส่มือแส้ ราวกับพายุร้ายโหมกระหน่ำ ถึงมือแส้จะไหวตัวทัน ยกแส้ขึ้นต้านทาน แต่แรงฟันรุนแรงมาก จนตัวมันกระอักเลือด กระเด็นไปไกลสี่เมตร

 ทวนทิ่มแทงอย่างเผ็ดร้อน พู่สีแดงสะบัดเป็นวงแล้ววงเล่า พร้อมกับกระบี่คู่ที่พลิ้วไหว รายล้อมรอบกายของฉินฟ่าน จนเสื้อของฉินฟ่านถูกกรีดเป็นรอยขาดไปหลายรอย 

 เขาหัวเราะฮา ๆ เสียงดัง แล้วสะบัดดาบออกไปซ้อน ๆ กันสามดาบ ดาบกระทบทวนและกระบี่จนเกิดสะเก็ดไฟดูงามตา เขาพุ่งกายขึ้นข้างบน บิดตัวสองรอบหลบทวนที่แทงออกมา ใช้ตัวดาบป้องกันการแทงของกระบี่ จนเสียงดังติ๊ง... 

 พอทิ้งตัวลงพื้น มือทวนกับมือกระบี่ต่างร่ำร้องในใจว่าแย่แล้ว เพราะพวกมันรู้ถึงแผนของฉินฟ่านแล้ว 

 ฉินฟ่านต้องการลดจำนวนคู่ต่อสู้ให้น้อยลงโดยเร็วที่สุด มือแส้ที่กำลังบาดเจ็บอยู่ ย่อมเหมาะที่จะเป็นเหยื่อรายต่อไป

 แต่มือแส้ไม่ได้ฝึกปรือฝีมืออย่างคร่ำเคร่ง เพื่อรอความตาย มันสูดลมหายใจพร้อมกับฟาดแส้ออกไปด้วยท่าไม้ตายของมัน แต่ฉินฟ่านแทนที่จะถอยหลบแส้ เขากลับสปีดตัวพุ่งเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ราวกับไม่หวาดเกรง พลังของแส้ที่ฟาดโบย เพราะแส้ยังไม่ทันสัมผัสกับตัวของฉินฟ่าน ดาบของเขาก็ทะลุทรวงอกของมัน 

 ฉินฟ่านล้มตัวลงไปข้างหลัง ร่างของมือแส้ก็ล้มตามมา เพราะดาบยังปักอยู่ที่ทรวงอก ฉินฟ่านยกเท้าถีบร่างของมือแส้อย่างแรง จนร่างมันหลุดจากดาบแล้วกระเด็นลอยไปหามือทวน

 ฉินฟ่านกระเด้งตัวขึ้นมายืน ยังไม่ทันตั้งหลัก ก็ต้องรับกระบี่คู่ที่แทงเข้ามาสิบสามกระบี่ ดูละลานตาดุจดอกเหมย 

 ตามด้วยทวนที่ผสานเข้ามา ราวกับร่างแห เสียงติง ๆ ตัง ๆ สะท้อนดังก้องในป่า 

 นี่คือศึกชี้เป็นชี้ตาย ฉินฟ่านรับมือพลางวางแผนในหัวพลาง คู่ต่อสู้สองคนนี้ตึงมือจริง ๆ ไม่ทราบว่าเป็นศิษย์สำนักไหน จึงได้ร้ายกาจเช่นนี้

 ดาบไม่ใช่วิชาก้นหีบของเขา ไหนเลยจะใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว เช่นคู่ต่อสู้ที่ฝึกทวนจับกระบี่มานับยี่สิบปี เขาจึงเลียนแบบซีเหมินคัง "ละทิ้งดาบ"

 ฉินฟ่านสะบัดดาบฟันใส่ข้างลำตัวของมือทวน มือทวนย่อมต้องยกทวนสกัดกั้น ใครจะไปคิดว่าฉินฟ่านกลับยอมทิ้งดาบ พร้อมหมุนตัวเข้าไป ฟาดฝ่ามือใส่หน้าผากของมือทวน ด้วยปางมุทรากระบวนท่าที่สอง

 กะโหลกของมือทวนแตกกระจาย จนสมองไหลเยิ้มออกมา ร่างของมันหงายหลังล้มทั้งยืน คุณหนูสี่ไหนเลยจะเคยเห็น คนฆ่าฟันกันต่อหน้าต่อตา 

เธอตกใจกลัวจนตัวสั่น ได้แต่เอามือปิดปากไม่ให้ส่งเสียงร้องออกมา แต่ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง มีงูดำมะเมื่อมตัวหนึ่ง เลื้อยผ่านข้อมือของเธอ เธอยิ่งตกใจสะบัดมือเร่า ๆ กรีดร้อง จนเผลอขยับตัว ตกลงมาจากต้นไม้ 

 มือกระบี่สะบัดมือซัดเข็มยาวสองนิ้ว ที่สะท้อนประกายสีคราม ฉินฟ่านเห็นก็รู้ว่านั้นคือเข็มอาบยาพิษ

 ฉึก!

