Masukเวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวง
จันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คน
ทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงานแต่งงานนั้นคงต้องรออีกสามสี่เดือนเพื่อให้ม่านลี่ถีเรียนจบมหาวิทยาลัยซะก่อน
ในขณะที่ทั้งสองเดินเกี่ยวก้อย ชมแสงจันทร์มาถึงมุมสวนที่ห่างไกลจากผู้คน ในหัวของเจียงเซิงเต็มไปด้วยแผนการ ที่คิดจะเอารัดเอาเปรียบเธอ
เจียงเซิงเป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท หน้าตาดี เขาเคยว่าความชนะมาหลายคดี
เป็นดาวเด่นของบริษัทเลยก็ว่าได้ รายได้ของเขาจึงค่อนข้างสูง ขับรถสปอร์ต กินอาหารโรงแรมชื่อดัง
เมื่อรวมจุดเด่นเหล่านี้เข้าด้วยกัน การที่เขาจะหลอกล่อเหยื่ออย่างม่านลี่ถีเพื่อพาเข้าโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องยากหลังจากเล่นเธอจนเบื่อเจียงเซิง ก็จะหาเรื่องทะเลาะและขอเลิกกับเธอ ส่วนแผนวิวาห์ที่สวยหรูก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย แล้วเขาก็จะเริ่มเล็งหาเหยื่อคนใหม่
อ้อเหยื่อคนใหม่นี้ไม่ต้องสวยมาก เอาแค่หน้าตาพอดูได้แต่ทรวดทรงองค์เอวต้องแจ่ม เพราะว่าคนสวยชอบเล่นตัว
พวกเธอมักจะมีชายหนุ่มมารุมล้อมมากมาย
มันจะทำให้แผนการของเขา ใช้เวลานานเกินไป ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณในการเปย์สาว
เขาใช้แผนนี้ได้ผลมาหลายครั้งเพราะสาว ๆ สมัยนี้ต่างเป็นสาวกของลัทธิวัตถุนิยม ประเภทชอบกินหรูอยู่สบาย ถ่ายเซลฟี่อวดเวลาอยู่ในฟิตเนส มีกระเป๋าแบรนด์เนมมา เป็นของกำนัลให้เธอหน่อยต่อให้คุณอ้วนเหมือนหมู หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่พวกเธอก็ยังยินดีที่จะเป็นแฟนของคุณ
“ลี่ถี ผมมีความสุขมากจริง ๆ ที่จะได้แต่งงานกับคุณผมรักคุณ”
เจียงเซิงจูบเธอที่ริมฝีปาก พลางคิดในใจ
“หึ หึ ยัยนี่น่าจะยังซิงอยู่ขนาดจูบยังเงอะ ๆ งะ ๆ เลยดูซิ…ตัวสั่นยังกับลูกนก ดี…เดี๋ยวปลุกอารณ์อีกหน่อย แล้วพาไปโรงแรมเปิดห้องเลยดีกว่า”
เจียงเซิงจูบไซร้ซอกคอเธอ ด้วยลีลาของเสือผู้หญิง ส่วนมือก็ลูบไล้เคล้าคลึงทรวงอกของเธออย่างช่ำชอง แต่เธอกลับผลักเขาออกห่าง
“พี่เซิงช่วยรออีกหน่อยได้ไหมคะ เรายังไม่ได้แต่งงานกันนะคะ”
“โธ่คุณไม่เห็นใจผมบ้างเหรออีกอย่างเราก็หมั้นกันแล้ว”
“แต่ว่า…”
