Masukบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง ALICE ของสกุลเจียงที่บริหารโดยเจียงกั๋วเชา ทำการค้าและเป็นผู้ผลิตสินค้าเกรดเอ ด้านเครื่องสำอางมานานปี ค้าขายไปไกลถึงต่างประเทศ ที่สำคัญก็คือเป็นคู่แข่งของซูหลิง
ตอนนี้ยอดขายบริษัทของเขาตกลงถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะลูกค้าที่ใช้สินค้าประเภทครีมบำรุงผิวของเขา เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง จนเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เขาต้องจ่ายเงินก้อนโตให้กับผู้เสียหาย เพื่อไม่ให้เรื่องบานปลายออกไป แถมตอนนี้ยังได้ทราบข่าวร้ายมาอีกว่า
ซูหลิงกำลังทำโปรเจกต์ใหญ่เกี่ยวกับน้ำหอมตัวใหม่ ที่กำลังจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป แล้วยังแก้เกมไม่ได้ ยอดขายบริษัทของเขาคงต้องตกลงไปอีก ซึ่งจะส่งผลต่อราคาหุ้นของบริษัท ถึงเวลานั้นการจะกอบกู้สถานการณ์ที่วิกฤตคงยากลำบากยิ่งกว่าเดิม
ถ้าอย่างนั้นแล้วเขาควรจะทำยังไงดี เขาหรี่ตาที่คล้ายกับคนเจ้าเล่ห์พร้อมอัดบุหรี่อย่างแรง แล้วค่อย ๆ พ่นควันขาวออกมาอย่างช้า ๆ จมดิ่งอยู่ในความครุ่นคิด
ใกล้สวนสาธารณะทางทิศใต้ของซูโจว
มีโกดังเปลี่ยวร้างไร้ผู้คนสัญจรอยู่แห่งหนึ่ง มีคนสี่คนนั่งล้อมวงอยู่ข้าง ๆ กองไฟกินเบียร์กันอยู่ หัวหน้าคือคนที่มีรูปร่างเหมือนหมีควายไว้ผมทรงสกินเฮดชื่อ "เฉินฟันทอง" มันลงมือโหดเหี้ยมหมดจด ใช้ชีวิตเข้าแลกกับเงินทอง รับจ้างทำงานสกปรกทุกอย่าง ในโลกใต้ดินมันจัดได้ว่ามีชื่อเสียงอยู่บ้าง อย่างน้อย ๆ ขาใหญ่ในเมืองนี้ต้องไว้หน้ามันอยู่สามส่วน
จู่ ๆ ก็มีรถยนต์หรูคันหนึ่งขับแล่นเข้ามาจอดพร้อมเลื่อนกระจกลงครึ่งหนึ่ง เป็นเพราะไร้แสงไฟถนนหากไม่เข้ามาดูใกล้ ๆ จะไม่มีทางเห็นโฉมหน้าคนที่นั่งอยู่ในรถ เฉินฟันทองเดินเข้าไปใกล้กระจกรถยนต์ พลางโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"สวัสดีครับผมเฉินฟันทอง ยินดีที่ได้รับใช้ครับ"
ถึงจะเป็นนักเลง แต่ก็ต้องรู้จักมารยาทการเข้าสังคม
"อืม งานนี้คือลักพาตัวซูหลิง นี่คือรูปถ่ายพร้อมประวัติของเธอ แต่จำไว้ห้ามทำร้ายเธอโดยเด็ดขาด ฉันโอนเงินให้แล้วหนึ่งล้าน หากงานสำเร็จฉันจะโอนให้อีกหนึ่งล้าน"
"รับทราบครับ"
พอมันได้ยินว่า มีเงินเข้ามาในบัญชีก้อนใหญ่ มันถึงกับยิ้มกว้าง โชว์ฟันทองเหลืองอร่าม งานดี ๆ ไม่ใช่จะมีบ่อย นาน ๆ จะมีงานใหญ่จ่ายหนักสักที มันโค้งตัวแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม ค้างในท่านั้นอยู่เนิ่นนาน จนรถยนต์หรูลับสายตาไป
ซูหลิงบิดตัวด้วยความขี้เกียจ วันนี้เธอรู้สึกเหนื่อยมาก ทั้งประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งตรวจดูโรงงาน เธอเหนื่อยจนไม่อยากขับรถกลับบ้านเอง ก็เลยให้คนขับรถมารับที่หน้าบริษัท ขณะที่จะเซ็นงานแฟ้มสุดท้ายก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
"ฮัลโหล สวัสดีครับผมฉินฟ่าน"
