Share

บทที่ 46 ฟินสุดๆ

last update publish date: 2026-02-16 07:00:01

เวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวง

จันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คน

 ทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงานแต่งงานนั้นคงต้องรออีกสามสี่เดือนเพื่อให้ม่านลี่ถีเรียนจบมหาวิทยาลัยซะก่อน

ในขณะที่ทั้งสองเดินเกี่ยวก้อย ชมแสงจันทร์มาถึงมุมสวนที่ห่างไกลจากผู้คน ในหัวของเจียงเซิงเต็มไปด้วยแผนการ ที่คิดจะเอารัดเอาเปรียบเธอ

 เจียงเซิงเป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท หน้าตาดี เขาเคยว่าความชนะมาหลายคดี

เป็นดาวเด่นของบริษัทเลยก็ว่าได้ รายได้ของเขาจึงค่อนข้างสูง ขับรถสปอร์ต กินอาหารโรงแรมชื่อดัง

เมื่อรวมจุดเด่นเหล่านี้เข้าด้วยกัน การที่เขาจะหลอกล่อเหยื่ออย่างม่านลี่ถีเพื่อพาเข้าโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องยากหลังจากเล่นเธอจนเบื่อเจียงเซิง ก็จะหาเรื่องทะเลาะและขอเลิกกับเธอ ส่วนแผนวิวาห์ที่สวยหรูก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย แล้วเขาก็จะเริ่มเล็งหาเหยื่อคนใหม่

อ้อเหยื่อคนใหม่นี้ไม่ต้องสวยมาก เอาแค่หน้าตาพอดูได้แต่ทรวดทรงองค์เอวต้องแจ่ม เพราะว่าคนสวยชอบเล่นตัว

พวกเธอมักจะมีชายหนุ่มมารุมล้อมมากมาย

มันจะทำให้แผนการของเขา ใช้เวลานานเกินไป ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการเปย์สาว

เขาใช้แผนนี้ได้ผลมาหลายครั้งเพราะสาว ๆ สมัยนี้ต่างเป็นสาวกของลัทธิวัตถุนิยม ประเภทชอบกินหรูอยู่สบาย ถ่ายเซลฟี่อวดเวลาอยู่ในฟิตเนส มีกระเป๋าแบรนด์เนมมา เป็นของกำนัลให้เธอหน่อยต่อให้คุณอ้วนเหมือนหมู หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่พวกเธอก็ยังยินดีที่จะเป็นแฟนของคุณ

“ลี่ถี ผมมีความสุขมากจริง ๆ ที่จะได้แต่งงานกับคุณผมรักคุณ”

 เจียงเซิงจูบเธอที่ริมฝีปาก พลางคิดในใจ

 “หึ หึ ยัยนี่น่าจะยังซิงอยู่ขนาดจูบยังเงอะ ๆ งะ ๆ เลยดูซิ…ตัวสั่นยังกับลูกนก ดี…เดี๋ยวปลุกอารณ์อีกหน่อย แล้วพาไปโรงแรมเปิดห้องเลยดีกว่า”

เจียงเซิงจูบไซร้ซอกคอเธอ ด้วยลีลาของเสือผู้หญิง ส่วนมือก็ลูบไล้เคล้าคลึงทรวงอกของเธออย่างช่ำชอง แต่เธอกลับผลักเขาออกห่าง

“พี่เซิงช่วยรออีกหน่อยได้ไหมคะ เรายังไม่ได้แต่งงานกันนะคะ”

“โธ่คุณไม่เห็นใจผมบ้างเหรออีกอย่างเราก็หมั้นกันแล้ว”

“แต่ว่า…”

“โธ่เอ๊ยเรื่องแค่นี้ธรรมดาจะตายไปหนุ่มสาวคู่อื่นเขาก็ทำกันไม่ใช่เหรอ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว น่านะ รึว่าคุณไม่รักผม”

 ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูด ปฏิเสธ แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นยังไงดี เขาก็รวบเอวเธอเข้ามาจูบอีกครั้ง เธอจะปัดป้อง ก็ยังไงอยู่ เพราะเขาเป็นถึงคู่หมั้นของเธอ

