Mag-log inฉินฟ่านอมยิ้มพลางแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์
"อย่าเพิ่งไปเลยนะ นั่งคนเดียวเฉย ๆ คงเบื่อน่าดู คุณอยู่คุยเป็นเพื่อนผมก่อนได้หรือเปล่า เพราะต้องแช่อีกนานเลย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมยา"
"ก็ได้ ว่าแต่คุณอยากจะคุยเรื่องอะไรคะ"
มู่ปิงปิงลากเก้าอี้มานั่ง "เรื่องแฟนคนแรกของคุณเป็นไง"
"ฉันมัวแต่ทำงาน ยังไม่เคยมีแฟน
แต่ฉันก็ไม่ได้รู้สึกขาดอะไรเลยนะคะ"
มู่ปิงปิงเป็นผู้หญิงประเภทถามมาก็ตอบตรง ๆ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร แล้วเธอก็ทุ่มเทให้กับงานมาก จนไม่เคยคิดออกเดทกับผู้ชายหน้าไหน
"แล้วคุณหลงรักผมตั้งแต่ตอนไหน" ฉินฟ่านหลับตา เพราะกลัวว่าเธอจะเขินอาย
"ฉันนี่นะหลงรักคุณ ฝันไปเถอะ
คุณไม่รู้สึกบ้างหรือไงว่า เราทะเลาะกันมากกว่าดีกันเสียอีก ขืนแต่งกับคุณ มีหวังได้ทะเลาะกันจนบ้านแตก ขอบายค่ะ"
มันก็จริง มู่ปิงปิงเจอหน้าเขาทีไร ก็จ้องจะจับเขาเข้าคุกทุกที
"ฮ่า ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าคู่กัด คุณหลงรักผม เพียงแต่คุณยังไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง"
"คุณนี่หน้าด้านหน้าทนจริง ๆ เลย พูดออกมาได้ ไม่อายปากเลยนะคะ"
มู่ปิงปิงปอกส้มป้อนให้เขากิน ราวกับภรรยาตัวน้อย ที่ดูแลเอาใจใส่สามี ถึงส้มจะเปรี้ยว แต่ในใจเขาตอนนี้กลับรู้สึกหวานฉ่ำ
"แต่ผมรักคุณ"
ฉินฟ่านสบตากับเธอ คล้ายดั่งกาลเวลาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ผู้ชายเคยบอกรักเธอนะมีมากมาย แต่เธอปฏิเสธไปหมด ไม่ถูกสเปกบ้าง อวดรวยเกินไปบ้าง ฉลาดน้อยเกินไปบ้าง กลิ่นปากแรงเกินไปบ้าง สารพัดเหตุผล ที่เธอจะยกขึ้นมาอ้าง
แต่ถ้าเป็นผู้ชายคนนี้ล่ะ หน้าตาดี หุ่นดี เป็นหมอเทวดา วรยุทธขั้นปรมาจารย์ ถึงจะชอบทะลึ่งลวนลามเธอ ไม่ว่าจะทางกายหรือทางวาจาก็ตาม แต่จัดได้ว่ายังเป็นคนดีมีน้ำใจ
"ผมจะบอกความลับบางอย่าง เกี่ยวกับตัวผมให้คุณฟังดีไหม"
"คุณมีความลับด้วยเหรอคะ"
มู่ปิงปิงสนใจขึ้นมาทันที
"อื้อ...มีมากด้วย แต่ไม่มีใครรู้ เหมือนเรื่องที่ผมมีร่างคงกระพัน ฟันแทงไม่เข้าไง"
ฉินฟ่านโยนเหยื่อล่อชิ้นใหญ่ลงไป เพื่อรอให้มู่ปิงปิงมาติดเบ็ด
มู่ปิงปิงเห็นรอยเสื้อที่เกิดจากการถูกยิงสองรู และเห็นรอยไหม้ที่ชายโครงเขาอย่างชัดเจนเต็มสองลูกตา จึงไร้ข้อกังขา ไม่สามารถที่จะต่อว่าเขา ว่าเป็นพวกขี้โม้ชอบโอ้อวดได้
"ผมจะบอกคุณเกี่ยวกับเรื่องที่สำคัญที่สุด ที่เป็นจุดพลิกชีวิตของผม แต่คุณต้องหอมแก้มผมฟอดหนึ่ง"
เขายิ้มเหมือนหมาป่า ที่รอขย้ำหนูน้อยหมวกแดง
"ไม่เอาหรอก ทำไมฉันจะต้องทำอย่างนั้นด้วยคะ"
"ความลับนี้ผมไม่เคยบอกใครเลยนะ แล้วคืนนี้คุณจะหลับลงเหรอถ้าไม่ได้ฟัง น่า...คิดว่าให้รางวัลกันบ้างสิ"
มู่ปิงปิงชักลังเลใจ ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่เคยถูกเขาจูบ ถึงจะเป็นแค่การผายปอดก็เถอะ นี่ก็แค่หอมแก้มเอง คงไม่เสียหายอะไรหรอก
"ก็ได้ งั้นคุณต้องหลับตาก่อนค่ะ"
ในที่สุดเธอก็ตกหลุมพรางของเขาแล้ว ฉินฟ่านยิ้มพลางหลับตา
ฟอด!