"สวัสดีค่ะแหมคงเป็นเรื่องจริงนะคะ ที่ว่าคนรักกันมักจะใจตรงกัน ฉันกำลังจะโทรหาคุณพอดีเลยค่ะ"
ซูหลิงหยอดคำหวานใส่หนุ่มรูปหล่อ
"พอดีผมมาเดินเล่นแถวนี้ แล้วรู้สึกหิวข้าวน่ะ นี่ก็จะหกโมงเย็นแล้ว สนใจไปทานข้าวกับผมไหมครับ"
สำหรับเขาแล้ว ชอบที่ซูหลิงเป็นสาวงามหยดย้อย เธอทำงานเก่ง แถมยังมีนิสัยขี้เล่นชอบหยอกเขา ดู ๆ ไปเธอก็มีใจให้เขา ส่วนคุณปู่ก็ปูพรมแดง รอเขามาเป็นหลานเขยอยู่แล้ว
เขาเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง ชีวิตใหม่ไม่อยากมีข้อบังคับผูกมัดมากมายว่า จะต้องผัวเดียวเมียเดียว ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วมีความสุข เขาก็อยากจะมีสาวงามหลาย ๆ คน คอยอยู่ข้างกาย
"คุณต้องใช้ปากป้อนนะคะ ฉันถึงจะไป"
คำพูดของซูหลิง ชวนให้เขาคิดฟุ้งซ่านอีกแล้ว
"นี่คุณกำลังพูดจาลวนลามผมอยู่นะ คืนนี้พระจันทร์เต็มดวงซะด้วย คุณไม่กลัวผมกลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่ากลืนกินคุณทั้งตัวเลยหรือไง"
"ฮิฮิ ฉันจะบอกความลับให้ฟังดีไหมคะ
ฉันน่ะหวานไปทั้งตัวเลยนะ คุณไม่อยากลองชิมดูหน่อยเหรอคะ"
"อยากสิครับ งั้นอีกสิบห้านาทีเจอกันที่หน้าบริษัทนะครับ ท่านประธานคนสวย"
ฉินฟ่านวางสายเสร็จ ก็รีบเดินไปที่บริษัทเธอทันที มันอยู่ไม่ไกลสักเท่าไรจากตรงนี้ เหลือแค่ข้ามสี่แยกนี้ก็จะถึงบริษัทแล้ว ขณะที่เขากำลังรอไฟแดงข้ามถนน
"ขอโทษนะครับคุณ ผมชื่อกู่เทียนหยวน
ทำงานอยู่บริษัทแกรนด์เอเจนซี่ นี่นามบัตรของผมนะครับ"
ผู้ชายวัยกลางคนสวมสูทสีน้ำเงินลงพุงหน่อย ๆ เอ่อไม่หน่อยละเขาเป็นคนอ้วนเลยต่างหาก แถมท่าทางเป็นคนขี้ร้อน เพราะเหงื่อเขาออกเยอะมาก
"มีอะไรให้ช่วยเหรอครับ" ฉินฟ่านนึกว่าเขาหลงทาง
"คุณสนใจจะเป็นดาราไหมครับ รูปร่างคุณดีหน้าตาหล่อเหลาแบบนี้ ผมรับรองเลยว่าแค่ปีเดียวคุณจะมีชื่อเสียงโด่งดัง เงินทองไหลมาเทมา"
ตาลุงอ้วนพยายามโน้มน้าวเขา
"ขอโทษนะครับ ผมไม่สนใจด้านการ
แสดงจริง ๆ พอดีผมมีนัดคงต้องขอตัวก่อนนะครับ" ฉินฟ่านพูดจบ หูของเขาก็ได้ยินเสียงแถวฝั่งบริษัทเมมโมรี่
เอี๊ยด…
เสียงเบรกลากล้อของรถตู้สีดำจอดหน้าบริษัท มีชายสี่คนสวมหน้ากากผีปิดบังโฉมหน้าลงมาจากรถ แล้วอุ้มซูหลิงขึ้นรถอย่างรวดเร็ว แล้วขับออกไป
ใจของฉินฟ่านสั่นไหวอย่างรุนแรง เขาเพิ่งรู้สึกตัวตอนนี้เองว่า ในใจของเขาซูหลิงสำคัญมากถึงเพียงไหน
ร่างฉินฟ่านดีดตัวพุ่งออกไปราวลูกกระสุนเหมือนไม่กลัวว่ารถยนต์ที่แล่นผ่านไปมาจะชนเอา กู่หยวนเทียนเบิกตามองตามอย่างตกใจ ผู้ชายคนนี้คงสะกดคำว่าตายไม่เป็น
ฉินฟ่านไม่ได้วิ่งตามรถตู้ เพราะเขาเห็นแล้วว่ามันตบไฟจะเลี้ยวขวา เขาวิ่งอย่างสุดกำลังไปทางขวาเพื่อดักหน้ามันทันที
"หลีกหน่อย หลีกหน่อย"
ตอนเย็นเลิกงานแบบนี้มีคนเดินบนทางเท้ามีมากเกินไป หากเป็นแบบนี้คงไล่ไม่ทันแน่ ๆ เขาคิดพลางตัดสินใจวิ่งไปที่ถนนแล้วกระโดดตีลังกาเหยียบขึ้นไปบนหลังคารถสีแดงที่กำลังแล่นผ่านอย่างรวดเร็ว
คนที่สัญจรไปมายังนึกว่ามีกองถ่ายหนังบู๊แอ็กชันเรื่องใหม่ มาถ่ายทำบนถนนสายนี้ในตอนนี้
โครม!!!
