Share

บทที่ 44 ดูดพิษ

last update Dernière mise à jour: 2026-02-14 07:00:28

 ยอดสีชมพูสั่นระริก ด้วยความเจ็บปวดหรือเพราะฤทธิ์ของยาพิษก็ไม่อาจทราบได้ แต่เขาไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ที่เขาสนใจคือการช่วยชีวิตเธอ

 เขาใช้ปลายเล็บกรีดแทนมีดผ่าตัด ค่อย ๆ กรีดยาวหนึ่งนิ้ว เขาก้มลงดูดเลือดพิษทันที เลือดสีดำถูกพ่นออกจากปากเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนมันเริ่มเป็นสีแดง 

 เขาหยิบขวดหยกสีดำออกมา โรยยาผงสีขาวใส่แผลของเธอ แล้วฉีกเสื้อของเขาให้เป็นเส้นยาวพันแผลให้เธอ 

 แล้วเอายาแก้พิษเกล็ดหิมะหยกม่วงที่เขาเคยปรุงเอาไว้ ละลายน้ำให้เธอกิน ลมหายใจของเธอเริ่มเป็นปกติ 

 ฟ้ามืดแล้ว เธอเองก็ไม่ควรเคลื่อนไหว เขาจึงก่อกองไฟ จับไก่ป่ามาได้สองตัว ข้าง ๆ ยังมีบ่อน้ำสะอาด เอามาต้มหน่อยก็ดื่มได้แล้ว

 เขาถอนขนไก่อย่างว่องไว ล้างน้ำสะอาดเสียบไม้ย่าง จนไก่ย่างเริ่มส่งกลิ่นหอมออกมา

 คุณหนูสี่เริ่มรู้สึกตัว เธอยันกายนั่งขึ้นมา

 "อย่าเพิ่งขยับตัว คุณถูกเข็มอาบยาพิษซัดใส่ ผมจำเป็นต้องดูดพิษออก ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว แต่ควรพักอีกสักหน่อย"

 "คุณพูดว่าคุณดูดพิษ"

 เขาพยักหน้า หมุนไก่ย่างไปมา

เสียงน้ำมันจากไก่ ไหลหยดลงกองไฟเสียงดังฉี่ ๆ 

 "ดูดตรงหน้าอกของฉันนี่นะ"

 เขาพยักหน้าอีก

 "ไอ้บ้า ไอ้คนฉวยโอกาส แล้วทีนี้ใครจะยอมมาแต่งกับฉัน"

 คุณหนูสี่หยิบก้อนหินเล็ก ๆ ขว้างใส่เขาด้วยความโมโห

 "สมัยนี้เรื่องเซ็กซ์ค่อนข้างจะเปิดกว้าง แต่ถ้าไม่มีใครยอมแต่งกับคุณจริง ๆ ผมจะแต่งกับคุณเอง อย่ามัวแต่คิดเรื่องไม่เป็นเรื่องไปหน่อยเลย เอ้า ไก่ย่างสุกแล้ว"

 คุณหนูสี่กินไก่ย่างพลางคิดไปพลาง เธอเคยโดนเขาทั้งจับทั้งดูดหน้าอกมาหมดแล้ว ถ้าไม่แต่งกับเขา จะแต่งกับใครได้อีก แถมครอบครัวยังสนับสนุนว่า แต่งกับเขาดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ พอคิดได้ดังนี้ ราวกับยกหินก้อนใหญ่ที่กดทับจิตใจออกพ้นตัว

 "นี่ขาฉันชา คงเป็นตะคริว มาช่วยนวดให้หน่อย เร็ว ๆ เข้า"

 เธอสั่งเขาพลางกัดน่องไก่คำใหญ่

ฉินฟ่านนวดให้เธออย่างเบามือ ราวกับออกแรงมากไป กลัวเธอจะบุบสลาย

กลายเป็นฝุ่นผง

"นี่ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง นวดให้มันแรง ๆ หน่อยสิ"

หึ...เสียงแจ๋ว ๆ อย่างนี้ คงไม่เป็นไรแล้วสินะ 

ฉินฟ่านโน้มหน้าลงไปใช้ปากของเขาปิดปากของเธอบดขยี้ทีละนิด สองมือกดแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้

นี่…นี่

แรก ๆ เธอขัดขืนดิ้นรน เขาใช้มืออีกข้าง เกาะกุมหน้าอกของเธอ มือเขาขึ้น ๆ ลง ๆ ราวกับหนวดปลาหมึก จนเธอเริ่มครวญครางเบา ๆ เธอเป็นแค่เด็กสาวไร้เดียงสา ไหนเลยจะต้านทานหมาป่าเฒ่าจอมลามกอย่างเขาได้ 

เขาซุกไซร้ซอกคอเธออย่างเมามัน มือก็เริ่มถอดเสื้อผ้า พริบตาเดียวร่างกายขาวโพลน ไร้อาภรณ์ปกปิดแม้แต่น้อย ก็ปรากฏภายใต้แสงกองไฟ 

มือน้อย ๆ ที่ปกปิดบนด้วยความอาย เปิดเผยล่าง ไม่อาจต้านทานการโหมจู่โจมทุกสารทิศของเขาได้ ในที่สุดได้แต่ยอมให้เขาเชยชมตามอำเภอใจ 