 เข็มพิษปักเข้าที่หน้าอกของคุณหนูสี่อย่างแม่นยำ

 แย่แล้ว!

 เขารีบพุ่งตัวเข้าไป รับร่างของคุณหนูสี่ แล้ววางตัวลงกับพื้น พร้อมกับพุ่งเลียดดินเข้าหามือกระบี่

 คุณหนูสี่ถูกเข็มอาบยาพิษ ไม่ทราบว่าอาการสาหัสแค่ไหน ดังนั้นเขาต้องฆ่ามือกระบี่ให้เร็วที่สุด เพื่อช่วงชิงเวลาให้มากที่สุด

 มือกระบี่เห็นฉินฟ่านพุ่งลอยตัวเข้ามาตรง ๆ จึงแสยะยิ้มจนเห็นฟันเหลือง มันซัดเข็มอาบยาพิษ ใส่ฉินฟ่านอีกสามเล่มทันที

 ฉินฟ่านยกท่อนแขนป้องกันดวงตา

เข็มซัดถูกท่อนแขนและลำตัวอย่างแม่นยำ แต่เข็มกลับกระเด็นออก พ้นร่างของฉินฟ่าน มือกระบี่หารู้ไม่ว่า ฉินฟ่านมีร่างคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้า 

 แต่ถึงตอนนี้จะรู้ก็สายไปเสียแล้ว เพราะกรงเล็บของฉินฟ่าน ตะกุยคอหอยของมันจนแหลกเละ เขาล้วงเข้าไปในอกเสื้อของมือกระบี่ เพราะผู้ใช้พิษย่อมต้องมียาถอนพิษ ในที่สุดเขาก็เจอขวดหยกสีดำ

 เวลาทุกวินาทีมีค่า ฉินฟ่านอุ้มร่าง

ของคุณหนูสี่วิ่งออกไป ไม่แน่พวกมันอาจจะมีกองหนุนตามหลังมา 

 เขาวิ่งตะบึงออกไปเกือบสิบนาที เจอกับศาลเจ้าร้างแห่งหนึ่ง เขารีบวางร่างคุณหนูสี่นอนลงบนพื้น พบว่าเข็มอาบยาพิษซัดใส่ตำแหน่งเหนือราวนมเล็กน้อย

 ไม่มีเวลาให้ลังเลใจ เขาถอดเสื้อของเธอออก หน้าอกขาวอวบอิ่มที่ยั่วยวนสายตา มีรอยดำคล้ำเพราะพิษอยู่จุดหนึ่งขนาดเท่าเหรียญอีแปะ พลันปรากฏขึ้นต่อสายตาเขา 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 46 ฟินสุดๆ

    เวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวงจันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คนทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงานแต่งงานนั้นคงต้องรออีกสามสี่เดือนเพื่อให้ม่านลี่ถีเรียนจบมหาวิทยาลัยซะก่อนในขณะที่ทั้งสองเดินเกี่ยวก้อย ชมแสงจันทร์มาถึงมุมสวนที่ห่างไกลจากผู้คน ในหัวของเจียงเซิงเต็มไปด้วยแผนการ ที่คิดจะเอารัดเอาเปรียบเธอเจียงเซิงเป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท หน้าตาดี เขาเคยว่าความชนะมาหลายคดีเป็นดาวเด่นของบริษัทเลยก็ว่าได้ รายได้ของเขาจึงค่อนข้างสูง ขับรถสปอร์ต กินอาหารโรงแรมชื่อดังเมื่อรวมจุดเด่นเหล่านี้เข้าด้วยกัน การที่เขาจะหลอกล่อเหยื่ออย่างม่านลี่ถีเพื่อพาเข้าโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องยากหลังจากเล่นเธอจนเบื่อเจียงเซิง ก็จะหาเรื่องทะเลาะและขอเลิกกับเธอ ส่วนแผนวิวาห์ที่สวยหรูก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย แล้วเขาก็จะเริ่มเล็งหาเหยื่อคนใหม่อ้อเหยื่อคนใหม่นี้ไม่ต้องสวยมา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status