ログインทั้งสองวิ่งออกไปด้านข้างในแนวขนานของกันและกัน ฉินฟ่านเตะกระถางต้นไม้ใบใหญ่ใส่ซีเหมินคัง นี่เป็นกระบวนท่าหลอกล่อ กระบวนท่าที่แท้จริงคือลูกถีบที่ตามไปติด ๆ
ซีเหมินคังแทนที่จะหลบ เขากลับพุ่งหมัดต่อยกระถางต้นไม้จนแหลกคามือ หมัดนั้นยังพุ่งเลยไปต่อยใส่ลูกถีบ
ตูม...
แรงปะทะในยกแรกทำให้ทั้งคู่กระเด็นแยกออกจากกัน ซีเหมินคังพลิกฝ่ามือวูบเดียว
เช้งงงงง!
มีดาบอ่อนที่ตีจากเหล็กพม่า ผุดโผล่ออกมาสงบนิ่งอยู่ในมือ ประกายดาบสะท้อนแสง อาทิตย์จนวาววับจับตา
โดยปกติเธอจะคาดดาบนี้แทนเข็มขัด ขอเพียงซีเหมินคังชักดาบออกมา ถ่ายเทลมปราณสู่ตัวดาบ ดาบเล่มนี้จะเหยียดตรงแข็งแกร่งประดุจกระบี่
คนที่จะใช้ดาบที่อ่อนนุ่มแบบนี้ ได้อย่าง คล่องแคล่วและทรงพลัง ก็ย่อมต้องมีพลังภายในที่กล้าแข็งเป็นอย่างมาก
ซีเหมินคังตวาดเสียงแหลมเล็ก สะบัดดาบไปมา ราวกับอสรพิษที่กำลังเลื้อยเข้าหาเหยื่อ แล้วเปลี่ยนเป็นแทงใส่เสียงดังฉี่ ๆ แหวกอากาศใส่คอหอยฉินฟ่าน
แก้วตาของฉินฟ่านพลันหดเล็กลง เขาตีลังกาหมุนตัว พลิกหลบดาบไปมาตลอดเวลา
ซีเหมินคังตามติดเหมือนวิญญาณอาฆาต ทั้งจ้วงทั้งแทง ทั้งฟันซ้ายฟันขวายี่สิบสามดาบติดต่อกัน
พลังดาบแวววาว สาดม่านพลังกระจายออกไปอย่างเข้มข้น จนกิ่งไม้ยืนต้น โต๊ะไม้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางดาบ ล้วนถูกฟันขาดกระเด็นกระจุยกระจาย
ฉินฟ่านพลิกตัวเหินร่างลงพื้นเหมือนอินทรียักษ์ พอเท้าแตะถึงพื้นก็หรี่ตา มองลงต่ำ สีหน้าสงบนิ่งสำรวมเหมือนพระอรหันต์มาโปรดสัตว์ พร้อมกับฟาดฝ่ามือปางมุทรากระบวนท่าที่สาม ในลำคอยังเปล่งเสียง โอม เบา ๆ
แต่เสียงโอมเบา ๆ นี้ กลับกระแทก
กระทั้นเข้าไปในรูหู จนซีเหมินคังมึนหัวตาลาย ต้องรีบยันเท้าพลิกตัวหลบฝ่ามือที่ร้ายกาจนี้ ดรรชนีแฝงลมปราณรูปเกลียวของฉินฟ่านดีดใส่ตัวดาบ
เกิดเสียงดังกังวานสะท้อนไปมา
ซีเหมินคังสะท้านไปทั้งร่างคล้ายถูกไฟฟ้าช็อตไปวูบหนึ่ง
ติ๊ง ดาบอ่อนหล่นลงกับพื้น
ซีเหมินคังไม่ได้ถูกดรรชนีดีด จนทำ
ให้ดาบหล่น แต่เธอจงใจละทิ้งดาบชั้นเยี่ยมเล่มนี้เอง
เธอเป็นคนที่ตัดสินใจเฉียบขาดฉับไว ในเมื่อวิชาดาบทำอะไรศัตรูไม่ได้ ก็คงต้องลองหาทางอื่น
เธอแยกเท้าทั้งสองยกมือกางกรงเล็บตั้งกระบวนท่า "หมัดพยัคฆ์เผ่นโผนสิบสามท่วงท่า" ท่าทางหนักแน่นมั่นคงดั่งเขา ไท่ซาน แสดงให้เห็นว่า นี่คือยอดฝีมือที่มีพลังการฝึกปรือลึกล้ำจริง ๆ
เสียงปรบมือของฉินฟ่านดังขึ้น "ร้ายกาจ พี่คังนับได้ว่าเป็นผู้กล้าตัดข้อมือจริง ๆ ยอดฝีมือในยุทธภพของนิยายกำลังภายใน ล้วนแต่บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า "ดาบอยู่คนอยู่ ดาบหายคนตาย"
แต่พี่คังถึงกับใจเด็ดยอมละทิ้งดาบ หันมาใช้กระบวนท่าแมวเหมียวสามขากินปลาทูแทน นับถือ นับถือ"
ฉินฟ่านยืนยิ้มพลาง เหน็บแนมพลาง เขาเริ่มออกลีลายียวนกวนประสาท เพื่อให้คู่ต่อสู้โมโห เวลาคู่ต่อสู้ลงมือก็จะได้ขาดสติ ถือได้ว่าเป็นกลยุทธในการต่อสู้อย่างหนึ่ง
"โฮ่ โฮ่ โฮ่ ผู้น้องเป็นคนที่ยั้งมือไว้ไมตรีไม่ค่อยเป็น ดังนั้นพี่ฟ่านเองก็ต้องหุบไข่ของตัวเองเอาไว้ให้ดี ระวังจะโดนกรงเล็บ ตะกุยไข่ออกมาทั้งพวงโดยไม่รู้ตัว"