ลิ้นของเขากวาดผ่านยอดสีชมพู ของหน้าอกจนเธอสะดุ้ง เขาทั้งดูดทั้งเม้ม เธอเสียวจนอดกดหัวเขาไว้ไม่ได้ เขากระตุ้นอารมณ์เธอตามจุดต่าง ๆ จนเธอเริ่มฉ่ำเยิ้ม แล้วเขาก็ค่อย ๆ สอนบทเรียนก่อนวิวาห์ให้กับเธอ

จิ๊บ…จิ๊บ

แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลอดมาทางช่องหน้าต่างของศาลเจ้า น้ำค้างที่เกาะอยู่ตามใบไม้เริ่มแห้งเหือด แต่ร่างทั้งสองยังคงกอดก่ายกันอย่างมีความสุข

"จะบอกพ่อกับแม่ว่าไงดีคะ"

"ก็บอกว่าเราสองคนจะแต่งงานกันก็แค่นั้นเอง ไม่เห็นยากเลย แต่งตัวไปหาอะไรกินกันเถอะ"

เพียะ...ฉินฟ่านฟาดก้นขาวผ่องของเธอจนเสียงดัง คุณหนูสี่อายก็อาย แต่อีกใจกลับรู้สึกชอบ

 ทั้งสองแต่งตัวเสร็จ เธอไม่มีรองเท้า เขากลัวเท้าเธอจะเหยียบโดนกิ่งไม้แหลม ๆ จึงเป็นม้าให้เธอขี่ เธอรู้สึกพึงพอใจที่เขาดูแลเอาใจใส่เธอ

            "ถามจริง ๆ คุณเคยนอนกับหมวดมู่ปิงปิงหรือเปล่า"

 "ไม่เคย"

 "งั้นก็แสดงว่าฉันต้องอยู่อันดับที่ห้าล่ะสิ แล้วคุณชอบเธอหรือฉันมากกว่าล่ะ"

 "คุณหนูสี่ บ้านของเราเน้นเรื่องรักใคร่ปรองดองกัน ครอบครัวไม่หึงหวงทะเลาะเบาะแว้งกัน ผมรักผู้หญิงของผมทุกคนเท่ากัน 

 ถ้าคุณคิดเป็นใหญ่แต่เพียงผู้เดียว ผมคงต้องบ๊ายบายจากคุณ ถ้าคุณยอมรับในสิ่งที่ผมพูดได้ ผมรับรองว่าคุณจะอยู่ร่วมกับพวกเราอย่างมีความสุข"

 ฉินฟ่านพยายามอดทนอธิบายให้เธอฟัง

 "เข้าใจแล้วค่ะ คุณก็ดูไปกันได้ดีกับหมวดมู่นี่นา ขอแค่คุณรุกหนักอีกนิด เธอต้องตกเป็นของคุณแน่ ๆ ฉันเป็นผู้หญิงย่อมดูออก ว่าเธอเองก็มีใจให้คุณ"

 คุณหนูแหย่ลองใจเขาดู

 "ผมรู้ ผมเองก็ชอบเธอ แต่คุณก็เห็นว่าผมมีเมียหลายคน ถ้าเธอจะลังเลใจผมก็เข้าใจ ผมจะไม่ฝืนใจเธอ ปล่อยให้เธอตัดสินใจเองจะดีกว่า"

ทั้งคู่เดินขึ้นรถทั้งสองไปที่บ้านตระกูลเย่ อย่างน้อยฉินฟ่านควรเอ่ยปากสู่ขออย่างเป็นทางการกับครอบครัวของเธอ

สมาชิกของตระกูลเย่ต่างนั่งอมยิ้มเรียงรายกัน เมื่อเห็นฉินฟ่านเดินกุมมือคุณหนูสี่เข้ามา

คุณหนูสี่ราวกับรู้สึกว่าทุกคนต่างรู้เรื่องเมื่อคืนว่าเกิดอะไรขึ้น เธออายจนแทบมุดแผ่นดินหนี

"สวัสดีครับทุก ๆ ท่าน วันนี้ผมฉินฟ่าน มาเพื่อสู่ขอคุณหนูสี่เย่เฉียวเป็นภรรยา หวังว่าทุกท่านจะกรุณาตอบรับคำขอนี้ครับ"

"ดี ๆ ๆ พวกเรารอวันนี้มานานแล้วในที่สุดลูกสาวที่ดื้อรั้นเอาแต่ใจก็มีคนรับไปดูแลเสียที" เย่หมิงทงกับคุณนายเย่ยิ้มหน้าบาน 

"พี่ฟ่านนับว่ามีวาสนากับสาวงามจริง ๆ ผู้น้องขอแสดงความยินดีด้วย" ซีเหมินคังเดินยิ้มกริ่มมา

"ขอบคุณพี่คัง"

ฉินฟ่านรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ ที่คนในครอบครัวเช่นซีเหมินคังปลอดภัยดี 

"โธ่คุณพ่อคะ อยากจับหนูใส่พานให้เขาฟรี ๆ เลยหรือไงคะ" คุณหนูสี่กระเง้ากระงอดคุณพ่อ

"จริงสิ ตามประเพณีมันต้องมีสินสอดทองหมั้นกันให้สมฐานะ"