และทั้งสองก็วางแผนการแต่งงานเอาไว้แล้วในปีนี้

 ม่านลี่ถีถูกเขาพรมจูบไปทั่วซอกคอ ไรหนวดที่เสียดสีไปมากลับสร้างความเสียวซ่าน ทำให้เธอเริ่มคล้อยตามเขาโดยไม่รู้ตัวขณะที่ทั้งคู่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มเธอรู้สึกได้ถึงฝ่ามือทั้งคู่ของเจียงเซิง ที่กำลังขยำแก้มก้นของเธออย่างเมามัน

ตอนนั้นเองที่เธอสัมผัสได้ถึงฝ่ามือปริศนาที่กำลังบีบเค้นทั้งสองเต้าของเธออย่างเมามันเอ๋…ทำไมมีมือเกินมาล่ะเธอผลักเขาออกห่างอีกครั้ง

“อะไรกันอีกล่ะ นังบ้าเอ๊ยหมดอารมณ์เลย”

 เจียงเซิงสบถออกมาอย่างหัวเสีย

 “มือ…มือ”

 “พูดบ้าอะไรวะ”

 ม่านลี่ถีมองดูสลับไปมาระหว่างมือของเขา ที่อยู่ข้างกายเขา แล้วมือที่กำลังบีบเค้นหน้าอกของเธออยู่ มันมือของใคร

กรี๊ด!

ตอนนี้เองที่เจียงเซิงเพิ่งจะมีสติเขาเห็นผู้ชายชุดดำสวมหน้ากากแบทแมนยืนอยู่ข้างหลังม่านลี่ถี แล้วสอดมือจากทางข้างหลังเธอกำลังทั้งบีบทั้งขยำหน้าอกของเธอ

 “อ่า…ลี่ถีเธอนี่หุ่นซ่อนรูปจริง ๆ เต็มไม้เต็มมือดีแบบนี้ฉันชอบ ฟินสุด ๆ เยี่ยมไปเลย”

เสียงแหบ ๆ ของชายชุดดำ กระซิบข้างหูของเธอ จนเธอรู้สึกขนลุกเกรียวรีบสะบัดตัวหลุดออกมาจากเขา เธอยกมือปิดหน้าอกแล้ววิ่งไปหลบหลังคู่หมั้น เสียงแหบ ๆ ยังคงพูดต่ออย่างช้า ๆ

 “ม่านลี่ถี ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดี มันกำลังหลอกเธอมันทุ่มเทเงินทองให้หญิงสาว แล้วก็บอกรักด้วยคำหวาน ๆ เสร็จแล้วก็หลอกพาขึ้นเตียงพอมันเบื่อ มันก็ทิ้งขว้าง แล้วก็หาเหยื่อคนใหม่

มันทำแบบนี้กับผู้หญิงมาหลายคนแล้ว เธอลองเก็บไปคิดดู ว่าอยากจะเป็นเหยื่อของมันรึเปล่า”

“ลี่ถี อย่าไปเชื่อมัน ไอ้โรคจิตนี่

บังอาจลวนลามแฟนของฉันเหรอวะตายซะเถอะ”

เจียงเซิงวิ่งเข้าไปจะชกใส่แบทแมน แต่แบทแมนกลับพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วที่เร็วกว่า แบทแมนดีดตัวพุ่งขึ้นกลางอากาศพร้อมอัดเข่าลอยเข้าไปเต็มปากของเจียงเซิง

จนฟันหักหลุดร่วงทันทีสามซี่เลือดสด ๆ แดงข้นไหลกลบปากของเจียงเซิง ที่กำลังนอนแผ่หราหมดสภาพอยู่บนพื้น

 คุณลุงที่กำลังขี่จักรยาน ไปตามทางน้อย เห็นมีคนวิวาทกัน ก็รีบบึ่งรถไปแจ้งตำรวจที่กำลังออกลาดตระเวน อยู่แถว

ริมสระน้ำ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเท่าไหร่ซึ่งพอดีเป็นทีมของหมวดมู่ปิงปิง มีอาเฉียน เสี่ยวเตาและอาลี่

 แบทแมนเดินเข้าไปหาเจียงเซิง

 “อย่า…อย่าทำอะไรผมเลย ขอร้องล่ะถ้าพี่ชาย ถ้าอยากได้อีนี่จะเอาไปปู้ยี่ปู้ยำแบบไหนก็ได้ ผมยกให้เลย ขอแค่ปล่อยผมไปเถอะนะพี่ชาย”

 ม่านลี่ถีได้ยินถึงกับตกตะลึง

 “เจียงเซิง คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง”