แม่เจ้าโว้ย เธอหอมแก้มเขาจริง ๆ ด้วย
"ผมเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง"
เธอได้ยินถึงกับเหวอไปเลย กำลังจะบอกว่าอย่ามาโกหกซะให้ยาก แต่ฉินฟ่าน
กลับทำสีหน้าจริงจัง พลางโบกมือห้ามเธอขัดจังหวะ
"ตอนนั้นเองที่ผมคิดว่า ถ้ามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง ผมจะสร้างครอบครัวของผม จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข อยู่กับผู้หญิงที่ผมรัก พบคุณครั้งแรกผมก็ตกหลุมรักคุณทันที
แต่คนที่จะรักกัน ก็ควรจะซื่อสัตย์ต่อกัน ตอนนี้ผมมีเมียทั้งหมดสี่คน ทุกคนผมรักเท่ากันหมด ไม่มีใครเป็นเมียหลวง หรือเมียน้อย ถ้าคุณอยากจะถอนตัว ไม่ให้ถลำลึกลงไปมากไปกว่านี้ ก็ยังไม่สายเกินไป ไม่อย่างนั้นคุณจะเป็นเหมือนผม ที่รักคุณจนหมดหัวใจ"
มู่ปิงปิงช็อกไปชั่วขณะ จะบอกว่าเขาหลอกลวง ไอ้จอมลามกนี่ก็พูดตรง ๆ อยู่แล้วว่ามีเมียสี่คน แบบนี้เธอก็เป็นเมียคนที่ห้า ที่ต้องแบ่งปันสามีกับคนอื่นอย่างนั้นเหรอ
ไม่...ไม่ได้เด็ดขาด คำว่าเมียน้อยไม่เคยอยู่ในสารบบสมองของเธอเลย เธอใจลอยเดินออกมานอนที่เตียง คิดวนเวียนเกี่ยวกับคำพูดของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนเผลอหลับไปแบบไม่รู้ตัว
เช้าวันถัดมาฉินฟ่านลุกขึ้นมาอาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าเสร็จ เห็นเธอยังหลับอยู่ เขามองสำรวจไปรอบ ๆ ห้อง ที่มีแต่โปสเตอร์อนิเมะ ตุ๊กตาโปเกม่อน นั่น...กางเกงในพิคาจุตากอยู่ที่ระเบียง โอ้...มีปลอกหมอนหมีพูด้วย แก้วกาแฟแบทแมน เสื้อยืดอนาตาเซีย เธอคงชอบการ์ตูนมากสินะ
สายตาของเขามองเธอ ที่กำลังหลับ
อุตุเหมือนเด็กน้อย เขาเอามือเขี่ยปอยผมเธอเบา ๆ ถ้าได้เธอมาเป็นคนรักจะวิเศษถึงเพียงไหน แล้วถ้าเธอปฏิเสธเขาจะเสียใจถึงเพียงใด ปล่อยให้เป็นเรื่องของพรหมลิขิตเถอะ
…
ปัง!