คุณนายเย่กำลังนึกอยู่ว่าจะเรียกสินสอดเท่าไรดี

ฉินฟ่านพลิกฝ่ามือวูบ มีดสั้นก็ปรากฏขึ้นมา

"นี่คือมีดสั้นประจำตระกูลของผม มันมีชื่อว่าอัคคีกรีดฟ้า ขอมอบเป็นของหมั้นหมายคุณหนูครับ"

ทุกคนต่างมองมีดสั้นโปร่งใสสีแดงลักษณะเหมือนใบหลิวใบหนึ่ง ทั้งบางทั้งเบา อีกทั้งไม่มีด้ามจับ แล้วจะใช้มันได้ยังไง ราวกับมันไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้ มีดนี้ตีขึ้นจากวัสดุชนิดใด พวกเขาล้วนมีประสบการณ์ชีวิตที่โชกโชน แต่กลับดูไม่ออก 

ทุกคนต่างรู้กันดีว่า นี่คือสมบัติล้ำค่าของฉินฟ่าน เขาถึงกับตัดใจยอมมอบให้เป็นสินสอด แสดงว่าเขาจริงใจต่อเย่เฉียวอย่างแน่นอน คนเป็นพ่อเป็นแม่เห็นแล้วก็ชื่นใจ คุณชายทั้งสามเห็นก็พากันชื่นชมน้องเขยอีกหนึ่งส่วน

"พ่อขอรับไว้ด้วยใจก็แล้วกัน เธอเก็บมันเอาไว้จะดีกว่า มันย่อมช่วยปกป้องครอบครัวได้อย่างแน่นอน"

ทุกคนดื่มกินกันอย่างสนุกสนาน หลังจากนั้นเย่หมิงทงก็เรียกฉินฟ่าน ไปคุยกันที่ห้องหนังสือ

"ช่วงนี้เธอคงลำบากแย่เลยสินะ"

            "ไม่หรอกครับลุงเย่"

ฉินฟ่านไม่เคยหวาดหวั่นต่ออันตรายอยู่แล้ว 

"เฮ้อ...เธอนี่นะไม่ไหวเลย ยังจะเรียกลุงเย่อีก ต้องเรียกว่าพ่อสิ"

"ครับคุณพ่อ"

ฉินฟ่านไม่เคยพูดคำนี้มาหลายสิบปี จึงขัด ๆ เขิน ๆ 

"ดี มันต้องแบบนี้สิ ต่อไปหากเธอต้องการเงินทองหรืออำนาจ แค่เอ่ยปากมาคำเดียว ตระกูลเย่จะสนับสนุนเธอเอง แล้วก็ดูแลลูกสาวของพ่อดี ๆ อย่าทำให้เธอต้องเสียใจ" 

"ผมจะดูแลเธอเป็นอย่างดี คุณพ่อผมอยากให้พี่คังอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก เพื่อความปลอดภัยและให้เสี่ยวเฉียวอยู่ที่นี่ด้วย" 

"เธอพูดขนาดนี้ แสดงว่าเจอพวกมันโจมตีมาแล้วสินะ" เย่หมิงทงยกชาขึ้นจิบ

ฉินฟ่านเล่าเหตุการณ์ที่ถูกลอบยิงที่โรงแรม และถูกยอดฝีมือไล่ฆ่าที่ชายป่าให้เย่หมิงทงฟังอย่างละเอียด

"อืม...คนเราไม่เพียงพึ่งพาฝีมือ บางครั้งยังต้องพึ่งดวงอีกด้วย เธอถูกไล่ล่าฆ่าฟันมาหลายครั้ง ยังรอดมาได้แสดงว่าเธอเป็นคนดวงแข็ง ไม่มีใครทำอันตรายเธอได้จริง ๆ"

"แต่คู่ต่อสู้ยิ่งร้ายกาจขึ้นเรื่อย ๆ หากสักวันหนึ่ง ผมต้องสู้กับระดับปรมาจารย์ แม้สู้ไม่ได้ แต่ก็ยังหนีได้ ช่วงเจ็ดวันนี้ผมจะขอพักอยู่ที่นี่ เพื่อฝึกซ้อมกับพี่คัง จะได้เตรียมรับมือพวกมัน"

"ฮ่า ๆ งั้นเธอต้องทนกินอาหารฝีมือแม่ยายแทนพ่อแล้วละ"

ฉินฟ่านได้ยินพลอยหัวเราะไปด้วย ทั้งสองต่างคิดอ่านและมองการณ์ไกลออกจึงไม่ต้องคุยกันมาก ก็สามารถเข้าใจกันได้

สวนหลังบ้านที่ห่างไกลออกไป ถูกรถเกรดดินไถปรับ บดอัดแน่นจนกลายเป็นลานกว้างที่ราบเรียบ ไว้สำหรับฝึกวิชาการต่อสู้ ด้านขวาเป็นศาลาหลบแดด 

ด้านซ้ายเป็นสนามฝึกยิงปืน ที่จัดสรรเนรมิตขึ้นมาอย่างรวดเร็วโดยคุณชายรอง ราวกับฉินฟ่านเรียกลมเรียกฝนได้ เขาอยากได้อะไรเพียงแค่เอ่ยปากเท่านั้น