“โธ่เอ๊ยเรื่องแค่นี้ธรรมดาจะตายไปหนุ่มสาวคู่อื่นเขาก็ทำกันไม่ใช่เหรอ นี่มันยุคสมัยไหนแล้ว น่านะ รึว่าคุณไม่รักผม”
ขณะที่เธอกำลังคิดว่าจะพูด ปฏิเสธ แบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นยังไงดี เขาก็รวบเอวเธอเข้ามาจูบอีกครั้ง เธอจะปัดป้อง ก็ยังไงอยู่ เพราะเขาเป็นถึงคู่หมั้นของเธอ
และทั้งสองก็วางแผนการแต่งงานเอาไว้แล้วในปีนี้
ม่านลี่ถีถูกเขาพรมจูบไปทั่วซอกคอ ไรหนวดที่เสียดสีไปมากลับสร้างความเสียวซ่าน ทำให้เธอเริ่มคล้อยตามเขาโดยไม่รู้ตัวขณะที่ทั้งคู่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มเธอรู้สึกได้ถึงฝ่ามือทั้งคู่ของเจียงเซิง ที่กำลังขยำแก้มก้นของเธออย่างเมามัน
ตอนนั้นเองที่เธอสัมผัสได้ถึงฝ่ามือปริศนาที่กำลังบีบเค้นทั้งสองเต้าของเธออย่างเมามันเอ๋…ทำไมมีมือเกินมาล่ะเธอผลักเขาออกห่างอีกครั้ง
“อะไรกันอีกล่ะ นังบ้าเอ๊ยหมดอารมณ์เลย”
เจียงเซิงสบถออกมาอย่างหัวเสีย
“มือ…มือ”
“พูดบ้าอะไรวะ”
ม่านลี่ถีมองดูสลับไปมาระหว่างมือของเขา ที่อยู่ข้างกายเขา แล้วมือที่กำลังบีบเค้นหน้าอกของเธออยู่ มันมือของใคร
กรี๊ด!
ตอนนี้เองที่เจียงเซิงเพิ่งจะมีสติเขาเห็นผู้ชายชุดดำสวมหน้ากากแบทแมนยืนอยู่ข้างหลังม่านลี่ถี แล้วสอดมือจากทางข้างหลังเธอกำลังทั้งบีบทั้งขยำหน้าอกของเธอ
“อ่า…ลี่ถีเธอนี่หุ่นซ่อนรูปจริง ๆ เต็มไม้เต็มมือดีแบบนี้ฉันชอบ ฟินสุด ๆ เยี่ยมไปเลย”
เสียงแหบ ๆ ของชายชุดดำ กระซิบข้างหูของเธอ จนเธอรู้สึกขนลุกเกรียวรีบสะบัดตัวหลุดออกมาจากเขา เธอยกมือปิดหน้าอกแล้ววิ่งไปหลบหลังคู่หมั้น เสียงแหบ ๆ ยังคงพูดต่ออย่างช้า ๆ
“ม่านลี่ถี ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่คนดี มันกำลังหลอกเธอมันทุ่มเทเงินทองให้หญิงสาว แล้วก็บอกรักด้วยคำหวาน ๆ เสร็จแล้วก็หลอกพาขึ้นเตียงพอมันเบื่อ มันก็ทิ้งขว้าง แล้วก็หาเหยื่อคนใหม่
มันทำแบบนี้กับผู้หญิงมาหลายคนแล้ว เธอลองเก็บไปคิดดู ว่าอยากจะเป็นเหยื่อของมันรึเปล่า”
“ลี่ถี อย่าไปเชื่อมัน ไอ้โรคจิตนี่
บังอาจลวนลามแฟนของฉันเหรอวะตายซะเถอะ”
เจียงเซิงวิ่งเข้าไปจะชกใส่แบทแมน แต่แบทแมนกลับพุ่งเข้าหาเขาด้วยความเร็วที่เร็วกว่า แบทแมนดีดตัวพุ่งขึ้นกลางอากาศพร้อมอัดเข่าลอยเข้าไปเต็มปากของเจียงเซิง
จนฟันหักหลุดร่วงทันทีสามซี่เลือดสด ๆ แดงข้นไหลกลบปากของเจียงเซิง ที่กำลังนอนแผ่หราหมดสภาพอยู่บนพื้น