เนื่องจากรถคันสีแดงกำลังวิ่งอยู่ในช่วงจราจรคับคั่ง ถึงแม้ว่าเจ้าของรถจะรู้สึกว่า จู่ ๆ ก็มีเสียงเหมือนอะไรหนัก ๆ หล่นใส่บนหลังคารถ เขาก็ยังไม่กล้าเบรกอย่างกะทันหันเพื่อลงไปดู
เพราะกลัวว่ารถที่ขับตามหลังมาด้วยความเร็วจะชนท้ายเอา เพราะเหตุนี้รถคันสีแดงจึงพาฉินฟ่านร่นระยะทางได้อย่างรวดเร็ว
พอรถวิ่งผ่านสี่แยก เขากระโดดตีลังกาลงจากรถสีแดงแล้ววิ่งทะยานออกทางขวาอย่างรวดเร็ว ตัดหน้ารถบรรทุกน้ำดื่มแบบฉิวเฉียด
ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็คือวิ่ง วิ่งอย่างสุดแรงเกิด จากนั้นเขาก็กระโดดตีลังกา ขึ้นไปบนหลังคารถซีดานสีขาว ที่แล่นผ่านมา ทางด้านข้าง
รถบรรทุกน้ำดื่มที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เห็นคนวิ่งตัดหน้ารถ เกิดตกใจเหยียบเบรกอย่างแรง เพราะกลัวชนคน จนน้ำดื่มหลุดจากเชือกนิรภัยที่รัดเอาไว้ แกลลอนน้ำดื่มร่วมเจ็ดสิบแกลลอนทยอยตกลงมาแตกกระจายเกลื่อนท้องถนน จนรถที่ตามหลังมาคันอื่น ๆ อีกเจ็ดถึงแปดคันต่างพากันเบรกสุดชีวิต
ฉินฟ่านกระโดดออกจากรถซีดานสีขาว แล้วคว้าจับโครงเหล็กป้ายโฆษณาร้านค้า แล้วหมุนตัวขึ้นไปยืนบนป้าย เขาปีนป่ายขึ้นไปดาดฟ้าของอาคาร แล้วกระโดดข้ามจากอาคารหนึ่งไปอีกอาคารหนึ่ง เขากระโดดข้ามไปทั้งหมดหกอาคาร
ฉินฟ่านกระโดดลงมาจากดาดฟ้าอาคารสุดท้าย ก่อนตีลังกาลงบนถนน ในท่าคุกเข่าข้างหนึ่ง ซึ่งตอนนี้กำลังประจันหน้ากับรถตู้ในระยะเพียงสามสิบเมตรเท่านั้น ในที่สุดก็ตามทันจนได้
"ไอ้บัดซบนี่เป็นใครวะดันมาขวางทาง เฮ้ยอาฟู่เหยียบมันให้เละเลย"
เหตุการณ์ตื่นเต้นที่ชวนระทึกทุกอย่างนี้ถูกคนถ่ายคลิปเอาไว้ได้หลายคน
บริเวณที่เขายืนเป็นสี่แยก ฝั่งเขากับรถตู้เป็นไฟแดง แต่ตอนนี้รถตู้กำลังขับพุ่งฝ่าไฟแดงเข้ามาจะชนเขา
ฝั่งซ้ายมือเขาเป็นไฟเขียว เด็กนักเรียนสาวอายุประมาณสิบสองกำลังก้มหน้าเดินเล่นมือถือขณะเดินข้ามถนน โดยไม่ได้เอะใจแม้แต่น้อยว่ากำลังเข้ามาขวางในระยะประจันหน้าของพวกเขา
ผู้คนต่างกรีดร้อง เมื่อเห็นรถตู้กำลังจะพุ่งชนเด็กสาวคนนั้น ฉินฟ่านสะกิดเท้าโผเข้าไปหาเธอราวกับค้างคาวยักษ์โอบกอดเธอเอาไว้
แต่ทั้งคู่ยังคงถูกรถตู้ชนลอยกระเด็นไปไกลถึงสี่เมตร เด็กสาวปลอดภัยเพราะเขาเอาตัวบังไว้ เคราะห์ดีที่เขามีร่างเอ็นทองแดงกระดูกเหล็กจึงไม่เป็นอะไร
"น้องสาว วันหลังเวลาข้ามถนนอย่ามัวแต่เล่นมือถืออีกนะครับ มันอันตราย"
เด็กสาวพยักหน้าหงึก ๆ ด้วยความตกใจกลัว
ฉินฟ่านดึงตัวเด็กสาวให้ลุกขึ้นยืน เด็กสาวตื่นตะลึงกับเหตุการณ์และตื่นตะลึงกับความหล่อขั้นเทพของเขา จนลืมที่จะเอ่ยคำขอบคุณ
ฉินฟ่านวิ่งตามรถตู้ไปอย่างรวดเร็ว