คนตระกูลเย่ต่างสนใจอยากเห็นการประลองของฉินฟ่านกับซีเหมินคัง ถึงจะเรียกว่าฝึกซ้อม แต่ทุกคนต่างคิดว่ามันต้องดุเด็ดเผ็ดมันแน่ ๆ 

คราวก่อนที่ประมือกับมือกระบี่ มือทวน เขารู้สึกว่าในบางครั้งถูกคู่ต่อสู้ไล่ต้อน ด้วยลักษณะเฉพาะของอาวุธต่าง ๆ เขาเชื่อว่าอาวุธแต่ละชนิดย่อมมีจุดเด่นของการใช้สอย เขาจึงให้ซีเหมินคังสอนเขาใช้อาวุธ โดยเริ่มจากกระบี่ เพราะซีเหมินคังมีทักษะด้านการใช้อาวุธเป็นเลิศ

ฉินฟ่านอยู่ในชุดสีดำรัดรูป มือขวาถือกระบี่ยืนสงบนิ่งดั่งภูผา ส่วนซีเหมินคังอยู่ในชุดรัดรูปสีขาวมือถือทวนวงเดือน ท่วงท่างามซึ้งตรึงใจราวกับมีออร่าแผ่ซ่านออกมา 

"พี่ฟ่านมีความจำเป็นเลิศในการเรียนรู้ เพียงแค่คืนเดียว ก็สามารถใช้กระบวนท่าเจ็ดกระบี่รังควานชีวิต ไม้ตายก้นหีบ ที่ผู้น้องบัญญัติขึ้น 

เคล็ดวิชานี้คือดุดัน เผ็ดร้อน ไล่ล่า ฆ่าฟัน แต่ถึงที่สุดพี่ฟ่านยังคงต้องเสาะหาอาวุธชนิดหนึ่ง ที่เหมาะมือตัวเอง จึงจะเปล่งอานุภาพออกมาได้ถึงขีดสุดนะฮ๊า" 

ทุกคนรู้สึกทึ่งที่รู้ว่าซีเหมินคัง ถึงกับบัญญัติวิชากระบี่ขึ้นด้วยตัวเอง ตอนนี้ทุกคนเริ่มร้อนใจ อยากเห็นเร็ว ๆ ว่า วิชานี้จะร้ายกาจสักเพียงใด

"พี่คังลุยได้เต็มที่ ไม่ต้องยั้งมือ เชิญ"

"หากวันนี้ผู้น้องมีโชคสักเล็กน้อย ไล่ทุบตีพี่ฟ่านจนตัวช้ำ หน้าเขียว ขอคุณหนูสี่โปรดให้อภัยด้วยนะฮ๊า"

กริยาเดินเหิน ท่าทางยามเอ่ยวาจาของซีเหมินคังล้วนน่าดูยิ่งนัก จนคุณหนูสี่ต้องพยายามลักจำ ลองไปทำดูบ้าง

พูดจบซีเหมินคังพุ่งทะยาน หมุนควงจนพู่แดงกระจายเป็นวง แทงทวนออกมาอย่างรวดเร็วจนเกิดเสียงดังฉี่ ๆ ใส่ใบหน้าของฉินฟ่าน

เสียงกระบี่ปะทะทวนดังถี่ยิบ จนเกิดสะเก็ดไฟแลบแปลบปลาบ

กระบวนท่าที่ฉินฟ่านใช้นั้น ไม่มีสักท่าที่สวยงามโอ่อ่าเหมือนจอมยุทธ          แต่ล้วนมุ่งหมายแทงใส่จุดตายทั้งสิ้น ทำให้ซีเหมินคังเหมือนกับเป็นฝ่ายไล่ต้อน           แต่ท้ายสุดกลับต้องวกทวน กลับมาป้องกันจุดตายของตัวเอง

ทั้งสองราวกับสื่อใจถึงใจ พุ่งตัวขึ้นกลางอากาศ ต่างโยนแลกเปลี่ยนอาวุธกับอีกฝ่าย 

ไม่มีการรีรอให้เสียเวลา ฉินฟ่านกวาดทวนออกไปอย่างหักโหมทันที แถมหมุนควงฟาดโครมลงมาอย่างแรง กระบวนท่าไหลลื่นราวสายน้ำตก คล้ายดั่งเคยฝึก ทุกวี่ทุกวันมานานนับสิบปี

 ซีเหมินคังกลับคล้ายปลาน้อยที่ลอยล่องกลางคลื่นลมทะเล หลบได้ฉิวเฉียดเส้นยาแดงผ่าแปดทุกครั้ง จนคนดูด้านข้างรู้สึกหายใจไม่เต็มทั่วท้อง

 ทวนทั้งสะบัด หมุน ฟาด แทง เขี่ย ควง งัด แต่มือกระบี่เจ้าของต้นตำรับก็ไม่น้อยหน้า แสดงฤทธิ์เดชของมือสังหารเดนตายออกมา รังสีกระบี่สะท้อนแสงอาทิตย์ไหววูบวาบชวนให้ตาลาย จนแทบจำแนกไม่ออกว่าไหนเป็นกระบี่ลวง ไหนเป็นกระบี่จริงกันแน่

ซีเหมินคังลอยตัวกลางอากาศหมุนร่างควงราวกับสว่านดอกยักษ์ แทงกระบี่ใส่เข้าที่หน้าอกของฉินฟ่านอย่างจัง จนทุกคนที่ดูอยู่ ถึงกับลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ กลัวว่ากระบี่นี้จะเสียบทะลุอกของฉินฟ่าน 

กรี๊ด!