คุณลุงที่กำลังขี่จักรยาน ไปตามทางน้อย เห็นมีคนวิวาทกัน ก็รีบบึ่งรถไปแจ้งตำรวจที่กำลังออกลาดตระเวน อยู่แถว
ริมสระน้ำ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลเท่าไหร่ซึ่งพอดีเป็นทีมของหมวดมู่ปิงปิง มีอาเฉียน เสี่ยวเตาและอาลี่
แบทแมนเดินเข้าไปหาเจียงเซิง
“อย่า…อย่าทำอะไรผมเลย ขอร้องล่ะถ้าพี่ชาย ถ้าอยากได้อีนี่จะเอาไปปู้ยี่ปู้ยำแบบไหนก็ได้ ผมยกให้เลย ขอแค่ปล่อยผมไปเถอะนะพี่ชาย”
ม่านลี่ถีได้ยินถึงกับตกตะลึง
“เจียงเซิง คุณพูดแบบนี้ได้ยังไง”
“ก็เพราะแกมันเป็นตัวซวยไง แค่หมั้น
หลอก ๆ กับแกฟันของฉันยังหักไปตั้งสามซี่ แล้วถ้าแต่งงานกับแกฉันไม่ต้องซวยจนเข้าห้องไอซียูรึไง”
“ได้…ฉันมันโง่เอง ต่อไปเราอย่าได้
เจอกันอีกเลย”
ม่านลี่ถีถอดแหวนหมั้นขว้างใส่ใบหน้าของเจียงเซิงน้ำตาของเธอไหลอาบแก้มโดยที่ไม่รู้ตัว นี่หรือผู้ชายที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วย ถึงกับผลักไสเธอเข้ากองไฟ เพื่อเอาตัวรอด เธอนี่มันตาบอดสิ้นดี
“เฮอะ เฮอะ เห็นธาตุแท้ของมันรึยัง
จุ๊ ๆ เธอไม่ควรเสียน้ำตาให้กับคนเลวระยำ แบบนี้เช็ดน้ำตาซะ”
“หุบปาก คุณเองก็เลวเหมือนมันนั่น
แหล่ะ”
ตอนนี้เธอเดือดปุด ๆ พาลด่าแบทแมนอีกคนโทษฐานลวนลามเธอ จนไม่สนใจว่าจะถูกแบทแมนตบสั่งสอนรึไม่
“ตำรวจกำลังจะมา ฉันต้องไปแล้วอ้อนี่เป็นของขวัญจากฉันถ้าวันหลังแกยังกล้าหลอกผู้หญิงอีกฉันจะไปเยี่ยมแกถึงห้องนอนเลยจำเอาไว้”
พลั่วะ!
แบทแมนกระทืบลงกลางหว่างขาของเจียงเซิงอย่างแรง ราวกับกำลังเย้ยหยันตระกูลเจียงที่มีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง
อ้าก!
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นพร้อมร่างของตำรวจสี่คนในชุดนอกเครื่องแบบที่นำทีมโดยหมวดมู่ปิงปิงรายล้อมใกล้เข้ามา
“หยุดนะ…นี่ตำรวจ ยอมให้จับซะดี ๆ”
แบทแมนหันหลังค่อย ๆ เดินไป ใช่…ค่อย ๆ เดินไป แสดงว่าเขามั่นใจมากว่าจะหนีตำรวจได้อย่างแน่นอน
เสียงชายเสื้อปะทะสายลมดังมาจากข้างหลัง ตำรวจหญิงที่ชื่ออาลี่ถึงจะรูปร่างเล็ก แต่กลับมีฝีไม้ลายมือที่คล่องแคล่วว่องไวเธอกระโดดถีบใส่แบทแมนทันที มันต้องรีบโยกตัวหลบออกด้านข้าง แต่เสี่ยวเตาก็พุ่งเข้ามาจะรวบตัว แบทแมนต้องตีลังกากลับหลังสามตลบจึงหลบพ้น พอเท้าของมันแตะพื้น มู่ปิงปิงก็ลอยตัวตีเข่าใส่ใบหน้าของมันอย่างแรงจนมันต้องกำหมัดไขว้แขนทั้งสองข้างเป็นท่าบล็อกกากบาท ถึงจะบล็อกได้ทันโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่แบทแมนต้องเซถอยหลังเลยทีเดียว