โดยไม่มีอาการบาดเจ็บเลยแม้แต่ปลายก้อย ฝูงชนต่างปากอ้าตาค้าง ถ้าถูกรถชนแรง ๆ แบบเมื่อกี้ ปกติถ้าไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตไม่ใช่เหรอ นี่เขาเป็นซูเปอร์ฮีโร่แบบไออ้อนแมนหรือเปล่านะ
"เฮ้ย! โดนชนแรงขนาดนั้น ไม่ตายเหรอวะ"
"โอ้โห…โคตรเจ๋งเลยพี่ชาย"
เสียงวัยรุ่นที่ยืนอยู่แถวนั้นตะโกนโห่ร้องด้วยความชื่นชมไล่หลังของเขา
ตอนนี้เขาถูกรถตู้ทิ้งระยะห่างไปถึงห้าร้อยเมตร หากวิ่งตามต่อไปต้องตามไม่ทันแน่ เขาเห็นพนักงานส่งอาหารขับมอเตอร์ไซค์ผ่านมา เขาตัดสินใจกระโดดถีบ จนพนักงานคนนั้นกระเด็นตกรถ แล้วตัวเขาก็ลอยตัวขึ้นไปนั่งคร่อมรถแทน
"โทษทีนะพี่ชายเกิดเหตุฉุกเฉิน ไปรอรับรถกับค่าทำขวัญที่สถานีตำรวจก็แล้วกัน"
เขาตะโกนก่อนบิดคันเร่งจนเสียงรถดังกระหึ่มจากไปอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ฟ้าเริ่มมืดค่ำแล้ว เขาบิดคันเร่งอย่างแรงเพื่อไล่ตาม แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา ต้องขุดรากถอนโคนคนชั่วที่ทำเรื่องอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นซูหลิงอาจจะตกอยู่ในอันตรายอีกก็ได้ในวันข้างหน้า เขาจึงผ่อนคันเร่งให้ช้าลงแล้วค่อย ๆ ตามไปห่าง ๆ จนถึงโกดังร้างที่เป็นแหล่งกลบดานของพวกมัน
เขาใช้เนตรอัคคีสำรวจดูรอบ ๆ บริเวณโกดังร้าน พวกมันมีคนมากถึงยี่สิบคน สุมท่อนไม้ก่อไฟในถังน้ำมัน ที่ตั้งกระจัดกระจายออกไปถึงแปดถัง ทำให้มีแสงสว่างพอสมควร ซูหลิงถูกนำไปมัดไว้ที่เสาต้นหนึ่งเพื่อรอคอยผู้ว่าจ้าง เขาใช้เนตรอัคคีซูมภาพเธอให้เข้ามาใกล้ ดูแล้วเธอยังคงปลอดภัยดี
"ลูกพี่แม่สาวนี่แจ่มจริง ๆ ลูกพี่ไม่โชว์ลีลาฟัคกิ้งฮีโร่ ให้พวกเราเห็นเป็นบุญตากันสักหน่อยเหรอ"
ไอ้หน้าสิวคิดจะประจบเอาใจลูกพี่
"ไอ้พวกหน้าโง่ พวกมึงนี่มันสมองหมูปัญญาควายแท้ ๆ เลยแม่นี่นะคุณเจียงสั่งไว้แล้วว่าห้ามแตะต้อง ถ้าเราข่มขืนอีนี่ แล้วจะไปเก็บเงินกับคุณเจียงได้ยังไง
พวกมึงไม่ต้องห่วง เดี๋ยวรับเงินแล้วจะพาพวกมึงไปเหมาซาวน่าสามวันสามคืนกกผู้หญิงให้หายอยาก จนฟ้าเหลืองกันไปเลย"
เฉินฟันทองด่าไปชุดใหญ่จนลูกน้องหัวเราะครื้นเครง
ฉินฟ่านย่องเข้าไปหลบในมุมมืดอย่างเงียบ ๆ เขาเห็นเธอมีสีหน้าที่หวาดกลัวมากจนเขารู้สึกเจ็บปวดใจ แต่ก็ยังอดทนรออย่างใจเย็น เขากำลังรอคอยผู้ร้ายตัวจริงให้มาปรากฏตัว
ในที่สุดรถยนต์คันหรูก็แล่นมาถึง เจียงกั๋วเชาในชุดสูทสีน้ำเงินเปิดประตูรถลงมา เฉินฟันทองรีบเดินออกไปต้อนรับทันที
"เพราะบารมีของคุณเจียง พวกเราโชคดีที่งานราบรื่นครับ"
"นี่เป็นฝีมือของแกเองเหรอเจียงกั๋วเชา
จับฉันมาทำไม เรียกค่าไถ่หรือไง ถ้าอยากได้เงินก็บอกมาเดี๋ยวฉันโอนให้ รีบบอกพวกมันให้ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นรับรองว่าแกไม่ได้ตายดีแน่"