คุณหนูสี่ถึงกับปิดตากรีดร้องออกมาด้วยความกลัว

แต่ทุกคนต่างปากอ้าตาค้าง ภาพที่เห็นคือกระบี่ที่แทงจิ้มอยู่ที่หน้าอก ถึงกับโค้งงอราวกับคันธนู ไม่มีรอยเลือดสักนิด นี่มันร่างเทวราชเหล็กหรือไง ถึงฟันแทงไม่เข้า

คุณชายสามตื่นเต้นจนตาเป็นประกายถึงกับปรบมือเสียงดัง จนทุกคนต่างปรบมือตาม ทุกคนเกิดความรู้สึกเหมือนเลือดลมสูบฉีดพลุ่งพล่าน การประลองราวกับจอมยุทธบู๊ลิ้มแบบนี้ ไม่ใช้สลิง ไม่มีสแตนด์อิน จะไปหาดูได้จากที่ไหนในยุค วีแชทหรือหยวนดิจิทัล

"นับถือ นับถือ วันนี้ผมยอมรับความพ่ายแพ้แล้ว" ฉินฟ่านยิ้มออกมา

"ผู้น้องโชคดีได้ชัยครึ่งกระบวนท่า แต่หากให้เวลาพี่ฟ่านอีกหนึ่งเดือน ทักษะด้านอาวุธของผู้น้อง ก็คงไม่ใช่คู่มือพี่ฟ่านแล้วล่ะฮะ" นี่คือมุมมองที่มีต่อฉินฟ่าน 

ซีเหมินคังถึงกับคิดเล่น ๆ ว่า ด้วยพรสรรค์ในเชิงยุทธของฉินฟ่าน หากเขายอมประกอบอาชีพเป็นมือสังหาร แม้แต่ประธานาธิบดีโลโก้นกอินทรีที่มีหน่วย secret service คอยคุ้มกัน ก็คงถูกเขาเชือดทิ้งแบบไม่รู้ตัว

ทั้งคู่ต่างเดินเข้าไปนั่งพักเหนื่อย ที่วันนี้ฉินฟ่านแพ้นับว่าเป็นที่เข้าใจได้เพราะเขาไม่ได้ใช้ฝ่ามือมุทราเก้ากระบวนท่า อันเป็นวิชาก้นหีบ แต่ใช้อาวุธที่เพิ่งเคยจับ เขาคิดว่านี่คือจุดอ่อนของเขา เขาจึงต้องการฝึกทักษะการใช้อาวุธชนิดต่าง ๆ ให้ชินมือไว้ก่อน

เพียะ...คุณหนูสี่ตีแขนเขา

"ฉันนึกว่ายังไม่ทันได้แต่งงาน ก็ต้องเป็นหม้ายไปซะแล้ว"

 ฮ่า ๆ ทุกคนพอฟังถึงกับหัวเราะออกมาจนดังกระหึ่มศาลา

แต่นี่คือครอบครัวของเธอ เธอไม่อายสักเท่าไรอยู่แล้ว แถมหันไปกระซิบถามเขาเบา ๆ 

"พวกคุณใช้กระบี่ปลอมเหรอ"

"ฮี่ย! ของจริง มันมีชื่อว่า ฟ้าแล่บ

ของรักของหวงของพี่คังเชียวนะ"

"งั้นคุณหนังเหนียวฟันแทงไม่เข้าจริง ๆ เหรอ มันคือวิชาอะไร สอนฉันบ้างดิ"

"คุณเป็นสาวสวยรวยเสน่ห์ ถ้าฝึกจนมือเท้าหยาบกร้าน นิ้วมีรอยด้านแข็งเป็นไต ลำตัวมีแผลเป็นคล้ายตะขาบยาวสามนิ้ว ก็จะใส่ชุดว่ายน้ำไม่สวยแล้วนะ คุณจะยอมฝึกเหรอ"

คุณหนูสี่คิด ๆ ไปก็เห็นด้วย เลยยกธงขาวยอมแพ้ ผู้หญิงย่อมรักสวยรักงามอยู่แล้ว

ฉินฟ่านกดโทรศัพท์ทันที

"โยโย่ อีกสองวันพาอิ๋งอิ๋งมาที่ตระกูลเย่ ใช่…จัดเต็มแบบฟูลออฟชั่นเลย อื้อ...ใช่ ตามใจเธอเลย บาย"

"คุณให้พวกเธอมาทำไมเหรอคะ"

"มาฆ่าผม"

ทุกคนได้ยินชัดเจน ต่างนึกขำในใจเพราะนึกว่าเขาพูดเล่น

สองวันต่อมา สาว ๆ ของฉินฟ่านต่างยกโขยงกันมาหมด ทั้งซูหลิงที่มาในชุดสูทสีชมพูในมาดผู้บริหาร รองเท้าส้นสูงสี่นิ้ว เหลียนฟ่งแต่งตัวแบบสาววัยรุ่นหวานแหววทั่ว ๆ ไป เสื้อยืดรัดรูปสีขาว กางเกงยีนส์รัดรูปสีน้ำเงินน้ำทะเล รองเท้าบู๊ทยาวสีดำหุ้มแข้ง สวมหมวกเบสบอลสีดำ