 “ก็เพราะแกมันเป็นตัวซวยไง แค่หมั้น

หลอก ๆ กับแกฟันของฉันยังหักไปตั้งสามซี่ แล้วถ้าแต่งงานกับแกฉันไม่ต้องซวยจนเข้าห้องไอซียูรึไง”

 “ได้…ฉันมันโง่เอง ต่อไปเราอย่าได้

เจอกันอีกเลย”

 ม่านลี่ถีถอดแหวนหมั้นขว้างใส่ใบหน้าของเจียงเซิงน้ำตาของเธอไหลอาบแก้มโดยที่ไม่รู้ตัว นี่หรือผู้ชายที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วย ถึงกับผลักไสเธอเข้ากองไฟ เพื่อเอาตัวรอด เธอนี่มันตาบอดสิ้นดี

“เฮอะ เฮอะ เห็นธาตุแท้ของมันรึยัง

จุ๊ ๆ เธอไม่ควรเสียน้ำตาให้กับคนเลวระยำ แบบนี้เช็ดน้ำตาซะ”

“หุบปาก คุณเองก็เลวเหมือนมันนั่น

แหล่ะ”

 ตอนนี้เธอเดือดปุด ๆ พาลด่าแบทแมนอีกคนโทษฐานลวนลามเธอ จนไม่สนใจว่าจะถูกแบทแมนตบสั่งสอนรึไม่

 “ตำรวจกำลังจะมา ฉันต้องไปแล้วอ้อนี่เป็นของขวัญจากฉันถ้าวันหลังแกยังกล้าหลอกผู้หญิงอีกฉันจะไปเยี่ยมแกถึงห้องนอนเลยจำเอาไว้”

พลั่วะ!

แบทแมนกระทืบลงกลางหว่างขาของเจียงเซิงอย่างแรง ราวกับกำลังเย้ยหยันตระกูลเจียงที่มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง

 อ้าก!

 เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมร่างของตำรวจสี่คนในชุดนอกเครื่องแบบที่นำทีมโดยหมวดมู่ปิงปิงรายล้อมใกล้เข้ามา

 “หยุดนะ…นี่ตำรวจ ยอมให้จับซะดี ๆ”

แบทแมนหันหลังค่อย ๆ เดินไป ใช่…ค่อย ๆ เดินไป แสดงว่าเขามั่นใจมากว่าจะหนีตำรวจได้อย่างแน่นอน

เสียงชายเสื้อปะทะสายลมดังมาจากข้างหลัง ตำรวจหญิงที่ชื่ออาลี่ถึงจะรูปร่างเล็ก แต่กลับมีฝีไม้ลายมือที่คล่องแคล่วว่องไวเธอกระโดดถีบใส่แบทแมนทันที มันต้องรีบโยกตัวหลบออกด้านข้าง แต่เสี่ยวเตาก็พุ่งเข้ามาจะรวบตัว แบทแมนต้องตีลังกากลับหลังสามตลบจึงหลบพ้น พอเท้าของมันแตะพื้น มู่ปิงปิงก็ลอยตัวตีเข่าใส่ใบหน้าของมันอย่างแรงจนมันต้องกำหมัดไขว้แขนทั้งสองข้างเป็นท่าบล็อกกากบาท ถึงจะบล็อกได้ทันโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่แบทแมนต้องเซถอยหลังเลยทีเดียว

 นี่มันตลกร้ายเกินไปแล้ว มันเพิ่งใช้ท่านี้กับเจียงเซิงไปสด ๆ ร้อน ๆ แต่ตอนนี้กลับโดนเสียเอง

 “คนสวยฝีมือไม่เลวนี่ แต่ผมว่าพวกคุณจับผมไม่ได้หรอก”

 ชาวบ้านบางคนที่ได้ยินข่าวว่าตำรวจกำลังล้อมจับผู้ร้าย ก็รีบยกมือถือมาถ่ายคลิปไว้เผื่อจะได้แชร์ให้พรรคพวกดู

 “นี่ไอ้โรคจิต แกตาบอดรึไงพวกเราล้อมแกไว้หมดแล้วคิดว่าจะหนีรอดไปได้เหรอไงวะ ถ้าแกคิดว่าแน่จริง มาเจอกันสักตั้งหน่อยเป็นไง”

“เฮอะ ๆ คิดจะเล่นหมาหมู่รึไง ลำพังแกจะมีน้ำยาอะไร”