ซูหลิงโกรธจัดแต่ก็พยายามใจเย็น พูดจาต่อรองหาโอกาสรอด
"โอ้ดุดีนี่ ฮ่า ๆ แบบนี้ผมชอบ วันนี้อารมณ์หื่นของผมมันกำเริบขึ้นมา เลยว่าจะยัดเยียดความเป็นผัวให้คุณสักสองสามวัน ไม่ต้องเป็นห่วง ผมจะปรนเปรอให้คุณมีความสุขแบบถึงใจเอง แล้วถ่ายรูปลับเฉพาะของคุณไว้เป็นที่ระลึกสักสองสามท่า คุณเป็นคนสวยมีหน้ามีตาในแวดวงธุรกิจ คงไม่อยากมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นนางเอกหนังเอกซ์ในโลกโซเชียลหรอกใช่ไหม เพราะฉะนั้นถ้าคุณยอมเชื่อฟังผมแต่โดยดี ก็ยกหุ้นบริษัทตระกูลซูให้ผม แล้วผมจะรักถนอมคุณเป็นอย่างดี ว่ายังไง"
"ฝันไปเถอะไอ้สารเลว ฉันยอมตายซะดีกว่าจะยอมเป็นเมียแก"
เธอจ้องเขาตาเขม็งด้วยความโกรธ
เพียะ!
เจียงกั๋วเชาตบหน้าเธออย่างแรงจนบวมแดง ก่อนใช้มือจิกผมของเธอ
"ปากดีนักนะอีนี่ พูดจาดี ๆ ไม่ยอมฟัง เดี๋ยวกูจะเล่นมึงให้หนำใจไปเลย เฮอะ ๆ มึงรู้หรือเปล่า สมัยนี้คนผลิตยาแม่งโคตรเก่งเลย แม่งมีทั้งยาปลุกเซ็กซ์ มีทั้งยาเสียสาวเยอะแยะไปหมด โอ๊ะ ๆ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวมึงได้ลองแน่ ฮ่า ๆ"
"อืม…พวกแกทำงานได้ดีมาก ไม่ได้ทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้ใช่ไหม"
เจียงกั๋วเชาหันไปคุยกับเฉินฟันทอง โดยไม่สนใจเธอชั่วคราว หมูอยู่ในอวยจะหนีไปที่ใดได้
"พวกเราใส่หน้ากากลงมือรวดเร็วและใช้แผ่นป้ายทะเบียนปลอมครับ รับรองว่าตามรอยไม่เจอแน่นอนครับ"
เฉินฟันทองพยายามพรีเซนต์งานให้ลูกค้าประทับใจ
"ฮ่า ๆ ดีมากฉันจะโอนเงินอีกหนึ่งล้านงวดสุดท้ายให้"
เจียงกั๋วเชายิ้มอย่างอารณ์ดี ควักซิการ์ขึ้นมาจุดสูบพ่นควันโขมง แล้วหยิบมือถือขึ้นมาโอนเงินทันที เงินแค่นี้จิ๊บจ๊อย ขอเพียงเป็นผัวของนังซูหลิง เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ มีแต่จะติว่ามีมากเกินไปซะด้วยซ้ำ
"ขอบคุณคุณเจียงมากครับ หวังว่าโอกาสหน้าผมจะได้รับใช้คุณเจียงอีก ขอให้สนุกนะครับ พวกผมขอตัวก่อนครับ"
ทันใดนั้นก็มีเสียงแทรกขึ้นมา
"แหม…คนเยอะ ๆ คึกคักดีออก อย่าเพิ่งรีบไปกันสิครับ น่าจะอยู่สนุกด้วยกันก่อน ที่นี่บรรยากาศดีนะ เลือกได้ไม่เลวเลยจริง ๆ แถมทำเลก็ยังตั้งอยู่ในที่เปลี่ยว ไม่มีพยานรู้เห็น แบบนี้เหมาะกับการฆ่าคนจะตายไป พวกคุณว่าไหม"
ฉินฟ่านเดินผิวปากเข้าไปท่ามกลางพวกมันเหมือนมาเดินเล่นชิว ๆ ในตลาดสด
"เฮ้ย...มึงเป็นใครวะเข้ามาได้ยังไง"
ไอ้หน้าสิวยังถามโง่ ๆ อีก
"ฉินฟ่าน คุณรีบหนีไป พวกมันคนเยอะกว่า คุณสู้พวกมันไม่ได้หรอก"
ซูหลิงรีบร้องเตือนเขา เธอดีใจที่เห็นเขามาช่วยเธอ แต่อีกใจก็ไม่อยากให้เขาต้องมาตายที่นี่เพราะเธอ
" ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่ยอมให้ไอ้ระยำพวกนี้แตะต้องคุณอีก แต่ว่าตอนนี้คุณต้องเชื่อฟังผม คุณช่วยหลับตาไว้สักพัก จนกว่าผมจะบอกคุณให้ลืมตาได้ คุณค่อยลืมตาตกลงไหมเด็กดี"
ซูหลิงพยักหน้าพร้อมหลับตาลงอย่างว่าง่าย พวกลูกน้องเฉินฟันทองชักอาวุธออกมายืนรายล้อมเขาไว้ทันที โดยที่ลูกพี่ไม่ต้องออกคำสั่ง พวกนี้ตีรันฟันแทงบ่อยเหมือนกินข้าว แถมศัตรูมาแค่คนเดียว พวกมันชนะใส ๆ อยู่แล้ว
แต่เฉินฟันทองกลับไม่คิดเช่นนั้น สีหน้าของมันเริ่มเคร่งเครียด มันครุ่นคิดอย่างเงียบ ๆ ไอ้หนุ่มนี่มันผ่านยามหน้าประตูสี่คนเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ไม่ได้ยินเสียงเอะอะโวยวาย ไม่ได้ยินเสียงต่อสู้
แถมไอ้หนุ่มนี่ไม่มีอาวุธติดตัวให้เห็นสักชิ้น แม้แต่ก้อนอิฐสักก้อนก็ไม่มี แล้วยังกล้าเดินเข้ามาในวงล้อมพวกเขาแบบไม่ยี่หระใด ๆ ทั้งสิ้น มันคิดว่าตัวคนเดียวก็สามารถกินรวบเราทั้งแก๊งได้หรือไงกันวะ ลางสังหรณ์จากการหลั่งเลือดเลียคมดาบบอกเขาว่าอาจจะเป็นไปได้ แม้ว่าโอกาสจะน้อยมาก บางทีวันนี้พวกมันอาจจะเจอของแข็งเข้าให้แล้ว
ลู่เจี้ยนเล่าเรื่องข้อตกลงของทั้งสองให้ฉินฟ่านฟังฉินฟ่านไม่ได้ฟังเรื่องราวจากปากพี่ใหญ่เลยสักกะนิดเขาเอามือลูบคางพลางครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียดเหมาะ…เหมาะเหม๋งเลย ช่างเหมาะเจาะอะไรเช่นนี้ยังกับผีเน่ากับโลงผุเอ๋…เปรียบเปรยคู่ที่เหมาะสมกันแบบนี้รึเปล่า อ้อ...ใช่ ๆต้องเหมือนนกยวนยางคู่ต่างหากล่ะ เฮ้อ ไอ้เราก็เรียนมาน้อยจบปอหกตกปอขี้ไก่ซะด้วยสิ จะนึกหาคำคมเพราะ ๆ แบบคนอื่นสักคำสองคำก็ยังลำบาก ไม่ได้การละต้องให้ลูกสาวของเราเรียนสูง ๆ เอาให้จบดอกเตอร์เลย อืม…รึว่าสวรรค์เป็นใจนาน ๆ ทีถึงจะมีสาวสวยผุดโผล่ชะแวบเข้ามาในชีวิตพี่ใหญ่หากปล่อยให้หลุดมือไปก็เสียของแย่นะสิ“นี่ ไอ้น้องบ้า แกฟังพี่ใหญ่อยู่รึเปล่า”โป๊ก!ลู่เจี้ยนทนไม่ไหว จนต้องเขกกะโหลกฉินฟ่าน เพื่อเรียกสติของเขา ให้กลับเข้าร่างอีกครั้งหนึ่ง“โอ๊ย เจ็บนะพี่ นี่พี่ผมว่าเอางี้ดีไหมรวบหัวรวบหางซะเลย เธอหน้าตาสะสวยหุ่นก็ดีพาควงออกงานรับรองว่าไม่อายใคร เธอเหมาะกับพี่ใหญ่มาก แถมเธอยังมีฝีมือเป็นเลิ
รถของลู่เจี้ยนมาถึงคฤหาสน์ตระกูลเย่วันนี้พนักงานรักษาความปลอดภัยคงต้องทำงานกันหนัก ไหนจะดูแลเรื่องความปลอดภัย ไหนจะต้องบริการโบกรถ เพื่ออำนวยความสะดวก เพราะมีแขกเหรื่อคหบดีนักการเมืองระดับประเทศมาร่วมแสดงความยินดี ในงานนี้เป็นจำนวนมากแต่เพราะความใหญ่โตกว้างขวางของคฤหาสน์แห่งนี้ ถึงจะมีแขกหลายร้อยคน ก็ไม่รู้สึกแออัด แต่อย่างใดงานฉลองวันเกิดของภรรยาเศรษฐีหมื่นล้านจะธรรมดาได้ยังไง งานนี้จึงอลังการเลิศหรูทุกอย่างพวกเขาเดินเข้าไปในบริเวณงานก็เจอครอบครัวตระกูลเย่ยืนอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา เพื่อคอยทักทายต้อนรับแขกเหรื่อฉินฟ่านทักทายทุกคนอย่างสนิทสนม เพราะว่าในตอนนี้เขาเป็นถึงว่าที่ลูกเขยป้ายแดงเชียวนะแถมวันนี้เขาอารมณ์ดีอยากเปลี่ยนลุคดูบ้าง จึงฉีดสเปรย์แต่งผมเยอะหน่อยแล้วหวีผมเสยไปข้างหลัง สวมชุดสูทสีดำทับด้วยเสื้อคลุมโอเวอร์โค้ทสีขาว มีผ้าพันคอสีดำคล้องเอาไว้สวมแว่นตาดำเดินเข้ามาในงานอย่างช้า ๆ ด้วยรูปร่างที่สูงโปร่งสง่างามมาดของเขาเหมือนเจ้าพ่อมากกว่าตัวลู่เจี้ยนซะอีกจนแขกเหรื่อละแวกนั้นต้องรีบแหวกเป็นทางให้กับเขาคุณหนูสี่เดินยิ้มเข้
ทุกคนพอเห็นสภาวะผู้นำของเธอเสียงดังฟังชัดแบบตัดไม้ข่มนาม แถมยังเผด็จการ ผู้คนสี่ห้าสิบคนได้แต่พากันพยักหน้าหงึก ๆ โดยไม่รู้ตัว ราวกับต้องมนต์สะกด“ดี วันนี้ฉันเห็นแก่หน้าคนเฒ่าคนแก่อายุเจ็ดสิบห้าแบบลุงหมิงที่กำลังจะลงโลงอยู่แล้ว ยังอุตส่าห์ถ่อสังขารออกหน้ามาช่วยพูดให้พวกแกดังนั้นฉันจะให้โอกาสพวกแกสักครั้ง”พอกวนอิมเผ็ดพูดถึงตรงนี้ สายตาของเธอมองไปที่มีดบนพื้นทุกคนต่างเริ่มคาดเดาความคิดของเธอออก“พวกแกเอามีดเสียบพุงอีกฝ่าย ให้ตับไตไส้พุงค่อย ๆ ไหลทะลักออกมากองกับพื้น เอาให้สุดแรงเกิดเลยนะ ไม่ต้องมาเกรงใจฉัน ฉันไม่ใช่คนใจจืดใจดำเลือดหมูเลือดหมาแค่นี้ ฉันล้างพื้นแป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว เอ้า อย่ามัวแต่ยืนบื้อเป็นไอ้โง่สิลงมือกันได้แล้ว”คู่กรณีต่างยืนนิ่งตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นไล่กาได้แต่มองหน้ากันพร้อมกับทำตาปริบ ๆ ล้อเล่นน่าเอามีดเสียบพุงสุดแรงเกิด แบบนี้มันถึงตายเลยนะ“นี่ พวกแกเป็นลูกผู้ชายรึเปล่าไม่กล้ารึไง”กวนอิมเผ็ดเดินไปหยิบมีด แล้วยัดใส่มือทั้งสองคน“กำมีดให้มันแน่น ๆ หน่อย
ทุกคนเดินเข้าไปในวิลล่าของฉินฟ่านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสโยโย่อวดผลงานชิ้นโบว์แดงให้พวกเหลียนฟ่งฟังว่าได้ปรับลุคเปลี่ยนโฉมให้กับลู่เจี้ยนใหม่ จนหล่อสมาร์ทขนาดไหนส่วนอิ๋งอิ๋งเล่าเรื่องสาวนักล้วงให้ทุกคนฟัง ทุกคนถึงกับปรบมือชอบใจฝีมือของเสี่ยวจงประณีตมากแถมยังมีไอเดียสร้างสรรค์ แต่เขาคิดว่าเงินทองกินคนเดียวอาจจะท้องแตกตาย งานนี้จะต้องสุดฝีมือ ทำให้ฉินฟ่านเกิดความพึงพอใจในผลงานของเขาให้ได้ไม่แน่ว่าอาจจะมีงานคราวหน้ามาใช้บริการจากเขาอีกเขาจึงชวนเพื่อนที่คณะ ที่เก่งในแต่ละด้านมาร่วมทีมอีกถึงห้าคน เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่คัดเลือกหินการแกะสลัก การขนย้ายหิน เพื่อนำไปจัดวางที่บ้านฉินฟ่านเขาใส่เส้นผมหนวดเครา ขนตาให้กับรูปปั้น ดวงตาก็ทำมาจากลูกแก้วแล้วติดคอนแทคเลนส์ ผิวกายทำจากซิลิโคนที่มีความยืดหยุ่นสมจริง ในยามที่แตะสัมผัสเรียกช่างเสริมสวยมือหนึ่งมาแต่งหน้าทาปากจัดแต่งทรงผมให้กับรูปปั้นจนดูเหมือนคนจริงทุกประการเขาเคยถามฉินฟ่านว่า ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นขี้ผึ้งฉินฟ่านตอบว่า เขาอยากให้รูปปั้นนี้คงอยู่ไปอีกร้อยปีพันปีเสี่ยวจงติดตั้งไฟดาวน์ไลท์เสร็จ ก