 โยโย่กับอิ๋งอิ๋งแต่งชุดนักเรียนหญิงของญี่ปุ่น ใส่เสื้อขาวกระโปรงสั้นลายตารางแบบญี่ปุ่น สวมถุงเท้ายาวปิดสูงถึงหน้าแข้งสีชมพู ติดกิ๊บหนีบผมรูปหัวกะโหลก สวมแว่นกันแดดสีดำ สองคนราวกับพิมพ์เดียวกัน 

อ้อ...ใช่แล้วเธอเป็นฝาแฝด แม้แต่เหลียนเฮ่อก็ตามมาชมความครึกครื้นด้วยคน แต่เพราะเขาเป็นเด็กฉลาด มีสัมมาคารวะ ผู้ใหญ่ทุกคนต่างเอ็นดูหนุ่มน้อยวัยละอ่อนคนนี้อย่างยิ่ง 

 ส่วนสาว ๆ ต่างคิดถึงคนรักของตัวเอง จึงยกขบวนกันมาหมดบ้าน ฉินฟ่านบอกพวกเธอว่าเขาสู่ขอคุณหนูสี่แล้ว และแนะนำให้พวกเธอรู้จักคนในตระกูลเย่

 ฉินฟ่านเป็นคนกลางในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนสองกลุ่มนี้ พวกเขาจึงรู้สึกใกล้ชิดกัน สนิทสนมกลมเกลียวกันอย่างรวดเร็ว 

 คฤหาสน์ใหญ่โตกว้างขวาง ถึงคนจะเยอะ แต่กลับไม่รู้สึกเบียดเสียดแออัด อาหารก็อุดมสมบูรณ์ ทั้งหมดล้วนเบิกบานใจ

 ลานฝึกซ้อมยังคงเป็นที่เดิม ฉินฟ่านในชุดรัดรูปสีดำมือซ้ายถือแส้ มือขวาถือดาบเก้าห่วง เขาลองสะบัดแส้ไปมา ส่วนซีเหมินคังในชุดรัดรูปสีขาว ในมือมีกระบองยาวสีเงินแวววาวอยู่ท่อนหนึ่ง คุณชายใหญ่นึกสนุก สั่งเด็กขนกลองใบใหญ่มาสามใบ พร้อมกับพิณมาตัวหนึ่งเพื่อสร้างบรรยากาศ

 ติ๊ง…

 ปลายนิ้วเรียวยาวของคุณหนูสี่เริ่มดีดพิณเป็นจังหวะแช่มช้อยนุ่มนวล ไพเราะเสนาะหู ดุจสายธารน้ำไหล ทุกคนต่างตั้งใจฟังเพลงที่เธอบรรเลง

 ฉินฟ่านถึงกับมองด้วยความทึ่ง นี่หญิงคนรักของเขาเก่งขนาดนี้เลยเหรอ

 จู่ ๆ เสียงพิณที่ดังแว่วหวานจับใจ พลันเปลี่ยนแปลงเป็นท่วงทำนองที่ฮึกหาญทะยานฟ้าชวนให้เลือดลมพลุ่งพล่านคล้ายดั่งเห็นภาพทัพใหญ่นับแสน สองทัพตั้งประจันหน้า ม้าศึกต่างหายใจฟืดฟัด กระทืบเท้าราวจะพุ่งเข้าโรมรัน หมายเข่นฆ่าให้ตายกันไปข้างหนึ่ง

 ทันใดนั้นเสียงกลองเริ่มดังก้องกังวาน ในท่วงทำนองอันเร้าใจ ผสานกับเสียงพิณสร้างความฮึกเหิมไปทั่วทั้งสนาม

ตึง ๆ 

พอเสียงกลองที่รัวสิ้นสุดลง กระบองยาวก็ควงหมุนอย่างรวดเร็ว จี้ปราดออกไป ฉินฟ่านสะบัดแส้จนเสียงหวีดหวิวต้านกระบองเอาไว้ แล้วหมุนตัวฟันดาบออกไป 

ซีเหมินคังแทงกระบองลงดินใช้เป็นแกนทรงตัว ลอยตัวสะบัดขาเตะปลายดาบให้พ้นห่างออกไป 

ขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลิน ในท่วงท่าลีลาของซีเหมินคัง ที่คล้ายกับการเริงระบำอันงดงาม กระบวนท่าของเขาหนักแน่นแฝงความอ่อนช้อย ในอ่อนมีแข็ง ในเร็วมีช้า จู่ ๆ ก็มีลูกธนูที่ยิงเฉียดผ่านหน้าอกฉินฟ่าน ในระยะเผาขน

ทุกคนต่างกวาดสายตามองหาที่มาของลูกธนูกันเลิ่กลั่ก ใครเป็นคนลงมือ

หรือว่ามีศัตรูที่ไหนบุกมา แต่เห็นฉินฟ่านยังคงมีสีหน้าสงบอยู่ ทุกคนจึงคิดว่าเขาคงเชิญเพื่อนใหม่มาช่วยฝึกกระมัง

ฉินฟ่านหงายตัวเอนไปข้างหลัง ห่างพื้นแค่สองคืบ พร้อมกับหมุนตัวในท่านี้ได้ถึงร้อยแปดสิบองศา หลบพ้นจากลูกธนู แต่แค่เพียงพริบตา ชูริเคนอาวุธลับรูปดาวกระจายสี่แฉกของนินจา ก็ถูกซัดมาถี่ยิบ จนเขาต้องพลิกตัวติดต่อกันสองตลบจึงหลบพ้น 

ย้าก...