นี่มันตลกร้ายเกินไปแล้ว มันเพิ่งใช้ท่านี้กับเจียงเซิงไปสด ๆ ร้อน ๆ แต่ตอนนี้กลับโดนเสียเอง
“คนสวยฝีมือไม่เลวนี่ แต่ผมว่าพวกคุณจับผมไม่ได้หรอก”
ชาวบ้านบางคนที่ได้ยินข่าวว่าตำรวจกำลังล้อมจับผู้ร้าย ก็รีบยกมือถือมาถ่ายคลิปไว้เผื่อจะได้แชร์ให้พรรคพวกดู
“นี่ไอ้โรคจิต แกตาบอดรึไงพวกเราล้อมแกไว้หมดแล้วคิดว่าจะหนีรอดไปได้เหรอไงวะ ถ้าแกคิดว่าแน่จริง มาเจอกันสักตั้งหน่อยเป็นไง”
“เฮอะ ๆ คิดจะเล่นหมาหมู่รึไง ลำพังแกจะมีน้ำยาอะไร”
แบทแมนพูดเหน็บแนมไปหนึ่งดอก
“ถ้าแกอยากรู้พิษสงของฉันก็ต้องลองดูกันสักตั้ง”
อาเฉียนตำรวจหนุ่มผู้มีสารรูปซกมกหนวดเคราไม่ได้โกนมาหลายวันเสื้อผ้ามอมแมม เนื้อตัวเหม็นเปรี้ยว เพราะไม่ได้กลับบ้านอาบน้ำมาหลายวัน
ถ้าให้อาเฉียนไปยืนรวมกลุ่มกับผู้ร้าย ทุกคนคงชี้ไปที่เขาแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หน้าตาอย่างเขามันโจรห้าร้อยชัด ๆ เป็นโจรที่ดันจับฉลากได้มาเป็นตำรวจ
ตอนนี้เขากำหมัดหลวม ๆ ยกแขนทั้งสองขึ้นตั้งการ์ด เดินย่างสามขุมเข้าไปช้า ๆ เขาเป็นตำรวจสายบู๊ วิ่งสู้ฟัดกับโจรผู้ร้ายทุกวี่ทุกวันอยู่แล้ว ขอแค่พัวพันแบทแมนเอาไว้ซักครู่เดียวทีมของเขาก็จะกระชับวงล้อมเข้ามาคราวนี้จะจับมันก็ง่ายขึ้น
“เข้ามา”
แบทแมนกระดิกนิ้วเรียกอาเฉียน แต่
แบทแมนกลับเปิดฉากลุยก่อนเขาแย็บซ้ายสองครั้งแล้วหันหลังวิ่งออกไปทันที
“ไอ้บ้าเอ๊ยมันจะหนีแล้ว”
“อย่าให้มันหนีไปได้”
“ฮ่ะ ๆ คลานช้าเป็นเต่าแบบนี้ฝันไปเถอะ”
แบทแมนวิ่งมุดซ้ายวนขวา จนพวกตำรวจต่างหัวหมุนรีบวิ่งตามไปเป็นพรวน
เหมือนเด็กน้อยเล่นวิ่งไล่จับกัน ชาวบ้านที่ถ่ายคลิปก็วิ่งตามไปเช่นกัน พวกเขาวิ่งมาถึงโซนเครื่องเล่นของเด็ก หมวดมู่ไล่ตามหลังมาติด ๆ
แต่พริบตาเดียวแบทแมนก็มุดเข้าไปในอุโมงค์สไลเดอร์ กระโดดมุดเข้า ไปในพุ่มไม้ ไปโผล่บนบาร์ต่างระดับ เตะทรายใส่หน้าพวกตำรวจ เล่นเอาพวกตำรวจโมโหจนแทบคลั่ง แต่ตอนที่แบทแมนกำลังเร่งสปีดวิ่งจู่ ๆ ก็มีเด็กผู้หญิงตัวน้อย ๆ ราวห้าขวบเดินออกมาตัดหน้าเขา ก่อนที่เขาจะวิ่งชนเธอ เขาตัดสินใจหมุนพลิกตัวเข้าชนเสาชิงช้าแทน
โป๊ก !