ตื่นขึ้นมาในตอนบ่ายของอีกวันหนึ่งฉินฟ่านอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็ชวนอิ๋งอิ๋งกับโยโย่ออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อติ๊งต่อง ติ๊งต่อง !หนุ่มวัยสามสิบมาดเท่หวีผมแสกข้างสวมสูทราคาแพง ยืนถือดอกกุหลาบช่อใหญ่อยู่ที่หน้าประตูรั้วชื่อเหลียนซินซวง เป็นญาติห่าง ๆ ของเหลียนฟ่งดีกรีเป็นถึงดอกเตอร์จบจากฮาเวิร์ดทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกจนร่ำรวย แต่รักแรกยากจะลืมเลือน ใช่ เธอคือรักแรกและรักเดียวของเขา วันนี้เขาจึงกลับมาเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อขอเธอแต่งงานเหลียนฟ่งออกมาเปิดประตูรั้วพอเห็นว่าใครมาเธอฉีกยิ้มกว้างอย่างดีใจ เขาโผเข้าไปกอดเธอให้หายคิดถึงถึง แม้เธอจะยังงง ๆ ที่จู่ ๆ เขาเข้ามากอดเธอ อ๋อ คงเป็นธรรมเนียมของพวกฝรั่งสินะ เธอก็เลยไม่ได้ติดใจอะไรรีบดึงแขนเขา ให้เข้ามานั่งที่สนามหญ้าหน้าบ้าน“พี่ใหญ่ซวงฉันดีใจจริง ๆ ที่ได้เจอพี่”“ฉันเองก็ดีใจ อืม…ไม่เจอกันตั้งหลายปีเธอโตขึ้นแถมยังสวยขึ้นอีกด้วยนะ”กรอบแกรบ!ฉินฟ่านเดินกลับมาใกล้จะถึงบ้าน พลางขบเคี้ยวมันฝั่งทอดกรอบอย่างเอร็ดอร่อยแล้วก็บังเอ
ต้นไม้สูงใหญ่มีกิ่งก้านหนาทึบ กลับถูกดัดแปลงเป็นห้างล่าสัตว์แบบง่าย ๆ แบทแมนกำลังนั่งกระดิกขากินขนมอย่างสบายอารมณ์ มันกำลังเลือกเหยื่ออยู่ มีสาว ๆ เดินผ่านมันไปหลายคน แต่มันไม่สนใจ มันชอบหญิงสาวที่หุ่นดี ๆ โดยเฉพาะสาวที่ใส่ชุดแดงตอนนี้ตาของมันกำลังลุกวาวจ้องมองมายังฉินฟ่าน หึ…หึ เจอเหยื่อชั้นเยี่ยมเข้าให้แล้วตั้งแต่มันก่อคดีมา เหยื่อคนนี้ถูกใจมันที่สุด ถ้าได้สัมผัสหน้าอกของเธอ คงฟินน่าดูฉินฟ่านได้ยินเสียงแหวกอากาศ พุ่งวาบเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วแบทแมนโผเข้ามาหาเขาว้ายยยยเสียงกรีดร้องของฉินฟ่านอาจจะฟังดูแปลก แตกต่างจากผู้หญิงอยู่บ้างรูปร่างก็สูงใหญ่เกินผู้หญิงแถมยังเดินด้วยเท้าเปล่า แต่เผอิญตอนนี้แบทแมนกำลังหลงระเริงในเหยื่อชั้นเยี่ยม จึงละเลยละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้“ฮ่ะ ๆ น้องสาวอย่ากลัวไปเลย แค่ขอจูบนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง”แบทแมนจู่โจมอีกครั้ง แต่ฉินฟ่านแกล้งทำเป็นหวาดกลัว“อย่านะอย่า ช่วยด้วยค่ะ”ฉินฟ่านพยายามร้องดัดเสียงให้เหมือนผู้หญิง เขาส่ายหัวหลบเลี่ยงริมฝีปากของแ