เสียงตบโต๊ะด้วยความโมโหของเงาโลหิต อะไรกันยกพวกไปเป็นโขยง แต่เหลือรอดมาแค่คนเดียว แถมทุกคนยังผ่านการฝึกมาอย่างดี ไม่ใช่พวกนักเลงปลายแถว แต่นั่นยังพอเข้าใจได้อยู่เพราะคู่ต่อสู้ร้ายกาจเกินไป
แต่ที่ทำให้มันตื่นตัว ก็ตอนที่ดูคลิปการต่อสู้ของซีเหมินคัง หนึ่งต่อยี่สิบสี่ ที่มีทั้งปืนทั้งระเบิดครบมือ ซีเหมินคังกลับชนะขาดลอย
แล้วก็ตอนฉินฟ่านซัดแสงสีแดงใส่คาวบอย มันแทบไม่อยากจะเชื่อ ยังมีอะไรที่เร็วกว่ากระสุนปืนอีก แต่ก็ต้องเชื่อ มันรีเพลย์ดูซ้ำไปซ้ำมาถึงสิบรอบ แต่กลับดูไม่ออกว่าเป็นอาวุธลักษณะแบบไหน
หน่วยซีลห้าคนที่ตามไปสกัดช่วยจิ้งจอกเพลิง ก็ยังไม่กลับมา ท่าทางคงจะลงนรกห่าเหวไปกันจนหมดสิ้นแล้ว
"เอาเถอะ ไปพักรักษาตัวก่อน ไว้หายดีค่อยว่ากันใหม่"
เงาโลหิตโบกมือไล่ เพราะอยากคิดอะไรเงียบ ๆ เพียงลำพัง
"ขอรับ"
จิ้งจอกเพลิงพาร่างที่บาดเจ็บเดินออกไปจากห้อง คราวนี้มันถึงกับพ่ายแพ้ยับเยินกลับมา เอาไว้ให้หายดีก่อนมันจะต้องล้างอายให้ได้
เงาโลหิตนั่งคิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งหากจะฆ่าคนตระกูลเย่ คงต้องฆ่าฉินฟ่านซะก่อนสินะ เงาโลหิตกดโทรศัพท์ เพียงครู่เดียวก็มีคนรับสาย
"อาจารย์ปู้ ผมมีงานให้คุณทำ แน่นอน...ราคาห้าล้านหยวนตามที่คุณเคยขอไว้ ผมจะโอนให้ก่อนครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งจ่ายเมื่อตอนเช็คบิล
ใช่...ใช่ ผมรู้ คน ๆ นี้จะต้องเป็นเหยื่อ ที่ถูกปากถูกคอคุณอย่างแน่นอน ผมรับรอง"
เงาโลหิตยอมเจ็บปวดใจ ควักถึงห้าล้านหยวน เพื่อฆ่าฉินฟ่านให้ได้
…
เพียะ!
แม่เสือทั้งสี่กำลังจับไพ่นกกระจอกอย่างสนุกสนาน เสียงตีไพ่กระทบพื้นโต๊ะ แว่วดังออกมาถึงนอกบ้าน
ขณะที่มู่ปิงปิงมาส่งเขาที่บ้าน อีกเพียงแค่ห้าก้าวก็จะผ่านพ้นประตู หางตาของฉินฟ่านพลันกระตุก ราวกับมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดมหันตภัยขึ้น ในวิลล่าอันสงบร่มรื่นของเขา
พอได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาสายตาทั้งสี่คู่ที่แหลมคมดุจกระบี่ ก็จ้องเขม็งมาที่เขากับมู่ปิงปิงทันที
"ฮ่า ๆ เมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย เลยเผลอหลับไป แต่พวกเราไม่ได้ทำอะไรกันจริง ๆ นะ"
เขาออกตัวแรงเกินไปหรือเปล่าเนี่ย ทำไมไม่มีใครสนใจเขาพูดเลยสักนิด
"สวัสดีค่ะ ฉันคือหมวดมู่ปิงปิง"
"สวัสดีฉันอับดับหนึ่งชื่อเหลียนฟ่ง สาวงามที่นายผู้เฒ่าหัวงูบ้านเรา หวังที่จะเชยชม เราย่อมสืบค้นข้อมูลมาอย่างละเอียด เพราะฉะนั้นพวกเรารู้ว่าคุณคือใคร พวกเราทุกคนรักเขา เขาเองก็ดูแลเอาใจใส่พวกเราเป็นอย่างดี ถ้าคุณอยากเป็นน้องใหม่ก็ไม่ต้องคิดมาก พวกเรายินดีต้อนรับ"