คนที่หน้าตาแลดูงามสะคราญ ยิ่งกว่าผู้หญิงคนนี้ ถึงกับพูดจาคำหยาบคาย ออกมาจากปากได้อย่างหน้าตาเฉย
ในบ้านสองพี่น้องกำลังแอบสุมหัวกัน
ดูการต่อสู้ที่สะท้านฟ้าสะเทือนดิน
"พี่ใหญ่ พี่เขยจะแพ้หรือเปล่า นี่กะเอากันถึงตายจริง ๆ เลยนะพี่"
เหลียนเฮ่อกังวลใจเป็นห่วงพี่เขยแสนดีสายเปย์ของเขา
"รีบตบปากตัวเอง แล้วถ่มน้ำลายเลย ไอ้เด็กบ้าพูดจาไม่เป็นมงคล อยากให้พี่สาวของแกเป็นหม้ายหรือไง พี่เขยของแกชนะใส ๆ อยู่แล้ว"
เหลียนฟ่งพูดกับน้องชาย แต่เหมือนกำลังปลอบใจตัวเองซะมากกว่า เพราะเธอก็เห็นกับตาว่า ศัตรูฝีมือร้ายกาจมากจริง ๆ ถ้าหากเหลียนฟ่งรู้ว่าซีเหมินคัง ที่ดูตุ้งติ้งเป็นสาวแต๋วแตกผู้นี้ ถูกโลกใต้ดินจัดให้อยู่ในอันดับสุดยอดนักฆ่าระดับประเทศ มีหวังเธอคงช็อก จนสลบเหมือดไปแน่ ๆ เลย
เมฆดำครึ้มลอยมาพร้อมอากาศที่ร้อนอบอ้าวเหมือนฝนกำลังจะตก ฟ้าเริ่มแลบแปลบปลาบ อีกาตัวหนึ่งเกาะอยู่บนกิ่งไม้ ส่งเสียงร้องดังก้อง
กาาา กาาา
ยกที่สองเริ่มขึ้น...
ตูม!
หมัดของทั้งสองต่อยออกมาปะทะกัน แลกกระบวนท่ากันถี่ยิบแบบเมามัน คลื่นพลังหมัดแผ่กระจายออกไปรอบด้าน กวาด ทำลายล้างทุกสรรพสิ่งที่อยู่รอบด้าน
พอเข้าสู่กระบวนท่าที่ห้าสิบสี่ ทั้งสองยิ่งห้ำหั่นกันแบบไม่มีใครยอมใคร ซีเหมินคังพลาดท่าถูกต่อยอย่างจัง เข้าที่ทรวงอกถึงกับกระอักเลือดเป็นฟูฝอยออกมาทันที แต่ปลายเท้าของเธอ ก็เตะกวาดใส่ไหล่ขวาของฉินฟ่านเช่นกัน
เธอถึงกับตกตะลึง ฉินฟ่านดูยังไงก็
อายุไม่เกินยี่สิบปี แต่กลับมีพลังภายในที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเธอเสียอีก
ฉินฟ่านถูกลูกเตะนี้ เข้าไปที่ไหล่ขวาอย่างรุนแรง ถ้าหากถอดเสื้อออกดู คงเห็นรอยช้ำเป็นปื้นสีม่วงอย่างแน่นอน
แต่เขาพยายามเก็บอาการ ไม่ให้ศัตรูดูออก นักฆ่าผู้นี้ร้ายกาจเกินไปแล้ว
ทั้งสองตอนนี้ยืนห่างกันสามเมตร รังสีอำมหิตของทั้งสองคนที่พวยพุ่งออกมาแหลมคม เสียดแทงผิวกายของอีกฝ่าย ซึ่งสามเมตรเป็นระยะที่ใกล้มาก มันเป็นระยะหวังผลในการคร่าชีวิตของอีกฝ่าย
"ท่าทางพี่ฟ่านจะเจ็บใช่เล่น"
"ฮ่า ๆ แต่พี่คังก็ใช่จะได้เปรียบ"
"ถ้าเลือกได้ น้องอยากคบหาเป็นสหายกับพี่ฟ่านมากกว่า ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก"
"ใช่ น่าเสียดายที่จุดยืนของเราแตกต่างกัน"
ฝนไล่ช้างเริ่มตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา คงไม่มีใครชอบตากฝน โดยเฉพาะสายฝนที่หนาหนักแบบนี้ ช่างน่าเสียดาย ที่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาหลบฝน
ตอนนี้คือเวลาฆ่าคน
หยาดฝนซัดสาดมาพร้อมแรงลม กระทบถูกดวงตาของฉินฟ่าน ทำให้เขาต้องกะพริบตา
ซีเหมินคังอาศัยจังหวะชั่ววูบนี้ โบกสะบัดมือติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลูกธนูในแขนเสื้อถูกยิงออกมาด้วยกลไก ที่มีแรงดีดรุนแรงสองดอก
ไม่หยุดยั้งเพียงแค่นั้น เธอยังซัดดาวกระจายออกไปอีกเจ็ด โคกกระสุนหนามอีกสี่
ถ้าเป็นคนอื่นเจอแบบนี้คงลนลานไปแล้ว แต่ฉินฟ่านกลับแก้เกมด้วยวิธีง่าย ๆ ด้วยการเตะบ้านของเแอนโทนี่ เจ้าหมาหน้าย่นพันธุ์บ๊อกเซอร์ของเหลียนฟ่งจนแตกกระจาย สร้างความตื่นตกใจให้กับเจ้าหมาน้อย ที่นอนหลับอุตุในบ้านหมา จนต้องวิ่งหนีหางจุกตูด เพื่อให้แผ่นไม้ที่ใช้สร้างบ้านหมา ปลิวกระเด็นลอยไป เป็นโล่ต้านอาวุธลับเหล่านั้น