เสียงตวาดก้องของซีเหมินคัง คล้ายกับมังกรคำราม มือทั้งสองของเขาจับอยู่ที่กึ่งกลางกระบอง ฟาดออกไปทั้งซ้ายขวาแปดครั้งซ้อน ๆ จนฉินฟ่านต้องถอยหลัง

โยโย่ในร่างนินจาชุดสีม่วง พุ่งขึ้นมาจากใต้พื้นดิน ใช้เคียวที่อยู่ในมือฟันใส่แผ่นหลังฉินฟ่าน 

อิ๋งอิ๋งในร่างนินจาชุดสีเขียวที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้ พุ่งตัวลงมาพร้อมดาบนินจาในมือ 

ทุกคนต่างใจเต้นระทึก แทบไม่เป็นจังหวะ ต่างคิดไม่ออกว่าฉินฟ่านจะหลุดจากสถานการณ์จู่โจมพร้อมกันสามด้านได้อย่างไร

"พี่ใหญ่ นั่นนินจาจริง ๆ ใช่หรือเปล่า"

คุณชายสามยังไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

"นั่นคือพี่โยโย่กับพี่อิ๋งอิ๋งนะครับคุณชายสาม"

 เหลียนเฮ่อรีบเสนอหน้า ไขข้อข้องใจให้คุณชายสาม

"หา…แม่เชร็ด นี่ล้อกันเล่นใช่ไหม"

คุณชายใหญ่ถึงกับสบถคำหยาบออกมา เด็กสาววัยใสในชุดนักเรียนนั่นนะเหรอ ที่เป็นนินจา นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

ฉินฟ่านควงสะบัดแส้ต้านกระบองและเคียวเอาไว้ แล้วพุ่งทะยานขึ้นไป

ใช้ดาบเก้าห่วงฟาดฟันปะทะกับดาบนินจาไปสามครั้ง พอร่างฉินฟ่านตกถึงพื้น เขาก็ถูกล้อมกรอบสามด้าน

เขาขว้างแส้ใส่ซีเหมินคัง แล้วหมุนตัวฟันดาบปะทะกับลูกตุ้มร้อยโซ่ที่ติดกับด้ามเคียว แล้วกลิ้งตัวลงตีลังกากับพื้น ใช้ดาบในกระบวนท่าของกระบี่แทงใส่อิ๋งอิ๋ง

แต่ที่ทำให้ทุกคนอกสั่นขวัญแขวนที่สุดคืออิ๋งอิ๋งชักปืนสั้นออกมายิงใส่เขาในระยะเผาขนถึงสามนัดทันที

ปัง ปัง ปัง

 เขาต้องพลิกตัวเอียงไปเอียงมาหลบวิถีกระสุน แล้วใช้ดาบเคาะใส่ปืนสั้น จนมันหลุดกระเด็นลอยไปไกล

 ซีเหมินคังกดปุ่มปลดล๊อกกระบองยาว เพื่อเปลี่ยนให้กลายเป็นกระบองสามท่อน แต่ละ ท่อนยาวหกสิบเซ็นติเมตร กระบวนท่าที่ใช้มีทั้งฟาด สกัด เขี่ย ทุบ แทง ลวดลายพลิกแพลงในการใช้มากมาย ฉินฟ่านโดนฟาดไปสามที จนตัวเอนไปเอียงมา 

ยังไม่ทันยืนให้มั่นคง เคียวก็เกี่ยวใส่ขาจนกรีดปลายกางเกงขาด ดาบนินจาก็แทงเข้ามาด้านหลัง เขารีบเบี่ยงตัวจนเสื้อถูกกรีดขาดเป็นทางยาว

 "พี่แพ้แล้ว"

 โยโย่ยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจ ทุกคนต่างหยุดมือ ใช่เขาแพ้แล้ว แพ้อย่างยับเยินจริง ๆ 

 "แบบนี้ไม่นับ พวกเธอเล่นใช้ปืน แบบนี้มันขี้โกงกันนี่นา" คุณหนูสี่ประท้วงเสียงดัง

 "เธอไปบอกคนร้ายเถอะ ดูว่าพวกมันยอมสู้แบบยุติธรรมไหม" อิ๋งอิ๋งพยายามใจเย็นอธิบาย

 หลังจากนั้นฉินฟ่านก็ถูกทุบตีจนน่วมพ่ายแพ้ติดต่อกันไปอีกสามวัน แต่เขารู้สึกถูกอกถูกใจกระบองสามท่อนไม่หาย ตกดึกเขาจึงลองฝึกมันดู โดยมีซีเหมินคังคอยยืนชี้แนะด้านข้าง ยิ่งใช้ยิ่งคล่องมือ

 ตอนนอนก็มีสาว ๆ คอยเอาใจ ช่วยถูทานวดยาให้บริเวณรอยฟกช้ำ เพลินจนหลับคาตักของเหลียนฟ่ง