เหลียนฟ่งพูดพลางเพ่งมองใบชาเล็ก ๆ ที่ลอยวนไปมาในถ้วยชา ราวกับไม่มีสิ่งใด มาโยกคลอนความสนใจนี้ของเธอได้
"เอ่อไม่ใช่แบบนั้นนะคะ"
เธอรู้สึกงุนงงกับการรับแขกของบ้านนี้
"หมวดมู่ปิงปิง อายุยี่สิบสามสถานภาพ โสด จบจากโรงเรียนตำรวจด้วยคะแนนอันดับที่หนึ่ง เชี่ยวชาญคาราเต้ ไอคิโด คิกบ็อกซิง เทควันโด อยู่แผนกอาชญากรรมหนึ่ง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นเจ๊ขาลุยประเภทชอบวิ่งสู้ฟัดใช่ไหม ฉันอันดับสอง อิ๋งอิ๋ง"
มู่ปิงปิงรู้สึกแปลกใจ นี่มันราวกับว่าทุกคนรู้จักเธอเลย
ฉินฟ่านเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศอึมครึม เขาขยับไปใกล้ตู้ปลา จ้องปลาทองที่กำลังแหวกว่ายอย่างสนใจ ว่ามันหิวหรือเปล่า มีใครให้อาหารมันบ้างหรือยัง
"ฉันอันดับสามโยโย่ ถ้าเธอสนใจที่จะมาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้านเรา ขอแนะนำให้รีบขึ้นเตียงกับเขาเร็ว ๆ เพราะมีสาวงามล่มเมืองคนหนึ่ง ถือกระเป๋ามาเช็คอินที่นี่ รอให้คุณชายฉินงาบอยู่"
โยโย่ตักโยเกิร์ตกินไปอีกสองคำ
ฉินฟ่านก้มหน้าแทบจะมุดเข้าไปในตู้ปลา ราวกับสงสัยว่าพวกปลาทองมันคุยอะไรกัน
"ฉันอันดับสี่ซูหลิง กฎประจำตระกูลของบ้านเรามีข้อเดียวคือห้ามนำเรื่องในบ้านไปพูดกับคนข้างนอก แต่ฉันเป็นคนหัวไม่ค่อยดี เฮ้อ...จึงฝ่าฝืนกฎอยู่บ่อยครั้ง ถูกนายผู้เฒ่าฟาดโบย (ก้น) อยู่เป็นประจำ"
มู่ปิงปิงมองซูหลิงอย่างสงสัย เพราะแปลกใจที่ซูหลิงถูกลงโทษ แต่สีหน้าแววตาดูราวกับมีความสุข หรือว่าเธอชอบถูกฟาดโบย
คุณหนูสี่เดินออกมาจากครัวพร้อมถาดผลไม้ ที่แกะสลักเป็นลวดลายมีทั้งมังกร หงส์ ดอกไม้สวยงามวิจิตรจนคนเห็นแทบไม่กล้ากิน
"ฉันเย่เฉียว อยากรู้ไส้รู้พุงของเขา ก็เลยมาเพื่อสังเกตการณ์ที่นี่"
"ว้าว! สวยจังเลยทำได้ยังไงนี่"
"คุณหนูสี่นี่เก่งจริงๆ"
"เอ่อ...พวกคุณเข้าใจผิดแล้ว ฉันไม่ได้หลงรักเขาสักหน่อย"
มู่ปิงปิงค้านหัวชนฝา
"คุณยังบริสุทธิ์อยู่สินะ คุณคงไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมตาเฒ่านี่ ขอโทษด้วยนะถ้าเสียมารยาท แต่ขอถามหน่อยเถอะคุณเคยกอดกันไหม"
เหลียนฟ่งอ้าปากรับองุ่นที่ซูหลิงป้อน
"จะว่าเคยก็ได้"
เธออ้อมแอ้มยอมรับ เพราะถูกอีตาบ้านี่ลวนลามแต๊ะอั๋งอยู่บ่อยครั้ง
"แล้วเคยจูบกันเปล่า"
เหลียนฟ่งขยี้ต่อ
"จะว่าเคยก็ได้"
มู่ปิงปิงก้มหน้างุด เพราะความอาย ตอนนั้นเผอิญตีหัวเขาอย่างแรง เพราะกลัวเขาตาย เลยจำใจผายปอดให้เขา
"โฮะ ๆ ใกล้แล้ว อีกนิดเดียว ตาเฒ่าชีกอนี่ก็จะปู้ยี่ปู้ยำ ส่งให้เธอมาเป็นอันดับห้าของบ้านเรา โยโย่..."