ต๊ก ๆ
เสียงอาวุธลับกระทบแผ่นไม้ดังต่อเนื่องถี่ยิบ ฉินฟ่านแหวกตัวพุ่งผ่านแผ่นไม้ สะบัดฝ่ามือฟาดใส่ พอฝ่ามือทั้งสองประทับกัน ซีเหมินคังถึงกับหยิบยืมพลังฝ่ามือ หนุนส่งร่างของเธอ ลอยไปด้านหลัง เธอพลิ้วกายลอยไปเหยียบบนหัวเสาของรั้วหน้าบ้าน ด้วยท่วงท่าที่ดูอ่อนช้อยงดงาม เธอปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ด้วยท่วงท่าสบาย ๆ ไม่รีบไม่ร้อน แต่ถ้าสังเกตดี ๆ จะพบว่าฝ่ามือของเธอกำลังสั่นระริก เพราะพลังของฉินฟ่านรุนแรงมาก
นักฆ่าที่ดี ต้องรู้ว่าตอนไหนควรรุก ตอนไหนควรถอย
"พี่ฟ่านไม่ต้องส่งแล้ว วันหลังเราสองค่อยมาสนิทสนม จิบน้ำชาเม้าท์มอยพร่ำพลอดบอกรักกันใหม่ บ๊ายบาย"
"พี่คังใยไม่มาเก็บดาบสับปะรังเค กลับไปชั่งเป็นเศษเหล็กขายด้วยล่ะ"
"ดาบวิเศษเล่มนั้น ถือว่าเป็นเจี้ยจวงสินสอดหมั้นหมาย แทนใจรักของเราดีหรือไม่ ฮิ ฮิ"
ฉินฟ่านรู้สึกขนลุกซู่ที่ได้ยิน คนผู้นี้มีนิสัยแปลกประหลาด แต่ลงมืออย่างดุดันอำมหิต ลีลาการฆ่าคนก็แพรวพราวหาตัวจับได้ยาก แถมยังเชี่ยวชาญวรยุทธหลากหลายประเภท เขามองความเละเทะรอบบ้านรั้วไม้พังไปแถบใหญ่ ดอกไม้ที่ชูช่อในสวนสวยถูกฟันหล่นเกลื่อนพื้น บ้านหมาพังทลาย ระเบียงหน้าบ้านถูกพลังหมัดกระแทกใส่ซะยับเยิน จนจำรูปแบบเดิมไม่ได้ หากเจอกันอีกคราวหน้า คงต้องล่อให้ไปสู้กันนอกบ้านแล้ว
เหลียนฟ่งวิ่งมาสำรวจดู ว่าเขาบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ พอเห็นว่าไม่มีบาดแผล เธอก็กอดเขาร้องไห้โฮ ฉินฟ่านต้องกอดเธอไปโอ๋เธอไปให้หยุดร้อง แล้วบอกให้เธอไปล้างหน้าล้างตา เดี๋ยวตาบวมแล้วจะไม่สวย ไม่นานนักรถตำรวจก็มาถึง
"คุณอีกแล้ว"
เสียงหวานปนเข้มงวดตัวจริงเสียงจริง ร้อยตำรวจโทหญิงมู่ปิงปิง
"คุณหลงเสน่ห์ผม ถึงขนาดตามมาหา
ถึงที่บ้านเลยเหรอครับ"
เขาใช้เนตรอัคคีของดีอีกครั้ง มีสาว
งามมาให้ดูทรวดทรงองค์เอว ถึงที่บ้านทั้งที ก็ต้องดูให้คุ้มหน่อย
เธอเห็นสายตาของเขาแล้ว รู้สึกกระอักกระอ่วนใจ เหมือนโดนถ้ำมองยังไงชอบกล เธอคิดมากเกินไปใช่ไหมเนี่ย
"มีชาวบ้านแถวนี้ แจ้งเหตุว่ามีคนต่อยตีกัน ฉันเลยจะมาสอบปากคำ แต่นี่พังยับเยินซะขนาดนี้ เหมือนจะฆ่ากันซะมากกว่า"
"อ๋อ มีเจ้าหนี้มาทวงเงิน แต่เขาจำคนผิดนะ พอปรับความเข้าใจกันได้ เขาก็ยินดีชดใช้ค่าเสียหายให้ แถมบอกว่าวันหลังจะชวนผมไปจิบชาด้วย นั่นไงดาบเขาให้ไว้เป็นของกำนัล ดูต่างหน้าแทนค่าเสียหาย"
ฉินฟ่านโกหกเป็นไฟ รับรองว่าจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
"คุณเห็นฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไง คนทวงหนี้ที่ไหนพกดาบชั้นเยี่ยมแบบนี้บ้าง บอกความจริงมาซะดี ๆ เถอะ"
เธอก้มลงเก็บดาบขึ้นมาลูบเบา ๆ ลวดลายตัวดาบสวยมาก เทียบเท่าคาตานะดาบชั้นเลิศของญี่ปุ่นได้เลย
"โธ่ผมบอกคุณไปหมดแล้วนะครับ คราวก่อนบอกว่าความจำเสื่อมก็ไม่เชื่อ คราวนี้ก็ไม่เชื่ออีก คุณกลับไปเถอะ เว้นซะแต่ว่าคุณอยากเห็นหน้าผมอีกนิด ให้หายคิดถึง"
เขาอมยิ้มมองหน้าอกหน้าใจของเธอ
เธอได้ยินยิ่งโมโห แอบแช่งเขาในใจ