 แบทแมนพูดเหน็บแนมไปหนึ่งดอก

“ถ้าแกอยากรู้พิษสงของฉันก็ต้องลองดูกันสักตั้ง”

 อาเฉียนตำรวจหนุ่มผู้มีสารรูปซกมกหนวดเคราไม่ได้โกนมาหลายวันเสื้อผ้ามอมแมม เนื้อตัวเหม็นเปรี้ยว เพราะไม่ได้กลับบ้านอาบน้ำมาหลายวัน

ถ้าให้อาเฉียนไปยืนรวมกลุ่มกับผู้ร้าย ทุกคนคงชี้ไปที่เขาแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หน้าตาอย่างเขามันโจรห้าร้อยชัด ๆ เป็นโจรที่ดันจับฉลากได้มาเป็นตำรวจ

ตอนนี้เขากำหมัดหลวม ๆ ยกแขนทั้งสองขึ้นตั้งการ์ด เดินย่างสามขุมเข้าไปช้า ๆ เขาเป็นตำรวจสายบู๊ วิ่งสู้ฟัดกับโจรผู้ร้ายทุกวี่ทุกวันอยู่แล้ว ขอแค่พัวพันแบทแมนเอาไว้ซักครู่เดียวทีมของเขาก็จะกระชับวงล้อมเข้ามาคราวนี้จะจับมันก็ง่ายขึ้น

“เข้ามา”

 แบทแมนกระดิกนิ้วเรียกอาเฉียน แต่

แบทแมนกลับเปิดฉากลุยก่อนเขาแย็บซ้ายสองครั้งแล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที

“ไอ้บ้าเอ๊ยมันจะหนีแล้ว”

 “อย่าให้มันหนีไปได้”

 “ฮ่ะ ๆ คลานช้าเป็นเต่าแบบนี้ฝันไปเถอะ”

แบทแมนวิ่งมุดซ้ายวนขวา จนพวกตำรวจต่างหัวหมุนรีบวิ่งตามไปเป็นพรวน

เหมือนเด็กน้อยเล่นวิ่งไล่จับกัน ชาวบ้านที่ถ่ายคลิปก็วิ่งตามไปเช่นกัน พวกเขาวิ่งมาถึงโซนเครื่องเล่นของเด็ก หมวดมู่ไล่ตามหลังมาติด ๆ

แต่พริบตาเดียวแบทแมนก็มุดเข้าไปในอุโมงค์สไลเดอร์ กระโดดมุดเข้า ไปในพุ่มไม้ ไปโผล่บนบาร์ต่างระดับ เตะทรายใส่หน้าพวกตำรวจ เล่นเอาพวกตำรวจโมโหจนแทบคลั่ง แต่ตอนที่แบทแมนกำลังเร่งสปีดวิ่งจู่ ๆ ก็มีเด็กผู้หญิงตัวน้อย ๆ ราวห้าขวบเดินออกมาตัดหน้าเขา ก่อนที่เขาจะวิ่งชนเธอ เขาตัดสินใจหมุนพลิกตัวเข้าชนเสาชิงช้าแทน

 โป๊ก !

เสียงศีรษะของแบทแมนชนเข้ากับเสาชิงช้าอย่างแรง จนศีรษะแตกเลือดอาบไปครึ่งซีกหน้าเขายังเจ็บและมึนงงอยู่

เขาทรุดตัวนั่งลง เอามือซ้ายกุมแผลส่วนมือขวายื่นไปโบกห้ามตำรวจที่กำลังจะกรูเข้าไปจับเขา

 “โอ๊ยหัวแตกเลย เดี๋ยว ๆ ขอเวลานอกก่อน เลือดมันเข้าตาโอ้ย เจ็บหัวเป็นบ้าเลย นี่คุณตำรวจขอน้ำล้างตาหน่อยซิ”

 “ฮ่ะ ๆ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจะพาไปล้างที่สถานีตำรวจแถมกาแฟร้อนให้อีกแก้วด้วย”

เสี่ยวเตาควักกุญแจมือออกมาเดินเข้าไปจะจับตัวเขา

“เสี่ยวเตาระวัง”

 อาจจะเป็นเพราะว่า หมวดมู่ปิงปิงร้องเตือนช้าเกินไป รึอาจจะเป็นเพราะแบทแมนเร็วเกินไป เขาสปริงตัวสุดแรงกระโดดเตะไฮคิก เข้าที่ก้านคอของเสี่ยวเตาอย่างรุนแรง ทุกคนถึงกับรีบโถมเข้าไปหาเสี่ยวเตา ด้วยความเป็นห่วง แต่ตอนนี้ที่แน่ ๆ เสี่ยวเตาตาเหลือกค้าง ตัวแข็งทื่อล้มทั้งยืน