เสียงศีรษะของแบทแมนชนเข้ากับเสาชิงช้าอย่างแรง จนศีรษะแตกเลือดอาบไปครึ่งซีกหน้าเขายังเจ็บและมึนงงอยู่
เขาทรุดตัวนั่งลง เอามือซ้ายกุมแผลส่วนมือขวายื่นไปโบกห้ามตำรวจที่กำลังจะกรูเข้าไปจับเขา
“โอ๊ยหัวแตกเลย เดี๋ยว ๆ ขอเวลานอกก่อน เลือดมันเข้าตาโอ้ย เจ็บหัวเป็นบ้าเลย นี่คุณตำรวจขอน้ำล้างตาหน่อยซิ”
“ฮ่ะ ๆ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจะพาไปล้างที่สถานีตำรวจแถมกาแฟร้อนให้อีกแก้วด้วย”
เสี่ยวเตาควักกุญแจมือออกมาเดินเข้าไปจะจับตัวเขา
“เสี่ยวเตาระวัง”
อาจจะเป็นเพราะว่า หมวดมู่ปิงปิงร้องเตือนช้าเกินไป รึอาจจะเป็นเพราะแบทแมนเร็วเกินไป เขาสปริงตัวสุดแรงกระโดดเตะไฮคิก เข้าที่ก้านคอของเสี่ยวเตาอย่างรุนแรง ทุกคนถึงกับรีบโถมเข้าไปหาเสี่ยวเตา ด้วยความเป็นห่วง แต่ตอนนี้ที่แน่ ๆ เสี่ยวเตาตาเหลือกค้าง ตัวแข็งทื่อล้มทั้งยืน
หมดสติกลางอากาศ
“เฮ้ยเสี่ยวเตา”
พวกเพื่อนตำรวจรีบวิ่งเข้าไปดูอาการ
แต่ดูท่าคงจะสลบไปเท่านั้น
แบทแมนที่กำลังจะขยับตัววิ่งหนี ก็ต้องชะงักวูบลง เพราะหางตาของเขาเห็นร่างของหมวดมู่ปิงปิงกำลังพลิกร่างหมุนตัวกลางอากาศ พร้อมตวัดขาเตะอัดจากข้างบนลงล่าง
ย้าก!
ลูกเตะนี้ความจริงเล็งเข้าที่ก้านคอของแบทแมนแต่แบทแมนกลับเบี่ยงตัวเอาหัวไหล่รับแทน เลยโดนเตะเข้าหัวไหล่จัง ๆ ร่างของแบทแมนถึงกับกระเด็นไปไกล แต่พอมันตีลังกาม้วนหน้าลงกับพื้นมันกลับดีดพุ่งตัวไปข้างหน้าต่อ แค่พริบตาเดียว ร่างของมันก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาตำรวจ
ปัง !
เสียงแฟ้มเอกสารที่ฟาดลงบนโต๊ะอย่างแรง
“งามหน้าไหมล่ะตำรวจตั้งสี่คนล้อมจับผู้ร้ายคนเดียวไม่ได้ กรมตำรวจถูกชาวบ้านโพสต์ด่าลงในโลกโซเชียลให้ว่อนไปหมด เช่นตำรวจไร้น้ำยา ไม่มีปัญญาจับโจร อยู่ไปก็เปลืองภาษีประชาชน กลับไปอยู่บ้านเลี้ยงหมายังดีซะกว่า
เป็นไง…โดนชาวบ้านด่า ไม่รู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ บ้างเลยรึไง แถมยังโพสต์รูปประจาน ตำรวจหนุ่มดวงซวยถูกแบทแมนเตะก้านคอจนสลบ ทำให้กรมตำรวจยิ่งอับอายขายขี้หน้าเข้าไปใหญ่ยิ่งไปกว่านั้น พวกผู้ใหญ่ในกรมโทรมาด่าฉันตั้งแต่เช้าจนหูชาไปหมดแล้ว
ฉันขอถามหน่อยเถอะ นี่ พวกแกคงกลัวว่าฉันจะอายุยืนยาว จนได้จัดงานแซยิด ก็เลยอยากให้ฉันตายเร็ว ๆ ซินะ ไหนช่วยบอกหน่อยสิ ต่อไปเวลามาทำงานต้องเอาปี๊บคลุมหัวด้วยไหมหา….”