กินน้ำขอให้ติดคอตายด้วยเถอะ แต่เธอได้แต่ตัดใจกลับไปขึ้นรถ เพราะคู่กรณีก็ไม่มี คนเจ็บก็ไม่มี จึงไม่รู้ว่าจะตั้งข้อหาอะไร
"นี่ผมชอบนะ ลายสตรอว์เบอร์รี่น่ะ"
ฉินฟ่านตะโกนไล่หลังมา
มู่ปิงปิงเพิ่งสตาร์ทรถ ค่อย ๆ เหยียบคันเร่งช้า ๆ เพื่อออกตัว แต่พอได้ยินคำว่าลาย
สตรอว์เบอร์รี่ เธอเผลอเหยียบคันเร่งอย่างแรง จนรถพุ่งออกไป แทบจะชนต้นไม้ เธอทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งสงสัยว่าเขารู้ได้ยังไง ว่าเธอใส่กางเกงในที่ตรงเป้าเป็นรูป
สตรอว์เบอร์รี่
โรงแรมหรูย่านใจกลางเมืองตั้งอยู่ใกล้ที่ทำงานของซูหลิง ช่วงอาหารกลางวันเธอจึงมักที่จะมาทานอาหารที่นี่ เพราะเชฟใหญ่ถูกซื้อตัวมาจากฝรั่งเศสฝีมือทำอาหารเป็นเลิศ โดยเฉพาะสเต๊กฟิเลมิยองที่เธอโปรดปราน
เพลงเบา ๆ ชวนให้รู้สึกเพลิดเพลินกับอาหารไม่น้อยเลยทีเดียว จนกระทั่งมีชายหนุ่มอายุราว ๆ สามสิบ หุ่นดีแต่งตัวดีบุคลิกสง่างาม สวมสูทสีฟ้าแบรนด์หรูราคาแพง น่าเสียดายที่เขามีดวงตาสามเหลี่ยมคล้ายอสรพิษ ชวนให้คิดถึงนักเลงพวกคนเลวอะไรประมาณนั้น คน ๆ นี้คือเจียงกั๋วเชาเป็นประธานบริษัทเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ที่เป็นคู่แข่งกับซูหลิง เขาเดินเข้ามานั่งอย่างถือวิสาสะ
"คุณนี่ยิ่งเจอยิ่งสวยวันสวยคืนเลยนะคุณซูหลิง"
เจียงกั๋วเชาถึงกับใช้สายตาหื่นกระหายสำรวจเรือนร่างของเธอ
"ขอโทษนะคะ คุณเจียงกั๋วเชากรุณาอย่ารบกวนเวลาทานอาหารของฉันได้ไหมคะ"
ซูหลิงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ
"ไม่เอาน่า คุณก็รู้ว่าผมหลงรักคุณ
ช่วยให้โอกาสผมหน่อยสิ ว่าง ๆ เราไปเที่ยวด้วยกันหน่อยดีไหมครับ"
"ขอโทษนะคะ เราคงไม่ได้สนิทกันถึงขนาดนั้น ฉันอิ่มแล้วขอตัวค่ะ"
ซูหลิงเช็ดปากลุกขึ้นเดินจากไป
"ฮึ่ม…นังตัวดี คอยดูเถอะสักวันจะจับแกขึงพรืด เล่นให้สะใจไปเลย"
เจียงกั๋วเชาคิดในใจพลางมองตามด้วยสายตา ที่เต็มไปด้วยความประสงค์ร้าย ราวกับว่า อยากจะลากเธอขึ้นเตียงใจจะขาด
เช้านี้อากาศสดใส ลมเย็นพัดมาเอื่อย ๆ พร้อมกับเสียงกริ่ง
ติ๊งต่อง ติ๊งต่อง
ความจริงรั้วบ้านก็พังไปแล้ว ไม่ต้องกดออดก็ได้ คงไม่ใช่จะมีใครมาฆ่าเขาอีกหรอกนะ
"สวัสดีครับคุณฉินฟ่านใช่ไหมครับ"
"ใช่ครับ"
"คุณช่วยชีวิตของท่านประธานลู่เจี้ยนเอาไว้ แถมบ้านช่องถูกทำลาย ประธานลู่เสียใจอย่างสุดซึ้งและฝากคำขอบคุณมาถึงคุณ
แต่ตอนนี้ประธานลู่ยังพักรักษาตัวอยู่
จึงไม่สะดวกมาเอง จึงให้ผมนำโฉนดที่ดินของวิลล่าแกรนด์พาเลซ มูลค่าสี่สิบล้านหยวนมาให้ คุณฉินฟ่านได้โปรดยิ้มรับไว้ ถือซะว่าเป็นน้ำใจของท่านประธานลู่เถอะนะครับ นี่คือกุญแจวิลล่า กรุณาเซ็นชื่อตรงนี้ด้วยนะครับ"
เขารับไว้โดยไม่เกรงใจ เมื่อวานนี้มีคนจะฆ่าเขา แถมบ้านยังพังยับเยิน กำลังจะไปขอให้ซูหลิงหาบ้านใหม่ให้เขาพอดี
เหลียนฟ่งพาฉินฟ่านขับรถผ่าน รปภ.ข้าไป ส่วนเหลียนเฮ่อขับมอเตอร์ไซค์ตามหลัง จอดที่บ้านหลังหนึ่งที่ใหญ่ขนาดหนึ่งพันตารางเมตร
เสี่ยวเฮ่อวิ่งเข้าไปสำรวจอย่างตื่นเต้น
"นี่คือบ้านใหม่ของเราจริง ๆ เหรอคะที่รัก"
เหลียนฟ่งรู้สึกเหมือนฝัน สนามหญ้ากว้างใหญ่มีพุ่มไม้ใบ ไม้ดอกประดับอย่างสวยงาม ตัวบ้านสองชั้นรูปแบบทันสมัย มีโรงรถที่สามารถจอดรถได้ถึงสี่คัน สระว่ายน้ำขนาดใหญ่ ทุกที่สะอาดสะอ้านเหมือนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี
"ใช่ คุณเลือกห้องนอนของเราได้เลย"
"หมายความว่า"
เหลียนฟ่งยังงง ๆ เบลอ ๆ กับภาพบ้านใหม่และคำพูดของเขา
"ก็หมายความว่าผมติดใจรสชาติของหวานของคุณไง"
เขายิ้มทำตาเจ้าเล่ห์
"ทำเป็นปากดีไป คอยดูเถอะฉันจะรีดคุณให้แห้งจนร้องขอชีวิตเลย"
เธอค้อนใส่เขา แต่ก็ยังยืดอกจนชูชันตระหง่าน ราวกับท้าทายเขา
"เดี๋ยวนี้เก่งใหญ่แล้วนะ คอยดูละกันว่าคืนนี้ใครจะร้องครวญคราง ยอมรับความพ่ายแพ้"
ฉินฟ่านพูดเสร็จ ก็รวบเอวเธอมาจูบบดขยี้อย่างเร่าร้อน เธอดิ้นรนทุบตีเขาให้ปล่อยแต่ก็ดิ้นไม่หลุด จนปากเธอบวมเจ่อ
ทุกอย่างในบ้านตกแต่งด้วยวัสดุอย่างดี เฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ไม้สอยครบครัน
ห้องน้ำมีอ่างจากุซชี่ขนาดใหญ่
"พี่ใหญ่ ผมจะไปเล่นเกมที่บ้านเพื่อน
คงกลับมาเย็น ๆ พรุ่งนี้ ผมไปก่อนนะ"
พูดจบเหลียนเฮ่อหันมายิ้ม พร้อมขยิบตาส่งซิกให้กับพี่เขยสุดที่รัก
เฮ้อสงสัยต้องทิปไอ้เด็กแก่แดดนี่อีกรอบซะแล้ว ที่ให้เขาฉลองบ้านใหม่กันสองคน
กิ๊ง...
เสียงแก้วไวน์ชนกระทบกัน กลิ่นของเทียนหอม เสียงเพลงดังแว่วหวานมาเบา ๆ พวกเขานั่งดื่มอิงแอบกันในอ่างจากุซซี่ระบบน้ำวน สายน้ำกระเพื่อมไปมา
"อยู่กับผม คุณมีความสุขหรือเปล่า"
"ฉันมีความสุขมาก มากจนฉันแทบคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเพียงแค่ความฝัน"
"สวรรค์ช่างเมตตานัก ที่ดลบันดาลให้เราสองคนมารักกัน"
ฉินฟ่านใช้นิ้วขีดเป็นวงเล่นบนหลังเธอ
"ฮิ ๆ รู้ไหมคะความจริงวันแรกที่เราเจอกัน ฉันแกล้งทำเป็นว่าขาแพลง โชคดีที่ทำแบบนั้น เพราะตอนนั้นถ้าไม่ทำ คุณคงเดินจากไป แล้วเราก็คงไม่ได้รักกัน"
"คุณนี่น้า เล่นละครไม่ได้เรื่องเลย ผมรู้ว่าคุณแกล้งทำเป็นเจ็บ แต่เพราะผมอยากรู้จักคนสวยแบบคุณ ก็เลยสมยอมแกล้งเซ่อ ฮ่า ๆ"
"จริง ๆ เหรอคะ" เหลียนฟ่งได้ฟังก็ดีใจที่ทั้งสองใจตรงกัน จึงหันมาหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ให้เป็นรางวัล
"จริงสิครับ ก็ใครใช้ให้คุณทั้งสวยทั้งน่ารักขนาดนั้นล่ะ คงต้องเรียกว่ารักแรกพบ"
"ฉันรักคุณค่ะที่รัก"
"ผมก็รักคุณ"
เหลียนฟ่งดื่มไปสองแก้วแล้ว แก้มของเธอเริ่มแดงระเรื่อดูเปล่งปลั่ง ประกอบกับเธอมุ่นมวยผม โดยใช้ปิ่นเสียบไว้แบบหลวม ๆ ดวงตาดวงตากลมโตที่หยาดเยิ้มปานจะหยด
เขารู้สึกว่าคืนนี้เหลียนฟ่งดูเซ็กซี่จริง ๆ เธอยกไวน์ขึ้นจิบ แล้วพลิกตัวหันหน้าเข้าหาเขา ค่อย ๆ ใช้ปากของเธอป้อนไวน์ให้เขา เธอกวาดลิ้นเกี่ยวกระหวัดใส่ลิ้นของเขาไปมาช้า ๆ แถมยังลงมือรูดกระบองทองเขาอยู่หลายครั้ง
จู่ ๆ เธอก็ผละออกจากตัวเขาแล้วยืนขึ้น สายน้ำไหลพรั่งพรูลงไปตามตัวเธอ เธอค่อย ๆ ถอดผ้าขนหนูสีขาวออก โชว์ของดีเมืองซูโจวให้เขาดู อุณหภูมิในอ่างคล้ายเดือดพล่านขึ้นมาทันที
ถึงฉินฟ่านจะเคยเห็นร่างเปลือยของเธอมาแล้วหลายครั้งหลายหน แต่ครั้งนี้เขารู้สึกเร้าอารมณ์ถึงที่สุด
ร่างเปลือยขาวผ่องของเหลียนฟ่ง คล้ายดั่งนางพญางูขาว ดั่งนางฟ้านางสวรรค์มาเยือนโลกหล้า
หยดน้ำเล็ก ๆ เกาะพราวอยู่ที่หน้าอกหน้าใจ ที่ใหญ่โตเต็มมือแต่ได้รูป ตรงยอดอกสีชมพูยิ่งชูชัน เชิญชวนให้ลิ้มลอง หน้าท้องแบนราบ เอวคอดกิ่วสะโพกผายน่องขาเรียวยาวชวนสัมผัส ทำให้เขาต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น
เหลียนฟ่งค่อย ๆ เดินเข้าหาเขา โน้มตัวลงแนบยอดอกเข้ากับริมฝีปากของเขาอย่างท้าทาย เขาเริ่มกอบโกยความสุขที่อยู่ตรงหน้าอย่างเต็มที่ ทั้งดูดทั้งเม้มทั้งขบกัด
เหลียนฟ่งขึ้นไปนั่งทับบนตัวเขา สองมือโอบไหล่ของเขา พอทุกอย่างสอดใส่จนเข้าที่แล้ว ก็ค่อย ๆ ขยับขึ้นลงเป็นจังหวะช้า ๆ อกอึ๋ม ๆ ขาวผ่องเด้งขึ้นเด้งลงเป็นท่วงทำนองที่สวยงาม
ส่วนฉินฟ่านก็จับเอวเธอ เพื่อประคอง
ร่างเธออย่างเบามือและไม่นานอารมณ์ห้วงเสน่ห์หาความรู้สึก ที่พลุ่งพล่านของร่างกาย ก็พาให้ขยับสะโพก เร่งเร็วขึ้นอย่างเร่าร้อนกระแทกกระทั้นแรงขึ้น แรงขึ้น
เหลียนฟ่งถึงกับร้องเสียงดังออกมาอย่างลืมตัว ด้วยความสุขสมใจ มันเพียงพอที่จะให้ทั้งสอง ถึงจุดสุดยอด จนทะลักความสุขออกมา
ปัง ปัง ปัง ปัง!เสียงประทัดพวงยาวเหยียดดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมเสียงรัวกลองเชิดสิงโตสร้างความครึกครื้นให้ผู้ชมที่มากันเนืองแน่น เพราะข่าวที่แพร่กระจายมาอย่างต่อเนื่อง ว่าโครงการโรงเรียน "พี่สาวนางฟ้า" ริเริ่มโดยหมอเทวดาฉินฟ่าน ซึ่งค่าเล่าเรียนทุกอย่างฟรีหมดจนคนที่ทราบข่าวต่างยกนิ้วชมเชย บางคนมีฐานะจึงยินดีที่จะบริจาคเงินทอง เพื่อสร้างชุมชนที่น่าอยู่ เพื่ออนาคตของลูกหลานชาวเมืองซูโจวถึงขนาดมีคนยุให้หมอเทวดาเล่นการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รับประกันว่าคะแนนเสียงถล่มทลาย แต่บรรดาอาซิ่มอาซ้อกลับอยากให้เขาเป็นพระเอกหนังซีรีส์ซะมากกว่า เพราะเขานั้นหล่อบาดลึกไปถึงขั้วหัวใจของพวกเธอคุณหนูสี่ขึ้นเวทีไปกล่าวเปิดงานในฐานะประธานกลุ่มทุน "พี่สาวนางฟ้า" เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหว ช่วงนี้มีผู้สื่อข่าวหลายสำนัก มาขอสัมภาษณ์เธอไม่เว้นวันจนเธอยุ่งหัวฟูหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ที่ได้ยลโฉมงามล่มเมืองของคุณหนูสี่ ต่างคลั่งไคล้ขอเป็นแฟนคลับเธอ แต่ละคนต่างแย่งกันบริจาคเงินออกมาก้อนโต เพื่ออวดโอ่ฐานะความร่ำรวยเพราะถ้าได้แต่งกับเธอ มันเฮงยิ่งกว่าหนูตกถังข้าว
ทั้งสองส่งเสียงหัวเราะวิ่งหยอกล้อกันออกไป ตอนนี้ทุกอย่างสงบลงแล้ว คนตายก็ตายไป คนเจ็บก็ส่งโรงพยาบาล คนมอบตัวก็เตรียมไปกินข้าวแดงในคุกได้เลย ตำรวจเริ่มเคลียร์สถานที่ ยึดอาวุธสงครามได้เป็นจำนวนมาก มากพอที่จะเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งให้หลาย ๆ คนในศึกครั้งนี้ฉินฟ่านเดินกระแซะเข้าไปใกล้ ๆ กระซิบชวนมู่ปิงปิงไปจู๋จี๋ดู๋ดี๋กันที่น้ำตก แต่เธอค้อนขวับวงใหญ่ แถมแกล้งทำเสียงดุใส่"งานยังไม่เสร็จ ไปไม่ได้""น่านะ คนดียอดรักของฟ่าน เสร็จงานแล้ว ก็ต้องมีการตบรางวัลบิ๊กโบนัสกันบ้างสิ ใช่ไหมจ๊ะทูนหัวจ๋า"เขาพยายามออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ ทำสีหน้าน่าสงสาร"ไม่รู้ไม่ชี้""น่านะ แป๊บเดียวเอง แค่สามนาทีก็เสร็จแล้ว"เขาพยายามต่อรอง"คิดว่าตัวเองเป็นอุลตร้าแมนแปลงร่างได้แค่สามนาทีรึไง คราวก่อนเป็นชั่วโมง เล่นเอาเหน็บชากินขาเลย"ไม่สนแล้วต้องใช้เส้นสายของเครือญาติให้เป็นประโยชน์ เขาหันไปหาเค่อตงหยางที่กำลังคุมลูกน้องทำงานอย่างแข็งขัน"คุณลุงเค่อที่เคารพครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องด่วน ผม