 ว่าที่แม่ยายเห่อลูกเขยป้ายแดงขนาดหนัก แม้แต่อาหารเช้า แค่ฉินฟ่านบอกว่าอยากกินโจ๊กไข่เยี่ยวม้ากับปาท่องโก๋ เมนูนี้จะถูกจัดวางบนโต๊ะอย่างรวดเร็ว ร้อนควันฉุยส่งกลิ่นหอมกรุ่นยั่วน้ำลายให้สอเล่น ๆ จนทุกคนต้องทึ่งยอมยกนิ้วให้ ในฝีมือเนรมิตอาหารของว่าที่แม่ยาย

 ทุกคนนั่งทานกันที่โต๊ะยาวอย่างเอร็ดอร่อย แต่มีคนหนึ่งที่รู้สึกกระสับกระส่ายคันปากยิบ ๆ และคนที่นั่งไม่เป็นสุขนี้ก็คือคุณชายสาม

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 51 กวนอิมเผ็ด

    ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 50 หนังสือกายวิภาค

    ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 49 หึง

    ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 48 ศาลเตี้ย

    ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 47 มิสไชน่า

    อาเฉียนเองก็เป็นผู้นิยมความงามดังนั้นเขาจึงรีบมองหาสาวสวยอาลี่รู้ดีว่า นี่เป็นความสุขเล็ก ๆ ของทีมเธอที่ช่วยให้คลายเครียดผ่านไปวัน ๆ ด้วยการเหล่สาวสวยแต่พออาเฉียนหันไปมองสาวชุดแดงที่กำลังเดินเข้ามาใกล้เขาก็ต้องตะลึงอ้าปากค้างจนขนมปังที่กัดอยู่คาปากต้องร่วงหล่นลงบนพื้นทั้งสามคนถึงกับพูดพร้อมกัน“เจ๊เหรอ”หมวดมู่ปิงปิงอุตส่าห์ลงทุนขับรถเข้าไปในเมืองเพื่อเช่าชุดเดรสสีแดงเปลือยไหล่ตัวสั้นจุดจู๋ ส่วนรองเท้าส้นสูงหายืมเพื่อนไม่ได้เลยต้องกัดฟันซื้อเอง“โอ้โห คืนนี้เจ๊แต่งมาเต็มยศ สวยสุด ๆ ไปเลย ถ้าไม่คิดจะเอาดีทางตำรวจ ฉันว่าเจ๊ไปประกวดมิสไชน่าได้เลยนะ”“โอ้โห สวยแบบหมวด แต่ไม่ยอมมีแฟนแบบนี้ เสียของชะมัดยาดเลย”“เฮ้อ ฉันอยากสวยแบบหมวดจังเลย”“อย่ามัวแต่พูดมาก รีบขึ้นรถกันได้แล้ว”เธอเองก็เขินเป็นเหมือนกันนะ…….ก๊อก ๆเสียงเคาะประตูห้องเค่อตงหยางดังขึ้นเขาเงยหน้าจากแฟ้มเอกสารด้วยความหงุดหงิด แต่ปากก

  • พลิกเมฆาคว่ำพิรุณ การเกิดใหม่ของฉินฟ่าน   บทที่ 46 ฟินสุดๆ

    เวลาสามทุ่มที่ไร้เมฆหมอกบดบังดวงจันทร์ของคืนนี้ สวนสาธารณะยังคงมีผู้คนออกมาเดินเล่น ขี่จักรยานออกกำลังกาย เล่นบาสเกตบอล เจียงเซิงทนายความหนุ่มได้พาคู่หมั้นสาวม่านลี่ถี มาพร่ำพลอดบอกรักในมุมมืดสลัวอันห่างไกลจากผู้คนทั้งสองคบหาดูใจกันได้สองเดือนก็ตัดสินใจหมั้นกันเมื่อวานส่วนงานแต่งงานนั้นคงต้องรออีกสามสี่เดือนเพื่อให้ม่านลี่ถีเรียนจบมหาวิทยาลัยซะก่อนในขณะที่ทั้งสองเดินเกี่ยวก้อย ชมแสงจันทร์มาถึงมุมสวนที่ห่างไกลจากผู้คน ในหัวของเจียงเซิงเต็มไปด้วยแผนการ ที่คิดจะเอารัดเอาเปรียบเธอเจียงเซิงเป็นหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท หน้าตาดี เขาเคยว่าความชนะมาหลายคดีเป็นดาวเด่นของบริษัทเลยก็ว่าได้ รายได้ของเขาจึงค่อนข้างสูง ขับรถสปอร์ต กินอาหารโรงแรมชื่อดังเมื่อรวมจุดเด่นเหล่านี้เข้าด้วยกัน การที่เขาจะหลอกล่อเหยื่ออย่างม่านลี่ถีเพื่อพาเข้าโรงแรมก็ไม่ใช่เรื่องยากหลังจากเล่นเธอจนเบื่อเจียงเซิง ก็จะหาเรื่องทะเลาะและขอเลิกกับเธอ ส่วนแผนวิวาห์ที่สวยหรูก็จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย แล้วเขาก็จะเริ่มเล็งหาเหยื่อคนใหม่อ้อเหยื่อคนใหม่นี้ไม่ต้องสวยมา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status