เค่อตงหยาง ฉายาแม่ค้าตลาดสด หัวหน้าสถานีตำรวจเมืองซูโจว ด่ากราดเป็นชุดเหมือนยิงด้วยปืนเอ็มสิบหก
“ขอโทษครับ ผมไม่ทันระวังเองเลยถูกมันสอยจนสลบเหมือด”
เสี่ยวเตารู้สึกอับอายอย่างยิ่ง จึงได้แต่ก้มหน้างุด
“ยังจะมีหน้ามาพูดอีก ฮึ่ม…”
“หัวหน้าคะ อย่าโทษพวกเขาเลยค่ะ
ฉันเป็นหัวหน้าทีม เป็นความผิดของฉันเอง ต้องขอโทษด้วยค่ะแต่ฝีมือของมันก็ร้าย
กาจจริง ๆ แถมไวยังกับปรอท ตอนนั้นพวกเราล้อมมันไว้มันยังหนีซ้ายมุดขวา จับไม่ได้ไล่ไม่ทันเลยค่ะ”
มู่ปิงปิงพยายามอธิบายถึงสถานการณ์
ที่ยากลำบากให้ฟัง
หัวหน้าเค่อควักผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดที่ใบหน้าพลางทอดถอนใจ
“เฮ้อเสี่ยวปิงฉันเข้าใจความยากลำบากของเธอดี แต่เธอลองไปถามชาวบ้านดูสิว่าจะยอมเข้าใจพวกเธอไหม ไม่รู้ล่ะพวกแกฟังให้ดี ฉันให้เวลาสามวัน พวกแกต้องปิดคดีนี้ให้ได้เข้าใจไหม”
“รับทราบ”
ทุกคนลุกขึ้นยืนตัวตรงตะเบ๊ะ พรึ่บ !
เค่อตงหยางตะโกนจนหน้าแดงแล้วเดินออกไป ปิดประตูดังปัง!
ทุกคนที่มาประชุมถึงกับถอนหายใจยาวไปตาม ๆ กัน
“หมวดมู่ครับ พวกเราจะทำยังไงดี
ถึงจะจับมันได้ครับ นี่เล่นขีดเส้นตายเอาไว้ที่สามวันเอง”
“นั่นสิครับ เวลาก็มีแค่สามวันเอง ถ้าจับไม่ได้ มีหวังถูกย้ายไปเฝ้าป้อมยามแถว
สุสานแหง ๆ ”
อาเฉียนบ่นอย่างหงุดหงิด
“หมวดคะคืนนี้ฉันจะแต่งตัวไปล่อมันเองค่ะ”
อาลี่ ตำรวจหญิงน้องใหม่ไฟแรงของทีม ขันอาสา
หมวดมู่รีบโบกมือห้าม
“ไม่ได้ งานนี้อันตรายเกินไปถ้าเธอเป็นอะไรไป จะให้ฉันไปบอกคุณพ่อของเธอว่ายังไง ฉันรับผิดชอบไม่ไหวหรอก”
“แต่ฉันก็เป็นตำรวจนะคะ”
“จ้า…แม่คนเก่ง แต่ไม่ได้ก็คือไม่ได้นี่เป็นคำสั่ง”
“แล้วเราจะทำยังไงดีครับ”
อาเฉียนควักบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ เพื่อดับ
อารมณ์หงุดหงิด
“ฉันจะเป็นเหยื่อล่อเอง”
หมวดมู่บอกแบบฝืนใจนิดหน่อย เพราะ ปกติเธอแต่งเครื่องแบบตำรวจหรือไม่ก็แต่งกายออกแนวผู้ชายเช่น เสื้อเชิ้ต แจ็กเก็ต กางเกงยีนส์ รองเท้าผ้าใบออกไปจับผู้ร้าย รึสืบคดี เพราะเธอเป็นคนบ้างาน ดังนั้นตอนนี้เธอจึงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจอยู่บ้าง ที่จะต้องแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าผู้หญิงแถมยังต้องออกแนวเซ็กซี่อีกด้วยเพื่อล่อให้แบทแมนปรากฎตัว
“แต่ว่า…”
“ไม่มีคำว่าแต่ หนึ่งทุ่มรวมพลนี่เป็นคำสั่ง”
ฟ้ามืดของคืนนี้ ปรากฎแสงดาวเลือนลางทุกคนในทีมกำลังนั่งรอหมวดมู่ปิงปิงที่หน้าสถานี
“เสี่ยวเตา คอของแกเป็นไงบ้าง”
อาเฉียนพูดเสียงอู้อี้ เพราะกำลังเคี้ยวขนมปังไส้ครีมอาหารเย็นของเขา
“ฉันไม่เป็นไรหรอกพี่ แต่คอยังปวดอยู่นิดหน่อยไอ้บ้านั่นตีนมันหนักจริง ๆ ถ้าเจอมันอีกที พ่อจะยิงให้ไส้แตกเลยคอยดู”
เสี่ยวเตายังแค้นไม่หาย
“คิกคิก ระวังอย่าถูกมันเตะจนสลบเหมือด เป็นรอบที่สองซะล่ะ”
อาลี่หยิกแกมหยอก
“ว้าว…พี่เฉียนดูแม่สาวชุดแดงคนนั้นสิ หุ่นเหิ่นแจ่มเป็นบ้าเลย”
เสี่ยวเตาจับแขนของอาเฉียนเขย่าไปมาอย่างตื่นเต้น
“ไหนวะ อยู่ไหน”
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
บริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ALICE ของสกุลเจียงที่บริหารโดยเจียงกั๋วเชา ทำการค้าและเป็นผู้ผลิตสินค้าเกรดเอ ด้านเครื่องสำอางมานานปี ค้าขายไปไกลถึงต่างประเทศ ที่สำคัญก็คือเป็นคู่แข่งของซูหลิงตอนนี้ยอดขายบริษัทของเขาตกลงถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะลูกค้าที่ใช้สินค้าประเภทครีมบำรุงผิวของเขา เกิดอ
ทั้งสองวิ่งออกไปด้านข้างในแนวขนานของกันและกัน ฉินฟ่านเตะกระถางต้นไม้ใบใหญ่ใส่ซีเหมินคัง นี่เป็นกระบวนท่าหลอกล่อ กระบวนท่าที่แท้จริงคือลูกถีบที่ตามไปติด ๆซีเหมินคังแทนที่จะหลบ เขากลับพุ่งหมัดต่อยกระถางต้นไม้จนแหลกคามือ หมัดนั้นยังพุ่งเลยไปต่อยใส่ลูกถีบตูม...
เฉินอันอันเดินยิ้มหวานเข้ามาหาเขา พร้อมกับแอบยัดหมายเลขห้องพักที่โรงแรมของเธอใส่มือเขา "ถ้าคุณเหงาก็มานะคะพ่อรูปหล่อ ฉันมีเพื่อนสวย ๆ อีกหลายคน รับรองว่าคุณจะหายเหงาเป็นปลิดทิ้งเลยค่ะ" "อะแฮ่ม" ซูหลิงที่นั่งอยู่ใต้ร่มต้นไม้กระแอมเบา ๆ เป็นการปรามเฉินอันอันแบบนิ่ม ๆ ว่าเด็กข้าใครอย่าแตะ เฉินอัน
ฉินฟ่านกลับไม่ยอมไสหัวเดินจากไปทันที เขาเดินไปนั่งที่โต๊ะ แล้วหยิบปากกาขึ้นมาเขียนยุกยิก ๆ บางอย่าง ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน ว่าเขากำลังทำอะไรพอเขาเขียนเสร็จ ก็ยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้มู่ปิงปิง ทำให้เธอต้องรับมาถือแบบงง ๆ พอเธอก้มอ่านดู ถึงได้รู้ว่าเป็นใบสั่งยา แต่ลงท้ายด้