"ค่ะ เจ๊ฟ่ง"
โยโย่ขานรับทันที
"ไปลากนายผู้เฒ่ามานั่งที่นี่ ก่อนที่จะทิ้งให้พวกเราเป็นแม่ม่ายผัวตาย เพราะเขาจมน้ำตายในตู้ปลา" เหลียนฟ่งออกคำสั่ง
"ค่ะ"
โยโย่รับคำสั่งทันที แต่ก่อนจะขยับ ก็ยินเสียงวิ่งมาอย่างรวดเร็ว
"โอ้ย...แย่แล้ว แย่แล้ว พี่เขยอยู่ไหน โอ๊ะ...เจอแล้ว พี่เขยรีบไปกับผมเร็วเข้า
ยายของเจ้าเสิ่นหน้าสิวเพื่อนผม เธอเป็นลมชักดิ้นชักงอ น้ำลายฟูมปากไปแล้ว เฮ้อ...แย่จริง ๆ อายุตั้งเจ็ดสิบแล้ว ปกติก็สามวันดีสี่วันไข้ แต่วันนี้น่าจะหนักหน่อย เรารีบไปช่วยเธอกันเถอะ"
เหลียนเฮ่อขยิบตาส่งสัญญาณให้เขา
"ไอ๊หย๋า! คนเฒ่าคนแก่กระดูกเปราะบาง รีบไปเร็วเข้า"
"เฮ้อ! ผมกลัวจริง ๆ เลยนะนี่"
"ไอ้ไข่เต่าน้อย ไข่เต่าใหญ่กลับมาเดี๋ยวนี้"
เหลียนฟ่งรู้นิสัยคนทั้งสองดี
"ช่วยคนสำคัญกว่า รีบไปเร็วเข้าเสี่ยวเฮ่อ"
"โยโย่อย่าให้หนีไปได้"
"ค่ะ เจ๊ฟ่ง"
โยโย่พุ่งตัวออกไป กางกรงเล็บตะปบใส่กลางหลังเสื้อแจ็กเก็ตกันลมของฉินฟ่าน บังคับให้เขาต้องใช้ท่าจักจั่นทองลอกคราบ พุ่งตัวออกไปพร้อมสะบัดเสื้อหลุดทันที
"ไม่ทันแล้วค่ะ"
เสื้ออยู่ในมือของโยโย่ แต่คนหนีหายไปอย่างรวดเร็วราวกับติดจรวด
คราวนี้ทั้งสองวิ่งหน้าตั้งออกไป พอพ้นรั้วบ้านมาได้ห้าร้อยเมตร ค่อยหยุดพักหอบหายใจ ฉินฟ่านจับบ่าพูดกับเหลียนเฮ่อท่าทางจริงจัง
"เสี่ยวเฮ่อ นายช่วยชีวิตฉันเอาไว้แท้ ๆ"
"แหม ก็พี่เขยดีกับผมซะขนาดนี้ จะไม่ช่วยได้ไงครับ"
"เสี่ยวเฮ่อ นายรู้ไหมว่าการได้ไปเที่ยวทะเลนะ สาว ๆ ชอบมากแค่ไหน พรุ่งนี้นาย ซื้อตั๋วเรือสำราญสักสองใบ ชวนสาวแจ่ม ๆ สักคนหนึ่ง ไปหนุ๋งหนิ๋งเป็นเพื่อน เสียเงินเท่าไรพี่เขยคนนี้จะจ่ายให้เอง แถมเงินติดกระเป๋าให้อีกหนึ่งแสน เผื่อชอปปิงกระเป๋าแบรนด์เนมใบหรูไว้เอาใจสาว เป็นไงสนไหม"
"สนสิ ขอบคุณพี่เขย"
เหลียนเฮ่อยิ้มหน้าบาน เมื่อครู่นี้แค่ลงแรงไปนิดเดียว พี่เขยสุดที่รักถึงกับเป็นสปอนเซอร์จ่ายให้หมด มีพี่เขยใจป้ำมันก็ดีแบบนี้แหละ
เสี่ยวเฮ่อรีบวิ่งกลับบ้าน เพื่อเสิร์ชหาที่เที่ยวในอินเทอร์เน็ต ฉินฟ่านตะโกนไล่หลัง
"นี่ไอ้น้องอย่าลืมพกถุงยางไปเยอะ ๆ ด้วยล่ะ"
เสี่ยวเฮ่อพอได้ยินแทบสะดุดขาของตัวเองล้ม
ฉินฟ่านยิ้มอย่างสุขใจ ไอ้น้องเมียคนนี้มันน่ารักดีแฮะ อืม แล้วเอาไงต่อดี รู้สึกผิดเหมือนกันที่เราทิ้งเสี่ยวปิงไว้คนเดียว แต่ก็ดีไปอย่าง พวกเธอจะได้รู้จักกันมากขึ้น เอาล่ะ! เดินเล่นไปเรื่อย ๆ ดีกว่า เดี๋ยวค่อยกลับก็แล้วกัน