หมดสติกลางอากาศ

“เฮ้ยเสี่ยวเตา”

พวกเพื่อนตำรวจรีบวิ่งเข้าไปดูอาการ

แต่ดูท่าคงจะสลบไปเท่านั้น

แบทแมนที่กำลังจะขยับตัววิ่งหนี ก็ต้องชะงักวูบลง เพราะหางตาของเขาเห็นร่างของหมวดมู่ปิงปิงกำลังพลิกร่างหมุนตัวกลางอากาศ พร้อมตวัดขาเตะอัดจากข้างบนลงล่าง

ย้าก!

ลูกเตะนี้ความจริงเล็งเข้าที่ก้านคอของแบทแมนแต่แบทแมนกลับเบี่ยงตัวเอาหัวไหล่รับแทน เลยโดนเตะเข้าหัวไหล่จัง ๆ ร่างของแบทแมนถึงกับกระเด็นไปไกล แต่พอมันตีลังกาม้วนหน้าลงกับพื้นมันกลับดีดพุ่งตัวไปข้างหน้าต่อ แค่พริบตาเดียว ร่างของมันก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาตำรวจ

 ปัง !

 เสียงแฟ้มเอกสารที่ฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง

“งามหน้าไหมล่ะตำรวจตั้งสี่คนล้อมจับผู้ร้ายคนเดียวไม่ได้ กรมตำรวจถูกชาวบ้านโพสต์ด่าลงในโลกโซเชียลให้ว่อนไปหมด เช่นตำรวจไร้น้ำยา ไม่มีปัญญาจับโจร อยู่ไปก็เปลืองภาษีประชาชน กลับไปอยู่บ้านเลี้ยงหมายังดีซะกว่า

 เป็นไง…โดนชาวบ้านด่า ไม่รู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ บ้างเลยรึไง แถมยังโพสต์รูปประจาน ตำรวจหนุ่มดวงซวยถูกแบทแมนเตะก้านคอจนสลบ ทำให้กรมตำรวจยิ่งอับอายขายขี้หน้าเข้าไปใหญ่ยิ่งไปกว่านั้น พวกผู้ใหญ่ในกรมโทรมาด่าฉันตั้งแต่เช้าจนหูชาไปหมดแล้ว

 ฉันขอถามหน่อยเถอะ นี่ พวกแกคงกลัวว่าฉันจะอายุยืนยาว จนได้จัดงานแซยิด ก็เลยอยากให้ฉันตายเร็ว ๆ ซินะ ไหนช่วยบอกหน่อยสิ ต่อไปเวลามาทำงานต้องเอาปี๊บคลุมหัวด้วยไหมหา….”

เค่อตงหยาง ฉายาแม่ค้าตลาดสด หัวหน้าสถานีตำรวจเมืองซูโจว ด่ากราดเป็นชุดเหมือนยิงด้วยปืนเอ็มสิบหก

 “ขอโทษครับ ผมไม่ทันระวังเองเลยถูกมันสอยจนสลบเหมือด”

เสี่ยวเตารู้สึกอับอายอย่างยิ่ง จึงได้แต่ก้มหน้างุด

 “ยังจะมีหน้ามาพูดอีก ฮึ่ม…”

 “หัวหน้าคะ อย่าโทษพวกเขาเลยค่ะ

ฉันเป็นหัวหน้าทีม เป็นความผิดของฉันเอง ต้องขอโทษด้วยค่ะแต่ฝีมือของมันก็ร้าย

กาจจริง ๆ แถมไวยังกับปรอท ตอนนั้นพวกเราล้อมมันไว้มันยังหนีซ้ายมุดขวา จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเลยค่ะ”

มู่ปิงปิงพยายามอธิบายถึงสถานการณ์

ที่ยากลำบากให้ฟัง

หัวหน้าเค่อควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดที่ใบหน้าพลางทอดถอนใจ

“เฮ้อเสี่ยวปิงฉันเข้าใจความยากลำบากของเธอดี แต่เธอลองไปถามชาวบ้านดูสิว่าจะยอมเข้าใจพวกเธอไหม ไม่รู้ล่ะพวกแกฟังให้ดี ฉันให้เวลาสามวัน พวกแกต้องปิดคดีนี้ให้ได้เข้าใจไหม”

 “รับทราบ”

 ทุกคนลุกขึ้นยืนตัวตรงตะเบ๊ะ พรึ่บ !

 เค่อตงหยางตะโกนจนหน้าแดงแล้วเดินออกไป ปิดประตูดังปัง!

 ทุกคนที่มาประชุมถึงกับถอนหายใจยาวไปตาม ๆ กัน

 “หมวดมู่ครับ พวกเราจะทำยังไงดี

ถึงจะจับมันได้ครับ นี่เล่นขีดเส้นตายเอาไว้ที่สามวันเอง”

“นั่นสิครับ เวลาก็มีแค่สามวันเอง ถ้าจับไม่ได้ มีหวังถูกย้ายไปเฝ้าป้อมยามแถว

สุสานแหง ๆ ”

 อาเฉียนบ่นอย่างหงุดหงิด

“หมวดคะคืนนี้ฉันจะแต่งตัวไปล่อมันเองค่ะ”

อาลี่ ตำรวจหญิงน้องใหม่ไฟแรงของทีม ขันอาสา

หมวดมู่รีบโบกมือห้าม

 “ไม่ได้ งานนี้อันตรายเกินไปถ้าเธอเป็นอะไรไป จะให้ฉันไปบอกคุณพ่อของเธอว่ายังไง ฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอก”

 “แต่ฉันก็เป็นตำรวจนะคะ”

 “จ้า…แม่คนเก่ง แต่ไม่ได้ก็คือไม่ได้นี่เป็นคำสั่ง”

“แล้วเราจะทำยังไงดีครับ”

 อาเฉียนควักบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ เพื่อดับ

อารมณ์หงุดหงิด

“ฉันจะเป็นเหยื่อล่อเอง”

 หมวดมู่บอกแบบฝืนใจนิดหน่อย เพราะ ปกติเธอแต่งเครื่องแบบตำรวจหรือไม่ก็แต่งกายออกแนวผู้ชายเช่น เสื้อเชิ้ต แจ็กเก็ต กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบออกไปจับผู้ร้าย รึสืบคดี เพราะเธอเป็นคนบ้างาน ดังนั้นตอนนี้เธอจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง ที่จะต้องแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าผู้หญิงแถมยังต้องออกแนวเซ็กซี่อีกด้วยเพื่อล่อให้แบทแมนปรากฎตัว

“แต่ว่า…”

“ไม่มีคำว่าแต่ หนึ่งทุ่มรวมพลนี่เป็นคำสั่ง”

ฟ้ามืดของคืนนี้ ปรากฎแสงดาวเลือนลางทุกคนในทีมกำลังนั่งรอหมวดมู่ปิงปิงที่หน้าสถานี

 “เสี่ยวเตา คอของแกเป็นไงบ้าง”

อาเฉียนพูดเสียงอู้อี้ เพราะกำลังเคี้ยวขนมปังไส้ครีมอาหารเย็นของเขา

“ฉันไม่เป็นไรหรอกพี่ แต่คอยังปวดอยู่นิดหน่อยไอ้บ้านั่นตีนมันหนักจริง ๆ ถ้าเจอมันอีกที พ่อจะยิงให้ไส้แตกเลยคอยดู”

เสี่ยวเตายังแค้นไม่หาย

 “คิกคิก ระวังอย่าถูกมันเตะจนสลบเหมือด เป็นรอบที่สองซะล่ะ”

อาลี่หยิกแกมหยอก

 “ว้าว…พี่เฉียนดูแม่สาวชุดแดงคนนั้นสิ หุ่นเหิ่นแจ่มเป็นบ้าเลย”

 เสี่ยวเตาจับแขนของอาเฉียนเขย่าไปมาอย่างตื่นเต้น

“ไหนวะ อยู่ไหน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 66ไม่เจอไม่กลับ (จบภาค 1)

    ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 65 ไม่รู้ไม่ชี้

    ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 64 คู่แค้นพบกันบนทางแคบ

    ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 63 นี่แค่น้ำจิ้ม

    เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 62 ยาหยี

    พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 61 แฮกเกอร์

    แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 60 สาบาน

    หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 59 แม่ขอโทษ

    “สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 58 แม่ผัวตัวแสบ

    นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 57 อย่างนี้ต้องตีให้ตาย

    ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status