ในห้องที่มืดมิด มีแสงเลือนรางไหววูบเป็นบางครั้ง จากเปลวไฟที่ลุกฮือโหมของการระเบิดครั้งใหญ่ ซีเหมินคังยืนถือทวนเงินสงบนิ่งดุจขุนเขา เพราะเขาสัมผัสได้ถึงอันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ เมื่อมืดมิดจนมองไม่เห็น เขาเลยพาลหลับตาลง ใช้หูสดับฟังเสียงเคลื่อนไหวแทนฟิ้วววววเสียงกระแสลมของดาบ ที่ตวัดใส่ลำคอของซีเหมินคังแว่วมา เขาสะบัดควงทวนเงินเข้าต้านปะทะติดต่อกันเก้ากระบวนท่า จนเกิดประกายไฟแลบแปลบปลาบเสียงซัดอาวุธบางสิ่งออกมา ลางสังหรณ์ในใจของซีเหมินคัง ส่งสัญญาณเตือนภัยชนิดหนึ่ง บีบให้เขาดีดตัวถอยไปหลบหลังเสาอย่างรวดเร็วบึ้ม…อาวุธที่ซัดออกมาก็คือระเบิดเพลิงขนาดเล็กของจิ้งจอกเพลิงนั่นเอง เล่นเอาเสื้อผ้าของซีเหมินคังไหม้ไปแถบหนึ่ง ไฟลวกหน้าแข้งเล็กน้อย"หึ ๆ เขาถึงว่าคู่แค้นทางคับแคบ ในที่สุดเราทั้งสองคนก็มาเจอกันอีกจนได้ กระสุนนัดนั้น ที่มึงยิงใส่ขากู กูยังจำได้ดี วันนี้มึงต้องตายสถานเดียว"จิ้งจอกเพลิงขยับดาบเก้าห่วง จนเกิดเสียงดังกรุ๊งกริ๊ง"ขอโทษจริง ๆ นะฮ๊า พอดียิงคนมาเยอะมากเลย
เงาร่างฉินฟ่านพุ่งฉวัดเฉวียน จนพวกเธอตาลายมองตามไม่ทัน เสียงฟาดแก้มก้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากหมวดมู่คนแรก แถมแต่ละคนยังถูกลวมลามอีกหลายครั้งพวกสาว ๆ ต่างส่งเสียงร้องวี๊ดว้ายกระตู้วู๊ วิ่งหลบหนีจิ้งจอกเฒ่าจอมลามกกันจ้าละหวั่น ก่อนที่จะมีอะไรเลยเถิดไปกว่านั้น จน กบว. ต้องเซ็นเซอร์ภาพและเสียงทันใดนั้นก็มีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาขัดจังหวะ ผัวหนุ่มเมียสาวที่กำลังหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทำเอาทุกคนต้องกลับมาทำตัวสงบเสงี่ยมอีกครั้ง"อะแฮ่ม สวัสดีพี่สาวคนสวยทั้งหลาย เอ่อ…พี่เขยขอโทษที่ขัดจังหวะครับ มีคนมาหาพี่เขย บอกว่านี่เป็นเรื่องด๊วนด่วนนะครับ"เหลียนเฮ่อส่งเสียงดังแหบ เพราะอยู่ในวัยกำลังแตกเนื้อหนุ่ม นมเพิ่งจะแตกพานรายงานอย่างรวบกระชับทันที พร้อมทำสีหน้ากระดากแบบอาย ๆเพราะเขาโตพอที่จะรู้ว่า เมื่อครู่พี่เขยตัวดี ไอดอลขั้นเทพของเขากำลังทำเรื่องดีงามอะไร เขาสาบานกับตัวเองว่าโตขึ้น จะต้องเป็นแบบพี่เขย เอาดีในเรื่องผู้หญิงให้ได้ตอนนี้ทุกคนต่างพากันทำหน้าเขิน ๆ ขณะจัดแจงทรงผมที่ยุ่งเหยิงและเสื้อผ
พวกเขาเก็บอุปกรณ์กล้องอินฟาเรด แล้วเดินลัดเลาะชายป่าท่ามกลางแสงจันทร์ ที่พอเห็นเลือนรางไปอย่างเงียบ ๆ ประมาณหนึ่งชั่วโมงโยโย่เป็นสาวช่างจ้อ แบบที่เรียกว่าอะไรนะ ทอล์คกาทีฟเกิรล์ละมั้ง เดี๋ยวชวนคุยเรื่องโน้น เดี๋ยวเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง แถมมุกตลกของเธอมีเพียบอีก ช่วยทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งทั้งคู่ถึงน้ำตกสายหนึ่ง จึงตัดสินใจที่จะพักเท้าชั่วคราว ทั้งคู่จึงนั่งลงที่โขดหินหยุดพักดื่มน้ำฉินฟ่านหยิบแผนที่ขึ้นมากางดู เพื่อศึกษาภูมิประเทศ งานนี้เขาทุ่มจนสุดตัว จะให้เกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด ลมโชยเบา ๆ พัดผ่านตัวเย็นสบายเสียงน้ำจ๋อมแจ๋มแว่วดังมาเบา ๆ สะกิดความสนใจของเขา จนอดไม่ได้ที่จะต้องหันหน้าไปดูภาพที่เห็นทำให้เขาเลือดลมสูบฉีด หายใจถี่เร็ว ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างโลกหล้าใบนี้ไปชั่วขณะร่างของโยโย่ที่เปลือยเปล่าขาวโพลนท่ามกลางแสงจันทร์ เรือนร่างของเธอโผล่พ้นขึ้นเหนือน้ำมาครึ่งตัว ทรวดทรงองค์เอวที่อ่อนช้อย เป็นเส้นสายชวนรัดรึงใจ พราวไปด้วยหยดน้ำเม็ดเล็ก ๆ ที่ไหลรวมหยดเป็นทางยาว ค่อย ๆ ไหลรินผ่านร่องอก
แต่ถ้าจะพูดถึงอีกคนหนึ่ง เมียหลวงเมียน้อยเมียเล็ก เมียใหญ่กลับสนับสนุนจนคะแนนเสียงท่วมท้น ให้ไปกระทืบสุยเก้ามีดให้จมดินโทษฐานที่มันบังอาจเหิมเกริมไม่ยอมแหกตาดูให้ดีว่าซอยลูกเป็ดน้อยนี้ใครคุมติ๋ง! ติ๋ง!หยดเลือดสด ๆ สีแดงคล้ำไหลออกจากปากของสุยเก้ามีดตกกระทบพื้นเป็นจังหวะเหมือนเสียงดนตรีร่างของสุยเก้ามีดนักเลงโตถูกมัดมือไพล่หลังและมัดข้อเท้าทั้งสองข้างด้วยเชือกก่อนจะชักรอกขึ้นไป ทำให้ตอนนี้มันตกอยู่ในสภาพห้อยหัวเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนนี้พวกมันกำลังล้อมชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยอาวุธครบมือ โดยไม่ได้คาดคิดเลยแม้แต่น้อยว่าจะเป็นพวกมันเองที่ถูกยำจนเละเป็นโจ๊กเรื่องแก้แค้นคงไม่ต้องคิด มันไม่หวังจะไปต่อกรอะไรอีกแล้ว ตอนนี้ต้องรักษาชีวิตให้ได้ก่อนพลั่วะ! พลั่วะ!อ้ากก! อ้ากก!สุยเก้ามีดกำลังถูกไอ้ฟันเหยินลูกน้องคนสนิทใช้ไม้เบสบอลหวดฟาดใส่ลำตัวนี่เป็นการหวดครั้งที่ยี่สิบ ครบจำนวนพอดีเงาของชายหนุ่มพาดยาวกับพื้น เขายืนอยู่ริมหน้าต่าง กำลังดื่มน้ำอัดลมดับกระหายพลางเดินข้ามร่างของเจ้า
หมายเลขสิบสามกลับเดินเลี่ยงออกไปอย่างเงียบ ๆ เพียงลำพังซึ่งในตอนนี้ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับฉากอีโรติกที่ชวนตื่นเต้นเร้าใจอยู่จึงไม่มีใครสนใจเขาเขาไปที่เนินดินหลังห้องส้วม บริเวณนี้ผู้คนไม่ค่อยสัญจรผ่านไปมาเพราะรังเกียจความเหม็น เขาใช้มือขุดดินทรายจนเป็นหลุม แล้วก็เจอเป้ทหารใบหนึ่งที่ถูกฝัง
“สวัสดีครับแม่”“อ้าว อาเจี้ยนมาแต่เช้าเชียว”กวนอิมเผ็ดยิ้มให้เขาอย่างเอ็นดูตอนนี้เธอถือว่าลู่เจี้ยนเป็นลูกชายคนหนึ่งเช่นเดียวกัน“พี่ใหญ่มาหาฉันแต่เช้าเลย มีธุระอะไรรึเปล่าฮ๊า”ซีเหมินคังยิ้มร่าเดินนวยนาดเข้ามาหา
นับแต่โบราณกาลมีคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าแม่ผัวกับลูกสะใภ้ยากที่จะอยู่ร่วมกันโดยสันติ เปรียบเสมือนน้ำกับไฟเหมือนหมากับแมว สุดแท้แต่ผู้คนจะเปรียบเปรยในสมัยก่อนฮูหยินผู้เฒ่าปกครองหลังบ้านมือเดียวค้ำฟ้า มีอำนาจเบ็ดเสร็จลูกสะใภ้คนไหนไม่ถูกใจจะสั่งเฆี่ยนตีหรือตบจนฟันหลุดร่วงออกจากปากก็ไม่มีใครกล้าหือเผลอ ๆ
ตอนที่ฉินฟ่านกำลังปลอบเธอก็มีคุณยายรูปร่างเล็กบอบบางคนหนึ่งที่เดินเหินแทบจะไม่ไหวมาเกาะแขนของเขา“พ่อหนุ่มช่วยหลานสาวตัวน้อยของยายด้วยเถอะคิดซะว่าเอาบุญเถอะนะยายขอร้องล่ะ เธอติดอยู่บนห้องนอนชั้นสามของตึกนั้นยังไม่มีใครช่วยลงมาเลย”เขาหันไปมองกวนอิมเผ็ด เป็นเชิงขอ