ฉินฟ่านเห็นร้านขายสัตว์เลี้ยง ก็ชักจะสนใจจึงเดินเข้าไปดู เขาอยากซื้อไปฝากสาว ๆ กับคังยูนาลูกสาวบุญธรรม ช่วงนี้เขายุ่งมาก จึงละเลยพวกเธอไปหน่อย
พนักงานขายเป็นรุ่นคุณป้า เธอกำลังดูละครน้ำเน่าอย่างสนุกสนาน จึงรู้สึกหงุดหงิด ที่มีลูกค้ามาขัดจังหวะ เธอจึงลุกขึ้นแบบเนือย ๆ
"สวัสดีครับ ผมอยากซื้อลูกกระต่ายหน่อยมีไหมครับ"
"มีค่ะ แต่ถ้าคุณต้องการเยอะ ก็คงต้องสั่งล่วงหน้า ตกลงคุณอยากได้กี่ตัวคะ"
"ผมอยากได้ลูกกระต่ายตัวผู้สิบตัว ตัวเมียสิบตัว คุณรับงานทำกรง ขุดแต่งบ่อปลาด้วยหรือเปล่าครับ"
"ร้านเรารับงานหลายประเภทค่ะ คุณลองดูรูปก่อนนะคะ"
พนักงานขายเปิดแท็บเล็ตให้ดู ผลงานที่เคยทำให้ลูกค้าคนก่อน ๆ
"แหมดีจริง ๆ เลยครับ งั้นขอกรงกว้างขนาดสามคูณห้าเมตร"
พนักงานขายเริ่มตั้งใจจด เพราะถ้าขายได้เยอะ เธอก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นเยอะตามไปด้วย
"แล้วก็ขอนกแก้วมาคอร์สิบคู่ เอากรงขนาดเดียวกัน แล้วช่วยแต่งกิ่งไม้ในกรงให้ด้วยนะครับ ขุดสระขนาดหกคูณสิบเมตรเลี้ยงปลาคราฟหนึ่งร้อยตัว ขอน้ำพุด้วยนะครับ ส่งไปตามที่อยู่วิลล่านี้นะครับ อ้อช่วยเขียนวิธีเลี้ยงดูและเอาอาหารด้วยอย่างละสามกระสอบนะครับ"
"ค่ะ ได้ค่ะแต่กรงเราคงต้องไปติดตั้งที่หน้างานให้ เพราะมันมีขนาดใหญ่เกินไป ภายในสิบวันเราจะจัดส่งถึงบ้านคุณ พร้อมติดตั้งกรง ขุดบ่อปลาให้เรียบร้อยค่ะ ทั้งหมดเป็นเงินหนึ่งแสนสามหมื่นสองพันหยวนค่ะ"
ฉินฟ่านโอนเงินเสร็จก็แวะร้านแผงลอยข้างทาง สั่งน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ กับปาท่องโก๋มากิน กำลังนั่งกินเพลิน ๆ ก็ได้ยินเสียงเอะอะ
"เถ้าแก่ ขายดีลูกค้าเต็มร้านแบบนี้ แต่กลับไม่ยอมจ่ายค่าคุ้มครอง คงไม่อยากขายที่นี่แล้วใช่ไหม"
ไอ้หัวทองพร้อมลูกน้องเดินกร่างเข้ามาสี่คน เริ่มล้มโต๊ะพังร้านจนลูกค้าหนีกันกระเจิดกระเจิง
"ต้องขอโทษจริง ๆ พอดีลูกผมเธอไม่สบาย ถ้ายังไงช่วยผ่อนผันให้หน่อยเถอะครับ"
เถ้าแก่พยายามอ้อนวอน พร้อมกับยื่นเงินให้สองร้อยหยวน
"คุยกันดี ๆ คงไม่ชอบสินะ แล้วให้เงินมาแค่นี้ มึงนึกว่าพวกกูเป็นขอทานหรือไงกันวะ เด็ก ๆกระทืบมัน"
ยังไม่ทันที่พวกมันจะขยับตัว ก็ได้ยินเสียงคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะริมสุด
"น้ำเต้าหู้ของเถ้าแก่ทำได้อร่อยจริง ๆ ผมขอน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋สำหรับห้าคนนั้นด้วย ผมจะเลี้ยงเพื่อนเก่าสักหน่อย"
ไอ้หัวทองหันไปดูอย่างขุ่นเคืองในใจ พบว่าตอนนี้ทั้งร้าน มีแค่ชายคนนี้ที่นั่งกินอยู่ มันเดินเข้าไปกะจะตบสั่งสอน ที่บังอาจมาอ้างว่าเป็นเพื่อนเก่า แต่จู่ ๆ มันก็ทรุดตัวคุกเข่าลง จนพวกลูกน้องต้องมองจนตาค้าง
"แหะ ๆ ลูกพี่สบายดีเหรอครับ"
สีหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของไอ้หัวทองดูเหยเกชอบกล เหงื่อมันเริ่มแตกพลั่ก
พลางคิดในใจ เวรเอ๊ย...ทำไมถึงได้ซวยแบบนี้วะกู
"อื้อสบายดี ไอ้หัวทองอย่าคุกเข่าให้คนอื่นง่าย ๆ สิ แกเป็นลูกผู้ชายนะ มานั่งลงกินน้ำเต้าหู้ก่อน เรียกพวกมันมานั่งกินด้วยกัน"
ไอ้หัวทองลุกขึ้นแบบหมดอาลัยตายอยาก มันอยากจะเผ่นแน่บไปเร็ว ๆ
คราวก่อนโดนฉินฟ่านอัดจนฟันหลอไปสี่ซี่ คราวนี้ไม่รู้ว่าจะโดนอะไร มันโบกมือให้ลูกน้องทำตามคำสั่ง พวกลูกน้องก็ช่วยกันจัดโต๊ะเก็บของ แล้วนั่งกินอย่างสงบเสงี่ยม
"ขอโทษที่ทำฟันของนายหัก เอ้านี่ฉันให้ไปทำฟันปลอมซะจะได้หล่อๆ"
ฉินฟ่านยื่นเงินให้สองหมื่นหยวน
"ให้ผมจริง ๆ เหรอ"
"ใช่...ให้นาย ถือซะว่าเป็นค่าเสียหาย"
ฉินฟ่านยิ้มให้ไอ้หัวทอง
"ขอบคุณครับลูกพี่"
ช่วงนี้ไอ้หัวทองเงินขาดมือจริง ๆ มันไปอยู่กับลูกพี่แก๊งเล็กแก๊งหนึ่ง รายได้ก็ไม่ค่อยพอกินพอใช้สักเท่าไร แม้แต่จะทำฟัน ปลอม ก็ยังไม่มีเงิน
"ว่าแต่...ทำไมถึงยังทำงานแบบเดิมอีกล่ะ"
"โธ่ลูกพี่ ใครบ้างอยากเป็นคนเลวละครับ ผมความรู้น้อยทำอะไรก็ไม่เป็น ที่บ้านก็ต้องเลี้ยงดูตั้งสี่ห้าคน ถ้าไม่เป็นนักเลง แล้วจะให้ทำอะไรได้ครับ"
"นายเองอายุก็ไม่น้อยแล้ว จะตีรันฟันแทงไปถึงเมื่อไร เผลอ ๆ ติดคุกลูกเมียของนายจะทำยังไง สนใจมาทำงานให้ฉันไหมล่ะ
ฉันเปิดบริษัทขนส่งสมุนไพรไปทั่วประเทศ นายคอยจัดคิวงานแล้วให้ลูกน้องขับรถส่งของ มีลูกน้องเท่าไรฉันรับหมดเลย รับรองว่าเงินเดือนดี สวัสดิการเพียบ แต่ต้องตั้งใจทำงานให้เต็มที่ ห้ามเกียจคร้านโดยเด็ดขาด"
รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ
ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ
อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก







